เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1479 คน
เชิงชัย
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • วันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรแกรมพิมพ์ดีด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวันฮาโลวีน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวันคริตศ์มาส (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คำไทยมักเขียนผิด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติการทำขนมไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติการศึกษาไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวันลอยกระทง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติแบดมินตัน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติการประกวดนางงามจักรวาล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติฟุตบอล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติวอลเลย์บอล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติพระพุทธเจ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติสุนทรภู่ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <พฤศจิกายน 2557>
     
    44272829303112
    453456789
    4610111213141516
    4717181920212223
    4824252627282930
    491234567
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 11017
    • เฉพาะวันนี้ 1
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 16
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ประวัติศาสตร์ไทย
    13 ธันวาคม 2553 - 10:47:00

    ประวัติศาสตร์ไทย

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
    ThaiHistory Placide CarteDuRoyaumeDeSiam.png
    ประวัติศาสตร์ไทย
    ThaiHistory SiamPlacide.jpg
    ยุคก่อนประวัติศาสตร์
    บ้านเชียง ประมาณ 2500 ก่อน พ.ศ.
    บ้านเก่า ประมาณ 2000 ก่อน พ.ศ.
    ยุคอาณาจักร
    สุวรรณภูมิ
    ก่อนพุทธศตวรรษที่ 3-5
    สุวรรณโคมคำ
    พศว. 4-5
    ทวารวดี-นครชัยศรี
    ประมาณ พุทธศตวรรษที่ 5-15
    โยนกนาคพันธุ์
    638-1088
    คันธุลี
    994-1202
      เวียงปรึกษา
    1090-1181
    ศรีวิชัย
    1202-1758
      ละโว้
    1191 -1470
    หิรัญเงินยางฯ
    1181 - 1805
      หริภุญชัย
    1206-1835
     
    สงครามสามนคร พ.ศ. 1467-1470
      สุพรรณภูมิ
    ละโว้
    ตามพรลิงค์
     
    พริบพรี
    นครศรีธรรมราช
      สุโขทัย
    1792-1981
    พะเยา
    1190-2011
    เชียงราย
    1805-1835
    ล้านนา
    1835-2101
    อยุธยา (1)
    พ.ศ. 1893-2112  
      สค.ตะเบ็งชเวตี้  
      สค.ช้างเผือก
      เสียกรุงครั้งที่ 1
       พ.ศ. 2112
    พิษณุโลก
    2106-2112
    ล้านนาของพม่า
    2101-2317
    กรุงศรีอยุธยา (2)
    พ.ศ. 2112-2310
    เสียกรุงครั้งที่ 2
    สภาพจลาจล
    กรุงธนบุรี
    พ.ศ. 2310-2325
    ล้านนาของสยาม
    พ.ศ. 2317-2442
      นครเชียงใหม่
      เมืองแพร่
      แคว้นน่าน
    กรุงรัตนโกสินทร์
    พ.ศ. 2325-ปัจจุบัน
      สงครามเก้าทัพ
      อานามสยามยุทธ
      การเสียดินแดน
      มณฑลเทศาภิบาล
      สงครามโลก: ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 2
     
    ยุครัฐประชาชาติ
    ประเทศไทย
      ปฏิวัติ พ.ศ. 2475
      เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ
    สหรัฐไทยเดิม
    พ.ศ. 2485-2489
     
    จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

    ประวัติศาสตร์ไทย เริ่มขึ้นตั้งแต่การอพยพย้ายเข้ามาของกลุ่มคนพูดภาษาไท-ลาวจากถิ่นบรรพบุรุษ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีนเดิม เข้ามายังดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานอยู่ก่อนแล้ว โดยมีมนุษย์เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ยุคหินเก่าเป็นต้นมา คือ ราว 10,000 ปีที่แล้ว แต่สำหรับรัฐของคนไทยแล้ว ตามตำนานโยนกได้บันทึกว่า การก่อตั้งอาณาจักรของคนไทยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 1400[1]

    การล่มสลายของจักรวรรดิขะแมร์ เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 ทำให้เกิดอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1781 อาณาจักรสุโขทัยขยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่เสถียรภาพของอาณาจักรได้อ่อนแอลงภายหลังการสวรรคตของพระองค์[2]

