เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2475 คน
Thailand Medical Robot
วิวัฒนาการและหุ่นยนต์ผ่าตัดในประเทศไทย
About me:
 
ปฎิทิน
 
 

<กันยายน 2557>
 
3525262728293031
361234567
37891011121314
3815161718192021
3922232425262728
40293012345
 
     
 
สถิติบลอกนี้
 
 
  • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 2436
  • เฉพาะวันนี้ 1
  • ความคิดเห็น 0
  • จำนวนเรื่อง 2
ให้คะแนนบลอกนี้
แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
 
     
13/4/2555 1:58:00

หุ่นยนต์ (Robot)  เป็นคำที่มีมาตั้งแต่ปี 1921 เป็นคำที่รู้จักกันครั้งแรกโดย Czech Robota ซึ่ง ได้เขียนบทละครจินตนาการแนววิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหุ่นรับใช้ ที่มีความสามารถคล้ายมนุษย์ สามารถคิด และทำตามใจได้เอง ซึ่งจินตนาการดังกล่าว ในปัจจุบัน ได้เริ่มเป็นจริงมากยิ่งขึ้น โดยมีการพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมทางทหาร สำหรับงานที่อาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ รวมทั้งในทางการแพทย์ด้วย เพื่อใช้ในการผ่าตัด แต่ยังต่างกับที่ Czech Robota ได้ จินตนาการไว้ เพราะหุ่นยนต์ในปัจจุบันนั้น ยังไม่ฉลาดพอที่จะคิดและทำได้ด้วยตัวมันเอง ยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์ในการบังคับเพื่อการทำงาน การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์นั้นได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ โดยในระยะแรกๆ ของการศึกษาทดลอง ได้มีการผ่าตัดโดยการบังคับหุ่นยนต์ข้ามทวีป (Tele Robotic) ซึ่งประเทศไทยได้เป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาครั้งนั้นด้วย โดยการดำเนินงานผ่าน  “หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ” ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ร่วมกับ John Hopkins Medical School ในปี  2540 ด้วยการดำเนินการโดยสั่งการผ่าตัดระยะไกลข้ามทวีประหว่างอเมริกาและประเทศ ไทย แต่หุ่นยนตผ่าตัดในช่วงแรกของการพัฒนานั้น ใช้ระบบเสียงในการสั่งการ ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่  การจดจำเสียงของศัลยแพทย์

การผ่าตัดที่มีหุ่นยนต์ช่วย  ทำให้การผ่าตัดสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery)  ใน รุ่นแรกๆนั้น จะมีเพียงแค่แขนกลบังคับกล้อง เพื่อช่วยการมองเห็นในการผ่าตัด รุ่นต่อมาจะมีทั้งแขนกล้อง และ แขนที่ทำงานคล้ายมือของคน ที่มีขนาดเล็กเพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะช่วยทำให้การผ่าตัดมีความละเอียดมากขึ้น จนถึงรุ่นปัจจุบัน ได้มีการพัฒนา การมองเห็นเป็นแบบ 3 มิติ  และ ความละเอียดสูง (High Definition : HD)  ทั้งยังสามารถทำการผ่าตดไปพร้อมกับศัลยแพทย์ผู้ช่วยได้ โดยจะมีคันบังคับสำหรับแพทย์ 2 คน สามารถช่วยกันทำผ่าตัด  ซึ่ง จะต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้ ที่ต้องทำคนเดียวและความละเอียด ของภาพต่ำกว่า ปัจจุบัน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มีระบบการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Surgery) ซึ่งมี  “เทคโนโลยีที่ดีที่สุด”  โดยมีการมองเห็นภาพเป็นแบบ ความละเอียดสูง 3 มิติ (3D High  definition : 3D HD) และมีกำลังขยาย 10 เท่า  ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำขึ้นอย่างมาก ต่างจากการทำผ่าตัดโดยเครื่องรุ่นก่อน หรือการทำผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) แบบไม่ใช้หุ่นยนต์ ทำให้ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์อย่างมากในการผ่าตัดโดยเฉพาะการผ่าตัดในที่แคบๆ  และ จะมีการเสียเลือดน้อยกว่า เนื่องจากมีความแม่นยำที่สูงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีความเจ็บและความบอบช้ำของแผลผ่าตัดน้อยกว่า โดยภาพรวมแล้ว การผ่าตัดแต่เดิม ดูจะยุ่งยาก และเสี่ยงต่อการมีภาวะแทรกซ้อนสูง จะกลับกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก และช่วยทำให้การผ่าตัดบางอย่าง ที่จากเดิมไม่น่าจะเป็นไปได้ ... กลับเป็นไปได้ !

หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery) ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เครื่องที่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้ ยังเป็นชนิด  “Full Options”  ซึ่งมีเครื่องควบคุมการผ่าตัด 2 ชุด (Dual Console) ที่จะมี Joystick 2 อัน ซึ่งสามารถใช้ ศัลยแพทย์ 2 คน ช่วยผ่าตัดได้ หรือใช้ในการเรียนการสอนควบคู่ไปพร้อมกันได้

การใช้ หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery) สามารถ มีใช้ได้หลากหลายสาขาในทางการแพทย์ที่ต้องผ่าตัด โดยสาขาที่พิสูจน์แล้วว่าจะได้ประโยชน์สูงจากการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด มีดังต่อไปนี้ ...

  1.  สาขาศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urology Surgery)

  2.  สาขาศัลยศาสตร์ทั่วไป (General Surgery)

  3.  สาขาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (Colorectal Surgery)

  4.  สาขาศัลยศาสตร์ทรวงอก (Cardio-thoracic Surgery)

  5.  สาขานรีเวช (Gyn. Surgery)

หุ่นยนต์ผ่าตัด [ Robotic Surgery ]

ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า  การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง โดยการใช้กล้องส่องขยายภาพผ่าตัด (Laparoscopic Surgery) เป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ซึ่งคนไข้จะได้รับประโยชน์ในการผ่าตัดแบบส่องกล้องอย่างมาก โดยผู้ป่วยจะฟื้นตัวและกลับไปทำงานได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) และ ยังเสียเลือดระหว่างผ่าตัดน้อยกว่า แต่ยังมีข้อจำกัดในภาพที่มองเห็นเป็นสองมิติ ขาดความลึก และข้อจำกัดของเครื่องมือที่ใช้ผ่าตัด ไม่สามารถจะหักมุมงอเข้าสู่ที่คับแคบได้ และข้อจำกัดของการหมุนข้อมือของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ดังนั้น การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงของอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของการผ่าตัด และการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น คือ  การพัฒนาการผ่าตัดแบบใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgical Robotics) เครื่องมือชนิดแรกที่ได้พัฒนาออกมาในปี  2532 คือ หุ่นยนต์ที่ช่วยในการถือแขนกล้อง ในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยทำงานคล้ายเป็นแขนที่สามของแพทยผ่าตัด ต่อมา ได้มีการพัฒนาแขนหุ่นยนต์เพิ่ม เพื่อใช้ในการช่วยผ่าตัด ในปี 2538 โดยบริษัท Intuitive surgical Inc., ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้งขึ้นโดย กองทุนการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ของ Stanford Research Institute (SRI) International และในเวลาต่อมา ได้ร่วมมือกับสถาบันและบริษัทชั้นนำ อย่าง IBM Corporation, Massachusetts Institute of Technology (MIT), Heartport Inc. , Olympus Optical, Ethicon Endo-Surgery (Johnson & Johnson Company) และ Medtronic Inc. พัฒนาตัวหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci ขึ้นมาในปี 2540 และต่อมา ในปี 2543 หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci  ได้รับการรับรองจาก  องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา ให้ เป็นหุ่นยนต์ชวยผ่าตัดแบบส่องกล้อง ตัวแรกที่สามารถทำการผ่าตัดได้ในคนจริง  ให้ ระบบภาพสามมิติ ทำให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้เครื่องมือของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดถูกพัฒนาให้สามารถหักงอข้อมือ และหมุนข้อมือได้อย่างอิสระ ทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง นำไปสู่การผ่าตัดในที่เล็กและแคบได้ดี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีความง่ายดาย ราวกับการผ่าตัดแบบเปิด ในปัจจุบัน da Vinci Si HD “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นล่าสุดจะ ให้ภาพความละเอียดสูงสุด และให้กำลังขยายภาพบริเวณที่ทำการผ่าตดถึง 10 เท่า ทั้งยังสามารถติดตั้งคอนโซล สำหรบสำหรับศัลยแพทย์สองคนเข้าร่วมผ่าตัด เพื่อใช้ในการช่วยผ่าตัดบังคับแขนหุ่นยนต์ สำหรับการผ่าตัด ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนแบบแผลเล็ก อีกทั้ง ยังสามารถใช้พัฒนาการสอน หรือการฝึกผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดได้อีกด้วย


องค์ประกอบ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ...

ส่วนที่ 1 : ส่วนควบคุมการผ่าตัด (Surgeon Console) เป็นเสมือน สมอง”  ของ ระบบการผ่าตัด โดยศัลยแพทย์จะนั่งหน้าคอนโซล บังคับควบคุมการทำงานของแขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับหุ่นยนต์ ที่อยู่ในช่องท้องของคนไข้ และมีช่องมองภาพ ที่เห็นจากการผ่าตัด ซึ่งจะเป็น ภาพ 3 มิติกล่าวคือ สามารถมองเห็นในมิติ ความลึกได้ ด้วย นอกจากนี้ ยังมีกำลังขยายภาพของกล้องส่องผ่าตัดสูงถึง 10 เท่า ทำให้การกะระยะต่างๆ ในระหว่างการผ่าตัดความถูกต้อง และแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผ่าตัดที่ต้องการความปลอดภัย ทั้งยังช่วยลดการเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทใกล้เคียงหุ่นยนต์ผ่าตัดรุ่น ปัจจุบันถูกออกแบบมาให้มีส่วนควบคุม 2 ชุด (Dual Console) เพื่อ รองรับการทำการผ่าตัดร่วมกันของศัลยแพทย์สองคน รวมถึงใช้ในการเรียนการสอนในขณะทำการผ่าตัดจริง และการให้คำแนะนำ ในขณะทำการผ่าตัดด้วย

