เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 7047 คน
Wisdom
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • *** สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ** ๑ ราชอาณาจักรไทย..สืบพลังความดี จากบรรพชน (6)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติศาสตร์ปัตตานี ดารุสสลาม (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระยาพิชัยดาบหัก........สายสกุล..วิชัยขัทคะ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระเจ้าเมืองสงขลา หรือ สุลต่าน สุไลมาน (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติราชวงศ์จักรี (9)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุมทรัพย์... จาก สตีฟ จอบส์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สุนัข / ร็อตไวเลอร์ !!! อีกกี่คน ถึงจะมีวันจบ+ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เด็กอ่อน....เสียชีวิต เพราะคนเลี้ยงขาดสติ *+ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คนเสร็จผี โทรศัพท์...ที่ ตู้ ATM (4)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไฟ...เมื่อคน..เผาบ้านตัวเอง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาพระธาตุ ประจำปีเกิด (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บ้านโดนยกเซฟ....ใครประมาท (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เศรษฐศาสตร์ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • มุสลิม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การศึกษา.. มหาลัยโลกกว้าง (10)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กฏหมาย ..สามัญประจำบ้าน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขุนพันธรักษ์ราชเดช (24)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ยุโรป.... ท่องเที่ยว (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บูชาแผ่นดินแม่ แทนคุณบ้านเกิด (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <เมษายน 2557>
     
    1431123456
    1578910111213
    1614151617181920
    1721222324252627
    182829301234
    19567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 80170
    • เฉพาะวันนี้ 39
    • ความคิดเห็น 377
    • จำนวนเรื่อง 64
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    จ่าดำ วีรชน ผู้พลีชีพเพื่อปกป้องมาตุภูมิ
    13 สิงหาคม 2553 - 22:58:00

     

    วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2553

     

    .....อนุสาวรีย์วีรไทย(พ่อจ่าดำ) และสงครามมหาเอเชียบูรพา...บอกอะไรกับคนไทย ?.....


    .

    เรื่องราวของอนุสาวรีย์วีรไทย(พ่อจ่าดำ)  และสงครามมหาเอเชียบูรพา
    .

    .
    .
    .

    ปี พ.ศ.2482 เกิดวิกฤตการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในทวีปยุโรป โดยมีเยอรมนี และอิตาลี ซึ่งเรียกว่าฝ่ายอักษะฝ่ายหนึ่ง กับสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วยสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสอีกฝ่ายหนึ่ง
    .
    สงครามได้ขยายตัวกว้างขวาง ครั้นถึง ปี พ.ศ.2484  ญี่ปุ่นเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ สงครามลุกลามเข้าสู่ทวีปเอเชีย โดยญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกพร้อมกันในประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มลายู และประเทศไทย เมื่อเช้าตรู่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นโจมตีฐานทัพเรือเพิร์ลฮาเบอร์ของสหรัฐอเมริกา

    ในประเทศไทย ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกพร้อมกันที่สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี นครศรีธรรมราช และปราจีนบุรี โดยที่ฝ่ายไทยไม่เคยคาดคิด


    จังหวัดนครศรีธรรมราช
    เป็นที่ตั้งกองกำลังสำคัญของภาคใต้ คือมณฑลทหารบกที่ 6 ในเวลานั้นมีพลตรีหลวงเสนาณรงค์เป็นผู้บัญชาการมณฑล
    เช้าวันเกิดเหตุ ได้รับแจ้งข่าวจากนายไปรษณีย์นครศรีธรรมราชว่า ญี่ปุ่นได้ส่งเรือรบประมาณ 15 ลำ มาลอยลำในอ่าวสงขลา และยกพลขึ้นบกทีเมืองสงขลา