    พระเจ้าอู่ทองทรงก่อตั้งอาณาจักรอยุธยาในปี พ.ศ. 1893 การเข้าแทรกแซงสุโขทัยอย่างต่อเนื่องทำให้อาณาจักรสุโขทัยตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรอยุธยาในที่สุด สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงปฏิรูปการปกครองโดยการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง การยึดครองมะละกาของโปรตุเกสในปี พ.ศ. 2054 ทำให้อยุธยาเริ่มการติดต่อกับชาติตะวันตก อย่างไรก็ตาม ราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อราชวงศ์ตองอูของพม่าเริ่มมีอำนาจมากขึ้น การสงครามอันยาวนานนับตั้งแต่ พ.ศ. 2091 ส่งผลให้อยุธยาตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรตองอูในที่สุด ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะทรงประกาศอิสรภาพในอีก 15 ปีต่อมา

    ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอยุธยารุ่งเรืองขึ้นอย่างมากในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อย่างไรก็ตาม ความสงสัยในตัวของคอนสแตนติน ฟอลคอน ทำให้ถูกสังหารโดยพระเพทราชา อาณาจักรอยุธยาเริ่มเสื่อมอำนาจลงราวพุทธศตวรรษที่ 24 การทำสงครามกับพม่าหลังจากนั้นส่งผลทำให้อยุธยาถูกปล้นสะดมและเผาทำลาย เมื่อปี พ.ศ. 2310 ในที่สุด พระยาตากได้รวบรวมไพร่พลกอบกู้เอกราช และย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325

    การลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง ทำให้ชาติตะวันตกหลายชาติเข้ามาทำสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรมอีกหลายฉบับ ต่อมา แม้จะมีการเสียดินแดนหลายครั้งให้แก่ฝรั่งเศสและอังกฤษ แต่อาณาจักรสยามก็ไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก กุศโลบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยอยู่ฝ่ายเดียวกับฝ่ายพันธมิตร ทำให้สยามได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ อันนำมาซึ่งการแก้ไขสนธิสัญญาอันไม่เป็นธรรมทั้งหลาย

    วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย ทำให้คณะราษฎรเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยได้ลงนามเป็นพันธมิตรทางทหารกับญี่ปุ่น ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา โดยมีนโยบายต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค

    หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศไทยยังถือได้ว่าอยู่ในระบอบเผด็จการในทางปฏิบัติอยู่หลายทศวรรษ ประเทศไทยประสบกับความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และได้มีการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลทหารผ่านการก่อรัฐประหารหลายสิบครั้ง อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นได้มีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งสำคัญในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ประชาธิปไตยในประเทศเริ่มมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤตการณ์การเมือง ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2548

    เนื้อหา

    [ซ่อน]
    • 1 ศัพทมูลวิทยา
    • 2 การแบ่งยุคสมัยในประวัติศาสตร์ไทย
    • 3 ยุคก่อนประวัติศาสตร์และรัฐโบราณในประเทศไทย
      • 3.1 หลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์
      • 3.2 ชนพื้นเมืองและการอพยพเข้ามาในประเทศไทย
      • 3.3 แนวคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไท
      • 3.4 รัฐโบราณในประเทศไทย
    • 4 สมัยอาณาจักรสุโขทัย และยุครุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา
    • 5 สมัยอาณาจักรอยุธยา
    • 6 สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์
      • 6.1 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
      • 6.2 การเผชิญหน้ากับมหาอำนาจตะวันตก
      • 6.3 การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย
      • 6.4 สงครามโลกครั้งที่สอง
      • 6.5 สงครามเย็น
      • 6.6 การพัฒนาประชาธิปไตย
    • 7 อ้างอิง
    • 8 บรรณานุกรม
    • 9 ดูเพิ่ม

    [แก้] ศัพทมูลวิทยา

    คำว่า "ไทย" นั้นแม้พ้องเสียงกับคำว่า "ไท" หรือ "ไต" ซึ่งเป็นชื่อเรียกตัวเองของกลุ่มคนที่ตั้งถื่นฐานอยู่ในมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน แต่ชื่อ "ไทย" หรือ "ประเทศไทย" นั้นได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2482 แทนชื่อ ประเทศสยาม

