20/3/2553 4:06:00
Art
การเลือกซื้อเสื้อผ้า สำหรับคนอ้วน
Submitted by ฟิต-OR-เฟะ on Sunday, 1 June 20083 Comments
คนอ้วนน้อยคนนักที่ไม่เคยเอ่ยปากบ่นถึงปัญหาการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะสม หรือเลือกซื้อเสื้อผ้าให้พอดีกับตัวและเป็นสไตล์ที่ตัวเองชอบ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ สาวจัมโบ้ ดีกรี “ราชินีช้าง” อย่าง ต้นส้ม-สุภาวดี จันทร์เพ็ญ วางแผนเปิดร้าน “จัมโบ้ ควีน” จำหน่ายเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วนโดยเฉพาะ ซึ่งจะเปิด ตัวกลางเดือนธันวาคมนี้
“ต้นส้มเป็นคนชอบแต่งตัวและชอปปิ้ง โดยเฉพาะ กางเกงยีนส์ ชอบใส่มาก เพราะมันคลาสสิกดี แต่ปัญหาที่หนักใจที่สุดคือ เมืองไทยไม่มียีนส์ที่เหมาะสำหรับคนอ้วน ตอนสมัยเรียนจุฬาฯ ก็หาซื้อยีนส์ที่ถูกใจมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสยามฯ มาบุญครอง ขนาดเป็นห้างใหญ่ระดับประเทศยังไม่มีเลย สุดท้ายได้พบกับยีนส์ถูกใจที่อเมริกา”
จากคนที่ต้องสวมกางเกงยีนส์ไซส์ใหญ่ของคนผอม ต้นส้มยกตัวอย่างว่า ตัวเองเอว 38”แต่ต้องเลือกซื้อกางเกงไซส์ 48” ทำให้ไม่กระชับรูปร่าง เมื่อได้ยีนส์ขาม้าที่ถูกใจจากเมืองนอก ที่สวมใส่แล้วมั่นใจ จึงทำให้อดไม่ได้ที่จะนำเสนอให้เพื่อนๆ ราชินีช้างด้วยกันสวมใส่ด้วย
“ต้นส้มเน้นจำหน่ายกางเกงยีนส์ขาม้าที่เหมาะกับคนอ้วน ตอนแรกก็ซื้อมาใส่เองพอใส่แล้วน้องๆ ต่างก็ถามว่า ซื้อจากที่ไหน หลังจากนั้น ต้นส้มก็ทำเป็นธุรกิจ สั่งกางเกงยีนส์จากอเมริกามาเป็นล็อตๆ และผลตอบรับดีมาก สั่งมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย และพอสั่งซื้อไปเยอะๆ ทางโน้นก็ผลิตไม่ทัน จนตอนนี้ก็เริ่มหาซื้อผ้ายืดสีคล้ายกันมาตัดเย็บ และออกแบบเอง โดยเน้นรูปทรงแบบเดิม”
สาวจ้ำม่ำหัวแฟชั่นคนนี้ไม่ได้ทำธุรกิจเสื้อผ้าเพื่อจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้นส้มยังนำกางเกงยีนส์ที่สั่งมาจำหน่ายเหล่านั้น มาตกแต่งด้วยเลื่อม ลูกไม้ หรือแม้แต่สายหนัง เพื่อเพิ่มความเก๋ไก๋ ให้กางเกงยีนส์ตัวโปรด
“พี่ว่าผู้หญิงอ้วน ชอบอะไรที่กุ๊กกิ๊กๆ นะ พวกเราก็ตามแฟชั่นเหมือนกัน แต่เนื่องจากไม่มีสินค้าไซส์เรา เราก็ต้องรอทีหลังเพื่อที่จะได้ไซส์ตามที่เราต้องการ”
สำหรับเทคนิคในการออกแบบเสื้อผ้าคนอ้วน ต้นส้มเผยว่า “เนื่องจากคนอ้วนชอบสีหวานๆ จึงเลือกปักเลื่อมโดยใช้สีที่มันน่ารักๆ ส่วนบริเวณที่ปักนั้น ควรเป็นบริเวณโคนขาด้านหน้า เพราะหากปักไว้ตรงกระเป๋าหลังเหมือนกางเกงคนผอมแล้ว จะทำให้เลื่อมที่ปักนั้นหลุดลอกเร็ว เพราะกางเกงต้องรับน้ำหนักของเจ้าของมากกว่าปกติ นอกจากนั้น ก็ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้บริเวณกระเป๋า ปลายขากางเกงบ้าง ใครเห็นก็ชอบ”
