เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1717 คน
bandekoo
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • วันลอยกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กล้องจุลทรรศน์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คณิตศาสตร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติคณิตศาสตร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไข้หวัดนก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โทษของยาเสพติด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ระบบนิเวศ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกข้าวโพด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกยางพารา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติตะกร้อ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การตอนกิ่ง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันพืชมงคล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกมะนาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันปิยมหาราช (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันพ่อแห่งชาติ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันแม่แห่งชาติ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติกีฬาฟุตบอล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติบาสเก็ตบอล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเพราะเห็ด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันวิสาขบูชา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พิธีไหว้ครู (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ธันวาคม 2557>
     
    4824252627282930
    491234567
    50891011121314
    5115161718192021
    5222232425262728
    532930311234
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 16587
    • เฉพาะวันนี้ 6
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 25
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    การปลูกข้าวโพด
    22 สิงหาคม 2554 - 17:26:00

    ก า ร ป ลู ก ข้า ว โ พ ด

    เรียบเรียง ดร

     

    .โชคชัย เอกทัศนาวรรณ ศูนย์วิจัยข้าวฟ่างแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     

    เกตุอร ทองเครือ กองเกษตรสัมพันธ์

     

     

    ! ข้าวโพด

     

     

     

    ! พันธุ์

     

     

     

    ! ฤดูปลูกข้าวโพด

     

     

     

    ! อัตราการปลูกและระยะการปลูก

     

     

     

    ! การเตรียมดิน

     

     

     

    ! การกำ จัดวัชพืช

     

     

     

    ! การใส่ปุ๋ย

     

     

     

    ! ความต้องการนํ้า

     

     

     

    ! แมลงศัตรูข้าวโพด

     

     

     

    ! โรคข้าวโพด

     

     

    ! ข้าวโพด

     

     

    ! พันธุ์

     

     

    ! ฤดูปลูกข้าวโพด

     

     

    ! การเตรียมดิน

     

     

    ! การกำ จัดวัชพืช

     

     

    ! การใส่ปุ๋ย

     

     

    ! ความต้องการนา้ํ

     

     

    ! แมลงศัตรูข้าวโพด

     

     

    ! โรคข้าวโพด

     

     

    ! การเก็บเกี่ยว

     

    2

    ข้า ว โ พ ด

    เป็นพืชเศรษฐกิจสำ คัญของไทยที่ทำ รายได้ให้กับประเทศ คิดเป็นมูลค่าประมาณปีละ 1

     

    0,000

     

    ล้านบาท โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดประมาณปีละ 11

     

    -12 ล้านไร่ ผลผลิตประมารปีละ 4-5 ล้านตัน

     

    ประมาณ

     

    65% ของผลผลิตใช้บริโภคภายในประเทศในรูปแบบที่เป้นวัสถุดิบให้แก่โรงงานอาหารสัตว์และ

     

    อุตสาหกรรมอื่นๆ ส่วนที่เหลือส่งออกในรูปแบบของข้าวโพด

     

    , ข้าวโพดบด และแป้งข้าวโพด ซึ่งคิดเป็นมูล

     

    ค่า ประมาณ

     

    5,000-6,000 ล้านบาท (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2535)

     

    การบริโภคภายในประเทศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง

     

    5 ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะขยาย

     

    ตัวเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นการผลิตข้าวโพดจึงไม่มีปัญหาในเรอื่ งตลาดรองรบั เพราะเปน็ ทตี่ อ้ งการทงั้ ภายใน

    และต่างประเทศ

    แหล่งปลูกข้าวโพดที่สำ คัญอยู่ใน

     

    ภาคเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ปลูกถึงกว่าครึ่งของทั้งประเทศ ส่วนที่เหลือ

     

    กระจายปลูกในทุกภาคของประเทศ จังหวัดที่ปลูกข้าวโพดที่สำ คัญ ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครราชสีมา เลย

    ลพบุรี และนครสวรรค์

    ข้าวโพดสามารถใช้เป็นอาหารทั้งของมนุษย์และสัตว์ แม้ว่าพื้นที่เพราะปลูกจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกปี

    จนปัจจุบันไม่าสามารถขยายได้อีกต่อไป และมีผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศประมาณ

     

    370 กิโลกรัม/ไร่ เท่า

     

    นั้นเอง ดังนั้นจึงมีความจำ เป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องพยายาามเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ให้ได้ซึ่งการเพิ่มผลผลิต

    นั้นขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ใช้ปลูก ความอุดมสมบูรณ์ของดิน สภาพดินฟ้าอากาศ ปริมาณและการตกของฝน

    และการปฏิบัติดูแลรักษา ซึ่งจะกล่าวได้ดังต่อไปนี้

    พันธุ์

    พันธ์ข้าวโพดในประเทศไทยที่ทางราชการและบริษัทเอกชน แนะนำ ส่งเสริมมีหลายพันธุ์ การใช้

    พันธุ์ที่ดีนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตที่ดี สามารถแยกพันธุ์ออกได้เป็น

     

    2 ประเภท คือ

     

    1

     

    . พันธุ์ผสมเปิดหรือผสมปล่อย เกษตรกรที่ปลูก ดังกล่าวนี้

    สามารถเก็บเมล็ดเพื่อใช้เป็น

     

    พันธุ์ในฤดูต่อไปได้

     

     

     

     

    แต่ทั้งนี้ไม่เก็บพันธุ์เองเกิน 3 ครั้ง ซึ่งการเก็บพันธุ์ไว้ใช้เองต้องเลือกเก็บฝักจากต้นที่

     

    ดี

     

    ไม่มีโรคแมลงทำ ลาย ฝักโต มีลำ ต้นสูงตามเกณฑ์เฉลี่ยของพันธุ์ไม่ควรเก็บฝักจากต้นที่อยู่รอบนอกของ

     

    แปลงและไม่ควรเก็บเฉพาะจากส่วนหนึ่งส่วนใดของแปลงปลูก ควรเก็บจากต้นที่ดีตามจุดต่างๆ ของแปลง

    ปลูก

    3

    พันธุ์ที่แนะนำ ส่งเสริม ได้แก่

    1

     

    .1 พันธุ์สุวรรณ 1 เป็นพันธุ์ผสมเปิดที่ให้ผลผลิตสูง มีความต้านทานต่อโรครานํ้าค้าง

     

    ลำ ต้นสูงประมาณ

     

    2.00-2.50 เมตร เมล็ดมีสีเหลืองส้ม อายุออกดอก 50-55 วัน อายุเก็บเกี่ยว 110-

     

    1

     

    20 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ย 550-850 กิโลกรัม/ไร่

     

    1

     

    .2 พันธุ์สุวรรณ 2 ให้ผลผลิตตํ่ากว่าพันธุ์สุวรรณ 1 เล็กน้อย ลักษณะโดยทั่วไปและสีเมล็ดจะ

     

    คล้ายพันธุ์สุวรรณ 1 ความสูง ต้นประมาณ

     

    2.00 เมตร อายุออกดอก 45-48 วัน อายุเก็บเกี่ยว 90-

     

    1

     

    00 วัน

     

    1

     

    .3 พันธุ์สุวรรณ 3 เป็นพันธุ์ผสมเปิดให้ผลผลิตสูงมีความต้านทานโรครานํ้าค้างและโรคราสนิม

     

    ลำ ต้นสูงประมาณ

     

    2.00 – 2.50 เมตร เมล็ดสีส้มเหลือง หัวแข็งถึงกึ่งหัวแข็ง อายุออกดอก 50-55 วัน

     

    อายุเก็บเกี่ยว 11

     

    0-120 วัน ผลผลิตเฉลี่ย 594-920 กิโลกรัม/ไร่

     

    พันธุ์สุวรรณ 1

    พันธุ์สุวรรณ

     

     

    2

     

    พันธุ์สุวรรณ

     

     

    3

     

    4

    2.

