เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1815 คน
Ayutthaya Story
Story
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ตารางเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญ50 กับรัฐธรรมนูญปี40 (11)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หลักในการดำเนินชีวิต (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ตราประจำจังหวัด (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นิคมอุตสาหกรรม (36)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระราชวังบางปะอิน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เจดีย์พระศรีสุริโยทัย (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วัดใหญ่ชัยมงคล (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วัดพนัญเชิง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ปางช้างอยุธยา (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ของฝากจากอยุธยา (12)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Ayutthaya Story (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สารานุกรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สถานทีท่องเที่ยวอำเภอบางไทร (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอบางปะอิน (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพระนครศรีอยุธยา (7)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (63)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พื้นเพคนท้องถิ่น (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ศิลปวัตถุจากกรุ (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หัตถกรรมกรุงเก่า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ธันวาคม 2557>
     
    4824252627282930
    491234567
    50891011121314
    5115161718192021
    5222232425262728
    532930311234
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 157936
    • เฉพาะวันนี้ 36
    • ความคิดเห็น 178
    • จำนวนเรื่อง 25
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ตราประจำจังหวัด
    2 พฤษภาคม 2550 - 13:30:00

    ตราประจำจังหวัด พระนครศรีอยุธยา

    รูปสังข์ประดิษฐานอยู่ในพานแว่นฟ้า ภายในปราสาทใต้ต้นหมัน

    ความหมาย

    ตามประวัติมีว่าปี พ.ศ. 1890 พระเจ้าอู่ทองให้ตั้งศาลเพียงตา แล้วขุดดินเพื่อสร้างพระราชวังที่หนองโสน พบสังข์ทักษิณาวรรตสีขาวบริสุทธิ์ใต้ต้นหมัน ถือเป็นศุภนิมิต จึงไห้สร้างปราสาทน้อย ขึ้นเป็นที่ประดิษฐานสังข์

    คำขวัญ ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา

    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเรียกสั้นๆ ว่า “อยุธยา” ตั้งอยู่ในภาคกลาง เป็นเมืองหลวงเก่าของไทย สร้างขึ้นเมื่อ พ..ศ. 1893 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ในเวลา 417 ปีที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีกษัตริย์ปกครอง 34 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศ์บ้านพลูหลวง นับเป็นราชธานีของไทยที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่อยู่ในดินแดนแหลมทองแห่งนี้
    พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่เป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลมาบรรจบกันในลักษณะล้อมรอบผืนแผ่นดินส่วนใหญ่ของตัวเมืองไว้ ตัวจังหวัดจึงเป็นเกาะที่มีบ้านเรือนปลูกเรียงราย หนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำ
    จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 76 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 2,556.6 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอภาชี อำเภอบ้านแพรก อำเภอบางซ้าย อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางบาล อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน อำเภอเสนา อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอท่าเรือ และอำเภอวังน้อย


    ต้นหมัน
    ชื่อพันธุ์ไม้ หมัน
    ชื่อสามัญ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Cordia cochinchinensis Gagnepain
    วงศ์ BORAGINACEAE
    ชื่ออื่น หมัน (ประจวบคีรีขันธ์)
    ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นสูง 5 – 15 เมตร เปลือกต้นสีเทาคล้ำ ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ ปลายใบทู่ โคนใบกว้าง ดอกสีขาว ผลเมื่อเปลือกสีชมพู มีของเหลวภายในเหนียวมากห่อหุ้มเมล็ด
    ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด
    สภาพที่เหมาะสม สภาพดินเลน ต้องการน้ำและความชุ่มชื้นสูง
    ถิ่นกำเนิด ป่าชายเลนที่ค่อนข้างแข็ง และชายฝั่งทะเลอ่าวไทย
    พันธุ์ไม้ประจำจังหวัด พระนครศรีอยุธยา 