ส่วนที่ 2 : ตัวหุ่นยนต์ผ่าตัด (Patient Cart) เป็นเสมือน  แขน”  ของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ประกอบด้วย  แขนหุ่นยนต์ 4 แขน โดยเป็น แขนช่วยจับกล้อง 1 แขน และอีก  3 แขน สำหรับการติดตั้งเครื่องมือที่ใช้ร่วมกับแขนหุ่นยนต์  โดย ปลายเครื่องมือของแขนหุ่นยนต์จะมีลักษณะคล้ายมือ สามารถทำงานได้เสมือนกับมือของศัลยแพทย์ตามปกติ แต่ได้รับการพัฒนาให้ลดข้อจำกัดของข้อมือมนุษย์ คือ สามารถหักงอข้อมือ หมุนข้อมือได้อย่างอิสระและได้โดยรอบ ทำให้เครื่องมือสามารถเข้าไปผ่าตัดในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด หรือช่องผ่าตัดที่เล็กๆ ได้อย่างแม่นยำ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่ 3 : ระบบควบคุมภาพ (Vision Cart) เป็นเสมือน ตาให้แก่แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด และพยาบาล เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการเห็นภาพการผ่าตัด ภายใต้กล้องในบริเวณที่ทำการผ่าตัด ภายในตัวผู้ป่วย  หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery) สามารถทำการผ่าตัดได้หลายประเภท อาทิ การผ่าตัดทางศัลยกรรมทั่วไป เช่น การผ่าตัดถุงนำดี, การผ่าตัดกระเพาะอาหารและลำไส้, การผ่าตัดตับและตับอ่อน รวมทั้งยังสามารถใช้ใน การผ่าตัดทางลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, การ ผ่าตัดทางระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งที่นิยมผ่าตัดด้วยการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดมากที่สุด ได้แก่ การผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากมีพื้นที่ที่ทำการผ่าตัดค่อนข้างจำกัด และมีเส้นประสาท ที่ต้องระวังในการทำผ่าตัด การผ่าตัดโดยใช้ หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Surgery) จึง มีความปลอดภัยมากกว่า และทำให้คุณภาพชีวิตหลังผ่าตัดดีกว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการผ่าตดทางสูตินรีเวช เช่น การผ่าตัดเอามดลูกออก เป็นต้น


ประโยชน์

1.  ช่วยให้การผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

2.  ช่วยลดการติดเชื้อของแผลผ่าตัด และลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ทำให้ กลับไปมีกิจกรรมปกติของชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

3.  ช่วย ลดอาการปวดแผลหลังการผ่าตัดได้มากกว่า การผ่าตัดส่องกล้องแบบธรรมดา เนื่องจากลดการดึงรัง และการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบท่อนำอุปกรณ์

4.  ให้ความแม่นยำในการผ่าตัดมากขึ้น  เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ผ่าตัดสามารถงอ และเคลื่อนไหวข้อได้อย่างอิสระโดยรอบ

5.  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นภาพในบริเวณที่ทำการผ่าตัด แบบ 3 มิติ  และ ขนาดของภาพขยายได้มากถึง 10 เท่า ช่วยให้การผ่าตัดที่ต้องใช้ความละเอียดสูง เช่น การเลาะต่อมน้ำเหลือง และการเลาะเส้นประสาท สามารถทำได้อย่างแม่นยำ

6.  ช่วยลดเวลาในการผ่าตัดลงด้วยความนิ่งและความแม่นยำของการบังคับแขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดของแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

7.  การทำงานแบบคอนโซลคู่ (Dual Console)  ชวยให้แพทย์สามารถใช้กับการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนได้สะดวก และยังช่วยให้สามารถผ่าตัดแบบเปิดแผลเล็กได้ดีมากขึ้น





แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 818 ครั้ง

Last edit on 13/4/2555 2:04:00

 

หากให้จินตนาการถึงโลกในอนาคต หลายคนคงนึกถึงโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบอัตโนมัติต่างๆ การนั่งยานพาหนะโดยไม่มีคนขับ ระบบอัจฉริยะที่ตอบได้ทุกคำถาม และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นหุ่นยนต์ที่คอยรับใช้มนุษย์นั่นเอง

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0001.JPG

โลกในอนาคต

 

