เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2301 คน
ชาญชัย
บล็อกสำหรับแชร์ความรู้
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ดัชนีมวลกาย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภูมิศาสตร์ประเทศไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กลอน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดาบสองมือ (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • งานส่งอาจารย์ เชษฐา อาษาราช (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เว็บลิ้งเกี่ยวกับโปรแกรมภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความรู้เกี่ยวกับภาษา c (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การใช้โปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้คอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผังงาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเขียนโปรแกรมภาษาปาสคาล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เว็บไซต์เกี่ยวกับการงานอาชีพและเทคโนโลยี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรแกรมสูตรคูณอย่างง่าย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เว็บลิงค์โปรแกรมภาษาซี 2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เว็บลิงค์โปรแกรมภาษาซี3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เริ่มต้นการใช้โปรแกรมภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิชาพลานามัย กระบี่ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กรมพลศึกษา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิทยาศาสตร์การกีฬา 1.1 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิทยาศาสตร์การกีฬา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กันยายน 2557>
     
    3525262728293031
    361234567
    37891011121314
    3815161718192021
    3922232425262728
    40293012345
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 38902
    • เฉพาะวันนี้ 18
    • ความคิดเห็น 1
    • จำนวนเรื่อง 42
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ดาบสองมือ
    1 กรกฎาคม 2554 - 10:22:00

     

    ประวัติความเป็นมาของวิชาดาบสองมือ

                    มนุษย์รู้จักใช้อาวุธมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์  เพราะเหตุว่าอาวุธเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอาหารและสำหรับป้องกันตัว  จากหลักฐานทางโบราณคดี สมัยก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย  ปรากฏว่า  ได้มีการเริ่มใช้อาวุธมานานกว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว  อาวุธในสมัยนั้นทำจากหินและกระดูกสัตว์  ต่อมาได้มีวิวัฒนาการขึ้น  สามารถถลุงโลหะจากแร่ธาตุต่างๆ  เช่น  ทองแดง  ดีบุก  ตะกั่ว  เหล็ก  เพื่อนำมาประดิษฐ์เป็นอาวุธ  (นาค  เทพหัสดิน    อยุธยา  ๒๕๑๓ : ๑) และดัดแปลงให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้ป้องกันตัวและเพื่อประหัตประหารในการทำสงคราม

                    ดาบสองมือ  เป็นกีฬาประเภทการต่อสู้ป้องกันตัวดั้งเดิมของไทยชนิดหนึ่ง  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นกระบี่กระบอง  ได้ดัดแปลงมาจากลักษณะและรูปแบบการรบในสมัยโบราณ  การรบในสมัยโบราณเป็นการรบที่ใกล้ตัวในระยะประชั้นชิด  อาวุธที่ใช้นอกจากดาบแล้วยังมี  กระบี่  โล่  ดั้ง  ง้าว  ทวน  พลอง  เป็นต้น  กีฬาการเล่นดาบสองมือเป็นการรบจำลองนั่นเอง  เป็นการเอาหวายมาทำเป็นดาบแล้วจัดมาตีกันเล่นหรือแข่งขันกันเป็นคู่ๆ  ดุจจะสู้กันในสนามรบกันตัวต่อตัว  (นาค  เทพหัสดิน    อยุธยา  ๒๕๑๓ : ๖)

                    ในสมัยก่อนที่จะตั้งกรุงสุโขทัยเป็นเมืองหลวง  ได้มีการพบซากและร่องรอยของเมืองโบราณอยู่ทั่วไปในแผ่นดินไทย  เช่น  ภาคกลางปรากฏมีร่องรอยของวัฒนธรรมแบบทวาราวดี  ภาคใต้มีปรากฏร่องรอยวัฒนธรรมแบบศรีวิชัย  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนล่างก็มีร่องรอยของวัฒนธรรมแบบลพบุรี  ซึ่งแต่ละภาคมีวัฒนธรรมโบราณหลงเหลืออยู่เหล่านี้  ล้วนมีหลักฐานที่แสดงถึงรูปแบบอาวุธที่ใช้ในการรบอยู่  ทั้งจากปูนปั้นเล่าเรื่องประดับรอบฐานเจดีย์  ภาพสลักตามระเบียง  ทับหลังของปราสาทหิน  ตลอดจนประติมากรรมลอยตัวอื่นๆ  ซึ่งอาวุธที่มีมากได้แก่  ดาบ  ธนู  หน้าไม้  หอก  ง้าว  เป็นต้น  ( ณัฐภัทร  จันทวิช  ๒๕๒๕ : ๔๐๑ )

                    สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี  ประเทศไทยยังมีการทำสงครามอยู่เป็นประจำ  จึงมีการรบรวบรวมไพร่พลฝึกหัดการต่อสู้ด้วยการใช้อาวุธ  และการใช้อวัยวะในร่างกายในการทำร้ายคู่ต่อสู้หรือที่เรียกว่า  การต่อสู้ด้วยมือเปล่า  ( ประกอบ  โชประการ ๒๕๐๘ : ๖๐ )  เด็กชายไทยทุกคนไม่ว่าเป็นลูกของสามัญชนหรือลูกกษัตริย์จะต้องได้รับการฝึกฝนการใช้อาวุธพร้อมๆ ไปกับการเรียนหนังสือและการฝึกวิชาชีพต่างๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเตรียมพร้อมในการทำสงครามกับชาติที่มารุกราน  สถานที่ที่ใช้สำหรับฝึกหัดได้แก่  สำนักต่างๆและวัดวาอาราม  ผู้สอนคือพระภิกษุและชาวบ้านที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกระบี่กระบอง  การเรียนสมัยก่อนมุ่งภาคปฏิบัติมากกว่าภาคทฤษฎี  การจดเป็นลายลักษณ์อักษรไม่มี  สมัยต่อมามีการดัดแปลงแก้ไขให้เรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  พยายามอบรมสั่งสอนเป็นขั้นตอน  มีระเบียบแบบแผนและพยายามค้นคว้าและเขียนเป็นตำราขึ้น  โดยการสันนิษฐานจากประสบการณ์  การไต่ถามผู้รู้แล้วตั้งเป็นทฤษฎีเป็นหลักเกณฑ์ขึ้น  ( สมบัติ  จำปาเงิน  ๒๕๒๕ : ๒ )

