เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2246 คน
prince นิยายแนว yaoi
อย่าแปลกใจนะครับที่หน้าตาบล็อกเปลี่ยนไป พอดีเปลี่ยนธีมใหม่อะคับ
 
ปฎิทิน
 
 

<กรกฎาคม 2557>
 
2730123456
2878910111213
2914151617181920
3021222324252627
3128293031123
3245678910
 
     
 
สถิติบลอกนี้
 
 
  • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 101942
  • เฉพาะวันนี้ 51
  • ความคิดเห็น 249
  • จำนวนเรื่อง 7
ให้คะแนนบลอกนี้
แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
 
     
ข้างบ้านนะตัวแสบ {จบแล้วคับ}
Last Updated On: 7 ธันวาคม 2551 - 14:15:00








========================
โหลดหนัง โหลดเพลง และการ์ตูนมากมาย  CLICK
========================




ข้างบ้านนะตัวแสบ - โดย ป้าจุใจ


 ตอนที่1 ลูกฟรีคิก

เสียงกดออดดังติดๆกันเป็นนาทีที่ห้า   ปลุกให้พญามารในตัวคุณชายนิค ณ หมู่บ้าน  ศุภฤกษ์ฤดีศรีสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ฮ่วย มั่วแล้ว)  ลุกขึ้นมาด้วยอาการสติแตกอย่างเป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่าเวลาเพิ่ง ตื่นของคุณชายนิคนั้นเป็นเวลาที่จิตใจจะเข้าสู่ภาวะไร้สติยั้งคิดมากที่สุด   สามัญสำนึกความเป็นคนหมดไปโดยปริยาย   ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเสื้อยืดคอย้วยเพ้นท์ลายเด็กผู้ชายใส่ผ้าขาวม้ายกมือ ไหว้สวัสดี  มีสกรีนตัวหนังสือสีแดงแปร๊ดว่า ไทยแลนด์เป็นภาษาปะกิตตัวบักเอ้กเด่นหราอยู่กลางอกเสื้อ สวมกางเกงเตะบอลยี่ห้อดังสีดำมีรอยโหว่ตรงปลายขาเพราะเจ้าของเคยอุตริใช้เตา รีดเร่งไฟสูงสุดรีดมันตอนชื้นๆหวังจะให้แห้งโดยไม่ต้องตาก  แต่เพราะดูทีวีเพลินไปหน่อย จากจะให้แห้งมันก็กลายเป็นไหม้ไป



แมร่ง จะกดให้ตายห่ะเลยรึไงวะ
” 



นาย นคินทร์หรือไอ้คุณชายนิคของเพื่อนๆทำหน้าราวกับฆาตกรโหดหาปังตอไม่เจอเดิน ปึงปังออกมาหน้าบ้านก็พบว่าต้นเหตุเสียงออดกวนโสต  คือ ไอ้พวกข้างบ้านที่เพิ่งย้ายมาเมื่ออาทิตย์ก่อน



