เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 9746 คน
jewellery21
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • สูตรถนอมผิวมือให้เนียนนุ่ม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สูตรครีมพอกเพื่อเท้าสวย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับ 10 ประการเพื่อผมสวย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การป้องกันไม่ให้ผมร่วง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การป้องกันไม่ให้ผมร่วง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผิวสวยท้าลมหนาว (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับผิวสวย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ใส่เสื้อผ้าสีสดแบบไหน ไม่ไร้รสนิยม (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เปลี่ยนสีผมให้สวยเดิร์นเหมาะกับสีผิว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สารพัน Beauty tips (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เลือกสีผมจากสีผิว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เพิ่มความร้อนแรงรับลมหนาว....ด้วยสีสันบนเล็บ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับผมสวย ด้วยอาหาร (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบบถักผมเปีย สวยเก๋ แบบมีสไตล์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หมดปัญหาลงพุง ด้วย 8 ทริคง่ายๆ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • 7 เคล็ดลับหุ่นดีตลอดกาล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดวิธี..ป้องกันรักแร้ดำ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีรับมืออาการแพ้เครื่องสำอาง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีเติม ความสวย แบบสบายกระเป๋า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับ 10 ประการเพื่อผมสวย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เคล็ดลับผมสวยด้วยน้ำมันมะพร้าว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <เมษายน 2557>
     
    1431123456
    1578910111213
    1614151617181920
    1721222324252627
    182829301234
    19567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 122180
    • เฉพาะวันนี้ 48
    • ความคิดเห็น 14
    • จำนวนเรื่อง 118
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    การแต่งกายของไทย
    10 มิถุนายน 2553 - 11:31:00

    Silver Bomb Drop Earrings

    9ct White Gold 0.20ct Diamond Heart Stud Ea...

    PAIR OF PINK & GOLD ICE SLIDE ON BEADS...

    Silver Ladies Amber Teardrop Pendant with 1...

    9mm CZ Cubic Zirconia Stone Magnetic Round ...

    Pair of Clear Swarovski Crystal Stud Earrin...

    Silver Gents Dragon Pendant + 20" Belcher

    The Dragon's Lure (stud) - Single Gothic Ea...

    ENAMEL WHITE HEARTS SPACER CHARM FITS PANDO...

    Black Leather Wrap Around Strap Wristband B...

    Silver Stars / Trace Lariat Chain 19"

    925 Flower Charm Bead for Pandora/Troll/Cha...

    Dew Sterling Silver Womens Butterfly Stud ...

    Balalabeads 'Naomi, Daniella, Joelle & ...

    Elements Sterling Silver Ladies E2832G Dark...

    Silver ES1123-15 Amethyst Heart Stud Earrings

    Silver Cubic Zirconia Pear Earring / Pendan...

    Oi! - Ladies Amethyst Flower Earrings - E0606

    MAGNETIC THERAPY COPPER Magnetic Bracelet -...

    Urban Male Black Stainless Steel Mens Spike...

    letter G Bead for Pandora/Troll Style Charm...

    9ct Two Tone Gold AME107547 Ladies 0.06ct B...

    Sterling Silver Floating Heart Ankle Bracelet

    Silver Plated Puffed Heart Pendant on a 22"...

    Sterling Silver Ruff & Tumbal ladies/me...

    LovingtheBead © 'Tina's Treat' Murano ...

    Balalabeads 'Love' - Six metal spacer beads...

               ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นของตนเองมาเป็น ระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะไทย มารยาทไทย ภาษาไทย อาหารไทย และชุดประจำชาติไทย
               สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีคุณค่า มีความงดงามบ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งความเป็น "ไทย" ที่นำความภาคภูมิใจมาสู่คนในชาติ
               การแต่งกายของไทยโดยเฉพาะในยุครัตนโกสินทร์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่า ๒๐๐ ปีนั้น ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ
               นับตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนกลาง ยุคเริ่มการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือ ยุค "มาลานำไทย" และ จนปัจจุบัน "ยุคแห่งเทคโนโลยีข่าวสาร"
               แต่ละยุคสมัยล้วนมีรูปแบบการแต่งกายที่เป็นของตนเองซึ่งไม่อาจสรุปได้ว่า แบบใดยุคใดจะดีกว่า หรือ ดีที่สุด เพราะวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม ล้วนต้องมีการปรับเปลี่ยนบูรณาการไปตามสิ่งแวดล้อมของสังคมแล้วแต่สมาชิกของ สังคมจะคัดสรรสิ่งที่พอเหมาะพอควรสำหรับตน พอควรแก่โอกาส สถานที่และกาลเทศะ
    สมัย น่านเจ้าจนถึงปลายสมัยอยุธยา

    สมัยน่าน เจ้า(พ.ศ. ๑๑๖๑–๑๑๙๔)

               เมื่อชนชาติไทยอพยพเคลื่อนที่ลงมาสู่แหลมอินโดจีนโดยลำดับ จนได้ตั้งอาณาจักรไทยน่านเจ้าขึ้นเป็นอาณาจักรไทยแห่งหนึ่งที่หนองแสตาลีฟู หญิงไทยคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีทางการแต่งกายของตนไว้ ไม่ใช้ฝุ่นผัดหน้าหรือเขียนคิ้ว ใช้น้ำกลั่นจากต้นหม่อนทาผม หญิงผู้ดีนุ่งซิ่นไหม ใช้ผ้าไหมอีกผืนหนึ่งคาดเอวไว้ ผมมุ่นสูง บางทีถักเป็นเปียห้อยลงสองข้าง ใช้ต่างหูทำด้วยไข่มุก ทับทิมหรืออำพัน นิยมใช้รองเท้าฟาง

    สมัยเชียง แสน(พ.ศ ๑๖๖๑–๑๗๓๑)

               อาณาจักรน่านเจ้าสิ้นสุดลง ชนชาติไทยเคลื่อนสู่แหลมอินโดจีนรวบรวมกันเป็นอาณาจักรใหม่ เรียกลานนาไทย หรือเชียงแสน ราว พ.ศ. ๑๖๖๑–๑๗๓๑ เนื่องแต่เข้ามาอยู่ในเขตร้อน หญิงไทยจึงนุ่งซิ่นถุง แต่การทอผ้ามีลวดลายตกแต่งประดับประดา เช่น ซิ่นทอลายขวาง เกล้าผมสูง ปักปิ่นประดับผม

    สมัย สุโขทัย (พ.ศ. ๑๗๘๑–๑๘๒๖)

               อาณาจักรสุโขทัยเริ่มราว พ.ศ. ๑๗๘๑ เป็นระยะเวลาใกล้กับที่ไทยอีกพวกหนึ่งเรียกตัวเองว่า ปงหรือปา ไปก่อตั้งอาณาจักรอาหม บัดนี้คือมณฑลอัสสัมในอินเดีย พ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย ทรงคิดตัวอักษรไทยขึ้น อิทธิพลทางวัฒนธรรมพราหมณ์และขอมแพร่มาถึงสตรีไว้ผมเกล้าสูง อย่างที่เรียกว่า โองขโดง คือรวบขึ้นไปเกล้ามวยกลางกระหม่อม มีเกี้ยวหรือพวงมาลัยสวม สนมกำนัลแต่งกรัชกายนุ่งห่มผ้าลิขิตพัสตร์ ผ้าสุวรรณพัสตร์ ประดับเครื่องอลังกาภรณ์ มีจดหมายเหตุบันทึกการแต่งกายสตรีว่า หญิงนุ่งผ้าสูงพ้นดิน ๒ - ๓ นิ้ว (กรอมเท้า) สวมรองเท้ากีบทำด้วยหนังสีดำสีแดง

    สมัย อยุธยา รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ

               พระมเหสีเทวีแต่โบราณเสวยพระกระยาหารต่างเวลากับพระมหากษัตริย์ ย่อมโปรดให้ข้าหลวงตั้งเครื่องเสวยของพระองค์เองก่อนหรือภายหลัง เพื่อมีเวลาถวายปรนนิบัติพระราชสวามีได้เต็มที่ เครื่องทรงเป็นภูษาจีบห่มผ้าปัก มีเครื่องประกอบยศขัตติยนารี