    พลตรีหลวงเสนาณรงค์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 จึงสั่งการรับศึกและสั่งให้เตรียมกำลังเคลื่อนย้ายไปสนับสนุนกองทัพสงขลาโดยด่วน
    .
    ขณะเตรียมการอยู่นั้น ได้รับแจ้งจากพลทหารว่า ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บ้านท่าแพ ตำบลปากพูน
    ผู้บัญชาการมณฑลจึงสั่งการให้ทุกคนทำการต่อสู่เต็มกำลัง โดยความมุ่งหมายที่จะมิให้กองทหารญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารได้เป็นอันขาด
    การสู้รบระหว่างทหารไทย ยุวชนทหาร กับทหารญี่ปุ่นเป็นไปในลักษณะประจัญหน้า
    พื้นที่บริเวณสู้รบอยู่ในแนวเขตทหารด้านเหนือ กับบริเวณตลาดท่าแพ มีถนนราชดำเนินผ่านพื้นที่ในแนว เหนือ-ใต้
    การรบทำได้ไม่สะดวกนัก เพราะ ตลอดเวลาตั้งแต่ 07.00-10.00 น. มีฝนตกลงมาอย่างหนัก
    .

    การเตรียมรับมือข้าศึก

    ภายหลังที่ได้รับโทรเลขฉบับนั้น
    ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 จึงสั่งการให้เป่าแตรเดี่ยว ณ กองรักษาการณ์ประจำกองบัญชาการ เป็นสัญญาณเหตุสำคัญ และเรียกหัวหน้าหน่วยที่ขึ้นตรงมาประชุมที่กองบัญชาการมณฑลเพื่อเตรียมรับมือข้าศึก ซึ่ง ผบ.มณฑล คาดว่าคงจะบุกขึ้นนครศรีธรรมราชด้วย ในขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก
    .
    ขณะที่ ผบ.มลฑล ได้สั่งการและมอบหมายหน้าที่รับข้าศึกอย่างรีบเร่งอยู่นั้น ก็ได้รับแจ้งข่าวจาก "พลฯ จ้อน ใจชื่อ และ พลฯ เติม ลูกเสือ สังกัดหน่วย ป.พัน 15 " ซึ่งเป็นเวรตรวจเหตุการณ์ที่บ้านท่าแพ (ใกล้ค่ายวชิราวุธ) ว่า
    .
    .
    ได้พบกองทหารญี่ปุ่นกำลังยกขึ้นจากเรือรบไม่ทราบจำนวนพลทหาร และลำเลียงกำลังด้วยเรือท้องแบนมาตามคลองปากพูน จะขึ้นที่ท่าแพ
    ในขณะที่พลทหารทั้งสองพยายามจะกลับมารายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก็ถูกทหารญี่ปุ่นควบคุมตัว แต่ พลฯ จ้อน ใจซื่อ พยายามหลบหนี มารายงานผู้บังคับบัญชาได้ในเวลา 07.00 น.
    และในเวลาเดียวกัน ส.ท.ประศาสน์ ลิทธิ์วิลัย ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งขาวนี้แก่ผู้บังคับการมณฑลด้วย
    .
    ผบ.มณฑล สั่งการให้เปิดคลังแสงและจ่ายอาวุธปืนเล็ก ปืนกล และปืนประสุนให้แก่ทุกคนที่ยังไม่มีอาวุธประจำกาย
    ประกาศให้ทุกคนทำการสู้อย่างเต็มสติกำลัง โดยความมุ่งหมายที่จะมิให้กองทหารญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารได้เป็นอันขาด
    ผู้ที่ไม่มีผู้บังคับบัญชาแน่นอน ก็ให้เข้าสมทบกับหน่วยใดหน่วยหนึ่งซึ่งประจำอยู่ตามแนวต่างๆ ในหน่วย ร.17

    พอคำสั่งด้วยวาจาประกาศขาดคำลง ผู้รับคำสั่งทุกคนทุกหมู่ทุกเหล่า ได้รีบลงมือปฏิบัติตามโดยทันที โดยมิได้มีการสะทกสะท้านหวาดกลัว หรือแสดงอาการตื่นเต้นลังเลแม้แต่น้อย
    .
    ทหารทุกหน่วยในมณฑลที่6 ได้เข้าประจำการในลักษณะและหน้าที่ ดังนี้
    .
    1. หน่วย ป.พัน 15 ทำหน้าที่ดังนี้
    - เติมน้ำมันแก่รถยนต์ทุกคันและสำรองไว้อีกคันละ 2 ปีบ ที่เหลือให้กองพลาธิการนำไปซุกซ่อนตามภูมิประเทศหลังโรงที่อยู่ของหมวด สภ.

