คุณยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ หากต้องการแก้ไขบลอกหรือเขียนเรื่องใหม่ กรุณา เข้าสู่ระบบ จำนวนคนที่ใช้งานขณะนี้ 537 คน
web hosting linux server
 
maria101
สบายสบาย สไตล์สาวสมัย
About me:
ปฏิทิน
< มกราคม 2552 >
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
2930311234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930311
2345678
สถิติของบลอก
  • คนเข้าชมทั้งหมด 3611
  • คนเข้ามาวันนี้ 6
  • มีคนตอบทั้งหมด 0
  • มี topic ทั้งหมด 6
  • ใช้เนื้อที่ไป
  • มีรูปภาพจำนวน
เครื่องมือ
เก็บหน้านี้ไว้ใน bookmark
ส่งข้อความ ถึงเจ้าของบลอก
เตือนทางอีเมล์ เมื่อมีการอัพเดต
โหวตให้บลอกนี้
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน


17/8/2550 14:08:00


  วิพากษ์รัฐธรรมนูญ 2550  บทความที่น่าสนใจ
 http://www.hi-thaksin.net/subcontent/dissect_polity50.html


เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 0 | อ่าน: 374 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/maria101.blog?PostID=3464

Last edit on 17/8/2550 14:47:00


 

  ถ้า คนสุพรรณบุรี มีราคา 200 บาท เท่านั้นเอง ในสายตาของ บรรลัย ศิลปะอาชา

         แล้ว บรรลัย ศิลปะอาชา มีราคาเท่าไร ในสายตาของประชาชน

         นาทีนี้ ให้ฟรี แถมสตางค์ บวกปฏิทิน ผมยังขอเวลาคิดสักสี่ห้าวันเลย

         ถ้ายอมกันได้ ก็จะขอแต่ของแถมกับปฏิทิน ส่วน บรรลัย ศิลปะอาชา น่ะเหรอ เก็บเอาไว้ให้สมาชิกพรรคชาดไทย ภาคภูมิใจต่อไปก็แล้วกัน

         เมื่อแรกๆ เปิดเวทีนปก. บรรลัย ศิลปะอาชา บอกว่า คนขับรถของเพื่อนให้ข้อมูลว่า ไปสนามหลวง 2 วันได้ 1,000 บาท ดีดลูกคิดแบบหลงจู๊ ก็ตกวันละ 500 บาท

         เมื่อวานนี้ ไทยรักไทย เปิดเวทีใหญ่ ให้ข้อมูลประชาชน ถึงเหตุผลที่ต้องไปลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญโจร ของหัวหน้าโจรผมขาว ที่ บรรลัย ศิลปะอาชา นับถือยิ่งกว่าเตี่ย เสียอีก บรรลัย ศิลปะอาชา ก็โผล่หัวออกมาอีกคราหนึ่ง ตีราคาให้เสร็จสรรพ หัวละ 200 บาท คนสุพรรณบุรี ก็มาร่วมกับเขาด้วย

         คนสุพรรณบุรี ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร ที่ถูกตีค่าสินค้าราคาถูก ซื้อง่าย ขายคล่อง ในสายตาบรรลัย ศิลปะอาชา

         คนสุพรรณบุรี ฟังแล้วปลื้มใจไหม ที่มีส.ส.ดูถูกดูแคลนประชาชน แบบบรรลัย ศิลปะอาชา

         คนสุพรรณบุรี ฟังแล้วดีใจไหม ที่ท่านได้รู้จักบรรลัย ศิลปะอาชา มากขึ้น

         แต่สำหรับคนไทยอย่างผมแล้ว ดีใจสุดกำลัง ที่ไม่เคยยกมือไหว้ ไม่เคยนับถือ ไม่เคยคาดหวัง ไม่เคยคิดฝากบ้านเมือง และ อนาคตของลูกหลานไว้กับ บรรลัย ศิลปะอาชา มาก่อน

         เพราะแสดงว่าผมมองคนไม่ผิด

         บรรลัย ศิลปะอาชา ก็เป็นคนอย่างที่ผมเพิ่งเขียนถึงนั่นล่ะ

         ทรยศ ประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคตัวเอง ด้วยการจ่ายเช็กเด้ง 30 ล้านบาท ซื้อตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อแลกกับการทำให้ เปรม ติณสูลานนท์ พอใจ ก็เคยทำ

         ระยำถึงขนาดก้มกราบ ประมาณ อดิเรกสาร ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกรอบหลัง รสช. ยึดอำนาจ พอหมดประโยชน์ ก็ถีบทิ้งพ้นพรรค เป็นรอบที่ 2 แล้วยึดอำนาจในพรรค ตั้งตัวเองเป็นหัวหน้า เสียเอง

         เนรคุณต่อผู้ให้กำเนิด อกตัญญูต่อชาติตระกูลตัวเอง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวก็ทำได้ ใครจะไปคิดถึงวันนี้ บรรลัย ศิลปะอาชา จะกล้าจับมือ จูบปาก สาบานเป็นเพื่อนร่วมรบ มิตรร่วมตาย กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขุดกระชากซากศพพ่อแม่ มาแฉทั้งโคตรตระกูล ด่าประจานกลางสภาฯ ได้ เพราะประโยชน์ส่วนตัวและเมามัวในอำนาจ

