เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1696 คน
*เจนณรงค์ สีโลรัตน์*
บล็อกสำหรับเก็บความรู้
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเลี้ยงไก่ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเลี้ยงปลาดุก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ก า ร เ ลี้ ย ง ก บ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ปลูกมันสำปะหลัง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พันธุ์ยางที่แนะนำสำหรับเกษตรกรทั่วไป (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ลักษณะส่วนต่างๆ ของยางพารา (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การบำรุงรักษาหม้อแปลง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีคิดไฟฟ้าอัตรา TOU และ TOD (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อัตราค่านิยมธรรมเนียมการขอใช้ไฟฟ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • งานบริหารด้านวิศวกรรมไฟฟ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การขอใช้ไฟฟ้าประเภทธุรกิจอุตสาหกรรม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การขอใช้ไฟฟ้าประเภทบ้าน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การใช้โปรแกรม photoshop (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บิดาแห่งคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เว็บลิ้งเกี่ยวกับโปรแกรมภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การใช้โปรแกรม flash2 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จุดประสงค์การเรียนรู้ภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกชวนชม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรแกรมพิมพ์ดีด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ตุลาคม 2557>
     
    40293012345
    416789101112
    4213141516171819
    4320212223242526
    44272829303112
    453456789
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 11621
    • เฉพาะวันนี้ 9
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 22
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ภาษาซี
    27 พฤษภาคม 2554 - 11:24:00

     

    แนะนำภาษาซี

    ภาษาซี (C Language) เป็นภาษาหนึ่งสำหรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พัฒนาขึ้นโดยนายเดนนิส ริทชี่ (Dennis Ritche) ในปี ค.ศ. 1972 เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (Unix Operating System

    ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

    ในการเขียนโปรแกรมหรือภาษาคอมพิวเตอร์นี้ โดยทั่วไปแล้วแต่ละภาษาจะมีหลักเกณฑ์ หรือขั้นตอน และการออกแบบโปรแกรมเหมือนกัน ซึ่งสามารถจะแบ่งได้เป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

    1. ขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหา

    2. ขั้นตอนการออกแบบโปรแกรม

    3. ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

    4. ขั้นตอนการทดสอบโปรแกรม

    5. ขั้นตอนการจัดทําเอกสารประกอบโปรแกรม



     

    การวิเคราะห์ปัญหา

    ในขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนแรกสุดที่นักเขียนโปรแกรม (Programmer) จะต้องลงมือทํ าก่อนที่จะเขียนโปรแกรมจริง ๆ เพื่อทํ าความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นและค้นหาจุดมุ่งหมายหรือสิ่งที่ต้องการ วิเคราะห์ปัญหา เราจะต้องทําความเข้าใจกับปัญหากําหนดให้ได้ว่าปัญหาหรือโจทย์คืออะไร โจทย์ต้องการอะไร ทําอย่างไรจึงจะแก้ปัญหานั้นได้ เพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ หรือคําตอบที่เราต้องการ เราจะทํ าความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบอยู่ 3 องค์ประกอบ ที่จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาได้แก่

    1. การระบุข้อมูลเข้า(Input Specification) ต้องรู้ว่ามีข้อมูลอะไรที่จะต้องป้อนเข้าสู่คอมพิวเตอร์พร้อมกับโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมทํ าการประมวลผลและออกผลลัพธ์

    2. การระบุข้อมูลออก(Output Specification) จะพิจารณาว่างานที่ทํ ามีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์อะไร ต้องหารผลลัพธ์ที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร โดยจะต้องคํ านึงถึงผู้ให้เป็นหลักในการออกแบบผลลัพธ์

    3. กํ าหนดวิธีการประมวลผล (Process Specification) ต้องรู้วิธีการประมวลผล

    เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ







     

    การวิเคราะห์ปัญหาเพื่อดูว่าข้อมูลเข้าและออกนั้นคืออะไร โดยทั่วไปจะพิจารณาจากโจทย์ของปัญหาและดูว่ามีคํ าใดที่เป็นคํ านาม(non) และคุณศัพท์(adjectives) บ้าง ก็จะขีดเส้นใต้คํ าเหล่านั้น ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงข้อมูลเข้าและออกไปในตัวได้ แต่สํ าหรับวิธีการประมวลผล โดยทั่วไปจะพิจารณาจากคํ ากริยา(verb) หรือข้อมูลเข้า การประมวลผล ผลลัพธ์