    อย่างไรก็ตาม คำว่า ไทย หรือ ไท ได้ปรากฏเป็นชื่อเรียกขานอาณาจักรหรือประเทศของผู้คนตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เอกสารราชการครั้งนั้นระบุคำว่า กรุงไทย หรือ กรุงไท ขณะเดียวกันก็ยังใช้คำว่า สยาม ร่วมไปด้วย ขณะที่ชาวตะวันตกต่างนิยมเรียกว่า อาณาจักรสยาม จิตร ภูมิศักดิ์ เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่มีชื่อเสียงในการศึกษาประเด็นดังกล่าวนี้

    [แก้] การแบ่งยุคสมัยในประวัติศาสตร์ไทย

    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย”

    การจัดแบ่งยุคทางประวัติศาสตร์ของไทยนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงแสดงพระทัศนะไว้ในพระนิพนธ์เรื่อง "ตำนานหนังสือพระราชพงศาวดาร" ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาเมื่อ พ.ศ. 2457 ถึงการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของไทยไว้ว่า "เรื่องพระราชพงศาวดารสยาม ควรจัดแบ่งเป็น 3 ยุค คือ เมื่อกรุงสุโขทัยเป็นราชธานียุค 1 เมื่อกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานียุค 1 เมื่อกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานียุค 1"[3] ซึ่งการลำดับสมัยทางประวัติศาสตร์แบบเส้นตรง (Linear) โดยวางโครงเรื่องผูกกับกำเนิดและการล่มสลายของรัฐ กล่าวคือใช้รัฐหรือราชธานีเป็นศูนย์กลางเช่นนี้ ยังคงมีอิทธิพลอยู่มากต่อการเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยในปัจจุบัน

    ในปัจจุบัน มีข้อเสนอใหม่ ๆ เกี่ยวกับโครงเรื่องประวัติศาสตร์ไทยขึ้นมาบ้าง ที่สำคัญคือ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ได้เสนอถึงหัวข้อสำคัญที่ควรเป็นแกนกลางของประวัติศาสตร์แห่งชาติไทยไว้ 8 หัวข้อ ดังนี้[4]

    • การตั้งถิ่นฐานของผู้คน นับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น
    • การเข้ามาของอารยธรรมใหญ่ คืออินเดียและจีน
    • ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 13
    • ยุคสมัยของการค้า (คริสต์ศตวรรษที่ 15-17)
    • ก่อนสมัยใหม่
    • รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์สยาม
    • การปฏิวัติ 2475 และกำเนิดรัฐประชาชาติในทางทฤษฎี
    • การปฏิวัติ 14 ตุลาคม 2516

    [แก้] ยุคก่อนประวัติศาสตร์และรัฐโบราณในประเทศไทย

    แผนที่แสดงรัฐโบราณในอาณาเขตประเทศไทยปัจจุบัน

    [แก้] หลักฐานยุคก่อนประวัติศาสตร์

    นักโบราณคดีชาวฮอลันดา ดร. เอช. อาร์. แวน ฮิงเกอเรน ได้ขุดค้นพบเครื่องมือหินเทาะซึ่งทำขึ้นโดยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณใกล้สถานีบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีข้อสันนิษฐานว่ามนุษย์เหล่านี้อาจเป็น มนุษย์ชาวและมนุษย์ปักกิ่ง[5] ซึ่งอยู่อาศัยเมื่อประมาณ 5 แสนปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังพบในจังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายอีกด้วย[5] อันเป็นหลักฐานในยุคหินเก่า

    ในประเทศไทยพบหลักฐานของมนุษย์ยุคหินกลางในหลายจังหวัด โดยที่อำเภอไทรโยค ได้ขุดค้นพบเครื่องมือหินและโครงกระดูก จึงทำให้สันนิษฐานว่าดินแดนซึ่งแม่น้ำกลองไหลผ่านได้มีมนุษย์อยู่อาศัยมานานกว่า 20,000 ปี[6] ส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่เก่าที่สุดในประเทศไทย อายุเกือบ 1,000 ปี ถูกค้นพบที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน[5] จึงทำให้เกิดแนวคิดที่ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นถิ่นกำเนิดของการกสิกรรมครั้งแรกของโลก[7] นอกจากนี้ยังค้นพบขวานหินขัดในหลายภาคของประเทศไทย ซึ่งเป็นหลักฐานของมนุษย์ยุคหินใหม่[8]