     

    พันธุ์ลูกผสม ปัจจุบันมีหลายพันธุ์ด้วยกันทั้งที่ผลิตโดยทางราชการและบริษัทเอกชน โดนทั่ว

     

    ไปลักษณะของขา้ วโพดลกู ผสมเมอื่ เปรยี บเทยี บกบั พนั ธส์ุ วุ รรณ 1 จะมีลาํ ตน้ เตยี้ กวา่ อายสุ นั้ กวา่ เลก็ นอ้ ย

    ผลผลิตสูงกว่า มีความสมํ่าเสมอในลักษณะต่างๆ ดีกว่า แต่ราคาเมล็ดพันธุ์แพงกว่า

    สิ่งที่ต้องระมัระวังในการปลูกโดยใช้พันธุ์ลูกผสมก็คือ

     

    เก็บเมล็ดทำ พันธุ์ปลูกเองไม่ได้ ต้องซื้อ

     

    เมล็ดพันธุ์ใหม่ปลูกทุกครั้ง เพราะถ้าเก็บเมล็ดไว้ปลูกเองในรุ่นต่อไป จะได้เมล็ดพันธุ์ ลักษณะต่างๆ ไม่

    สมํ่าเสมอ และให้ผลผลิตลดลงมาก พันธ์ลูกผสมที่แนะนำ ส่งเสริม ได้แก่

    2.

     

    1 พันธุ์สุวรรณ 2301 เป็นพันธ์ลูกผสมเดียวความสูงของต้น 1.80-2.00 เมตร เมล็ดสีส้ม

     

    อายุออกดอก

     

    47-50 วัน อายุเก็บเกี่ยว 110-120 วัน ผลผลิตสูง ทนสภาพแห้งแล้งได้ดีกว่าพันธุ์

     

    สุวรรณ 1

    2.2

     

    พันธุ์สุวรรณ 2602 เป็นพันธุ์ลูกผสมสามทาง ความสูงของต้น 2.00-2.50 เมตร เมล็ดสี

     

    เหลืองส้ม อายุออกดอก ประมาณ

     

    50 วัน ผลผลิตทั่วไปจะสูงกว่าพันธ์สุวรรณ 1 และ สุวรรณ 2301

     

    อายุการเก็บเกี่ยว 11

     

    0-120 วัน

     

    2.3

     

    พันธุ์สุวรรณ 3101 เป็นพันธุ์ลูกผสมสามทาง ความสูงของต้น 2.00-2.20 เมตร เมล็ดสี

     

    ส้มเหลืองกึ่งหัวแข้ง อายุออกดอก

     

    50-55 วัน ผลผลิตสูงกว่า พันธุ์สุวรรณ 2602 ประมาณ 16

     

    เปอร์เซ็นต์ อายุการเก็บเกี่ยว 11

     

    0-120 วัน

     

    2.4

     

    พันธุ์ลูกผสมที่ผลิตโดยบริษัทเอกชน ซึ่งมีหลายพันธุ์สามารถให้ผลผลิตได้ดีเช่นเดียวกัน

     

    ฤดูปลูกข้าวโพด

    ข้าวโพด เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดปีถ้าไม่มีปัญหาเรื่องนํ้า แต่โดยทั่วไปเกษตรกรไทยปลูก

    ข้าวโพด โดยอาศัยนํ้าฝนเป็นหลัก ดังนั้นฤดูปลูกโดยทั่วไปในประเทศไทย มี

     

    2 ฤดู คือ

     

    1

     

    . ปลูกต้นฤดูฝน เริ่มประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ขึ้นอยู่กับการตกและการกระจายของ

     

    ฝนในท้องถิ่น เกษตรกรนิยมปลูกข้าวโพดต้นฤดูฝน เนื่องจากได้ผลผลิตสูงกว่า ไม่มีโรครานํ้าค้างระบาด

    พันธุ์สุวรรณ

     

     

    2602 เทียบกับสุวรรณ 1

     

    5

    ทำ คงวามเสียหาย รวมทั้งปัญหาวัชพืชรบกวนน้อยกว่าปลูกปลายฤดูฝน แต่จะมีปัญหาจากสารพิษ

    อะฟลาท้อกซิน

    2.