    คํ าวิเศษณ์(adverb) ที่มีอยู่ในโจทย์นั้นแทน ในบางครั้งเราอาจจะต้องศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเพื่อนํ ามาประกอบในการทํ างาน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมต้องการให้หาพื้นที่วงกลม

    ดังนั้น ข้อมูลเข้า รัศมีของวงกลม

    ผลลัพธ์ โจทย์ต้องการทราบพื้นที่วงกลม

    การประมวลผล พื้นที่วงกลม คํ านวณได้จากสูตร 3.1415 x รัศมี x รัศมี

    ดังนั้นเราจะทํ าการรับตัวเลขหนึ่งจํ านวน ซึ่งก็คือ รัศมี แล้วนํ าไปคํ านวณจากสูตรจะได้ พื้นที่วงกลม ซึ่งเป็นคํ าตอบที่เราต้องการ

    **ในขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหานี้ โดยทั่วไปจะทํ าให้ทราบว่าจะต้องมีการคํ านวณหาผลลัพธ์ว่าคืออะไรเท่านั้น ส่วนวิธีการคํ านวณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้นจะทํ าได้อย่างไร จะอยู่ในขั้นตอนต่อไปคือการออกแบบโปรแกรม



     

    การออกแบบโปรแกรม

    หลังจากขั้นตอนการวิเคราะห์ปัญหาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการออกแบบโปรแกรมโอยใช้เครื่องมือมาช่วยในการออกแบบ ขั้นตอนนี้ยังไม่ได้เป็นการเขียนโปรแกรมจริง ๆ แต่จะช่วยให้การเขียนโปรแกรมทํ าได้ง่านขึ้น โดยสามารถเขียนตามขั้นตอนที่ได้ออกแบบไว้ในขั้นตอนนี้และยังจะช่วยให้การเขียนโปรแกรมมีข้อผิดพลาด

    น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยในการตรวจสอบการทํ างานของโปรแกรม ทํ าให้ทราบขั้นตอนการทํ างานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องไปไล่ดูจากตัวโปรแกรมจริง ๆ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบการเขียนโปรแกรมเหมือนกับการสร้างบ้านแล้ว ในขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมนี้ก็จะเปรียบเหมือนกับการสร้างแปลนบ้านลงกระดาษไว้ ซึ่งในการสร้าง

    บ้านจริงจะอาศัยแปลนบ้านนี้เป็นต้นแบบในการสร้าง นั่นเองในขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมนี้เป็นการออกแบบการทํ างานของโปรแกรม หรือขั้นตอนในการทํ าปัญหา ซึ่งผู้ออกแบบสามารถเลือกใช้เครื่องมือมา

    ช่วยในการออกแบบได้ โดยมีอยู่หลายตัวตามความถนัดหรือความชอบสํ าหรับเน้อหาในบทนี้จะแนะนํ าให้รู้จักกับเครื่องมือที่ยังใช้ในการออกแบบโปรแกรมคือ

    - อัลการิทึม(Algorithm)

    - ผังงาน(Flowchart)

    - รหัสจํ าลอง(Pseudo code)

    - แผนภูมิโครงสร้าง(Structure chart)



     

    อัลการิทึม(Algorithm)

    เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบโปรแกรม โอยใช้ข้อความที่เป็นภาษาพูดในการอธิบายทํ างานของโปรแกรมที่เป็นลํ าดับขั้นตอน จะข้ามมาไม่ได้นอกจากจะต้องเขียนสั่งได้ต่างหาก เพื่อให้เห็นภาพของอัลกอริทึมจากตัวอย่างของอัลกอริทึมง่าย ๆที่พบเห็นในชีวิตประจํ าวันได้แก่ อัลกอริทึมการสระผม จะต้องเริ่มจากการทำผมให้เปียกเมื่อเปียกแล้วจึงใส่แชมพูสระผมลงบนศรีษะ แล้วขยี้ให้มีฟองเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยนํ้ า แล้วเริ่มทํ าใหม่อีกครั้ง เป็นต้นในการเขียนอัลกอริทึมนี้แม้จะมีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่มีจุดอ่อนอยู่ที่ข้อมความอธิบายจะค่อนข้างเยิ่นเย้อและถ้าผู้เขียนใช้สํ านวนที่อ่านยากก็อาจทํ าให้ผู้อ่านไม่เข้าใจตอนการทํ างานของโปรแกรมได้ ดังนั้นจึงมีการคิดค้นเครื่องมืออื่น ที่ช่วยในการออกแบบโปรแกรมแทนอัลกอริทึม อันได้แก่ ผังงาน รหัสจํ าลอง แผนภูมิโครงสร้างฯลฯ

