เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1771 คน
สุภาดา
คลังเก็บข้อมูลจากการสืบค้น
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิต (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ข้อคิดดีๆสำหรับความรัก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีการปลูกกล้วยไม้ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีดูแลเส้นผม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภาษาคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โครงสร้างข้อมูล/ทบทวนภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรแกรมคิดเกรด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โปรแกรมคิดเกรด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • โครงสร้างภาษาซี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การใช้ภาษา c (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ฟังซัน และการเขียนโปรแกรมแยกเป็นโมดูล (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • หลักการเขียนภาษา c (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กลวิธีดูแลเส้นผม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลสุขภาพวัยรุ่น (5)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลสุขภาพ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การเขียนคำนำ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลคอมพิวเตอร์เบื้องต้น (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
       
     
    ปฎิทิน
     
     

    Calendar
    Title and navigation
    Title and navigation
    <กุมภาพันธ์ 2016>
    กุมภาพันธ์ 2016
     
    525262728293031
    61234567
    7891011121314
    815161718192021
    922232425262728
    1029123456
     
       
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 59621
    • เฉพาะวันนี้ 25
    • ความคิดเห็น 5
    • จำนวนเรื่อง 33
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
       
    โครงสร้างภาษาซี
    23 ธันวาคม 2553 - 9:16:00

     ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกค้นคิดขึ้นโดย Denis Ritchie ในปี ค.ศ. 1970
    โดยใช้ระบบปฏิบัติการของยูนิกซ์ (UNIX) นับจากนั้นมาก็ได้รับความนิยมเพิ่มขั้นจนถึงปัจจุบัน ภาษา C สามารถติดต่อในระดับฮาร์ดแวร์ได้ดีกว่าภาษาระดับสูงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาเบสิกฟอร์แทน ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติของภาษาระดับสูงอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจัดได้ว่าภาษา C เป็นภาษาระดับกลาง (Middle –lever language)
    ภาษา C เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชนิดคอมไพล์ (compiled Language) ซึ่งมีคอมไพลเลอร์ (Compiler) ทำหน้าที่ในการคอมไพล์ (Compile) หรือแปลงคำสั่งทั้งหมดในโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่อง (Machine Language) เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์นำคำสั่งเหล่านั้นไปทำงานต่อไป

    โครงสร้างของภาษา C
    ทุกโปรแกรมของภาษา C มีโครงสร้างเป็นลักษณะดังรูป

     

          Int main (void)
    {

    เฮดเดอร์ไฟล์ (Header Files)
    เป็นส่วนที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานของภาษา C ซึ่งจะถูกดึงเข้ามารวมกับโปรแกรมในขณะที่กำลังทำการคอมไพล์ โดยใช้คำสั่ง
    #include<ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์> หรือ
    #include  “ชื่อเฮดเดอร์ไฟล์”
    ตัวอย่าง
    #include<stdio.h>

                    เฮดเดอร์ไฟล์นี้จะมีส่วนขยายเป็น .h เสมอ และเฮดเดอร์ไฟล์เป็นส่วนที่จำเป็นต้องมีอย่างน้อย 1 เฮดเดอร์ไฟล์ ก็คือ เฮดเดอร์ไฟล์ stdio.h ซึ่งจะเป็นที่เก็บไลบรารี่มาตรฐานที่จัดการเกี่ยวกับอินพุตและเอาท์พุต

    ส่วนตัวแปรแบบ Global (Global Variables)
    เป็นส่วนที่ใช้ประกาศตัวแปรหรือค่าต่าง ๆ ที่ให้ใช้ได้ทั้งโปรแกรม ซึ่งใช้ได้ทั้งโปรแกรม  ซึ่งในส่วนไม่จำเป็นต้องมีก็ได้
    ฟังก์ชัน (Functions)
    เป็นส่วนที่เก็บคำสั่งต่าง ๆ ไว้ ซึ่งในภาษา C จะบังคับให้มีฟังก์ชันอย่างน้อย 1 ฟังก์ชั่นนั่นคือ ฟังก์ชั่น Main() และในโปรแกรม 1 โปรแกรมสามารถมีฟังก์ชันได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น