ตั้งแต่ อดีตหุ่นยนต์ถูกวางให้เป็นเป็นเครื่องจักรที่มีความคิด สามารถตอบสนองรับใช้มนุษย์ได้อย่างขยันขันแข็ง ดังจะเห็นได้จากคำว่า “หุ่นยนต์” ในภาษาอังกฤษคือคำว่า “โรบอท” (robot) นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษาเช็ก ซึ่งความหมายว่า “ทาสผู้รับใช้” โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่จะรู้จักหุ่นยนต์ในลักษณะของเครื่องจักรกลที่ทำเป็น รูปร่างคล้ายสิ่งมีชิวิต เช่น คน หรือสัตว์ต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วหุ่นยนต์มีรูปร่างหลายลักษณะมากมาย หุ่นยนต์บางประเภทอาจจะมีแค่ก้านโยงประกอบกันเป็นแขนกลเพื่อใช้ในการหยิบจับ สิ่งของต่างๆ หรือในบางประเภทอาจจะอยู่ในรูปแบบของยานพาหนะเช่น รถ หรือเครื่องบินก็ได้เช่นกัน เดิมทีนั้นหุ่นยนต์จะทำงานได้อย่างจำกัด ภายใต้คำสั่งของมนุษย์ แต่ในปัจจุบันนี้วิทยาการหุ่นยนต์ได้ก้าวหน้าไปมาก หุ่นยนต์เริ่มที่จะมีความคิดตัดสินใจเองได้ จากฐากความรู้ที่มีอยู่เดิม และมีกำลังที่จะทำงานมากขึ้นในขณะที่อุปกรณ์เล็กลง ทั้งนี้เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถคำนวณในสิ่งที่ซับซ้อนได้เร็วขึ้น และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหุ่นยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในอนาคตนั้นหุ่นยนต์จะก้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของ มนุษย์อย่างแน่นอน เราสามารถที่จะนำวิทยาการหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในอนาคตโดยแบ่งเป็นด้านใหญ่ๆได้ ดังนี้


การนำหุ่นยนต์มาใช้งานด้านต่างๆ ในอนาคต

 

1.ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิต ในอนาคตนั้นประชากรของโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการในอาหารมีแนวโน้มที่จะต้องการมากขึ้นเช่นกัน การทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมใช้เวลามาก ให้ผลผลิตต่ำ อีกทั้งยังต้องใช้แรงงานในการดูแลรักษาค่อนข้างมาก การที่จะเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นนอกจากการวิจัยพันธุ์พืชให้ได้ผลผลิตสูง เก็บเกี่ยวเร็ว และมีความต้านทานโรคสูงแล้ว วิทยาการหุ่นยนต์เป็นอีกศาสตร์ที่ถูกนำมาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิต เช่นการนำ รถไถนา รถดำนาและรถเก็บเกี่ยว มาพัฒนาเป็นหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติ ในอตีตหุ่นยนต์นั้น จะมีข้อจำกัดค่อนข้างมากในการใช้งานกลางแจ้ง เนื่องจากความชื้น สภาพที่เปียกแฉะ หรือแสงแดด จะเป็นอันตรายอย่างมากกับวงจรไฟฟ้าของหุ่นยนต์ ยิ่งการใช้งานในสวนไร่นาด้วยแล้วแทบจะเลิกหวังได้เลย แต่ด้วยเทคโนโลยีและความสามารถที่เพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ถูกพัฒนาปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมกลางแจ้งได้ดีขึ้น จนทุกวันนี้หุ่นยนต์สามารถที่จะทำงานกลางฝนได้ และมีความสามารถในการปีนป่าย ขึ้นจากหลุมในสภาพของผืนดินของการเพาะปลูกได้อย่างดี

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0002.JPGDescription: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0003.JPG

การใช้หุ่นยนต์ช่วยในงานเกษตรกรรม

 

จาก จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น นอกจากความต้องการทางด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความต้องการทางด้านเครื่องมือ เครื่องใช้ก็มีไม่แพ้กัน โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อให้เพียงพอกับ ความต้องการ การใช้แรงงานคนในการผลิตมีข้อจำกัดในเรื่องเวลาทำงาน ดังนั้นแนวโน้มที่หุ่นยนต์จะถูกนำมาใช้แทนที่มนุษย์จึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากหุ่นยนต์มีข้อจำกัดในการทำงานน้อยกว่ามนุษย์ มีความเร็ว ความแม่นยำ และความละเอียดสูง ทำให้ผลผลิตที่ได้มีมาตรฐานที่คงที่ รวดเร็ว และเพียงพอกับความต้องการ โดยทั่วไปแล้วเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นค่อนข้างที่จะ เรียบง่ายเมื่อเทียบกับหุ่นยนต์ชนิดอื่นๆ เนื่องจากหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงานจะเป็นประเภทแขนกลชนิดไม่เคลื่อนที่ การทำงานอยู่ในวงจำกัด และมีหน้าที่เฉพาะต่องานนั้นๆเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นหุ่นยนต์ประเภทนี้จึงมุ่งเน้นพัฒนาที่ความละเอียด และความเที่ยงตรงในการทำงาน