ต้นส้มบอกเล่าถึงสรีระของคนอ้วนที่เธอพบเจอ รวมถึงตัวเธอด้วยว่า คนอ้วนมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม
โดยกลุ่มแรก เป็นคนที่ช่วงบนเล็ก แต่ช่วงสะโพกใหญ่มาก ทำให้คนอ้วนประเภทนี้มีปัญหาในการเลือกซื้อกางเกง ถ้าไม่ลงทุนตัดเอง ก็ต้องหาซื้อกางเกงไซส์ใหญ่มากมาใส่ ทำให้ช่วงบนสวย แต่ช่วงล่างไม่ได้เรื่อง
ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นประเภทอ้วนช่วงบน (พบได้น้อยมาก) คือ สะโพกและขาไม่อ้วนมากนัก แต่ลงพุง สาวกลุ่มนี้ก็จะมีปัญหาในการเลือกซื้อเสื้อ เพราะถ้าใส่เสื้อกับกางเกงแล้วต้องให้แมทช์กันได้ และต้องไม่เผยถึงพุงอันตุ้ยนุ้ยมากเกินไป
กลุ่มสุดท้าย เป็นประเภทอวบอ้วนไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นช่วงบน ช่วงล่าง แถมท้ายมาด้วยน่องอันโตๆ สาวๆ กลุ่มนี้ควรเลือกสวมเสื้อผ้าที่ช่วยพรางหุ่น โดยเฉพาะ เดรสสีดำ หรือสีเข้มๆ และหากไม่มั่นใจจริงๆ ไม่ควรโชว์กล้ามเนื้อน่องเป็นดีที่สุด
การเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน แม้ยุคนี้จะเป็นยุค Freedom ที่ใครๆ ก็สามารถแต่งตัวแนวไหนก็ได้ ตามใจตัวเอง ถ้ามีความมั่นใจพอ แต่สำหรับคนอ้วนบางคน ก็ยังอึดอัด และไม่กล้าพอที่จะเผยสัดส่วน
ต้นส้มแนะนำว่า “คนอ้วนต้องเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เราควรโชว์ในสิ่งที่เราโชว์ได้ อย่างเช่น ช่วงคอ หรือหัวไหล่ ส่วนพุงหรือหน้าท้อง มันถูกแล้วที่เราจะปิด อย่าใส่อะไรที่มันตัวโคร่งๆ เพราะทำให้เราตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะคนอ้วนก็อินเทรนด์ได้เหมือนกันนะ”
ดังนั้นเสื้อที่เหมาะกับคนอ้วนควรเป็นผ้ายืด เพราะใส่ได้นาน และยังแอบเซ็กซี่ได้นิดๆ อาจจะเป็นแบบเกาะอก หรือคล้องคอ และสวมเสื้อนอกทับได้เลย หากใส่เป็นชุดทำงาน หรือถ้าให้เซ็กซี่จริงๆ ควรเป็นเสื้อแบบสม๊อก
ส่วนกางเกงที่เหมาะกับคนอ้วนควรเลือกกางเกงขาม้า ให้ดูรูปร่างเพรียวขึ้น อย่า!! ใส่กางเกงทรงเดฟเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ช่วงล่างที่อ้วนท้วนนั้น ดูสมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม สำหรับกระโปรงควรเลือกสวมกระโปรงทรงเอ ยาวประมาณครึ่งน่อง และใส่รองเท้าที่มีส้นสูงขึ้นเล็กน้อยให้หุ่นดีชะลูดขึ้น
