คุณยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ หากต้องการแก้ไขบลอกหรือเขียนเรื่องใหม่ กรุณา เข้าสู่ระบบ จำนวนคนที่ใช้งานขณะนี้ 515 คน
web hosting linux server
 
msit612
บทความเพื่อการศึกษา
About me:
ปฏิทิน
< พฤศจิกายน 2551 >
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
272829303112
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
1234567
สถิติของบลอก
  • คนเข้าชมทั้งหมด 646
  • คนเข้ามาวันนี้ 5
  • มีคนตอบทั้งหมด 5
  • มี topic ทั้งหมด 3
  • ใช้เนื้อที่ไป
  • มีรูปภาพจำนวน
เครื่องมือ
เก็บหน้านี้ไว้ใน bookmark
ส่งข้อความ ถึงเจ้าของบลอก
เตือนทางอีเมล์ เมื่อมีการอัพเดต
โหวตให้บลอกนี้
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน


Last edit on 11/9/2551 21:14:00


 

        ในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่มีการนำสินค้าไปยังเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน  เราก็จะคุ้นเคยกับภาพของพนักงานที่ใช้อุปกรณ์บางอย่างตรวจสอบแถบรหัสหรือที่เรียกกันว่า 
        แถบบาร์โค้ด บนตัวสินค้าเพื่ออ่านข้อมูลบางอย่างออกมา ซึ่งแม้ว่าฉลากแบบบาร์โค้ดจะเป็นที่นิยมและใช้กันมากในบ้านเรา แต่ทว่าวิธีการเก็บข้อมูลแบบดังกล่าวก็ยังคงมีจุดด้อยที่ควรได้รับการแก้ไขอยู่หลายๆจุดปัญหาที่เห็นได้ชัดข้อหนึ่งก็คือ ปัญหาในการอ่านค่าข้อมูลจากแถบดังกล่าวที่ต้องลำแสงตรวจจับยิงลงไปยังฉลากเพื่ออ่านค่ากลับหรือใช้กล้องซีดีขนาดเล็กจับภาพฉลากขึ้นมาเพื่ออ่านภาพก็ตาม ซึ่งถ้าหากว่าแถบข้อมูลดังกล่างมีรอยเปื้อนหรือไม่ชัดเจน การอ่านค่ากลับมามีความผิดพลาด นอกจากนั้นวิธีการอ่านค่าที่จำเป็นต้องนำเครื่องอ่านมาวางอยู่เหนือฉลากที่ต้องการอ่านค่าก็ไม่ใช่ทางที่สะดวกสำหรับงานบางประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีฉลากต้องตรวจสอบเป็นจำนวนมากๆนี้ก็คงเป็นหนึ่งในหลาย ๆ 
    เหตุผลที่ทำให้เกิดการพัฒนาระบบฉลากแบบใหม่ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “RFID”

ระบบ RFID คืออะไร

        RFID ย่อมาจากคำว่า Radio Frequency Identification เป็นระบบฉลากที่ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โดยที่อุปกรณ์ RFID ที่มีการประดิษฐ์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรกนั้น เป็นผลงานของ Leon Theremin ซึ่งสร้างให้กับรัฐบาลของประเทศรัสเซียในปี ค.ศ. 1945 ซึ่งอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาในเวลานั้นทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดักจับสัญญาณ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวระบุเอกลักษณ์อย่างที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

        RFID ในปัจจุบันมีลักษณะเป็นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (RFID Tag) ที่สามารถอ่านค่าได้โดยผ่านคลื่นวิทยุจากระยะห่าง เพื่อตรวจ ติดตามและบันทึกข้อมูลที่ติดอยู่กับป้าย ซึ่งนำไปฝังไว้ในหรือติดอยู่กับวัตถุต่างๆเช่น ผลิตภัณฑ์ กล่อง หรือสิ่งของใดๆ สามารถติดตามข้อมูลของวัตถุ 1 ชิ้นว่า คืออะไร ผลิตที่ไหน ใครเป็นผู้ผลิต ผลิตอย่างไร ผลิตวันไหน และเมื่อไร ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนกี่ชิ้น และแต่ละชิ้นมาจากที่ไหน รวมทั้งตำแหน่งที่ตั้งของวัตถุนั้น ๆ ในปัจจุปันว่าอยู่ส่วนใดในโลก โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการสัมผัส (Contact-Less) หรือต้องเห็นวัตถุนั้นๆ ก่อน ทำงานโดยใช้เครื่องอ่านที่สื่อสารกับป้ายด้วยคลื่นวิทยุในการอ่านและเขียนข้อมูล RFID มีข้อได้เปรียบเหนือกว่าระบบบาร์โค้ดดังนี้