                    สมัยอยุธยาเป็นราชธานี  ยังมีการทำสงครามกับข้าศึก  ดังนั้นชาวไทยทุกคนยังต้องฝึกการใช้อาวุธ  ควบคู่กับการเรียนหนังสือและวิชาชีพต่างๆ  อาวุธที่ใช้ได้มีการคิดค้นประดิษฐ์ให้มีรูปร่างเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในการใช้งานมากขึ้น  กล่าวคือมีทั้งความงามและความน่ากลัวไปพร้อมกัน

                    ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ความจำเป็นของการฝึกดาบสองมือไว้ใช้ในช่วงสงครามยังมีอยู่  ส่วนการเล่นเพื่อความสนุกสนานยังคงมีอยู่บ้าง  เป็นการเล่นเพื่อสมโภชงานต่างๆ  ดังที่  จรวยพร  ธรณินทร์  ได้กล่าวว่า “ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช  ๒๓๒๕  ซึ่งเป็นปีแห่งการเริ่มศักราชของกรุงรัตนโกสินทร์  ประเทศไทยในขณะนั้นยังอยู่ในภาวะสงครามกับพม่า  ในสมัยรัชกาลที่ ๑  มีการฝึกฝนการใช้อาวุธ  เช่น  ดาบและมวยไทย  จึงจัดว่าเป็นการกีฬาเพื่อสงครามอยู่ ”  ( จรวยพร  ธรณินทร์  ๒๕๒๖ : ๙ )

                    สมัยรัชกาลที่ ๒  การเล่นดาบสองมือเป็นไปในทางสนุกสนานมากกว่าการฝึกเพื่อเตรียมตัวในการทำสงคราม

                    สมัยรัชกาลที่ ๓  เล่นดาบสองมือเพื่อเตรียมพร้อมในการทำสงครามมากกว่าการเล่นเพื่อให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน  ปลายรัชกาลนี้เริ่มมีการฝึกฝนการยิงแทนการใช้ดาบสองมือ  เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากชาวตะวันตก

                    สมัยรัชกาลที่ ๔  ทรงโปรดปรานการเล่นดาบสองมือเป็นพิเศษ  ถึงกับโปรดเกล้าให้พระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ทรงฝึกหัด  และทรงโปรดเกล้าให้แสดงเพื่อเป็นการสมโภชในครั้งที่เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ทรงผนวชเป็นสามเณรตามราชประเพณี  ที่หน้าอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  และทรงโปรดให้ฟื้นฟูกีฬาประเภทนี้โดยทั่วไป  ซึ่งจะเห็นได้ในงานสมโภชต่างๆ เช่น  งานโกนจุก  งานบวชนาค  งานทอดกฐิน  งานทอดผ้าป่า  เป็นต้น  ต่อมาความจำเป็นเรื่องการใช้อาวุธไทยสมัยโบราณเพื่อการรบในสงครามลดลง  เนื่องจากเริ่มมีการรบโดยใช้อาวุธที่ทันสมัยต่างๆ การแสดงหรือการฝึกเล่นดาบสองมือจึงใช้เล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น

                    สมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์เคยทรงศึกษาอาวุธไทยโบราณกับหลวงพลโยธานุโยค ( รุ่ง )       ( สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  มปป. : ๗ ) และทรงส่งเสริมการเล่นกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างมาก  เป็นที่นิยมและแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป  การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผน

                    สมัยรัชกาลที่ ๖  มีการจัดตั้งสำนักดาบขึ้นหลายคณะ เช่น  ที่หลวงวิศาลดรุณกร  ตั้งสำนักดาบขึ้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบ  เพื่อเป็นการฝึกร่างกายและการแสดงต่อสู่ป้องกันตัว  นอกจากนี้ได้จัดแสดงตามงานต่างๆ อยู่เสมอ  เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย

                    สมัยรัชกาลที่ ๗  การเล่นดาบสองมือเริ่มซบเซา  แต่ยังมีการเรียนและฝึกหัดกันอยู่บ้าง  เช่น  ที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก

                    สมัยรัชกาลที่ ๘  หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  การเล่นดาบสองมือได้รับการฟื้นฟูมากขึ้น  ผู้มีบทบาทยิ่งในการรักษาประเพณีการเล่นนี้ได้แก่  ท่านอาจารย์นาค  เทพหัสดิน    อยุธยา  โดยท่านนำเอาบรรจุเข้าในหลักสูตรฝึกหัดครูพลศึกษาทุกระดับจนปัจจุบันนี้

                    ในปัจจุบัน  การเล่นดาบสองมือยังได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป  จะเห็นได้จากมีคณะและสำนักดาบเกิดขึ้นอย่างมาก  เช่น  สำนักดาบศรีบุญยานนท์  สำนักดาบพุธไธสวรรค์  สำนักดาบศรีไตรรัตน์  เป็นต้น  และมีการแสดงในงานสมโภชต่างๆโดยทั่วไป  โดยเฉพาะที่ท้องสนามหลวง  มีการแสดงเป็นประจำทุกปี  เพื่อเป็นการเผยแพร่และคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย

                    วิชาดาบสองมือได้รับการบรรจุไว้ในหลักสูตรวิชาพลศึกษาระดับมัธยมศึกษา  พุทธศักราช  ๒๕๑๘  หลักสูตรวิชาพลศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  พุทธศักราช  ๒๕๒๑  หลักสูตรวิชาพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  พุทธศักราช  ๒๕๒๔  หลักสูตรประกาศนียบัตรและปริญญาบัตร  วิชาเอกพลศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่ผลิตครูพลศึกษาทุกสถาบัน  การเรียนการสอนมุ่งทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎีควบคู่กันไป  มีตำราสำหรับค้นคว้าหลายเล่ม  เช่น  แนวสอนวิชาอาวุธโบราณของ  บัว  นิลอาชา  วิชากระบี่กระบองของท่านอาจารย์นาค  เทพหัสดิน    อยุธยา  แบบเรียนพลานามัย  พลศึกษา  ของอาจารย์ฟอง  เกิดแก้ว  เป็นต้น