ได้เคล็บลับดีๆ อย่างนี้ คนอ้วนที่ตรอมตรมอยู่ว่าจะเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหนต้อนรับเทศกาลสนุกๆ ปีนี้ ก็ไม่ควรรอช้า หันมาแต่งตัวให้สวยสมกับ “กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น” ที่รัฐบาลอยากให้คนไทยรักการแต่งตัว แต่อยากฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า การสนับสนุนเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วนด้วย ก็ยกระดับเมืองแฟชั่นได้เช่นกัน “เพราะคนอ้วนก็รักการแต่งตัวเหมือนกัน” นะจะบอกให้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมสินค้า ขายส่ง ที่ถูกออกแบบมาได้ที่ www.VayoTradeCenter.com
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
641
ครั้ง
19/3/2553 22:55:00
Photography
ระเบิดซูม เทคนิคใหม่ลองเอาไปถ่ายดู
ถนนข้าวสาร ปกติที่ไปถ่ายภาพทุกครั้ง จะได้ภาพที่แสงไม่พอ แม้จะปรับ ISO 1600 ก็ตาม ความเร็วสปีดจะอยู่ประมาณ 1/8 ไม่ก้อ 1/1
หากถ่ายสปีดต่ำบนขาตั้ง กล้อง ก็จะได้ภาพผู้คนเป็นแบบนี้
จนเราต้องหันไปหาสิ่งที่หยุดนิ่ง เพื่อถ่ายภาพให้เหมาะสม แต่รู้สึกว่า จะมีคนถ่ายไว้เยอะมาก ในลักษณะนี้ จึงทำให้เกิดการคิดที่จะสร้างงานสักชิ้น ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า ผลจะออกมาเป็นเช่นไร
มาลองตั้งค่า iso 1600 โหมด Tv ยืนพื้นที่ความเร็วสปีด 1/5 วินาที ออโต้หน้ากล้อง ทดลอง ระเบิดซูม บิดซูมเลนส์ 1 เซ็นต์ กับ 2-3 เซ็นต์ ขณะกดถ่ายภาพดู
ข้อสังเกตุคือ จุดโฟกัสตรงกลางภาพเท่านั้นจะยังคงความชัดพอจะดูออกอยู่เมื่อระเบิดซูม เพราะหากลองจุดเด่นอยู่ริมภาพ ผลจะเป็นอย่างไร ทดลองๆ
ลองเดินขยับไปทางซ้ายขณะกดชัตเตอร์และระเบิดซูมไปด้วย โดนให้จุดโฟกัสย้ายไปด้านขวา ขณะเดินต้องหันกล้องไม่ให้พลาดจากจุดโฟกัส ทดลองๆ
ขณะนี้รู้สึกว่า กล้องดิจตอลเราเปรียบเสมือนภู่กัน ที่ระบายลงไปในเฟรมภาพ เหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง การเขียนสีแบบดิจิตอล ลงกับคอมโพสที่เป็นภาพดู จากการทดลอง การบิดซูมเพียงนิดเดียวจะคงทำให้ภาพพอจะดูได้ว่าเป็นภาพอะไร
การควบคุมมือให้นิ่งขณะระเบิดซูม ด้วยสปีดต่ำ ได้ผลมากโดยกับเฉพาะเลนส์ Wide เพราะ 1. ให้ผลที่ชัดลึกตลอด 2. มุมกว้างพอที่จะคลุมถึงแสงรอบข้างเพื่อดึงเข้ามาเป็นสีสัน 3. เข้าใกล้วัตถุได้มาก เมื่อแสงน้อย ภาพจะไหวน้อยกว่าเลนส์เทเล
หากเราควบคุมสีและองค์ประกอบรอบจุโฟกัสตรงกลางให้เสมอกัน เช่นเป็นวัตถุเหมือนกัน ภาพที่พุ่งจะดูชัดเจนและเดาไม่ยาก
ให้เกิดความรู้สึกถึงพลังของภาพได้เป็นอย่างดี
หากสภาพแสงน้อยให้ประ Over ไว้สัก 1 stop
ปรับชิป ไวท์บาลานส์ ไปสุดสีน้ำเงิน บวกกับไฟสีน้ำเงินที่เปิดอยู่
ถ่ายต่อ หนุกๆ
เอาแบบไทย ๆ ดูบ้าง
ลองเดินไปหาชาวต่างชาติ แล้วบอกใขทำท่าเจ๋ง ๆดูบ้าง กะลังเมาได้ที่เลย
ลองระยะห่าง ๆ ดูบ้าง