         ไร้อุดมการณ์ทางการเมือง ถึงขนาดที่ นำพรรคชาดไทย เข้าร่วมรัฐบาลกับ รสช. สนับ สนุนให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่ยึดอำนาจ ล้มล้างรัฐบาลตัวเอง เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาดไทย ที่ถูกยึดอำนาจ ยังเร่ร่อนอยู่ในต่างประเทศ พฤติกรรมของบรรลัย ศิลปะอาชา ไม่ได้แตกต่างจากลูกที่สนับสนุนและยอมรับโจรที่ปล้นฆ่าพ่อแม่บังเกิดเกล้า ให้เป็นพ่อแม่บุญธรรมของตัวเองต่อไป เพียงเพื่อที่ตัวเองจะได้มีอำนาจต่อไป

         ตระบัดสัตย์กับประชาชน บรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้ล่ะ ที่เป็นตัวการชักใยอยู่เบื้องหลัง ให้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง 2535/1 หักหลังประชาชน ไม่ยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ตามที่รับปากกับประชาชน ว่านายกรัฐมนตรี ต้องมาจากการเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้เกิดการชุมนุมประท้วงขับไล่พล.อ.สุจินดา คราประยูร แล้วก็ลุกลามกลายเป็นพฤษภาทมิฬ เข่นฆ่าประชาชนล้มตายจำนวนมาก หากย้อนกลับไปฟังพระราชดำรัส วันที่ 20 พฤษภาคม 2535 จะได้ยินพระสุรเสียงชัดเจน ว่า มีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ นายบรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้ล่ะ ที่เป็นตัวการในวันนั้น

        ดูถูกประชาชน ตีคุณค่าเป็นสินค้าราคาถูก ที่พร้อมจะรับเงิน แลกค่าตัว รับจ้างเป็นผู้สนใจร่วมชุมนุม แสดงออกทางการเมือง ตามบทที่พรรคการเมืองโยนให้ เงิน 200 บาท ก็แลกกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทยได้ ในสายตาของบรรลัย ศิลปะอาชา แม้แต่คนสุพรรณบุรี ที่อุ้มชู สนับสนุนให้ เจ๊ก (ลูกจีน) คนหนึ่งได้กลายเป็นเจ้า (พระยา) ก็ยังถูกดูแคลนได้ นับประสาอะไรกับคนจังหวัดอื่น จะมีราคาค่างวดเพียงใดในสายตาของบรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้

         ทำมาหากินร่ำรวยด้วยการแอบอิงอยู่กับเผด็จการมาทั้งชีวิต วางท่อประปา ขายสารส้มให้การประปา ผูกขาดเจ้าเดียวในประเทศ ตั้งแต่ก่อตั้งการประปา มาจนถึงทุกวันนี้ ตัดแบ่งผลประโยชน์ ส่งส่วยให้จอมพลประภาส จารุสเถียร เลี้ยงดูเผด็จการจนใหญ่โตคับประเทศ

         สร้างตำนานมาเฟียทางหลวง ผูดขาดตัดถนน ในนามบริษัทสี่แสงการโยธา ขาใหญ่กรมโยธาธิการ และ กรมทางหลวง โกงถนน กิน ดิน หิน ทราย สองข้างทาง ร่ำรวยเป็นหมื่นล้าน มาแต่สมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

         จึงอย่าได้แปลกใจหรือตกใจ เมื่อได้ยินคำเชื้อเชิญผ่านจอโทรทัศน์ ให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน มาเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย เพราะ บรรลัย ศิลปะอาชา มิใช่ทั้งนักการเมือง มิใช่ทั้งนักเลือกตั้ง หากแต่เป็นนักธุรกิจที่ทำมาหากินกับการเมือง และชื่นชอบผู้นำเผด็จการทหารมานานแล้ว

         แทรกแซง ครอบงำ และชี้นำสื่อ สถาปนาตำนานสกปรก “18อรหันต์” ให้กับวงการสื่อมวลชน “คนซื้อได้” จ่ายเงินเดือนให้คอลัมนิสต์ นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ เขียนข่าวเชียร์ตัวเอง เขียนเรื่องโจมตีผู้อื่น ทำตัวเป็นขาใหญ่ ผู้กว้างขวางในแวดวงสื่อ

         พฤติกรรมเยี่ยงนี้ ทอดตาไปทั่วแผ่นดินไทย ไม่มีใครกล้ากระทำ เลวระยำได้ขนาดนี้ มีเพียงหนึ่งเดียว บรรลัย ศิลปะอาชา คนนี้คนเดียว ไม่มีใครกล้าลอกเลียนแบบอีกแล้ว

         ร่วมรัฐบาลทักษิณ 1 ต่อรองได้ผลประโยชน์สมใจ ก็ชื่นชม เป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่งที่สุด

         อดร่วมรัฐบาลทักษิณ 2 ต่อรองหาประโยชน์ไม่ได้ ก็ทุบตีด่าไล่ เป็นนายกรัฐมนตรีเผด็จการ

         คนพันธุ์นี้ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว กลิ้งกลอก หลอกลวงไปวันๆ อุดมการณ์สะกดไม่เป็น เขียนได้แต่อุดมกิน ต่อสู้ไม่เคยคิด ติดยึดแต่ต่อรอง อิ่มหมีพีมัน ก็ปิดปาก อดอยากปากแห้ง ก็โวยวาย

