เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 6540 คน
TALADSOD
หลายสิ่งหลายอย่างหาได้ทุกวัน
 
ปฎิทิน
 
 

<กุมภาพันธ์ 2555>
 
6303112345
76789101112
813141516171819
920212223242526
102728291234
11567891011
 
     
 
สถิติบลอกนี้
 
 
  • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 650
  • เฉพาะวันนี้ 1
  • ความคิดเห็น 1
  • จำนวนเรื่อง 6
ให้คะแนนบลอกนี้
แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
 
     
Last edit on 17/8/2552 21:19:00

 

ครอบครัวกับการป้องกันปัญหาการติดสารเสพติด

 
ปัจจัยที่ส่งเสริมให้มีการใช้ยาเสพติดได้แก่
- บุคลิกภาพของผู้ติดยาเสพติดที่อ่อนแอ ต้องการพึ่งพิงผู้อื่น ขาดความรับผิดชอบ พยายามเลี่ยงปัญหา ปรับตัวยาก ชอบพึ่งพาคนอื่น เก็บกดอารมณ์ คับแค้นใจ หรือบางคนอาจมีอาการซึมเศร้า
# การเลียนแบบ มีค่านิยมยอมตาม และถูกชักจูงในขณะที่จิตใจว้าวุ่นสับสน
# ความยากง่ายของการหายาเสพติด
# ความต้องการฤทธิ์อันพึงประสงค์ของยาเสพติดผู้ที่ต้องการหาความสุขจากยาเสพติดอาศัยฤทธิ์ของยาเสพติดโดย ยาเสพติดบางอย่างทำให้เกิดอารมณ์ครื้นเครง [ euphoria] เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติดร้ายแรงทำให้รู้สึกเป็นสุข เคลิบเคลิ้ม[high] มากกว่าปกติ หรือที่เรียกว่าพี้ เช่น เฮโรอีน
ในส่วนของครอบครัวมักจะเป็นเป้าหมายที่ถูกกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุสำคัญของการติดสารเสพติด โดยกล่าวกันว่าครอบครัวไม่อบอุ่นเป็นสาเหตุให้เกิดการติดสารเสพติด นอกจากการเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีในเรื่องการใช้สารเสพติดเช่น มีสมาชิกในครอบครัวสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ให้เป็นแบบอย่างแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้คนในครอบครัวหันไปหายาเสพติดได้แก่ สภาพบรรยากาศในครอบครัวกล่าวคือ ครอบครัวไม่มีความสุข ไม่รักกัน ไม่ใส่ใจไม่เอื้ออาทร ไม่พยายามทำความเข้าใจกัน คอยจับผิด ไม่ให้เกียรติ ดูถูกดูแคลน ต้องเก็บกดอารมณ์โกรธ ลักษณะการพูดจากันเป็นการพูดตำหนิดุว่าตลอดเวลา ไม่มีการชมหรือให้กำลังใจกัน ประชดประชันยุยงว่าถ้าทำดีไม่ได้ก็ให้ทำเลวไปเสียเลย ในเด็กที่ติดยาเสพติดเด็กอาจใช้วิธีการทำผิดให้พ่อแม่สนใจ เช่น เกโรงเรียน กลับบ้านไม่ตรงเวลา เมื่ออยู่ในครอบครัวไม่มีความสุข หลายคนก็หันไปหาความสุขในทางที่ผิดคือการใช้ยาเสพติด
   ดังนั้น การเสริมสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการป้องกันปัญหาการติดสารเสพย์ติดสำหรับบุคคลทุกเพศวัย