ชอบจิมมี่เป็นการส่วนตัว พลาดไม่ได้เลยมุมนี้
ทดลองดูกับไฟ ดูบ้าง โฟกัสตรงกลางภาพ โดยให้สีอยู่รายรอบ
สร้างปริศนาให้จินตนาการ
ศิลปะข้างถนน กับการนำเสียรพระมาจำหน่าย
ลองให้เป็นภาพแอปสแตรคดูบ้าง
ขณะดึงซูมหากหลุดโฟกัส จะได้เกือบจะเป็นภาพแอปสแตรค อีกหนึ่งภาพ เพื่อให้จินตนาการ
ถนนข้าวสาร ปกติที่ไปถ่ายภาพทุกครั้ง จะได้ภาพที่แสงไม่พอ แม้จะปรับ ISO 1600 ก็ตาม ความเร็วสปีดจะอยู่ประมาณ 1/8 ไม่ก้อ 1/1
หากถ่ายสปีดต่ำบนขาตั้ง กล้อง ก็จะได้ภาพผู้คนเป็นแบบนี้
จนเราต้องหันไปหาสิ่งที่หยุดนิ่ง เพื่อถ่ายภาพให้เหมาะสม แต่รู้สึกว่า จะมีคนถ่ายไว้เยอะมาก ในลักษณะนี้ จึงทำให้เกิดการคิดที่จะสร้างงานสักชิ้น ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า ผลจะออกมาเป็นเช่นไร
มาลองตั้งค่า iso 1600 โหมด Tv ยืนพื้นที่ความเร็วสปีด 1/5 วินาที ออโต้หน้ากล้อง ทดลอง ระเบิดซูม บิดซูมเลนส์ 1 เซ็นต์ กับ 2-3 เซ็นต์ ขณะกดถ่ายภาพดู
ข้อสังเกตุคือ จุดโฟกัสตรงกลางภาพเท่านั้นจะยังคงความชัดพอจะดูออกอยู่เมื่อระเบิดซูม เพราะหากลองจุดเด่นอยู่ริมภาพ ผลจะเป็นอย่างไร ทดลองๆ
ลองเดินขยับไปทางซ้ายขณะกดชัตเตอร์และระเบิดซูมไปด้วย โดนให้จุดโฟกัสย้ายไปด้านขวา ขณะเดินต้องหันกล้องไม่ให้พลาดจากจุดโฟกัส ทดลองๆ
ขณะนี้รู้สึกว่า กล้องดิจตอลเราเปรียบเสมือนภู่กัน ที่ระบายลงไปในเฟรมภาพ เหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง การเขียนสีแบบดิจิตอล ลงกับคอมโพสที่เป็นภาพดู จากการทดลอง การบิดซูมเพียงนิดเดียวจะคงทำให้ภาพพอจะดูได้ว่าเป็นภาพอะไร
การควบคุมมือให้นิ่งขณะระเบิดซูม ด้วยสปีดต่ำ ได้ผลมากโดยกับเฉพาะเลนส์ Wide เพราะ 1. ให้ผลที่ชัดลึกตลอด 2. มุมกว้างพอที่จะคลุมถึงแสงรอบข้างเพื่อดึงเข้ามาเป็นสีสัน 3. เข้าใกล้วัตถุได้มาก เมื่อแสงน้อย ภาพจะไหวน้อยกว่าเลนส์เทเล
หากเราควบคุมสีและองค์ประกอบรอบจุโฟกัสตรงกลางให้เสมอกัน เช่นเป็นวัตถุเหมือนกัน ภาพที่พุ่งจะดูชัดเจนและเดาไม่ยาก
ให้เกิดความรู้สึกถึงพลังของภาพได้เป็นอย่างดี
หากสภาพแสงน้อยให้ประ Over ไว้สัก 1 stop
ปรับชิป ไวท์บาลานส์ ไปสุดสีน้ำเงิน บวกกับไฟสีน้ำเงินที่เปิดอยู่
ถ่ายต่อ หนุกๆ
เอาแบบไทย ๆ ดูบ้าง
ลองเดินไปหาชาวต่างชาติ แล้วบอกใขทำท่าเจ๋ง ๆดูบ้าง กะลังเมาได้ที่เลย
ลองระยะห่าง ๆ ดูบ้าง
ชอบจิมมี่เป็นการส่วนตัว พลาดไม่ได้เลยมุมนี้
ทดลองดูกับไฟ ดูบ้าง โฟกัสตรงกลางภาพ โดยให้สีอยู่รายรอบ
สร้างปริศนาให้จินตนาการ
ศิลปะข้างถนน กับการนำเสียรพระมาจำหน่าย
ลองให้เป็นภาพแอปสแตรคดูบ้าง
ขณะดึงซูมหากหลุดโฟกัส จะได้เกือบจะเป็นภาพแอปสแตรค อีกหนึ่งภาพ เพื่อให้จินตนาการ