    ต้นสมัย อยุธยา (พ.ศ. ๑๘๙๓– ๒๑๓๑)

               พระเจ้าอู่ทอง ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ศิลปะการดนตรีขับร้องและกลอนเพลงเฟื่องฟู ไทยเริ่มนุ่งโจงกระเบน แปลงจากทรงหยักรั้งอย่างขอม หญิงนุ่งจีบห่มสไบ มีผ้าห่มชั้นในอีกผืนหนึ่งห่มอย่างผ้าแถบสไบชั้นนอกใช้ผ้าเนื้อหนาก็ได้ ตามกฎมณเฑียรบาลสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถระบุว่า “เมื่องานใส่เศียรเพชรมวย” คือเกล้าไว้ที่ท้ายทอย "เกล้าหนูนยิกเกี้ยวแซม" คือ ผมเกล้าสูงไว้บนกระหม่อม

    สมัย อยุธยา (พ.ศ. ๒๒๗๕ - ๒๓๐๑)

               ในสมัยอยุธยารัชกาลพระเจ้าบรมโกษฐ์ วรรณคดีไทยเฟื่องฟูมาก เช่น มีกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ซึ่งได้ใช้ขับเห่เรือพระที่นั่งมาจนปัจจุบัน การแต่งกายสตรีตามภาพพจน์นิพนธ์กล่าวว่า

    “คิดอนงค์ องค์เอวอร       ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร”
    และ “ผมเผ้าเจ้าดำขลับ       แสงยับยับกลิ่นหอมรวย
    ประบ่าอ่าสละสลวย       คือมณีสีแสงนิล”

               แสดงว่าสตรีนิยมไว้ผมยาว เจ้าฟ้ากุณฑลและเจ้าฟ้ามงกุฎ พระราชธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมโกษฐ์ได้นิพนธ์บทละครเรื่อง ดาหลังและอิเหนา ขึ้น ตามเค้าเรื่องที่ข้าหลวงเชื้อชาติมลายูเล่าถวาย

               สิ้นรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ ประเทศไทยต้องทำศึกสงคราม การแต่งกายของสตรีจึงเปลี่ยนแปลงไป
    ผมที่เคยไว้ยาวประบ่าก็ต้องตัดสั้น เพื่อสะดวกในการปลอมเป็นชายอพยพหลบหนี ห่มผ้าคาดอกแบบตะเบงมานรวบชายผูกเงื่อนที่ต้นคอ แสดงถึงหญิงไทย แม้จะเป็นเพศอ่อนโยนสวยงาม แต่ก็อาจปรับตัวรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ งานบ้านปรกติก็ต้องทำ เช่น ฝัดข้าวไว้หุง แต่พอมีสัญญาณภัยก็วางกะด้ง คว้าดาบ
    พร้อมที่จะสู้ได้ทันที

    ยุค ต้นรัตนโกสินทร์
               วัฒนธรรมการแต่งกายในสมัยนี้ ทั้งทรงผม เสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับต่างๆ ยังคงลักษณะบางอย่างที่สืบเนื่องมาจากสมัยอยุธยา แต่มีแตกต่างกันไปตามชุมชนทั้งในเมืองและท้องถิ่นต่าง ๆ
               การแต่งกายตามประเพณีนิยมในภูมิภาคต่าง ๆ ของราษฎรจะแตกต่างไปจากประเพณีนิยมของราษฎรในเขตราชธานีภาคกลาง แม้แต่สังคมของคนกรุงเทพฯ ยุคนั้นการแต่งกายของราษฎรทั่วไปยังต่างกันไปตามชนชาติซึ่งเข้ามาตั้งถิ่น ฐานบ้านเรือนในขณะนั้น กลุ่มชนชาติต่าง ๆ อันมีพวกมอญ จาม ฝรั่ง ส่วนใหญ่รับราชการประจำกองทัพ คนจีนรับราชการในด้านกิจการค้าของรัฐในสังกัดกรมท่า คือการค้าสำเภาและการเก็บภาษีอากรภายใน