         ขนาดพ่อแม่ยังเนรคุณ พี่น้องก็ตัดขาด เพราะผลประโยชน์ส่วนตน

         เรื่องของนายคนนี้ ถามน้องชายสุดที่รัก ชุมพล ศิลปอาชา ก็จะเก็บเกี่ยวความจริงของตระกูลศิลปะอาชา และพี่ชายที่ชื่อ บรรลัย ไปได้อีกมากโข

         เพื่อประเทศชาติ บ้านเมือง และประชาชน น่ะเหรอ เอาไว้แอบอ้างหากินไปวันๆ เท่านั้นเอง

         บรรลัย ศิลปะอาชา จำชื่อไว้ให้แม่นๆ นะครับ

         ชายร่างสั้น มันคนนี้ล่ะ ที่แบก เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นหลัง 8 ปีเต็ม บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และ เป็นผู้เสนอให้รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เสนอ เปรม ติณสูลานนท์ เป็น รัฐบุรุษ เทียบเท่า ปรีดี พนมยงค์

         19 สิงหาคม นี้ วันเกิดของบรรลัย ศิลปะอาชา เวียนบรรจบครบอีกครั้ง

         ขอพลังประชาชนทั้งแผ่นดิน ไม่เว้นคนสุพรรณบุรี ช่วยกันคนละคำสองคำ เถอะครับ

         แต่อย่าเพิ่งให้ตายดับไปเร็ววัน เก็บไว้ทรมานเล่น เช่นตัวตลกของวงการเมือง ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต น่าจะสาสมกว่า

 

 

ประดาบ

 

 

 

 

 



เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 0 | อ่าน: 126 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/maria101.blog?PostID=3463

Last edit on 17/8/2550 14:01:00




เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 0 | อ่าน: 324 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/maria101.blog?PostID=3409

3/8/2550 16:23:00


ทายาท“โตจิราการ”พร้อมสู้แทนพ่อถ้าถูกจับกุม
ชำแหละ'อำมาตยาธิปไตย' รักษาอำนาจขุนนาง

ที่มา เวบไซต์ประชาทรรศน์
โดย ประชาทรรศน์
30 กรกฎาคม 2550

สลักธรรม โตจิราการ (หวาย) นิสิตแพทยศาสตร์ ปี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศพร้อมขึ้นเวทีสู้แทนพ่อหากถูกจับกุมตัว ชำแหละ “ข้าราชการ-อำมาตยาธิปไตย” กลัว “ทักษิณ” เปลี่ยนโครงสร้างจึงวางแผนยึดอำนาจ พบช่องโหว่รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 266 ห้าม ส.ส. และ ส.ว. ก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ ซึ่งกระทบกับประชาชน และการใช้ประชาชนแค่ 2 หมื่น ร่วมมือสภาขุนนาง ถอดถอน นายกฯ-รมต. ซึ่งมีที่มาจากประชาชนหลายล้านคน
**การเข้าร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ วัตถุประสงค์หลักๆ คืออะไร

ตอนแรกเลยผมไม่เคยคิดเลยว่าการรัฐประหารจะเกิดขึ้นได้ในยุคปัจจุบัน เพราะตอนแรกผมเด็กมากๆ ที่ผมจำความไม่ค่อยได้ ผมจำได้แต่ว่าผมต้องไปอยู่บ้านคุณน้าพักใหญ่ ในตอนเหตุการณ์พฤษภาฯ 2535 แต่ว่าพอมาถึงยุคนี้ มันคือใครจะทำอะไรกับบ้านเมืองก็ได้ โดยลากปืนออกมาทำก็ได้แล้ว ผมไม่ชอบ เพราะว่ามันกลายเป็นว่าคนแค่นิดเดียว คือคนส่วนน้อยเท่านั้นเองที่เป็นคนกำหนดชะตากรรมของบ้านเมือง มันไม่ใช่คนส่วนใหญ่ นั่นคือคนอย่างพวกเราที่จะเป็นผู้กำหนดว่าบ้านเมืองควรจะไปอย่างไร แล้วเราควรจะจัดการกับบ้านเมืองอย่างไรให้ดีกับปากท้องของเรามากที่สุด

**การชุมนุมของ นปก. ที่ท้องสนามหลวงเป็นการดำเนินการตามหลักระบอบประชาธิปไตยหรือไม่

มันต้องถูกต้องอย่างชัดเจน เพราะสิทธิการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานมากๆ ของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าการชุมนุมเป็นวิธีที่ลงตัวที่สุดในการที่ประชาชนได้แสดงออกถึงความต้องการของตนเองออกมา ประชาชนจึงต้องมีสิทธิที่จะต่อสู้และออกมาชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้ได้ประชาธิปไตยคืนมา และที่ นปก.เรียกร้องคือ ต้องการความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นความต้องการ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาจะเรียกร้องในฐานะที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะได้ เพราะอย่างที่ผมบอกว่าประชาธิปไตย คนมักจะนึกว่าเป็นอุดมการณ์ที่สูงส่ง แต่การเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยเป็นการเรียกร้องเพราะปากท้องของตนเอง เช่น รัฐบาลเป็นผู้บริหารประเทศ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่เขาต้องการบริหารไปตามความต้องการความนึกคิดของเขา ซึ่งไม่ใช่ความต้องการหรือความนึกคิดของประชาชน ถ้ารัฐบาลถ้ายิ่งเป็นของกลุ่มผลประโยชน์ใดกลุ่มผลประโยชน์หนึ่ง อย่างเช่นของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยที่บริหารอยู่ในปัจจุบัน เขาก็ต้องบริหารเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ประชาชนได้ผลประโยชน์ ก็มีทางเดียวคือ ให้ประชาชนได้เข้ามาบริหารประเทศ

**ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ออกมาแล้ว มองอย่างไร

คือผมไม่พอใจเรื่องที่มา คงมีคนพูดหลายครั้งแล้ว ผมจะไม่ขอพูดในที่นี้และคงจะข้ามไปที่ตัวเนื้อหานะครับ   ตัวเนื้อหาเห็นชัดว่า มาตรา 266 เขาบอกว่า ไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ว. ไปตรวจสอบข้าราชการ เพื่อผลประโยชน์ตัวเองหรือผู้อื่น ซึ่งหากตีความกันจริงๆ แล้ว คำว่าผู้อื่นของเขา ประชาชนก็เป็นผู้อื่นของ ส.ส. และ ส.ว. คนนั้นสิครับ เพราะฉะนั้นแปลว่าข้าราชการจะทำอะไรก็ได้ และสภาพรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจข้าราชการมากมายขนาดนี้ ให้อำนาจผู้พิพากษามาตั้งองค์กรอิสระ ตั้ง ส.ว. มา check & Balance มากมายขนาดนี้ ใครที่จะไปกับพวกข้าราชการมากมายขนาดนี้เลยหรือครับ       เพราะฉะนั้นเราเห็นกันชัดเจนแล้วว่ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร  ซึ่งสำหรับพวกนี้เขารู้กันอยู่แล้ว   เพราะรัฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่น่าพิกลพิการ โดยเฉพาะจุดนี้เป็นจุดที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดสำหรับผม เขาก็เลยบอกว่าให้รับๆไปก่อนเดี๋ยวค่อยไปแก้

นอกจากนี้ยังบอกว่าให้คน 2 หมื่นคนยื่นให้สมาชิกวุฒิสภา 3 ใน 5 เพื่อให้เข้ามาถอดถอนนายกฯ ประเด็นนี้เห็นชัดเจนเลยว่าในเมื่อวุฒิสมาชิกมีที่มาเกือบจะครึ่งหนึ่งคือ 74 ที่มาจากการสรรหา ถามว่าเกิน 3 ใน 5 เห็นๆ      กลายเป็นว่าคน 2 หมื่นคนกับอำนาจข้าราชการมันมีอำนาจที่จะไปปลดนายกรัฐมนตรี   ในขณะที่ฝ่ายข้าราชการไม่เห็นมีใครจะมาตรวจสอบได้เลย

**ประชามติ ที่จะมีการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากๆ แสดงถึงการยอมรับการรัฐประหารครั้งนี้ไปด้วยหรือไม่
ใช่ครับ เขาคิดแผนเอาไว้ เป็นเกมมานานแล้ว และต้องยอมรับว่าเขาคิดเกมของเขาได้เก่งนะครับ คือเขาบอกว่า ถ้าประชามติผ่าน ที่เขาทำมาก็ชอบธรรม เห็นไหมประชาชนเห็นด้วยในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญ 2540 มันชั่ว มันเลว และคนที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 40 มันชั่ว มันเลว แต่ถ้าหากดูแล้วว่ามันไม่ผ่าน เขาจะออกมารัฐประหารซ้ำ เพื่อจะบอกว่าเพื่อความสงบในบ้านเมือง เขาอาจจะใช้วิธีรัฐประหารเงียบ หรือรัฐประหารแบบกลางแจ้ง ก็ขึ้นกับสถานการณ์อีกทีหนึ่งว่า ฝ่ายทหารข้างในเขาจะเล่น Power Play กันอย่างไร

**มีการกล่าวหาจากรัฐบาลว่า ใครที่ขวางการลงประชามติแสดงว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะบ้านเมืองจะมีการเลือกตั้งในเร็ววันนี้แล้ว

คือในอันนี้เป็นการที่จะป้ายสีพวกเราอย่างชัดเจน และมันทำให้พวกเราไม่มีทางเลือก เพราะว่าเอาเข้าจริงๆ เราควรจะได้เลือกว่าถ้าเราไม่เอารัฐธรรมนูญ 2550 เราควรจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดมาเป็นรัฐธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ เราควรจะเอารัฐธรรมนูญ 2540 หรือเปล่า คือเขามองเห็นแล้วว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่เขาที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก แต่ว่านานาประเทศไม่มีใครเขาเอาด้วยหรอกครับ เพราะว่าอย่างที่เห็น ยุโรปก็เงียบสนิท ไม่เห็นมีใครมาพูด มาคบหากับพวกเราเลย

**ร่างรัฐธรรมนูญที่พิมพ์ผิดมาหลายมาตรา แล้วนำมาแจกให้กับประชาชน

ผมจะไม่เน้นที่ตัวอักษรนะครับ แต่ว่าปัญหาการพิมพ์ก็คงจะเห็นแล้วว่า ขนาดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขนาดนี้มันยังโกง ถามว่าถ้าเอาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มารวมกันในระบบราชการ การโกงนี่มันจะมากกว่าการโกงที่นักการเมืองในอดีตเอามารวมกัน ข้าราชการทั้งหมดโกงนี่อาจจะมากกว่าข้าราชการโกงอีก เพราะข้าราชการเขาโกงทุกระดับตั้งแต่ข้างล่างขึ้นไปข้างบน