                    วิชาดาบสองมือ  ถือว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาติ  เพราะเป็นการเล่น การแสดงและเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยอาวุธไทยสมัยโบราณ  ซึ่งสามารถใช้อาวุธ  รุก  รับ  ทำร้ายคู่ต่อสู้ได้  สามารถใช้หมัด  ศอก  เข่า  เท้า  ประกอบการต่อสู้เป็นพฤติกรรมที่เกิดจาการเรียนรู้  ทัศนคติ  ค่านิยมและความเชื่อ  เป็นสิ่งที่ชาวไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ  เป็นกีฬาที่มีการผสมผสานระหว่างของเก่ากับของใหม่เข้าด้วยกัน  เป็นสภาพที่มั่นคงยิ่งขึ้น  เช่น  มีกฎ  กติกา  ระเบียบวินัยในการแข่งขัน  รวมทั้งมีการตัดสินแพ้ชนะด้วยคะแนน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์  ซึ่งมีความสมบูรณ์ตามลักษณะของวัฒนธรรมทุกประการ  ดังนั้นวิชาดาบสองมือจึงเป็นวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติไทย  ที่ควรแก่การรักษาทำนุบำรุงและส่งเสริมให้คงอยู่คู่ชาติตลอดไป

     

    ประโยชน์  ระเบียบประเพณี  และเครื่องอุปกรณ์การเล่นดาบสองมือ

    ประโยชน์ของวิชาดาบสองมือ

                    บางท่านที่ไม่เข้าใจและที่ไม่ซาบซึ้งถึงวิชาดาบสองมือ  เห็นว่าวิชานี้ไม่มีประโยชน์ต่อผู้ใดเลย  เป็นเพียงเพื่อรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยไว้เท่านั้น  ไม่เหมาะสมที่จะบรรจุไว้ในหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษา  เพราะเด็กไม่มีโอกาสได้นำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันและไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่  ดังนั้นจึงขอสรุปประโยชน์ของวิชาดาบสองมือ ดังนี้

    ๑.  เป็นวิชาการต่อสู้และป้องกันตัว  ในสมัยโบราณวิชาดาบสองมือเป็นวิชาที่นักรบทุกคนต้องเรียนและฝึกความชำนาญ  เพื่อที่จะต่อสู้กับศัตรูที่มารุกรานชาติของเรา  จึงสามารถดำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกราชของชาติไทยตราบเท่าทุกวันนี้  เห็นได้จากในตอนหนึ่งของหนังสือเรื่อง  นางนพมาศ  หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ มีปรากฏว่า “ หมู่มนุษย์ก็ประกอบไปด้วยสติปัญญา  โดยมากต่างร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆ ฝ่ายทหารก็เรียนศิลปศาสตร์เพลงอาวุธ  คือ  วิชาช้างม้า  กระบี่กระบอง  โล่  ดั้ง  ดาบสั้น  ดาบยาว  กริช  กั้นหยั่น  โตมร  ศรกำซาบ  ปืนไฟใหญ่น้อย  มวยปล้ำตำรับตำราพิชัยยุทธ  เวชมนตร์  คงกระพัน  ชำนิชำนาญเป็นการดี ”  จะเห็นได้ว่าดาบสองมือเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับการรบในสมัยโบราณ  (ฟอง  เกิดแก้ว  ๒๕๒๗ : ๑๐ )

                    ในปัจจุบันวิชาดาบสองมือเป็นวิชาที่เรียนรู้ไว้เพื่อการต่อสู้และป้องกันตัวในยามคับขัน  เมื่อมีศัตรูจะเข้ามาทำร้าย  ก็สามารถใช้วิชาความรู้ที่เรียนมาป้องกันตัวได้  สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบา  หลบหลีกและตอบโต้ศัตรูได้  คนที่เรียนย่อมได้เปรียบ  เช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นๆ  เช่น  มวย  ศิลปะป้องกันตัว  หรือยิมนาสติก  เป็นต้น  นอกจากนี้ยังถือได้ว่าเป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวของชาติไทยอีกด้วย  ซึ่งไม่มีชาติใดเสมอเหมือน  เพราะการแสดงดาบสองมือประกอบไปด้วยท่วงทีท่าทางการร่ายรำด้วยความสง่างาม  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนาฏศิลป์  และเป็นการต่อสู้ป้องกันตัว  ชิงไหวชิงพริบกัน  คล่องแคล่ว  ว่องไว  กล้าหาญ  ภายใต้ระเบียบแบบแผนตั้งแต่ต้นจนจบการแสดง

                    ๒.  วิชาดาบสองมือ  เป็นวิชาที่สร้างบุคลิกให้เป็นผู้ทรงศักยภาพโดยสมบูรณ์  เพราะเป็นวิชาที่ใช้กิจกรรมหรือใช้ร่างกายเป็นสื่อกลางในการพัฒนาทางด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา  ซึ่งตรงกับเป้าหมายของการพลศึกษา  จะเห็นได้ว่าสามารถออกกำลังกายได้ทุกส่วนของร่างกาย  การเคลื่อนไหวร่างกายที่สง่างาม  เช่น  การนั่ง  ยืน  เดิน  วิ่ง  กระโดด  ฯลฯ  ฝึกความคล่องแคล่วว่องไว  กล้าหาญ  กล้าตัดสินใจ  มีการยับยั้งอารมณ์  ความมีน้ำใจนักกีฬา  อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายสามารถรับคำสั่งจากสมองและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างทันท่วงที  นอกจากนี้ยังสามารถสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นและผู้ดูอีกด้วย

