Last edit on 18/11/2551 0:21:00
ข้างบ้านนะตัวแสบ - โดย ป้าจุใจ
ตอนที่1 ลูกฟรีคิก
เสียงกดออดดังติดๆกันเป็นนาทีที่ห้า ปลุกให้พญามารในตัวคุณชายนิค ณ หมู่บ้าน ศุภฤกษ์ฤดีศรีสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ฮ่วย มั่วแล้ว) ลุกขึ้นมาด้วยอาการสติแตกอย่างเป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่าเวลาเพิ่ง ตื่นของคุณชายนิคนั้นเป็นเวลาที่จิตใจจะเข้าสู่ภาวะไร้สติยั้งคิดมากที่สุด สามัญสำนึกความเป็นคนหมดไปโดยปริยาย ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเสื้อยืดคอย้วยเพ้นท์ลายเด็กผู้ชายใส่ผ้าขาวม้ายกมือ ไหว้สวัสดี มีสกรีนตัวหนังสือสีแดงแปร๊ดว่า ไทยแลนด์เป็นภาษาปะกิตตัวบักเอ้กเด่นหราอยู่กลางอกเสื้อ สวมกางเกงเตะบอลยี่ห้อดังสีดำมีรอยโหว่ตรงปลายขาเพราะเจ้าของเคยอุตริใช้เตา รีดเร่งไฟสูงสุดรีดมันตอนชื้นๆหวังจะให้แห้งโดยไม่ต้องตาก แต่เพราะดูทีวีเพลินไปหน่อย จากจะให้แห้งมันก็กลายเป็นไหม้ไป
“แมร่ง จะกดให้ตายห่ะเลยรึไงวะ”
นาย นคินทร์หรือไอ้คุณชายนิคของเพื่อนๆทำหน้าราวกับฆาตกรโหดหาปังตอไม่เจอเดิน ปึงปังออกมาหน้าบ้านก็พบว่าต้นเหตุเสียงออดกวนโสต คือ ไอ้พวกข้างบ้านที่เพิ่งย้ายมาเมื่ออาทิตย์ก่อน
หมู่บ้านจัด สรรแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านหรูหราระดับห้าดาวสิบดาว ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูธุรกิจบ้านจัดสรรฮิตติดลมบน บรรดาคนรวยก็พากันตกเป็นเหยื่อของโฆษณาหลงกลมาซื้อบ้านที่นี่ไว้ ทั้งที่ราคาแพงมหาโหดแถมอยู่ไกลจากตัวเมือง จะมีดีอย่างเดียวก็คืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่พอประเทศไทยประสบภาวะเศรษฐกิจผันผวนผกผันเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ติดจะไปในทางขาลงเสียมากกว่า เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีปัญหากับธนาคารก็พากันขายบ้านทิ้ง บ้างขายไม่ได้ก็ให้เช่า นานวันเข้า คนที่เช่าอยู่ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นพวกนักศึกษาที่ลงขันกันหาที่อยู่ มองดูเผินๆตอนนี้เหมือนหมู่บ้านนักศึกษาไม่มีผิด แต่สำหรับกรณีของผม ไอ้นายนิคนั้น เมื่อสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ บุพการีที่เคารพรักก็บังเอิญถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ไหนเพราะธนาคารนั้นให้ดอกเบี้ยถูกเหลือเกิน เมื่อปรึกษากันแล้ว พ่อกับแม่จึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนใช้พักอยู่ขณะ เรียนมหาวิทยาลัย เผื่อว่าน้องชายอีกสองคนที่กำลังเรียนมัธยมอยู่อาจจะตามมาอยู่ด้วย ถ้ามันสองคนสอบได้มหาลัยเดียวกับผม ดังนั้นไอ้ระดับเจ้าของบ้านอย่างผมจึงกร่างผิดกับพวกที่มาเช่าอยู่ชั่ว คราวอย่างเห็นได้ชัด
