เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 7263 คน
Wisdom
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ขุมทรัพย์... จาก สตีฟ จอบส์ (0)
    [16 วันที่ผ่านมา]
  • สุนัข / ร็อตไวเลอร์ !!! อีกกี่คน ถึงจะมีวันจบ+ (2)
    [26 วันที่ผ่านมา]
  • เด็กอ่อน....เสียชีวิต เพราะคนเลี้ยงขาดสติ *+ (2)
    [2 เดือนที่ผ่านมา]
  • คนเสร็จผี โทรศัพท์...ที่ ตู้ ATM (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไฟ...เมื่อคน..เผาบ้านตัวเอง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาพระธาตุ ประจำปีเกิด (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บ้านโดนยกเซฟ....ใครประมาท (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เศรษฐศาสตร์ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • มุสลิม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การศึกษา.. มหาลัยโลกกว้าง (10)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กฏหมาย ..สามัญประจำบ้าน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุนพันธรักษ์ราชเดช (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ยุโรป.... ท่องเที่ยว (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาแผ่นดินแม่ แทนคุณบ้านเกิด (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คนจริง...คนไทย แบบอย่างยุวชน (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระจอมเกล้าลาดกระบัง KMITL สจล. (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เรดาร์.....วิทยุการบิน (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หนองบัวบากง รือเสาะ นราธิวาส (7)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ตะกั่วป่า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สติ..สู่ชีวิตงาม (22)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กุมภาพันธ์ 2555>
     
    6303112345
    76789101112
    813141516171819
    920212223242526
    102728291234
    11567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 16974
    • เฉพาะวันนี้ 5
    • ความคิดเห็น 294
    • จำนวนเรื่อง 58
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    20/1/2555 14:00:00

    วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

    9 บทเรียนทองของ สตีฟ จอบส์

    Steve_jobs

    9 คำพูดที่ดีที่สุดที่คัดเลือกมานี้ จะช่วยให้คุณทำงานได้สำเร็จตามสไตล์ซีอีโอแสนล้าน

    1. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ตาม”
    นวัตกรรมหรือวิธีการใหม่ เป็นสิ่งไร้ขีดจำกัด มีเพียงจินตนาการเท่านั้นที่มีขอบเขต ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเริ่มคิดนอกกรอบ ถ้าคุณทำงานในภาคธุรกิจที่กำลังเติบโต ต้องรู้จักคิดหาทางทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ และอยากจะทำธุรกรรมด้วย แต่ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจที่กำลังหดตัว ต้องรีบออกมาจากธุรกิจนั้นโดยเร็ว และ เปลี่ยนแปลงก่อนที่คุณจะกลายเป็นคนตกยุค ตกงาน หรือธุรกิจล่มสลาย และต้องจำไว้เสมอว่า คุณจะผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้
    .
    2. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “จงเป็นคนที่มีคุณภาพสูง คนบางคนไม่เคยชินกับการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คาดหวังความเป็นเลิศ”
    .
    ไม่มีหนทางลัดสู่ความเป็นเลิศ คุณจะต้องตั้งใจและให้ความสำคัญ ใช้ความสามารถ ทักษะ และพรสวรรค์ที่มี พยายามทำให้มากกว่าคนอื่น มีมาตรฐานสูงกว่า และใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ความเป็นเลิศไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณต้องลงมือทำทันที แล้วคุณจะประหลาดใจในสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต
    .
    3. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “วิธีเดียวที่จะทำงานให้ได้ผลดีเยี่ยม คือ คุณต้องรักในสิ่งที่ทำ ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่รักในตอนนี้ จงมองหาไปเรื่อยๆ อย่าด่วนสรุป เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจ คุณจะรู้ได้เอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก”
    .
    จงทำในสิ่งที่รัก มองหาอาชีพการงานที่ทำให้คุณมีจุดประสงค์ ทิศทาง และความพึงพอใจในชีวิต เมื่อคุณมีเป้าหมายและพยายามไปให้ถึง มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมาย ทิศทาง และความพอใจ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว แต่ยังจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญอุปสรรค
    .
    4. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “คุณก็รู้ว่า อาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน เราไม่ได้ผลิตด้วยตัวเราเอง เราสวมใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นผลิต เราพูดภาษาที่คนอื่นพัฒนาขึ้น เราใช้คณิตศาสตร์ที่คนอื่นค่อยๆปรับปรุงมาเรื่อยๆ ผมหมายถึงว่า เราเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น คงเป็นความรู้สึกที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่เราสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ
    .
    จงใช้ชีวิตตามหลักศีลธรรม พยายามทำให้เกิดความแตกต่างบนโลกใบนี้และมีส่วนร่วมให้เกิดสิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้น คุณจะพบว่า มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมายมากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นยาแก้ความเบื่อหน่ายที่ได้ผลดีอีกด้วย
    .
    ลองมองไปรอบๆตัว แล้วคุณจะพบว่า มีสิ่งต่างๆให้คุณทำอยู่เสมอ และจงพูดคุยกับผู้อื่นถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ แต่อย่าพร่ำสอน หรือคิดว่าตัวเองถูกต้อง หรือหลงตัวเอง เพราะจะทำให้คนอื่นไม่อยากคุยด้วย ขณะเดียวกัน คุณต้องไม่กลัวที่จะทำตนเป็นตัวอย่าง และใช้โอกาสที่มี บอกเล่าถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ
    .
    5. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “มีคำพูดในพุทธศาสนาว่า จิตของผู้เริ่มต้น มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะมีจิตของผู้เริ่มต้น” ซึ่งเขาอธิบายต่อไปว่า
    .
    มันเป็นจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ซึ่งค่อยๆทำให้เราตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งเหล่านั้น จิตของผู้เริ่มต้น ก็คือ การนำหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลำเอียง ให้คิดว่า จิตของผู้เริ่มต้น เป็นเหมือนจิตของเด็กน้อย ซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ

    Steve Job2

    6. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “เราคิดว่า โดยทั่วไปแล้ว คุณดูโทรทัศน์เพื่อพักสมอง และคุณใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการให้สมองทำงาน”
    .
    ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการศึกษาจำนวนมากที่ยืนยันหนักแน่นว่า การดูทีวีส่งผลเสียด้านจิตใจและมีอิทธิพลด้านศีลธรรม และคนที่ติดทีวีส่วนมาก แม้จะรู้ว่ามันทำให้ชินชาและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม ดังนั้น จงปิดทีวีซะ เพื่อถนอมเซลล์สมอง แต่ต้องระวัง เพราะการใช้คอมพิวเตอร์ก็อาจเป็นการพักสมองได้เช่นกัน ลองเปลี่ยนมาเล่นเกมที่พัฒนาสติปัญญาดีกว่า
    .
    7. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “ผมสูญเงินไป 250 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี มันทำให้ผมรู้จักตนเองดีขึ้น”
    .
    อย่ามองว่า การทำผิดกับความผิดเป็นเรื่องเท่าเทียมกัน เพราะคนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่เคยล้มเหลวหรือทำผิดเลยนั้นไม่มีหรอก มีแต่คนที่ประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาดและรู้จักเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อทำให้ถูกต้องในครั้งต่อไป พวกเขามองความผิดพลาดเป็นเครื่องเตือนสติ มากกว่าความสิ้นหวัง การไม่เคยทำผิดเลย แสดงว่า คนนั้นไม่เคยใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
    .
    8. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “ในโลกนี้ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด เราเกิดมาบนโลกใบนี้แล้วก็ได้ทำสิ่งผิดพลาดเช่นกัน ไม่งั้นแล้ว เราจะเกิดมาทำไม”
    .
    คุณรู้หรือไม่ว่า มีเรื่องใหญ่ๆหลายเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จในชีวิต และรู้หรือไม่ว่า เรื่องสำคัญเหล่านั้นจะถูกฝุ่นจับ เมื่อคุณใช้เวลามัวแต่นั่งคิดมากกว่าลงมือทำ เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้กับชีวิตของเราเอง ของขวัญที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความสนใจ ความหลงใหล และความอยากรู้อยากเห็น ของขวัญชิ้นนี้ แท้จริงแล้ว มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง และคุณตั้งเป้าหมายของคุณได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน ครู พ่อแม่ นักบวช หรือเจ้าหน้าที่ ก็ไม่อาจเลือกเป้าหมายให้คุณได้ คุณต้องหาจุดมุ่งหมายด้วยตัวคุณเอง
    .
    9. สตีฟ จอบส์ พูดว่า เวลาของคุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น อย่าติดอยู่ในหลักความเชื่อ ซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตตามผลความคิดของผู้อื่น อย่ายอมให้เสียงความคิดของคนอื่น มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และที่สำคัญที่สุด คือ คุณต้องมีความกล้า ที่จะทำตามหัวใจปรารถนาและสัญชาติญาณ เพราะมันรู้ดีว่า จริงๆแล้วคุณต้องการเป็นอะไร เรื่องอื่นๆกลายเป็นเรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง”
    .
    คุณเบื่อหรือเปล่าต่อการใช้ชีวิตตามความฝันของคนอื่น ไม่ต้องสงสัยเลย ก็มันเป็นชีวิตของคุณเอง คุณมีสิทธิใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยขัดขวาง ลองให้โอกาสตัวเองฝึกความคิดริเริ่มในบรรยากาศที่ปราศจากความกลัวและแรงกดดัน จงใช้ชีวิตตามแบบที่คุณเลือก และเป็นเจ้านายตัวเอง