หมู่บ้านจัด สรรแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านหรูหราระดับห้าดาวสิบดาว  ในยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟูธุรกิจบ้านจัดสรรฮิตติดลมบน  บรรดาคนรวยก็พากันตกเป็นเหยื่อของโฆษณาหลงกลมาซื้อบ้านที่นี่ไว้  ทั้งที่ราคาแพงมหาโหดแถมอยู่ไกลจากตัวเมือง  จะมีดีอย่างเดียวก็คืออยู่ใกล้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่พอประเทศไทยประสบภาวะเศรษฐกิจผันผวนผกผันเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง   แต่ติดจะไปในทางขาลงเสียมากกว่า   เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีปัญหากับธนาคารก็พากันขายบ้านทิ้ง   บ้างขายไม่ได้ก็ให้เช่า  นานวันเข้า  คนที่เช่าอยู่ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นพวกนักศึกษาที่ลงขันกันหาที่อยู่   มองดูเผินๆตอนนี้เหมือนหมู่บ้านนักศึกษาไม่มีผิด   แต่สำหรับกรณีของผม  ไอ้นายนิคนั้น  เมื่อสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้  บุพการีที่เคารพรักก็บังเอิญถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ไหนเพราะธนาคารนั้นให้ดอกเบี้ยถูกเหลือเกิน   เมื่อปรึกษากันแล้ว  พ่อกับแม่จึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนใช้พักอยู่ขณะ เรียนมหาวิทยาลัย   เผื่อว่าน้องชายอีกสองคนที่กำลังเรียนมัธยมอยู่อาจจะตามมาอยู่ด้วย  ถ้ามันสองคนสอบได้มหาลัยเดียวกับผม   ดังนั้นไอ้ระดับเจ้าของบ้านอย่างผมจึงกร่างผิดกับพวกที่มาเช่าอยู่ชั่ว คราวอย่างเห็นได้ชัด



โทษนะ  คือบอลพวกฉันมันไปตกในบ้านนาย  ถ้าไม่รบกวนก็ขอเข้าไปเก็บหน่อยได้มั้ย




รบกวนโคดๆเลยว่ะ    นี่อุตส่าห์ถ่อสังขารกันมากดออดบ้านคนอื่นนี่แค่จะมาเก็บบอลเหรอวะ




ไอ้ หน้าหล่อ แต่ผมอยากเรียกว่าหน้าแย้อย่างไม่มีเหตุผลปนความหมั่นไส้ที่ชื่อบูม  เป็นเด็กคณะวิศวะฯเหมือนกัน  แต่มันเรียนคนละสาขา  ผมเรียนวิศวะฯคอม  ส่วนพวกมันสามตัวเรียนวิศวะฯเครื่องกล  กับโยธา   สังเกตจากท่าทางของพวกมันผมเลยเดาว่ามันสามตัวไม่รู้จักผม   ตรงกันข้ามกับผม  ที่รู้จักพวกมันยกฝูง  เพราะไอ้กลุ่มนี้มันเป็นกลุ่มหนุ่มหล่อชื่อดังของคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งเป็น คณะมีชื่อเชิดหน้าชูตาของมหาวิทยาลัยเรา   เรียกว่าคบกันแต่พวกหน้าตาดีๆ  หล่อทั้งกลุ่มอย่างกับจะตั้งวงบอยแบนด์ยังไงอย่างนั้น    ไอ้บูมมันทำหน้าตึงกับหมาและตัวตะกวดที่ผมปล่อยออกมาเดินเล่นตอนเช้า    ส่วนผมกำลังจะอาละวาดต่อให้หนำใจแต่เสียงไอ้เป้เพื่อนผมมันขัดขึ้นเสียก่อน



เฮ้ย  คุณชายนิค  ใครมาเหรอวะ




ไอ้ เป้เพื่อนซี้ผมมันเรียนสถาปัตย์ฯ  วันนี้ก็ใจกล้าหน้าด้านอีกตามเคย  เดินออกจากบ้านมาด้วย ทรงผมเดรดร็อค  กับบ๊อกเซอร์สีส้มแสบสันต์ตัวเดียวเย้ยฟ้าท้าลมแบบไม่มียางอายในสายเลือด  มันไม่เดินเข้ามาเปล่าๆ ยังอุตส่าห์เอาแขนถึกๆของตัวเองมาวางบนไหล่ผมอีก
 



ข้างบ้านมาเก็บบอลว่ะ  แมร่ง




ผม ตีหน้ากวนส้นใส่พวกข้างบ้าน  นี่ถ้าไม่มีประตูรั้วอัลลอยด์กั้นไว้ก็คงได้มีมวยกันสักยกแล้ว  ถิ่นใครให้มันรู้เสียบ้าง   หักนิ้วเสียงกร๊อบๆ แต่ยังไม่ทันจะได้มีเรื่องสมใจไอ้แม็คก็ดันตะโกนเรียกอีก  ไอ้พวกนี้นี่ขัดจังหวะบู๊กุจริงวุ้ย