    การแต่งกายโดยทั่วไปของคน ในสมัยนี้

    ชาย
               ไว้ผมตัดสั้นที่เรียกว่า “ผมมหาดไทย” นุ่งผ้าโจงหรือ จีบ ตามธรรมดา ไม่นิยมสวมเสื้อ ยกเว้นในเทศกาลเข้าร่วมในงานพระราชพิธีต่างๆ
    หญิง
               ห่มสไบ นุ่งผ้าโจงหรือผ้าจีบ เครื่องประดับชายหญิงและเด็กรวมทั้งเครื่องแต่งกายนั้น มีมากน้อยแตกต่างกันไปตามฐานะของกลุ่มคนในสังคมซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มคนชั้นสูง และราษฎรสามัญ ลักษณะการแต่งกายตามแบบจารีตนิยมนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เมื่ออิทธิพลของชาติตะวันตกขยายตัวเข้ามาในดินแดนแถบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการแต่งกายนี้ได้เกิดในกลุ่มชนชั้นนำก่อน
    ยุค รัตนโกสินทร์สมัยใหม่ (รัชกาลที่ ๕ - ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๐)
               นโยบายเปิดประเทศอย่างหนึ่งคือ การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการแต่งกาย เช่น โปรดให้ข้าราชการและเจ้านายสวมเสื้อเมื่อเข้าเฝ้า ในสมัยรัชกาลที่ ๔ การเลิกไว้ผมทรงมหาดไทยของผู้ชายมาไว้ยาวแล้วตัดแบบชาวตะวันตกในสมัยต้น รัชกาลที่ ๕ ต่อมาการติดต่อกับต่างประเทศมีมากขึ้น ทั้งด้านความสัมพันธ์ทางการทูต การขยายตัวทางการค้าของบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ที่สั่งสินค้าจากตะวันตกเข้ามาขาย เพื่อรับกับการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวตะวันตก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนทำให้วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวตะวันตกเข้ามามีส่วนสัมพันธ์กับ วัฒนธรรมการแต่งกายเดิม เชื่อว่าเป็นเพราะความนิยมใน "ความเจริญ” ของตะวันตก จึงรับเอาความคิดทางด้านความสวยงามตามทัศนคติของชาวตะวันตกเข้ามาด้วย
               ในระยะต้นเป็นการดัดแปลงแบบตะวันตกผสมกับแบบการแต่งกายเดิม ราชสำนักเป็นแกนนำของความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะราชสำนักฝ่ายใน แต่การ “แต่งอย่างฝรั่ง” ก็เป็นที่ยอมรับเพียงเวลา “ออกการออกงาน” หรือเนื่องในโอกาสต่าง ๆ เป็นพิเศษเท่านั้น ปกติยังคงแต่งกายตามประเพณีเดิม
               นักเรียนไทยที่ได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เป็นแกนนำในการเผยแพร่แบบการแต่งกายของชาวตะวันตก ตลอดจนวิถีทางดำเนินชีวิตบางประการ เช่น การสังสรรค์ที่คลับสโมสร การจัดงานเลี้ยงที่เรียกว่า “ปาร์ตี้” (Party) ประกอบกับการสื่อสารกับประเทศตะวันตกและการสื่อสารภายในประเทศ การแต่งกายแบบ “สากลนิยม” จึงขยายตัวไปสู่กลุ่มชนชั้นกลาง
    สมัย รัฐนิยมและหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒
               ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ วัฒนธรรมการแต่งกายของไทยมีลักษณะเด่นด้านการนิยมแบบตะวันตกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงแรก (พ.ศ. ๒๔๘๑ -๒๔๘๗) มีนโยบายสำคัญในการสร้างชาติด้วยลัทธิชาตินิยม โดยได้มีการวางเป้าหมายปลูกฝังให้ประชาชนชาวไทยเป็นผู้มี “วัธนธัมดี มีศิลธัมดี มีอนามัยดี มีการแต่งกายเรียบร้อย มีที่พักอาศัยดี และมีที่ทำมาหากินดี"
               ด้านการแต่งกายรัฐได้วางระเบียบปฏิบัติ โดยเฉพาะ รัฐนิยมฉบับที่ ๑๐ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๘๔ มีใจความสำคัญคือ

