ดูทั้งหมด
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วน บริเวณที่มีการอ้างสิทธิ์ในฝ่ายกัมพูชา แต่มีการยืนยันในฝ่ายไทยว่า พื้นที่ดังกล่าว เช่น ตาเมือนธม ไทยเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ เพราะมีการปักหมุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรากฏข่าวจากประธานเครือข่ายติดตามสถานการณ์ที่เขาพระวิหาร ที่มีการรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งขณะนี้พรรคในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้มีการตรวจสอบ พบว่ายังไม่มีข่าวแต่อย่างใด แต่ข่าวที่ได้รับทราบในช่วงเดียวกันคือ ได้มีการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์“KHMER INTELLIGENCE NEWS” เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการระบุว่า พ. ต.ท.ทักษิณได้รับสัญชาติเขมร เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณได้รับพาสปอร์ตในการเดินทาง และทางพรรคได้นำหลักฐานดังกล่าว ส่งให้มอบเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบในข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย
ผู้ สื่อข่าวถามว่า หากมีการมอบสัญชาติให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคนหนึ่งคนสามารถถือได้สัญชาติเดียว จะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะไม่ใช่คนไทยแล้ว นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ยัง ไม่ทราบ เพราะเรื่องดังกล่าวไทยพึ่งได้รับรายงานมา และอยู่ในขั้นตอนของการยืนยันอยู่ ส่วนสถานะจะเป็นหนึ่งหรือสองสัญชาตินั้น ก็ต้องดูในข้อกฎหมายต่อไป
ภายหลังการแถลงข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ ทีมโฆษกพรรคได้นำเอกสารซึ่งเป็นการรายงานข่าวของหนังสื่อพิมพ์ “KHMER INTELLIGENCE NEWS” ของประเทศกัมพูชา มาแจกให้กับผู้สื่อข่าว โดยในเอกสารได้มีการแปลเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งได้ระบุว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่า ทาง รัฐบาลกัมพูชาได้มอบหมายให้นายเจีย ซิม ประธานวุฒิสภา และในฐานะประมุขแห่งรัฐ ประกาศมอบสัญชาติเขมรให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ในขณะนี้ และในการรายงานข่าวยังได้ระบุอีกว่า กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ที่อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยือนประเทศฝรั่งเศส ได้กำชับกับทางรัฐบาลกัมพูชาว่า ให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ
ที่มา
http://tnews.teenee.com/politic/47064.html