     

    ปลูกปลายฤดูฝน เริ่มประมารเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม การปลูกในฤดูปลายฝนนี้ ต้องใช้

     

    พันธุ์ที่ต้านทานต่อโรครานํ้าค้าง เพราะเป็นฤดูปลูกที่โรครานํ้าค้างระบาดทำ ความเสียหายให้แก่ข้าวโพด

    มาก

    อย่างไรก็ตามข้าวโพดที่เก็บได้จากการปลูกต้นฤดูฝนคุณภาพของเมล็ดตํ่า ทั้งนี้เพราะเมล็ดเก็บ

    เกี่ยวที่ความชื้นสูง ทำ ให้เกิดเชื้อรา ซึ่งสร้างสารพิษ

     

    อะฟลาท้อกซิน ทำ ให้เมล็ดข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวจาก

     

    การปลูกต้นฤดูฝนมีสารพิษนี้ในปริมารสูง จนก่อให้เกิดปัญหาการรับซื้อจากตลาดต่างประเทศ

    ส่วนเมล็ดข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวจากการปลูกปลายฤดูฝน ไม่มีปัญหาเรื่องสารพิษอะฟลาท้อกซิน

    ถ้ามีก็น้อยเพราะการเก็บเกี่ยวกระทำ ในขณะที่ความชื้นในอากาศตํ่า

    อัตราการปลูกและระยะปลูก

    การใช้อัตราและระยะปลูกที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ และช่วยให้ข้าวโพดเจริญเติบโต

    ได้อย่างสมํ่าเสมอทั่วกัน โดยใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ

     

    3 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ปลูก ดังนี้

     

    ระยะระหว่างแถว

     

    75 เซนติเมตร ระหว่างต้น 25 เซนติเมตร เมื่องอกแล้วถอนให้เหลือ 1 ต้น/

     

    หลุมหรือ ระหว่างแถว

     

    75 เซนติเมตร ระหว่างต้น 50 เซนติเมตร เมื่องอกแล้วถอนให้เหลือ 2 ต้น/หลุม

     

    การเตรียมดิน

    การเตรียมดินมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อทำ ให้สภาพของดิน เหมาะแก่การงอกและการเจริญเติบโต

    ของต้นข้าวโพด เพราะการไถเตรียมดินทำ ให้ขนาดของก้อนดินเล็ดลงทำ ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ช่วย

    กลบเศษพืชและวัสดุอื่นๆ ลงในดิน ช่วยกำ จัดวัชพืชรวมทั้งโรคและแมลงบางชนิด ช่วยให้ดินดูดซับนํ้าได้ดี

    ขึ้นและช่วยลดการชะล้างดินจากการกระทำ ของนํ้า

    ในการไถควนไถให้ลึกประมาณ

     

    6-12 นิ้ว พลิกตากดินไว้ประมาณ 7-14 วัน เพื่อให้วัชพืชตาย

     

    หลังจากนั้นพรวนดิน 1

     

    -2 ครั้ง เพื่อย่อยดินและปรับสภาพดินให้เรียบร้อยต่อการปลูก ถ้าเป็นพื้นที่ที่ลาด

     

    เท การไถครั้งสุดท้ายควรให้ขวางกับแนวลาดเท

    อะฟลาท้อกซินในข้าวโพด

    6

    นอกจากนี้การปลูกข้าวโพดอาจปลูกบนดินที่ไม่ต้องมีการไถพรวนหรือไถพรวนเพียง เพื่อทำ แถว

    ปลูกเท่านั้นก็ได้ แต่การปลูกในแปลงที่เตรียมดินแบบนี้จะได้ผลต่อเมื่อการใช้สารเคมีกำ จัดวัชพืชโดยมี

    สารเคมีหลัก คือ

     

    กรัมม้อกโซนหรือพารารวอท แล้วมีการใช้สารเคมีปราบวัชพืชชนิดอื่นที่เหมาะสมควบ

     

    คู่กันไปด้วย เช่น อาทราซีน

     

    , อะลาคลอร์ เป็นต้น การปลูกข้าวโพดแบบไม่มีการไถพรวนนี้จะมีเศษซากพืช

     

    คลุมดิน เป็นต้น การปลูกข้าวโพดแบบไม่มีการไถพรวนนี้จะมีเศษซากพืชคลุมดิน สามารถช่วยในการซับ