- มีความละเอียด และสามารถบรรจุข้อมูลได้มากกว่า ซึ่งทำให้สามารถแยกความแตกต่างของสินค้าแต่ละ ชิ้นแม้จะเป็น SKU (Stock Keeping Unit – ชนิดสินค้า) เดียวกันก็ตาม

- ความเร็วในการอ่านข้อมูลจากแถบ RFID เร็วกว่าการอ่านข้อมูลจากแถบบาร์โค้ดหลายสิบเท่า

- สามารถอ่านข้อมูลได้พร้อมกันหลาย ๆ แถบ RFID

- สามารถส่งข้อมูลไปยังเครื่องรับได้โดยไม่จำเป็นต้องนำไปจ่อในมุมที่เหมาะสมอย่างการใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Non-Line of Sight)

- ค่าเฉลี่ยของความถูกต้องของการอ่านข้อมูลด้วยเทคโนโลยี RFID นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 99.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ความถูกต้องของการอ่านข้อมูลด้วยระบบบาร์โค้ดอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์

- สามารถเขียนทับข้อมูลได้ จึงทำให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ซึ่งจะลดต้นทุนของการผลิตป้ายสินค้า ซึ่งคิดเป็นประมาณ 5% ของรายรับของบริษัท

- สามารถขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการอ่านข้อมูลซ้ำที่อาจเกิดขึ้นจากระบบบาร์โค้ด

- ความเสียหายของป้ายชื่อ (Tag) น้อยกว่าเนื่องจากไม่จำเป็นต้องติดไว้ภายนอกบรรจุภัณฑ์

- ระบบความปลอดภัยสูงกว่า ยากต่อการปลอมแปลงและลอกเลียนแบบ

- ทนทานต่อความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก

องค์ประกอบ RFID


องค์ประกอบในระบบ RFID จะมีหลัก ๆ อยู่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ

1) Tag หรือ Transponder

แท็กส์ (Tag) นั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าทรานสปอนเดอร์(Transponder) มาจากคำว่าทรานสมิตเตอร์ (Transmitter) ผสมกับคำว่าเรสปอนเดอร์ (Responder) ถ้าจะแปลให้ตรงตามศัพท์ แท็กส์ก็จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณหรือข้อมูลที่บันทึกอยู่ในแท็กส์ตอบสนองไปที่ตัวอ่านข้อมูล การสื่อสารระหว่างแท็กส์และตัวอ่านข้อมูลจะเป็นการสื่อสารกันโดยอาศัยช่องความถี่วิทยุผ่านอากาศ โครงสร้างภายในแท็กส์จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ส่วนของไอซีซึ่งเป็นชิปสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor Chip) และส่วนของขดลวดซึ่งทำหน้าที่เป็นเสาอากาศสำหรับรับส่งข้อมูลโดยทั้งสองส่วนนี้จะเชื่อมต่ออยู่ด้วยกัน

2) Reader หรือ Interrogator

หน้าที่สำคัญของตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) ก็คือการรับข้อมูลที่ส่งมาจากแท็กส์ แล้วทำการตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูล ถอดรหัสสัญญาณข้อมูลที่ได้รับซึ่งกระทำโดย ไมโครคอนโทรเลอร์ อัลกอริทึมที่อยู่ในเฟิร์มแวร์ (Firmware) ของตัวไมโครคอนโทรเลอร์จะทำหน้าที่ในการส่งสัญญาณ ถอดรหัสสัญญาณที่ได้ และทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อนำข้อมูลผ่านเข้าสู่กระบวนการต่อไป นอกจากนี้ตัวอ่านข้อมูลที่ดีต้องมีความสามารถในการป้องกันการอ่านข้อมูลซ้ำ เช่น ในกรณีที่แท็กถูกวางทิ้งอยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ตัวอ่านข้อมูลสร้างขึ้น หรืออยู่ในระยะการรับส่ง ก็อาจทำให้ตัวอ่านข้อมูลทำการรับหรืออ่านข้อมูลจากแท็กซ้ำอยู่เรื่อยๆไม่สิ้นสุด