    การขุดค้นโดยนายวิทยา อันทรโกศัย แห่งกรมศิลปากร ทำให้พบโครงกระดูกและเศษผ้าไหมติดกระดูกเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งคาดว่ามีอายุถึง 3,000 ปี[9] ก่อนที่การค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ตำบลโคกพนมดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งยืนยันว่ามีอายุ 5,000 ปี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมสูง และเผยแพร่ไปส่ประเทศจีนและส่วนอื่น ๆ ของทวีปเอเชีย[10] นายดอน ที บายาด ยังได้ขุดค้นขวานทองแดงในบ้านโนนนกทา จังหวัดขอนแก่น ยืนยันถึงการใช้เครื่องสำริดในยุคหินใหม่ ซึ่งเก่าแก่กว่าหลักฐานที่ขุดค้นพบในจีนและอินเดียกว่า 500-1,000 ปี[8]

    [แก้] ชนพื้นเมืองและการอพยพเข้ามาในประเทศไทย

    นักมานุษยวิทยาได้จัดประเภทมนุษย์สมัยโบราณรุ่นแรกในตระกูลออสโตเนเซียน ซึ่งเป็นพวกที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยเมื่อหลายพันปีที่แล้ว รวมทั้งเป็นบรรพบุรุษของชนชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน[10] ต่อมา มนุษย์ในตระกูลมอญและเขมรจะอพยพเข้ามาจากจีนหรืออินเดียด้วย ก่อนที่พวกไทยจะอพยพเข้ามาแย่งชิงดินแดนจากพวกละว้า ซึ่งเป็นชนชาติล้าหลัง[11] ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันจึงสันนิษฐานว่าสืบเชื้อสายมาจากพวกละว้า[11]

    [แก้] แนวคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไท

    ดูบทความหลักที่ แนวคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไท

    [แก้] รัฐโบราณในประเทศไทย

    จากหลักฐานด้านโบราณคดี ตำนาน นิทานพื้นบ้าน บันทึกราชการของจีน และบันทึกของพระภิกษุจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในพุทธศตวรรษที่ 12 ทำให้ทราบว่ามีอารยธรรมมนุษย์ได้สถาปนาอำนาจในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว[12] โดยอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน สามารถจำแนกได้ดังรายชื่อด้านล่าง[13]

    • อาณาจักรทวารวดี
    • อาณาจักรละโว้
    • อาณาจักรฟูนัน
    • อาณาจักรขอม
    • แคว้นจำปาศักดิ์ อาณาจักรเจนละ
    • แคว้นศรีจทาศะปุระ
    • อาณาจักรโคตรบูร
    • อาณาจักรหริภุญชัย
    • อาณาจักรโยนกเชียงแสน
    • รัฐผั่น-ผั่น
    • อาณาจักรตามพรลิงก์
    • รัฐลังกาสุ
    • รัฐเชียะโท้

    [แก้] สมัยอาณาจักรสุโขทัย และยุครุ่งเรืองของอาณาจักรล้านนา

    ดูบทความหลักที่ อาณาจักรสุโขทัย และ อาณาจักรล้านนา
    เจดีย์ใหญ่ วัดใหญ่ชัยมงคล

    ในปี พ.ศ. 1792 - พ.ศ. 1981 ได้มีการสถาปนากรุงสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานี ข้อมูลทางประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยช่วงแรกมาจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบ กล่าวได้ว่า ในสมัยสุโขทัยเป็นการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กษัตริย์หรือ พ่อขุนแห่งกรุงสุโขทัยทรงเป็นประมุข และทรงปกครองประชาชนในรูปแบบ "พ่อปกครองลูก" คือถือพระองค์องค์เป็นเสมือนพ่อ ผู้ใกล้ชิดกับราษฏร สภาพการเมืองและสังคมในสมัยนั้นมีสิทธิและเสรีภาพ กษัตริย์มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองป้องกันภัยและส่งเสริมความสุขให้ราษฎร การดำรงชีวิตของผู้คนได้รับการรับรองเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ทั้งด้านเกษตรกรรมและค้าขาย ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดคือรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

