เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 7453 คน
Travel
welcome to Lampang
About me:
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • บันทึกของนางสาวสุนิษา จันทร์เป็งผัด เลขที่ 42 ชพบ 47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ยุพาพร คันธะชุมภู ชพบ47.4 เลขที่ 28 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวศิรัญญา ไปเร็ว เลขที่ 37 ชพบ 47.3 (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • น.ส.ศิรัญญา ไปเร็ว เลขที่ 37 ชพบ47.3 (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บันทึกของ น.ส. กรณิกา วิงวอน ชพบ. 47.1 เลขที่ 2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • น.ส.เมทินี วงค์ภิโล เลขที่ 25 ชพบ.47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวทัศนีย์ ศรีธิจู ชพบ.47.3 เลขที่ 14 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวเพ็ญพยอม จอมฟอง ชพบ.47.3 เลขที่ 22 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวฉวีวรรณ วงค์ชมภู เลขที่ 10 ชพบ.47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ศิรินันท์ ทาสุข 47.4 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บันทึกของนางสาว พนิดา ธิการ เลขที่ 20 ชั้น ชพบ 47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • น.ส สุนิสา กุลกิจ เลขที่ 41 ชพบ 47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาววิภาดา ปิยะลังกา เลขที่ 46 ชพบ47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวประวีณา ก๋องวอน ชพบ.47.3 เลขที่ 18 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวศิริรัตน์ สายสีธิ ชพบ.47.3 เลขที่ 39 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บันทึกของน.ส.ประภาพร อุดเลิศ เลขที่ 23 ชพบ.47.2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาวศิริพร มะโนคำ เลขที่ 38 ชั้น ชพบ.47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • น.ส อัจชราภรณ์ ทาสิทธิ์ ชพบ47.3 เลขที่45 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาววนิดา ฟูเต็มวงค์ ชั้น ชพบ 47.3 เลขที่ 26 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • นางสาววนิดา ฟูเต็มวงค์ ชั้น ชพบ 47.3 เลขที่ 26 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • น.ส. ตุลยา ขัดสี เลขที่ 13 ชพบ47.3 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กุมภาพันธ์ 2555>
     
    6303112345
    76789101112
    813141516171819
    920212223242526
    102728291234
    11567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 16781
    • เฉพาะวันนี้ 24
    • ความคิดเห็น 224
    • จำนวนเรื่อง 475
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    8/3/2549 22:44:00