                    ๓.  เป็นกีฬาที่ฝึกน้ำใจให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี  เพราะกิจกรรมในการแสดงนั้นจะต้องมีการต่อสู้  ซึ่งจะก่อให้เกิดความกล้าหาญ  อดทน  ไม่หวาดกลัวต่ออันตรายที่ต้องเผชิญ  เพราะอาจจะเกิดการพลาดพลั้งขึ้นได้  การมีจิตใจเข้มแข็งนี้เอง  ทำให้ศัตรูหวั่นเกรงต่อคนไทยตราบเท่าทุกวันนี้

                    ๔.  เป็นการสร้างและปลูกฝังความมีระเบียบวินัย  เนื่องจากการเล่นเป็นการต่อสู้  จึงจำเป็นที่ผู้เล่นจะต้องรักษาระเบียบประเพณีการเล่นที่เคร่งครัด  ต้องมีน้ำใจนักกีฬา  รักษาคุณธรรมและความยุติธรรมเป็นสำคัญ  ต้องยึดถือกฎ  กติกา  การเล่นจึงจะเป็นกีฬาที่สมบูรณ์ได้

                    ๕.  เป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวของชาติไทย  จึงสมควรที่จะรักษาและดำรงไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของชาติไทย

                    วิชาดาบสองมือนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคล  ในการสร้างบุคคลให้เป็นผู้ทรงศักยภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว  ยังเป็นศิลปวัฒนธรรมประจำชาติที่ทุกคนควรจะต้องหวงแหนและรักษาไว้ให้คู่บ้านคู่เมืองตลอดไป

    ระเบียบประเพณีการเล่นดาบสองมือ

                    เพื่อเป็นการรักษาระเบียบประเพณีอันดีงามในการเล่นดาบสองมือ  ซึ่งมีมาแต่โบราณกาลของไทยให้คงอยู่ตลอดไป  ผู้เล่นดาบสองมือจึงควรปฏิบัติดังนี้

    ๑.การแต่งกาย  เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ในการเล่นกีฬาดาบสองมือ  ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของไทยสืบต่อไปในการแสดงและแข่งขัน  ควรแต่งกายแบบไทยและมีมงคลสวม  เพื่อเป็นสิริมงคลในการเล่นและมีผลต่อกำลังใจด้วยทุกครั้ง
                 ๒.เพื่อให้เป็นการเร้าใจ  ปลุกใจให้ตื่นเต้นทั้งผู้เล่นและผู้ดู  ในจังหวะและลีลาการเล่น  จึงควรมีเครื่องดนตรีประกอบด้วย  เช่น  ปี่ชวา  ฉิ่ง  และกลองแขก
                ๓.เพื่อเป็นการระลึกถึงบูรพาจารย์ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ก่อนการแสดงทุกครั้งควรปฏิบัติ ดังนี้
                  ๓.๑ นำอาวุธและเครื่องมือทุกชนิดมารวมกันแล้วจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย  ขออำนาจพรศักดิ์สิทธิ์ให้แคล้วคลาดจากอันตรายระหว่างการเล่น
                  ๓.๒ แสดงความคารวะต่ออุปกรณ์ทั้งก่อนเล่นและหลังจากเล่นแล้ว  รวมทั้งต้องเก็บรักษาไว้ในที่อันสมควรด้วย
              ๔. ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของประเพณีการเล่นดาบสองมือ  ดังนี้  การถวายบังคม  การขึ้นพรหมนั่งหรือพรหมยืน  การรำ  การถวายบังคมเร็ว  การเดินแปลง  การลดล่อ  การต่อสู้  และการแสดงคารวะเพื่อเป็นการให้อภัยซึ่งกันและกัน
             ๕. ผู้เล่นควรรู้จักใช้อาวุธให้ถูกต้องตามประเภท  เช่น  ดาบรำใช้เฉพาะในการรำอย่างเดียว  ส่วนดาบตีหรือดาบจริงใช้ในการต่อสู้กันเท่านั้น

    ๖. ผู้เล่นต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ไม่แสดงอาการโกรธแค้นอาฆาตเข่นฆ่าคู่ต่อสู้  จนลืมประเพณีอันดีงามไป

    หลักการเล่นดาบสองมือด้วยความปลอดภัย

                    การเล่นดาบสองมือต้องอาศัยจังหวะ  ชั้นเชิง  กลยุทธ์ทั้งในการรุกและการรับ  หากเกิดพลาดพลั้งอาจได้รับอันตรายได้  เพื่อให้การเล่นเกิดประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง  จึงควรปฏิบัติตนด้วยความปลอดภัยทุกครั้ง  ดังนี้

    ๑.     ก่อนการเล่นทุกครั้ง  ควรตรวจอุปกรณ์บริเวณสถานที่ให้เรียบร้อย  หากสิ่งใดบกพร่อง  เช่น  พื้นไม่เรียบ  มีสิ่งกีดขวาง  เป็นต้น  ให้รีบจัดการแก้ไข

    ๒.     ควรแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม  เกิดความสะดวกคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

    ๓.     อบอุ่นร่างกาย  ให้อวัยวะทุกส่วนรับรู้  เตรียมพร้อมก่อนการเล่นทุกครั้ง

    ๔.     ควรเล่นในขณะที่ร่างกายและจิตใจมีสมรรถภาพพร้อม  มิฉะนั้นอาจเกิดการผิดพลาดได้ง่าย

    ๕.    รู้จักประมาณความสามารถ  กำลังของตนเอง  เล่นด้วยความระมัดระวัง  ไม่ประมาทฝีมือของคู่ต่อสู้

    ๖.      ปฏิบัติตามกฎ  กติกา  ระเบียบข้อบังคับ  และประเพณีอันดีงาม

    อุปกรณ์ในการเล่นดาบสองมือ

       ๑. ดาบ

                     ๑.๑  ดาบจริง  เป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับฟัน  จะใช้แทงด้วยก็ได้  ทำด้วยเหล็กอย่างดี  มีรูปแบนและโค้งตอนปลายเล็กน้อย  ลักษณะของดาบนั้น  ตอนโคนเล็กแล้วค่อยๆใหญ่ ตามลำดับ  ตรงกลางโป่งและใหญ่ แล้วค่อยๆ เล็กๆ ไปจนถึงปลาย  แหลมยาวประมาณ ๙๐ เซนติเมตร  มีน้ำหนักมากกว่ากระบี่  น้ำหนักส่วนมากตกที่ปลาย  ทั้งนี้เพราะต้องการให้การฟันได้ผลดี  คือได้กำลังของดาบเป็นกำลังเพิ่มขึ้นอีกด้วย