“โทษนะ คือบอลพวกฉันมันไปตกในบ้านนาย ถ้าไม่รบกวนก็ขอเข้าไปเก็บหน่อยได้มั้ย”
“รบกวนโคดๆเลยว่ะ นี่อุตส่าห์ถ่อสังขารกันมากดออดบ้านคนอื่นนี่แค่จะมาเก็บบอลเหรอวะ”
ไอ้ หน้าหล่อ แต่ผมอยากเรียกว่าหน้าแย้อย่างไม่มีเหตุผลปนความหมั่นไส้ที่ชื่อบูม เป็นเด็กคณะวิศวะฯเหมือนกัน แต่มันเรียนคนละสาขา ผมเรียนวิศวะฯคอม ส่วนพวกมันสามตัวเรียนวิศวะฯเครื่องกล กับโยธา สังเกตจากท่าทางของพวกมันผมเลยเดาว่ามันสามตัวไม่รู้จักผม ตรงกันข้ามกับผม ที่รู้จักพวกมันยกฝูง เพราะไอ้กลุ่มนี้มันเป็นกลุ่มหนุ่มหล่อชื่อดังของคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งเป็น คณะมีชื่อเชิดหน้าชูตาของมหาวิทยาลัยเรา เรียกว่าคบกันแต่พวกหน้าตาดีๆ หล่อทั้งกลุ่มอย่างกับจะตั้งวงบอยแบนด์ยังไงอย่างนั้น ไอ้บูมมันทำหน้าตึงกับหมาและตัวตะกวดที่ผมปล่อยออกมาเดินเล่นตอนเช้า ส่วนผมกำลังจะอาละวาดต่อให้หนำใจแต่เสียงไอ้เป้เพื่อนผมมันขัดขึ้นเสียก่อน
“เฮ้ย คุณชายนิค ใครมาเหรอวะ”
ไอ้ เป้เพื่อนซี้ผมมันเรียนสถาปัตย์ฯ วันนี้ก็ใจกล้าหน้าด้านอีกตามเคย เดินออกจากบ้านมาด้วย ทรงผมเดรดร็อค กับบ๊อกเซอร์สีส้มแสบสันต์ตัวเดียวเย้ยฟ้าท้าลมแบบไม่มียางอายในสายเลือด มันไม่เดินเข้ามาเปล่าๆ ยังอุตส่าห์เอาแขนถึกๆของตัวเองมาวางบนไหล่ผมอีก
“ข้างบ้านมาเก็บบอลว่ะ แมร่ง”
ผม ตีหน้ากวนส้นใส่พวกข้างบ้าน นี่ถ้าไม่มีประตูรั้วอัลลอยด์กั้นไว้ก็คงได้มีมวยกันสักยกแล้ว ถิ่นใครให้มันรู้เสียบ้าง หักนิ้วเสียงกร๊อบๆ แต่ยังไม่ทันจะได้มีเรื่องสมใจไอ้แม็คก็ดันตะโกนเรียกอีก ไอ้พวกนี้นี่ขัดจังหวะบู๊กุจริงวุ้ย
“ไอ้คุณนิคว้อย ท่านพ่อมรึงโทรมา เร็วดิมรึง กุปวดขี้”
ไอ้ แม็คมันยืนบิดตูดอยู่ที่ประตู แต่ท่าทางจะถูกข้าศึกบุกทะลวงมาถึงหน้าด่านจนต้านไม่ไหวเลยวางโทรศัพท์ผม ทิ้งไว้บนโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านแล้ววิ่งจู๊ดหายไป ผมเลยหมดอารมณ์หาเรื่องเคาะสนิมแม่ไม้มวยไทยของตัวเอง หันหลังจะเดินกลับเข้าบ้านไป แต่หูพลันไปได้ยินเสียงไอ้บูมมันจงใจหยามผมให้ได้ยินเต็มสองรูหูว่า ผมเป็นไอ้หน้าจืดปากเสีย หนอย... ว่าผมปากเสียนี่ยังพอทนครับ เพราะยอมรับความจริงอยู่แล้ว แต่มาว่าหน้าหล่อๆของผมเป็นหน้าจืดนี่สิ ไม่รู้ซะแล้น ว่ากุลูกใคร แค่นั้นล่ะครับ เรื่องที่ต้องไปรับโทรศัพท์จากท่านพ่อก็มลายหายวับไปจากสมอง หันไปตะโกนด่าไอ้สามตัวบอยแบนด์นั่นเสียงดังไม่เกรงใจใคร
“กุจะเป็นห่ะอะไรมันเกี่ยวไรกะมรึงวะไอ้หน้าแย้ แมร่งอยู่บ้านดีๆไม่ชอบ อยากออกมาหาตรีนกันแต่เช้านะมรึง”