ดังนั้นตัวอ่านข้อมูลที่ดีต้องมีระบบป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ที่เรียกว่าระบบ "Hands Down Polling" โดยตัวอ่านข้อมูล จะสั่งให้แท็กส์หยุดการส่งข้อมูลในกรณีเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หรืออาจมีบางกรณีที่มีแท็กส์หลายแท็กส์อยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า "Batch Reading" ตัวอ่านข้อมูลควรมีความสามารถที่จะจัดลำดับการอ่านแท็กส์ทีละตัวได้

หลักการทำงานเบื้องต้นของระบบ RFID

1. ตัวอ่านข้อมูลจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาตลอดเวลา และคอยตรวจจับว่ามีแท็กส์เข้ามาอยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการคอยตรวจจับว่ามีการมอดูเลตสัญญาณเกิดขึ้นหรือไม่

2. เมื่อมีแท็กส์เข้ามาอยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กไฟฟ้า แท็กจะได้รับพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้แท็กเริ่มทำงาน และจะส่งข้อมูลในหน่วยความจำที่ผ่านการมอดูเลตกับคลื่นพาหะแล้วออกมาทางสายอากาศที่อยู่ภายในแท็ก

3. คลื่นพาหะที่ถูกส่งออกมาจากแท็กส์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแอมปลิจูด, ความถี่ หรือเฟส ขึ้นอยู่กับวิธีการมอดูเลต

4. ตัวอ่านข้อมูลจะตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของคลื่นพาหะแปลงออกมาเป็นข้อมูลแล้วทำการถอดรหัสเพื่อนำข้อมูลไปใช้งานต่อไป

การป้องกันการชนกันของสัญญาณข้อมูล (Anti-Collision)

ในการที่จะรับข้อมูลจากแท็กส์หลาย ๆ อัน ทั้งแท็กส์และตัวเครื่องอ่านต้องได้รับการออกแบบให้รองรับสภาวะที่มีแท็กส์มากกว่า 1 อันทำงาน (ส่งสัญญาณ) มิเช่นนั้นแล้วสัญญาณพาหะก็จะมีการส่งออก ในเวลาเดียวกันทำให้เกิดการชนของสัญญาณ (Collusion) จะทำให้ไม่มีข้อมูลใด ๆ ส่งถึงตัวเครื่องอ่านเลย การติดต่อระหว่างแท็กส์กับตัวเครื่องอ่านเปรียบเสมือน บัสแบบอนุกรม แต่บัสชนิดนี้จะใช้อากาศเป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณ ในระบบบัสที่ใช้เคเบิ้ลเป็นตัวกลางก็ต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดการชนกันของสัญญาณ RFID ก็จำเป็นที่จะต้องมีการป้องกันให้มีการส่งสัญญาณจากแท็กส์อันเดียวต่อช่วงเวลานั้นเช่นกัน



เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 1 | อ่าน: 154 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/msit612.blog?PostID=5191

26/8/2551 18:21:00




เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 1 | อ่าน: 229 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/msit612.blog?PostID=5092

26/8/2551 17:32:00


 

ประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านไอที เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องทุนหนา

ในขณะที่คนไอทีในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ใต้หวัน สิงคโปร์และมาเลเซียล้วนมีความคุ้นเคยค่อนข้างดีกับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านไอทีทั้งในการรับใบประกาศฯ สาขาต่างๆ การเข้ารับการฝึก   อบรมเพื่อเตรียมตัวเข้าสอบและการเข้าสอบเพื่อรับใบประกาศฯ แต่ถ้าย้อนกลับมามองคนไอทีในประเทศไทยแล้ว เรื่องดังกล่าว เพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น

 ด้วยข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปของคนไอทีไทยที่จะสนใจในเรื่องนี้ แต่ความสำคัญของมันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ปาร์ค จึงร่วมกับเจ้าของเทคโนโลยีและสำนักฝึกอบรมที่อยู่ในอุตสาหกรรมไอที กำหนดจัดงาน ไอที เซอร์ติฟิเคชั่น เดย์” (IT Certification Day) ขึ้น ในวันที่ 21 ก.ย. 2549 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรม โซฟิเทล เซ็นทรัล พลาซ่า กรุงเทพฯ 