     

                    ตัวดาบ  มีรูปร่างลักษณะดังกล่าวแล้ว  ค่อนข้างหนัก  มักทำด้วยเหล็กกล้า  ตีเป็นรูปดาบ  ส่วนยาวแบ่งออกเป็น  ๒  ส่วนเท่าๆกัน  ส่วนด้ามนั้นหนาและทู่  ใช้สำหรับรับหรือปัดการฟันหรือการแทงของข้าศึก

                    ด้ามดาบ  สวมติดอยู่กับโครงดาบอย่างแน่นหนา  เป็นท่อนกลมยาวประมาณ  ๓๐  เซนติเมตร  โตพอมือจับได้ถนัดและมั่นคง  ทำด้วยไม้ที่แข็งแรง  การที่มีด้ามยาวก็เพื่อใช้เป็นเครื่องรับรองป้องกันส่วนปลายของแขน  ตั้งแต่มือจับถึงข้อศอกไม่ให้ถูกฟันได้ง่าย

                    กระบังดาบ  มีรูปร่างเป็นแผ่นกลมแบน  ซึ่งทำด้วยดลหะหรือหนัง  ติดแน่นระหว่างตัวดาบกับด้ามดาบต่อกัน  สำหรับป้องกันนิ้วมือของผู้ถือ  มีห่วงทำด้วยหนังหรือด้ายถักสำหรับใส่องคุลีของนิ้วที่จับด้ามดาบนั้น

                    ฝักดาบ  มีลักษณะเช่นเดียวกับกระบี่  อนึ่งในการรบสมัยโบราณ  ถ้านักรบคนใดถนัดอาวุธสั้นชนิดมือเดียว  โดยมากก็มักใช้กระบี่เป็นอาวุธประจำกาย  แต่ถ้าจะใช้ดาบ  มักจะใช้ดาบสองมือ  ซึ่งยังคงเรียกมาจนถึงทุกวันนี้ว่า    ดาบสองมือ ”  ตามปกติใช้สะพายกันไว้บนหลัง  ด้ามโผล่ขึ้นเหนือไหล่สองข้าง  เหมาะและสะดวกที่จะนำมาใช้ต่อสู้กับข้าศึกทันที  นักรบบางคนชอบถือดาบมือหนึ่ง  อีกมือหนึ่งถือเครื่องป้องกันตัว  อีกมือหนึ่งทำการต่อสู้  การใช้ดาบควบคู่ไปกับเครื่องป้องกันตัวนี้ เรียกว่า    ดาบ     “ ดาบโล่ ”

                    ๑.๒ ดาบรำ  มีรูปร่างลักษณะคล้ายดาบจริง  แต่ปลายไม่แหลม  โดยมากทำเป็นปลายตัดแบนพอสมควร  ทำได้หลายอย่าง คือ  เอาไม้เบาๆมาทำเป็นรูปดาบแล้วลงรักปิดทอง  มีลวดลายต่างๆ  บางชนิดตอนโคนทำเป็นรูปปากมังกรคาบดาบ  ลงด้วยสีสวยๆงามๆ ความประสงค์อันแท้จริง  สำหรับดาบรำก็เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว  ใครจะทำวิจิตรพิสดารอย่างไรก็ไม่มีใครห้าม  แต่ให้มีรูปละม้ายคล้ายคลึงกับดาบจริง

                    ๑.๓ ดาบตี  รูปร่างลักษณะเหมือนกับดาบรำ  โดยมากทำด้วยหวายโป่งขนาดพอมือจับด้ามได้ถนัด  ควรใช้หวายแก่ทั้งเปลือก  ตากแดดให้แห้ง  กระบังทำด้วยหนังถักปลายและโคนของดาบ  เพื่อมิให้ปลายแตก  แล้วทาด้วยรัก  ส่วนหวายเทศทำไม่ได้เพราะเล็กมาก  ไม่เหมาะที่จะใช้ฟัน  หวายโป่งเหมาะสำหรับทำดาบดี  เพราะมีคุณสมบัติเบาและเหนียว

    การดูแลรักษาดาบ

                    ดาบสองมือ  ถือว่ามีความสำคัญที่ผู้เล่นจะต้องเคารพ  สักการะ  และจะต้องมีการเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม  เพราะตามประเพณีไทยแต่โบราณถือว่า  อาวุธของไทยทุกชนิดมีครู  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เล่นก็ตาม  ก็จะต้องเคารพสักการะเช่นกัน  ดังนั้นควรปฏิบัติดังนี้

                    ดาบรำ  ดาบรำเป็นดาบซึ่งทำขึ้นเพื่อความสวยงามโดยเฉพาะ  มีความบอบบาง  จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  โดยปฏิบัติดังนี้

    ๑.    การเก็บรักษาควรใช้ผ้าหรือกระดาษเนื้ออ่อน  เช่น  กระดาษแก้วห่อหุ้มเครื่องไม้รำ

    ๒.    มีแท่นตั้งเฉพาะ  เพื่อป้องกันการล้มและเสียดสีกัน  หรือเก็บไว้ในตู้กระจกเพื่อป้องกันฝุ่นละออง

    ๓.     การนำมาใช้และการเคลื่อนย้าย  ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  ไม่ให้กระทบกระแทกกับวัตถุอื่นๆ เพื่อป้องกันการขูด ถลอก หักหรือหลุด

    ๔.     หลังจากเลิกใช้แล้ว  ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย  ถ้าส่วนใดชำรุดต้องรีบซ่อมแซม

                    ดาบจริงและดาบตี  การดูแลรักษาปฏิบัติเช่นเดียวกับดาบรำ  สำหรับดาบจริงก่อนเก็บควรทำความสะอาดโดยเช็ดให้แห้ง  ทาน้ำมันเพื่อป้องกันสนิม  เนื่องจากทำด้วยเหล็ก  และสอดใส่ไว้ในฝักให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย

