เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 6388 คน
My journey
แบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตนเอง
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 10 (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 9 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 8 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 7 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 6 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 5 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 4 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผมอยากไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่แฟนอยากไปเกาหลี 1 (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง10 (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง9 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง8 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง7 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง6 (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง5 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง4 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง2 (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง1 (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กุมภาพันธ์ 2555>
     
    6303112345
    76789101112
    813141516171819
    920212223242526
    102728291234
    11567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 3703
    • เฉพาะวันนี้ 23
    • ความคิดเห็น 14
    • จำนวนเรื่อง 20
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    Last edit on 23/12/2552 1:53:00

     วันสุดท้ายผมวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวที่ Gyeongju ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกคล้ายๆกับที่อยุธยา (http://www.gyeongju.go.kr/eng/main/index.asp) เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ตอนแรกว่าจะนั่งรถบัสไป แต่ดูแล้วอาจจะตื่นเช้าไม่ไหว เพราะนี่เป็นวันท้ายๆของการเดินทาง ทำให้เราค่อนข้างเหนื่อยล้าและอยากเที่ยวแบบสบายๆมากกว่า ผมจึงเปลี่ยนแผนเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งถ้าออกเดินทางตอน 9 โมงเช้าก็ไปถึงตอนเที่ยงๆ เราจะมีเวลาเที่ยวอีกครึ่งค่อนวัน ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับเมืองๆนี้ แต่แล้วเราก็พลาดจนได้ที่ไม่ได้จองตั๋วรถไฟไว้ พอไปซื้อตั๋วตอนเช้าก็กลายเป็นว่าที่นั่งเต็มเสียแล้ว จึงต้องรอเป็นขบวนถัดไป ทำให้โปรแกรมเที่ยวคลาดเคลื่อนไปอย่างน่าเสียดาย คืนนี้เราควรจะต้องไปนอนที่ Busan เนื่องจากวางแผนไว้ว่าจะบินกลับจากที่นั่น จึงทำให้ไม่สามารถเที่ยว Gyeongju ได้อย่างเต็มที่ สถานที่ที่ผมอยากจะไปมากที่สุดคือ Bulguksa และ Seokgulam แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ทำให้เราเที่ยวได้แค่ในเมืองเท่านั้น อยากร้องไห้จริงๆครับ นี่เป็นเมืองที่เข้ากับสไตล์การท่องเที่ยวของผม ทำให้อยากเที่ยวมากที่สุดและเก็บไว้เป็นไฮไลท์ก่อนกลับบ้าน แต่ผมดันวางแผนผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัย เพราะเราคงไม่กลับมาเที่ยวเกาหลีใต้อีกแน่นอนถ้าต้องจ่ายเงินเอง เหตุการณ์เดียวที่ช่วยปลอบใจผมได้คือ วันนี้ฝนตกครับ ทำให้คิดไปได้ว่าเที่ยวไปก็ไม่สนุก 555 สำหรับสถานที่ที่เราได้ไปสัมผัสมา คือ Anapji pond, Cheomseongdae Observatory และ Tumuli park เท่านั้น จากนั้นเราต้องรีบนั่งรถบัสกลับไปยังเมืองปูซานเพราะว่าวันรุ่งขึ้นเราจองตั๋วกลับของการบินไทยรอบเช้าสุดไว้ คือ 8.40 น. คืนนี้คงต้องรีบเข้านอน อยากกลับบ้านแล้วครับเพราะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการท่องเที่ยวครั้งนี้เหลือเกิน คือเราตื่นเช้า นอนดึก และเดินวันละหลายๆกิโลเมตร เป็นแบบนี้ทุกๆวัน ใจหนึ่งก็นึกเสียดายที่ไม่สามารถเที่ยวเกาหลีได้ครบถ้วนตามที่วางแผนไว้ แต่ก็ยังคิดว่าในอนาคตอาจจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยวเต็มตัวแบบนี้ และคงจะได้กลับมาเที่ยวสถานที่ต่างๆที่ได้พลาดไปในครั้งนี้

    บทสรุปสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ผมขอตั้งชื่อให้ว่า Trip of error หรือ การเดินทางแห่งความผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตกรถไฟ ลงผิดสถานี ไม่ได้จองตั๋วล่วงหน้า และการวางแผนที่ผิดพลาดต่างๆ แต่ที่สำคัญคือ สภาพอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำหนดไม่ได้ และแน่นอนครับว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปของเรา แต่ตอนนี้คงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเผชิญหน้ากับชีวิตจริงและขยันทำงานเก็บเงินกันไปก่อน ก่อนหน้านี้มีรุ่นน้องของผมคนหนึ่งเพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นโดยไปกับบริษัททัวร์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาในเส้นทางโตเกียว-เกียวโต บอกกับผมว่ารู้สึกเฉยๆ ชอบไปเกาหลีมากกว่า โธ่ไอ้น้องเอ๋ย ไปกับทัวร์ วันๆเอาแต่กินที่เขาจัดให้ นั่งรถทัวร์ เที่ยวกับอากงอาม่า เดินตามไกด์ ไปเที่ยวที่ไหนยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่ต้องคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวันๆ มันจะไปสนุกได้ยังไงฟะ แต่ก็ไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้มาก เนื่องจากยังไม่เคยได้ไปสัมผัสประเทศเกาหลี แต่หลังจากที่กลับมาครั้งนี้ผมกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าญี่ปุ่นดีกว่าเยอะครับ แฟนๆเกาหลีอาจจะไม่ชอบที่ผมพูดแบบนี้ ยังไงก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวหลังจากที่ได้ไปสัมผัสมาด้วยตนเองนะครับ คนที่ชอบละครเกาหลีได้ไปเที่ยวชมตามฉากในละคร ได้ไปบ้าน Full house หรือร้านกาแฟในเรื่อง Coffee prince อาจจะรู้สึกสนุกสุดยอดแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิงเลยก็ได้ อย่างไรก็ตามการไปเที่ยวเกาหลีทำให้ผมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการศึกษาและการปลูกฝังวัฒนธรรมให้แก่พลเมือง ที่ประเทศเกาหลีดูเหมือนว่าเทคโนโลยีของเขากำลังจะก้าวไปสู่แถวหน้าของเอเชีย แต่การพัฒนาทางด้านอื่นยังดูเหมือนว่าจะไม่ไปด้วยกันเท่าที่ควร ต่างจากประชาชนชาวญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการปลูกฝังมาเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สึกดีมากกว่า แต่ผมไม่ได้บอกว่าคนเกาหลีนิสัยไม่ดีนะครับ หลายครั้งที่เราได้รับความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้า ทำให้รู้สึกประทับใจเช่นกัน ข้อดีที่เห็นได้ชัดจากคนเกาหลีคือเรื่องชาตินิยมครับ คนส่วนใหญ่ใช้แต่สินค้ายี่ห้อ Samsung, LG และ Hyundai ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง ดังนั้นหากเราต้องการจะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น นอกจากจะต้องหยุดทะเลาะตีกันเองแล้ว ยังต้องเร่งปลูกฝังทางด้านการศึกษา การคิดแบบมีวิจารณญาณ ควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมให้กับคนในชาติด้วย ไม่ใช่มองกันอยู่เพียงด้านเดียว สุดท้ายเราก็จะถูกแซงหน้าไปไม่เห็นฝุ่น แต่ผมไม่นิยมการแข่งขันกับผู้อื่นหรอกนะครับ แข่งขันกับตัวเองและอยู่แบบพอเพียง เก็บเงินเที่ยวไปวันๆ ก็เพียงพอสำหรับเราแล้ว 555