               เน้นการแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยเมื่อปรากฏตัวในที่ชุมนุมชน หรือสาธารณชน และแยกแยะประเภทเครื่องแต่งกายที่ถือว่าเรียบร้อยสำหรับประชาชนชาวไทย โดยกำหนดการแต่งกายและทรงผมแบบใหม่ ขอให้สตรีทุกคนไว้ผมยาว เลิกใช้ผ้าโจงกระเบนเปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าถุงแทน เลิกการใช้ผ้าผืนเดียวคาดอกหรือเปลือยกายท่อนบน ให้ใส่เสื้อแทน

               ชายนั้นขอให้เลิกนุ่งกางเกงแพรสีต่าง ๆ หรือนุ่งผ้าม่วง เปลี่ยนมาเป็นนุ่งกางเกงขายาวแทน กระทรวงทบวงกรมต่าง ๆ วางระเบียบเครื่องแต่งกายของข้าราชการในเวลาทำงานปกติ และทั่วไปเพื่อให้เป็นแบบอย่างอันดี ในเวลาทำงานปกติข้าราชการหญิงต้องใส่เสื้อขาวนุ่งกระโปรงสีสุภาพ หรือผ้าถุง และสวมรองเท้าหุ้มส้น ถุงเท้าสั้นหรือยาวก็ได้ และต้องสวมหมวก สีของเครื่องแต่งกายนั้นถ้าเป็นงานกลางแจ้งควรใช้สีเทา ถ้าเป็นงานในร่มหรือเกี่ยวกับเครื่องจักร ควรใช้สีน้ำเงินเข้ม เป็นต้น
    ระยะ พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๒๕
               ในช่วงเวลานี้ได้มีวิวัฒนาการการแต่งกายแบบไทยที่สำคัญคือ การแต่งกายแบบไทยตามแนวพระราชนิยม คือ ชุดไทยพระราชนิยมสำหรับหญิง และชุดไทยพระราชทานสำหรับชาย ทั้งสองชุดนี้ได้เป็นที่ยอมรับว่าเป็นชุดประจำชาติของไทย

    การ แต่งกายชุดไทยพระราชนิยม

               สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวาระที่โดยตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป และ สหรัฐอเมริกา โดยทีทรงมีพระราชดำริว่าไทยเรายังไม่มีชุดแต่งกายปะจำชาติที่เป็นแบบแผน เหมือนชาติอื่น ๆ และการเสด็จประพาสครั้งนี้ก็เป็นราชการสำคัญ จึงโปรดฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ได้หารือกับผู้รู้ทางประวัติศาสตร์ ค้นคว้าเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของไทยสมัยต่าง ๆ และโปรดให้คุณอุไร ลืออำรุง ช่างตัดฉลองพระองค์เลือกแบบต่าง ๆ มาดัดแปลงแก้ไขให้เหมาะสม จัดเป็นชุดไทยพระราชนิยมหลายชุด และกำหนดให้เลือกใช้ในวาระต่าง ๆ กัน คือ
    ยุค ๒๕๒๕ - ๒๕๓๗ - ๒๕๔๔
               หญิงไทยในยุคนี้จะแต่งกายตามสมัยนิยมและกล้าที่จะแต่งชุดที่ขัดกับวัฒนธรรม ไทย เช่น นุ่งกระโปรงสั้นเหนือเข่าจนเห็นขาอ่อน (mini skirt ) ใส่เสื้อเปิดพุง หรือรัดรูป ฯลฯ บางแฟชั่นก็เป็นกระโปรงบานยาวกรอมเท้า ฯลฯ ตามแต่จะได้รับสื่อแฟชั่นจากทุกมุมโลก ซึ่งเข้าสู่สมัยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดน แฟชั่นการแต่งกายสมัยใหม่ระบาดออกไปสู่วัยรุ่นไทยทุกจังหวัดอย่างรวดเร็ว ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะการแต่งกายเลียนแบบดารานักร้อง นักแสดงวัยรุ่น ค่านิยมของการแต่งกายเปลี่ยนแปลงไปตามอาชีพ ตามวัยและตามสภาวะแวดล้อม “แฟชั่นกางเกง” นับเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในเกือบทุกวัยทุกอาชีพ การนุ่งกางเกงนับเป็นเรื่องปกติสำหรับหญิงไทย กางเกงผ้ายีนส์เข้ามามีบทบาทมากในกลุ่มวัยรุ่น