**แต่มันมีการนำเอาฉบับพิมพ์ผิดไปเผยแพร่กับประชาชนแล้ว

ผมพูดตรงๆ นะครับว่า คณะรัฐประหารในตอนนี้เขาทำเหมือนบ้านเมืองมันไม่มีขื่อมีแปแล้ว เขาอยากจะทำอะไรเขาก็ทำ เพราะฉะนั้นเขาอยากจะตั้งใครหรือเล่นงานใครหรืออยากจะจับใครเขาก็เล่นงาน เขาก็ขัง หรือเขาอยากจะเสกอะไรขึ้นมาเขาก็เสกขึ้นมาโดยไม่ต้องคิดหรือคำนึงถึงใครแล้ว เพราะว่าอันนี้เขาได้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาออกมาแล้ว ว่าทำไมเขาต้องคิดและทำอย่างนั้น เพราะว่าอันนี้มันได้เผยโฉมหน้าแท้จริงของเขาแล้ว

สำหรับผมตอนนี้เขารู้ว่า ตอนนี้เขาอยู่ใกล้ขอบเหวแห่งความหายนะแล้ว เพราะตอนนี้มันเริ่มมีกลุ่มคนออกมาท้าทายที่จะมาแย่งชิงอำนาจรัฐได้แล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องตอบโต้ด้วยความรุนแรงที่สุด และเขาพร้อมจะใช้ความรุนแรงทุกวิธี เพื่อที่จะจัดการพวกที่จะต่อต้านระบบขุนนางและการที่จะรักษาอำนาจของขุนนางเหล่านี้เอาไว้

**การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แล้วมีประชาชนมาใช้เสียงไม่เกิน 50% จะชอบธรรมไห

ทุกคนต้องเหมือนกับเป็นเอกฉันท์ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐานของกฎหมาย ซึ่งทุกคนก็ต้องรู้เพราะเรียนมาตั้งแต่ชั้นมัธยมฯ แล้วว่ากฎหมายอื่นจะออกมาได้ต้องอาศัยรัฐธรรมนูญ อย่างปี 2540 เราพูดได้ว่าทุกคนยอมรับ   เพราะประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. และผ่านกลไกการร่างฯ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างชันเจน เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นกฎหมายที่ประชาชนยอมรับได้ เพราะประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างฯ กับมือ ถ้าเกิดว่า ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มีคนมาลงประชามติไม่ถึงครึ่งหนึ่ง กฎหมายอื่นๆ จะคลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไปด้วย อย่าลืมนะครับ เพราะว่ากฎหมายที่เหลือมันมีอำนาจได้ต่อเมื่อมีรัฐธรรมนูญ

**มีการบอกว่า หากไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับ 2550 อาจจะมีการเลือกตั้งช้าออกไป

เท่ากับขู่ประชาชนดื้อๆ เลย เท่ากับบอกว่า คุณไม่เอาของที่ฉันให้ คุณจะต้องโดนมัดเอาไว้เรื่อยๆ เท่ากับเป็นการขู่กรรโชก แล้วถามว่าคนที่ไหนอยากจะเอากับเขาด้วยล่ะครับ

**การรณรงค์โฆษณาให้คนรับรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้

ก็เป็นการโฆษณาแหละครับ บอกให้รับๆ ไปเหอะ หากไม่รับจะไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งจุดนี้เท่ากับว่าประชาชนยังไม่ได้ใช้อำนาจไปเรื่อยๆ พวกนี้เขาดูถูกคนไทย เพราะคิดว่าคนไทยหัวอ่อน พูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ หยวนๆ น่า แต่ผมคิดว่าคนไทยตอนนี้ไม่ใช่เมื่อหลายร้อยปีก่อน ที่อะไรก็ได้หยวนๆ กันไป เพราะคนผ่านการต่อสู้มาตั้งหลายครั้ง

**เป็นไปได้ไหมว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะมีการปฏิวัติซ้ำหรือซ้อนขึ้นมาอีก

อย่างที่บอกไปแล้ว เขาเตรียมเกมสำหรับสองอย่างเลย ตอนนี้มันขึ้นกับกลุ่ม Power Play ของกลุ่ม คมช.และกลุ่มพวกอำนาจที่มาบริหารประเทศทั้งหลายในปัจจุบันนี้ว่าเขาจะตกลงกันได้หรือเปล่า

**การที่มีการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ 36 จังหวัด มันจะสอดคล้องกับการให้ประชาชนมาลงประชามติหรือไม่

คือถ้าไปดูตัวกฎอัยการศึก ไม่ทราบเคยดูกันหรือไม่ เพราะทหารเขามีอำนาจเต็มที่มากนะครับ ขนาดที่จะบังคับใช้เอาสัตว์พาหนะ หรือบังคับยึดบ้านยังทำได้เลย แล้วถามว่าสมมติผมไปบอกว่าไม่รับ และทหารรู้ว่าผมไม่รับ เขาก็มีสิทธิ์ที่จะเดินขึ้นไปบ้านผม ไปขี้ไปเยี่ยวทำอะไรก็ได้ในบ้านผม เพราะมันจะบอกว่ามันอยู่ในกฎอัยการศึก ทหารก็ทำงานตามกฎหมาย หรือทหารจะเรียกเรามาซ้อมเล่นสัก 7 วันก็น่าจะทำได้ (...หัวเราะ)