สนใจซื้อกล้อง ขายส่ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vayotradecenter.com
| ความเห็นทั้งหมด:
1
| อ่าน:
513
ครั้ง
16/3/2553 23:18:00
Life
ความกตัญญู
ความกตัญญู
พระพุทธศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี คนดีย่อมเป็นที่ปราถนาที่ต้องการ ในที่ทุกหนทุกแห่งในทุกกิจการ และใน
ทุกยุคทุกสมัย คนดีทำให้ครอบครัวเจริญ โรงเรียนเจริญ ชุมชนเจริญ สังคมและประเทศชาติเจริญ คนดีอยู่ใน
ครอบครัวใด โรงเรียนใดและสังคมใด ครอบครัว โรงเรียน และสังคมนั้นๆ ย่อมมีความสุข ความกตัญญู คือ คุณสมบัติและสัญลักษณ์ของคนดี กตัญญูกับกตเวทีรวมเป็นกตัญญูกตเวที เป็นคุณธรรมคู่กันเสมอ เป็นหลักถือปฏิบัติใน
การดำเนินชีวิตของสัตบุรุษ คือ คนดี หรือคนในอุดมคตินั่นเอง ในสังคมชาวพุทธ คนมีกตัญญูกตเวทีย่อมเป็น
ผู้ควรค่าแก่ความรัก เกียรติ ศักดิ์ศรี และการยกย่องสรรเสริญจากผู้อื่น เพราะได้ปฏิบัติธรรมอันถือเป็นมงคลยิ่ง
ข้อหนึ่ง คือ ความกตัญญู บุคคลย่อมมีชีวิตประสบแต่ความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง
ความคิดและความเชื่อตามวัฒนธรรมไทยนั้น สรรเสริญผู้ มีความกตัญญูและตำหนิผู้ที่ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่นเป็นอย่างมาก คนไทยมีความเชื่อว่าผู้ที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ จะมีความเจริญรุ่งเรืองประสบความสำเร็จในชีวิต ส่วนผู้ที่เนรคุณนั้นจะประสบความวิบัติเป็นที่รังเกียจในสังคม ได้มีการเปรียบเทียบว่า คนที่เนรคุณนั้น
เป็นคนไร้ค่ามีจิตใจกระด้างดังเนื้อหิน เขาจะกรุณาคนอื่นได้อย่างไรในเมื่อคนที่มีบุญคุณต่อเขา ยังทำให้เขา
สำนึกไม่ได้
กตัญญู เป็นธรรมอันเป็นมงคลที่ 25 ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้โดยเน้นให้นำไปพัฒนาคุณสมบัติของคนดีแปลตาม
ตัวหนังสือคือผู้รู้ว่า คนอื่นทำความความดีอะไรไว้แก่ตนบ้าง เอาความหมายสั้นๆ ว่าา "ผู้รู้คุณคน" การรู้บุญคุณคน
หรือรู้อุปการคุณที่ผู้อื่นทำให้ตนเองนับถือเป็นหลักแห่งความยุติธรรมและ ความเป็นธรรมอย่างหนึ่งในสังคมมนุษย์ เพราะเป็นการสอดคล้องกับหลักคำสอนว่า การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ มีคนทำดีให้
กับเราแล้ว และเราได้รับผลประโยชน์จากการทำดีของเขา เป็นต้นว่า ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และความสุข แต่เรารับรู้แต่ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่ตน ไม่รับรู้คุณความดีของเขา ย่อมถือได้ว่าไม่ยุติธรรมต่อกัน
คลิก ขายส่ง ดูของถวายสังฆทาน ราคาถูก
| ความเห็นทั้งหมด:
1
| อ่าน:
307
ครั้ง