Last edit on 21/10/2551 22:54:00
Bux.to มาคลิกๆเพื่อเงินกันเถอะ
รู้จักกับ bux.to ได้เพราะไปอ่านเจอในนิตยสารคอมพิวเตอร์เล่มหนึ่ง bux.to เป็นเว็บให้คลิกโฆษณาโดยที่เค้าจะจ่ายเงินให้เรา 0.01 ดอลลาร์ ต่อการคลิกชมโฆษณา 1 ครั้งและถ้าเราแนะนำเพื่อนมาสมัครอีกเค้าก็มีค่าคอมมิชชั่นให้ด้วย ใครที่มีเวลาว่างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ น่าจะลองดูนะ ^ ^
แต่ก่อนที่จะสมัคร bux.to เราจะต้องไปเปิดบริการกับทาง Alertpay ก่อนซึ่ง Alertpay จะเป็นตัวกลางรับจ่ายเงินเหมือนกับ Paypal พร้อมแล้วไปเริ่มทีละขั้นกันเลยดีกว่า
1.เปิดบริการกับ alertpay
ที่ต้องสมัคร alertpay ก่อนก็เพราะว่า bux.to จะจ่ายเงินให้เราผ่านทางบริการนี้แบบว่าไม่ทำก็ไม่ต้องรับตังค์กันพอดี

2. เลือกประเภทบัญชี
Choose your country ก็เลือกเป็น Thailand ค่ะ ในส่วนของ Personal accounts สำหรับมือใหม่ ก็คลิกเลือก Personal Starter เลยค่ะเพราะไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ แต่มีการจำกัดปริมาณการรับส่งเงินค่ะก็เลือกเป็นอันนี้ไว้ก่อน เพราะเราสามารถมาเปลี่ยนแปลงภายหลังได้หากต้องการ กด Next เพื่อสู่ขั้นตอนต่อไป

3. กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน
ทั้งชื่อนามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน เบอร์มือถือ วันเดือนปีเกิด จากนั้นก็กด Next ต่อไปค่ะ
4. กรอกรายละเอียดเพื่อเข้าใช้ระบบค่ะ
ได้แก่ อีเมล์ รหัสผ่าน ส่วน Transaction pin นี่เหมือนรหัส ATM ค่ะเอาไว้กรอกยืนยันตอนจะรับเงินกรอกเป็นตัวเลขอย่างเดียว 4-8 ตัวค่ะ กรอกให้ครบทุกช่องเลยนะคะ
แล้วก็คลิกถูกที่ช่อง I agree to alartpays กด Register เพื่อสมัครค่ะ 

ถ้าแสดงเว็บเป็นหน้านี้แสดงว่าการสมัครสำเร็จค่ะ ให้เราเข้าไปเช็คที่อีเมล์ของเราทันทีเพื่อยืนยันการเปิดใช้บริการค่ะ

5. ยืนยันเปิดบริการผ่านอีเมล์
เมื่อเข้าไปเช็คในอีเมล์แล้ว ให้กดที่ลิงค์ในอีเมล์เพื่อยืนยัน กรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งาน


6.เข้าสู่บริการของ alertpay

หน้าจอจะเป็นแบบนี้ค่ะ เมื่อเรา login เข้าระบบแล้ว เมื่อเรามีบัญชีของ Alertpay เรียบร้อยแล้ว เราก็ไปสมัคร bux.to กันได้เลยค่ะ
7.สมัครbux.to
ไปที่ลิงค์นี้เลยค่ะ http://bux.to/?r=jikaness กดเลือกที่ Register ตรงมุมขวาบนค่ะ 
กรอกรายละเอียดลงไปค่ะทั้ง username อีเมล์และรหัสผ่านที่จะเข้าใช้บริการ bux.to ส่วนของ alertpay email ก็กรอกอีเมล์ที่เราใช้เปิดบริการของ alertpay ใส่ลงไปค่ะ ในช่องของ Referrer ถ้ามันว่างอยู่รบกวนกรอกเป็น jikaness ให้หน่อยนะคะ เลือกที่ช่อง I accept the Term of Service ส่วนของ Security code ถ้ารูปมันมองยากก็กดที่รูปเปลี่ยนใหม่ได้ค่ะ ถ้ากรอกรหัสผิดก็จะไม่ผ่านนะคะ

