ถึงเวลา
อาเจล - Agel !
ต้องยอมรับ อาเจล (Agel) คือ บริษัทขายตรงน้องใหม่ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้
ด้วยองค์ประกอบ และความพร้อมที่โดดเด่น และแตกต่างในหลายๆ ด้านทำให้ Agel (อาเจล) ได้รับการจับตามองจากคนในวงการขายตรง
จากกระแสการตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้เชื่อเหลือเกินว่าบริษัทแห่งนี้จะแจ้งเกิดในวงการขายตรงได้ไม่ยาก
Scoop ฉบับนี้ได้นำเรื่องราวที่น่าสนใจของ Agel มาบอกเล่าสู่กันฟัง
ว่าเหตุใดพวกเขาจึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รวมไปถึงความเคลื่อนไหวต่าง
ๆ ที่น่าสนใจของบริษัทแห่งนี้
พร้อมบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บัญชา เหมินทคุณ REGIONAL MANAGER SOUTH EAST ASIA Agel EnterPrises
เปิดเผย “เดอะ พาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค” ว่า ในปัจจุบัน Agel เปิดดำเนินการไปแล้ว
5 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศเวียดนามจะทำการเปิดดำเนินงานในสิ้นปี
2550 ส่วนอินโดนีเซียจะเปิดในไตรมาสแรกของปี 2551 ส่วนเกาหลีใต้วางแผนจะเปิดในไตรมาสที่
3 ของปี 2551
“ความแตกต่างในการบริหารงานในแต่ละประเทศนั้น อาศัยประสบการณ์ของผมแล้วนำมาใช้ได้เป็นเรื่องๆ
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา เนื่องจากในแต่ละประเทศที่ Agel เข้าไปเปิดดำเนินการ
เราก็มีทีมงานที่มีประสบการณ์ในแต่ละประเทศ และถ้าเป็นประเทศใหม่
เราก็จะรับคนที่มีประสบการณ์เข้ามาทำงานซึ่งเขาจะต้องเป็นคนที่เข้ามาช่วยเราทำอย่างไรให้ Agel เข้ากันได้ดีกับในแต่ละประเทศ การที่เราให้คนท้องถิ่นบริหารนั้นก็เพื่อทำความเข้าใจกับคนในประเทศ
นั้นๆ ให้มากที่สุด”
เชื่อเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บัญชา กล่าวต่อไปว่า ภาพรวมของ Agel ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น Agel ยังคงใหม่มากกับตลาดนี้ ตลอดระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา เป็นการวางแนวทาง
เพื่อให้ประสบความสำเร็จในอนาคต Agel ต้องทำอะไรอีกมากมาย เพราะ
Agel เป็นบริษัทใหม่ แต่อย่างที่เคยเรียนว่า Agel มีผู้ก่อตั้งที่เข้าใจธุรกิจขายตรง
มีประสบการณ์ มีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ ต่อไปนี้ Agel ต้องเดินไปตามแนวทางที่ได้พูดคุยกันไว้
คาดว่าแนวทางของ Agel ต้องเดินไปตามแนวทางที่ได้พูดคุยกันไว้
คาดว่าแนวทางของ Agel จะชัดเจนขึ้นในปี 2551
“Agel เป็นบริษัทใหม่ เราจึงมีโอกาสที่จะเติบโตมากเหมือนกัน Agel ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะใช้แนวทางเดียวกันในการดำเนินธุรกิจ
ในช่วงแรกเราอาจจะยังไม่พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์และความสามารถของผู้บริหารและผู้นำ
จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง”
ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จ
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ Agel ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น