ไอ้คุณนิคว้อย  ท่านพ่อมรึงโทรมา  เร็วดิมรึง  กุปวดขี้
” 



ไอ้ แม็คมันยืนบิดตูดอยู่ที่ประตู  แต่ท่าทางจะถูกข้าศึกบุกทะลวงมาถึงหน้าด่านจนต้านไม่ไหวเลยวางโทรศัพท์ผม ทิ้งไว้บนโต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านแล้ววิ่งจู๊ดหายไป  ผมเลยหมดอารมณ์หาเรื่องเคาะสนิมแม่ไม้มวยไทยของตัวเอง   หันหลังจะเดินกลับเข้าบ้านไป   แต่หูพลันไปได้ยินเสียงไอ้บูมมันจงใจหยามผมให้ได้ยินเต็มสองรูหูว่า  ผมเป็นไอ้หน้าจืดปากเสีย    หนอย... ว่าผมปากเสียนี่ยังพอทนครับ เพราะยอมรับความจริงอยู่แล้ว   แต่มาว่าหน้าหล่อๆของผมเป็นหน้าจืดนี่สิ    ไม่รู้ซะแล้น  ว่ากุลูกใคร   แค่นั้นล่ะครับ  เรื่องที่ต้องไปรับโทรศัพท์จากท่านพ่อก็มลายหายวับไปจากสมอง  หันไปตะโกนด่าไอ้สามตัวบอยแบนด์นั่นเสียงดังไม่เกรงใจใคร
 



กุจะเป็นห่ะอะไรมันเกี่ยวไรกะมรึงวะไอ้หน้าแย้   แมร่งอยู่บ้านดีๆไม่ชอบ อยากออกมาหาตรีนกันแต่เช้านะมรึง




ไอ้ เป้เห็นเคราะห์หามยามซวยจะมาเยือนคนข้างบ้านทั้งสามก็รีบคว้าคอเพื่อนไว้  ป้องกันไม่ให้หมานิคไปกัดใครเข้าเพราะยังไม่ได้ฉีดยา  แล้วตะโกนเรียกสมัครพรรคพวกในบ้านที่เหลืออีกสามคนเสียงดัง



พวกมรึงมาช่วยกันหน่อย  ไอ้คุณนิคมันบ้าเลือดแล้ว  กุเอามันไม่อยู่แล้ว




ไม่ ต้องให้เหนื่อยตะโกนเรียกจนคอหอยโป่งอีกเป็นครั้งที่สอง  แค่ได้ยินคำว่านิคบ้าเลือด  ทั้งไอ้โก้  ไอ้แม็ค ไอ้คิน ก็พากันวิ่งหน้าตื่นกรูออกจากบ้านเหมือนโดนก็อตซิลล่าบุก   แล้วพวกมันสามคนก็สามัคคีแบกตัวไอ้คุณนิคโหมดคลั่งพร้อมสังหารเข้าไปในบ้าน ด้วยอาการราวกับยกสิ่งศักดิ์สิทธิ์



ผมฮึดฮัดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยุดดิ้นหายใจหอบๆตาขวางอีกเล็กน้อย



จะปล่อยได้รึยัง  แมร่ง  จับอยู่ได้
  ”



พวก มันสามคนหันมองหน้ากันเล็กน้อยเหมือนจะขอความเห็น  ไอ้โก้เห็นว่าตาขวางๆของผมเริ่มกลับเข้าที่จึงค่อยๆปล่อยมือทั้งที่ยังหวาด ระแวงอยู่ไม่น้อย



เฮ้ย  พวกมรึงอย่า  อย่า   อย่า....