    นํ้าและอนุรักษ์ความชื้นในดินให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยลดความเสียหายจากการชะล้างพังทลายของ

    หน้าดินได้เป็นอย่างดี

     

    ผลดีของการปลูกโดยไม่มีการไถพรวนจะเห็นได้ชัดในพื้นที่ที่มีความลาดเทสูง

     

    การกำ จัดวัชพืช

    ทำ ได้หลายวิธี เช่น การใช้แรงงานคน การใช้เครื่องมือไถพรวน และการใช้สารเคมีป้องกันกำ จัด

    วัชพืช

    ในการใช้สารเคมีนั้น สารเคมีแต่ละชนิดมีลักษณะการใช้คุณสมบัติในการปราบวัชพืช แลผลตก

    ค้างแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนใช้จึงควรอ่านคำ แนะนำ ให้ละเอียด การเลือกใช้สารเคมีชนิดใดขึ้นอยู่กับ

    ชนิดของวัชพืชที่ขึ้นอยู่ และชนิดของพืชที่จะปลูกในฤดูถัดไป รวมทั้งราคาของสารเคมีที่ใช้ในไร่ข้าวโพด

    สารเคมีที่แนะนำ ได้แก่

    อาหารซีนชนิดผง

     

    80% เป็นสารเคมีที่ใช้ก่อนพืชปลูกงอกควรใช้อัตรา 500 กรัม/ไร่ ถ้าเป็นดิน

     

    เหนียวให้ใช้อัตราสูงกว่านี้สามารถควบคุมวัชพืชใบกว้างและใบแคบได้ดี แต่จะเป็นพิษต่อใบกว้างบางชนิด

    เช่น ผักและพืชตระกูลถั่ว ดังนั้น

     

    ถ้าปลูกถั่วตามหลังข้าวโพดในฤดูถัดไป ไม่ควรฉีดแปลงข้าวโพดด้วย

     

    สารอาทราซีน

    อะลาคลอร์

     

    เป็นสารเคมีที่ใช้ฉีดพ่นวัชพืชปลูกจะงอก ใช้อัตรา 500-1,000 กรัม/ไร่ กำ จัดได้ดี

     

    เฉพาะวัชพืชใบแคบและเป็นพิษต่อข้าวฟ่าง ดังนั้น

     

    ไร่ กำ จัดได้ดี

    ถ้าจะปลูกข้าวฟ่างในฤดูถัดไปห้ามฉีดสารชนิดนี้

     

    การใช้สารเคมีกำ จัดวัชพืชจะได้ผลดีถ้าปฏิบัติให้ถูกต้องแต้มีข้อควรระวัง คือ

     

    ต้องผสมนํ้าและฉีด

     

    ขณะที่ดินชื้น

    การใส่ปุ๋ย

    การปลูกข้าวโพดในประเทศไทยมีการใช้ปุ๋ยน้อยมาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำ ให้ผลผลิตข้าวโพดตํ่า

    และราคาค่อนข้างสูง รวมทั้งการขาดความรู้ในเรื่องการใส่ปุ๋ยในข้าวโพด จึงทำ ให้ผลผลิตดีขึ้นกว่าไม่ใส่ปุ๋ย

    ปยุ๋ ที่จาํ เปน็ คอื ปุ๋ย

     

    ไนโตรเจน และ ฟอสฟอรสั สว่ นโปรแตสเซยี มนนั้ ดนิ ในประเทศไทยสว่ นใหญไ่ มข่ าด

     

    โปรแตสเซียม

     

    (ยกเว้นในดินทราย)

     

    สูตรปุ๋ยและอัตราที่เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่นขึ้นกับการวิเคราะห์ดินและระดับผลผลิตที่ต้องการ

    ในทางปฏิบัติเพื่อสะดวก แนะนำ ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 1

     

    6-20-0, 20-20-0 อัตรา 30-50 กิโลกรัม/ไร่

     

    การใส่ปุ๋ยนั้นถ้าในขณะปลูกจะสะดวกที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงแนะนำ ว่า

     