    ในช่วงเวลาเดียวกันอาณาจักรล้านนา ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1802 โดยพญามังราย ที่ขยายอำนาจมาจากลุ่มแม่น้ำกกและอิง สู่ลุ่มแม่น้ำปิง พญามังรายได้สร้างเมืองเชียงใหม่ และทรงมีสัมพันธ์อันดีกับพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย อาณาจักรเชียงใหม่หรือล้านนา มีอำนาจสืบต่อมาในแถบลุ่มแม่น้ำปิง เชียงใหม่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นนักกับอาณาจักรอยุธยา หรือกรุงศรีอยุธยา ที่เรืองอำนาจในพุทธศตวรรษที่ 19-20 มีการทำสงครามผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเชียงใหม่ได้ปราชัยต่อพม่า ในปีพ.ศ. 2101 ถูกพม่ายึดครองอีกครั้งในราวปี 2310 กระทั่งเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2318 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ ได้ทรงขับไล่พม่าออกจากดินแดนล้านนา โดยหลังจากนั้น พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ ได้ทรงปกครองอาณาจักรล้านนา ในฐานะประเทศราชสยาม

    [แก้] สมัยอาณาจักรอยุธยา

    ดูบทความหลักที่ อาณาจักรอยุธยา

    อยุธยาในช่วงแรกนั้นมิได้เป็นศูนย์กลางของชาวไทยในดินแดนคาบสมุทรอินโดจีนทั้งปวง แต่ด้วยความเข้มแข็งที่ทวีเพิ่มขึ้นประกอบกับวิธีการทางการสร้างความสัมพันธ์กับชาวไทยกลุ่มต่าง ๆ ในที่สุดอยุธยาก็สามารถรวบรวมกลุ่มชาวไทยต่าง ๆ ในดินแดนแถบนี้ให้เข้ามาอยู่ภายใต้อำนาจได้ นอกจากนี้ยังกลายมาเป็นรัฐมหาอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว

    ในสมัยอาณาจักรอยุธยามีการติดต่อกับต่างประเทศอยู่หลายชาติ โดยชาวโปรตุเกสได้เดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 หลังจากนั้น ชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมากและมีบทบาทสำคัญ ได้แก่ ชาวดัตช์ ชาวฝรั่งเศส ชาวจีน และชาวญี่ปุ่น

    อาณาจักรอยุธยาเป็นอาณาจักรที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล จากทิศเหนือจรดอาณาจักรล้านนา ไปจรดคาบสมุทรมลายูทางทิศใต้ แต่ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 อาณาจักรอยุธยาได้ประสบกับความเสื่อมถอย เนื่องมาจากการแย่งอำนาจทางการเมืองระหว่างเจ้านายและขุนนาง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้ามังระได้ส่งกองทัพเข้าปล้นสะดมกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ ซึ่งในประวัติศาสตร์นับว่าเป็นการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ซึ่งซ้ำรอยเดิมกับการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่หนึ่ง ในปี พ.ศ. 2112

    อาณาจักรอยุธยาเป็นอาณาจักรของคนไทยมาเป็นเวลานานกว่า 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น 33 พระองค์[14]

    [แก้] สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์

    [แก้] รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

    ดูบทความหลักที่ อาณาจักรธนบุรี

    ในปี พ.ศ. 2310-2325 เริ่มต้นหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ขับไล่ทหารพม่าออกจากแผ่นดินไทย ทำการรวมชาติ และได้ย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่กรุงธนบุรี โดยจัดตั้งการเมืองการปกครอง มีลักษณะการเมืองการปกครองยังคงดำรงไว้ซึ่งการเมืองการปกครองภายในสมัยอยุธยาอยู่ก่อน โดยมีพระมหากษัตริย์มีอำนาจเด็ดขาดในการเมืองการปกครอง อย่างไรก็ตาม ภายหลังสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้สถาปนาตนขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงย้ายเมืองหลวงมายังกรุงเทพมหานคร เริ่มยุคสมัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

    ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1790 กองทัพพม่าถูกขับไล่ออกจากดินแดนรัตนโกสินทร์อย่างถาวร และทำให้แคว้นล้านนาปลอดจากอิทธิพลของพม่าเช่นกัน โดยล้านนาถูกปกครองโดยราชวงศ์ที่นิยมราชวงศ์จักรีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสยามอย่างเป็นทางการ

    [แก้] การเผชิญหน้ากับมหาอำนาจตะวันตก

    ดูบทความหลักที่ กรุงรัตนโกสินทร์ และ การเปลี่ยนแปลงดินแดนของสยามและไทย
    ดูเพิ่มที่ สยาม

    ภายหลังจากที่พม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษในปี พ.ศ. 2369 พระมหากษัตริย์ไทยในรัชสมัยถัดมาจึงทรงตระหนักถึงภัยคุกคามที่มาจากชาติมหาอำนาจในทวีปยุโรป และพยายามดำเนินนโยบายทอดไมตรีกับชาติเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม สยามมีการเปลี่ยนแปลงดินแดนหลายครั้ง รวมทั้งตกอยู่ในสถานะรัฐกันชนระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส ถึงกระนั้น สยามก็ไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก และเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถรักษาเอกราชของตนไว้ได้

    [แก้] การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย

    ดูบทความหลักที่ การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475
    ดูเพิ่มที่ ความเคลื่อนไหวสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม และ ลำดับเหตุการณ์คณะราษฎร

    เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475[15] ได้มีกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า คณะราษฎร ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง จากสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของประเทศไทยอย่างมาก และทำให้สถาบันกษัตริย์ที่เคยเป็นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศมาช้านานต้องสูญเสียอำนาจส่วนใหญ่ไปในที่สุด โดยมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2475 ขึ้นเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างถาวรเป็นฉบับแรก

    ภายหลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงดังกล่าว การต่อสู้ทางการเมืองยังคงมีการต่อสู้กันระหว่างผู้นำในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช กับระบอบใหม่ รวมทั้งความขัดแย้งในผู้นำระบอบใหม่ด้วยกันเอง โดยการต่อสู้ทางการเมืองและทางความคิดอุดมการณ์นี้ได้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลากว่า 25 ปีภายหลังจากการปฏิวัติ และนำไปสู่ยุคตกต่ำของคณะราษฎรในกาลต่อมา ทำให้การเปลี่ยนแปลงการปกครองดังกล่าวถูกมองว่าเป็นพฤติการณ์ "ชิงสุกก่อนห่าม" เนื่องจากชาวไทยยังไม่พร้อมสำหรับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งการปกครองในระยะแรกหลังการปฏิวัติยังคงอยู่ในระบอบเผด็จการทหาร

    [แก้] สงครามโลกครั้งที่สอง

    ดูบทความหลักที่ สงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย

    ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ได้มีการเดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลเอาดินแดนคืนของนิสิตนักศึกษา จอมพลแปลก พิบูลสงคราม จึงส่งทหารข้ามแม่น้ำโขงและรุกรานอินโดจีนฝรั่งเศส จนได้ดินแดนคืนมา 4 จังหวัด ภายหลังการเข้าไกล่เกลี่ยของญี่ปุ่น โดยมีการรบที่เป็นที่รู้จักกันมาก ได้แก่ การรบที่เกาะช้าง

    ต่อมา หลังจากการโจมตีกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ กองทัพญี่ปุ่นก็ได้รุกรานประเทศไทย โดยต้องการเคลื่อนทัพผ่านดินแดน รัฐบาลจอมพลแปลก พิบูลสงครามได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น รวมทั้งลงนามในสนธิสัญญาพันธมิตรทางการทหารกับญี่ปุ่น และประกาศสงครามต่อสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลถูกต่อต้านจากทั้งในและนอกประเทศ เนื่องจากไทยประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

    หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2488 แม้ว่าประเทศไทยจะตกอยู่ในสถานะประเทศผู้แพ้สงคราม แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของขบวนการเสรีไทย ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรยอมรับ และไม่ถูกยึดครอง เพียงแต่ต้องคืนดินแดนระหว่างสงครามให้กับอังกฤษและฝรั่งเศส และจ่ายค่าเสียหายทดแทนเท่านั้น