 
เสียง ไอ้เป้สะท้อนเซอราวด์เหมือนมีทีมซาวเอฟเฟ็คจากฮอลลีวูดมาช่วยกำกับ    ทันทีที่ผมหลุดจากไอ้สามตัวได้  เท้าเปล่าๆทั้งสองข้างก็เผ่นกระโจนพรวดเดียวกระโดดไปที่สนามหญ้า  สายตาจับบอลที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้วซัลโวฟรีคิกเข้าเต็มฝีเท้า  ลองนึกภาพสโลว์โมชั่นตามนะครับ   ลูกบอลไซด์โค้งข้ามรั้วไปโดนกระจกข้างบ้านเสียงดังเพล้ง  สนั่นลั่นซอย   พร้อมกับที่ ไอ้คุณนิคของเพื่อนๆ ยืนหัวเราะเสียงก้องกับตำแหน่งศูนย์หน้าดาวยิงอย่างสะใจยิ่งกว่าจอมมารที่ ค้นพบสุดยอดคัมภีร์เคล็ดวิชาอมตะในหนังจีน   ฮ่าๆๆๆๆๆแมร่ง  สะใจนิค




พวก มรึงซ่อมกระจก เสียตังค์เท่าไหร่ก็ส่งบิลมาให้กุได้เลย  แล้วก็ช่วยเอาเพื่อนมรึงกลับไปล้างปากเน่าๆด้วยน้ำยาล้างส้วมด้วย  สาด  อย่าให้กุได้ยินอีกนะมรึง  พ่อเตะปากแตกแน่




ลูกผู้ชายนายนิ คเสียอย่าง  เสียตังค์ไม่ว่าแต่ขอให้ได้บ้าสุดตรีนครับ  และถึงจะบ้าแค่ไหนผมก็ยังรับผิดชอบต่อสังคม  กล้าทำก็กล้ารับครับ  หลังจากประกาศศักดาหมาบ้านำทีมเจ้าบ้านบุกยิงประตูจนขึ้นนำไป 1-0 แล้ว  ไอ้คุณนิคก็แอ็คท่าชี้หน้าพวกมันไปหนึ่งที  ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างสง่างาม ฮ่าๆๆๆ   เกมนี้ไอ้นิคชนะเลิศได้ถ้วย



ส่วนไอ้เป้ก็ได้แต่ยืนมองดูภาพ กีฬามันๆแล้วก็ยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าผากตัวเองป้าบๆทำหน้าเหมือนเสียแชมป์ให้ ทีมเยือนในบ้านของตัวเอง  ส่ายหน้าเซ็งๆ  พึมพำคนเดียว



กุว่าแล้ว  อย่าเพิ่งปล่อยมัน  ให้เอาไปขังให้เรียบร้อยก่อน  เป็นไงล่ะมรึง  ซัดซะตุงตาข่าย

 

 

 

 


ตอนที่2 ภารกิจ3ข้อ

เหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่างผมกับไอ้หน้าแย้ ข้างบ้านผ่านไปนานแค่ไหนผมก็ไม่ได้นับ รู้แต่ว่าตอนเย็นวันจันทร์ก่อนจะกลับบ้าน ผมก็บังเอิญโคจรมาพบเจอกับโจทก์เก่าที่ใต้ตึกกองกิจการนักศึกษาในคณะนั่น เอง และแม้ว่าผมจะตัวคนเดียวฉายเดี่ยวนัมเบอร์วัน ส่วนพวกมันแท็คทีมยกโขยงกันมาทั้งบ้าน แต่ไอ้นิคคนนี้ก็หาได้กริ่งเกรงไม่



“ที่แท้มรึงก็เด็กวิดวะเหมือนกันเหรอวะ”



