27/3/2552 10:12:00
เป็นการผสมพันธุ์กระต่ายเฟรนช์ลอป กับ กระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอฟ กระต่ายต้นแบบฮอลแลนด์ลอปได้ถือกำเนิดมาที่น้ำหนักประมาณ 2.5 ถึง 3 กิโลกรัม ในเดือนมกราคมปี ค.ศ. 1964 หรือ พ.ศ. 2507 กระต่ายแคระหูตกฮอลแลนด์ ก็ได้รับการรับรอง มาตรฐานสายพันธุ์ จากสภากระต่าย แห่งประเทศ เนเธอร์แลนด์ ที่น้ำหนักตัวน้อยกว่าสองกิโลกรัม
กระต่ายสายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอปจัดว่าเป็นกระต่ายกลุ่มหูตกที่มีขนาดเล็กที่สุด เพราะว่าเมื่อดูจากประวัติของสายพันธุ์ ก็มาจาก กระต่ายแคระเนเธอร์แลนด์ดวอฟ กระต่ายสายพันธุ์นี้ มีลักษณะเด่นที่หัวกลมโต แลดูน่ารักเหมือนตุ๊กตา มีน้ำหนักน้อยและลำตัวสั้น ซึ่งแตกต่างจากกระต่ายโดยทั่วไป จึงทำให้เป็นกระต่ายที่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันในขณะนี้ กระต่ายฮอลแลนด์ลอป มีสีมากมาย หลาก หลายสี จนสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มสีต่างๆ ได้มากถึง 7 กลุ่มสี ได้แก่ กลุ่มอะกูติ (Agouti) กลุ่มสีขาวแต้ม (Broken)กลุ่มสีขาว มีมาร์กกิ้งแปดแต้ม (Pointed White) กลุ่มสีพื้น (Self) กลุ่มสีเฉด (Shaded) กลุ่มสีพิเศษ (Ticked) และกลุ่มสีอื่นๆ (Wide Band)
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
1273
ครั้ง
27/3/2552 10:08:00
ต้นกำเนิดของอเมริกันฟัซซี่ลอป มาจากการ ผ่าเหล่า ของฮอลแลนด์ลอป หรืออีกกระแสหนึ่งเล่าว่า กระต่ายสายพันธุ์นี้เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ฮอลแลนด์ลอปที่ลักษณะขนเป็นแบบอังโกร่า ในกลุ่มนักพัฒนาสายพันธุ์กระต่าย ทางฝากตะวันตก ของ สหรัฐอเมริกา จากนั้นก็ถูกขายไปยังฝั่งตะวันออก ลูกที่เกิดมาก็ยังมีขนที่ยาวเหมือนอังโกร่า เมื่อผสมลูกเหล่านี้ รุ่นหลาน ก็ยังปรากฏเป็นกระต่ายหูตกขนยาวอยู่ตลอดมา
เป็นกระต่ายขนาดเล็ก (Compact Type) จัดอยู่ในกลุ่มกระต่ายแคระ มีลักษณะเด่นคือ มีหูตกสวยงามและมีขนที่ยาวสลวย ลักษณะ เด่นอื่นๆของสายพันธุ์กระต่ายหูตกอเมริกันฟัซซี่ลอป ก็คือ มีลำตัวสั้น กะทัดรัด หัวมีลักษณะกลม ขนาดใหญ่หนา และกว้างจากฐาน ของหูทั้งสองข้าง หูที่หนา และแบน หูยิ่งสั้นยิ่งถือว่ามีลักษณะที่ดี เพราะว่าเป็นการแสดงถึงลักษณะ ของกระต่ายแคระ หูจะต้องตก แนบข้างแก้ม หัวโตใหญ่ ต่อติดกับหัวไหล่เหมือนไม่มีคอ หัวและหูปกคลุมด้วยขนธรรมดา ที่ไม่ใช่ขนยาว ขนที่หน้า สามารถตัดแต่ง ได้ตามความเหมาะสมและสวยงาม ขาหลังมีขนธรรมดา ฝ่าเท้าหนาและหนัก สายพันธุ์ที่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ เมื่อเติบโตเต็มที่ แล้ว น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ในอุดมคติคือ 1.6 กิโลกรัม (สำหรับตัวผู้) และ 1.7 กิโลกรัม (ในตัวเมีย) กระต่ายสายพันธุ์ อเมริกันฟัซซี่ลอป มีกลุ่มสีถึง 6 กลุ่มสี ได้แก่ กลุ่มสีพื้น (Self Group) กลุ่มสีขนอะกูติ (Agouti Group)กลุ่มสีเฉด (Shaded Group)กลุ่มสีขาวมีแปดแต้ม (Pointed White Group) กลุ่มขาวลายแต้มสีต่างๆ (Broken Group) กลุ่มสีอื่นๆ (Wide Band Group)
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
1376
ครั้ง
27/3/2552 10:05:00
ในปี ค.ศ. 1948 หรือ พ.ศ. 2491 ถือได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้น ของกระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอฟ เนื่องจากกระต่ายสายพันธุ์นี้ได้ถูกนำเข้าไปยังสหราชอาณาจักรอังกฤษ โดย นักพัฒนาสายพันธุ์กระต่าย และในปี ค.ศ. 1969 หรือ พ.ศ. 2512 กระต่ายสายพันธุ์นี้ ได้รับความนิยมใน สหรัฐ อเมริกา จนได้รับการยอมรับจากสมาคมนักพัฒนาพันธุ์กระต่ายแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ARBA โดยมีการปรับปรุง ข้อกำหนด ของรายละเอียดมาตรฐานสายพันธุ์จาก ของสภากระต่ายแห่งสหราชอาณาจักรเพียงนิดหน่อยเท่านั้น
น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ในอุดมคติคือ 0.9 กิโลกรัม กระต่ายสายพันธุ์ เนเธอร์แลนด์ดวอฟเป็นกระต่ายที่จัดได้ว่า มีสีให้เลือก ได้มาก ที่สุดในบรรดากระต่ายสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งหมดที่มี คือ สามารถแบ่งได้ เป็น 5 กลุ่มสี และมีสีหรือลักษณะสีย่อยๆ อีกกว่า 24 สี สีตาม มาตรฐานที่สมาคมพัฒนาพันธุ์ กระต่ายแห่ง สหรัฐอเมริกา หรือ ARBA กำหนดให้มีการประกวด ในกระต่ายสายพันธุ์ เนเธอร์แลนด์ ดวอฟ มีกลุ่มสีถึง 5 กลุ่มสี คือ กลุ่มสีพื้น (Self Varieties) กลุ่มสีเฉด (Shaded Varieties) กลุ่มสีขนอะกูติ (Agouti Varieties) กลุ่มแทน หรือกลุ่มมีสร้อย (Tan Varieties) กลุ่มสร้อยทอง (Otter) กลุ่มสร้อยเงิน (Silver Marten) กลุ่มสร้อยนาค (Tans)สี ทองแดงสร้อยเงิน (Sable Marten) สีเทาควันบุหรี่สร้อยเงิน (Smoke Pearl Marten)
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
1165
ครั้ง