    หอยสังข์

     หอยสังข์เป็นหอยกาบเดี่ยวหรือหอยฝาเดียวอีกชนิดหนึ่งในทางวิชาการแบ่งออกเป็น 3 ครอบครัวใหญ่ด้วยกัน คือหอยสังข์แกลบ หอยสังข์หนาม และหอยสังข์แท้หรือหอยสังข์อินเดีย หอยเต้าปูนบางชนิดก็ถือว่าเป็นหอยสังข์พวกหนึ่งเหมือนกันในแต่ละครอบครัวยังมีการแตกลูกหลานออกไปอีกหลายชนิดรูปร่างหน้าตาแตกต่างหลากหลายกันออกไป

    ตำนานสังข์

    สังข์ (หอยสังข์) นั้น ประชาชนชาวไทย ต่างก็มีความนับถือกันว่า เป็นของที่เป็นอุดมมงคลอย่างสูงยิ่ง ซึ่งมักพบเห็นได้ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ เช่น พระราชพิธีราชาภิเษก คือ ตอนที่พระมหาราชครูผู้เป็นประธานคณะพราหมณ์ได้ถวายน้ำมหาสังข์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ องค์ปัจจุบัน

    และในงานพิธีมงคลต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นในบ้านเรือนของประชาชนชาวไทยเรา เช่น งานมงคลสมรส เป็นต้น เราก็มักจะได้พบหอยสังข์ ซึ่งใช้เป็นที่รดน้ำแก่คู่บ่าวสาว เพื่อจะให้อยู่เย็นเป็นสุข หอยสังข์นั้นนอกจากจะใช้เป็นเครื่องรดน้ำ เพื่อให้มีความสุขความเจริญแล้ว ยังใช้เป่าเพื่อให้ได้ยินเสียง เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลอีกด้วย ซึ่งมักจะได้พบเห็นอยู่ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ มีงานวางศิลาฤกษ์แล้วก็จะมีการเป่าสังข์ไกวบัณเฑาะว์

    ส่วนประวัติและความเป็นมาของหอยสังข์ ซึ่งนิยมนับถือว่าเป็นอุดมมงคลอย่างสูงนั้น มีเรื่องเล่าเป็นปรัมปราต่อ ๆ กันมาว่า ภายหลังจากพระพรหมที่ได้สร้างโลก ร่วมกับพระเป็นเจ้าองค์อื่น ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับความเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้บรรทมหลับไป ในขณะที่พระพรหมบรรทมหลับอยู่นั้น พระเวทต่าง ๆ ได้หลั่งไหลออกมาจากโอษฐ์ของพระพรหมนั้น ในขณะนั้นได้มียักษ์ตนหนึ่งมีชื่อว่า หัยครีพ ได้ผ่านมาพบเห็นเข้า จึงได้ขโมยเอาพระเวทนั้นไปจนหมด เมื่อเรื่องนี้ได้ทราบถึงพระนารายณ์เข้า จึงได้ติดตามหัยครีพนั้นไป เพื่อจะนำเอาพระเวทนั้นกลับคืนมา เมื่อหัยครีพเห็นเป็นการจวนตัว จึงได้กลืนพระเวทต่าง ๆ นั้น เข้าไว้เสียในท้องของตน พระนารายณ์จึงได้ฆ่าหัยครีพนั้น แล้วผ่าท้องเอาพระเวทนั้นกลับคืนมาจนได้