    [แก้] สงครามเย็น

    ดูเพิ่มที่ คอมมิวนิสต์ในประเทศไทย, สงครามเกาหลี และ สงครามเวียดนาม

    รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบายเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาในระหว่างสงครามเย็น ดังจะเห็นได้จากนโยบายต่อต้านการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในคาบสมุทรอินโดจีน และยังส่งทหารไปร่วมรบกับฝ่ายพันธมิตร ได้แก่ สงครามเกาหลี และสงครามเวียดนาม

    ประเทศไทยประสบกับปัญหากองโจรคอมมิวนิสต์ในประเทศระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1960 และ 1970 อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวก็ไม่ค่อยจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศสักเท่าไหร่ และกองโจรก็หมดไปในที่สุด

    [แก้] การพัฒนาประชาธิปไตย

    หลังจากปัจจัยแวดล้อมด้านต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาขึ้น ประชาชนมีความพร้อมต่อการใช้อำนาจอธิปไตยเพิ่มมากขึ้น การเรียกร้องอำนาจอธิปไตยคืนจากฝ่ายทหารก็เกิดขึ้นเป็นระยะ กระทั่งในที่สุด ภายหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ฝ่ายทหารก็ไม่สามารถถือครองอำนาจอธิปไตยได้อย่างถาวรอีกต่อไป อำนาจอธิปไตยจึงได้เปลี่ยนไปอยู่ในมือของกลุ่มนักการเมือง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มบุคคลสามกลุ่มหลัก คือ กลุ่มทหารที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักการเมือง กลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพล และกลุ่มนักวาทศิลป์ แต่ต่อมาภายหลังจากการสิ้นสุดลงของยุคสงครามเย็น โลกได้เปลี่ยนมาสู่ยุคการแข่งขันกันทางการค้าซึ่งมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก กลุ่มการเมืองที่มาจากกลุ่มทุนนิยมสมัยใหม่ได้เข้ามามีบทบาทแทน

    [แก้] อ้างอิง

    1. ^ พลาดิสัย สิทธิธัญกิจ. (2547). ประวัติศาสตร์ไทย. ฝ่ายโรงพิมพ์ บริษัทตถาตา พับลิเคชั่น จำกัด. หน้า 401.
    2. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 58.
    3. ^ พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา. (2542). (พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร). หน้า 3.
    4. ^ นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2551). ประวัติศาสตร์แห่งชาติ"ซ่อม"ฉบับเก่า "สร้าง"ฉบับใหม่. (2542). (พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กองทุนเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ). หน้า 37-67.
    5. ^ 5.0 5.1 5.2 วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 2.
    6. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 2-3.
    7. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 3.
    8. ^ 8.0 8.1 วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 4.
    9. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 4-5.
    10. ^ 10.0 10.1 วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 5.
    11. ^ 11.0 11.1 วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 6.
    12. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 6-7.
    13. ^ วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. หน้า 7-18.
    14. ^ ขุนวรวงศาธิราช (พ.ศ. 2091) มีพระอิสริยยศเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา แต่นักประวัติศาสตร์ไทยในสมัยหลังไม่ยอมรับ. แหล่งอ้างอิง: ราชบัณฑิตยสถาน. พระนามพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยา
    15. ^ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์. (2535). การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์; และ โครงการ 60 ปีประชาธิปไตย.

    [แก้] บรรณานุกรม

    • วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. (2545). บรรพบุรุษไทย: สมัยก่อนสุโขทัยและสมัยสุโขทัย. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ISBN 974-13-1780-8.

    [แก้] ดูเพิ่ม

    • รายพระนามพระมหากษัตริย์ไทย
    • คอมมิวนิสต์
    • สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)
    • ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย และปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
    • วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548-2553
    • คนไทยไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไต?