โดยวัตถุประสงค์หลักของงานจะมุ่งให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นความสำคัญของใบประกาศฯ ในฐานะที่เป็นใบรับรองความรู้ความ สามารถระดับสากลที่ทุกๆ คน ให้การยอมรับ พร้อมกันนั้น ยังกระตุ้นและเปิดโอกาสให้คนไอทีไทยรุ่นใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการสอบใบประกาศฯ ได้ค้นหาข้อมูลเจ้าของเทคโนโลยีและสำนักฝึกอบรมที่เข้าร่วมงานเพื่อเพิ่มจำนวนคนไอทีไทยที่ได้รับใบประกาศฯ สาขาต่างๆ

นอกจากนี้ ภายในงานยังจะได้รับฟังการเสวนาเจาะใจผู้บริหารองค์กรซอฟต์แวร์ในเรื่อง การบริหารจัดการและรักษาคนไอทีในยุคปัจจุบันด้วย แต่ดูเหมือนว่า เรื่องดังกล่าว จะหาข้อสรุปได้ยากสำหรับการเสวนาในครั้งนี้ เพราะจากจำนวนคนไอทีไทยที่ได้รับใบประกาศฯ ประเภทต่างๆ ยังน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพด้านไอทีที่ใกล้เคียงกัน หรือ เหนือกว่า ประเทศไทยนั่นเอง

  นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์ปาร์ค ให้ความกระจ่างในประเด็นนี้ ว่า ด้วยข้อจำกัดในหลายๆ เรื่อง ทำให้ไม่ทราบจำนวนคนไอทีไทยที่ได้ใบประกาศฯ ในสาขาต่างๆ แต่จากการรวบรวมข้อมูลหลังการจัดงานไอที เซอร์ติฟิเคชั่น เดย์ครั้งที่ผ่านมา พบว่า จากจำนวนคนไอทีไทยทุกระดับที่มีอยู่ประมาณ 35,000 คน มีผู้ที่ได้รับใบประกาศฯ ในสาขาต่างๆ ประมาณ 10,000 คน โดยมากกว่า 90% เป็นใบประกาศฯ ระดับพื้นฐาน

.อ. ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวต่อว่า กระนั้นใช้ว่า คนไอทีไทยจะเพิกเฉยกับการสอบใบประกาศฯ จนไม่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ดังเช่นในปีที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์ปาร์คจะให้ทุนอุดหนุนในการฝึกอบรมและสอบให้ได้ใบประกาศฯ ในสาขาที่ขาดแคลน เช่น สาขาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ การบริหารโครงการ การตรวจสอบคุณภาพและการทดสอบระบบ จำนวน 62 ทุน แต่มีผู้สนใจสมัครเข้าแข่งขันจำนวนหลายร้อยคน

กับคำถามที่ว่า เมื่อมีคนไอทีไทยจำนวนมากสนใจที่จะสอบใบประกาศฯ แต่ทำไมถึงไม่สอบให้ได้ใบประกาศฯ นางสุวิภา กล่าวว่า เพราะยังมีข้อจำกัดใน 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ ทักษะด้านภาษาอังกฤษที่จำเป็นจะต้องใช้ในการฝึกอบรม ประสบการณ์ในการทำงานที่ใบประกาศฯ แต่ละสาขากำหนดไว้ไม่เท่ากันและที่สำคัญเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง อย่างเช่นใบประกาศฯ ของไมโครซอฟท์ที่เกือบทุกระดับต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท

 

ในกรณีดังกล่าว ผ.อ.ซอฟต์แวร์ปาร์ค เปิดเผยว่า ซอฟต์แวร์ปาร์คจะพยายามเพิ่มจำนวนทุนอุดหนุน พร้อมกับขอรับการสนับสนุนจากเจ้าของเทคโนโลยีและสำนักฝึกอบรมเพื่อให้การสนับสนุน นอกจากนั้น ในปีหน้าซอฟต์แวร์ปาร์คยังจะเปลี่ยนแนวทางในการจัดงานไอที เซอร์ติฟิเคชั่น เดย์ โดยจะเน้นจัดงานให้บ่อยครั้งขึ้น เจาะลึกในใบประกาศฯ สาขาต่างๆ และกระจายงานออกสู่ภูมิภาคที่มีสำนักงานสาขาของซอฟต์แวร์ปาร์คตั้งอยู่ 