Agel ได้รับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง อาทิ การเปิดออฟฟิศในแต้ละประเทศ
ซึ่งเมื่อก่อน Agel (อาเจล) จะใช้ระบบ อี คอมเมิร์ชอย่างเดียว
แต่ธุรกิจจริงๆ แล้วต้องมี่ออฟฟิศ มีพนักงาน มีห้องประชุมซึ่งทาง
Agel ก็มีการปรับให้เห็นแล้ว อย่างเช่น มาเลเซียก็มีออฟฟิศที่มีโลเคชั่นที่ดีมาก
ออฟฟิศในเมืองไทยก็มีการตกแต่งใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
นอกเหนือจากนี้ Agel ยังต้องให้ความสำคัญในเรื่องผลิตภัณฑ์ซึ่งตอนนี้
Agel มั่นใจว่าสินค้าของบริษัทมีความโดเด่นและไม่เหมือนใคร ต่อไปก็คือ
จะต้องทำให้มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ผลิตภัณฑ์ถนอมผิว แต่ยังเน้นรูปแบบเจล และในทุกๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องมีจำหน่าย
เรื่องต่อมาคือ เรื่องราคาสินค้านั้น Agel มีนโยบายให้ราคาสินค้าใกล้เคียงกันในทุกๆ
ประเทศในอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจาก Agel นั้นมีสมาชิกที่นี่แสวงหาโอกาสในการเปิดตลาดใหม่
ๆ มากมาย ทาง Agel จึงพยายามทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน
เพื่อที่จะทำให้สมาชิกทำธุรกิจได้สะดวกสบายมากขึ้น
เรื่องถัดมาคือ การทำมาตรฐานในระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา
เรื่องระบบต่าง ๆ ในการทำธุรกิจ เรื่องการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะมีร่วมกัน
เพื่อเป็นการเสริมพลังร่วมกันให้แต่ละประเทศ และมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน
5 ปี Agel จะก้าว ไปสู่ 1 ใน 5 บริษัทขายตรงให้ได้
Agel ไทยพร้อมบุกตลาด
ด้านสุวัจน์ จันทร์นฤกุล GENERAL MANAGER Agel EnterPrises (Thailand)
Ltd. เปิดเผยว่าในปัจจุบันทาง Agel ประเทศไทย ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถดำเนินธุรกิจได้แล้ว
“ในปัจจุบันเรามีการเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมห้องประชุมเพื่อรองรับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้น
การเพิ่มพนักงานใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกเป้าหมายของ
Agel นั้นคือ จะทำให้สมาชิกประสบความสำเร็จให้รวดเร็วที่สุด
เท่าที่ทางบริษัทจะทำให้”
“ในปัจจุบัน ทาง เอเจล / Agel ประเทศไทยมีสินค้า 3 รายการที่ผ่านมาอนุมัติจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นที่เรียบร้อยแล้วประกอบด้วยผลิตภัณฑ์
UMI, FIT และ HRT ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเจล
ซึ่งผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการยื่นขอจดทะเบียนกับทาง
อย. อีก 6 รายการ”
ถ้อยคำจากใจขุนพล Agel (อาเจล)
ชนิดา บูรณะบุตร Diamond Executive ของ Agel EnterPrises กล่าวว่า
ก่อนอื่นตนมีความยินดีมากๆ กับผู้นำ 2 ท่าน ที่เป็นผู้นำที่มาแรงมากๆ
ในประเทศไทย คือคุณพิสิษฐ์ วงศ์ประเสริฐ กับคุณธเนตร วงษา รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ทั้ง
2 ท่านให้การตัดสินใจที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น