8. เข้าสู่ระบบของ bux.to
กรอกชื่อและรหัสผ่านเข้าใช้ค่ะ รวมถึง security code ด้วย

9. มาคลิกๆโฆษณากัน
กดที่ Surf Ads จะแสดงรายการโฆษณาขึ้นมาก็คลิกไล่ลงมาทีละรายการเลยค่ะ

แต่ละรายการที่กดขึ้นมาให้รอ 30 วินาทีค่ะ ถ้าเสร็จแล้วก็จะมาเครื่องหมายถูก ปรากฏแสดงว่าเรียบร้อยให้ไปคลิกโฆษณาอื่นต่อไปได้เลย แต่ถ้ารอจนหมด 30 วินาทีแล้วขึ้นคำว่า Not Logged in จะไม่ได้เงินนะคะเราต้องออกจากระบบแล้วเข้าใหม่อีกครั้งแล้วไปกดใหม่ค่ะ โฆษณารายการหนึ่งก็กดได้แค่ครั้งเดียวนะคะ ถ้าจำไม่ได้ว่ากดไปถึงรายการไหนแล้วก็ให้ กด F5เพื่อ refresh ใหม่ค่ะ รายการไหนที่เรากดไปแล้วจะมีเส้นสีแดงขีดฆ่าไว้ให้ค่ะ เหมือนที่เห็นในภาพ