    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 2 | อ่าน: 755 ครั้ง

    Last edit on 6/1/2553 13:56:00

     วันที่สามในเกาหลี แต่เดิมเราวางแผนว่าจะไปเที่ยวเกาะ Nami (http://www.namisum.com/) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังโดยเป็นฉากละครในซีรี่ยส์เกาหลีเรื่อง Winter love song ซึ่งผมคงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก แต่สำหรับผมแล้ว ความสำคัญของเกาะนี้เป็นเพียงทางผ่านเพื่อจะไปเมือง Chuncheon ต่อไปยัง Sokcho เพื่อไปเที่ยวที่ Soraksan เท่านั้น แต่ก็เอาเหอะครับ ตามกระแสเขาหน่อย เราเดินทางออกจากโซลโดยไปขึ้นรถไฟที่สถานี Cheongnayanni เสียค่ารถไฟคนละ 3900 won ระหว่างทางเห็นเขากำลังก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มเติม น่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงนะครับ อีกหน่อยจะได้เที่ยวกันสะดวกยิ่งขึ้น เรานั่งรถไฟไปชั่วโมงครึ่งก็ถึงสถานี Gapyeong ต่อรถแท็กซี่ไปยังท่าเรือด้วยราคา 3700 won เสียค่าเข้าดินแดน Naminara republic อีกคนละ 8000 won โอยจะบ้าตาย เรือข้ามฟากที่ไปยังเกาะนามิใช้เวลานานประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้นเพราะที่จริงแล้วมันเป็นเกาะกลางแม่น้ำไม่ได้อยู่ในทะเล ตอนแรกผมคิดว่าบนเกาะนี้ไม่น่าจะมีอะไรมากเพราะเรามาในช่วงฤดูหนาว ใบไม้น่าจะร่วงหมดแล้ว แต่ด้วยความโชคดีของเราที่ช่วงที่ผ่านมามีหิมะตกทำให้พื้นที่บนเกาะเต็มไปด้วยสีขาวของเกล็ดหิมะทำให้ดูสวยดี เรากางแผนที่และตัดสินใจไล่ตามจุดสำคัญๆ ซึ่งผมคิดว่าเราสามารถเที่ยวได้ทั้งหมดโดยเช่าจักรยาน 2 ตอนภายในระยะเวลา 30 นาที ที่จริงก็สามารถเดินเที่ยวได้ทั่วทั้งเกาะนะครับ แต่ผมอยากประหยัดเวลาให้มากที่สุด เสียค่าเช่าจักรยานไป 6000 won แต่ก็เก็บจุดสำคัญๆได้ครบครับ ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวสถานที่ในฉากละครที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับทำให้แฟนเรามีความสุขได้มากมายเลยทีเดียว

    ออกจากเกาะนามิ เราก็หาของกินที่บริเวณท่าเรือ เลยได้กิน chicken bulgogi ก็อร่อยดีนะครับ หลังจากเที่ยวเกาะนามิแล้ว ตอนแรกผมตั้งใจจะไปเที่ยว Suwon ซึ่งมี Suwon fortress ที่เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงโซลเท่าใดนัก แต่เราคุยกันว่าไม่ได้รู้สึกอยากไปขนาดนั้น เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเดินทางไปเที่ยวเมือง Gyeongju ทางภาคใต้ จึงตัดสินใจเที่ยวภายในกรุงโซลแทน เราจึงไปเดินเล่นที่ Insadong ต่อในตอนเย็น ขอแนะนำให้ไปที่ Ssamziegil ที่นี่มีของขายแปลกๆไม่ซ้ำกับที่อื่น ถึงแม้ว่าเราจะไม่เข้าใจในศิลปะ แต่ก็รู้สึกได้ว่าถนนอินซาดงนี่ไม่เลวเลยทีเดียว ส่วนร้านอาหารแนะนำแถวนี้คือ Insa-dong’s Starbucks, Sanchon, Saram & Namu, Insa-dong Sujebi เป็นต้น แต่เราไม่ได้เข้าไปทานหรอกนะครับ จากนั้นเราก็ไปจบที่ตลาด Numdaemun เพื่อซื้อของฝากกลับบ้าน ตอนที่เราไปถึงนั้นดึกมากแล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีของขายมากเท่าไหร่นัก