    ส่วนตัวแปรแบบ Local (Local Variables)
    เป็นส่วนที่ใช้สำหรับประกาศตัวแปรที่จะใช้ในเฉพาะฟังก์ชันของตนเอง ฟังก์ชั่นอื่นไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้ได้ ซึ่งจะต้องทำการประกาศตัวแปรก่อนการใช้งานเสมอ  และจะต้องประกาศไว้ในส่วนนี้เท่านั้น
    ตัวแปรโปรแกรม (Statements)
    เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากส่วนตัวแปรภายใน ซึ่งประกอบไปด้วยคำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C และคำสั่งต่าง ๆ จะใช้เครื่องหมาย ; เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าจบคำสั่งหนึ่ง ๆ แล้ว ส่วนใหญ่ คำสั่งต่าง ๆ ของภาษา C เขียนด้วยตัวพิมพ์เล็ก เนื่องจากภาษา C จะแยกความแตกต่างชองตัวพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่หรือ Case Sensitive นั่นเอง ยกตัวอย่างใช้ Test, test หรือจะถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัวกัน นอกจากนี้ภาษา C ยังไม่สนใจกับการขึ้นบรรทัดใหม่ เพราะฉะนั้นผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งหลายคำสั่งในบรรทัดเดียวกันได้ โดยไม่เครื่องหมาย ; เป็นตัวจบคำสั่ง

     

    ค่าส่งกลับ (Return Value)
    เป็นส่วนที่บอกให้รู้ว่า ฟังก์ชันนี้จะส่งค่าอะไรกลับไปให้กับฟังก์ชั่นที่เรียกฟังก์ชั่น ซึ่งเรื่องนี้ผู้เขียนจะยกไปกล่าวในเรื่องฟังก์ชั่นอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง

    หมายเหตุ (Comment)
           เป็นส่วนที่ใช้สำหรับแสดงข้อความเพื่ออธิบายสิ่งที่ต้องการในโปรแกรม ซึ่งจะใช้เครื่องหมาย /*และ */ ปิดหัวและปิดท้ายของข้อความที่ต้องการ

      

    รูปที่ 2-2 แสดงการเขียนหมายเหตุหรือ Comment ในลักษณะต่าง ๆ

    โปรแกรมที่ 2 – 1 โปรแกรมแรกสำหรับคุณ
     

    การตั้งชื่อ
    การตั้งชื่อ (Identifier) ให้กับตัวแปร ฟังก์ชันหรืออื่น ๆ มีกฎเกณฑ์ในการตั้งชื่อ ดังนี้
    1.  ตัวแรกของชื่อจะต้องขึ้นต้องด้วยตัวอักษรหรือเครื่องหมาย _ เท่านั้น
    2.  ตัวอักษรตั้งแต่ตัวที่ 2 สามารถเป็นตัวเลข หรือเครื่องหมาย_ก็ได้
    3.  จะต้องไม่มีการเว้นวรรคภายในชื่อ แต่สามารถใช้เครื่อง_คั่นได้
    4.  สามารถตั้งชื่อได้ยาไม่จำกัด แต่จะใช้ตัวอักษรแค่ 31 ตัวแรกในการอ้างอิง
    5.  ชื่อที่ตั้งด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก จะถือว่าเป็นคนละตัวกัน
    6.  ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับคำสงวนของภาษา C