10. มาดูสถิติและยอดเงินกัน

ที่วงกลมสีแดงไว้ เป็นลิงค์ที่ไว้แนะนำเพื่อนๆ
1 คือยอดที่เราคลิกโฆษณาได้ค่ะ
2 คือเพื่อนที่เราแนะนำไป
3 โบนัสที่เราได้ค่ะ
4 ยอดเงินรวมที่เราได้ค่ะ
11. ซื้อบริการเสริม
ใน bux.to ยังมีบริการเสริมให้เรา เราสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อสายงานเพิ่ม ถ้าเรายังแนะนำใครไม่ได้ อันนี้สำหรับคนที่ทำเงินได้เยอะแล้วจริงๆนะคะ ให้กดเลือกที่ Quality Referrals โดยมีเงื่อนไขประมาณนี้
- ซื้อสายงานจำนวน 15 คน ราคา 16.98 ดอลลาร์
- ซื้อสายงานจำนวน 35 คน ราคา 34.95 ดอลลาร์
- ซื้อสายงานจำนวน 100 คน ราคา 98 ดอลลาร์
โดยสามารถชำระเงินผ่าน alertpay บัตรเครดิต และ paypal ได้ค่ะ คิดไว้เหมือนกันถ้าได้ตังค์เยอะแล้วก็จะลองซื้อสายงานเพิ่มดู
(ตอนนี้เพิ่งได้เงินกระจิดริด อดทนไปก่อนสู้เค้าทาเคชิ .>____<.)
ลิงค์นี้มีคำแนะนำอื่นๆอีกเกี่ยวกับ Alertpay และ Paypal ค่ะhttp://cid-432ffa8468a66ddb.spaces.live.com/
|
มีคนตอบทั้งหมด: 2 |
อ่าน: 146 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/jikaness.blog?PostID=5386
Last edit on 20/8/2551 10:42:00
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 147 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/jikaness.blog?PostID=4514
Last edit on 22/1/2551 21:17:00
2nd Speech Center โปรแกรมช่วยอ่านภาษาอังกฤษ
รู้จักกับ 2nd Speech Center
2nd Speech Center ถือได้ว่าเป็นโปรแกรมประเภท Text-To-Speech ที่สมบูรณ์แบบที่สุดโปรแกรมหนึ่ง นั่นก็เพราะว่าสามารถเก็บเสียงอ่านเป็นไฟล์ MP3 หรือ WAV ได้แค่คลิ๊กเดียว อีกทั้งมีความหยืดหยุ่นให้กับผู้ใช้งาน สามารถปรับแต่งรายละเอียดของเสียง โดยมี 11 รูปแบบของเสียงอ่านให้เลือกฟังกัน สามารถปรับระดับเสียงอ่านให้สูงหรือทุ้มได้ตามใจผู้ใช้งานหากฟังไม่ทันก็ยังสามารถปรับเสียงอ่านให้ช้าลงหรือเร็วขึ้นได้อีกด้วยโปรแกรม 2nd Speech Center สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อฝึกฟังภาษาอังกฤษได้ โดยอาจจะนำเนื้อหาจากเว็บข่าวต่างประเทศและแปลงเป็นไฟล์ MP3 เก็บไว้ฟังในภายหลังได้ นอกจากภาษาอังกฤษแล้วโปรแกรมนี้ยังสามารถอ่านออกเป็นภาษาอื่น ๆ ได้อีก 11 ภาษาทั่วโลกยกเว้นภาษาไทย
ความสามารถของโปรแกรม
- text-to-speech สามารถอ่านออกเสียงข้อความในไฟล์เอกสาร, อีเมล, ข้อความในหน้าเว็บเพจ
- เพิ่มข้อความ เพื่อบันทึกเป็นคำศัพท์ แล้วแปลงเป็นเสียงออกมาได้
- สามารถบันทึกข้อความในการอ่านออกเสียงในรูปแบบไฟล์ออดิโอ อย่างเช่น MP3/Wave เพื่อให้สามารถฟังกับเครื่องเล่น MP3 Player ได้ (ขณะเดินทางบนรถเมล์)
- ถอดข้อความเสียงให้อยู่เท็กซ์ไฟล์ Text files (.txt), Microsoft Word files (.doc), PDF files (.pdf), EMail files (.eml), Rich Text files (.rtf), HTML file สำหรับ Microsoft Internet Explorer
- ซัพพอร์ตระบบเสียงอ่านทั้งเสียงผู้ชายหรือเสียงผู้หญิง ตั้งค่าให้หุ่นยนต์สามารถพูดได้มากถึง 11 ภาษา
- สามารถตั้งค่าให้อ่านออกเสียง หรือสั่งการด้วยเสียงผ่าน Windows ได้เลย
- มีฟีเจอร์สำหรับสร้างให้อ่านข้อความภายในเว็บเพ็จ, ข้อความในอีเมล์, ข้อความในไฟล์เอกสาร ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้สะดวกและง่ายในการตรวจคำผิดของคำศัพท์ ไวยากรณ์ต่างๆ สามารถตั้งเวลาในการอ่านออกเสียงได้ หรือตั้งการอ่านเสียงแต่ละบรรทัดของข้อความได้อีกด้วย
- มีอินเตอร์เฟสน่าใช้งานสำหรับระบบบันทึกเสียงแบบง่ายๆ (VCR Style)
เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
Text to Speech (TTS)
หรือ Speech Synthesis คือกระบวนการของการแปลงภาษาเขียน (Text) ให้เป็นเสียงภาษาพูดของมนุษย์ เป็นกระบวนการที่มีการแยกย่อยคำออกได้เป็นส่วนที่เล็กที่สุดของเสียงในภาษาพูดโดยมีการวิเคราะห์ในเรื่องของการออกเสียงสูง-ต่ำ, การเว้นวรรค และสร้าง output ที่เป็น digital audio ออกมา เราสามารถแสดงกระบวนการสังเคราะห์เสียงพูด Text to Speech ได้ดังรูปข้างล่าง
Text-to-Speech voice คือ software driver ที่มีหน้าที่ทำการสังเคราะห์เสียงให้ได้ output เสียงที่คล้ายภาษาพูดของมนุษย์ซึ่งต้องมีการประยุกต์และจำลองถึงความยาวของลำคอ, ช่องปาก, รูปปาก, ตำแหน่งลิ้นซึ่งเป็นปัจจัยของการออกเสียง
พื้นฐาน 4 ประการในการสร้าง Text to Speech engine คือ