    ควรใส่ปุ๋ยหลังจากดาย

     

    หญ้า

     

    ซึ่งระยะนี้ข้าวโพดโตพอสมควรแล้วพอที่จะคาดคะเนได้ว่าการปลูกข้าวโพดฤดูนี้จะล้มเหลว เนื่อง

     

    ซึ่งระยะนี้ข้าวโพดโตพอสมควรแล้วพอที่จะคาดคะเนได้ว่าการปลูกข้าวโพดฤดูนี้จะล้มเหลว เนื่อง

    7

    จากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่น ฝนแล้ง ฯลฯ และอื่นๆ การใส่ปุ๋ยอาจกระทำ โดยการแซะดินให้ห่าง

    จากโคนต้นข้าวโพด 1 คืบ ใส่ปุ๋ยแล้วกลบดิน

    ความต้องการนํ้า

    ความต้องการนํ้าในระยะต่างๆ ของข้าวโพดไม่เทากัน ในระยะแรกๆของการเจริญเติบโตข้าวโพด

    ต้องการนํ้าไม่มากนัก และค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ และต้องการนํ้าสูงที่สุดในช่วงออกดอกและช่วงระยะต้น

    ของการสร้างเมล็ด หลงั จากนนั้ การใชน้ ้าํ จะค่อยๆ ลดลง ดงั นนั้ ถา้ ขาดนา้ํ ในชว่ งออกดอกจะทาํ ใหผ้ ลผลติ

    ลดลงมาก ต้องคาดคะเนวันปลูกเพื่อไม่ให้ข้าวโพดเจอแล้งตอนออกดอก โดยดูจากข้อมูลการตกและการ

    กระจายของฝนภายในท้องถิ่นจากหลายๆ ปี และติดตามการพยากรณ์อากาศ จะช่วยในการตัดสินใจใน

    การกำ หนดระยะเวลาปลูกที่เหมาะสมได้ดีขึ้น

    แมลงศัตรูข้าวโพด

    แมลงศัตรูข้าวโพดในประเทศไทย มีมากกว่า

     

    80 ชนิด แต่ที่สำ คัญมีอยู่ 5-6 ชนิด แต่ละชนิดจะ

     

    ทำ ความเสียหายในช่วงอายุข้าวโพดแตกต่างกัน แบ่งได้

     

    2 ระยะคือ ระยะกล้าและระยะข้าวโพดย่างปล้อง

     

    จนถึงเก็บเกี่ยว

    1

     

    . แมลงศัตรูข้าวโพดระยะกล้า

     

    1

     

    .1 มอดดนิ เปน็ ดว้ งวงขนาดเลก็ ลาํ ตน้ ปอ้ ม ผวิ ขรขุ ระ สดี ำ ปนนา้ํ ตาลเทา จะออกทำ ลายพืชใน

     

    เวลาคํ่าพร้อมจับคู่ผสมพันธุ์ จะพบมอดดินตลอดทั้งปี เพราะว่ามีพืชไร่อื่นเป็นพืชอาศัยอยู่หลายชนิด ได้

    แก่ ข้าวฟ่าง อ้อย ละหุ่ง ฝ้าย ถั่วต่างๆ มันแก้ว และวัชพืชอีกหลายชนิด

    การป้องกันการกำ จัด

     

    ใช้สารฆ่าแมลงประเภทคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกจะให้ผลดี โดยใช้ฟูราไธ

     

    โอคาร์บ

     

    (โปรเมท 40 เอสดี) อัตรา 10-15 กรัมต่อเมล็ดพันธ์ 1 กิโลกรัม หรือ คาร์โบซัลแฟน

     

    (

     

    ฟอสล์) อัตรา 20 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ใช้ได้ดีในสภาพดินที่มีความสูงแลฝนตก ถ้าเกิดมอดดิน

     

    ระบาด เมื่อข้าวโพดงอกแล้ว และสภาพพื้นที่แห้งแล้งแนะนำ ให้ใช้พอสส์อัตรา

     

    40 มิลิกรัมต่อนํ้า 20 ลิตร

     

    1

     

    .2 หนอนกระทู้หอม เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ทำ ลายกล้าข้าวโพดโดยจะกัดกินใบตั้งแต่ข้าว