    ตัวอย่างการตั้งที่ถูกและผิด


    แบบที่ถูก

    แบบที่ผิด

    A

    $sum

    Student_name

    Student Name

    _SystemName

    2names

    A1

    int

    ชนิดข้อมูล
    ในการเขียนโปรแกรมภาษา C นั้น ผู้ใช้จะต้องกำหนดชนิดให้กับตัวแปรนั้นก่อนที่จะนำไปใช้งาน โดยผู้ใช้จะต้องรู้ว่าในภาษา C นั้นมีชนิดข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อจะเลือกใช้ได้อย่างถูก
    ต้องและเหมาะสม ในภาษา C จะมี 4 ชนิดข้อมูลมาตรฐาน ดังนี้

    ชนิดข้อมูลแบบไม่มีค่า หรือ Void Type (Void)
    ข้อมูลชนิดนี้ จะไม่มีค่าและจะไม่ใช้ในการกำหนดชนิดตัวแปร แต่ส่วนใหญ่จะใช้เกี่ยวกับฟังก์ชั่น ซึ่งจะขอยกไปอธิบายในเรื่องฟังก์ชั่น

     ชนิดข้อมูลมูลแบบจำนวนเต็ม หรือ Integer Type (int)
    เป็นชนิดข้อมูลที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม ไม่มีทศนิยม ซึ่งภาษา C จะแบ่งข้อมูลชนิดนี้ออกได้เป็น 3 ระดับ คือ short int,int และ long int ซึ่งแต่ละระดับนั้นจะมีขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ 2-1


    ชนิดข้อมูล

    คิดเครื่อง
    หมาย

    ขนาด(ไบต์)

    จำนวนบิต

    ค่าน้อยที่สุด

    ค่ามากที่สุด

    Short int

    คิด
    ไม่คิด

    2

    16

    -32,768
    0

    32,768
    65,535

    Int
    (16 บิต)

    คิด
    ไม่คิด

    2

    16

    -32,768
    0

    32,768
    65,535

    Int
    (32 บิต)

    คิด
    ไม่คิด

    4

    32

    -2,147,486,643
    0

    2,147,486,643
    4,294,967,295

    Long int

    คิด
    ไม่คิด

    4

    32

    -2,147,486,643
    0

    2,147,486,643
    4,294,967,295

    ชนิดข้อมูลแบบอักษร หรือ Character Type (char)
    ข้อมูลชนิดนี้ก็คือ ตัวอักษรตั้งแต่ A-Z เลข 0-9 และสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตามมาตรฐาน ACSII (American Standard Code Information Interchange) ซึ่งเมื่อกำหนดให้กับตัวแปรแล้วตัวแปรนั้นจะรับค่าได้เพียง 1 ตัวอักษรเท่านั้น และสามารถรับข้อมูลจำนวนเต็มตั้งแต่ถึง 127 จะใช้ขนาดหน่วยความจำ 1ไบต์หรือ 8 บิต

    ชนิดข้อมูลแบบทศนิยม หรือ Floating Point Type (flat)
    เป็นข้อมูลชนิดตัวเลขที่มีจุดทศนิยม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ float, double และ long double แต่ละระดับนั้นจะมีขอบเขตที่แตกต่างกันในการใช้งาน ดังแสดงในตารางที่ 2-2

     ตารางที่ 2-2 แสดงรายละเอียดของชนิดข้อมูลแบบทศนิยม

    ชนิดข้อมูล

    ขนาด(ไบต์)

    จำนวนบิต

    ค่าที่น้อยที่สุด

    float

    4

    32

          -38                38
    3.4-10    ถึง 3.4-10

    double

    8

    64

          -308                308
    1.7*10    ถึง 1.7*10

    long double

    10

    80

          -4932             4932
    3.4*10    ถึง 1.1*10

    ตัวแปร
    ตัวแปร คือ ชื่อที่ใช้อ้างถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในหน่วยความจำ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ ด้วยขนาดตามชนิดข้อมูล