1. Phonemes คือ หน่วยของเสียงต่างๆ ที่จะนำมารวมกันในการสร้างคำแต่ละคำออกมา TTS engine มีการใช้ความรู้และพื้นฐานหลักของภาษาและพิจารณาลักษณะการออกเสียงมาเป็นองค์ประกอบในการสร้าง output เสียง
2. Voice Quality ความสามารถของคอมพิวเตอร์กับการสร้างเสียงที่ได้ออกมาจากการสังเคราะห์ภาษาเขียนนั้นค่อนข้างได้ผลที่ยังขาดลักษณะธรรมชาติของเสียงพูด เพราะเป็นเรื่องยากในการสร้าง TTS engine เพื่อสร้างเสียงที่ไม่ให้เหมือนเสียงของคอมพิวเตอร์
ลักษณะ 3 ประการในภาษาพูดของมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากแก่การสร้างเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ได้แก่
(1) Prosody
(2) Emotion
(3) Pronunciation anomalies
Prosody เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเปล่งเสียงในภาษาพูดของมนุษย์ ที่จะมีจังหวะหรือแบบแผนของการลงน้ำหนักเสียงและมีการเปลี่ยนเสียงของคำต่างๆตามความหลากหลายของภาษา ในขณะที่คอมพิวเตอร์สามารถสร้างเสียงของคำนั้นๆได้เพียงเสียงเดียวเท่านั้น จึงเป็นเรื่องยากที่คอมพิวเตอร์จะสร้างเสียงเลียนแบบหรือให้ถูกต้องตามภาษาของมนุษย์ ข้อจำกัดในเรื่อง
Emotion คือการสร้างเสียงให้ตรงตามอารมณ์ความรู้สึกตามความหมายของคำ ในส่วนของ TTS engine สามารถแบ่งแยกข้อแตกต่างของการออกเสียงในภาษาอังกฤษได้จากเครื่องหมายปรัศนีย์ (?) ที่มีต่อท้ายในประโยคคำถาม หรือ เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) จากประโยคที่เป็นการอุทาน แต่คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกไปขณะที่ออกเสียงได้ ข้อจำกัดประการสุดท้ายนั่นคือ เรื่องของ
Pronunciation anomalies คือความยุ่งยากของภาษาที่มีคำบางประเภทที่เขียนด้วยสระและตัวสะกดเหมือนกันแต่ออกเสียงต่างกัน ตัวอย่างคำในภาษาอังกฤษ เช่น คำว่า dough (ออกเสียง "โด") กับคำว่า tough (ออกเสียง "ทัฟ") จะเห็นว่าทั้งสองคำเขียนแบบเดียวกันแต่ออกเสียงต่างกัน หรือคำว่า comb (ออกเสียง "โคม") กับคำว่า home (ออกเสียง "โฮม") ทั้งสองคำเขียนต่างกันแต่ออกเสียงในแบบเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถใช้หลักการสังเคราะห์เสียงกับคำเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการอ่านคำ ตัวอย่างในภาษาอังกฤษต้องเข้าใจในบริบทของคำในประโยคต่างๆ เช่น การอ่านคำว่า "read" ในประโยคต่อไปนี้ "She will now read to the class." กับ "He read the paper."
3. TTS synthesis วิธีการสังเคราะห์เสียงจะต้องคำนวณจากปัจจัยต่างๆ ในการออกเสียงของมนุษย์ เป็นต้นว่า ตำแหน่งริมฝีปาก, การเปล่งเสียงหรือการหายใจเข้า-ออก โดยปกติแล้ววิธีการนี้จะมีความแม่นยำไม่เท่ากับวิธี diphone แต่ TTS ก็ได้นำวิธีสังเคราะห์นี้ไปใช้เพราะสะดวกแก่การที่จะสร้างเสียงของคำใหม่ๆ ออกมาได้
4. TTS diphone concatetion
Diphone concatetion เป็นวิธีการสร้างเสียงพูด ในลักษณะที่ใช้คู่ของหน่วยเสียง (pair of phonemes) ในการสร้างเสียงของแต่ละคำ ตัวอย่างในภาษาอังกฤษคำว่า "pig" จะประกอบด้วยเสียงของพยัญชนะตัวแรกคือ "p" ตามด้วยคู่เสียง "p-i" , "i-g" และปิดท้ายด้วยเสียงพยัญชนะ "g" กระบวนการของ Diphone TTS จะทำการตรวจสอบคำจากนั้นจะนำหน่วยเสียงแต่ละคู่มารวมกันเพื่อแสดงเสียงเป็นคำนั้นๆอย่างถูกต้อง โดยที่คู่ของหน่วยเสียงนั้นไม่ได้มาการสร้างของคอมพิวเตอร์แต่มาจากเสียงพูดจริงของมนุษย์โดยการบันทึกทีละคู่ของหน่วยเสียงบันทึกเก็บไว้เป็นหมวดหมู่ เนื่องจากวิธี Diphone มีการสร้างคำจากส่วนประกอบที่มาจากเสียงมนุษย์จริงๆ จึงทำให้ได้เสียงของคำต่างๆ ที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติเสียงของมนุษย์ มากกว่า อย่างไรก็ตามการใช้คู่ของหน่วยเสียงจะมีความเฉพาะเจาะจงของภาษา ทำให้ได้เสียงพูดเพียงภาษาเดียวเท่านั้น ดังนั้น Diphone จึงไม่เหมาะที่จะนำมาสร้างคำใน TTS ซึ่งมีความต้องการที่จะสังเคราะห์เสียงให้ได้มากกว่า 1 ภาษา
การใช้งานและการติดตั้ง
สามารถไปดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้งได้ที่ www.zero2000.com มีระยะการใช้งานให้30 วัน ฟังค์ชั่นการใช้งานบางอย่างจึงอาจไม่ครบถ้วน ถ้าสนใจจริงสามารถติดต่อขอซื้อโปรแกรมนี้ได้เช่นกัน ที่ www.zero2000.com จะมีรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับโปรแกรมตัวนี้
1.กด Next เพื่อเข้าสู่การติดตั้ง