ส่วนภาคเอกชนที่หมายถึงบรรดาเจ้าของเทคโนโลยี สำนักฝึกอบรมและนักธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมไอที นายยิค จุน โฮ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและยุทธศาสตร์แพลตฟอร์มองค์กร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ มีนักพัฒนาของไทย จำนวน 1,032 คน ที่ได้รับเซอร์ติฟายด์ MCAD รองจากประเทศออสเตรเลีย ที่สะท้อนให้เห็นถึงระดับการพัฒนาของคนไอทีไทยอันจะทำให้คนไอทีกลุ่มนี้ ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย หรือ เอทีซีไอ เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนบุคลากรที่ได้ใบประกาศฯ นัก พัฒนาจาวามีมากกว่า 1,000 คน ดูแล้วเติบโตได้ค่อนข้างดี แต่ต้องเร่งส่งเสริมในส่วนของระดับงานสถาปัตยกรรมระบบที่ถือเป็นใบประกาศฯ ในระดับสูง

ผ.อ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซันฯ และกรรมการเอทีซีไอ ยังอ้างผลสำรวจของเอทีซีไอว่า ขณะนี้ ประเทศไทยมีคนไอทีในระดับโปรเฟสชั่นนัลประมาณ 30,000 คน และมีนิสิตนักศึกษาที่จบการศึกษาในสาขานี้ เฉลี่ยปีละประมาณ 3,000 คน ทำให้ในแต่ละปีประเทศไทยมีคนไอทีเพิ่มขึ้นพอสมควร แต่จะต้องเร่งสนับสนุนและผลักดันการยกระดับคนไอทีกลุ่มนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนด้านไอทีในประเทศไทย

ด้าน นายปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการ บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ประมาณการณ์ว่า ในอุตสาหกรรมไอทีไทยมีผู้ที่ได้รับเซอร์ติฟายด์ทั้งในระดับผู้ เชี่ยวชาญเฉพาะค่ายเทคโนโลยีและกลุ่มสาขาเทคโนโลยี 10,000 คน แต่ในสาขาความปลอดภัยยังมีน้อยมาก เช่น เซอร์ติฟายด์ CISSP จากสถาบัน ISC2 ที่มีเพียง 60 คน จากตลาดทั่วโลกที่มีประมาณ 60,000 คน  

ประธานกรรมการ บริษัท เอซิสฯ บอกว่า ขณะนี้ หน่วยงานขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น กรมสรรพากร บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ที่เปิดประมูลโครงการต่างๆ ได้เริ่มระบุให้ผู้ที่จะเข้าเสนองานจะต้องมีบุคลากรที่ได้รับเซอร์ติฟายด์ด้านความปลอดภัยทั้ง CISA และ CISSP เพิ่มขึ้น เพราะให้ความสำคัญกับการเพิ่มขึ้นของภัยอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบใหม่ๆ

นพ.สมิทธิ์ สุขสมิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจคอมพิวเตอร์  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทค โนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. กล่าวว่า จำนวนและคุณภาพของบุคลากรไอทีที่ไม่เพียงพอทำให้ประเทศไทยขาแรงดึงดูดการจ้างงานด้านไอทีจากต่างประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดจากการจัดอันดับโกลบอลเอาท์ซอร์สซิ่งระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในดับดับที่ 16 มาเลเซียอยู่อันดับที่ 14 ตามมาติดๆ ด้วยเวียดนามในอันดับที่ 17

  

ขณะที่ นางนงลักษณ์ บุญผ้าทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทจัดหางาน ไอเอสเอ็ม เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ในอนาคตมีแนวโน้มที่องค์กรขนาดใหญ่จะต้องการบุคลากรด้านไอทีที่มีใบประกาศฯ หรือ เซอร์ติฟายด์ ในระดับและสาขาต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธนาคาร ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและค้าปลีก ขณะเดียวกันบุคลากรด้านไอทีที่มีใบประกาศฯ ก็จะได้งานที่ดีและเหมาะสมกับตัวเอง

ทั้งหมดนี้ คงพอจะเป็นภาพคร่าวๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของใบประกาศนียบัตรวิชาชีพด้านไอทีที่ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่คนไอทีทุกคนจะสามารถสอบได้ใบประกาศฯ เพราะความยากง่ายของแต่ละเทคโนโลยีและสำนักฝึกอบรมต่างๆ แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคสำคัญเรื่องค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการสอบที่ยังค่อนข้างสูง เฉลี่ยแต่ทุกระดับในแต่ละสาขาต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ไม่รวมค่าฝึกอบรม