    การประกาศตัวแปร
    การประกาศตัวแปรในภาษา C นั้นสามรถทำได้ 2 ลักษณะ คือ การประกาศตัวแปรแบบเอกภาพ หรือการประกาศตัวแปรแบบ Global คือ ตัวแปรที่จะสามารถเรียกใช้ได้ทั้งโปรแกรม และแบบที่สองการประกาศตัวแปรแบบภายใน หรือการประกาศตัวแปรแบบ Local ซึ่งตัวแปรแระเภทนี้จะใช้ได้ในเฉพาะฟังก์ชั่นของตัวเองเท่านั้น

    #include<stdio.h>
    int total; /*การประกาศตัวแปรแบบ Global */
    main()
    {
    int price,money; /*การประกาศตัวแปรแบบ Local*/

    }

      

    รูปที่ 2-3 แสดงการประกาศตัวแปรแบบต่าง ๆ

    การกำหนดค่าให้กับตัวแปร
    การกำหนดค่าให้กับตัวแปรนั้น จะสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ตอนที่ประกาศตัวแปรเลยหรือจะกำหนดให้ภายในโปรแกรมก็ได้ ซึ่งการกำหนดค่าจะใช้เครื่องหมาย = กั้นตรงกลาง
    int total = 0;
    ถ้ามีตัวแปรข้อมูลชนิดเดียวกัน ก็สามารถทำแบบนี้ได้
    int total =0,sum
    หรือ
    int total =0,sum=0;
    ถ้าเป็นการกำหนดภายในโปรแกรม ซึ่งตัวแปรนั้นได้ประกาศไว้แล้วสามารถทำแบบนี้
    total = 50;
    หรือ
    total = total+sum
    หรือกำหนดค่าจาการพิมพ์ข้อมูลเข้าทางคีย์บอร์ด
    scanf(“%d”,&total);

    โปรแกรมที่ 2-2 การประกาศและใช้ตัวแปร
    #include<stdio.h>
    /*การประกาศตัวแปร Global*/
    int sum = 0;
    int main(void)
    {
    /*การประกาศตัวแปรแบบ Local */
    int a;
    int b;
    int c;

    /*คำสั่ง */
    printf(“\nWelcome. This Program adds\n”);
    printf(“threenumbers.Enter three numbers\n”);
    printf(“in the form: nnn nnn nnn <retur>\n”);
    scanf(“%d %d %d”,&a,&b,&c);
    /* ทำการบวกค่าระหว่าง a,b และ c เข้าด้วยกันแล้วกำหนดค่าให้ sum*/
    sum=a+b+c;
    printf(“The total is: %d\n”,sum);
    printf(“Thant you. Have a good day.\n”);
    return 0;
    }
    ผลการทำงาน:
    Welcome. This Program adds
    Three numbers. Enter three number
    In the form: nnn nnn nnn <return>
    11 22 23
    The total is: 56
    Thank you. Have a good day.

     

    การกำหนดชนิดข้อมูลแบบชั่วคราว
    เมื่อผู้ใช้ได้กำหนดชนิดข้อมูลให้กับตัวแปรใด ๆ ไปแล้ว ตัวแปรตัวนั้นจะมีชนิดข้อมูลเป็นแบบที่กำหนดให้ตลอดไป บางครั้งการเขียนโปรแกรมอาจจะต้องมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดข้อมูลของตัวแปรตัวนั้น ซึ่งภาษาซี ก็มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้
    รูปแบบ
    ([ชนิดข้อมูล])[ตัวแปร]
    ตัวอย่าง
    (float)a
    (int)a
    โปรแกรมที่ 2-3 แสดงการใช้ตัวแปรแบบชั่วคราว
    #include<stdio.h>
    int main(void)
    {
    float a= 25.3658;
    printf(“Value of a : %\n”,a);
    printf(“Value of a when set is integer : %d\n”,(int)a);
    return 0;
    }
    ผลการทำงาน :
    Value of a : 25.365801
    Value of a when change is integer : 25

    ชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่ (Constants)
    ชนิดข้อมูลประเภทนี้ ชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่ ซึ่งก็คือข้อมูลตัวแปรประเภทที่เป็น Constants ผู้ใช้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าของตัวแปรตัวนั้น ในขณะที่โปรแกรมทำงานอยู่
    รูปแบบ
    Const[ชนิดข้อมูล][ตัวแปร]=[ค่าหรือ นิพจน์]
    ตัวอย่าง
    const folat a = 5.23;
    const int b = a%2;

    โปรแกรมที่ 2-4 การใช้ตัวแปรชนิดข้อแบบค่าคงที่
    #include<stdio.h>
    imt main(void)
    {
    const float pi = 3.14159;
    float radius;
    radius = 3;
    printf(“Value of pi  : %f\n”,pi);
    printf(“Value of area : %f\n”,pi*(radius*radius));
    return 0;
    }
    ผลการทำงาน:
    Value of pi : 3.141590
    Value of area : 28.274311

    constant นั้นสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
    Integer Constants เป็นค่าคงที่ชนิดข้อมูลแบบตัวเลขจำนวนเต็มไม่มีจุดทศนิยม
    const int a = 5;

    Floating-Point Constants เป็นค่าคงที่ชนิดข้อมูลแบบตัวเลขที่มีจุดทศนิยม
    const float b = 5.6394;

    Character Constants เป็นค่าคงที่ชนิดตัวอักษร ซึ่งจะต้องอยู่ภายในเครื่องหมาย ‘’เท่านั้น
    const char b = ‘t’;

    String Constants เป็นค่าคงที่เป็นข้อความ ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้เครื่องหมาย “”เท่านั้น
    “”
    “h”
    “Hello world\n”
    “HOW ARE YOU”
    “Good Morning!”
    โปรแกรมที่ 2-5 การใช้ตัวแปรชนิดข้อมูลแบบค่าคงที่แบบต่าง ๆ
    #includ<stdio.h>
    int main(void)
    {
    const int a = 3; /*Integer Constats*/
    const flat b = 3.14159; /*Floating – Point Constants*/
    const cahr c = ‘P’; /*Character Constants*/
    printf(“Value of a: %d\n”,a);
    printf(“Value of b: %d\n”,b);
    printf(“Value of c: %d\n”,c);
    printf(“Good Bye”); /*String Constants*/
    return 0;
    }
    ผลการทำงาน
    Value of  a : 3
    Value of  b : 3.141590
    Value of  c : P
    Good Bye

    Statements
                        statements ในภาษา c คือ คำสั่งต่าง ไ ที่ประกอบขึ้นจนเป็นตัวโปรแกรม ซึ่งในภาษา c นั้นได้แบ่งออกเป็น 6 แบบ คือ Expression Statement และ Compound Statement ณ.ที่นี้จะมีด้วยกัน 2 แบบ

    1. Expression Statement  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Single Statement ซึ่ง Statement  แบบนั้นจะต้องมีเครื่องหมาย; หลังจาก statement เมื่อภาษา C พบเครื่องหมาย ; จะทำให้มันรู้ว่าจบชุดคำสั่งแล้ว แล้วจึงข้ามไปทำ Statement ชุดต่อไป

           a = 2;
    หรือ
    printf(“x contains %d, y contains %d\n”,x,y);

    Compound Statement คือ ชุดคำสั่งที่มีคำสั่งต่าง ๆ รวมอยู่ด้านใน Block ซึ่งจะใช้เครื่องหมาย {เป็นการเปิดชุดคำสั่ง และใช้} เป็นตัวปิดชุดคำสั่ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับ Statement แบบนี้ คือ ตัวฟังก์ชั่น Main โดยทั่ว ๆ ไปในภาษา C Compound Statement จะเป็นตัวฟังชั่น

    ผังงาน
             ผังงาน (Flowchart)  มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้ออกแบบขั้นตอนการทำงนของโปรแกรมก่อนที่จะลงมือเขียนโปรแกรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เขียนโปรแกรมได้ง่ายขึ้นและไม่สับสนซึ่งผังงานที่นิยมใช้มีมาตรฐานมากมายหลายแบบ  โดยมีสัญลักษณ์ของผังงานดังนี้
    1. 