               อาจกล่าวได้ว่าในช่วงนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีรูปแบบหรือไม่อย่างไร คงหมุนไปตามกระแสแฟชั่นของโลก

    การ เก็บรักษาและการใช้ผ้าไทยอย่างถูกวิธี : โดย นายสุจริต บัวพิมพ์
               เมืองไทยจัดอยู่ในภูมิภาคเขตร้อนชื้น มี ๓ ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน อาชีพในอดีตของคนไทยคือ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ ว่างจากฤดูการทำไร่ ทำนา หญิงไทยก็จะทอผ้าหรือเย็บปักถักร้อย ตามแต่ละภูมิภาค ส่วนชายไทยก็อาจทำงานอื่น ๆ เช่น ตีเหล็กเพื่อทำมีด ขวาน จอบ เสียม จนมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า “หญิงทอผ้า ชายตีเหล็ก"
               การทอผ้าไม่ได้ทำกันในทุกภูมิภาค ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการสืบเชื้อสาย และวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น เช่น ในภาคเหนือหรือภาคอีสาน ต้นหม่อนเจริญงอกงามดี ก็จะมีการเลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทอผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายและมีการสืบเชื้อสายในการทอผ้าจาก ญาติพี่น้องชาวลาว ซึ่งมีดินแดนติดต่อกันอยู่ ส่วนการที่ใครถนัดที่จะทอไหม ทอฝ้าย ใครถนัดที่จะมัดหมี่ น้ำไหล ขิด หรือจกก็ขึ้นอยู่กับการสืบทอดต่าง ๆ กันจาก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่สืบเชื้อสายอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญา
               ในภาคใต้ ก็มีบางจังหวัดที่มีการทอผ้า เช่น เกาะยอ จังหวัดสงขลา หรือผ้าไหมที่อำเภอพุมเรียง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่สืบเชื้อสายโดยชาวไทยอิสลามที่ยังคงยึดเป็นอาชีพปัจจุบันนี้
    บรรณานุกรม
      ๑. คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ,สำนักงาน. เสื้อชุดไทย กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา, ๒๕๓๘. ๖๒ หน้า

    ๒. ศิลปากร,กรม.สมุดภาพวิวัฒนาการการแต่งกายสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : อมรินทร์การพิมพ์, ๒๕๒๕. ๑๔๒ หน้า (จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๒๕)

    ๓. อเนก นาวิกมูล,ผู้รวบรวม. การแต่งกายสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (หนังสือชุดกรุงเทพฯสองศตวรรษ) กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๒๕. ๑๗๐ หน้า



    ที่มา


    http://www.culture.go.th/knowledge/story/Dress/dress.html

    อ่านทั้งหมด: 3952, ความเห็นทั้งหมด: 1
    สวยมากค่ะ
    โดย - คนจังหวัดเลย - วันที่ 21 สิงหาคม 2554 เวลา 15:42