                    สำหรับดาบตีทำด้วยหวาย  จึงมีความเหนียวและคงทน  การใช้ตีจะต้องอยู่ในขอบเขต  ไม่ใช่เจอสิ่งใดก็ตีไปหมดทุกอย่าง  ระวังการเปียกน้ำหรือใกล้ไฟ  เพราะจะทำให้เปลี่ยนรูปทรงและไม่คงทน

                    ดาบที่ใช้ในการฝึกซ้อมตี  มักจะห่อหุ้มด้วยแผ่นยางที่เรียกว่า นวม  เพื่อป้องกันความรุนแรงในการตีที่อาจพลาดพลั้งได้  ดังนั้น การเก็บรักษาจึงควรไม่ให้เปียกน้ำหรือตากแดด  เพราะจะทำให้ยางละลายได้

    ๒. เครื่องดนตรีประกอบการเล่นดาบสองมือ

                    ประเพณีการแสดงดาบสองมือ  มีการบรรเลงดนตรีประกอบการแสดงตลอดเวลา  ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเดียวกับมวยไทย  เครื่องดนตรีประกอบด้วย

            ๑.       ปีชวา
    ๒.    
    กลองแขกตัวผู้  (เสียงสูง)
    ๓.   กลองแขกตัวเมีย (เสียงต่ำ)
    ๔.    
    ฉิ่ง

     

    ประโยชน์ของเครื่องดนตรี

                    ๑. ทำให้การแสดงครึกครื้นและสนุกสนาน  ทุกครั้งที่จัดให้มีการเล่น    ที่ใดก็ตาม  พอปี่กลองเริ่มโหมโรงขึ้น  ประชาชนก็จะวิ่งกรูมาดูกันอย่างเนืองแน่น  เพราะอิทธิพลของปี่กลองเร้าใจ  เรียกความสนใจให้คนมาดูการแสดง

                    ๒. เสียงปี่กลองจะช่วยปลุกใจ  เร้าใจให้ผู้เล่นเกิดความฮึกเหิมในการต่อสู้กับฝ่ายตรงกันข้ามมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้  ยังช่วยเร้าใจให้ผู้ดูที่เคยเล่นมาแล้วตื่นเต้นอยากจะออกไปตีกับเขาบ้างและบางครั้งก็อดที่จะขยับมือขยับเท้าตามไปไม่ได้

                    ๓. การรำของการแสดงดาบสองมือ  เสียงปี่กลองที่บรรเลงเป็นเพลงที่เหมาะสมกับการแสดงแต่ละขั้นตอน  พร้อมด้วยเสียงฉิ่งที่จับเป็นจังหวะ  จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้รำรำได้ถูกต้องตามจังหวะ  เพิ่มความงดงามในการรำมากยิ่งขึ้น

                    ๔. เสียงปี่กลอง  จะมีส่วนช่วยยั่วยุให้ผู้เล่นคิดที่จะต่อสู้กันตลอดเวลา  ในระหว่างที่ทำการต่อสู้  เพราะในการต่อสู้กันเสียงปี่กลองจะเร่งจังหวะเสียงถี่ขึ้น  ยิ่งจังหวะเร่งเร้าเพียงใด  ก็ยิ่งหนุนให้ผู้เล่นเกิดความกล้ามากเพียงนั้น  ไม่เหมือนกับในตอนรำ  มีจังหวะการเล่นช้าอ่อนช้อย

                    การบรรเลง  ปี่ชวา  กลองแขก  เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง  กล่าวคือ  การบรรเลงเพลงต้องให้เหมาะกับช่วงเวลาของการแสดงขั้นตอนต่างๆ  เพลงที่จะใช้บรรเลงก็ต้องเลือกให้เหมาะกับการแสดง  ซึ่งตามนิยมแล้ว  ต้องแยกบรรเลงเป็น     ตอน  ดังนี้คือ

                    ๑. บรรเลงประกอบการไหว้ครู  ซึ่งเป็นประเพณีนิยมกับผู้ที่เป็นหัวหน้าจะต้องนำดอกไม้ธูปเทียนขึ้นมาทำการสักการบูชาอาจารย์  หน้าเครื่องไม้ซึ่งมีผู้แสดงที่เป็นศิษย์ห้อมล้อมอยู่  ปี่กลองที่บรรเลงประกอบอยู่ตอนนี้จะใช้เพลงชมสมุทร  เพลงโฉลท  เพลงเกาะ  หรือเพลงระกำ  ฯลฯ

                    ๒.โหมโรง  หลังจากพิธีไหว้ครูแล้วจะต้องมีการโหมโรง  เพลงที่ใช้ส่วนมากได้แก่เพลงแขกโอด  สารถี  แขกไทร  หรือเพลงสองชั้นอื่นๆ ก็ได้

                    ๓.บรรเลงประกอบการรำ  การรำดาบสองมือใช้เพลงจำปาทองเทศหรือขอมทรงเครื่อง

    ๓.เครื่องแต่งกายของผู้เล่น

                    การแต่งกายของคนไทยเราได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย  ซึ่งเป็นเป็นเหตุให้การแต่งกายของนักดาบสองมือเปลี่ยนไปด้วย  อาจแบ่งได้เป็น ๓ สมัย คือ

                    ๓.๑ การแต่งกายแบบสมัยโบราณ  คือในสมัยก่อนไทยเราต้องทำการรบไม่หยุดหย่อน  ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องเป็นทหารเพื่อทำหน้าที่ป้องกันเอกราชของชาติ  ฉะนั้นการแต่งกายจึงเป็นแบบนักรบ  คือสวมเสื้อยันต์แบบไม่มีแขน  และนุ่งกางเกงขากว้างยาวแค่ครึ่งน่อง