                        Terminator
    สัญลักษณ์แทนจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
            2.

                        Process                                                                         
    สัญลักษณ์กระบวนการต่าง ๆ เช่น การประกาศตัวแปร การบวก เป็นต้น
            3.

               
    Decision
    สัญลักษณ์เงื่อนไข
            4. 

               
    Data
    สัญลักษณ์ติดต่อกับผู้ใช้โดยการรับข้อมูลหรือแสดงข้อมูล

    5.                                                    
    Manual Input
    สัญลักษณ์การรับข้อมูลจากผู้ใช้
    6.

    Display
    สัญลักษณ์การแสดงผลออกทางจอภาพ
            7. 

                       
    Predefined Process
                     สัญลักษณ์ระบุการทำงานย่อยหรือฟังก์ชั่นย่อย
    8.                  
    Connect
    สัญลักษณ์จุดเชื่อม
            9.                               

                         Arrow
    สัญลักษณ์เส้นทางการดำเนินงาน

          โดยการออกแบบผังงาน จะมี 3 แบบ ดังนี้
    1.  แบบเรียงลำดับ จะเป็นลักษณะการทำงานที่เรียงกันไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการวนซ้ำ ดังรูป
     

                                                 

    2.  แบบทางเลือก จะเป็นลักษณะการทำงานที่มีทางเลือก ซึ่งจะพบในเรื่องคำสั่งเงื่อนไข เช่น คำสั่ง if…else ดังรูป
                   

                                                                                                               

    3.  แบบการทำงานซ้ำ จะเป็นลักษณะการทำงานที่วนการทำงานแบบเดิม จนครบตามจำนวนที่ต้องการ ซึ้งจะพบในเรื่องคำสั่ง วนลูป เช่น คำสั่ง do….while ดังรูป

     

     

     



    อ่านทั้งหมด: 1599, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
    RadEditor - HTML WYSIWYG Editor. MS Word-like content editing experience thanks to a rich set of formatting tools, dropdowns, dialogs, system modules and built-in spell-check.
    RadEditor's components - toolbar, content area, modes and modules
       
    Toolbar's wrapper  
    Content area wrapper
    RadEditor's bottom area: Design, Html and Preview modes, Statistics module and resize handle.
    It contains RadEditor's Modes/views (HTML, Design and Preview), Statistics and Resizer
    Editor Mode buttonsStatistics moduleEditor resizer
     
