เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1951 คน
Wisdom
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • *** สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ** ๑ ราชอาณาจักรไทย..สืบพลังความดี จากบรรพชน (6)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ปัตตานี ดารุสสลาม (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระยาพิชัยดาบหัก........สายสกุล..วิชัยขัทคะ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระเจ้าเมืองสงขลา หรือ สุลต่าน สุไลมาน (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติราชวงศ์จักรี (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุมทรัพย์... จาก สตีฟ จอบส์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สุนัข / ร็อตไวเลอร์ !!! อีกกี่คน ถึงจะมีวันจบ+ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เด็กอ่อน....เสียชีวิต เพราะคนเลี้ยงขาดสติ *+ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คนเสร็จผี โทรศัพท์...ที่ ตู้ ATM (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไฟ...เมื่อคน..เผาบ้านตัวเอง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาพระธาตุ ประจำปีเกิด (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บ้านโดนยกเซฟ....ใครประมาท (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เศรษฐศาสตร์ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • มุสลิม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การศึกษา.. มหาลัยโลกกว้าง (10)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กฏหมาย ..สามัญประจำบ้าน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุนพันธรักษ์ราชเดช (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ยุโรป.... ท่องเที่ยว (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาแผ่นดินแม่ แทนคุณบ้านเกิด (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <มกราคม 2558>
     
    532930311234
    2567891011
    312131415161718
    419202122232425
    52627282930311
    62345678
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 98490
    • เฉพาะวันนี้ 22
    • ความคิดเห็น 377
    • จำนวนเรื่อง 64
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ
    13 สิงหาคม 2553 - 22:58:00

     

    วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

     

    .....อนุสาวรีย์วีรไทย(พ่อจ่าดำ) และสงครามมหาเอเชียบูรพา...บอกอะไรกับคนไทย ?.....


    .

    เรื่องราวของอนุสาวรีย์วีรไทย(พ่อจ่าดำ)  และสงครามมหาเอเชียบูรพา
    .

    .
    .
    .

    ปี พ.ศ.2482 เกิดวิกฤตการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในทวีปยุโรป โดยมีเยอรมนี และอิตาลี ซึ่งเรียกว่าฝ่ายอักษะฝ่ายหนึ่ง กับสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วยสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสอีกฝ่ายหนึ่ง
    .
    สงครามได้ขยายตัวกว้างขวาง ครั้นถึง ปี พ.ศ.2484  ญี่ปุ่นเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สงครามลุกลามเข้าสู่ทวีปเอเชีย โดยญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกพร้อมกันในประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มลายู และประเทศไทย เมื่อเช้าตรู่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือเพิร์ลฮาเบอร์ของสหรัฐอเมริกา

    ในประเทศไทย ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกพร้อมกันที่สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช และปราจีนบุรี โดยที่ฝ่ายไทยไม่เคยคาดคิด


    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    เป็นที่ตั้งกองกำลังสำคัญของภาคใต้ คือมณฑลทหารบกที่ 6 ในเวลานั้นมีพลตรีหลวงเสนาณรงค์เป็นผู้บัญชาการมณฑล
    เช้าวันเกิดเหตุ ได้รับแจ้งข่าวจากนายไปรษณีย์นครศรีธรรมราชว่า ญี่ปุ่นได้ส่งเรือรบประมาณ 15 ลำ มาลอยลำในอ่าวสงขลา และยกพลขึ้นบกทีเมืองสงขลา

    พลตรีหลวงเสนาณรงค์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 จึงสั่งการรับศึกและสั่งให้เตรียมกำลังเคลื่อนย้ายไปสนับสนุนกองทัพสงขลาโดยด่วน
    .
    ขณะเตรียมการอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากพลทหารว่า ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บ้านท่าแพ ตำบลปากพูน
    ผู้บัญชาการมณฑลจึงสั่งการให้ทุกคนทำการต่อสู่เต็มกำลัง โดยความมุ่งหมายที่จะมิให้กองทหารญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารได้เป็นอันขาด
    การสู้รบระหว่างทหารไทย ยุวชนทหาร กับทหารญี่ปุ่นเป็นไปในลักษณะประจัญหน้า
    พื้นที่บริเวณสู้รบอยู่ในแนวเขตทหารด้านเหนือ กับบริเวณตลาดท่าแพ มีถนนราชดำเนินผ่านพื้นที่ในแนว เหนือ-ใต้
    การรบทำได้ไม่สะดวกนัก เพราะ ตลอดเวลาตั้งแต่ 07.00-10.00 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนัก
    .