การเสริมสร้างความสุขในครอบครัว

   ครอบครัวที่มีความสุขคือ ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันโดยมีความรักความอบอุ่น เอื้ออาทรมีความห่วงใยใกล้ชิดให้แก่กัน มีการสื่อสารและการแก้ปัญหาที่ดี สมาชิกครอบครัวทุกคนรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และพึงพอใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวเดียวกัน การได้อยู่ในครอบครัวที่มีความสุขถือเป็นโอสถขนานเอก ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตมั่นคงเข้มแข็ง ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตส่วนใหญ่ล้วนมีครอบครัวที่มีความสุขสนับสนุนให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง การสำรวจวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า วัยรุ่นจะพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุดเมื่อเขาได้อยู่ในบรรยากาศของครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวเป็นที่พึ่งและคอยปกป้องต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมเสี่ยง ครอบครัวจะมีความสุขหรือไม่ อาจจะประเมินง่ายๆ ได้จากความรู้สึกของสมาชิกครอบครัว เช่น ลองถามตัวเองดูว่า
# เมื่อจากบ้านไปช่วงเวลาหนึ่งคิดถึงและอยากกลับบ้านหรือไม่
# ครอบครัวของเราถึงอยู่ห่างกันก็ยังติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความราบรื่นหรือเปล่า
# ครอบครัวของเราช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งมีปัญหาหรือเปล่า
# ถึงเวลาของครอบครัว เช่น วันเกิดของคนใดคนหนึ่ง สมาชิกครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้ากันไหม

    คำตอบที่ได้จะสะท้อนให้เห็นถึงความใกล้ชิดผูกพันภายในครอบครัวที่มีต่อกัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสุขในครอบครัว
   การที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ต้องลงแรงลงทุนมากมายเพียงแต่อาศัยความร่วมมือของทุกคนทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ครอบครัวก็จะมีความสุขมากขึ้น หลักการและวิธีการสำคัญที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุขคือ

1. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ความรับผิดชอบเป็นต้นทุนสำคัญของครอบครัวที่มีความสุข เพราะสถาบันครอบครัวก่อร่างขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งพิงซึ่งกันและกัน เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ปู่ย่าตายายเป็นที่พึ่งทางใจของลูกหลาน เป็นต้น การที่สมาชิกครอบครัวรับผิดชอบหน้าที่ เช่น ก่อร่างสร้างฐานะครอบครัว ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ซึ่งกันและกัน เป็นที่ปรึกษาเมื่อมีปัญหา ทำให้ครอบครัวเกิดการพึ่งพากันได้ การดำเนินชีวิตร่วมกันก็เป็นไปด้วยความราบรื่นสงบสุข หากสืบประวัติผู้ที่ติดยาเสพติดจะพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวที่ไม่มีหลัก ไม่มีที่พึ่ง เคว้งคว้าง เด็กบางคนไม่มีใครรับผิดชอบดูแลชีวิตความเป็นอยู่และอบรมสั่งสอน กลายเป็นเหยื่อของยาเสพติดในที่สุด