                    ๓.๒ การแต่งกายแบบสมัยกลาง  คือในสมัยที่ไทยเรานิยมนุ่งผ้าแบบเขมรไม่ว่าชาย  หญิง  เด็ก และผู้ใหญ่ต่างก็นิยมผ้านุ่งกัน  เพื่อเปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย  เครื่องแต่งกายของนักดาบสองมือก็เปลี่ยนไปด้วย  คือสวมเสื้อแบบมีแขนบ้าง  ไม่มีแขนบ้างแล้วนุ่งผ้าโจงกระเบนแบบเขมร  ซึ่งความจริงแล้วการนุ่งผ้าโจงกระเบนทำให้ขาดความสะดวกในการเล่นอยู่มาก  แต่ก็ฝืนความนิยมในการแต่งกายในสมัยนั้นไม่ได้  เพราะต้องยกขาและต้องวิ่งหรือกระโดดทำให้ตึง  เหนี่ยว  ยกไม่คล่องแคล่วเหมือนนุ่งกางเกง  ดังนั้นจึงได้หาทางแก้ไขโดยการนุ่งให้หย่อนลงไปทางข้อเท้ามากๆ  จะได้สะดวกแก่การยกเท้า  และการย่างก้าวเดินทั้งนี้เฉพาะในการรำ  แต่ในการตีจะปล่อยให้นุ่งผ้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีก  เพราะจะทำให้หย่อนรุ่มร่าม  ไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้สะดวกและรวดเร็ว  จึงต้องถกเขมร  ยกรั้งผ้านุ่งขึ้นไว้ให้ไปรวมกันอยู่ที่โคนขาซึ่งก็ทำให้สะดวกมากขึ้น

                    ๓.๓ การแต่งกายแบบสมัยปัจจุบัน  การแต่งกายของเราในปัจจุบันได้เอาแบบอย่างมาจากต่างประเทศ  ซึ่งเรียกว่าแต่งกายแบบสากล  ซึ่งการแต่งกายของนักดาบสองมือก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย  คือแต่งเครื่องแบบอย่างนักกีฬา  โดยสวมเสื้อมีแขนหรือไม่มีแขน  กางเกงขาสั้นแค่เขา  สวมถุงเท้ารองเท้า  เพื่อทำให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น

                    การแต่งกายตามแบบทั้ง ๓ สมัยนี้  ก็ยังคงมีใช้กันอยู่ในปัจจุบันทั้ง ๓  แบบ  แล้วแต่ใครจะเลือกใช้แบบใด  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดหา

    ๔.มงคล

                    มงคล  เป็นเครื่องประกอบในการแต่งกายของการแสดงดาบสองมือซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  มงคลเป็นด้ายสายสิญจน์เส้นเล็กๆ  หลายๆเส้นมารวมกันเข้าเป็นเส้นเดียวมีขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือเล็กน้อย  ยาวพอพันรอบศีรษะผู้ใหญ่ได้  ส่วนปลายทั้งสองรวมเข้าด้วยกัน  มีรูปร่างคล้ายรูปไข่  เพื่อความมั่นคงถาวร  จึงมักพันด้วยผ้าตลอดอันโดยปล่อยให้ปลายทั้งสองยื่นออกมาพอสมควร  เหมือนไส้หัวเทียนขี้ผึ้ง

                    เป็นประเพณีนิยมกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่จะประกอบพิธีต่างๆ เช่น  พิธีโกนจุก  บวชนาค  แต่งงาน  ฯลฯ  เขามักให้ผู้นั้นสวมมงคลเสมอ  การเล่นหรือการแข่งขันดาบสองมือก็ถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน  กล่าวคือให้ผู้แสดงสวมมงคลไว้บนศีรษะ  เอาปลายที่รวมกันนั้นไว้ข้างหลัง  ความประสงค์อันแท้จริงก็เพื่อให้ผู้สวมนั้นได้รับความเป็นสิริมงคลแม้จะต้องเผชิญอันตรายเช่นการต่อสู้ซึ่งกันและกันแล้ว  ก็ขอให้คุ้มครองป้องกันภัยพิบัติทั้งปวง  เป็นการบำรุงขวัญ  และมีความมั่นใจในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาคุณ  พระรัตนตรัย  ตลอดจนครูบาอาจารย์ที่ตนนับถือ  เพราะ  มงคลนี้ได้ทำขึ้นด้วยพิธีการอันเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา  จึงถือว่าเป็นสิ่งสักการะอย่างหนึ่งซึ่งต้องเทิดไว้ด้วยความเคารพ

                    การสวมและการถอดมงคล

                    การแสดงหรือการแข่งขันดาบสองมือ  ครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้ควบคุมจะเป็นผู้สวมมงคลให้ไว้บนศีรษะ  ผู้ถูกสวมจะน้อมคำนับรับไว้ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง  ผลที่ได้อีกส่วนหนึ่งของการสวมมงคลก็คือ  ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความกล้าหาญไม่หวาดกลัวต่อคู่ต่อสู้  ซึ่งเป็นจุดประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของวิชาดาบสองมือ  วิธีปฏิบัติในการสวมและถอดมงคลมีการปฏิบัติแตกต่างกัน ๓  แบบ  คือ

                    ๑. สวมเฉพาะตอนรำ  จะสวมมงคลเมื่อจะออกไปแสดง  เมื่อผู้แสดงถวายบังคมขึ้นพรหม  และรำเสร็จจนจ้วงลงนั่ง แล้วจะถอดมงคลออกพร้อมกับการเปลี่ยนไม้รำเป็นไม้ตี  โดยผู้รำจะถอดออกเอง  และมอบให้กับผู้ที่ไปเปลี่ยนไม้

                    ๒. สวมโดยตลอดทั้งตอนรำและตอนต่อสู้  สวมไว้ที่ศีรษะไม่ถอดมงคลไม่ว่าจะเปลี่ยนไม้รำหรือไม่  แบบนี้ต้องระมัดระวังในเวลาต่อสู้  เพราะมงคลอาจจะหลุดได้  ซึ่งทำให้ดูไม่เหมาะสมเพราะเป็นของที่เคารพนับถือ