    การเตรียมรับมือข้าศึก

    ภายหลังที่ได้รับโทรเลขฉบับนั้น
    ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 จึงสั่งการให้เป่าแตรเดี่ยว ณ กองรักษาการณ์ประจำกองบัญชาการ เป็นสัญญาณเหตุสำคัญ และเรียกหัวหน้าหน่วยที่ขึ้นตรงมาประชุมที่กองบัญชาการมณฑลเพื่อเตรียมรับมือข้าศึก ซึ่ง ผบ.มณฑล คาดว่าคงจะบุกขึ้นนครศรีธรรมราชด้วย ในขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก
    .
    ขณะที่ ผบ.มลฑล ได้สั่งการและมอบหมายหน้าที่รับข้าศึกอย่างรีบเร่งอยู่นั้น ก็ได้รับแจ้งข่าวจาก "พลฯ จ้อน ใจชื่อ และ พลฯ เติม ลูกเสือ สังกัดหน่วย ป.พัน 15 " ซึ่งเป็นเวรตรวจเหตุการณ์ที่บ้านท่าแพ (ใกล้ค่ายวชิราวุธ) ว่า
    .
    .
    ได้พบกองทหารญี่ปุ่นกำลังยกขึ้นจากเรือรบไม่ทราบจำนวนพลทหาร และลำเลียงกำลังด้วยเรือท้องแบนมาตามคลองปากพูน จะขึ้นที่ท่าแพ
    ในขณะที่พลทหารทั้งสองพยายามจะกลับมารายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก็ถูกทหารญี่ปุ่นควบคุมตัว แต่ พลฯ จ้อน ใจซื่อ พยายามหลบหนี มารายงานผู้บังคับบัญชาได้ในเวลา 07.00 น.
    และในเวลาเดียวกัน ส.ท.ประศาสน์ ลิทธิ์วิลัย ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งขาวนี้แก่ผู้บังคับการมณฑลด้วย
    .
    ผบ.มณฑล สั่งการให้เปิดคลังแสงและจ่ายอาวุธปืนเล็ก ปืนกล และปืนประสุนให้แก่ทุกคนที่ยังไม่มีอาวุธประจำกาย
    ประกาศให้ทุกคนทำการสู้อย่างเต็มสติกำลัง โดยความมุ่งหมายที่จะมิให้กองทหารญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารได้เป็นอันขาด
    ผู้ที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาแน่นอน ก็ให้เข้าสมทบกับหน่วยใดหน่วยหนึ่งซึ่งประจำอยู่ตามแนวต่างๆ ในหน่วย ร.17

    พอคำสั่งด้วยวาจาประกาศขาดคำลง ผู้รับคำสั่งทุกคนทุกหมู่ทุกเหล่า ได้รีบลงมือปฏิบัติตามโดยทันที โดยมิได้มีการสะทกสะท้านหวาดกลัว หรือแสดงอาการตื่นเต้นลังเลแม้แต่น้อย
    .
    ทหารทุกหน่วยในมณฑลที่6 ได้เข้าประจำการในลักษณะและหน้าที่ ดังนี้
    .
    1. หน่วย ป.พัน 15 ทำหน้าที่ดังนี้
    - เติมน้ำมันแก่รถยนต์ทุกคันและสำรองไว้อีกคันละ 2 ปีบ ที่เหลือให้กองพลาธิการนำไปซุกซ่อนตามภูมิประเทศหลังโรงที่อยู่ของหมวด สภ.