    ผังงาน(Flowchart)

    เป็นเครื่องมืออีกแบบหนึ่งที่ใช้รูปภาพ แสดงถึงขั้นตอนการเขียนโปรแกรมหรือขั้นตอนในการแก้ปัญหาทีละขั้น และมีเส้นที่แสดงทิศทางการไหลของข้อมูลตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งจะทํ าให้ผู้อ่านสามารถอ่านและทํ าความเข้าใจได้โดยง่าย

    รหัสจํ าลอง(Pseudo code)

    จะมีการใช้ข้อความที่เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ ในการแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา แต่จะมีการใช้คํ าเฉพาะ(reserve words) ที่มีอยู่ในภาษาโปรแกรมมาช่วยในการเขียน โครงของรหัสจํ าลองจึงมีส่วนที่คล้ายกับการเขียนโปรแกรมมาก ดังนั้นรหัสจํ าลองจึงเป็นเครื่องมืออีกแบบที่นิยมใช้กันมากในการออกแบบโปรแกรม

    แผนภูมิโครงสร้าง(Structure chart)

    จะเป็นการแบ่งงานใหญ่ออกเป็นโมดูย่อยๆ ซึ่งเรียกว่า การออกแบบจากบนลงล่าง (Top-Down Design) และแต่ละโมดูย่อยก็ยังสามารถแตกออกได้อีกจนถึงระดับที่ล่างสุด ที่สามารถเขียนโปรแกรมได้อย่างง่าย



     

    การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

    หลังจากที่ผ่านขั้นตอนที่สองคือการออกแบบโปรแกรมแล้ว ขั้นต่อไปคือการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ในขั้นตอนนี้จะเป็นการนํ าเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นจากขั้นตอนการออกแบบมาแปลให้เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งในการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น เราสามารถเลือกใช้ภาษาได้หลายภาษา ตั้งแต่ภาษาระดับตํ่ า เช่น ภาษาแอสเซมบลี จนถึงภาษาระดับสูง เช่น ภาษาเบสิก(BASIC) ภาษาโคบอล(COBOL) ภาษาปาสดาล(PASCAL) ภาษาฟอร์แทรน(FORTRAN) ภาษาซี(C)ฯลฯ แต่ละภาษาก็จะมีรูปแบบ โครงสร้าง หรือไวยากรณ์ของภาษาที่แตกต่างกันออกไป

    ดังนั้นการเขียนโปรแกรมที่ดีนั้น ควรจะต้องทํ าตามขั้นตอนคือเริ่มตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหาให้ได้ก่อน แล้วทํ าการออกแบบโปรแกรมจึงจะเริ่มเขียนโปรแกรม ซึ่งในการเขียนโปรแกรมนั้นสํ าหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์การเขียนโปรแกรมเพียงพอ ก็ควรจะทดลองเขียนลงในกระดาษก่อน แล้วตรวจสอบจนแน่ใจว่าสามารถทํ างานได้แล้วจึงทํ าการป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและทํ าให้สามารถทํ างานได้เร็วขึ้น



     

    การทดสอบโปรแกรม

    บางครั้งโปรแกรมอาจผ่านการแปล โดยไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ แจ้งออกมา แต่เมื่อนํ าโปรแกรมนั้นไปใช้งานปรากฏว่าได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นจริง เนื่องจากอาจเกิดข้อผิดพลาดแบบ Logicl Error ขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรจะต้องมีขั้นตอนการทดสอบความถูกต้องของโปรแกรมอีกทีด้วย

    ในการทดสอบความถูกต้องของข้อมูลจะมีอยู่หลายวิธีดังต่อไปนี้

    1. การใส่ข้อมูลที่ถูกต้อง(valid case)

    เป็นการทดสอบโดยเมื่อมีการรันโปรแกรม ให้ทํ าการใส่ข้อมูลที่ถูกต้องลงไปในโปรแกรม และดูว่าผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรมถูกต้องตามความเป็นจริงหรือตรงกับที่ต้องการหรือไม่