แต่ส่งผลกับทีมงานที่จะตามมามากมาย
“จุดมุ่งหมายของดิฉันกับ Agel ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลาว่าอยู่เท่าใด
แต่เป้าหมายที่แท้จริงคืออยากให้คนที่ก้าวเข้าสู่ Agel ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
คุณจะไม่ผิดหวังจากสิ่งที่ Agel ให้คุณ ถ้าคุณผิดหวังนั่นหมายความว่า
คุณผิดหวังจากตัวคุณเอง แต่จะไม่ผิดหวังจากตัวบริษัท ผู้บริหาร
ผลิตภัณฑ์ และแผนการตลาด อยากให้ทุกคนตั้งในทำงาน นี่คือการเปลี่ยนแปลงชีวิตทุกท่านอย่างแท้จริง”
ณัฎฐ์ธรินทร์ บูรณะบุตร Diamond Executive Agel EnterPrises
เปิดเผยว่า ตนมีโอกาสสัมผัส Agel ทั้งที่สหรัฐอเมริกาและเอเชีย
ทำให้รู้ว่า Agel กำลังเข้าสู่จุดที่จะก้าวไปเป็นบริษัท 1,000
ล้านเหรียญสหรัฐ
“สิ่งที่ผมเห็น Agel เมืองไทยก็คือ ตอนนี้เรามี 3 ทหารเสือ
อยู่ด้วยกัน ถ้า Agel ไม่แน่จริงคงไม่เกิด 3 ทหารเสือแน่นอน
ผมอยากบอกว่าพี่น้องทั้งหลายรีบเข้ามา ไม่งั้นจะสายเกินไป เพราะว่าต่อไป
Agel จะมีแรงเหวี่ยงอย่างมหาศาล ผมมองว่าอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้าเราจะก้าวไปเป็นบริษัท
1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ”
นิติ สว่างทรัพย์ Corporate Director Agel EnterPrises(Thailand)
Ltd. กล่าวถึงความรู้สึกต่อ Agel ว่าตนอยากสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทยโดยผ่าน
Agel ตอนนี้ได้เวลาที่คนไทยจะเป็นอัพไลน์คนต่างชาติกันบ้าง
“เราจะสร้างนักธุรกิจเครือข่าย สร้างผู้นำที่แข็งแกร่งเพื่อที่จะไปเปิดตลาดต่างประเทศ
อีกสักพักเราจะไปเปิดตลาดใหญ่ๆ เมื่อเราสามารถสร้างองค์กรคนไทยแล้วมีคนต่างชาติมาเป็นดาวน์ไลน์จะทำให้เราแข็งแกร่ง
ตอนนั้นเราจะมีเงินตราไหลเข้าประเทศไทยผ่าน Agel”
ธเนตร วงษา ผู้จำหน่ายอิสระของ Agel EnterPrises(Thailand)
Ltd. กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกันสินค้าของ Agel (อาเจล) เนื่องจากมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ระบบการจัดการของบริษัทก็อำนรวยความสะดวกให้กับสมาชิก อีกทั้ง
Agel เป็นบริษัทที่มีการเติบโตรวดเร็วมากอยู่อันดับที่ 2 ของโลก
ทั้ง ๆ ที่ Agel เปิดดำเนินงานเพียง 2 ปี เท่านั้น
“ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะใช้เวลา 1 เดือนจะขึ้นตำแหน่งไดมอนด์ให้ได้
และภายในเดือนมกราคม ปี 2551 ผมจะก้าวขึ้นตำแหน่งสูงสุดให้ Agel
ให้ได้ ผมต้องขอขอบคุณผู้บริหารของ Agel คือคุณสุวัจน์ จันทร์นฤกุล
ที่กรุณาตอบคำถาม ตอบข้อโต้แย้งต่าง ๆ ทำให้ทีมงานเกิดคตวามประทับใจ
เกิดความมั่นใจในธุรกิจ Agel”
ดนุ วงศ์ประเสริฐ ผู้จำหน่ายอิสระของ Agel EnterPrises(Thailand)
Ltd. เผยว่า ตนมีโอกาสเดินทางไปประชุมกับ Agel ที่สหรัฐอเมริกา
ก็เห็นถึงความพร้อมในหลาย ๆ ด้านของ Agel ได้เห็นถึงวิสับทัศน์ของทีมผู้บริหารของบริษัทแม่และได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก
“ผมมองธุรกิจ Agel เหมือนกับรถ เฟอร์รารี่ มีความทันสมัย มีสีสันและมีแผนการตลาดที่สุดยอด