    - พลาธิการเตรียมสัมภาระพร้อม เสบียงอาหาร เพื่อขนย้ายได้ทันท่วงที

    -ส่งทหารเข้ายึดแนวรั้วไร่กสิกรรม ของ ป.พัน 15 ร้อย 2 ด้านใต้ เพื่อยิงต้านทานและเมื่อมีกำลังมาเสริมก็ได้ต่อแนวไปทางทิศตะวันตก สักครู่ปรากฏว่ามีกระสุนของฝ่ายญี่ปุ่นยิงมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโรงอาหาร ผบ.ร้อย 1 จึงนำปืนใหญ่ 2 กระบอกไปตั้งยิงสวนไป

    - กองร้อย 1 ใช้ปืน ปบค.105 จำนวน 4 กระบอก ปืน ป.63 จำนวน 2 กระบอก จากโรงเก็บ ออกมาตั้งยิงบริเวณหน้าและข้างโรงเก็บ ส่วนทหารในกองรักษาการณ์ภายในใช้ปืนเล็กทำการต่อสู้

    - กองร้อย 2 ลากปืนใหญ่ ป.105 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนำคืนมาจากร้านงานฉลองรัฐธรรมนูญ ณ สนามหน้าเมือง ในตอนเช้าตรู่ มาตั้งยิงใกล้คลังกระสุน
    แต่เนื่องจากกองร้อยนี้ต้องไปรักษาการณ์ภายนอก จึงมีทหารอยู่น้อยไม่พอที่จะทำหน้าที่พลประจำปืน ประกอบกับที่อยู่ของกองร้อยนี้อยู่ใกล้ไปทางท่าแพมาก เมื่อฝ่ายญี่ปุ่นเริ่มเคลื่อนที่และยิงมา ทำให้หมดความสามารถที่ทหารจะเข้าไปลากเอาปืนใหญ่มาตั้งยิงเสียแล้ว จึงต้องใช้ปืนเล็กยิงต่อสู้
    .
    2. หน่วย ร.พัน39 ทำหน้าที่ดังนี้
    - ร้อย 1 และหมวด ส. เป็นกองรบซึ่งยกไปต้านทานทหารญี่ปุ่นที่ตลาดท่าแพ โดยวางแนวรบเป็น 2 แนว แนวแรกคือ แนวบ้านพักนายทหาร ป.พัน 15 กับโรงที่อยู่ของทหาร ป.พัน15 ส่วนแนวที่ 2 คือ แนวตลาดท่าแพ

    - รอง ผบ.ร.พัน 39 นำกำลังบางส่วนคือ ทหารของ ร.17 ที่ฝากฝึกในหมวด สภ. นายสิบกองหนุนที่เข้ารับการอบรมกับ ปก.หนัก 1 หมวด ที่เหลือไปยึดภูมิประเทศทางทิศตะวันออกของที่ตั้ง ร.พัน 39 เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารจากทิศตะวันออกได้

    - เข้าเสริมแนวรบโดยต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง ปีกซ้ายบ้าง ยึดภูมิประเทศข้างหลัง แนวรบเพื่อทำหน้าที่เป็นกองหนุนบ้าง และเมื่อฝ่ายญี่ปุ่นได้กำลังส่วนหนึ่งเข้าโอบทางปีกขวา หน่วยนี้ก็ได้ส่งกำลังเข้าปะทะต้านทานไว้
    .

    3. หน่วย พ.มณฑล ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    ผู้รับมอบหมายนำทหารขึ้นรถยนต์มายังหน้าที่ตั้งกองรักษาการณ์ของ ป.พัน 15 แล้วขยายแถวเข้ายึดแนวไร่กสิกรรมของ ป.พัน 15 ร้อย 2 โดยสมทบกับทหาร ป.พัน 15 และกองรักษาการณ์ภายนอกประจำ จว.ทบ.นศ. บ้าง และเข้าต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง
    ทหารหน่วยนี้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เข้าประจำแนวยิงแรก อีกส่วนหนึ่งคงมียึดภูมิประเทศในแนวที่ 2 ซึ่งห่างจากแนวแรกประมาณ 100 เมตร
    แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็ได้เวลาสงบศึกเสียก่อน
    .
    4. หน่วย ส.พัน ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    จัดทหารถือปืนเล็กยึดภูมิประเทศบริเวณโรงที่อยู่ของทหาร ใน พ.มณฑล และโรงที่อยู่ของทหารใน ส.พัน 6 เพื่อไว้เป็นกำลังหนุนในโอกาสต่อไป
    แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็พอดีการรบยุติลง
    .
    5. หน่วย สร.มณฑล ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    จัดเปลออกไปรับคนเจ็บ ขนเวชภัณฑ์และสัมภาระมีค่า ออกมาจากแนวยิง นอกจากนี้ยังมียุวชนทหารจากหน่วยฝึกยุวชนที่ 55 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ 30 คน มีปืนเล็กประจำกายมาสมทบ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. และได้รับคำสั่งให้ยึดภูมิประเทศในแนวเดียวกับหน่วย ส.พัน 6
    แต่ยังมิได้ทำการยิงก็พอดีการรบยุติลง