ไอ้ หน้าแย้ชื่อบูมเปิดประเด็นเพราะเห็นเสื้อช็อปของผม ถ้าจำไม่ผิด พวกมันสามตัว ไอ้บูม ไอ้ปิงปอง กับไอ้แซ็ค พวกมันเช่าอยู่ข้างบ้านผมกันหมด ยกเว้นก็แต่ไอ้เดือนคณะตัวสูงเป็นเปรตวัดกู้ที่ชื่อไอ้เชน กับไอ้หน้าตี๋ที่ชื่อต่อ ไอ้สองคนนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันอยู่ข้างบ้านด้วยรึเปล่า แต่ถึงมันไม่อยู่ข้างบ้านมันก็คงไม่อยู่ข้างผม มันสองตัวอยู่ข้างฝ่ายไอ้บูมครับ



“กุเรียนวิดวะ แล้วมันหนักส่วนไหนของมรึง”




ไอ้ นิคผู้ไม่รู้จักคำว่ากลัวตายครับ บ้าระห่ำแบบแหกโค้งลงเหว ปากเสียถึงขั้นตัวเงินตัวทองเรียกบรรพบุรุษ ฉายานามที่เพื่อนฝูงพร้อมกันใจกันเรียกคือไอ้คุณชายนิคครับ ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้มีเชื้อเจ้าเชื้อนายในสายตระกูลสักกระจึ๋งหนึ่ง แต่ด้วยความที่เกิดมาหน้าตาหล่อเหลา สะอาดสะอ้าน ดูภูมิฐาน มีชาติตระกูล และที่สำคัญบ้าเลือดแบบเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ดังนั้นจะเรียกอย่างอื่นก็คงจะไม่เหมาะ 555 แต่ก็ใช่ว่าพวกมันจะเรียกในทำนองยกย่องเชิดชูเกียรตินะครับ ติดจะเรียกออกไปทางประชดปนแดกดันซะมากกว่า ก็อันตัวผมนี้มีคุณปู่เป็นถึงเจ้าของค่ายมวย มีบิดาเป็นเจ้าของปางไม้สักทางเหนือ ส่วนมารดาที่เคารพรักของผมแม้จะเป็นถึงอดีตนางงามจังหวัด ที่ทั้งสวย ทั้งดูอ่อนหวาน เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ไม่เคยขัดใจสามีที่รัก แต่พอพ่อผมทำให้โกรธทีไร แม่ผมก็สามารถใช้ท่าไม้ตายอัพเปอร์คัตเข้าปลายคางจนพ่อหงายเก๋งได้สบายๆ พอดีคุณตาผมก็เป็นเจ้าของค่ายมวยเหมือนกันน่ะครับ ผมที่ได้เลือดซ่าส์ของทั้งคุณปู่คุณตามาแบบเต็มๆพอถูกเลี้ยงอย่างตามใจไม่มี ขัดอีก ก็เลยเพาะเชื้อความบ้าเลือดหลุดโลก เอาตัวเองเป็นที่ตั้งได้อย่างสะดวกโยธิน กลายเป็นลักษณะนิสัยแย่ๆที่แก้ไม่ได้ (และไม่คิดจะแก้ ) ของผมมาจนถึงทุกวันนี้




“นี่บิลค่ากระจก”



ไอ้ ปิงปองควักแผ่นกระดาษมีตราห้างหุ้นส่วนจำกัดแม่กิมลั้งค้ากระจกยื่นให้หน้า ตาหาเรื่องไม่แพ้เพื่อนมันที่เหลืออีกสี่ตัว ผมเห็นตัวเลขเขียนราคาไว้ว่าพันกว่าๆแบบแว่บๆยังไม่ทันจะเอื้อมมือไปรับ ไอ้ปิงปองมันก็ปฏิบัติการกวนส้นผมกลับด้วยการปล่อยให้กระดาษแผ่นนั้นร่วงลง ช้าๆไปนอนนิ่งอยู่บนพื้น แมร่ง สงสัยไอ้นี่จะดูหนังมากไปจนอินจัดถึงได้ทำอะไรเสี่ยวๆอย่างนี้ คิดว่าเท่นักเหรอมรึงงงงงง