2. เลือกที่ช่องยอมรับเงื่อนไขและกด Next

3. เลือกพื้นที่ที่จะติดตั้งโปรแกรมจากนั้นกด Next

4.กด Install เพื่อติดตั้งโปรแกรม

5. กด Finish สิ้นสุดการติดตั้งโปรแกรม

หน้าตาของโปรแกรม

การใช้งานที่สำคัญ
· Voices: เลือกรูปแบบของน้ำเสียงที่อ่าน ซึ่งจะมี 11 รูปแบบเสียงให้เลือกฟังทั้งเสียงชาย หญิง หรือ หุ่นยนต์
· Speeds: ปรับแต่งความเร็วหรือช้าของเสียงอ่าน
· Pitch: ปรับแต่งระดับเสียงอ่านให้สูงหรือต่ำ
· Read Aloud: ฟังเสียงอ่าน
· Read to WAV: บันทึกเสียงอ่านเป็นไฟล์ WAV
· Read to MP3: บันทึกเสียงอ่านเป็นไฟล์ MP3
วิธีการใช้งาน
อ่านภาษาอังกฤษจากเว็บ เปิดหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการขึ้นมา เลือกข้อความที่เราต้องการ จากนั้นกด Ctrl+C โปรแกรมจะแสดงหน้าต่าง Clipboard Prompt ขึ้นมา

หน้าตาของหน้าต่าง Clipboard Prompt

Read Now: คือให้โปรแกรมอ่านภาษาอังกฤษให้ฟังเดี๋ยวนั้นทันที
New: คือการให้โปรแกรม copy ข้อความไปยังหน้าเอกสารใหม่
Append: คือการให้โปรแกรม copy ข้อความไปยังหน้าเอกสารที่เปิดไว้แล้ว
การอ่านภาษาอังกฤษจากไฟล์ PDF หรือ WORD
ที่โปรแกรม เลือก File>>Open

เลือกไฟล์ที่ต้องการ

ข้อความจากไฟล์ทั้งหมดจะปรากฎขึ้น เราสามารถเลือกที่ Read Aloud เพื่อให้โปรแกรมอ่านภาษาอังกฤษให้ฟังได้หรือจะแปลงเก็บไว้เป็นไฟล์แบบ MP3 ก็ได้ตามต้องการ