    อ่านทั้งหมด: 1006, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    เผยคลิปวินาทีวาฬเบรูด้าคลอดลูก หาชมยากสุด ๆ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2594.ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    เปาบุ้นจิ้น Ep.9 อ่างผีสิง-3 END (ดีโพลมา2593.ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2592.ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    เปาบุ้นจิ้น อาญาสวรรค์-6 END(ดีโพลมา2591.ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ข่าวร.พ.จุฬาฯสภากาชาดไทย (ดีโพลมา2590ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    เกาหลี โครตเซลล์..!! ที่นั้งมีจำนวนจำกัด..!!
    โปรโมชั่น เกาหลี สุดคุ้ม เริ่มต้น 16900 บาท
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2589ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    พกปืนเข้าศาล ถือเป็นความผิดร้ายแรง(ดีโพลมา2588ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังรวมพลคนลูกทุ่งเงินล้าน(ดีโพลมา2587ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    แพ็คเกจสิบสองปันนา 2 วัน /1 คืน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2586ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    จับตู้ม้า-ตู้สลอตกว่า 100 ตู้ (ดีโพลมา2585ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    เปาบุ้นจิ้นศึกชิงจอหงวน-5 END (ดีโพลมา2584ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    HOT!!! เที่ยวญี่ปุ่นถูกแสนถูก ลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ มาแล้วจร้าาา
    การทำความสะอาดที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ ขณะที่ Autobot กำลังทำงาน
    เซี่ยงไฮ้-ฮาร์บิ้น 6วัน 4คืน
    PACKAGE SINGAPORE 3D2N
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2583)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    สอบถามการขอคืนที่ดินบริจาค (ดีโพลมา2582)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    งานแถลงข่าว “ละครซ้อนหนัง ณ โรงมหรสพหลวง" (ดีโพลมา2581)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    เทคโนโลยีสลายมะเร็งด้วยความเย็นทางเลือกใหม่ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
    ดูดวง 12 ราศี เช็กโชคชะตา ตามตำราพรหมชาติ
    ดูดวงปีชง 2558 วิธีแก้ปีชง 2558 มีอะไรบ้าง
    หนังตลกจั๊กกะแหล (ดีโพลมา2580)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    11-15งานทอดกฐินวัดบ้านนำ้ดั้นจ.พิษณุโลก(ดีโพลมา251057)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    6-10งานทอดกฐินวัดบ้านนำ้ดั้นจ.พิษณุโลก(ดีโพลมา251057)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    1-5งานทอดกฐินวัดบ้านนำ้ดั้นจ.พิษณุโลก(ดีโพลมา251057)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    งานทอดกฐินวัดบ้านนำ้ดั้นจ.พิษณุโลก(ดีโพลมา251057)และสื่อสยามข่าวมวลมีทั้งหมด 15 ตอน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2578)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่27ต.ค.2557 (ดีโพลมา2577)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หนังตลกวัยรุ่นพังร้าน (ดีโพลมา2576)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    วิธีฉลาดสุดๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น
    เคล็ดลับช่วยหุ่นผอมเพรียว แถมยังทำให้สุขภาพดี
    อาหารลดน้ำหนัก 10 ชนิด กินแล้วไม่อ้วน
    ลดหุ่นด้วยถั่วเหลือง
    วุ้นในลูกตาเสื่อม อันตรายที่คนใช้คอมพิวเตอร์ต้องอ่าน
    สวยใสฟิตเป๊ะตามเทรนด์สุขภาพ ฉบับสาวออฟฟิศ
    แคปซูลปลูกต้นไม้ ไม่ต้องดูแลมากก็มีสวนสวยได้
    ทำนายดวงความรักกับวันทั้ง 7 วัน
    5 เครื่องปรุงสุดเจ๋งจากในครัว ที่ใช้ทำความสะอาดได้ด้วย
    15 ตึกสวยแจ่มสีคัลเลอร์ฟูล ที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว !
    Fruity Yummy ผลไม้แปลงกายหม่ำอร่อย
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2575)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    "สมยศ" สั่งพิจารณาคืนความสุขตำรวจ(ดีโพลมา2574)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ชมละครซ้อนหนังจากหนังไทย 8 เรื่อง(ดีโพลมา2573)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    หอยทาก" นับพันตัว! บุกแฟลตตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก (ชมคลิปชัดๆ) (ดีโพลมา2572)ร่วมกับสื่อสย
    หนังเรื่องคัมภีร์หยุดกระสุน (ดีโพลมา2571)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2570)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2ms