ไอ้ เป้เห็นเคราะห์หามยามซวยจะมาเยือนคนข้างบ้านทั้งสามก็รีบคว้าคอเพื่อนไว้ ป้องกันไม่ให้หมานิคไปกัดใครเข้าเพราะยังไม่ได้ฉีดยา แล้วตะโกนเรียกสมัครพรรคพวกในบ้านที่เหลืออีกสามคนเสียงดัง
“พวกมรึงมาช่วยกันหน่อย ไอ้คุณนิคมันบ้าเลือดแล้ว กุเอามันไม่อยู่แล้ว”
ไม่ ต้องให้เหนื่อยตะโกนเรียกจนคอหอยโป่งอีกเป็นครั้งที่สอง แค่ได้ยินคำว่านิคบ้าเลือด ทั้งไอ้โก้ ไอ้แม็ค ไอ้คิน ก็พากันวิ่งหน้าตื่นกรูออกจากบ้านเหมือนโดนก็อตซิลล่าบุก แล้วพวกมันสามคนก็สามัคคีแบกตัวไอ้คุณนิคโหมดคลั่งพร้อมสังหารเข้าไปในบ้าน ด้วยอาการราวกับยกสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ผมฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยุดดิ้นหายใจหอบๆตาขวางอีกเล็กน้อย
“จะปล่อยได้รึยัง แมร่ง จับอยู่ได้ ”
พวก มันสามคนหันมองหน้ากันเล็กน้อยเหมือนจะขอความเห็น ไอ้โก้เห็นว่าตาขวางๆของผมเริ่มกลับเข้าที่จึงค่อยๆปล่อยมือทั้งที่ยังหวาด ระแวงอยู่ไม่น้อย
“เฮ้ย พวกมรึงอย่า อย่า อย่า....”
เสียง ไอ้เป้สะท้อนเซอราวด์เหมือนมีทีมซาวเอฟเฟ็คจากฮอลลีวูดมาช่วยกำกับ ทันทีที่ผมหลุดจากไอ้สามตัวได้ เท้าเปล่าๆทั้งสองข้างก็เผ่นกระโจนพรวดเดียวกระโดดไปที่สนามหญ้า สายตาจับบอลที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้วซัลโวฟรีคิกเข้าเต็มฝีเท้า ลองนึกภาพสโลว์โมชั่นตามนะครับ ลูกบอลไซด์โค้งข้ามรั้วไปโดนกระจกข้างบ้านเสียงดังเพล้ง สนั่นลั่นซอย พร้อมกับที่ ไอ้คุณนิคของเพื่อนๆ ยืนหัวเราะเสียงก้องกับตำแหน่งศูนย์หน้าดาวยิงอย่างสะใจยิ่งกว่าจอมมารที่ ค้นพบสุดยอดคัมภีร์เคล็ดวิชาอมตะในหนังจีน ฮ่าๆๆๆๆๆแมร่ง สะใจนิค
“พวก มรึงซ่อมกระจก เสียตังค์เท่าไหร่ก็ส่งบิลมาให้กุได้เลย แล้วก็ช่วยเอาเพื่อนมรึงกลับไปล้างปากเน่าๆด้วยน้ำยาล้างส้วมด้วย สาด อย่าให้กุได้ยินอีกนะมรึง พ่อเตะปากแตกแน่”
ลูกผู้ชายนายนิ คเสียอย่าง เสียตังค์ไม่ว่าแต่ขอให้ได้บ้าสุดตรีนครับ และถึงจะบ้าแค่ไหนผมก็ยังรับผิดชอบต่อสังคม กล้าทำก็กล้ารับครับ หลังจากประกาศศักดาหมาบ้านำทีมเจ้าบ้านบุกยิงประตูจนขึ้นนำไป 1-0 แล้ว ไอ้คุณนิคก็แอ็คท่าชี้หน้าพวกมันไปหนึ่งที ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างสง่างาม ฮ่าๆๆๆ เกมนี้ไอ้นิคชนะเลิศได้ถ้วย
ส่วนไอ้เป้ก็ได้แต่ยืนมองดูภาพ กีฬามันๆแล้วก็ยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าผากตัวเองป้าบๆทำหน้าเหมือนเสียแชมป์ให้ ทีมเยือนในบ้านของตัวเอง ส่ายหน้าเซ็งๆ พึมพำคนเดียว
“กุว่าแล้ว อย่าเพิ่งปล่อยมัน ให้เอาไปขังให้เรียบร้อยก่อน เป็นไงล่ะมรึง