     

    โพดงอกได้

     

    3-5 วัน จน 3 สัปดาห์ พืชอาศัยมีหลายชนิดได้แก่ หอม ผักกาดทุกชนิด มะระ ถั่วต่างๆ องุ่น

     

    และไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ

    การป้องกันกำ จัด

     

    ใช้เชื้อไวรัสอัตรา 12 มิลลิเมตร ต่อนํ้า 20 ลิตร พ่น 3 ครั้ง ตอนเย็น แต่ละ

     

    ครั้งห่างกัน

     

    7 วัน หรือ ใช้ไตรฟลูมูรอน (อัลซิสทิน) อัตรา 30 กรัมต่อนํ้า 20 ลิตร

     

    2.

     

    แมลงศัตรูระยะข้าวโพดอย่างปล้องถึงเก็บเกี่ยว

     

    2.

     

    1 หนอนเจาะลำ ต้นข้าวโพด ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน หนอนจะทำ ลายโดยเจาะลำ ต้นทำ

     

    ความเสียหายทั้งข้าวโพดไร่และข้าวโพดฝักสด

    8

    การป้องกันกำ จัด

     

    ที่ได้ผลคือ หยอดยอดข้าวโพดด้วยคาร์โบฟูราน (ฟูราดาน 3% จี) อัตรา 30

     

    กรัม

     

    /นํ้า 20 ลิตร

     

    2.2

     

    หนอนกระทู้ข้าวโพด ทำ ลายพืชในระยะที่ใบยอดใกล้จะคลี่ และในระยะที่กำ ลังออกไหม

     

    หนอนจะกัดกินยอดและใบ ทำ ให้แหว่งวิ่นถ้าระบาดรุนแรงใบจะถูกกินเหลือเพียงก้านใบ หนอนจะออกหา

    กินในเวลากลางคืนเป็นส่วนมาก

    การป้องกันกำ จัด

     

    สารฆ่าแมลงที่ใช้ได้ผลดี คือ คาร์บาริล (เซพวิน) และเมโทมิล

     

    (

     

    แลนเนท) พ่นทุก 7 วัน เมื่อมีการทำ ลายใบถึง 50 %

     

    2.3

     

    หนอนเจาะฝักข้าวโพด ทำ ลายพืชโดยกัดกินไหม และเจาะเข้าไปที่ปลายฝัก

     

    มักระบาดในฤดูที่มีการปลูกฝ้ายโดยเฉพาะตอนฝ้ายติดเสมอ และทำ ลายพืชอื่นๆ อีกเช่น ข้าวฟ่าง ยาสูบ

    มะเขือเทศ ถั่วต่างๆ

    การป้องกันกำ จัด

     

    ในข้าว, พืชไร่ไม่จำ เป็นต้องพ่นสารฆ่าแมลง แต่ในข้าวโพดหวานถ้ามีหนอน

     

    เจาะฝักในอัตรา 11 กรัมต่อนํ้า

     

    20 ลิตร

     

    หนอนชนิดนี้จะเข้าทำ ลายข้าวโพดในระยะออกดอกและออกไหมแล้วจึงควรหมั่นตรวจดูไร่ข้าว

    โพดหวานในระยะดังกล่าว

    โรคข้าวโพด

    โรคข้าวโพดที่สำ คัญ ได้แก่ โรครานํ้าค้าง ส่วนโรคอื่นๆ ยังไม่มีความสำ คัญมากนัก

    การป้องกันกำ จัด

     

    ที่สะดวกที่สุดคือใช้พันธุ์ต้านทาน ถ้าพันธุ์ใดไม่ต้านทานให้ใช้สารเคมีคลุก

     

    เมล็ดป้องกันโรครานํ้าค้าง ได้แก่ เอพรอน

     

    35% โดย คลุกเมล็ดก่อนปลูกในอัตรา 7 กรัม/เมล็ดพันธุ์

     

    1 กิโลกรัม

    เก็บเกี่ยว

    ควรเก็บเกี่ยวข้าวโพดในระยะที่ต้นและฝักแห้ง แล้วนาํ มาตากแดด

     