    เวลาประมาณ 11.00 น. เศษ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 ได้รับสำเนาโทรเลขคำสั่งให้ยุติการรบ
    การต่อสู้ระหว่างทหารไทยกับทหารญี่ปุ่นจึงสงบลง
    ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 สั่งให้นำกำลัง ยุวชนทหารกลับ และติดต่อให้ญี่ปุ่นส่งผู้แทนมาเจรจา เพื่อตกลงกันในรายละเอียด
    .
    ผลการเจรจายุติการรบ โดยสรุป มีดังนี้

    1. ญี่ปุ่นขอให้ถอนทหารไทยจากที่ตั้งปกติไปให้พ้นแนวคลองสะพานราเมศวร์ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 3 ชั่วโมง เพราะญี่ปุ่นต้องการใช้สนามบินโดยด่วน

    2. ฝ่ายไทยยินยอมให้หน่วยทหารญี่ปุ่น เข้าพักอาศัยในโรงทหารของไทยได้ทั้งหมด โดยฝ่ายไทยพร้อมทั้งครอบครัวนายทหารและนายสิบจะย้ายไปพักในบริเวณตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยอาศัยตาม โรงเรียน วัด และบ้านพักข้าราชการเป็นต้น

    3. ฝ่ายไทยขอขนอาวุธและสัมภาระติดตัวไปด้วย ยกเว้นอาวุธหนัก กระสุน และวัตถุระเบิด และน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วน ตลอดจนเครื่องบิน แต่ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ยินยอม

    4. ฝ่ายญี่ปุ่นแสดงความเสียใจที่ได้มีการสู้รบกัน มีความรู้สึกเห็นใจ และยกย่องชมเชยวีรกรรมของทหารไทย
    .
    .


    การสู้รบในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 นั้น
    ฝ่ายไทยสูญเสียชีวิต 38 คน เป็นนายทหารสัญญาบัตร 3 คน นายทหาร 3 คน พลทหาร 32 คน
    ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ทราบจำนวน
    ภายหลังเสร็จสิ้นสงครามมหาเชียบูรพา ประชาชนและข้าราชการได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ วีรไทย(พ่อจ่าดำ) เป็นรูปทหารถือดาบปลายปืนในท่าออกศึก ซึ่งออกแบบปั้นโดยนายสนั่น ศิลากรณ์ ข้าราชการกรมศิลปากรในสมัยนั้น และได้ประดิษฐานในค่าย วชิราวุธเมื่อ พ.ศ.2492
    .
    .
    ผมตัดตอนข้อความเหล่านี้มาจาก หนังสือ "ประวัติศาตร์ในสายหมอก"
    ซึ่งเรียบเรียงไว้โดย "นายสุนทร ธานีรัตน์"

    http://kannikar.bravehost.com/na-nagara/publication/nakorn.html
    .

    .

    .

    ผมมีนิวาสถานบ้านเกิดที่ตำบลปากพูน

    เกิดที่ริมคลองปากพูน

    จึงสนใจเหตุการณ์ครั้งนั้นพอสมควร

    วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484

    แม่..เรียกวันนี้ว่า "วันญี่ปุ่นขึ้น"

    แม่คงจะพูดย่อ ๆ สั้น ๆ มาจากคำว่า "วันญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก" นั่นเอง

    .

    สมัยที่ผมเป็นเด็ก

    เมื่อผมจะเดินทางเข้าตัวเมืองนครฯ

    จากตลาดท่าแพ ผมต้องใช้ถนนสายหลักผ่านค่ายวชิราวุธ

    ผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์พ่อจ่าดำทั้งเช้าทั้งเย็น

    ปัจจุบันมีถนนอ้อมค่ายทหารวชิราวุธ

    หลาย ๆ ท่านที่ผ่านไปบริเวณนั้น  อาจจะไม่ได้เห็น"พ่อจ่าดำ"

    .