    อีกเรื่องหนึ่งมีใจความเป็นตำนานมาว่า ยักษ์ตนหนึ่งมีชื่อว่า สังข์อสูร เมื่อได้พบพระพรหม ซึ่งกำลังบรรทมหลับอยู่ และได้มีพระเวทต่าง ๆ ไหลออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพรหมดังนั้น ก็ให้เกิดมีความอิจฉาขึ้นจึงได้ขโมยเอาพระเวทต่าง ๆ นั้นไปเสีย เพื่อจะไม่ให้พวกพราหมณ์ได้มีพระเวทเป็นเครื่องสวดอ้อนวอนพระพรหมและเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ได้อีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง พระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ได้ทอดพระเนตรเห็นการกระทำของยักษ์สังข์อสูรนั้นทุกประการ จึงได้ติดตามไปเพื่อจะเอาพระเวทนั้นกลับคืนมาเสีย เมื่อยักษ์สังข์อสูรนั้นเห็นพระนารายณ์ติดตามตนมาในระยะที่กระชั้นชิดเช่นนั้น ก็เห็นว่าเป็นการจวนตัว จึงได้กลืนพระเวททั้งหมดนั้นลงไปไว้ในท้องของตนเสีย แล้วก็กระโดดลงไปในน้ำมหาสมุทร ดำน้ำหายไปในทันที เมื่อพระนารายณ์ทรงทราบดังนั้น จึงได้เนรมิตร่างของพระองค์ให้เป็นปลาใหญ่เที่ยวค้นหาตัวยักษ์สังข์อสูร เพื่อจะจับตัวไว้ให้ได้ ก่อนที่ยักษ์สังข์อสูรนั้นจะทำลายพระเวทต่าง ๆ ให้หมดไปจากโลก แต่ในที่สุด พระนารายณ์ก็ทรงจับตัวยักษ์สังข์อสูรเอาไว้ได้ แล้วจึงทวงถามเอาพระเวทคืน แต่ยักษ์สังข์อสูรนั้นไม่ได้มีการเจรจาโต้ตอบแต่ประการใด ได้แต่นิ่งเฉยอยู่เท่านั้น เมื่อพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าพิจารณาดูไปก็ได้ทราบว่ายักษ์สังข์อสูรได้กลืนเอาพระเวทเข้าไว้ในท้องของตน จึงได้เอาพระหัตถ์บีบที่ปากของยักษ์สังข์อสูร จนเนื้อที่ปากนั้นปริออกมาตามระหว่างนิ้วพระองค์ แต่เมื่อทรงเห็นว่ายักษ์สังข์อสูรนั้นยังไม่ยอมคืนพระเวทอีก จึงได้ทรงเอานิ้วพระหัตถ์ล้วงเข้าไปในท้องของสังข์อสูรนั้น แล้วทรงค้นหาพระเวทซึ่งอยู่ในท้องของสังข์อสูรนั้น ในที่สุดก็ได้พบพระเวทนั้น จึงได้เอานิ้วพระหัตถ์จับพระเวทนั้น ดึงลากออกมาทางปากของยักษ์สังข์อสูร เมื่อทรงเอาพระเวทกลับคืนออกมาจากท้องของยักษ์สังข์อสูร ได้จนหมดเรียบร้อยทุกพระคัมภีร์แล้ว พระนารายณ์ผู้เป็นเจ้าจึงได้ทรงสาปยักษ์สังข์อสูรนั้นว่า ขอให้เจ้าจงมีสภาพร่างกายเป็นอย่างนี้ และจงอยู่แต่ในน้ำสืบไป อย่าได้ขึ้นมาบนบกอีกต่อไปเลยเมื่อชาวมนุษย์จะทำการมงคลใด ๆ จึงค่อยมาจับเอาตัวเอ็งไปร่วมในงานพิธีมงคลนั้น ๆ ด้วย เมื่อทรงสาปแล้ว จึงได้ทิ้งร่างของยักษ์สังข์อสูรนั้นลงไปในมหาสมุทรทันที แล้วจึงได้เอาพระเวทนั้นมาส่งคืนให้แก่พระพรหม ผู้เป็นเจ้าของเดิมทันที เมื่อยักษ์สังข์อสูรนั้นอยู่ในน้ำมหาสมุทรนั้นนาน ๆ เข้าจึงได้กลับกลายมาเป็นหอยสังข์ และมีสภาพเหมือนกับคำที่พระนารายณ์ท่านได้สาปไว้ทุกประการ และได้เที่ยวเร่ร่อนไปในทะเลลึก เมื่อถึงเวลาจะทำพิธีมงคลต่าง ๆ พวกพราหมณ์จึงได้ไปจับเอาตัวไปเข้าอยู่ในพิธีมงคลนั้น ๆ เหตุผลที่พวกพราหมณ์ผู้ทำพิธีต่าง ๆ จะนำหอยสังข์นั้นมาเข้าร่วมอยู่ในงานพิธีมงคลต่าง ๆ นั้น ก็เพราะ พราหมณ์มีความเห็นว่า