    3-4 วัน จึงนำ มากกะเทาะ

     

    เมล็ด แล้วควรตากเมล็ดข้าวโพดให้แห้งสนิทให้มีความชื้นตํ่ากว่า 1

     

    5 เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการแพร่

     

    กระจายของเชื้อราบางชนิดที่ติดมากับเมล็ดข้าวโพด

    การเก็บเกี่ยวข้าวโพดเพื่อจำ หน่ายควรเก็บทั้งฝัก

    จัดทำ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดย

     

    : สำ นักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     



    อ่านทั้งหมด: 727, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    การสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสร้าง Engagement
    มงคลที่ ๓
    จับประเด็นข่าวร้อน Fri ศุกร์ 19 ธันวาคม 2557
    10 ข่าวเด็ดแมเนเจอร์ 19ธ.ค.57(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    คลุกวงข่าว Fri ศุกร์ 19 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่19ธ.ค.2557(ดีโพลมา191257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ฉากตลก-พิธีบวงสรวงเปิดกล้องถ่ายหนัง (ดีโพลมา191257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    เนื้อเพลง เพลงไม่รักอย่าแล
    เนื้อเพลง เพลงเธอไม่ผ่าน
    Music on heart
    ภูทับเบิก-ภูหินร่องกล้า- อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-ไร่บีเอ็น พระตำหนักเขาค้อ - พระธาต
    ทัวร์ ตะรุเตา-เกาะไข่-อาดัง-ราวี-หลีเป๊ะ- หินงาม-จาบัง
    บอก9เล่าสิบ 18 ธันวาคม 2557
    HI-LIGHT NEWS 18 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(ถ่ายทอด)
    รวบไอ้หนุ่มโรคจิต แอบถ่ายคลิปใต้ประโปรงสาว (ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงา
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่18ธ.ค.2557 (ดีโพลมา181257ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังเรื่องไอ้หนุ่มพลังม้าไวอาก้าเรียกพี่ (ดีโพลมา181257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    วิธีกำจัดแมลงสาบตายยกรัง
    เสียงประชาชนเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
    คลุกวงข่าว Wed พุธ 17 ธันวาคมน 2557(ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    “บิ๊กป้อม” ยันประสาน ตปท.จับพวกผิด ม.112(ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่17ธ.ค.2557 (ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนัง ฉากขำๆ (ดีโพลมา171257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กระต่ายน่าเลี้ยง
    ไดร์อาร์รี่ชีวิตประจำวัน
    แมวน่าเลีี้ยง
    ผามออีแดง
    ใบงานที่ 2.1
    มันใหญ่มาก
    Bigbike Thailand
    เพลงใหม่
    กาลาปากอส
    เพลงสากล
    สัตว์เลี้ยงที่น่ารัก
    อุทยานหลวงราชพฤษ์
    ไดอารี่ของ roongthiwa
    แหล่งท่องเที่ยว
    Music on heart
    สัตว์เลี้ยงน่ารัก
    จับมือกันให้เปนวงกลม
    สัตว์เลี้ยงน่ารัก
    เคล็ดลับการเลือกซื้อ SD Card ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณ
    ข่าว 5 หน้า 1 Tue อังคาร 16 ธันวาคม 2557
    คุยโขมงบ่าย 3 Tue อังคาร 16 ธันวาคม 2557(ดีโพลมา161257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    “ประยุทธ์” เร่งแจงต่างชาติลากพวกหนีคดีหมิ่นฯ(ดีโพลมา161257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายง
    ย้ายล้างบาง! 262 ตำรวจเครือข่าย"พงศ์พัฒน์"ออกนอกหน่วย (ดีโพลมา161257)ร่วมกับสื่อสยามข่าว
    ตลกหกฉาก FULL(ดีโพลมา161257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    งานแสดงนิทรรศการทางการแพทย์และกิจกรรม Open House(ดีโพลมา151257)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(
    ทายนิสัยจากกรุ๊ปเลือด : กรุ๊ป B
    5 เช้าข่าวใหญ่ Mon จันทร์ 15 ธันวาคม 2557

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2001ms