ผมยิ้มเย็น ทำหน้าใหญ่ใจโตข่มพวกมันด้วยการควักแบงก์สีเทาออกมาสองใบพร้อมกับก้าวไปเหยียบแผ่นใบเสร็จฯบนพื้น ป๊าบ! เต็มเท้าขวา



“เอาไปไม่ต้องทอน ถือว่าเป็นค่าทำขวัญให้พวกมรึงด้วย หมดธุระแค่นี้ใช่มั้ย กุจะได้กลับบ้านไปขี้เสียที”



เห็น มั้ยล่ะครับ ปากเสียๆของไอ้นิคอย่างนี้ ไม่รู้ว่าอยู่รอดมาจนบรรลุนิติภาวะได้ยังไง ผมยิ้มเหมือนเยาะ ดูหน้าแต่ละคนนี่อยากจะกระทืบผมให้จมดินกันทั้งนั้น ถ้าไม่ติดว่ายังอยู่ในเขตสถานศึกษา อยู่ในเครื่องแบบของปัญญาชนคนมีความรู้ที่ห้ามใช้กำลัง



“มรึงนี่แสบจริงๆว่ะไอ้หน้าสวย”



สาดดดดด นี่มรึงจะด่าหรือชมกุเลือกเอาสักอย่าง ผมตวัดตาขวางๆใส่ไอ้เชน เหมือนจะบอกว่ามรึงอย่ามาเจือกกับหน้ากุ



บรรยากาศ มาคุเหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี๊ยะๆเป็นแบ็คกราวด์ด้านหลังระหว่างผมกับไอ้เดือน คณะถูกขัดจังหวะด้วยสาวงามหน้าใสขวัญใจสาขาวิศวะฯคอมของพวกผม



“ตามหาตั้งนานที่แท้ก็มาชุมนุมกันอยู่ที่นี่เอง” พูดอย่างกับผมเป็นม๊อบชาวสวนทุเรียน



“อ้าว เชนเองเหรอ นึกว่าเป็นพวกคินกับแม็คเสียอีก”



ไอ้ ปิ่นยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนสาวดัชชี่ แต่เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งโดนมันหลอกเอาได้ ถึงมันจะเป็นสาวงามหน้าใสที่เพื่อนๆพร้อมใจเทคะแนนให้มันเป็นดาวสาขาตอนปี หนึ่ง แต่นั่นก็ด้วยความหลงผิดกันทั้งนั้น ต่อหน้าพวกสาขาอื่น ไอ้ปิ่นมันสามารถเก็บความเถื่อนของมันไว้แล้วแอ๊บแบ้ว ทันทีเหมือนมีสวิตช์ควบคุม แต่ต่อหน้าพวกเราชาววิศวะคอม ไอ้ปิ่นก็คือนางงามกินเด็กดีๆนี่เอง



“มีไรวะไอ้ปิ่น หรืองานกลุ่มเราไม่ผ่าน”



“ผ่านฉลุยต่างหากจ๊ะ” น่าน มีจ๊ะมีจ๋า ปกตินี่ขึ้นภาษาสมัยบรรพกาลไปเรียบร้อยรู้เรื่องกันแล้ว



“แต่ที่เรียกนี่พอดีได้ยินว่าตะวันกำลังตามหาแกอยู่ เห็นว่าคืนนี้พี่เอจะพาพวกแกไปเลี้ยงน่ะ”



“อ้าว ทำไงดีวะวันนี้นัดพี่แคลร์ไว้ซะด้วย”



แฟน สาวคนล่าสุดเพิ่งตกลงคบกันเมื่อวานนี้ครับ เอาไงดีวะไอ้นิค นั่นก็แฟน นี่ก็พี่รหัส ไอ้ปิ่นมันเห็นผมคิดไม่ตกเลือกไม่ถูกก็คงขี้เกียจรอ รีบรวบรัดตัดความ