    ๑. หอยสังข์นั้นเคยเป็นที่บรรจุพระเวทต่าง ๆ ไว้ในท้องของตนจนครบทุกประการ

    ๒. ตามบริเวณร่างกายของหอยสังข์นั้น ได้มีรอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า

    ยังปรากฏอยู่ในขณะที่พระองค์ทรงบีบปากเพื่อค้นหาคัมภีร์พระเวทเมื่อครั้งแรกนั้น ที่ปากของหอยสังข์นั้นจึงเป็นรอยยาวออกมานั้น ก็เพราะพระนารายณ์ท่านลากคัมภีร์พระเวทต่าง ๆ ออกมาทางปากนั้น

    ด้วยเหตุดังที่ได้กล่าวแล้วทั้งหมดนี้เอง จึงได้นับถือว่าหอยสังข์นั้นเป็นของที่สูงและศักดิ์สิทธิ์ จึงได้นำเข้ามาร่วมในพิธีมงคลต่าง ๆ ตลอดมา



    อ่านทั้งหมด: 13527, ความเห็นทั้งหมด: 1
    ดีมาก
    แต่ข้อมูลน้อยไปนิด
    ค่ะ
    ขอบคุณมาก
    สำหรับข้อมูล 
    โดย - ดลนภา - วันที่ 27 กันยายน 2552 เวลา 12:54

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    หางาน part time หางานคีย์ข้อมูล ทำงานผ่าน word ง่ายๆ
    คลุกวงข่าว 24 ธันวาคม 2557
    เสียงประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศไทย(ดีโพลมา241257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    ศาลฎีกายืนจำคุกเสื้อแดงเผาเอ็นบีทีขอนแก่น(ดีโพลมา241257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่24ธ.ค.2557(ดีโพลมา241257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    หนังเรื่องคัมภีร์หยุดกระสุน(ดีโพลมา241257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    number_format และ money_format PHP
    แค่ไหนกัน … ความรู้ระดับดอกเตอร์ ?
    คุยโขมงบ่าย3อังคาร 23 ธ.ค.2557
    ข่าวข้นรับอรุณ 23 ธันวาคม 2557
    พระราม 9 ข่าวเช้า Tue อังคาร 23 ธันวาคม 2557
    กมธ.ยกร่าง รธน.ยันเห็นควรคงรูปแบบ(ดีโพลมา231257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    ก.ตร.เลื่อนวาระแต่งตั้งตร.ระดับสว.-รองผบก. ไป15 ม.ค.58(ดีโพลมา231257ร่วมกับสื่อสยามข่าวม
    โจวซิงฉือ หนังจีน 007(ดีโพลมา231257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    php function wordwrapตัดข้อความ
    สวนดุสิตโพล ระบุ ประชาชนพอใจผลงาน คสช.(ดีโพลมา231257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    ลักษณะของนักกีฬา
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่23ธ.ค.2557(ดีโพลมา231257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    Xavi Hernandez
    การเล่นบาส
    ชนาธิป สรงกระสินธ์
    มิวสิค
    ชาริล ชัปปุยส์
    แมวน่ารัก
    ชนาธิป สรงกระสินธ์
    Love Golden
    นักกีฬา
    Cristiano Ronaldo
    ท่องเที่ยวผาแต้ม
    ท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ล่องเรือแม่น้ำโขง, กรุงเทพ - น่าน - หลวงพระบาง - น่าน -
    ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น
    แนะนำที่ท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ
    Safety journy
    กีฬา
    Neymar11
    ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น
    ท่องเที่ยวผาแต้ม
    Ronaldinho
    มาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลง Blank Space กัน
    อาเซียน
    Ronaldo7
    รถยนต์ isuzu Dmax x series
    ชีวิตคือการเดินทาง
    แนะนำการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด
    รถยนต์ isuzu Dmax x series
    เรื่องราวทั่วๆไป
    เรื่องราวทั่วๆไป
    Arpeggio of Blue Steel: Ars Nova
    แหล่งท่องเที่ยว จ.อุบลราชธานี
    เรื่องราวทั่วๆไป

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 109.2002ms