    .

    วันนี้ผมนั่งนึกถึงนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟัง

    สมัยเป็นเด็ก  เราตื่นเต้นกันมาก

    .

    แม่เล่าว่า

    "จ่าดำ" เป็นทหารที่มีชีวิตจริง ๆ

    การสู้รบแบบประจันหน้ากับทหารญี่ปุ่นในเช้าวันนั้น

    "จ่าดำ" ได้มอบกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องรักษาประเทศ

    .

    ในขณะที่มีการรบพุ่ง

    "จ่าดำ" อมพระองค์หนึ่งไว้ในปาก ทำให้เกิดกำลังมากมายในการต่อสู้

    "จ่าดำ" ฆ่าทหารญี่ปุ่นได้เป็นจำนวนมาก

    แต่ทหารญี่ปุ่น  ก็ไม่กลัวตายดาหน้าเข้ามาเหมือนน้ำบ่า

    "จ่าดำ" สู้แบบเลือดเข้าตา

    ตอนหนึ่ง "จ่าดำ" ได้ตะโกนด่าทหารญี่ปุ่นด้วยความโกรธแค้น

    ทำให้พระหล่นออกไปจากปาก

    "จ่าดำ" จึงถูกกระสุนสุนปืนของทหารญี่ปุ่นตาย

    แต่ด้วยความเป็นชายชาติทหาร

    "จ่าดำ" ไม่ยอมล้ม ใช้ดาบปลายปืนค้ำยันตัวเองไว้

    และยืนตายเหมือนกับที่เห็นในรูปปั้น

    .

    เรื่องนี้เท็จจริงอย่างไรอยู่ที่ผู้เล่าขานเป็นตำนานสืบมา

    from  :   http://www.oknation.net/blog/print.php?id=560585



    อ่านทั้งหมด: 4266, ความเห็นทั้งหมด: 3
    1
    โดย - ket - วันที่ 13 สิงหาคม 2553 เวลา 23:01

    พ่อจ่าดำที่นครศรีธรรมราช กับจ่าดำค่ายสุรนารีใช้ผู้กล้าคนเดี่ยวกันป่าว
    โดย - เกด - วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา 11:58

    ผมมีหนังสือ"เมื่อญี่ปุ่นบุกเมืองนคร" เขียนโดย พ.อ.สอาด
    เขมสุนทร ได้อ่านแล้วทำให้รำลึกย้อนหลังเข้าไปในเหตุการณ์ก่อนเกิดได้ดี 
    ผมมีบ้านเรือนอยู่ริมถนนสายนคร - ปากพนัง ถนนสายนี้บริษัทญี่ปุ่นมารับเหมาก่อสร้างอยู่ก่อนหน้านั้น นายช่าง 2-3 ึรเป็นสายลับ นอกจากนั้นหมอฟันชาวญี่ปุ่นชื่อลาบูก็ได้ไปเปิดร้านทำฟันและร้านถ่ายรูป มีหลายคนพบเห็นในเหตุการณ์ว่าเขาปแต่งเครื่องแบบทหารยศร้อยเอก
    โดย - ลุงสวัสดื 399070 - วันที่ 4 ตุลาคม 2555 เวลา 12:05

