การสังเคราะห์ด้วยแสง จากความรู้เรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง ทำให้ทราบว่าพืชดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงโดยเฉลี่ย 0.18 ก.ก. / ต้น / ปี ซึ่งเป็นปริมาณไม่มาก ปัจจุบันปริมาณก๊าซคาร์บอนไดไซด์จากภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง ทำให้เกิดภาวะก๊าซเรือนกระจก ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือที่ทราบกันว่า ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศมีมาก ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การเกิดสึนามิที่ภาคใต้ของไทย การเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น
เราสามารถคำนวณการปลดปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการใช้พลังงานในกิจกรรมชีวิตประจำวันได้ และคำนวนหาปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ได้ จากโปรแกรมง่ายๆ โดย คลิกที่นี่
การออสโมซิสและการแพร่แตกต่างกันอย่างไร ?การแพร่ คือการแพร่จากอนุภาคของสารจากที่มีส่ารมากไปสู่ที่ๆมีสารน้อย หรือพูดง่ายๆก็คือ แพร่จากที่ๆมีน้ำมากไปสู่ที่ๆมีน้ำน้อยการออสโมซิส คือ การแพร่จากที่ๆมีสารน้อยไปสู่สารมาก หรือจากที่ๆมีน้ำมากไปสู่น้ำน้อยนั่นเอง สังเกตได้ว่าทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ยกตัวอย่างง่ายๆคือ (ออสโมซิส) ในใบไม้มีปากใบ ในปากใบจะมีน้ำอยู่ ซึ่งในปากใบแต่ล่ะอันถ้าดูดีๆจะสัมผัสกัน ดังนั้น การที่ปากใบมันหุบอ้าๆก็เพราะว่า เมื่อปากใบข้างๆหุบปากใบตรงกลางก็จะอ้าเนื่องจาก น้ำที่มีอยู่ในใบข้างๆออสโมซิสมาหาใบแรก แต่พอใบแรกหุบใบข้างๆกลับอ้าง เพราะว่าใบที่อ้ามากนั้น หมายความว่ามีน้ำมาก น้ำที่มีอยู่มากกว่าปากใบข้างๆ น้ำจึงออสโมซิสออกไปที่ปากใบข้างๆแทน หรือในกรณีใส่ปุ๋ย หากใส่ปุ๋ยในรากมากเกินไป น้ำที่มีสะสมอยู่ ก็จะออสโมซีสออมาเป็นต้น เพราะว่าสารมากก็จะออกมาสู่สารน้อย(การแพร่)ที่มา : http://www.vcharkarn.com ภาพจำลองการแพร่ ศึกษาเนื้อหาและดูแบบจำลองการแพร่เพิ่มเติม คลิกที่นี่
โปรแกรมแปลภาษาเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษหากอ่านไม่เข้าใจจะเป็นข้อจำกัดในการสืบเสาะหาความรู้ เรามีโปรแกรมแปลภาษาเตรียมไว้ให้ ดังนี้ >>