    2. การใช้ของเขตและความถูกต้องของข้อมูล(Range check and Completenesscheck)

    เป็นการทดสอบโดยตรวจสอบขอบเขตของข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่โปรแกรม เช่นถ้าโปรแกรมให้มีการป้อนวันที่ ก็จะต้องตรวจสอบว่าวันที่ที่ป้อนจะไม่เกินวันที่ 31 ถ้าผู้ใช้ป้อนวันที่ที่เป็นเลข 32 โปรแกรมจะต้องไม่ยอมให้ป้อนวันที่นี้ได้ หรือ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล เช่น การรับข้อมูลที่เป็นวัน/เดือน/ปี ก็จะต้องใส่เป็นตัว

    เลข 6 ตัวในลักษณะ dd/mm/yy ถ้าใส่น้อยกว่า 6 ตัวจะไม่รับเป็นต้น

    3. การใช้ความสมเหตุสมผล (Consistency Check)

    ตัวอย่างเช่น ถ้าโปรแกรมมีการออกแบบให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลลงไปในฟอร์ม(Form) ที่มีฟิลด์ข้อมูลที่เป็นเพศ (หญิง หรือ ชาย) และรายละเอียดส่วนตัวของคนๆนั้น เพศ วันลาคลอดชาย ต้องไม่มี(ห้ามใส่)หญิง อาจมีหรือไม่มีก็ได้

    4. ข้อมูลที่เป็นตัวเลขและตัวอักษร (Correct No. and Type character check)

    เป็นการตรวจสอบว่าถ้าโปรแกรมให้ผู้ป้อนข้อมูลในฟิลด์ที่ต้องรับข้อมูลที่เป็นตัวเลขอย่างเช่น ฟิลด์ที่เป็นจํ านวนเงิน ก็ควรจะยอมให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลได้เฉพาะตัวเลขเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ใส่ตัวอักษรในฟิลด์นั้นได้ หรือถ้าเป็นฟิลด์ที่รับข้อมูลที่เป็นตัวอักษรเช่น ฟิลด์ชื่อ-นามสกุล ก็จะป้อนได้เฉพาะตัวอักษรเท่านั้น จะป้อนตัวเลขไม่ได้ เป็นต้น

    5. ข้อมูลเป็นไปตามข้อกํ าหนด (Existence Check)

    ข้อมูลที่ป้อนในฟิลด์ต้องเป็นไปตามที่กํ าหนดไว้แน่นอนแล้วเท่านั้น เช่นกํ าหนดให้ฟิลด์นี้ป้อนขอมูลได้เฉพาะตัวเลขที่อยู่ในกลุ่ม 1,2,5,7 ได้เท่านั้น จะป้อนเป็นตัวเลขอื่นที่ไม่อยู่ในกลุ่มนี้ไม่ได้

    6. การนํ าโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมข้อมูลจริง

    ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่ได้ทํ าการทดสอบโปรแกรมจนมีความมั่นใจว่าโปรแกรมสามารถทํ างานได้จริงและตรงกับควมต้องการของผู้ใช้โปรแกรม จากนั้นเราจึงทํ าการนํ าโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมข้อมูลจริง ในขั้นตอนนี้จะเป็นการนํ าข้อมูลที่แท้จริง มาป้อนให้กับโปรแกรมเพื่อทํ างานและนํ าผลลัพธ์ไปใช้ประโยชน์ต่อไป



     

    สรุปในขั้นตอนการนําโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมข้อมูลจริง

    1. ก่อนนํ าโปรแกรมเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ควรทํ าการศึกษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่จะนํ าโปรแกรมเข้าเครื่อง

    2. เตรียมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ให้พร้อม

    3. ลงโปรแกรมหรือนํ าโปรแกรมที่ทํ าเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์

    4. เริ่มใช้โปรแกรมในระบบโปรแกรมที่ทํ า

    5. จัดทํ าคู่มือการใช้งาน

    การจัดทำเอกสารประกอบการใช้โปรแกรม

    หมายถึง เอกสารต่างๆที่ใช้กํ ากับอธิบายโปรแกรมและช่วยให้ผู้ใช้โปรแกรมทํ างานได้สะดวกขึ้น เช่น คู่มือปฏิบัติงานเครื่อง (Operation Manual) คู่มือผู้ใช้ (Usermanual) ปัจจุบันเอกสารประกอบโปรแกรม มีอยู่ในหลายสื่อ เช่น มีอยู่ในซอฟต์แวร์ได้แก่ คํ าอธิบาย (Help function) โปรแกรมสาธิต (Demo program) เป็นต้น