Agel มีผลิตภัณฑ์ ที่ทันสมัยมากราคาสินค้าก็สามารถจดจำได้ง่าย
ผู้สูงอายุก็สามารถทำได้ทุกๆ อย่าง ที่เป็น Agel ทำให้ผมมี่ความเชื่อมั่นว่าจะนำพาสมาชิกให้ประสบความสำเร็จได้แน่นอน”
กิฒิพฬ ตีระรัตน์ Senior Director Agel EnterPrises(Thailand)
Ltd. เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ทำงานกับ Agel มา ทุกๆ
วันตนทำงานอย่างมีความสุข ทีมงานทุกคนก็มีความสุข ด้วยความใหม่ด้วยความพร้อมของ
Agel ทำให้สมาชิกทำธุรกิจแบบไร้แรงต้านจริงๆ
“ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่มันเกิดขึ้นที่ Agel ผมทำธุรกิจเครือข่ายมา
10 กว่าปี ไม่เคยเห็นความพร้อมในทุกๆ ด้านเหมือนอย่างที่ Agel
มี เรามีทีมงานอัพไลน์ที่มีประสบการณ์ทำงานด้วยความจริงในและทุ่มเท
ประกอบกับผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงมาก จะนำไปพวกเราประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
"ขายตรง"เปิดศึกชิง"เช็ค"เดือด! เข็นโปรโมชั่นลงสนามคึก หวังแบ่งเค้กผู้รับสิทธิ์ 10 ล้านคนทั่วประเทศ "กิฟฟารีน" ให้ซื้อสินค้าแถมเลือกผลิตภัณฑ์อีกชิ้นฟรี พ่วงสิทธิ์ลุ้นรางวัลกว่า 5,000 บาท / "ซิงเกอร์" ขนเครื่องใช้ไฟฟ้ามือหนึ่ง-สองลดราคากระหน่ำ / "ดรีมทีม" ชวนนำเช็คสมัคร "SASINA BEAUTY & SPA CLUB" ได้ของ 4,000 บาท พร้อมต่อยอดอาชีพเสริม / "นูไลฟ์" โชว์เช็คสมัครสมาชิกฟรี หากพ่วงเพื่อนมาโชว์เช็คอีก 3 คน แถมสินค้าอีก 1 ต่อทันที / "แอมเวย์" เปิดให้ช้อปครบ 2,000 บาท เลือกรับฟรี สินค้ารวมมูลค่าเกือบ 500 บาท / "เฮ็ลธ์ฟู้ดส์" อัดเพิ่มมูลค่ารับสิทธิพิเศษฟรี 5 ต่อ รวมกว่า 8,750 บาท
จากการที่รัฐบาลนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
มีนโยบายช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน
หนึ่งในมาตรการกู้เศรษฐกิจชาติ และได้ดำเนินการแจกเช็คช่วยชาติจำนวนเงิน
2,000 บาท ให้กับประชาชน บุคลากรภาครัฐ และผู้ประกันตนจำนวน 5.5
ล้านคนทั่วประเทศไปแล้วเป็นล็อตแรก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา
และจะมีการแจกในล็อตหลังอีกรวมทั้งหมด 10 ล้านคน
โอกาสดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มบริษัทเอกชนห้างร้านต่างๆ
และกลุ่มธุรกิจขายตรงได้เข้าร่วมโครงการรับเช็คจากประชาชนเช่นกัน
สำหรับรายละเอียดการร่วมโครงการครั้งนี้มีขึ้นอย่างหลากหลาย
เริ่มจากบริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด
บริษัทขายตรงแนวหน้าของคนไทย ซึ่งได้เปิดตัวมาตั้งแต่ครั้งแรกโดย พญ.นลินี
ไพบูลย์ ประธานกรรมการบริษัท
ได้เปิดเผยถึงการเข้าร่วมโครงการเช็คช่วยชาติกระตุ้นเศรษฐกิจว่า
ล่าสุดบริษัทเพิ่งลงนามทำสัญญา MOU
ร่วมกับกระทรวงการคลังและพันธมิตรภาคเอกชนกว่า 21 ราย ซึ่งมีเครือข่าย
และสาขาทั่วประเทศประมาณ 3,146 ราย ให้ความยินดีรับเช็คช่วยชาติ
มาใช้ในการชำระสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค
เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นให้ตื่นตัวและมีเม็ดเงินไหลเวียนในระบบ
เศรษฐกิจมากขึ้น