“ยังไงก็โทรบอกตะวันมันด้วยแล้วกัน”



ผม พยักหน้าหงึกๆ ส่วนเพื่อนสาวคนงามก็เลิกสนใจผมไปโดยปริยาย หันไปคุยกับกลุ่มไอ้พวกข้างบ้านผมอย่างเพลิดเพลินเจริญหัวใจ ช่างเหอะ ไปดีกว่า



กิจกรรมสุดสัปดาห์ของพวกเราเด็กไกลบ้านมักจะ รวมตัวกันปฏิบัติภารกิจของกฎ 3 ข้อ ที่บัญญัติกันขึ้นเองง่ายๆ ไม่ต้องลงประชามติแสดงพลังมวลชนอะไรกันมากมาย มีรายละเอียดว่า ข้อหนึ่ง สุดสัปดาห์เราจะสุมหัวอยู่กับเครื่องดื่มมึนเมาประเภทสุราเมรยะ กินเป็นระยะๆพอเป็นกระสายให้เลือดสูบฉีดสมองแล่น ข้อสอง ตื่นสายตอนตะวันโด่งแบบกินบ้านกินเมืองไม่เกรงใจพวกคอร์รัปชั่น และข้อสาม หลีหญิงครับ หลีหญิงพอให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิต ของสวยๆงามๆมองแล้วมันชื่นใจ ยืดอายุขัยได้ไปอีกหลายปี แต่ต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีก่อนแจกขนมจีบนะครับ ไม่งั้นอาจโดนเจ้าของสาวๆที่โดนเราหลีแจกตรีนได้ เป็นภารกิจกฎ 3 ข้อที่เยาวชนของชาติไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ เหอๆ



วันนี้ เป็นวันศุกร์ เข้าข่ายสุดสัปดาห์ ภารกิจหนึ่งในสามข้อที่ผมจะทำวันนี้ คือการนัดกับพี่แคลร์รุ่นพี่ปีสามคณะบริหาร ที่ตัวเล็กแต่เซ็กส์แอพพิ่ลเกินร้อยไปท่องราตรีกันครับ แต่คิดไปคิดมาเดี๋ยวจะโดนพี่เอเฉ่งว่า เห็นหญิงดีกว่าพี่กว่าเชื้อ ผมเลยโทรหาไอ้ตะวันให้มันชวนพี่เอมาตั้งวง(เหล้า)กันที่บ้าน แล้วชวนพี่แคลร์มาเที่ยวบ้านผมด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง ปาร์ตี้เปิดตัวแฟนสาวคนใหม่ แผนการไฉไลอย่างนี้ไอ้นิคก็ช่างคิดได้ 55



“คุณชายนิค มรึงจะกินข้าวรองท้องก่อนมั้ย กุจะได้ตักเผื่อ”



ไอ้ แม็คมันเป็นเชฟจำเป็นครับ เพราะทั้งบ้านมีมันอยู่คนเดียวที่พอจะหุงข้าวเจียวไข่เป็น ตอนแรกพวกผมก็ซื้อกับข้าวเข้ามากินกัน แต่หลังๆชักจะขี้เกียจ เลยขอร้องแกมบังคับใช้ให้ไอ้แม็คมันทำ มันก็แสนดีครับ ทำกับข้าวให้พวกผมกินบ่อยๆ จนตอนนี้ฝีมือมันอยู่ในระดับเทพไปแล้ว ผู้หญิงคนไหนได้แต่งกับมันไปนี่ไม่ต้องกลัวลำบากเลยล่ะครับ ไอ้นิคการันตี



“ไม่รองไม่เริงแล้วมรึง ทุ่มกว่าแล้ว เดี๋ยวพี่เอกะไอ้พวกนั้นมันก็มาถึง”