2. การให้ความสำคัญกับครอบครัว โดยให้คุณค่ากับสมาชิกครอบครัวและให้เวลากับครอบครัว
2.1 การให้คุณค่ากับสมาชิกครอบครัว สมาชิกครอบครัวทุกคนจะมีความสุขถ้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของความรักความผูกพันในครอบครัว เป็นคนที่มีความสำคัญของครอบครัว เช่น พ่อรู้สึกว่าถ้าครอบครัวไม่มีลูกคงขาดกำลังใจที่ดีในการทำงาน ลูกรู้สึกว่าพ่อเป็นหลักของครอบครัว และคอยปกป้องคุ้มครอง พ่อทำให้ครอบครัวอบอุ่นและมั่นคง ทุกคนในครอบครัวรู้สึกว่าแม่ไม่อยู่บ้านแล้วครอบครัวไม่อบอุ่น เป็นต้น ครอบครัวที่มีประสบการณ์ร่วมผ่านทุกข์สุขมาด้วยกันจะตระหนักถึงคุณค่าของสมาชิกครอบครัวแต่ละคนและความสุขที่ได้อยู่ร่วมกันเป็นอย่างดี
มีหลายครอบครัวที่ให้คุณค่าของสมาชิกครอบครัวในทางที่ไม่เหมาะสมทำให้ครอบครัวไม่มีความสุข เช่น การเห็นคุณค่าของลูกจากความสำเร็จทางการเรียน ถ้าลูกสอบได้ที่ 1 แม่จะรู้สึกว่าลูกเก่ง ถ้าลูกทำไม่ได้ดังหวัง ลูกก็หมดคุณค่าไป หรือคุณค่าของสามีอยู่ที่ยศตำแหน่ง เป็นต้น การให้คุณค่าเช่นนี้ทำให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับของครอบครัว ชีวิตไม่มีความสุข
ในสังคมไทยปัจจุบันแต่ละครอบครัวจะมีลูกน้อย บางครอบครัวถือว่าลูกเป็นหัวแก้วหัวแหวน ให้คุณค่าและปฏิบัติต่อลูกเป็นพิเศษ เด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญได้รับการทนุถนอม ปกป้องตามใจทำให้เด็กร้องขอการพึ่งพาจากคนอื่นเสมอ ไม่อดทน ไม่ยอมรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง กลายเป็นคนอ่อนแอ ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้จิตใจสับสนขาดที่พึ่งก็อาจจะไปพึ่งยาเสพติดได้
2.2 การให้เวลากับครอบครัว เวลาเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกัน ดังนั้นสมาชิกครอบครัวต้องเสียสละ ยืดหยุ่น ถ้าทำเสมือนว่าครอบครัวไม่มีความสำคัญ ความสุขในครอบครัวคงเกิดขึ้นได้ยาก เช่น สามีทำงานหามรุ่งหามค่ำ ภรรยาทำงานไม่มีวันหยุดหรือทำแต่กิจกรรมส่วนตัวที่ชอบ ครอบครัวคงต้องต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยมีโอกาสที่จะพบพูดคุยกัน ศ.จ.นพ.ประเวศ วะสี กล่าวไว้ความว่า เวลาทำงานอย่าทำจนหมดแรง ให้เหลือแรงเอาไว้สำหรับครอบครัวบ้าง บางคนให้เวลากับครอบครัวแต่เป็นไปในลักษณะที่ไม่พร้อม เอาความเหนื่อย หงุดหงิด เครียดมาให้สมาชิกครอบครัวด้วย ก็จะทำให้บรรยากาศ ในครอบครัวไม่เป็นสุข บางครั้งการให้เวลากับครอบครัวต้องอาศัยการจัดระเบียบครอบครัวให้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนได้แก่ จัดเวลาในครอบครัวให้สอดคล้องกัน บางครอบครัวภาระหน้าที่การงานทำให้หาเวลาตรงกันยาก ทำให้เกิดบรรยากาศต่างคนต่างอยู่ ครอบครัวจะมีความสุขมากขึ้นถ้าหาเวลาตรงกัน ที่ทุกคนสามารถมาร่วมกิจกรรมกันได้ เช่น บางคนไม่ว่างวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็อาจจะเป็นเวลานัดของครอบครัวที่จะมาพบปะกัน
ยืนหยัดการมีส่วนร่วมของครอบครัว ยึดกิจกรรมที่ประหยัด ง่าย ทุกฝ่ายพึงพอใจหรือสนุกสนานที่จะทำร่วมกัน เช่น ถ้ากำหนดว่าเย็นลงต้องรับประทานอาหารร่วมกัน หรือเสาร์-อาทิตย์ออกกำลังกายด้วยกัน ก็ต้องยืนหยัดและร่วมมือปฏิบัติ เรื่องของความสนุกสนานก็เป็นสิ่งสำคัญ กิจกรรมที่สนุกสนานสร้างความครื้นเครงในครอบครัวจะดึงดูดใจสมาชิกครอบครัวและทำให้ทุกคนมีความสุขในการอยู่ร่วมกันมากกว่ากิจกรรมที่จริงจัง เป็นการเป็นงาน ครอบครัวไทยในปัจจุบันถือความเป็นส่วนตัว ความสะดวกและตามใจตนเองเป็นหลัก หลายครอบครัวต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างรับประทานอาหารในเวลาที่ต่างกัน บ้านเป็นเพียงที่พักหลับนอนเท่านั้น ทำให้ห่างเหินแทบจะไม่ได้พุดคุยกัน เมื่อหัวหน้าครอบครัวหรือผู้ใหญ่กลับบ้าน สมาชิกก็ควรมาพูดคุยถามทุกข์สุขกัน และเมื่อใครจะออกจากบ้านไปไหนก็ควรบอกให้ครอบครัวได้รู้ ปัจจุบันมีหลายครอบครัว สมาชิกครอบครัวทุกคนมีกุญแจบ้านเป็นของตนเอง จะเข้าออกจากบ้านไม่มีใครรู้ บางครั้งไม่รู้กระทั่งว่าอยู่บ้านหรือเปล่า
ทุกคนในครอบครัวควรจัดเวลาไปร่วมงานซึ่งเป็นกิจกรรมสังคมของญาติพี่น้องร่วมกัน เช่น การแต่งงาน งานเลี้ยงต่างๆ ปัจจุบันการร่วมงานของญาติพี่น้องมักจะมีแต่ผู้แทนของครอบครัวที่ไปร่วมงาน
   การจัดระเบียบของครอบครัวนี้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความใกล้ชิดผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้น และเป็นวิธีการสำคัญในการป้องกันปัญหาการติดยาเสพติดสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกเพศวัย
3.การสื่อสาร การสื่อสารที่จะทำให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัวมีความสุขคือการสื่อสารที่ให้ความสำคัญแก่สมาชิกครอบครัว สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีอิสระในการแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา กลไกสำคัญในการสื่อสารในครอบครัวคือ
3.1 การสื่อสารพูดจากันในชีวิตประจำวัน ในการสื่อสารพูดจาในชีวิตประจำวัน เรามักจะปฏิบัติและพูดจาอย่างดีกับคนนอกครอบครัว แต่คนในครอบครัวกลับละเลย ไม่ได้ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะคำกล่าวทักทายในแต่ละวันรวมทั้งคำขอบคุณ ขอโทษ มีการทดลองในเรื่องการสร้างสัมพันธภาพที่ดีพบว่า การทักทายด้วยความใส่ใจ สนใจ ใช้ถ้อยคำที่นุ่มนวล สื่อด้วยสายตาและท่าทีที่ใกล้ชิด จะสร้างความประทับใจและก่อให้เกิดความรักผูกพันมากกว่าการทักทายเพียงคำพูด 2-3 คำ
3.2 การฟังสังคมทุกวันนี้มีแต่คนอยากจะพูดความรู้สึก ความคิด ความสำเร็จของตนเอง แต่ขาดคนรับฟัง ดังนั้นครอบครัวจะเป็นสถานที่แห่งความสุขถ้าสมาชิกครอบครัวกลับบ้านแล้วมีใครคนหนึ่งที่รับฟังด้วยความจริง ใจ ตั้งใจ ให้ความสนใจ ห่วงใยซักถามถึงความต้องการความรู้สึกที่แท้จริง ทั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องชีวิตประจำวันทั่วไป หรือบางครั้งอาจจะเป็นปัญหาหรือความทุกข์ความเครียด การมีคนรับฟังและพูดปลอบใจ ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ถึงแม้ปัญหานั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขในเวลานั้นก็ตาม
3.3 การยิ้ม การยิ้มเป็นการสานสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดี ทุกวันนี้คนในครอบครัวมักจะลืมที่จะยิ้มให้แก่กันทั้งๆ ที่การยิ้มเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ การยิ้มเป็นภาษาท่าทางที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง ยิ้มแห่งความสุข สารเอนโดฟินจะหลั่งทำให้เซลล์มีชีวิตชีวา สุขภาพดี การยิ้มจากใจด้วยความรักความปราถนาดีจะถ่ายทอดความรู้สึกทำให้อีกฝ่ายพลอยรู้สึกมีความสุขไปด้วย เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีของการอยู่ร่วมกัน การยิ้มสื่ออารมณ์ภายในใจเสมอ สมาชิกครอบครัวอาจจะสังเกตความสุขหรือทุกข์ของกันและกันได้จากรอยยิ้ม การยิ้มจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรจะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในครอบครัว
3.4 การมีอารมณ์ขัน ครอบครัวจะมีความสุขยิ่งขึ้นถ้าสมาชิกสามารถสร้างอารมณ์ขันได้จากการอยู่ร่วมกัน เช่น มองเรื่องที่ผิดพลาดเล็กน้อยเป็นเรื่องตลก พูดจาขบขันหยอกล้อกัน เป็นต้น
3.5 การมีเวลานอก ในการอยู่ร่วมกันสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้นคือความขัดแย้งกัน เมื่อเกิดความขัดแย้งในครอบครัว สมาชิกครอบครัวมักจะควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ แสดงออกด้วยคำพูดที่รุนแรงและท่าทางไม่พอใจ ทำให้หาทางออกที่เหมาะสมไม่ได้หรือเรื่องราวบานปลาย การขอเวลานอก ระงับการพูดจาที่ใช้อารมณ์กันซักพัก แยกกันไปสงบอารมณ์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
3.6 การพูดเชิงลบ โดยเฉพาะการพูดประชดประชัน กล่าวหา คำพูดเหล่านี้สร้างความขัดแย้งที่ขาดเหตุผล ส่งผลให้หาทางออกที่ทำลายความสุขของครอบครัว ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงวิธีการพูดจาเช่นนี้ แต่ควรพยายามสื่อสารเรื่องที่ไม่พอใจอย่างตรงไปตรงมา เช่น แทนการพูดว่าถ้ากลับบ้านช้าก็อย่ากลับมาเลยจะดีกว่า ควรพูดว่า กลับบ้านช้าทำให้เป็นห่วง คราวต่อไปถ้าจะกลับบ้านช้าช่วยโทรมาบอกก่อนได้ไหม เป็นต้น
4. การสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมที่เหมาะสมในครอบครัว นอกจากครอบครัวจะเป็นที่พึ่งของสมาชิกครอบครัวทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ครอบครัวยังเป็นสถาบันสำคัญในการสร้างและถ่ายทอดค่านิยมและวัฒนธรรมที่สำคัญในการส่งเสริมความสุขและการป้องกันปัญหาการติดยาเสพติดให้แก่เด็กและเยาวชนอีกด้วย ค่านิยมและวัฒนธรรมดังกล่าวเช่น
- การให้คุณค่าของจิตใจมากกว่าวัตถุสิ่งของ
- การเคารพผู้ที่มีอาวุโสกว่า การเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก
- การปฏิเสธการใช้สารเสพติด เช่น การดื่มเหล้า
- การแก้ปัญหาด้วยเหตุผล

    สังคมไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวค่อนข้างมาก แต่ในทางปฏิบัติคนทั่วไปมักจะเห็นความสำคัญของครอบครัวก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ซึ่งเมื่อถึงขณะนั้นครอบครัวก็อ่อนแอเกินกว่าจะเป็นที่พึ่งหรือปกป้องดูแลคนในครอบครัว เราต้องไม่ลืมว่าครอบครัวที่อบอุ่น เข้มแข็งและมีความสุขเท่านั้นที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกครอบครัวทุกคนที่ต้องสร้างคุณสมบัติที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในครอบครัว 

ที่มา...(สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข)



แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 1330 ครั้ง

Last edit on 17/8/2552 6:30:00

การดูแลสุขภาพตัวเองตามกรุ๊ปเลือด 

- คนที่มีกรุ๊ปเลือด A
     จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดเนื่องจากร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียดมาก ดังนั้นควรจะออกกำลังกายด้วยการจดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาทิ โยคะ ไทชิ หรือนั่งสมาธิ เพื่อลดความเครียด หากออกกำลังกายก็อย่าหักโหม
    
จึงไม่ควรบริโภคเนื้อสัตว์มากเกินไป เพราะผู้ที่มีหมู่เลือดนี้จะไม่ค่อยมีเอนไซม์และกรดที่ย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ควรงดการดื่มนมสดและผลิตภัณฑ์จากนม เพราะจะทำให้เกิดท้องอืด ท้องเฟ้อ ทางที่ดีควรรับประทานผัก อย่างฟักทอง แครอท ผักโขม บล็อกโคลี่ และพืชตระกูลถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลือง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูงและช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และควรดื่มชาเขียวเป็นประจำ(ควรจะเป็นแบบไม่แช่เย็น)เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ควรจำกัดน้ำตาล กาเฟอีน และแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปเพิ่มความเครียด และทำให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำงานช้าลง

- คนที่มีกรุ๊ปเลือด B

    
เมื่อร่างกายไม่สมดุลระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้นทำให้มีโอกาสที่จะติดเชื้อ เกิดอาการเหนื่อยล้า จิตใจมัวหมอง ควรสร้างความสมดุลด้วยการออกกำลังกายในรูปแบบที่ท้าทายแต่ต้องใช้สมาธิควบคู่ไปด้วย อาทิ เทนนิส ศิลปะการต่อสู้ ปั่นจักรยาน เดินทางไกล กอล์ฟ หรือไทชิ เป็นการลดความเครียด ลดความดัน ทำให้ผ่อนคลาย สร้างสมดุลให้กับร่างกาย
    