โดยทางกิฟฟารีนได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษเพื่อต้อนรับผู้ที่นำเช็คช่วยชาติมา
จับจ่ายสินค้าที่ศูนย์กิฟฟารีนทั่วประเทศ รับโปรโมชั่นสินค้า 2 ต่อ ต่อที่
1 เมื่อซื้อครบ 1,200 บาท ขึ้นไป รับฟรีทันที ผลิตภัณฑ์สมนาคุณพิเศษ 1
ชิ้น โดยเลือกจากรายการดังต่อไปนี้ 1.ยาสีฟันไบโอเฮอร์เบิล 1 หลอด
2.น้ำยาซักชุดชั้นใน 1 ขวด 3.ลิปสติกกิฟฟารีนสีใดก็ได้ 1 แท่ง
4.แป้งรองพื้นกิฟฟารีนสีใดก็ได้ 1 ตลับ 5.โฟมล้างหน้าวิส 1 หลอด
6.ชุดแป้งและโรลออน กลิ่นเจวาลิน(รวม 2 ชิ้น) 7.ชุดแป้งและโรลออน
กลิ่นเจนท์รวม 2 ชิ้น)
ต่อที่ 2 หากซื้อผลิตภัณฑ์ครบทุก 1,500 คะแนน
(ประมาณ 1,500 บาท) มีสิทธิได้รับคูปองลุ้นรับผลิตภัณฑ์คุณภาพถึง 5,000
รางวัล ภายใน 31 พฤษภาคมนี้ นอกจากนี้กิฟฟารีนยังเล็งเห็นว่า
นี่คือช่องทางต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับเช็คดังกล่าว
โดยการร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจกิฟฟารีน
ที่ผู้สนใจสามารถเปลี่ยนเงินพันให้เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง
ได้อีกด้วย
นายบุญยง ตันสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย
จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ของบริษัทขณะนี้
ที่ถือว่าเป็นการขานรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐบาลคือแคมเปญเช็คช่วย
ชาติ 2,000 บาท ซึ่งลูกค้าสามารถรับบริการได้ทั้งที่ร้านซิงเกอร์ทุกสาขา
และจากคาราวานซิงเกอร์เดย์ที่ลงพื้นที่ใกล้บ้าน 3 รูปแบบด้วยกัน
รูปแบบที่ 1 ซื้อสินค้าราคาพิเศษในราคาเพียง 2,000 บาท คือ
เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ราคาปกติ 2,990 บาท และเครื่องเล่น DVD ราคาปรกติ 3,490
บาท รูปแบบที่ 2 คือ ใช้เช็ค 2,000 บาท เพิ่มมูลค่าด้วยเงินสด
คือใช้เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท บวกกับเงินสดอีก 1,500 บาท
สามารถซื้อเครื่องเล่น DVD แบบไมโครไฮไฟราคาปรกติ 5,290 บาท
หรือเพิ่มเงินสดอีก 1,200 บาท เพื่อซื้อเตาอบไมโครเวฟราคาปรกติ 4,900 บาท
รูป
แบบที่ 3 ใช้เช็คช่วยชาติ 2,000
บาทจับจ่ายสินค้ามือสองคุณภาพดีในราคาเดียว ซึ่งมีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า
เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่อเสียง และเครื่องซักผ้า และสินค้าอื่นๆ อาทิ
เตาแก๊ส และจานดาวเทียม
ทั้งนี้นายบุญยงได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้นำเช็คมาใช้จ่ายกับบริษัทฯไม่ต่ำ
กว่า 50,000 ใบ รวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
นายสุวิทย์ วิมุตตานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ดรีมทีม (ประเทศไทย)
จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
เพื่อเป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของเช็คช่วยชาติ 2,000
บาทผู้ที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว หากสนใจจะเข้าร่วมธุรกิจกับบริษัท
ขณะนี้บริษัทเปิดโอกาสให้สามารถนำเช็คเข้ามาร่วมสมัครในโครงการใหม่ล่าสุด