     
    RadEditor's Modules - special tools used to provide extra information such as Tag Inspector, Real Time HTML Viewer, Tag Properties and other.
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    "ชนชั้นกลาง" ในอาเซียนต้องการอะไร
    กสทช. เข้าช่วยเหลือกรณีมือถือระเบิดขณะชาร์จแบต เตือนประชาชนหากเกิดเหตุรีบแจ้ง
    10 ข่าวเด่นประจำวัน 5 กุมภาพันธ์ 2559 Thai Hot News
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่5ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    รวมโจร ดวงตก นนท์ ธวัฒิชัย (credit) ......
    ทำหัวแร้งบัดกรีจากไฟแชค sawat bunketkajorn
    "กอบกาญจน์"สั่งการปลัดกระทรวงท่องเที่ยวชี้แจงข้อเท็จจริงเร่งด่วน
    ประชุมหัวหน้าส่วนราชการหรือเทียบ
    นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุม หน.ส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง
    ผลสำรวจระบุ 40%ซื้อสินค้าออนไลน์เพราะจัดส่งสินค้าถึงบ้าน
    วอนช่วยเหลืออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยพิการไร้ที่พึ่ง TNN 24
    คับข่าว ครบประเด็น Thu พฤหัสบดี 4 กุมภาพันธ์ 2559 ตอน 1 HD NewsThai19 และทีวีช่อง9
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่4ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    คลิปแกล้งคน - แสดงพลังจิต oh03wa2
    แม่ชีใหญ่078 ธรรมทานขั้นวิเศษ yutoo1234
    กรณีต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
    กรณีต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต
    แร่เฮมาไทต์ (Hematite)พลังแม่เหล็ก(รหัสพิเศษ193)
    เสื้อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ TNN 24
    ชาวนาขุดเจอเงิน2หมื่นล้านบาทในไร่ตัวเอง ESANPLAZA
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่3ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคน - อุบัติเหตุเต็มพายหน้าเลย PIE IN FACE PRANK ! รวมคลิป แกล้งคน
    มวยไทย vs มวยพม่า โดนก้านคอสลบ KHONTHAI Channel
    m-commerce มาแรง แซงทุกโค้ง
    Dcleanfood.com : รู้จักผักชีให้ดียิ่งขึ้น ก่อนนำมารับประทาน !!!
    เพื่อนทุก(ข์)บ้าน | ช่วยเหลือ3พี่น้องแม่รับจ้างตัดหญ้ายากจน-ขาดเรียนบ่อย | ทีวีช่อง8
    10 ข่าวเด่นประจำวัน 2 กุมภาพันธ์ 2559 Thai Hot News
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่ 2ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคนสุดฮา ตอน ไดโนเสาร์ แกล้งคน สุดฮา
    มวยไทย vs มวยจีน ก้านคอทีเดียวหลับ Muay Thai
    เชื่อมั่นท่องเที่ยวไทย :
    Concert "For Friend"ด้วยความรัก...จากใจ...เพื่อนช่วยเพื่อน
    Dcleanfood.com : ประโยชน์ 5 ประการที่ได้จากการรับประทานผักชี
    ช่วยเหลือเด็กวัย 14 ปีกระดูกหลังงอผิดรูป | 01-02-59 | รถปลดทุกข์ | ThairathTV
    ทุบโต๊ะข่าว : วิษณุปัดให้ความเห็นร่าง รธน.- บิ๊กป๊อกซัด 2 พรรคใหญ่ อย่ากระแนะกระแหน
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่1ก.พ.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    แกล้งคน - เป็นการแกล้งที่กวนตีนที่สุด PIEING PRANK! รวมคลิป แกล้งคน
    ทำหัวแร้งบัดกรีจากไฟแชค sawat bunketkajorn
    แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน : กตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภช
    ททท. จับมือพาต้า จัดงาน “PATA Adventure Travel and Responsible Tourism
    เรียนรู้และเข้าใจพฤติกรรมของชาวอินสตาแกรม
    Dcleanfood.com : รู้จักกับผักชี ผักที่ไม่ได้มีดีแค่ไว้ใช้โรยหน้า
    นาทีชิวิต!! การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวจีนจมน้ำ ที่เกาะสิมิลัน CLIPPPP
    ชูวิทย์ นอนคุกคืนแรก ปรับตัวได้แล้ว เตรียมจำแนกไปอยู่แดนอื่น
    แกล้งคนสุดฮา ตอน แม่มดน้อย แกล้งคน สุดฮา แกล้งคน สุดฮา
    อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่31ม.ค.2559 (เครดิต...คมชัดลึก)
    วิธีการทำแอร์แบบประหยัด veeraprong sana (credit) ......
    วิธีเพิ่มสัญญาณWiFiด้วยกระป๋อง Chutinan Rungreangsupanon Chutinan
    ดีโพลมา30159)งานเลี้ยงปีใหม่ของไปรษณีย์พลับพลาไชย (6ตอน)
    มอง "ชนชั้นกลาง" ในอาเซียนด้วยมุมมองใหม่

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 78.1251ms