    การทํ าเอกสารประกอบโปรแกรม คือการอธิบายรายละเอียดของโปรแกรมว่า จุดประสงค์ของโปรแกรมคืออะไร สามรรถทํ าอะไรได้บ้าง และมีขั้นตอนการทํ างานของโปรแกรมเป็นอย่างไร ฯลฯ เครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบโปรแกรม เช่น ผังงานหรือรหัสจํ าลอง ก็สามารถนํ ามาประกอบกันเป็นเอกสารประกอบโปรแกรมได้

    โปรแกรมเมอร์ที่ดีควรจะมีการทํ าเอกสารประกอบโปรแกรมทุกขั้นตอนของการพัฒนาโปรแกรมไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการออกแบบ การเขียนโปรแกรม หรือขั้นตอนการทดสอบโปรแกรม ซึ่งการทํ าเอกสารนี้จะมีประโยชน์อย่างมากต่อหน่วยงาน เนื่องจากบางครั้งอาจต้องการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโปรแกรมที่ได้มีการทํ าเสร็จไปนานแล้ว เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไป จะทํ าให้เข้าใจโปรแกรมได้ง่ายขึ้นและจะเป้นการ

    สะดวกต่อผู้ที่ต้องเข้ามารับช่วงงานต่อทีหลัง

    เอกสารประกอบโปรแกรมโดยทั่วไปจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ

    1. เอกสารประกอบโปรแกรมสํ าหรับผู้ใช้ (User Documentation)

    จะเหมาะสํ าหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโปรแกรม แต่เป็นผู้ที่ใช้งานโปรแกรมอย่างเดียว จะเน้นการอธิบายเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น

    - โปรแกรมนี้ทํ าอะไร ใช้งานในด้านไหน

    - ข้อมูลเข้ามีลักษณะอย่างไร

    - ข้อมูลออกหรือผลลัพธ์มีลักษณะอย่างไร

    - การเรียกใช้โปรแกรมทํ าอย่างไร

    - คํ าสั่ง หรือข้อมูล ที่จํ าเป็นให้โปรแกรมเริ่มงานมีอะไรบ้าง

    - อธิบายเกี่ยวกับประสิทธิภาพ และความสามารถของโปรแกรม

    2. เอกสารประกอบโปรแกรมสํ าหรับผู้เขียนโปรแกรม (Technical Documentation)

    จะแบ่งได้เป็น 2 ส่วน

    - ส่วนที่เป็นคํ าอธิบายหรือหมายเหตุในโปรแกรมหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

    คอมเมนท์ (Comment) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเขียนแทรกอยู่ในโปรแกรมอธิบายการทํ างานของโปรแกรมเป็นส่วน ๆ

    - ส่วนอธิบายด้านเทคนิค ซึ่งส่วนนี้มักจะทํ าเป็นเอกสารแยกต่างหากจากโปรแกรม จะ

    อธิบายในรายละเอียดที่มากขึ้น เช่น ชื่อโปรแกรมย่อยต่างๆมีอะไรบ้าง แต่ละโปรแกรมย่อยทํ าหน้าที่u3629 .ะไร และคํ าอธิบายย่อๆ เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรม เป็นต้น

    เครื่องมือออกแบบโปรแกรม

    ในขั้นตอนการเขียนโปรแกรมผู้ออกแบบสามารถเลือกใช้เครื่องมื่อมาช่วยในการออกแบบโปรแกรมได้ โดยมีอยู่หลายตัวตามความถนัดหรือความชอบสํ าหรับเนื้อหาในบทนี้จะแนะนํ าให้รู้จักกับเครื่องมือที่ยังเป็นที่นิยมใช้ในการออกแบบโปรแกรมคือ

    • อัลกอริทึม (Algorithm )

    • ผังงาน (Flowchart)

    • รหัสจํ าลอง (Pseudo code)

    • แผนภูมิโครงสร้าง (Flowchart)

    อัลกอริทึม (Algorithm )

    เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการออกแบบโปรแกรม โอยใช้ข้อความที่เป็นภาษาพูดในการอธิบายทํ า