ประโยชน์ของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงพูดได้แก่
1. สามารถนำเทคโนโลยีสังเคราะห์เสียงพูดมาแปลงข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปริมาณมากและมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เช่น การส่งข่าวสารผ่านข้อความเสียง (Voice Message) การรายงานข่าว การวิเคราะห์หุ้น มาเป็นเสียงพูด เพื่อให้ผู้รับข่าวสารได้รับข่าวทันทีโดยสะดวก
2. สามารถเผยแพร่ข่าวสารผ่านเครือข่ายพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น เครือข่ายโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเผยแพร่ทางเสียงเป็นวิธีการพื้นฐานที่เข้าถึงได้ทุกเครือข่ายโดยไม่ต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม
3. ผู้รับข่าวสารสามารถรับข่าวสารโดยไม่ต้องละจากกิจกรรมที่ทำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้รับอยู่ในภาวะที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น ขณะขับขี่รถยนต์
4. สามารถประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ เช่น ผู้ใช้บริการสามารถส่งข้อมูลโดยโทรสาร ในขณะที่ผู้รับปลายทางสามารถรับฟังข้อความบนเอกสารโดยโทรศัพท์ทั่วไป
5. การเพิ่มโอกาสให้คนพิการ เช่น โปรแกรมอ่านข้อมูลเพื่อคนตาบอด หรืออุปกรณ์ช่วยพูดแทนคนใบ้
|
มีคนตอบทั้งหมด: 1 |
อ่าน: 1046 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/jikaness.blog?PostID=4002
Last edit on 13/1/2551 2:43:00
Wikipedia รู้รอบด้านผ่านคลิก ตอนจบ

พูดได้หลายภาษา
ถึงแม้วิกิพีเดียจะเริ่มต้นจากผู้สร้างที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของพวกเขาที่ต้องการให้วิกิพีเดียเป็นแหล่งความรู้ของผู้คนทุกคนบนโลก วิกิพีเดียให้ความสำคัญกับการมีเว็บไซต์วิกิพีเดียในภาษาต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นในเดือนมกราคม ปี ค.ศ.2002 บทความในวิกิพีเดีย 90% เป็นภาษาอังกฤษ แต่ในเดือนมกราคม ค.ศ.2004 บทความภาษาอังกฤษลดลงเหลือน้อยกว่า 50% และในปี ค.ศ.2007 มากกว่า 75% ของบทความทั้งหมดถูกเขียนในภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ปัจจุบัน วิกิพีเดียได้พัฒนาขึ้นมากกว่า 250 ภาษา และแน่นอนที่สุด คุณสามารถเข้าไปใช้วิกิพีเดียเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ด้วยที่ http://th.wikipedia.org
วิกิพีเดียสัญชาติไทย
วิกิพีเดียในเวอร์ชั่นภาษาไทยนี้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2546(http://th.wikipedia.org) โดยบทความแรกที่ถูกเขียนขึ้นวิกิพีเดียไทยนี้เป็นบทความเกี่ยวกับดาราศาสตร์ เนื้อหาในบทความที่มีอยู่นั้นครอบคลุมหลายหลายเรื่องราวตั้งแต่ รายการโทรทัศน์ ประวัติคนดัง วรรณกรรม เทคโนโลยี การ์ตูนญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งร้านขายของชำขนาดหนึ่งคูหา หน้าตลาดสามย่านที่ชื่อว่า "จีฉ่อย" ปัจจุบัน วิกิพีเดียสัญชาติไทยนี้มีบทความมากกว่า 26,000 หน้า และมีสมาชิกลงทะเบียนมากกว่า 35,000 ราย และมีการแก้ไขมาแล้วมากกว่า 800,000 ครั้ง
คุณก็มีส่วนร่วมกับวิกิพีเดียได้
คุณสามารถมีส่วนร่วมกับสังคมแบ่งความรู้อิสระที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ง่าย ๆ ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกผ่านทางเว็บไซต์วิกิพีเดีย และหลังจากสมัครเสร็จแล้ว คุณก็สามารถเริ่มต้นที่จะปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาในวิกิพีเดียได้ทันที หรือผ่านทางการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิวิกิมีเดียเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ได้ง่าย ๆ เช่นกัน
10 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับวิกีพีเดีย
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวิกิพีเดีย "10 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับวิกิพีเดีย" คือสิ่งที่จะบอกตัวตนและแนวคิดของโครงการสารานุกรมเสรี