    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 637 ครั้ง

    23/12/2552 1:22:00

     วันที่สองในกรุงโซลเราวางแผนเที่ยวเฉพาะในเมืองจึงสามารถนอนตื่นสายได้ เราทานอาหารเช้าฟรีของ guesthouse เป็นพวกขนมปัง ชา กาแฟ ก็ประหยัดดีครับ จากนั้นไปเดินเล่นในเมือง วันนี้อากาศไม่ค่อยดีท้องฟ้าดูมืดครึ้ม ตอนเช้ามีหิมะตกในเมือง ก็ดูโรแมนติคเหมือนในหนังดีครับ แต่หนาวจนต้องเข้าไปแอบอยู่ในร้าน Burger King ซึ่งหาได้ไม่ยากที่นี่ หลังจากหิมะหยุดตก ฝนก็เริ่มตกลงมาปรอยๆ เราเดินไปเรื่อยๆถึงสี่แยก Gwanghwamun ได้เจออนุสาวรีย์ของ Lee Sunshin อีกแล้วครับท่าน ทางด้านหลังยังมีอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ Sejong อยู่ด้วย จากนั้นตอนบ่ายก็ไปเที่ยวชมพระราชวัง Changdokkung รอบภาษาอังกฤษ เสียค่าเข้าชมคนละ 3000 won ซึ่งโปรแกรมนี้เขาเล่ากันมาว่าห้ามพลาด เพราะเป็นพระราชวังที่มีความงดงามมากที่สุดและเป็นมรดกโลกที่อยู่ใจกลางกรุงโซล พอเข้าไปชมภายในก็รู้สึกว่าสวยแบบเกาหลีดีนะครับ แต่ยังไม่ประทับใจเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะว่าเรามาในฤดูหนาว ถ้าเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคงจะงดงามมากกว่านี้

    จากนั้นเรากลับเข้าที่พักเพื่อใส่ Long johns ไว้ข้างในเสื้อผ้าอีกชั้นเพราะคาดว่าอากาศตอนกลางคืนจะหนาวเย็นมากกว่านี้ จุดหมายต่อไปของเราอยู่ Myeong-dong ซึ่งถือเป็นสยามสแควร์ของกรุงโซล เป้าหมายคือพาแฟนไปช้อปปิ้งนั่นแหล่ะครับ สินค้าส่วนใหญ่ที่เธอสนใจคือเครื่องสำอาง ซึ่งก็มีหลากหลายยี่ห้อ ร้านอาหารแนะนำแถวนี้คือ Gogung, Teumsae, Myoungdong Kyoja, O’sulloc Tea House เป็นต้น

    จากนั้นเราเดินไปที่ Cheonggyecheon Stream ซึ่งเป็นคลองที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางกรุงโซล มีความยาวทั้งสิ้น 5.8 กิโลเมตร โดยระหว่างทางจะมีความพยายามตกแต่งให้มีความหลากหลายและติดไฟหลากสีสันเพื่อไม่ให้เราเบื่อหนีไปเที่ยวที่อื่นซะก่อน ถึงแม้ว่าคลองที่นี่จะไม่มีจุดเด่นอะไรมากมายและทำให้เราเสียเวลาเดินเมื่อยขาอยู่นาน แต่เราก็ได้เดินคุยเปิดใจกันไปเรื่อยๆจึงกลับกลายเป็นสถานที่โรแมนติคไป เราเดินทอดน่องไปจนถึงตลาด Dongdaemun ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นของกรุงโซล ห้างใหญ่ๆที่นี่ปิดทำการตีสี่ครึ่ง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่เข้าไป แต่เสื้อผ้าที่นี่ก็ไม่ได้ราคาถูกอย่างที่คิด เราจึงได้แต่เดินดูอย่างเดียว ออกจากตลาด Dongdaemun ก็ลากขาทั้งสี่ข้างกลับเข้าที่พัก วันพรุ่งนี้ยังมีโปรแกรมให้เที่ยวอีกมากมาย ถึงแม้ว่าจะตัด Soraksan ออกไปแล้ว เพราะแฟนของผมไม่อยากไปขึ้นเขาและเผชิญกับความหนาวมากกว่านี้



    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 587 ครั้ง

    เลือกดูบลอก Search:

    คอนโด คอนโดให้เช่า ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.25ms