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0004.JPG

หุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม

 

2. ด้านการสำรวจ ในโลกเราใบนี้ยังมีอีกหลายสถานที่ที่มนุษย์ยังไม่เคยได้ไปถึง หรือยังสำรวจได้ไม่ทั่วถึงพอ อย่างเช่นใต้ทะเลอันมืดมิด สภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างขั้วโลกใต้ หรือกลางทะเลทรายซาฮาร่า ด้วยสภาพภูมิประเทศ และสภาวะอากาศที่ไม่เหมาะสมกับมนุษย์ จากพื้นที่ต่างๆดังที่ได้กล่าวมานั้น ทำให้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่งในการสำรวจเพื่อแสวงหาคำตอบในคำถามของมนุษย์ การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาช่วยสำรวจจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีความเหมาะ สมอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันความสามารถทางวัสดุศาสตร์ของหุ่นยนต์ถูกพัฒนาไปมาก หุ่นยนต์สามารถที่จะอยู่ในสภาพภูมิอากาศที่หนาวเหน็บได้ อีกทั้งหุ่นยนต์ยังสามารถที่จะแบกอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากๆ และสามารถวิเคราะห์ผลได้ทันทีจึงเป็นทางเลือกในการสำรวจที่สะดวก และประหยัดเวลามากอีกด้วย

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0005.JPG

หุ่นยนต์อัตโนมัติสำรวจขั้วโลก

 

การ หาแหล่งพลังงานใหม่ น้ำมันซึ่งเป็นพลังงานหลักมีแน้วโน้มที่จะลดลงไปเรื่อยๆ และหมดลงไปในที่สุด แต่ความต้องการในการใช้พลังงานนั้นกลับสวนทางกับพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด การค้นหาแหล่งพลังงานใหม่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ การเดินทางสำรวจใต้ทะเลอันมืดมิดนั้น เต็มไปด้วยอันตรายมากมาย และความกดดันมหาศาล หุ่นยนต์อัตโนมัติที่ใช้สำรวจใต้ท้องทะเลจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะถูกนำ มาใช้มากขึ้นในการสำรวจนี้

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0006.JPG

หุ่นยนต์ในการสำรวจใต้น้ำ

 

การ สำรวจอวกาศ ในอดีตมนุษย์มักตั้งคำถามให้กับตัวเองเสมอว่า โลกมีต้นกำเนิดมาจากอะไร โลกที่เราอยู่อาศัยนี้เป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือ เปล่า มนุษย์มีแนวโน้มที่จะได้รับคำตอบจากสิ่งที่ตัวเองสงสัยอยู่เรื่อยๆ จากการสำรวจดวงดาวใกล้เคียง เช่นดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร การสำรวจอวกาศนั้นนิยมที่จะใช้หุ่นยนต์เป็นตัวนำทางก่อน เนื่องจากมีความปลอดภัยต่อชีวิตมนุษย์สูง

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0007.JPG

หุ่นยนต์ในการสำรวจดาวอังคาร

 

การท หาร เนื่องจากมนุษย์ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด การทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ อาจมีผลทำให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตได้ หุ่นยนต์อัตโนมัติจึงได้เข้ามีบทบาทอย่างมากในกิจการด้านการทหาร ยกตัวอย่างเช่นการบินลาดตระเวณ หรือการบินสอดแนมในน่านฟ้าพื้นที่เสี่ยงภัย

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0008.JPG

เครื่องบินลาดตระเวนระบบอัตโนมัติที่ใช้ในกิจการด้านการทหาร

 

3. ด้านการแพทย์ ปัจจุบันนี้ทางการแพทย์เริ่มนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาใช้งานมากขึ้น เช่นการเสริมสร้างสมถภาพของร่างกาย ด้วยการใส่ชุดหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มพลังให้มากขึ้น ใช้ในการยกของให้ได้มากๆ ระบบชุดหุ่นยนต์หรืออวัยวะเสริมที่เป็นกลไกแบบหุ่นยนต์เหล่านี้ได้รับการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการเดินสำหรับผู้พิการ หรือนำมาใช้ช่วยเสริมแรงให้กับผู้ที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้แรงมากๆ เช่นพยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดที่ต้องยกผู้ป่วยขึ้นลงจากเตียงวันละหลายๆ ครั้งเป็นต้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0009.JPG

ชุดหุ่นยนต์ ใส่เพื่อเพิ่มพลังกาย

 

ใน การผ่าตัด บาดแผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดนั้นมีผลอย่างมากในการฟื้นตัวของผู้ป่วย ถ้าบาดแผลยิ่งเล็กผู้ป่วยก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น เทคโนโลยีหุ่นยนต์จึงถูกทำนำเข้ามาใช้ในการผ่าตัด โดยหุ่นยนต์นั้นสามารถทำงานร่วมกับศัลยแพทย์ผู้ควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลดีของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นั้น จะทำให้รอยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียงแค่หัวของดินสอเท่านั้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0010.JPG

การใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด

 

สำหรับ หรือผู้พิการที่ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้นั้น การใช้กายอุปกรณ์เทียมจากหุ่นยนต์ ก็ทำให้มีความสามารถมากขึ้นมากกว่าอุปกรณ์แบบธรรมดา เช่นขาเทียมคนพิการแบบปรับอัตราหน่วงได้ โดยปกติแล้วคุณสมบัติของกล้ามเนื้อขาของมนุษย์จะเปรียบเสมือน การทำงานของกลไกที่ประกอบไปด้วย มวล สปริงและ ตัวหน่วง แต่ขาเทียมที่ใช้ในปัจจุบัน จะมีเพียง มวล กับสปริง ซึ่งทำให้ลักษณะการก้าวเดินโดยใช้ขาเทียมแตกต่างไปจากคนปกติ การนำตัวหน่วงแบบปรับอัตราการหน่วงได้ด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ มาประยุกต์ใช้กับขาเทียม จะทำให้การดำรงชีวิตของผู้ป่วยใกล้เคียงกับคนปกติมากยิ่งขึ้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\pa006.jpg

ต้นแบบขาเทียมแบบปรับอัตราหน่วงได้ซึ่งพัฒนาโดย FIBO


แม้ แต่การใช้แขนเทียม ซึ่งโดยปกติแล้วแขนจะมีระบบการทำงานที่มากกว่าขา การใช้สัญญาณทางชีวภาพ (biological signal) ของร่างกายส่วนอื่น เช่น การกรอกตาไป-มา กล้ามเนื้อ หรือสมองก็สามารถนำมาใช้ควบคุมหุ่นยนต์ได้เช่นกัน

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0012.JPG

การใช้สัญญาณทางชีวภาพในการควบคุมหุ่นยนต์

 

4. ด้านการบริการ การคมนาคมสัญจรไปมานั้น เดิมทีต้องใช้มนุษย์เป็นคนควบคุม บางครั้งความเมื่อยล้าของคนมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมยานพาหนะนั้นลด ลง ทำให้เกิดอันตรายได้ปัจจุบันนี้การปรับปรุงหุ่นยนต์มาใช้ในงานทั่วไปอย่าง ยานยนต์อัตโนมัตินั้น ก็เริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้นแล้ว ในอนาคตอีกไม่ไกลนั้นการนั่งรถยนต์โดยไม่มีคนขับเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้น อย่างแน่นอน ยานยนต์อัจฉริยะถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้มีความสามารถในการที่พาตัวเองไปยังที่จุดหมายได้ โดยอาศัยระบบเซนเซอร์ตรวจรู้ต่างๆรับข้อมูลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว และใช้สมองกลคอมพิวเตอร์ประมวลผลจากอุปกรณ์ตรวจรู้ต่างๆ ที่ส่งเข้ามาอย่างชาญฉลาด ทำให้รถสามารถวิ่งถึงจุดหมายได้อย่างแม่นยำ และปลอดภัย

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0013.JPG
รถอัจฉริยะที่ประกอบไปด้วยเซนเซอร์ที่ใช้ในการนำทางต่างๆ

 

งาน ทำความสะอาดบ้าน เดิมทีนั้นอาจจะเป็นงานค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับหลายๆคน ในอนาคตหุ่นยนต์จะถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น จนสามารถทำงานพื้นฐานได้หลายอย่างเช่น การดูดฝุ่น และการจัดของภายในบ้าน

 

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0014.JPG

หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน

 

งาน ดูแลมนุษย์ นับเป็นจุดประสงค์แรกเริ่มหลักทีเดียวของการประดิษฐ์คิดค้นหุ่นยนต์ขึ้นมา มนุษย์ใฝ่ฝันที่จะมีผู้ดูแล คอยรับใช้มาตั้งแต่อดีต หุ่นยนต์จึงถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้ฝันนั้นเป็นจริง เนื่องด้วยหุ่นยนต์มีชีวิตที่ยืนยาวและแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าเมื่อหุ่นยนต์มาอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ หุ่นยนต์จะช่วยดูแลและปกป้องมนุษย์ และเป็นสื่อกลางการส่งผ่านความรู้ที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ไปสู่รุ่นลูกหลานของมนุษย์ต่อไปได้

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0015.JPG

หุ่นยนต์ดูแลมนุษย์


5. ด้านสันทนาการ เพื่อนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา การมีเพื่อนคู่คิด หรือเพื่อนเล่นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หุ่นยนต์ก็นับเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่ง ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อที่จะตอบสนองในสิ่งนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของหุ่นยนต์ ทำให้หุ่นยนต์สามารถที่จะสามารถรับฟังคำสั่งของมนุษย์ได้ และด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่ถูกพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้หุ่นยนต์สามารถตอบสนองในสิ่งที่มนุษย์ต้องการได้มากขึ้น ในอนาคตไม่ไกลคงจะได้เห็นภาพหุ่นยนต์เดินเคียงข้างมนุษย์อย่างแน่นอน