    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 112 ครั้ง

    10/1/2555 12:17:00

    ร็อตไวเลอร์ขย้ำหัว7ขวบรอดหวุดหวิด

    อุทาหรณ์! 7 ขวบ ใช้ก้อนหินปาหยอกสุนัขร็อตไวเลอร์ ถูกขย้ำศีรษะ โชคดีเจ้าของเห็น ห้ามทัน ก่อนรีบนำเด็กส่งรพ. เจ้าของสุนัขเผยพร้อมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล รวมถึงจ่ายค่าทำขวัญให้

              ด.ญ.เกวลิน เรืองบุญ หรือ "น้องนิ่ม" อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 อยู่บ้านเลขที่ 122 ม.7 บ้านโนนงิ้ว ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์เพศผู้ อายุ 2 ปี ของนางบัวเรียน ทาลุมพุก อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 134 ม.7 บ้านโนนงิ้ว ต.ห้วยหิน กระโดดขย้ำ กัดที่บริเวณศีรษะและหลัง เป็นแผลเหวอะหวะ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองหงส์ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา
     แพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผลที่บริเวณศีรษะจำนวน 5 เข็ม ส่วนที่บริเวณหลังและลำตัวที่มีร่องรอยจากการขีดข่วน แพทย์ก็ได้ทำแผล พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ ก่อนจะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน

              ล่าสุดวันที่ 9 ม.ค.55  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านของ ด.ญ.เกวลิน พบว่า ที่บริเวณศีรษะซีกขวายังมีผ้าก็อตพันรอบศีรษะจากบาดแผลที่ถูกสุนัขกัด และยังอยู่ในอาการตกใจหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมี ตา-ยาย ดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด

              สอบถามนายหนูเดิน สร้างนอก อายุ 44 ปี ตาของน้องนิ่ม บอกว่า ปกติน้องนิ่ม หลานสาวจะไปเล่นกับสุนัขตัวดังกล่าวอยู่เป็นประจำ เนื่องจากลูกสาวของเจ้าของสุนัขเป็นเพื่อนบ้านกับหลานสาว และบ้านอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 100 เมตร ซึ่งที่ผ่านมาสุนัขตัวดังกล่าวก็ไม่เคยแสดงอาการดุร้าย หรือกัดน้องนิ่ม ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็ไม่ได้แจ้งความเอาเรื่องกับเจ้าของสุนัข เพราะเนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกัน ประกอบกับทางเจ้าของก็ได้มาพูดคุยรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้กับน้องนิ่ม