คนเลือดกรุ๊ปนี้เหมาะกับการดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม และเนื้อสัตว์ แม้คนหมู่เลือดนี้จะสามารถเผาผลาญโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดีก็ตามแต่ก็ไม่ควรกินเนื้อสัตว์ที่ติดมัน ไม่ควรกินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป และหลีกเลี่ยงเนื้อไก่

-
คนที่มีกรุ๊ปเลือด AB
     เป็นกลุ่มคนที่รักความเคลื่อนไหว ดังนั้นควรออกกำลังกายในรูปแบบที่ใช้แรงมากและต้องสร้างสมาธิได้ด้วย อย่างเช่นโยคะ หรือแอโรบิค คนเลือดกรุ๊ปนี้มีกรดไฮโดรคลอริกน้อยทำให้ย่อยอาหารได้ยาก จึงต้องจำกัดปริมาณเนื้อสัตว์ไม่ควรรับประทานเนื้อไก่ ควรหันมาบริโภคถั่วเหลือง ปลา ไข่ไก่ และผักแทนไม่ควรดื่มกาเฟอีนและแอลกอฮอล์มากเกินไปและไม่ควรอดอาหารเพราะจะทำให้เกิดความเครียด

- คนที่มีเลือดกรุ๊ป O

    
ควรจะออกกำลังกายโดยสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเต้นแอโรบิค วิ่ง หรือปั่นจักรยานจะช่วยปรับสภาวะสมดุลของอารมณ์ได้ คนเลือดกรุ๊ปนี้โปรตีนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรจำกัดการบริโภคถั่วและหมู ส่วนนมและผลิตภัณฑ์จากนมให้บริโภคแต่น้อยเพราะร่างกายย่อยได้ยาก ควรจะหันมารับประทานผักผลไม้ให้มาก

    
แต่ไม่ว่าจะกรุ๊ปเลือดไหนๆ ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง


แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 612 ครั้ง

Last edit on 10/8/2552 9:14:00

 

วิธีการทำเจลล้างมือไว้ใช้เองแบบง่ายๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากไข้หวัด 2009

คำเตือน เด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ควรมีผู้ใหญ่แนะนำ


เตรียมอุปกรณ์และสารเคมีดังนี้

- ถังหรือหม้อสแตนเลส หรือจะเป็นถังพลาสติกก็ได้ ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร
- ไม้พาย
- ถ้วยตวงขนาดบรรจุ 1 ลิตร (1,000 มิลลิลิตร)
- เอธิลแอลกอฮอล์ ปริมาณ 740 มล.
- กลีเซอรีน 10 มล.
- น้ำ 245 มล.
- น้ำหอม 5 มล.

วิธีการผสมและเตรียมสารละลายน้ำหอม
1. ตวงเอธิลแอลกอฮอล์ ปริมาณ 40 มล. โดยใช้ถ้วยตวงที่เตรียมไว้

2. เติมน้ำหอม ปริมาณ 5 มล. ลงไป
3. เติมกลีเซอรีน ปริมาณ 10 มล. ลงไป
4. กวนด้วยพายจนสารผสมเข้ากันดี ได้สารละลายใส

การผสมผลิตภัณฑ์
นำเอธิลแอลกอฮอล์ที่เหลือ ปริมาณ 700 มล. ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ (ถังหรือหม้อ) ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร เติมสารละลายน้ำหอมที่เตรียมไว้ลงไป กวนด้วยพายจนสารผสมเข้ากันดี จากนั้นเติมน้ำ ปริมาณ 245 มล. ลงไปแล้วก็กวนด้วยพายอีกครั้งจนสารผสมเข้ากันได้ดี วิธีการง่ายๆแค่นี้ ก็จะได้เจลล้างมือไปใช้เอง แล้วก็ราคาประหยัดอีกด้วย

(ที่มา : กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสารธารณสุข)





แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 1 | อ่าน: 523 ครั้ง

เลือกดูบลอก Search:

คอนโด คอนโดให้เช่า ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว
ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.5ms