    งานของโปรแกรมที่เป็นลํ าดับขั้นตอน จะข้ามมาไม่ได้นอกจากจะต้องเขียนสั่งได้ต่างหาก เพื่อให้เห็นภาพของอัลกอริทึมจากตัวอย่างของอัลกอริทึมง่าย ๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจํ าวันได้แก่ อัลกอริทึมการสระผม จะต้องเริ่มจากการทํ าผมให้เปียกเมื่อเปียกแล้วจึงใส่แชมพูสระผมลงบนศรีษะ แล้วขยี้ให้มีฟองเกิดขึ้น หลังจากนั้น

    ก็ล้างออกด้วยนํ้ า แล้วเริ่มทํ าใหม่อีกครั้ง เป็นต้นในการเขียนอัลกอริทึมนี้แม้จะมีความชัดเจนอยู่แล้ว แต่มีจุดอ่อนอยู่ที่ข้อมความอธิบายจะค่อนข้างเยิ่นเย้อและถ้าผู้เขียนใช้สํ านวนที่อ่านยากก็อาจทํ าให้ผู้อ่านไม่เข้าใจตอนการทํ างานของโปรแกรมได้ ดังนั้นจึงมีการคิดค้นเครื่องมืออื่น ที่ช่วยในการออกแบบโปรแกรมแทนอัลกอริทึม อันได้แก่ ผังงาน รหัสจํ าลอง แผนภูมิโครงสร้าง ฯลฯ การเขียนขั้นตอนวิธี เป็นการเขียนเพื่ออธิบายการทํ างาน มีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอน มีลํ าดับการทํ างานที่ชัดเจน เป็นคํ าอธิบายเชิงบรรยาย ตัวอย่าง การเขียนขั้นตอนวิธี

    1) การลงทะเบียนล่วงหน้า

    1. รับใบลงทะเบียนล่วงหน้าจาก อาจารย์ที่ปรึกษา และรับคํ าชี้ แจง

    2. กรอกรายละเอียดต่าง ๆ

    3. อาจารย์ที่ปรึกษาลงลายมือชื่อ

    4. ยื่นเอกสารลงทะเบียนที่ธนาคาร เพื่อชํ าระเงิน

    5. ยื่นเอกสารและใบเสร็จ ที่สํ านักทะเบียน

    2) การคํ านวณหาพื้นที่วงกลม

    รับค่ารัศมีของวงกลม

    คํ านวณหา พื้นที่วงกลมจากสูตร

    พื้นที่วงกลม = 3.1415 x รัศมี x รัศมี

    แสดงค่า พื้นที่วงกลม

    3) นับจํ านวนชื่อที่ตรงกับชื่อที่มีอยู่ในรายการ

    1. กํ าหนดให้ตัวนับมีค่าเป็นศูนย์

    2. รับชื่อที่ต้องการนับ

    3. ทํ าซํ้ างานต่อไปนี้ จนหมดรายการ

    4. อ่านชื่อจากรายการถ้าชื่อที่รับมาตรงกับชื่อในรายการ ให้เพิ่มตัวนับอีก 1

    5. แสดงจํ านวน ตัวนับ

    จะเห็นว่าการเขียนขั้นตอนวิธี เป็นการเขียนเชิงบรรยาย ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน หากผู้เขียนใช้คํ าอธิบายที่ไม่ชัดเจน คลุมเครือ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทํ าให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ ถูกต้อง ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ก็ได้

    ผังงาน (Flowchart)

    เป็นเครื่องมืออีกแบบหนึ่งที่ใช้รูปภาพ แสดงถึงขั้นตอนการเขียนโปรแกรมหรือขั้นตอนในการ

    แก้ปัญหาทีละขั้น และมีเส้นที่แสดงทิศทางการไหลของข้อมูลตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งจะทํ าให้ผู้อ่านสามารถอ่านและทํ าความเข้าใจได้โดยง่ายผังงานแยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

    1. ผังงานระบบ (System flowchart)

    2. ผังงานของโปรแกรม (Program flowchart)

    ประโยชน์ของผังงาน

    - ช่วยลํ าดับขั้นตอนการทํ างานของโปรแกรม และสามารถนํ าไปเขียนโปรแกรม

    ได้โดยไม่สับสน

    - ช่วยในการตรวจสอบ และแก้ไขโปรแกรมได้ง่าย เมื่อเกิดข้อผิดพลาด

    - ช่วยให้การดัดแปลง แก้ไข ทํ าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