 

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ถ้ามีองค์กรใด หรือ ใครที่มีทุนมากพอช่วยสนับสนุนให้คนไอทีไทยก้าวผ่านอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายไปได้ ด้วยความรู้ความสามารถของคนไอทีไทยที่มีอยู่ยอมจะสอบผ่านและรับใบประกาศฯ ทุกระดับในแต่ละสาขาได้ไม่ยากเกินความสามารถ อันจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไอทีไทยและสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในอนาคต...  



เขียนความคิดเห็น | มีคนตอบทั้งหมด: 3 | อ่าน: 135 | Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/msit612.blog?PostID=5091

เรื่องราวล่าสุดจากบลอกเพื่อนบ้าน

อะห้า [ชีวิต]
Delphi [Zyber Smith]
Happy Birthday at 3 wks. [punpundiary]
ผีคนหลอก [Law ]
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ [..บทกวีแห่งชีวิต..]
ขอถามท่าน ว.เรื่องการเมืองอย่างเล็ก ๆ น่ะครับ (มหาลันนอกระบบน่ะครับ) [kuild_thai]
สมดุลของน้ำในร่างกาย [annie ja..]
กินอย่างไรจะห่างไกลโรคในวัยทอง [annie ja..]
////////เเจกโทรศัพท์ฟรี ด่วน !!/////// [Record Diary]
ภาพสวยๆ ของสตูล [hisatun คนรักสตูล]
วิธีทดสอบ การถูกแอบถ่าย [hisatun คนรักสตูล]
รูปปันเอง [punpundiary]
ข้างบ้านนะตัวแสบ [prince นิยายแนว yaoi ]
ข่าวสารไอที [Zyber Smith]
Good morning everyone [English Club]
สะดือเจ้าปัญหา [punpundiary]
ไหว้ครู [ครูมะลิวัลย์]
ซื้อหวยไม่ถูกแต่อยากมีเงินใช้เชิญทางนี้ [live-results]
นอนวันละไม่ถึง 6 ชั่วโมงเสี่ยงมะเร็งเต้านม [annie ja..]
ไข้หวัดใหญ่ การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ [annie ja..]
สารเมลามีน (melamime) คืออะไร [annie ja..]
อยู่ระหว่างการปรับปรุงบล็อก [กีฬา]
ทำเว็บอย่างไร ให้ดัง^^ [makeweb]
ที่ ของเรา [ชีวิต]
50 วิธีเอาชนะ โรคภูมิแพ้ และอากาศแพ้อากาศ [annie ja..]
นักรบนินจา [หงส์อัคคี]
อยู่เพื่อรับใช้ [ideada]
เหนื่อยง่าย : เหนื่อยกาย หรือเหนื่อยใจ [annie ja..]
ไม่สมดุล [Mars-4D/Luckynumber]
แผ่นที่จังหวัดสตูล [hisatun คนรักสตูล]
แก้ปัญหา เว็บอ่านภาษาไทยไม่ได้ [IT Tips]
สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ [annie ja..]
✥ Magnum 4 D <อาทิตย์ >ที่ 23 - 11 - 51 เชิญ ✥ [ขาเมาท์ คนรักหวย และเรื่องทั่วไป]
ภาพสวยๆ ของสตูลแหล่งท่องเที่ยว [hisatun คนรักสตูล]
ทดสอบหัวข้อบลอก [Communication Design IV section 3421]
สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำระหว่างสัมภาษณ์งาน [hisatun คนรักสตูล]
อบอุ่นร่างกาย..รับลมหนาว [annie ja..]
Look this program [English Club]
พยาธิตัวจี๊ด การป้องกัน และการรักษา [annie ja..]
เมื่อปันไม่ปกติ [punpundiary]

ดูบลอกในหมวดอื่น ค้นหา: » 
ThaiBlogOnline.com - เว็บบลอกของคนไทย เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
หน้านี้ใช้เวลาในการประมวลผลทั้งหมด 296.875 ms
Powered by ASP.NET 2.0 and SQL 2005
Web Hosting By NetEasy Web Hosting