**หากมีการทำประชามติแล้วเสียงประชาชนไม่รับร่างเกินกึ่งหนึ่ง เห็นว่ามันสะท้อนอะไรหรือไม่

ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญมันต้องเป็นสิ่งที่เป็นเอกฉันท์ เพราะรัฐธรรมนูญคือพื้นฐานของกฎหมายนะครับ ทุกคนควรจะรู้ตั้งแต่ชั้นมัธยมฯ ว่ากฎหมายที่จะออกมาได้... ต้องขอไปดูรัฐธรรมนูญ 2550 และปี 2540 กฎหมายอื่นจะออกมาได้ คือต้องเข้ากับรัฐธรรมนูญด้วย ในช่วงปี 2540

**จะขนานนามรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไร

มันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับรักษาอำนาจของขุนนางนี่แหละครับ

**การที่รัฐบาลออก พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร มีความเห็นอย่างไร

ผมคิดว่ากฎหมายความมั่นคงคือเป้าหมายที่แท้จริงของการรัฐประหารคราวนี้ หลักการสำคัญๆ คือ ทำให้ข้าราชการประจำกลับมามีอำนาจ คือ การให้อำนาจกับ ผอ.กอ.รมน. ก็คือ ผบ.ทบ. มีอำนาจในการที่จะทำอะไรก็ได้ ในการจัดการคุมขัง หรือจะจัดการอะไรกับใครก็ได้ โดยที่ล่วงเกินอำนาจของนายกฯ ข้ามอำนาจนายกฯ ข้ามอำนาจของสภา ข้ามอำนาจตุลาการไปหมด ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ราชการใฝ่ฝันมา แต่เดิมความจริงมันก็มีอยู่แล้ว ไอ้การได้อำนาจทำอะไรได้ตามอำเภอใจ โดยที่ไม่ต้องฟังหรือแคร์ใครเลย แต่พอคราวนี้เขียนเป็นตัวลายลักษณ์อักษร ดังนั้นนักวิชาการทั้งหลายมาบอกว่า การรัฐประหารคราวนี้จะช่วยทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ผมก็อยากจะบอกให้ทราบว่า ที่เขามารัฐประหารคราวนี้จุดมุ่งหมายของเขาคือกฎหมายอันนี้นี่แหละ กฎหมายฉบับนี้จะทำให้หากคุณไปขัดคอกับระบบราชการที่ไหนอย่างไร ไปขัดกับกองทัพบกแค่ไหนอย่างไรนี่ เราจะโดนเฉือน โดนริบ โดนยึด โดนควบคุมตัว โดยที่ไม่สามารถจะไปอุทธรณ์ ฎีกากับใครได้เลย

**การระบุว่าขณะนี้เรามี “รัฐทหาร” เกิดขึ้นแทน “รัฐตำรวจ” ที่ถูกกล่าวหาในรัฐบาลที่ผ่านมา

ถ้าเราไปดูในประวัติศาสตร์ รัฐประหารทุกครั้งมันก็สืบทอดอำนาจทุกครั้ง อย่างในอดีต จอมพลสฤษดิ์ เขาอยู่ตั้งนานยังสืบทอดมาให้ ถนอม ประภาส ณรงค์ ได้อีก อย่าง สุจินดา ในเรื่องรสช. ตอนนั้นก็บอกเสียสัตย์เพื่อชาติ ซึ่งเป็นวาทะเด็ดของเขาที่เขาสืบทอดอำนาจ คนไทยนี่ไม่รู้จักเรียนรู้บทเรียนในอดีต เขาเข้ามากี่ทีก็สืบทอดอำนาจทุกทีเลย คราวนี้หากผมเป็นนักพนันก็ต้องแทงข้างว่าเขาสืบทอดอำนาจ แล้วพฤติกรรมอื่นๆ อีกเยอะแยะที่เขาไปเรียกร้องทบวงป้องกันประเทศ ก็เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการอำนาจของเขาให้อยู่ต่อ เพียงแต่อยู่ต่อให้แนบเนียนขึ้น และรออยู่ว่ากฎหมายความมั่นคง หากให้ ผอ.กอ.รมน. มีอำนาจสูงสุดตามกฎหมายแบบนี้ หากจะเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีทบวงป้องกันประเทศหรือเปล่า ผมก็อยากจะรู้เหมือนกัน

**มองว่า พ.ร.บ.รักษาความมั่นคง เป็นการเล่นเกมของ พล.อ.สนธิ และ พล.อ.สุรยุทธ์ หรือไม่

สำหรับผมเห็นว่า คุณสุรยุทธ์ เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้นเอง ของพวก คมช. และกลุ่มอำนาจต่างๆ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะพยายามทำท่าทีให้มันซอฟต์ลง หรือไปแสดงว่าขัดกับคณะรัฐประหาร แต่โดยจุดยืนพื้นฐานของเขาแล้ว มีจุดยืนร่วมกันเพื่อธำรง สถาปนาอำนาจเก่าให้ยังอยู่