ของบริษัท "SASINA BEAUTY & SPA CLUB"
ในหลักสูตรเบื้องต้นมูลค่า 1,500 บาท
โดยเงินส่วนเกินที่เหลือบริษัทจะทอนเงินสด 500 บาทกลับคืนไป
ส่วนสิ่งที่ผู้สมัครจะได้รับ คือสินค้าแบรนด์ศศินา และ แบรนด์ในเครือ
พร้อมกระเป๋าหลุยส์มอเร่ส์
ที่สามารถหิ้วออกไปให้บริการนวดหน้าลูกค้าพร้อมกับขยายเครือข่ายได้ทันที
มูลค่าผลิตภัณฑ์รวมกว่า 4,000 บาท
นอกจากนี้ยังได้เข้ารับการอบรมใน
คอร์สวิชาชีพพื้นฐานเกี่ยวกับสปา การนวดหน้า
และการแต่งหน้าขั้นพื้นฐานฟรีจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้ระยะเวลาอบรม 1
วัน
ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือผู้ตกงานหรือผู้ที่กำลังหารายได้พิเศษ
ได้เป็นจำนวนมาก
นายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท นู ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า
ทางด้านของบริษัทขานรับนโยบายของรัฐบาล ด้วยการผุดโครงการช่วยชาติ
หากมีใครที่นำเช็ค 2,000 บาท ที่ได้จากรัฐบาลมาใช้กับบริษัท
จะได้สมัครสมาชิกฟรีทันที
นอกจากนี้ถ้าชวนเพื่อนที่มีเช็คดังกล่าวมาร่วมสมัครสมาชิก 3 คน
ผู้แนะนำจะได้รับกาแฟนูไลฟ์ฟรีทันที 1 กล่อง มั่นใจว่าจากโปรโมชั่นนี้
จะช่วยให้คนไทยที่กำลังอยากหารายได้เพิ่มหรือประสบปัญหาจากเศรษฐกิจ
หลั่งไหลเข้ามาในบริษัทจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมียอดสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเป็น
5,000 คนต่อเดือน จากเดิมที่อยู่ที่ 800-1,000 คน
นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์
(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกโปรโมชั่นพิเศษ
สนับสนุนโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย ด้วยเช็ครัฐบาล 2,000 บาท
โดยหากนักธุรกิจแอมเวย์และสมาชิกแอมเวย์ที่นำเช็ครัฐบาลมาซื้อสินค้าในแอ
มเวย์ ช็อป มูลค่า 2,000 บาท ขึ้นไป เลือกรับฟรี ข้าวขาวหอมมะลิแอมเวย์
100 % 1 ถุง (5 กก.) มูลค่า 240 บาท หรือ ยาสีฟันกลิสเทอร์ มัลติ -
แอ๊คชั่น ฟลูออไรด์ 1 หลอด มูลค่า 245 บาท ตั้งแต่ 26 มีนาคม ถึง 30
เมษายน 2552 หรือจนกว่าสินค้าสมนาคุณจะหมด
ทางด้าน บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ จำกัด หรือ
เฮ็ลธ์ฟู้ดส์ ที่บริหารงานโดย นางสาวเสาวลักษณ์ โชติเทวัญ
กรรมการผู้จัดการ ได้ออกแคมเปญ เพิ่มมูลค่าแลกเช็คช่วยชาติให้สูงถึง 8,750
บาท ด้วย 5 สิทธิพิเศษ อาทิ 1. ฟรีค่าสมาชิก มูลค่า 250 บาท 2.
เลือกรับสินค้า 2,000 บาท ในระบบเครือข่ายในราคาสมาชิกพร้อมรับคะแนนสะสม
3.ฟรีคอร์สฝึกอาชีพมูลค่า 5,000 บาท 4.ฟรีGiftSetเครื่องสำอาง มูลค่า
1,500 บาท 5. สิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก เช่น ประกันอุบัติเหตุ ส่วนลด
20-25% สำหรับสินค้าในระบบMLM ส่วนลด 5% สำหรับสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 29 พฤษภาคมนี้
อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 7 ฉบับที่ 153 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 เมษายน 2552