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    ชมรมนักวิทยุฯสุรินทร์ช่วยสังคม(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    คู่เลิฟตะลอนทัวร์ 25 มกราคม 2558 เที่ยวทุ่งบัวแดง อุดรธานี
    เปิดอาณาจักร คลื่นลูกใหม่เจ้าพ่อพนันตู้ไฟฟ้า(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    เวทีข่าวสุดสัปดาห์อาทิตย์ 25 มกราคมม 2558(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    รองประธานสนช.ท้ายิ่งลักษณ์ฟ้องได้(รายการดีที่จะแนะนำให้ท่านอ่าน)
    เฉลยมายากลระดับโลก ตอนที่ 5(คลิปดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    กินเจ ช่วยชาติ ช่วยสังคม(รายการดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    คุยข่าวเช้าวันหยุด Sat เสาร์ 24 มกราคม 2558 Full Test HD
    เดินหน้าผ่าตำรวจ24ม.ค.58(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้ท่านอ่าน)
    เวทีข่าวสุดสัปดาห์เสาร์ 24 ม.ค.58(รายการดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    สถานะ 8คดี "ยิ่งลักษณ์" ในมือ ป.ป.ช. หลังคดีข้าว! (รายการดีที่จะแน
    เฉลยมายากลระดับโลก ตอนที่ 4(คลิปดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ทีมบอลวีไอพี อ พนมทวน รวมตัวช่วยสังคม(คลิปดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    รายการ ขยายข่าว : ถอดถอน..."ยิ่งลักษณ์"
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่23/1/58(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้ท่านอ่าน)
    จับประเด็นข่าวร้อนศุกร์ 23 ม.ค. 2558(รายการดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “ปู” ทำชาติเจ๊งจำนำข้าว(รายการดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    เฉลยมายากลระดับโลก ตอนที่ 3(คลิปดีที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    คอนเสิร์ต “เพลงคู่หวาน”(ดีโพลมา 23158 /ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน/ถ่ายทอด)
    SQL Selectความต่างของ Union กับ Union All
    การเขียน sub select
    เที่ยวยุโรป หลากหลายโปรแกรม ราคาให้เลือกสรร ^^
    กู้ภัยช่วยสังคมและสังคมช่วยกู้ภัยอย่างไร(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    ข่าวค่ำ สำนักข่าวไทย 22 มกราคม 2558 3/3 [HD]
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่22ม.ค.2558(คอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    5 เช้าข่าวใหญ่ 22 มกราคม 2558 ตอน 2(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    นิด้าโพลล์เผยประชาชนมั่น "ยิ่งลักษณ์" ถูกถอดถอนแน่นอน(รายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เฉลยมายากลระดับโลก ตอนที่ 2(คลิปที่จะแนะนำให้ท่านชม)
    จับผู้ต้องหาและพาทัวร์ให้ระวัง(นี่คือคอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้ท่านอ่าน)
    ไม่ต้องกังวลกับอาการเสื่อมสมรรถภาพแค่มีตัวช่วยจาก mylovewell
    ร่วมทำข่าว เบื้องหลัง ละคร ครอบครัวตึ๋งหนืด ตืดขั้นเทพ
    ฟ้าสวย ทะเลใส มัลดีฟเมืองไทย
    หนุ่มใหญ่สงขลา สวมชุดซุปเปอร์แมนช่วยสังคม(นี่คือรายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    Thai News 21 มกราคม 2558 2/2 [HD]
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่21ม.ค.2558(นี่คือคอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้อ่าน)
    ข่าวค่ำ สำนักข่าวไทย 21 มกราคม 2558(นี่ึืคือรายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    สนช.แถลงปิดคดีถอดถอน"นิคม-สมศักดิ์"(นี่คือรายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    เฉลยมายากลระดับโลก ตอนที่ 1(นี่คือคลิปดีที่จะแนะนำให้ชม)
    case when then end
    Caterman :บริการจัดเลี้ยง พิธีการหมั้น และ พิธีรดน้ำสังข์ ณ บ้านทับชัยศรี นครปฐม
    ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC(นี่คือรายการดีที่จะแนะนำให้ท่านได้ชม)
    หนูน้อย 2 ขวบ ลิปซิงค์ เทเลอร์ สวิฟ ฟิลลิ่งมาเต็ม HD
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่20ม.ค.2558(นี่คือคอลัมน์ดีที่จะแนะนำให้ท่านได้อ่าน)
    คุยโขมงบ่าย 3 Tue อังคาร 20 มกราคม 2558(นี่คือรายการดีที่จะแนะนำให้ท่านได้ชม)
    ป.ป.ช.เชือด “บุญทรง” และชาวคณะ จีทูจีเก๊จำนำข้าว(นี่คือรายการดีที่จะแนะนำให้ชม)
    หนังเรื่องเร็ว แรงทะลุนรก 5/ นี่คือคลิปที่จะแนะนำให้ชม
    ผลบอลเมื่อคืน อาร์เซนอล 2-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
    ผลบอลเมื่อคืน แอตเลติโก มาดริด 2-0 กรานาดา 01-19-2015
    ผลบอลเมื่อคืน บาร์เซโลนา 4-0 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา
    อยากตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคม/แนะนำรายการที่น่าสนใจ

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 78.0002ms