**มีการอ้างเรื่องของความเชื่อมั่นเรื่องของอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาช่วย เป็นเรื่องที่ฟังขึ้นหรือไม่

ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้นเลยครับ เพราะว่า
1.สังคมอะไรก็ตามถ้ามันจะเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ผลงานของคนๆ เดียว และมันไม่มีทางที่คนๆ เดียวจะเข้ามากู้เป็นอัศวินม้าขาวขึ้นมา มันเป็นไปไม่ได้
2.การที่บอกว่าคนๆ เดียวจะบริหารไปตามที่เขาคิดว่าดีที่สุด แต่เขาไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกัน เขาคิดแต่คาดเดาหรือการสำรวจ แต่จริงๆ แล้วในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ใจความของมันเกิดจากที่ว่าประชาชนทุกคนมีความต้องการ ถามว่าเราจะมีวิธีการบำบัดความต้องการอย่างไร คำตอบคือว่า ทำให้ประชาชนเข้ามาเป็นผู้บริหารเสียเอง และต้องเป็นประชาชนทั้งหมดทั้งประเทศ จึงจะตอบสนองความต้องการของประชาชนทั้งประเทศทั้งหมด ไม่ใช่ว่าคนๆ เดียวเข้ามาแล้วจะทำได้

**มีการโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุม นปก. ต่างๆ นานา โดยใช้ถ้อยคำว่าตัวป่วนเมือง

ความจริงการที่เขามาชุมนุมกันเมื่อเช้าวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พอดีอยู่ตรงหน้าคณะผม เราก็เห็นว่าพวกเขาก็มีกันไม่ได้เยอะหรอกครับ และการที่เขาใส่เสื้อเหลือง แล้วออกมาบอกในลักษณะคล้ายๆ ว่า จะมาเชียร์ป๋าเปรม ก็เท่ากับเป็นการเอาป๋าเปรมไปเท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่มันหมายความว่าอย่างไร

**คณะรัฐประหารมักจะหยิบยกข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพขึ้นมากล่าวหาแทบทุกครั้ง

คนที่พยายามยัดเยียดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เอาสถาบันมาปกป้องตัวเองชนิดที่ไม่น่าให้อภัยเลย ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนที่มีความกล้าหาญ คุณสามารถต่อสู้ได้คุณก็เอามาสู้กันอย่างตรงไปตรงมาสิ คุณก็มาสู้กันให้ชัดเจนเลยว่า นี่นะ...ผมมีวิธีการคิดแบบนี้นะ แล้วคุณก็มีวิธีคิดแบบนี้ แล้วในที่สุดทำให้นำไปสู่ข้อสรุปได้ แต่ว่านี่แปลว่าเขาคิดแบบที่ว่าอาจจะทำร้ายทำลายกัน ซึ่งมันทำให้เป็นการลากเอาสถาบันมาแปดเปื้อน

**กรณีของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มักจะหยิบยกเรื่องของสถาบันเบื้องสูงมากล่าวอ้างบ่อยครั้ง มองอย่างไร

คุณสนธิ เขาฉลาดมากในการที่จะพูด พูดเอาความจริงเปิดขึ้นมาเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง แล้วก็ปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง เพื่อที่จะเอามารับใช้ผลประโยชน์ของเขาเอง ผมคิดว่าจุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะอย่างที่เห็นว่าในอดีต คุณสนธิ ไม่ได้มีพฤติกรรมอะไรที่จะมากล่าวอ้างว่าเราจะต่อสู้เพื่อในหลวง และการกระทำที่เขาแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับนักการเมือง อาจจะเป็นการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์แปดเปื้อนได้

**การเคลื่อนไหวโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ หลายกรณี

การที่จะมาอ้างเป็นคุณทักษิณ หรือไม่ใช่คุณทักษิณ เป็นแค่ฉากบังหน้า เป็นแค่ควันบังหน้าเท่านั้นเอง เพราะความจริงแล้วคณะรัฐประหารเขาออกมารัฐประหารสิ่งที่เขากลัวที่สุดคือโครงสร้าง และระบบสถาบันที่มีมายาวนานมันถูกท้าทาย ซึ่งคนท้าทายคราวนี้ชื่อคุณทักษิณ เขาก็เลยมาเล่นงานคุณทักษิณ ถ้าเราไม่ย้อนไปถึงขณะนั้น เอาแค่ 2475 ปี การปฏิวัติของคณะราษฎร์ จนมาถึงก่อนหน้ารัฐธรรมนูญ 2540 การบริหารในขณะนั้นอยู่ที่อำมาตยาธิปไตย คือข้าราชการเป็นแกนนำ ข้าราชการมีการให้และรับผลประโยชน์ร่วมกันกับนายทุนที่ทำธุรกิจสืบกันมาตั้งแต่โบราณ และกลุ่มนี้กำหนดนโยบายบริหารประเทศมาตั้งนาน และบริหารเพื่อผลประโยชน์ของระบบราชการเอง ทำให้ระบบข้าราชการมีขนาดมหึมา ถ้าเราไปดูระบบราชการ ถ้าเราไปดูข้าราชการใหญ่ๆ เผลอๆ จะร่ำรวยมากกว่านักการเมืองเสียอีก เพียงแค่ว่าไม่ได้เป็นที่รู้กัน

