อันที่จริงแล้ว ชีวิต เป็นเรื่องบางครั้งยาก บางครั้งง่าย บางครั้งน่าลุ้น บางครั้งสนุกกับการที่ได้เรียนรู้ ได้พบ ได้ค้น ค้น อย่างกับว่าเราดูหนังนักสืบ เราก็สนุก ถ้าเราได้ค้นพบสิ่งที่เราอยากรู้ และก็ต้องค้นต่อไปเรื่อย ๆ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ค้นไม่จบ
ถ้าชีวิตไหลลื่นเสมอ ไม่มีปัญหาอะไรเลย มันคงเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เพราะก็เหมือนดูหนังดูละคร ไม่ตื่นเต้น แต่ว่าเมื่อเจอปัญหา มันมีได้ลุ้น หนังเรื่องนั้นถึงตื่นเต้น เพราะว่าทำให้คนอยากรู้ว่า เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร?
เมื่อใดที่มันค้นพบวิธีแก้ปัญหาและมันแก้ปัญหาได้สำเร็จ อันนั้นเป็นสิ่งที่คนดูต้องการจะเห็น และเป็นความที่ได้โล่งใจ หรือสบายใจไปเปราะหนึ่ง แต่ว่าต่อมาปัญหาใหม่ก็ก่อตัวขึ้นใหม่ แล้วก็ทำให้คนติดตามใหม่ มันจะต้องเป็นยังไงดี ลุ้นต่อว่า แก้ไขได้ เพราะว่า แท้ที่จริง เราต้องการให้มัน ไหลลื่นไปได้ดี แต่ว่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้นตลอดไป มันก็ไม่เป็นหนังที่สนุก เพราะว่ามันจืดชืด ดังนั้น อะไรที่ทำให้ เรื่องราวแห่งการไหลลื่นโดยผ่านอุปสรรคปัญหามาแล้ว คือการเรียนรู้ และการคิดค้นหาวิธีการ ที่จะผ่านไปได้ด้วยดี และต้องก้าวต่อไป ในทางที่เติบโต ก้าวหน้า หรือจะเป็นความรุ่งเรืองสวยงามใด ๆ นั่นเป็นอย่างหนึ่ง แต่อีกอย่างหนึ่ง ก็จะเป็นเรื่องราวที่อาจจะคือ มันมีปัญหาความเสื่อมถอยเกิดขึ้นกับบางสิ่ง หรือหายนะ การที่เรียนรู้ แล้วสามารถ เข้าใจได้ ว่า ทำอย่างไร ที่จะกู้คืนซึ่งสภาพเสียหาย สิ่งที่ไม่ดีนั้น หรือการป้องกัน เช่นการป้องกันประเทศ หรือป้องกันชื่อเสียงของครอบครัว หรือแก้ไข อะไรก็ตามที่มันจะต้องฝืนจากสภาพ ที่มันจะเสียหายไป หรือ มันจะต้องก้าวไปข้างหน้า แต่ว่ามันมีอุปสรรคปัญหา นี่เป็นเรื่องราว ทั้งหมดจะคลุมอยู่กับ สองประเด็นนี้
และโดยความมุ่งมั่นตั้งใจของตัวละคร ที่จริง ชีวิตก็เป็นละครโรงใหญ่ ก็จะตั้งใจเรียนรู้ ฝึกฝนตนเอง ที่จะทำความเข้าใจ ในที่สุดก็ทำการแก้ไข หรือ อาจจะสามารถก้าวเดินไป ตามเป้าหมายตามเรื่องราวนั้น ๆ ทุกอย่างจะมีเงื่อนไข จะมีเบื้องหน้า เบื้องหลัง สาเหตุ และความซับซ้อน ความยุ่งยาก ต่าง ๆ นานา อันเป็นสภาพเงื่อนไขต่าง ๆ กัน แต่ว่า ที่เปรียบเทียบว่า ชีวิตมันก็เสมือนกับหนังหรือละคร เพื่อให้เห็นว่า
ใช่เราไม่ได้ต้องการอุปสรรคหรือปัญหาเลย แต่ว่า ถ้าไม่มีสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการนั้น จะไม่มีความสำเร็จยิ่งใหญ่ ที่น่าภาคภูมิใด ๆ เราต้องการให้มันไหลลื่น แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้น เราก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไมกัน เพราะเกิดมาก็ไม่ต้องเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามพ้นอะไร อะไร ๆ ก็ง่ายก็ไหลลื่นหมด แล้วก็ตายไป มันไม่ได้มีข้อทดสอบ และมันไม่มีการผ่านสอบ มันจึงไม่มีการเลื่อนขั้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะไร้ ความหมาย ถ้าเราไปดูหนังเรื่องนี้ เราก็เสียเวลา คนเล่นก็เสียเวลา หนังเรื่องนั้นก็ขาดทุน ดังนั้นอุปสรรคหรือปัญหา คือข้อทดสอบ และถ้าเราได้ทำข้อสอบบ่อย เราก็จะมีประสบการณ์ทำข้อสอบ เราก็จะเรียนรู้ ที่จะสอบผ่าน เราไม่จำเป็นต้องสอบผ่านทันทีครั้งแรก แต่ว่า เราคงไม่โง่ขนาดสอบ สิบครั้งแล้วก็ยังไม่ผ่าน คนที่ไม่ผ่านก็จะอาจ ฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่า มันตัน มันมืด มันแก้ไม่ได้