              ขณะที่นางบัวเรียน ทาลุมพุก เจ้าของสุนัข บอกว่า ตนและสามีได้เลี้ยงเจ้า "เบ็นเท็น" สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ตัวดังกล่าวมาได้ 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยแสดงอาการดุร้ายหรือกัดใครเลย ซึ่งวันเกิดเหตุน้องนิ่ม ก็ได้มาเล่นกับสุนัขตามปกติเหมือนทุกครั้งและได้ใช้ก้อนหินปาใส่สุนัขเพื่อหยอกล้อเล่น จึงคาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สุนัขโมโหและกระโดดขย้ำดังกล่าว

              นางบัวเรียน ยังกล่าวอีกว่า ตนและสามีพร้อมจะรับผิดชอบทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าทำขวัญให้กับน้องนิ่ม ส่วนเจ้าเบ็นเท็นหากมีผู้ที่รักสุนัขต้องการที่จะนำไปเลี้ยงหรือมีผู้ต้องการนำไปฝึก ตนก็พร้อมจะมอบให้ เพราะไม่อยากทำร้ายหรือฆ่าทิ้ง เพราะตนรักและผูกพันกับสุนัขตัวดังกล่าวมาก แต่ก็ไม่อยากให้ไปกัดใครอีก เพราะตนก็ทราบว่าสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขที่ดุร้าย
    from web.komchadluek 10.01.2554

     




    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 2 | อ่าน: 89 ครั้ง

    20/12/2554 14:58:00

    นอนอย่างไรจึงปลอดภัย

     

    ชฎาพร สุขสิริวรรณ

    ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัย และป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) และสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

     

    ข่าวแม่อายุ 17 ปี นอนทับลูกอายุ 2 เดือน เสียชีวิตนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อต้นปีนี้ก็มีข่าวการเสียชีวิตของเด็กจากการนอนคว่ำหน้า จมูกปากกดทับบนหมอนที่นอนจนหายใจไม่ออก  ข่าวแม่กินยาแก้หวัดแล้วหลับสนิทนอนทับลูก  นอกจากนี้ยังเคยพบข่าวเด็กนอนดิ้นศีรษะมุดเข้าไปในเชือกรูดหมอนข้าง พันรัดคอขาดอากาศเสียชีวิต  หรือข่าวเด็กตกเตียงโรงพยาบาล  ...

     

    การนอนของเด็กจึงมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยที่สัมพันธ์กับท่านอน  เตียงนอน  และคนที่นอนกับเด็กด้วย

     

    นอนท่าไหนดี ....

    ท่านอนที่อันตรายมากที่สุดสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี  คือ การนอนคว่ำ จากการวิจัยพบว่า การนอนคว่ำเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคการเสียชีวิตฉับพลันของทารกโดยไม่ทราบสาเหตุหรือที่เรียกกันว่าโรค SIDS (sudden infant death syndrome) ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีโครงการ ให้เด็กนอนหงาย (Back to sleep) โดยแนะนำให้จัดท่านอนเป็นท่านอนหงายเสมอ ตั้งแต่ปี 1992 พบว่าการเสียชีวิตจากโรค SIDS ลดลงอย่างชัดเจน  จากการวิจัยอื่นยังพบว่าการนอนคว่ำมีความเสี่ยงต่อการกดทับจมูกปากจนขาดอากาศหายใจมากกว่าการนอนหงาย 2-7 เท่าตัว ดังนั้น เด็กอายุน้อยกว่า 6เดือนควรจัดท่าให้นอนหงายเท่านั้น การนอนคว่ำอาจเป็นอันตรายได้ เพราะเด็กทารกแรกเกิดยังตะแคงหน้า ยกศีรษะไม่เป็น

    นอนหงาย..หัวลูกแบน .. เป็นความห่วงใยของพ่อแม่ทั้งหลายที่อยากให้ศีรษะลูกสวย  การจับเด็กนอนคว่ำนั้นจึงทำได้เฉพาะในเวลาเด็กตื่นและมีผู้ดูแลเด็กเฝ้าดูอยู่ใกล้ชิดเท่านั้น   เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะศีรษะแบนและได้ออกกำลังต้นแขน หัวไหล่ให้เกิดความแข็งแรงด้วย

     

     เตียงนอน หมอน ฟูก..

    ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีนอนเตียงผู้ใหญ่  มีรายงานการเสียชีวิตของเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ของ U.S. Consumer Product Safety Commission (CPSC)จำนวน  180 ราย ช่วงมกราคม 1999 ถึงธันวาคม 2001 มีสาเหตุจาการนอนบนเตียงผู้ใหญ่  ในจำนวนนี้ 122 รายเกิดจากการติดค้างของศีรษะตามช่องว่างต่างๆ (entrapment) อีก 58 รายเกิดจากการถูกนอนทับ (overlying) โดยผู้ร่วมเตียง

    ดังนั้น จึงควรให้เด็กนอนเตียงเด็กที่ได้มาตรฐาน หรือนอนเบาะที่นอนเด็ก (ไม่ใช้เตียง) แยกจากเบาะที่นอนผู้ใหญ่ เด็กเล็กนอนเตียงผู้ใหญ่อาจมีอันตรายจากช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการจัดเตียง ช่องว่างที่มีขนาดกว้างกว่า 6 เซนติเมตร มีโอกาสที่ลำตัวเด็กตกลงไปและศีรษะติดค้างในท่าแขวนคอได้ ช่องว่างดังกล่าวที่พบบ่อยคือ ช่องว่างระหว่างเตียงกับกำแพงซึ่งเกิดจากการจัดวางเตียงไม่ชิดกำแพง หรือช่องว่างที่เกิดจากการจัดวางเตียงกับเฟอร์นิเจอร์อื่น เป็นต้น

    เบาะ ที่นอน หมอน ฟูก ผ้าห่ม มุ้งที่อยู่บนเตียงเป็นปัจจัยร่วมที่ก่อให้เกิดการขาดอากาศหายใจได้ เบาะเด็กต้องเป็นเบาะที่มีความแข็งกำลังดี  ผ้าห่มนุ่มหนาขนาดใหญ่  หน้าเด็กอาจจุ่มลงไปแล้วกดจมูกและปากเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตได้เช่นกัน

                เชือกรัดปลอกหมอน โบว์ผูกเสื้อ หรืออื่น ๆ ที่เป็นเส้นสายที่มีความยาวเกินกว่า15  เซนติเมตร อาจเป็นเหตุให้เกิดการรัดคอเด็กได้  นอกจากนั้น ต้องไม่นำของเล่นชิ้นเล็ก  หรือของเล่นประเภทอ่อนนิ่มตัวใหญ่ ซึ่งอาจตกทับกดการหายใจได้ หรือเป็นฐานการปีนป่ายของเด็กจนตกเตียงได้

     

    ถูกคนนอน ..ทับ...

    ในบ้านเราพ่อแม่จะนอนเตียงเดียวกับลูกจนโต การปฏิบัติดังกล่าวมีความเสี่ยงในการนอนทับเด็กเสียชีวิตได้ (overlying)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกอายุน้อยกว่า เดือน บุคคลที่มีความเสี่ยงในการนอนทับเด็กทารก ได้แก่ คนอ้วนมากๆ คนที่กินยานอนหลับ หรือยาทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด ยากล่อมประสาท คนเมาเหล้า และเด็กโต เพราะบุคคลเหล่านี้มักจะหลับสนิทเกินไป เมื่อเวลานอนทับแล้วจะไม่รู้สึกตัวง่าย  ดังนั้น จึงจำเป็นที่ต้องจัดที่นอนแยกจากที่นอนผู้ใหญ่

     

     

              เห็นได้ว่า การที่จะสร้างให้เด็กนอนได้ปลอดภัยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กใส่ใจและตระหนักถึงความปลอดภัย ก็จะนำไปสู่การนอนหลับอย่างมีคุณภาพของเด็ก ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองและร่างกายด้วย


    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 2 | อ่าน: 122 ครั้ง

    เลือกดูบลอก Search:

    คอนโด คอนโดให้เช่า ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.5ms