    - พลาธิการเตรียมสัมภาระพร้อม เสบียงอาหาร เพื่อขนย้ายได้ทันท่วงที

    -ส่งทหารเข้ายึดแนวรั้วไร่กสิกรรม ของ ป.พัน 15 ร้อย 2 ด้านใต้ เพื่อยิงต้านทานและเมื่อมีกำลังมาเสริมก็ได้ต่อแนวไปทางทิศตะวันตก สักครู่ปรากฏว่ามีกระสุนของฝ่ายญี่ปุ่นยิงมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของโรงอาหาร ผบ.ร้อย 1 จึงนำปืนใหญ่ 2 กระบอกไปตั้งยิงสวนไป

    - กองร้อย 1 ใช้ปืน ปบค.105 จำนวน 4 กระบอก ปืน ป.63 จำนวน 2 กระบอก จากโรงเก็บ ออกมาตั้งยิงบริเวณหน้าและข้างโรงเก็บ ส่วนทหารในกองรักษาการณ์ภายในใช้ปืนเล็กทำการต่อสู้

    - กองร้อย 2 ลากปืนใหญ่ ป.105 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งนำคืนมาจากร้านงานฉลองรัฐธรรมนูญ ณ สนามหน้าเมือง ในตอนเช้าตรู่ มาตั้งยิงใกล้คลังกระสุน
    แต่เนื่องจากกองร้อยนี้ต้องไปรักษาการณ์ภายนอก จึงมีทหารอยู่น้อยไม่พอที่จะทำหน้าที่พลประจำปืน ประกอบกับที่อยู่ของกองร้อยนี้อยู่ใกล้ไปทางท่าแพมาก เมื่อฝ่ายญี่ปุ่นเริ่มเคลื่อนที่และยิงมา ทำให้หมดความสามารถที่ทหารจะเข้าไปลากเอาปืนใหญ่มาตั้งยิงเสียแล้ว จึงต้องใช้ปืนเล็กยิงต่อสู้
    .
    2. หน่วย ร.พัน39 ทำหน้าที่ดังนี้
    - ร้อย 1 และหมวด ส. เป็นกองรบซึ่งยกไปต้านทานทหารญี่ปุ่นที่ตลาดท่าแพ โดยวางแนวรบเป็น 2 แนว แนวแรกคือ แนวบ้านพักนายทหาร ป.พัน 15 กับโรงที่อยู่ของทหาร ป.พัน15 ส่วนแนวที่ 2 คือ แนวตลาดท่าแพ

    - รอง ผบ.ร.พัน 39 นำกำลังบางส่วนคือ ทหารของ ร.17 ที่ฝากฝึกในหมวด สภ. นายสิบกองหนุนที่เข้ารับการอบรมกับ ปก.หนัก 1 หมวด ที่เหลือไปยึดภูมิประเทศทางทิศตะวันออกของที่ตั้ง ร.พัน 39 เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายญี่ปุ่นเข้ายึดโรงทหารจากทิศตะวันออกได้

    - เข้าเสริมแนวรบโดยต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง ปีกซ้ายบ้าง ยึดภูมิประเทศข้างหลัง แนวรบเพื่อทำหน้าที่เป็นกองหนุนบ้าง และเมื่อฝ่ายญี่ปุ่นได้กำลังส่วนหนึ่งเข้าโอบทางปีกขวา หน่วยนี้ก็ได้ส่งกำลังเข้าปะทะต้านทานไว้
    .