    สวัสดีค่ะอาจารย์ วันนี้ได้เข้ามาศึกษา เกี่ยวกับวัดปงยางคก และอุทยานดอยขุนตาล และศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอห้างฉัตร วัดปงยางคก วัดปงยางคก มีวิหารพระแม่เจ้าจามเทวีซึ่งเป็นวิหารไม้เก่าแก่ ภายในประดิษฐานมณฑปปราสาทเก่าที่มีตำนานสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เมื่อ พ.ศ. ๑๒๕๓ การเดินทาง จากอำเภอเมืองเข้าสู่ถนนสายห้างฉัตร-เกาะคา ประมาณ ๕ กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปประมาณ ๑๐๐ เมตร ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และ สวนป่าทุ่งเกวียน อยู่ในความดูแลของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. มีศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ที่บ้านปางหละ อำเภองาว โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบายปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย ออป.จึงได้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ และจัดกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวขึ้น ได้แก่ การแสดงของช้าง มีบริการนั่งช้างรอบบริเวณซึ่งเป็นสวนป่า บริการอาหารเครื่องดื่มและร้านขายของที่ระลึก การแสดงช้างมี ๒ รอบในวันธรรมดา คือ ๑๐.๐๐ และ ๑๑.๐๐ สำหรับวันเสาร์, อาทิตย์ และ วันนักขัตฤกษ์ เพิ่มรอบ ๑๓.๓๐ น. มีการอาบน้ำช้างก่อนเวลาแสดง คือ ๐๙.๔๕ น.สำหรับวันธรรมดา และเวลา ๑๓.๑๕ น.ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชมสำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ ๕๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ส่วนช้างแท็กซี่ หรือบริการนั่งช้างชมธรรมชาติรอบๆ ศูนย์ฯ มีทุกวันในเวลา ๐๘.๐๐-๑๕.๓๐ น. นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้หลายเส้นทาง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (tourism awards) ประเภทรางวัลดีเด่นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ปี พ.ศ.๒๕๔๑ ปัจจุบันที่ศูนย์ฯมีโครงการโรงเรียนฝึกควาญช้าง เพื่อฝึกควาญหรือผู้ที่ประสงค์จะเป็นควาญให้สามารถดูแลช้างได้อย่างถูกต้อง มีชาวต่างชาติให้ความสนใจมาสมัครเป็นนักเรียนกันหลายคน และกิจกรรมใหม่ล่าสุดที่ศูนย์ฯจัดขึ้นคือ โฮมสเตย์ (Homestay) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชีวิตที่ผูกพันระหว่างช้างกับคนเลี้ยงช้างอย่างใกล้ชิด เป็นรายการ ๓วัน ๒คืน ครั้งละไม่เกิน ๑๘ คน คนละ ๓,๐๐๐ บาท โดยรวมค่าอาหาร ที่พัก บ้านพักโฮมสเตย์มีทั้งหมด ๓ หลัง ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆในศูนย์ ติดต่อที่ โทร. ๐ ๕๔๒๒ ๘๐๓๔, ๐ ๕๔๒๒ ๙๐๔๒ website: thaielephant.com นอกจากเรื่องท่องเที่ยวแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือการใช้พลังงานภายในศูนย์นั้นได้มาจากพลังงานทดแทนในโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ จากก๊าซชีวภาพจากมูลช้างเพื่อนำไปใช้ในการหุงต้ม และไฟฟ้าผลิตด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ สวนป่าทุ่งเกวียน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวลำปาง มีป่าสนเมืองหนาวและพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ใบที่มีสีสันสวยงาม อีกทั้งไม้จำพวกตะบองเพชร และปาล์ม ตลอดจนพืชสมุนไพรต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถแค้มปิ้งที่นี่ได้ ช่วงที่สวยที่สุดเหมาะแก่การพักแรมคือเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบัวตองกำลังบาน เนื่องจากจังหวัดลำปางมีพื้นที่เป็นแอ่งกระทะจึงมีอากาศที่ร้อนกว่าแม่ฮ่องสอน ดอกบัวตองที่ลำปางจึงบานเร็วกว่าที่ดอยแม่อูคอประมาณ ๑๕ วัน ประมาณเดือนตุลาคมมีการจัดกิจกรรมทุ่งเกวียนเมาเท่นไบค์ (moutain bike) และเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีการจัดงาน “ดอกไม้บานวันพบช้าง” รายละเอียดติดต่อ โทร. ๐ ๕๔๒๒ ๓๑๒๗ การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองลำปาง ๒๔ กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข ๑๑ (สายลำปาง-ลำพูน) บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๘-๒๙ หากโดยสารรถประจำทาง ขึ้นรถจากสถานีขนส่งลำปาง สายเชียงใหม่มาลงที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เป็นเทือกเขากั้นเขตแดน ระหว่างจังหวัดลำพูนที่อำเภอแม่ทาและจังหวัดลำปางที่อำเภอห้างฉัตรและอยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๕๙,๕๕๖ ไร่ ดอยขุนตาลประกอบด้วยป่าไม้หลายลักษณะ มีทั้ง ป่าดงดิบ และป่าสน มี ๔ ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดต้องเดินเท้าประมาณ ๗ กิโลเมตร สภาพป่าของดอยขุนตาล แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ตามระดับความสูงของพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเล 1.ที่ความสูงระดับต่ำ (๓๒๕-๘๕๐ เมตร) แต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่าสัก ปัจจุบันประกอบด้วย ป่าเสื่อมโทรมที่มีไผ่ผสมกับไม้ผลัดใบ 2.ที่ระดับความสูงปานกลาง (๘๕๐-๑,๐๐๐ เมตร) เป็นบริเวณที่ต่อเนื่องระหว่างป่าผลัดใบระดับต่ำกับป่าดิบสน เกิดเป็นป่าที่ผสมระหว่างป่าดิบกับป่าผลัดใบ โดยพบทั้งสนสองใบ และสนสามใบ 3.