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    สมัครทำบัตรเครดิตธนาคารซิตี้แบงก์ พบกับบริการดีๆแก่คุณตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน–ซิตี้แบงก์ปร
    NTP Server ในไทย
    สุเทพ 30 เม.ย.แถลงใหญ่นัดวันเผด็จศึก(ดีโพลมา1989)
    ร้อยข่าวบลูสกาย 23 04 57 เบรค1(ดีโพลมา1988)
    เปิดตัวองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ล่าคนหมิ่น (ดีโพลมา1987)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๖(ดีโพลมา1986)
    ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง(ดีโพลมา1985)
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 22 04 57(ดีโพลมา1984)
    ขั้นตอนการสั่งฃื้อครับ 10 แถม 1 แผ่น
    ร้อยข่าวบลูสกาย 22 04 57 เบรค1(ดีโพลมา1983)
    ร้อยข่าวบลูสกาย 22 04 57 เบรค2(ดีโพลมา1982)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๕(ดีโพลมา1981)
    Tasek Lama Recreational Park
    คำสั่ง find linux command
    สำหรับผู้ใช้เน็ตทุกวัน มาทำงานคีย์ข้อมูลผ่านเน็ต สร้างรายได้จากที่บ้าน
    Bangkok Meeting Hotel, Bangkok Convention Hotel, Bangkok Hotel Rooms – The Twin Towers H
    งานออนไลน์ ใช้เน็ตพื้นฐานทำงาน วันละ 2-3 ชั่วโมง
    ร้อยข่าวบลูสกาย 21 04 57 (ดีโพลมา1980)
    สุเทพ" นำรณรงค์(ดีโพลมา1978)
    ชิดลมนิวส์ยังฮา(ดีโพลมา1977)
    เวทีสวนลุมพินี 20 04 57(ดีโพลมา1976)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๔(ดีโพลมา1975)
    มาดูกันสิว่าถ่าน Alkaline ยี่ห้อไหนจะเจ๋งกว่ากัน
    เวทีสวนลุมพินี 19 04 57 (ดีโพลมา1974)
    สมชาย' ชี้ 'ยิ่งลักษณ์' ถ่วงเปิดประชุมวุฒิ (ดีโพลมา1973)
    ดูหนัง ไซอิ๋ว2013 HD(ดีโพลมา1972)
    พิมพ์งานออนไลน์ ใช้เน็ตพื้นฐานทำงาน วันละ 2-3 ชั่วโมง
    งานพาร์ทไทม์ รับงานกลับมาทำที่บ้าน ใช้ word ทำงาน ที่นี่เลย
    5 อันดับเครื่องมือตัดต่อวิดีโอ
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 18 04 57(ดีโพลมา1971)
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 18 04 57
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๓(ดีโพลมา1970)
    ปชป.เตรียมทีมกฏหมายฟ้อง ศอ.รส.(ดีโพลมา1969)
    ศาล รธน.พิจารณาคำขอนายกฯ(ดีโพลมา1968)
    งานนอกเวลา ทำหลังเลิกงาน จ่ายรายวัน สนใจงานคลิกที่นี่ด่วน
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 17 04 57(ดีโพลมา1967)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๒(ดีโพลมา1966)
    เวทีสวนลุมพินี 16 04 57(ดีโพลมา1965)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๐(ดีโพลมา1964)
    เปิ้ล ไอริณ" ไม่ยอม "แมน-ใบเตย"(ดีโพลมา1963)
    งานรายได้เสริม ทำเป็นงานอดิเรก ยามว่าง สนใจคลิก
    รีวิวพิเศษ ทงคัตสึ ไมเซน Tonkatsu MAiSEN พาไป Root Trip ถึงไมเซน ประเทศญี่ปุ่น
    ดีโพลมา1960)ไปเที่ยวpattaya dolphin worldและซีมูนรีสอร์ท
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 15 04 57(ดีโพลมา1962)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๙ (ดีโพลมา1961)
    https://www.youtube.com/watch?v=oifxuZZ9F7A
    รับนักเรียนนักศึกษาหางานพิเศษช่วงปิดเทอม รับจำนวนมาก คลิกเลยที่นี่ค่ะ
    ร้อยข่าวสุดสัปดาห์ 13 04 57(ดีโพลมา1959)
    รับคนคีย์ข้อมูลผ่านเน็ต จำนวนมาก สามารถทำที่บ้านได้
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๘(ดีโพลมา1958)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 140.4003ms