    3. หน่วย พ.มณฑล ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    ผู้รับมอบหมายนำทหารขึ้นรถยนต์มายังหน้าที่ตั้งกองรักษาการณ์ของ ป.พัน 15 แล้วขยายแถวเข้ายึดแนวไร่กสิกรรมของ ป.พัน 15 ร้อย 2 โดยสมทบกับทหาร ป.พัน 15 และกองรักษาการณ์ภายนอกประจำ จว.ทบ.นศ. บ้าง และเข้าต่อแนวไปทางปีกขวาบ้าง
    ทหารหน่วยนี้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก เข้าประจำแนวยิงแรก อีกส่วนหนึ่งคงมียึดภูมิประเทศในแนวที่ 2 ซึ่งห่างจากแนวแรกประมาณ 100 เมตร
    แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็ได้เวลาสงบศึกเสียก่อน
    .
    4. หน่วย ส.พัน ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    จัดทหารถือปืนเล็กยึดภูมิประเทศบริเวณโรงที่อยู่ของทหาร ใน พ.มณฑล และโรงที่อยู่ของทหารใน ส.พัน 6 เพื่อไว้เป็นกำลังหนุนในโอกาสต่อไป
    แต่ยังมิได้ทำการยิง ก็พอดีการรบยุติลง
    .
    5. หน่วย สร.มณฑล ๖ ทำหน้าที่ดังนี้
    จัดเปลออกไปรับคนเจ็บ ขนเวชภัณฑ์และสัมภาระมีค่า ออกมาจากแนวยิง นอกจากนี้ยังมียุวชนทหารจากหน่วยฝึกยุวชนที่ 55 จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนประมาณ 30 คน มีปืนเล็กประจำกายมาสมทบ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. และได้รับคำสั่งให้ยึดภูมิประเทศในแนวเดียวกับหน่วย ส.พัน 6
    แต่ยังมิได้ทำการยิงก็พอดีการรบยุติลง

    เวลาประมาณ 11.00 น. เศษ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 ได้รับสำเนาโทรเลขคำสั่งให้ยุติการรบ
    การต่อสู้ระหว่างทหารไทยกับทหารญี่ปุ่นจึงสงบลง
    ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 สั่งให้นำกำลัง ยุวชนทหารกลับ และติดต่อให้ญี่ปุ่นส่งผู้แทนมาเจรจา เพื่อตกลงกันในรายละเอียด
    .
    ผลการเจรจายุติการรบ โดยสรุป มีดังนี้

    1. ญี่ปุ่นขอให้ถอนทหารไทยจากที่ตั้งปกติไปให้พ้นแนวคลองสะพานราเมศวร์ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 3 ชั่วโมง เพราะญี่ปุ่นต้องการใช้สนามบินโดยด่วน

    2. ฝ่ายไทยยินยอมให้หน่วยทหารญี่ปุ่น เข้าพักอาศัยในโรงทหารของไทยได้ทั้งหมด โดยฝ่ายไทยพร้อมทั้งครอบครัวนายทหารและนายสิบจะย้ายไปพักในบริเวณตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยอาศัยตาม โรงเรียน วัด และบ้านพักข้าราชการเป็นต้น

    3. ฝ่ายไทยขอขนอาวุธและสัมภาระติดตัวไปด้วย ยกเว้นอาวุธหนัก กระสุน และวัตถุระเบิด และน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วน ตลอดจนเครื่องบิน แต่ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ยินยอม

    4. ฝ่ายญี่ปุ่นแสดงความเสียใจที่ได้มีการสู้รบกัน มีความรู้สึกเห็นใจ และยกย่องชมเชยวีรกรรมของทหารไทย
    .
    .


    การสู้รบในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 นั้น
    ฝ่ายไทยสูญเสียชีวิต 38 คน เป็นนายทหารสัญญาบัตร 3 คน นายทหาร 3 คน พลทหาร 32 คน
    ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ทราบจำนวน
    ภายหลังเสร็จสิ้นสงครามมหาเชียบูรพา ประชาชนและข้าราชการได้ร่วมใจกันสร้างอนุสาวรีย์ วีรไทย(พ่อจ่าดำ) เป็นรูปทหารถือดาบปลายปืนในท่าออกศึก ซึ่งออกแบบปั้นโดยนายสนั่น ศิลากรณ์ ข้าราชการกรมศิลปากรในสมัยนั้น และได้ประดิษฐานในค่าย วชิราวุธเมื่อ พ.ศ.2492
    .
    .
    ผมตัดตอนข้อความเหล่านี้มาจาก หนังสือ "ประวัติศาตร์ในสายหมอก"
    ซึ่งเรียบเรียงไว้โดย "นายสุนทร ธานีรัตน์"

    http://kannikar.bravehost.com/na-nagara/publication/nakorn.html
    .