ความสูงระดับยอดเขา (๑,๐๐๐-๑,๓๗๓ เมตร) ป่าบริเวณนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยไม้เนื้อแข็งเป็นส่วนใหญ่ และมีสนสามใบปะปนด้วย สถานที่ท่องเที่ยวและที่พักบริเวณดอยขุนตาล อุโมงค์ขุนตาล มีวิศวกรช่างเยอรมันมาสำรวจการเจาะอุโมงค์ซึ่งเป็นหินแกรนิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐ ในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และเสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๑ นับเป็นการเปิดเส้นทางคมนาคมสู่ภาคเหนือที่สำคัญครั้งหนึ่งของไทยเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีการเจาะอุโมงค์นี้เป็นการเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งจนเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตบ่อยครั้ง คนงานที่มาเป็นกรรมกรรับจ้างขุดเจาะอุโมงค์ส่วนมากจะเป็นชาวอีสานและคนพื้นเมือง อุโมงค์นี้ขุดทะลุภูเขาบริเวณใจกลางอุทยานฯระหว่างจังหวัดลำปางและลำพูน เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวทั้งสิ้น ๑,๓๕๒ เมตร รถไฟใช้เวลาวิ่งผ่านอุโมงค์นี้เป็นเวลากว่า ๕ นาที ใช้เวลาสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๐ ถัดจากอุโมงค์รถไฟไปทางที่ทำการอุทยานฯ ราว ๑,๐๐๐ เมตร มีพลับพลารัชกาลที่ ๕ เมื่อครั้งเสด็จฯมาดอยขุนตาล ย. ๑ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ราว ๑,๑๐๐ เมตร ในอดีต “ย” ย่อมาจาก จุดยุทธศาสตร์ และเรียกกันต่อมาจนถึงปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างบ้านพัก ย.๑ เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๐ เคยเป็นที่ประทับพักแรมของกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ครั้งเสด็จมาเป็นแม่งานในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาล ปัจจุบันบ้านพักของการรถไฟที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยว มีทั้งหมด ๓ หลัง โดยต้องไปจองด้วยตัวเองที่แผนกท่องเที่ยวสถานีรถไฟหัวลำโพง ในเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. ๐ ๒๒๒๕ ๖๙๖๔ ย. ๒ ตั้งอยู่ห่างจาก ย. ๑ ประมาณ ๘๐๐ เมตร พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ทหารไทย หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีซื้อพื้นที่ดังกล่าวและสร้างบ้านพัก ทำสวน เมื่อไปถึงจะเห็นสวนลิ้นจี่และต้นไม้เมืองหนาว เช่น ลูกแพร์ ลูกพลับและทุ่งสน บริเวณ ย. ๒ มีเรือนพักรับรอง ๖ หลัง ผู้สนใจติดต่อจองบ้านพักได้ที่กรมป่าไม้ โทร. ๐ ๒๕๗๙ ๗๒๒๓ และ ๐ ๒๕๗๙ ๕๗๓๔ ย. ๓ อยู่ถัดจาก ย. ๒ ขึ้นไปประมาณ ๓,๖๐๐ เมตร หลังจากสร้างทางรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้วคณะมิชชั่นนารีอเมริกันคริสตจักรได้มาสร้างบ้านพักในบริเวณนี้และมาพักผ่อนทุกเดือนเมษายนของทุกปี ลักษณะที่พักเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ มีทั้งหมด ๘ หลัง พร้อมด้วยอุปกรณ์ทำครัว เนื่องจากไม่มีร้านอาหารบริการ ต้องนำอาหารขึ้นไปเอง ปัจจุบันบ้านพักดังกล่าวอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพ ราคา ๗๐ บาท/คน/คืน ติดต่อจองบ้านพักได้ที่ คณะกรรมการขุนตาล วิทยาลัยภาคพายัพ โทร. ๐ ๕๓๒๔ ๑๒๕๕ ในวันและเวลาราชการ นอกจากนี้บริเวณ ย.๓ ยังมีน้ำตกตาดเหมยที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปเที่ยวได้จาก บ้านพัก ย. ๔ อยู่ถัดจาก ย. ๓ ขึ้นไปอีกราว ๑,๕๐๐ เมตร เป็นยอดสูงที่สุดของดอยแห่งนี้ แม้ระยะจะไม่ไกลกันนักแต่เป็นช่วงที่ชันมาก จุด ย.๔ นี้เป็นที่ส่องกล้องซึ่งเรียกว่าม่อนส่องกล้องทำให้เห็นตัวจังหวัดลำปาง จากยอดดอยสามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้เป็นมุมกว้าง ส่วนมากมักนิยมไปเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าซึ่งมีความสวยงามน่าประทับใจ การเดินทาง - โดยรถไฟ เป็นทางที่สะดวกที่สุด สายเหนือลงที่สถานีรถไฟขุนตาลแล้วเดินเท้าขึ้นที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ ๑.๓ กิโลเมตร - ทางรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑ แล้วแยกเข้าสู่อุทยานฯ ดอยขุนตาลระหว่างระหว่างกิโลเมตรที่ ๔๖ และ ๔๗ ซึ่งเป็นถนนลาดยางระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ต่อจากนั้นเป็นถนนลูกรังอีกประมาณ ๘ กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร บางช่วงชันมากควรใช้รถสภาพดี สอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา ลำพูน ๕๑๑๔๐ โทร. ๐ ๕๓๕๑ ๙๒๑๖


    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 797 ครั้ง

    8/3/2549 22:03:00

    สวัสดีค่ะอาจารย์วันนี้หนูเข้ามาศึกษาตั้งแต่เวลา 20.00-22.00น. หนูเข้ามาศึกษาประวัติความเป็นมาของแต่ละวัดแต่หนูไม่ได้เข้าไปตั้งกระทู้ค่ะ


    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 457 ครั้ง

    8/3/2549 21:24:00

    - มีความรู้เกี่ยวกับคำถาม-คำตอบในกระทู้ที่อ่าน
    - ได้ตอบกระทู้



    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 1 | อ่าน: 535 ครั้ง

    เลือกดูบลอก Search:

    คอนโด คอนโดให้เช่า ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.25ms