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0016.JPG

หุ่นยนต์เป็นเพื่อนเล่นกับมนุษย์

 

จาก ความสามารถของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้น หุ่นยนต์จึงถูกพัฒนาให้มีอารมณ์และความรู้สึก การสร้างหุ่นยนต์ให้มีลักษณะเหมือนสัตว์เลี้ยง มีความรู้สึกตอบสนอง จึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถเป็นเพื่อนกับมนุษย์ ได้

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0017.JPG

หุ่นยนต์ถูกสร้างเป็นสัตว์เลี้ยง

 

การ แข่งขันหุ่นยนต์ นับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการสนทนาการ ด้วยในอนาคตหุ่นยนต์จะมีความสามารถทางกายภาพ และความคิดมากขึ้น การนำหุ่นยนต์มาแข่งขันความสามารถกันก็นับเป็นการพัฒนาความสามารถของมนุษย์ และให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินอีกทางเช่นกัน

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0018.JPG

การแข่งขันความสามารถของหุ่นยนต์

 

 

 

วิทยาการหุ่นยนต์ในอนาคต

 

จะ เห็นได้ว่าในอนาคตนั้น หุ่นยนต์จะถูกนำเข้ามาใช้งานในหลายๆด้าน ซึ่งการพัฒนาหุ่นยนต์จำเป็นต้องอาศัยแนวทางในวิทยาการ 5 สาขาหลักดังต่อไปนี้

 

1. วิทยาการด้านปฏิสัมพันธ์  (interaction) เนื่องจากหุ่นยนต์จะต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ การสื่อสารจึงถือเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดที่หุ่นยนต์จะต้องมี ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) จะช่วยให้หุ่นยนต์เข้าใจความหมายเชิงกลุ่มคำหรือประโยค หรือการตีความหมายจากสัญญาณอื่นๆได้ เช่น หุ่นยนต์บางตัวได้รับการพัฒนาให้จดจำหน้าตา (face recognition) และท่าทาง (gesture recognition) ของผู้ใช้ได้ ด้วยเทคโนโลยีการมองเห็นของหุ่นยนต์ (robot vision) ซึ่งใช้กล้องเป็นตัวรับภาพ เพื่อแยกแยะรูปแบบใบหน้าและท่าทางของผู้ใช้ โดยการอาศัยความรู้เรื่องระบบภาพ (vision system) และการประมวลผลภาพในคอมพิวเตอร์(image processing) บางระบบผู้ใช้สามารถใช้เสียงในการสั่งงานหุ่นยนต์ผ่านการรู้จำเสียง (speech recognition) โดยหุ่นยนต์จะโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านทางท่าทาง หน้าจอ และ/หรือ เสียงสังเคราะห์ (synthesized sound) ผ่านทางลำโพงเป็นต้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0019.JPG

การจดจำท่าทางของหุ่นยนต์

 

ใน อนาคตหุ่นยนต์จะต้องมีความสามารถในการทักทาย และสื่อสารกับมนุษย์ หรือแม้กระทั่งเพื่อนหุ่นยนต์ด้วยกันเอง โดยการสั่งการผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ ของหุ่นยนต์

 

2. วิทยาการด้านการเคลื่อนที่ (locomotion) การเคลื่อนที่นับเป็นอีกหนึ่งที่สำคัญของหุ่นยนต์ ปัจจุบันหุ่นยนต์ที่ใช้ขาสามารถลุกขึ้น เดิน ยืน และวิ่งเหยาะๆ ได้แล้ว  โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจด้านพลศาสตร์ (dynamics) การพัฒนาของอุปกรณ์ขับเร้า (actuator) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หุ่นยนต์มีประศิทธิภาพในการเคลื่อนที่เพิ่ม ขึ้น ซึ่งความรู้ในสาขานี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแขน-ขาเทียมสำหรับผู้ พิการ หรือรวมไปถึงหุ่นยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินอีกด้วย

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0020.JPG

หุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการขึ้นลงบันได

 

ใน อนาคตนั้นความสามารถของหุ่นยนต์ใช้ขา จะสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น มีความสามารถในการกระโดด ส่วนการเคลื่อนที่ในรูปแบบอื่นเช่น ล้อหรือสายพาน หุ่นยนต์ก็สามารถที่จะปีนป่ายทางลาดชัน หรือทางขรุขระได้มากขึ้น รวมถึงการใช้ปีกในการบิน หรือใบพัดในการดำน้ำ หุ่นยนต์ก็จะสามารถทำได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 3. วิทยาการด้านการนำทาง (navigation) การรู้ตำแหน่งของตัวเองในหุ่นยนต์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ในการกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่หรือการทำงาน ยกตัวอย่างเช่นระบบรถอัตโนมัติการรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน? จะไปที่ใด? ไปอย่างไร? ในเส้นทางไหน? มีความจำเป็นมากต่อหุ่นยนต์ ดังนั้นในหุ่นยนต์จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจรู้ที่เกี่ยวข้องกับการระบุ ตำแหน่งและการนำทางที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าสิ่งที่มนุษย์มีมาตามธรรมชาติ เช่นอุปกรณ์ตรวจรู้ตำแหน่งจากสัญญาณดาวเทียมจีพีเอส ตัวตรวจรู้ระบบอัลตร้าโซนิค เป็นต้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0021.JPG