    .

    .

    ผมมีนิวาสถานบ้านเกิดที่ตำบลปากพูน

    เกิดที่ริมคลองปากพูน

    จึงสนใจเหตุการณ์ครั้งนั้นพอสมควร

    วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484

    แม่..เรียกวันนี้ว่า "วันญี่ปุ่นขึ้น"

    แม่คงจะพูดย่อ ๆ สั้น ๆ มาจากคำว่า "วันญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก" นั่นเอง

    .

    สมัยที่ผมเป็นเด็ก

    เมื่อผมจะเดินทางเข้าตัวเมืองนครฯ

    จากตลาดท่าแพ ผมต้องใช้ถนนสายหลักผ่านค่ายวชิราวุธ

    ผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์พ่อจ่าดำทั้งเช้าทั้งเย็น

    ปัจจุบันมีถนนอ้อมค่ายทหารวชิราวุธ

    หลาย ๆ ท่านที่ผ่านไปบริเวณนั้น  อาจจะไม่ได้เห็น"พ่อจ่าดำ"

    .

    .

    วันนี้ผมนั่งนึกถึงนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟัง

    สมัยเป็นเด็ก  เราตื่นเต้นกันมาก

    .

    แม่เล่าว่า

    "จ่าดำ" เป็นทหารที่มีชีวิตจริง ๆ

    การสู้รบแบบประจันหน้ากับทหารญี่ปุ่นในเช้าวันนั้น

    "จ่าดำ" ได้มอบกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องรักษาประเทศ

    .

    ในขณะที่มีการรบพุ่ง

    "จ่าดำ" อมพระองค์หนึ่งไว้ในปาก ทำให้เกิดกำลังมากมายในการต่อสู้

    "จ่าดำ" ฆ่าทหารญี่ปุ่นได้เป็นจำนวนมาก

    แต่ทหารญี่ปุ่น  ก็ไม่กลัวตายดาหน้าเข้ามาเหมือนน้ำบ่า

    "จ่าดำ" สู้แบบเลือดเข้าตา

    ตอนหนึ่ง "จ่าดำ" ได้ตะโกนด่าทหารญี่ปุ่นด้วยความโกรธแค้น

    ทำให้พระหล่นออกไปจากปาก

    "จ่าดำ" จึงถูกกระสุนสุนปืนของทหารญี่ปุ่นตาย

    แต่ด้วยความเป็นชายชาติทหาร

    "จ่าดำ" ไม่ยอมล้ม ใช้ดาบปลายปืนค้ำยันตัวเองไว้

    และยืนตายเหมือนกับที่เห็นในรูปปั้น

    .

    เรื่องนี้เท็จจริงอย่างไรอยู่ที่ผู้เล่าขานเป็นตำนานสืบมา

    from  :   http://www.oknation.net/blog/print.php?id=560585



    อ่านทั้งหมด: 3619, ความเห็นทั้งหมด: 3
    1
    โดย - ket - วันที่ 13 สิงหาคม 2553 เวลา 23:01

    พ่อจ่าดำที่นครศรีธรรมราช กับจ่าดำค่ายสุรนารีใช้ผู้กล้าคนเดี่ยวกันป่าว
    โดย - เกด - วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา 11:58

    ผมมีหนังสือ"เมื่อญี่ปุ่นบุกเมืองนคร" เขียนโดย พ.อ.สอาด
    เขมสุนทร ได้อ่านแล้วทำให้รำลึกย้อนหลังเข้าไปในเหตุการณ์ก่อนเกิดได้ดี 
    ผมมีบ้านเรือนอยู่ริมถนนสายนคร - ปากพนัง ถนนสายนี้บริษัทญี่ปุ่นมารับเหมาก่อสร้างอยู่ก่อนหน้านั้น นายช่าง 2-3 ึรเป็นสายลับ นอกจากนั้นหมอฟันชาวญี่ปุ่นชื่อลาบูก็ได้ไปเปิดร้านทำฟันและร้านถ่ายรูป มีหลายคนพบเห็นในเหตุการณ์ว่าเขาปแต่งเครื่องแบบทหารยศร้อยเอก
    โดย - ลุงสวัสดื 399070 - วันที่ 4 ตุลาคม 2555 เวลา 12:05