    - ช่วยให้ผู้อื่นสามารถศึกษาการทํ างานของโปรแกรมได้อย่างง่าย และรวดเร็ว

    มากขึ้น



    อ่านทั้งหมด: 495, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    รายงานสรุปผลการวิเคราะห์และประเมินผลโครงการ
    การใช้งานเครื่องปั๊มน้ำ
    การติดตั้งปั๊มน้ำที่ถูกวิธี
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2484)
    สุดประทับใจ! ตำรวจภาค9 ทำเอ็มวีให้ "พิสิฏฐ์"(ดีโพลมา2483)
    งานเลี้ยงงานเกษียณของคุณเจริญ ศรีลาเลิศ(ดีโพลมา2482)
    สูตรไก่ทอดหาดใหญ่ อร่อยได้ที่บ้านเราเอง
    บทเรียนเขียนของฮิรางานะ / คาตาคานะ / คันจิ
    มติ ก.ตร.โยกย้ายข้าราชการตำรวจ นครบาลขยับพรึบ(ดีโพลมา2479)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2480)
    หนัง คืนชีพ 13 วิญญาณสยอง(ดีโพลมา2478)
    กฎหมายที่น่ารู้ การนำสืบการใช้เงินกู้ (ดีโพลมา2477)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2476)
    เปิดโผ รองผบช.-ผบก.ชุด2(ดีโพลมา2475)
    หนังครอบครัวตัวดำ(ดีโพลมา2474)
    เมื่อเดินเข้าทางมืด
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2473)
    ล้างบางนครบาลย้ายรองผบช.-ผู้การฯ เกลี้ยง(ดีโพลมา2472)
    ละครชีวิตจริงชุด 84000 เสบียงบุญ(ดีโพลมา2471)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2470)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่25ก.ย.2557(ดีโพลมา2469)
    ไซอิ๋ว ตอนกำเนิดราชาวานร(ดีโพลมา2468)
    พี่สอนน้อง: ตอนที่ 30 วิธีแก้ไขปัญหาง่ายเกินไป
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2467)
    เปิดโผระดับ รอง ผบช.-ผบก.ทั่วประเทศ(ดีโพลมา2466)
    ตั๊กหึงเมื่อเห็นนุ้ยแต๊ะอั๋งเชอรี่(ดีโพลมา2465)
    ตามหาญาติ(ดีโพลมา2464)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2463)
    ไพบูลย์” อึ้ง โยก พล.ต.อ.สลับเก้าอี้บิ๊กดีเอสไอ(ดีโพลมา2462)
    บัวขาวโดนนับยกที่ 1 (โคตรมัน)(ดีโพลมา2461)
    สนทนาภาษาญี่ปุ่น
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2460)
    บ่อนอ.หนองเรือเป็นพิษ(ดีโพลมา2459)
    รักต้องอุ้ม [ตอนจบ] (ดีโพลมา2458)
    งานพิเศษ-งาน part time กรุงเทพ สามารถทำที่บ้านได้
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2457)
    คำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2456)
    หินปูนในหูหลุด กับภาวะบ้านหมุน(ดีโพลมา2455)
    พี่สอนน้อง: ตอนที่ 29 วิธีการสอนลูก
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอััตโนมัติ(ดีโพลมา2454)
    กฎหมายที่น่าสนใจ(ดีโพลมา2453)
    มนุษย์หลายเสียง(ดีโพลมา2452)
    ศูนย์โรคตับ “รพ.จุฬาลงกรณ์”ร่วมเสวนารีสตาร์ทสุขภาพ!!(ดีโพลมา2451)
    รับงาน งานมาทำที่บ้าน งานพิเศษ คีย์งาน พิมพ์งาน ง่ายๆ ที่นี่ค่ะ
    ภาษีมรดกเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน หรือไม่ อย่างไร??
    การรับมรดกที่ดิน, จดทะเบียนผู้จัดการมรดก
    การโอนอสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นมรดก?
    ภาษีมรดก มาทำความรู้จักภาษีมรดกครับ
    ภาษีมรดก หมายถึง .....
    เทศกาลกินเจ 2557 มี 2 รอบ เริ่มวันที่ 24 กันยายน

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 15.6ms