**กลุ่มราชนิกุลออกมาเคลื่อนไหวในตอนนั้น

กลุ่มราชนิกุลเขาอาจจะรู้สึกว่าคุณทักษิณ มาดัดแปลงโครงสร้างของสังคม มันทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคง และทำให้เขาคิดว่าโครงสร้างที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขาจะถูกเปลี่ยนแปลงอะไรบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งที่เขาพูดออกมาคือความกลัว ซึ่งมันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเขาไม่รู้หรอกครับว่าอาจจะแย่กว่า แต่ดูแนวโน้มมันน่าจะดีกว่าในอดีต

**ข้อกล่าวหาในการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เปรียบว่าถูกแทะจนเหลือแต่กระดูก ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาล่ะ

ถ้าพูดกันจริงๆ ระบบราชการได้สร้างความเสียหายมาอย่างรุนแรง ชนิดที่เรียกว่าไม่อาจจะเปรียบเทียบได้เลย สมัย ร.5 เราบอกว่าเราจะแข่งกับญี่ปุ่น พอมา ร.6 บอกว่าเราแพ้ญี่ปุ่น แล้วทำยังไงกันดี ก็มาโวยวายๆ กัน ตอนนี้กลับมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีใต้เขาเป็นประเทศที่ล้าหลัง ห่วยแตก แต่มาตอนนี้เกาหลีใต้เขานำหน้าเราไปไกลแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าประเทศไทยเสียโอกาสเยอะแยะไปหมด นี่ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่อง มาเลเซีย สิงคโปร์ อีกเยอะแยะ ต่อไปเราคงจะแพ้เวียดนาม ซึ่งถามว่าใครที่เป็นคนรับผิดชอบ ก็คือคนที่บริหารประเทศอย่างแท้จริง นั่นคือระบบราชการที่บริหารประเทศมาอย่างแท้จริงตั้งแต่ 2475 หากจะให้ย้อนไปกว่านั้นคือ บริหารมาตั้งแต่ยุค ร.5

**มีการกล่าวหาโครงการ "ประชานิยม" ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่าทำร้ายประเทศ โดยโยงกับทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง

คำว่าประชานิยมไม่ได้เป็นสิ่งที่ขัดอะไรกับประเทศ เพราะในระบอบประชาธิปไตย ถ้าประชาไม่นิยม มิสเตอร์ เอ็กซ์ หรือ มิสเตอร์ วาย ถามว่าเขาจะเลือกเข้ามาเป็น ส.ส. หรือรัฐบาลได้ไหม จริงๆ แล้วในระบอบประชาธิปไตย เขาจะมาแข่งกันด้วยนโยบายว่าใครมีนโยบายที่ดีกว่ากัน แล้วประชาชนเหมือนกับไปเดินจ่ายตลาด แล้วเลือกเอานโยบายพวกนั้น หากนโยบายใครดีก็เลือกมาบริหารประเทศ ไม่ใช่หรือครับ

ตามรากศัพท์จริงๆ สมัยกรีก ได้มีข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อำนาจเงินมาล่อซื้อประชาชน แต่ผมเห็นว่านโยบายต่างๆ ประชานิยมถ้าเป็นประชาธิปไตย ถ้าประชาไม่นิยมเขาจะเลือกคุณขึ้นมาทำไม และข้าราชการมักจะไม่เข้าใจ ว่าเงินภาษีที่มาคือเงินที่ประชาชนเขาให้เพื่อเอามาตอบสนอง เขาให้เพื่อเอาเงินไปใช้ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เพราะฉะนั้นการมาคิดว่าเงินภาษี จะมาคิดว่าตัวเองจะเอาไปทำอะไรก็ได้ อยากจะทำอะไรก็ทำ พอมีคนอื่นเขาอยากจะทำ เอาไปทำนโยบายที่เขาสัญญาเอาไว้ เขาก็มองว่าเป็นการคุกคาม เป็นการไปแย่งเค้กของเขา ทั้งๆ ที่คนที่อุตส่าห์เอาเค้กไปอบก็คือประชาชนนะ

**การที่คณะรัฐบาลหยิบยกเรื่องจริยธรรม คุณธรรม ธรรมาภิบาล มาอ้างบ่อย ๆ

เรื่องของคุณธรรมจริยธรรมที่รัฐบาลพูดเป็นแบบไหน ถ้าเป็นแบบที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พูด คือคุณธรรมจริยธรรมแบบที่ต้องว่านอนสอนง่าย ผู้ใหญ่ว่าอะไรก็ต้องว่าตามนั้น หรือบอกว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด หรือเราต้องอนุรักษ์ให้เห็นว่าในอดีตของเราอะไรควรต้องปรับปรุง แน่นอน วัฒนธรรมไทยของเรามันมีส่วนดีอยู่เยอะ สิ่งในโลกไม่ได้แปลว่าจะสมบูรณ์ เพียงแต่เราต้องขัดเกลาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมแบบว่าว่านอนสอนง่าย ว่ายังไงก็ว่ากันตามนั้น ถ้าหากนี่คือจริยธรรมคุณธรรม ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จริง คิดว่าคงจะต้องเอามาปรัปปรุงกันให้ดีกว่านี้ได้ไหม มันจะทำให้สภาพสังคมหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก็แปลว่าของเดิมดีอยู่แล้วไม่ต้