                    ๓. สวมโดยตลอดทั้งตอนรำและตอนต่อสู้  แต่ในขณะที่จะต่อสู้ให้กดเลื่อนลงมาคล้องคอไว้  วิธีนี้จะทำให้มงคลไม่หลุดไปจากตัว 

                    การถอดมงคลตามแบบที่สองและแบบที่สาม  ผู้สวมมงคลจะเป็นผู้ถอดมงคลให้

    ๕.สนามเล่นดาบสองมือ

                    ดาบสองมือเป็นกีฬาประจำชาติไทยชนิดหนึ่ง  ไม่ได้กำหนดขอบเขตของสนามที่แน่นอนลงไป  ดังเช่นกีฬาฟุตบอล  บาสเกตบอล  ทั้งนี้เพราะการเล่นดาบสองมือในสมัยโบราณมุ่งในเรื่องความสะดวก  และอุปกรณ์ก็ใช้น้อยที่สุด  ไม่ขรุขระและพื้นไม่แข็งจนเกินไป  เช่น  สนามพื้นที่เป็นหญ้า  หรือสนามที่เป็นไม้กระดาน  โดยมากเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  กว้างประมาณ    เมตร  ยาวประมาณ  ๑๖  เมตร  สนามจะเล็กหรือใหญ่กว่านี้ก็ได้  แต่ไม่ควรจะแคบเกินไป  เพราะอาจจะไม่คล่องตัวและเกิดอันตรายแก่ผู้ดูได้

    ที่มา : ฟอง  เกิดแก้ว .กระบี่กระบอง.สำนักพิมพ์ o.s.PRINTING HOUSE CO.,LTD,2527.

     

     



    อ่านทั้งหมด: 13908, ความเห็นทั้งหมด: 1
    สุดยอด
    โดย - คน - วันที่ 29 มกราคม 2556 เวลา 11:46

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    ไอแบงก์ จัดงาน “ร่วมใจไกล่เกลี่ยฯ”(ดีโพลมา2440)
    HAPIfork ส้อมอัจฉริยะช่วยลดน้ำหนัก
    อยากเป็นสาวหุ่นดี ต้องฝึกทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัย
    แสงยามเช้า อัศจรรย์แห่งการลดความอ้วน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2439)
    เปิดรายชื่อที่คาดจะเป็นผบก.(ดีโพลมา2438)
    โยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด (ดีโพลมา2437)
    คลิปตำรวจไทยไม่เฟี้ยวววว ไม่เคยจับกูได้ ล่าสุดโดนจับแล้ว
    เพลงเพราะๆฟังต่อเนื่องหลายๆเพลงอัตโนมัติ(ดีโพลมา2436)
    Car Free Day เปิดถนนคนเดิน ปิดถนนสีลม 20-22 ก.ย.
    ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุคัลแมกี KALMAEGI ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 16 กันยายน 2557
    การส่องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
    เตรียมตัว!เมื่อส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหาร
    ฝึกดูหนังให้เก่งภาษาอังกฤษ
    วิงส์ไก่แซ่บ ฉบับ Homemade
    【 ชิสึโอกะงานแฟร์ &การศึกษาแฟร์ 】
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2435)
    พนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ มีความผิดตามมาตรา 157(ดีโพลมา2434)
    หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย(ดีโพลมา2433)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2432)
    (ชมคลิป)ตำรวจนั่งวินจยย.ไล่จับแท็กซี่เมาปลิ้น(ดีโพลมา2431)
    รถไฟเรือเมล์ลิเกกองถ่าย ตอนที่ 30 ตอนจบ(ดีโพลมา2430)
    วิธีการทาแป้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้ใบหน้าห่างไกลจากสิว
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2429)
    ข่าวโยกย้ายนายตำรวจ(ดีโพลมา2428)
    ผู้ใหญ่ ยังอาย เทพมากๆ(ดีโพลมา2427)
    โฆษณา Thailand Happiness 2014 สวยมาก น่าเที่ยวสุด ๆ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องขวามือ(ดีโพลมา2426)
    รอง ผบ.ตร.แถลงรวบ"ชายชุดดำ"สังหาร"พล.อ.ร่มเกล้า"(ดีโพลมา2425)
    รวมเพลงจีนฮิตในอดีตที่ติดหูคนไทย(ดีโพลมา2424)
    Caterman เคเทอร์แมน : ขนมไทยและความหมายมงคล
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2423)
    "ศรีวราห์"ผงาดนครบาล (ดีโพลมา2422)
    ร่วมเสวนารีสตาร์ทสุขภาพ!! (ดีโพลมา2421)
    คลิปสุดยอด การวาดภาพ 3 มิติ(ดีโพลมา2420)
    6 สูตรหน้าเด้ง เพื่อทุกสภาพผิว
    วิธีทำให้ผ้าแห้งเร็วทันใจ โดยไม่ต้องใช้เครื่องอบผ้า
    5 สเต็ปซักผ้าห่มให้สะอาด ไร้คราบสกปรก
    วิธีแต่งหน้าใส ๆ ดูสวยแบบสาวสุขภาพดี
    กินคลีนกันเถอะ เมนูคลีนสำหรับคนรักสุขภาพ
    7 เทศกาลและประเพณีไทยน่าเที่ยว ที่ฝรั่งยกนิ้วให้
    6 สูตรหน้าเด้ง เพื่อทุกสภาพผิว
    วิธีกินอาหารให้สุขภาพดี ระหว่างออกทริปท่องเที่ยว
    แก้ปัญหาผมแห้งเสียด้วยไข่ไก่
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2419)
    เปิดจำนวนเก้าอี้ระดับรอง ผบก.-ผกก.ในแต่ละ บช.ประจำปี 57(ดีโพลมา2418)
    หนังจีนเรื่องจุ๊ย ขี้จุ๊ (ดีโพลมา2417)
    หน้าท้องส่วนล่าง ทำไม ทำยังไงก็เอาไม่ออก มาดูข้อเท็จจริงกัน
    ชมเชย สามัคคีประกันภัย (ดีโพลมา2416)
    5 วิธีลดความดันสูง ด้วยการรักษาทางเลือก (ชีวจิต)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 46.8001ms