ไม่ใช่มันตัน แต่ว่า มันเป็นความคิดที่เราบอกว่ามันตัน มันไม่มีอะไรที่ตัน มันจะมีช่องทางที่จะไหลไปเสมอ มันไหลไปได้ ขอเพียงเรามีพลัง เราจะไม่ติดขัดนาน หรือติดขัดมาก ถ้าเราตั้งใจสังเกตและตั้งใจเรียนรู้จริง ๆ และเราค้นจริง ๆ เราค้นหาครูบาอาจารย์ ทางกายภาพอาจจะไม่สู้ ค้นหาอาจารย์ในจิตของเรา จิตของเราจะมีการสอนตัวเราเอง เราจะมีการคิดค้นถามตอบในตัวเอง ที่มันเป็นการทดลอง ถ้าเรานิ่ง มีสมาธิ จะมีบางสิ่งบางอย่างบอกเรา แว๊บ ขึ้นมาในความคิดช่องที่เล็กที่สุด อย่าง เร็ว และ ก็คือ ว๊าบขึ้นมา แล้วมันก็จะหายไปทันที เราก็จะรู้และจะดำเนินการตามนั้น ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าความรู้ ที่มันผุดขึ้นมา ด้วยอัตราเร็วที่สูงมาก นั่นคือ กำลังจะบอกว่า ทุกคนมีครูบาอาจารย์ที่ ให้ปัญญาภายใน ไม่ใช่ปัญญาภายนอก ที่เป็นองค์ความรู้ ที่อ่าน เรียน หรือสอนกันในระบบการศึกษา ปัญญาภายในนี้คือสิ่งที่จะ นำพาให้เราท่าน ออกจากสภาพการติดขัด เราจะต้องมีสภาวะ ที่สมดุล ผ่อนคลาย เราต้องไม่เครียด กังวล เราจะต้องมีจิตใจจดจ่อ เราถึงจะเข้าถึงปัญญาภายในในแต่ละขณะ
สิ่งที่เราต้องการคือสภาวะอันไหลลื่น ถ้าเราได้มาแล้ว มันจึงกลายเป็นรางวัล ดังเช่นถ้าคนดูหนังก็ จดจ่อเพื่อให้ได้เห็นฉากเหล่านี้ อันเป็น ความผ่อนคลาย หลังจากที่ได้ลุ้นแล้ว ฉากเหล่านี้ ที่ดี ที่สวยงามอย่างไรจะไม่มีความหมายเลยถ้าหากว่า มันไม่มีสภาวะการอันที่ต้องได้ลุ้น หรือข้อทดสอบดังกล่าว มันจะไม่มีคุณค่าใด ๆ เลย ถ้าไม่ผ่าน กระบวนการที่ยุ่งยากอย่างที่มันผ่าน ยิ่งยุ่งยากมาก มันก็ยิ่งมีคุณค่ามาก สำหรับบทเรียน ที่ต้องเรียนรู้เหล่านั้น
ดังนั้น ชีวิตถึงต้องมี 2 ด้าน มันจึงจะ เป็นการไหลลื่นไปอย่างเดียว ก็จะไม่ได้ มันก็จะคือ ไม่จริง ไม่ใช่ชีวิต ที่แท้จริง มันคือ ความฝันตลอดกาลมากกว่า เวลาที่เรามุ่งไปสู่อะไรสักอย่าง เราพูดถึงมัน มีฝรั่งคนหนึ่งเค้า จะรู้จักคำภาษาไทย ว่า “ฝันหวาน” เค้าทักมาว่ามันคือ “ ฝันหวาน” แปลว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการที่เราจะผ่านอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้ เค้าคิดอย่างนั้น มันเป็นเพียงความคิดของคนสักคนหนึ่งที่บอกว่า อะไรเป็นไปได้หรือไม่ได้ ในความเป็นจริงก็คือ สิ่งที่เป็นไปได้ย่อมเกิดจากการมุ่งมั่นเรียนรู้ แล้วใช้ปัญญาทั้งภายนอกภายใน ผสมผสานกันอย่างลงตัว สำหรับเรื่องนั้น ๆ และใช้ความมุ่งมั่น การกระทำที่มากพอ ในที่สุดความสำเร็จหรือการที่มันไปได้จะคืออะไร ถ้ามันไม่ใช่การหลุดออกจากสิ่งที่ติดหรือ ไหลลื่นออกมา หรือผ่อนคลาย หรือเคลียร์แล้ว เข้าใจแล้ว แจ้งแล้ว นิ่งแล้ว สงบแล้ว หรือ ในที่สุดคืออิสรภาพ
จากเครื่องร้อยรัด โดยประการทั้งปวง ไหลลื่น ที่ เป็น Flow freely ในเว็บนี้ น่าจะเป็นอย่างนี้
หมายเหตุ เว็บบล็อกนี้ ใช้โดเมน www.flowfreely.info ชี้มาหรือ สร้างให้กับ เว็บ flowfreely.info (หากว่าท่านมาจาก Thaionline)