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    งานพาร์ทไทม์ รับงานกลับมาทำที่บ้าน ใช้ word ทำงาน ที่นี่เลย
    5 อันดับเครื่องมือตัดต่อวิดีโอ
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 18 04 57(ดีโพลมา1971)
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 18 04 57
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๓(ดีโพลมา1970)
    ปชป.เตรียมทีมกฏหมายฟ้อง ศอ.รส.(ดีโพลมา1969)
    ศาล รธน.พิจารณาคำขอนายกฯ(ดีโพลมา1968)
    งานนอกเวลา ทำหลังเลิกงาน จ่ายรายวัน สนใจงานคลิกที่นี่ด่วน
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 17 04 57(ดีโพลมา1967)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๒(ดีโพลมา1966)
    เวทีสวนลุมพินี 16 04 57(ดีโพลมา1965)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๐(ดีโพลมา1964)
    เปิ้ล ไอริณ" ไม่ยอม "แมน-ใบเตย"(ดีโพลมา1963)
    งานรายได้เสริม ทำเป็นงานอดิเรก ยามว่าง สนใจคลิก
    รีวิวพิเศษ ทงคัตสึ ไมเซน Tonkatsu MAiSEN พาไป Root Trip ถึงไมเซน ประเทศญี่ปุ่น
    ดีโพลมา1960)ไปเที่ยวpattaya dolphin worldและซีมูนรีสอร์ท
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 15 04 57(ดีโพลมา1962)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๙ (ดีโพลมา1961)
    https://www.youtube.com/watch?v=oifxuZZ9F7A
    รับนักเรียนนักศึกษาหางานพิเศษช่วงปิดเทอม รับจำนวนมาก คลิกเลยที่นี่ค่ะ
    ร้อยข่าวสุดสัปดาห์ 13 04 57(ดีโพลมา1959)
    รับคนคีย์ข้อมูลผ่านเน็ต จำนวนมาก สามารถทำที่บ้านได้
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๘(ดีโพลมา1958)
    เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1957)
    พระมหาสมปอง บรรยายธรรม(ดีโพลมา1956)
    งานพิเศษหลังเลิกเรียน-เลิกงาน ทำช่วงเย็น สนใจคลิกเลย
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1955)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๗(ดีโพลมา1954)
    ประยุทธ์" ยันไม่ปล่อยให้เกิดความรุนแรง (ดีโพลมา1953)
    งาน part time งานยอดนิยมของวัยรุ่น
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๖(ดีโพลมา1952)
    ติดตั้ง DHCP ubuntu server 10.04
    การติดตั้งODBC Driver3.51บนwin64bit
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 10 04 57 (ดีโพลมา1951)
    งานพิมพ์ข้อมูลผ่าน word สามารถทำเป็นงานนอกเวลาได้ค่ะ
    ตุ๊ก ญาณี เปิดใจโดนปลด! จากพิธีกร! (ดีโพลมา1950)
    ชวนนท์ บี้ รัฐบาล ให้เร่งรัดจับตัวนายโกตี๋(ดีโพลมา1949)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๕(ดีโพลมา1948)
    การติดตั้ง dhcp 3-server บน Ubuntu
    การติดตั้ง DHCP บน Ubuntu 12.04.4 TLS
    รับด่วน งานคีย์ข้อมูล งานนอกเวลา ทำหยุดเสาร์-อาทิตย์
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 09 04 57(ดีโพลมา1947)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๔(ดีโพลมา1946)
    'งานแถลงข่าว"เริงลีลาศเพลงลาติน(ดีโพลมา1945)
    ยังรับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ ปี 93 หรือไม่?
    มหาสงกรานต์ ดินแดนเสน่ห์ ทะเลวัง
    ตรวจดูเลขพัสดุ สินค้า
    หางานเสริม คีย์ข้อมูล รับงานมาทำที่บ้าน คลิกที่นี่ด่วนค่ะ
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 08 04 57 (ดีโพลมา1944)
    สภาทนายฯ ออกแถลงการณ์(ดีโพลมา1943)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.4001ms