อุปกรณ์นำทางภาพเสมือนที่ซ้อนลงไปยังภาพจริง

 

ใน อนาคตนั้นระบบนำทางจะถูกพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก เราเพียงแค่นั่งและระบุจุดหมายปลายทางที่จะไป เราก็จะถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

 

4. วิทยาการด้านการเคลื่อนย้ายชิ้นงาน (manipulation) ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นการหยิบจับเคลื่อนย้ายชิ้นงานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ มาก การหยิบจับชิ้นงานที่เหมาะสม จะช่วยร่นระยะเวลาในการทำงาน และความเสียหายของชิ้นงานได้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามคิดค้นมือจับ และการเคลื่อนไหวของแขนหุ่นยนต์ในลักษณะต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับงาน และสามารถปรับเปลี่ยนได้ดียิ่งขึ้น ชึ่งในอนาคตนั้นหุ่นยนต์จะมีความสามารถในการหยิบจับเคลื่อนย้ายชิ้นงานได้ หลายรูปแบบมากขึ้น โดยแขนของหุ่นยนต์ที่สามารถยืดหด และปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ทำให้หุ่นยนต์สามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้มากขึ้น

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0022.JPG

มือหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถในการหยิบจับ

 

5. วิทยาการด้านอัจฉริยะ (intelligence) หุ่นยนต์ที่สามารถคิดเองได้นั้น มิได้มีอยู่แต่เพียงในภาพยนตร์เท่านั้น ปัจจุบันหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาจนสามารถค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาใหม่จากฐาน ข้อมูลเดิมที่มีอยู่ (deduction) โดยแนวโน้มที่หุ่นยนต์จะสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกับ มนุษย์มีความเป็นไปได้อย่างมากในอนาคต

 

Description: C:\Documents and Settings\Pharm\Desktop\31-futurerobot_files\future0023.JPG

หุ่นยนต์สามารถทักทาย และแสดงความคิดเห็นได้

 

อย่าง ไรก็ตามในอนาคตนั้นความฉลาดของหุ่นยนต์จะมีมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานว่าต้องการให้หุ่นยนต์นิ่งเฉยจนกว่าจะ ถูกถาม หรือมีความคิดเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามในวันที่หุ่นยนต์เกิดมีความคิดเป็นของตัวเอง มนุษย์คงมีคำถามต่อไปว่า “หุ่นยนต์จะยังเชื่อฟังคำสั่งมนุษย์อีกต่อไปหรือไม่?”

 


หุ่นยนต์กับสังคมไทยในอนาคต

 

ถึง แม้นว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม แต่การนำหุ่นยนต์เข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ย่อมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น การได้รับความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องย่อมทำให้เลือกใช้เทคโนโลยีด้านหุ่น ยนต์ได้อย่างเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่สนับสนุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และภาคการศึกษาย่อมส่งผลอันดีในการพัฒนาประเทศ

 

ประเทศ ไทยไม่ใช่ต้นกำเนิดของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ อย่างญี่ปุ่นหรืออเมริกา แต่ด้วยเยาวชนไทยมีพรสวรรค์และความเพียรอุตสาหะไม่แพ้ชนชาติอื่นใด ซึ่งเห็นได้จากการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติ ทีมเยาวชนไทยสามารถชนะทีมจากประเทศเจ้าของเทคโนโลยี และครองแชมป์อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน ในสภาวการณ์ปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ให้เกิดความคุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้งยังต้องเร่งพัฒนาภูมิปัญญาไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี ในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มผลิตภาพอุตสาหกรรม (industrial productivity) ให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้จริงในตลาดโลก การเข้าใจภาพรวมทั้งการบริหารจัดการเทคโนโลยี และความซับซ้อนของหุ่นยนต์อันเป็นหนึ่งในห้าเทคโนโลยีสำคัญของโลกอนาคตจึงมี ความจำเป็นอย่างยิ่ง ความเข้าใจดังกล่าวข้างต้นนี้ย่อมส่งผลให้เราสามารถสร้างจินตนาการ ติดตาม เลือกใช้ ดัดแปลง และคิดค้นเทคโนโลยีในทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติสืบไป

 





แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 598 ครั้ง

เลือกดูบลอก Search:
ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 31.2001ms