ผม ช่วยไอ้เชฟแม็คยกกับข้าวออกมาเรียงราย ด้วยท่าทางชำนิชำนาญอย่างกับเสี่ยวเอ้อในร้านเหลาหรูๆ ก็ผมไม่ค่อยมีสกิลด้านอื่นเลยได้แต่เป็นลูกมือให้ไอ้เพื่อนๆไป แต่นอกจากจะมีกับข้าวแล้วมันยังยกเอาออพชั่นเสริมมาด้วยทั้ง เมล็ดทานตะวัน ถั่วทอด ยังมีข้าวเกรียบน้ำพริกเผาอีกจานใหญ่ มาอีกเพียบ เตรียมตั้งวงกันเต็มที่ว่างั้น



“มรึงนัดพี่แคลร์มาด้วยเหรอวะ”



ไอ้แม็คถามเหมือนชวนคุยแต่ผมยังไม่ทันจะตอบเสียงไอ้โก้ก็ทะลุขึ้นกลางลำ



“เชี้ยนิค แล้วมรึงเอาน้องกี้ไปไว้ไหน”



“เลิกกันแล้วเมื่อวาน” หล่อเลือกได้ครับพี่น้อง



“ไอ้เวงตะไล แมร่ง กุบอกแล้วว่าถ้าจะเล่นๆก็ไม่ต้องยุ่งกับน้องเขา งี้กุก็เสียคนหมด ปล่อยให้น้องคณะไปเสียท่ามรึงอย่างนี้”



ไอ้โก้มันเรียนเศรษฐศาสตร์ครับ



“ไอ้ นี่ กุกับน้องเขายังไม่ถึงขั้นนั้นกันว้อย แล้ว กุกับวิกกี้ก็คุยกันเข้าใจแล้วว่าเราเป็นได้แค่พี่น้องกัน จากกันด้วยดีน่ะ มรึงเข้าใจมั้ย”



ความจริงผมก็ยังไม่เบื่อ น้องเขาหรอกครับ ชอบทำแอ๊บแบ้วดูน่ารักดี แต่พอดีผมแอบไปได้ยินเพื่อนน้องกี้คุยกันว่าไอ้โก้มันแอบชอบน้องกี้อยู่ ผมก็เลยคิดว่าจะเสียสละหลีกทางให้เพื่อน เป็นไงครับผม พระเอกได้โล่ แมนสุดๆ ก็ผมกับไอ้โก้ก็รู้จักกันตั้งแต่ยังไม่ตัดสายสะดือด้วยซ้ำ พ่อแม่มันกับพ่อแม่ผมเป็นเพื่อนกัน ผมกับมันก็เลยเป็นเพื่อนกัน พอผมเอนท์ติดมันก็ติดตาม ติดสถาบันเดียวกันแต่แค่คนละคณะ เราสองคนก็เลยออกจากบ้านมาด้วยกัน ตัดไม่ตายขายไม่ขาดครับ เพื่อนคนนี้



“มรึงพูดจริงเหรอวะ” มันระริกระรี้เข้ามาหาผม



“กุจะโกหกมรึงทำแป๊ะไรล่ะครับ เชี้ยโก้”



ผมกะจะเข้าไปอาบน้ำประแป้งแต่งตัวเตรียมออกไปรับพี่แคลร์ที่หอแต่เพราะไอ้สุราต่างประเทศ
ยี่ห้อดังแพงระยับที่ไอ้ตะวันมันไปแอบจิ๊กของเตี่ยมันมาจากบ้าน ทำเอาผมติดลมบนจนนั่งไม่ลุกเลยครับ

ตอนที่ 3 : เมาแล้วหื่น

“ว่าแต่พวกมรึงนึกครึ้มไรขึ้นมาวะ วันนี้ถึงกินกันเยี่ยงราชาบ่อน้ำมันอย่างนี้”



ก็ แต่ละอย่างที่ไอ้แม็คมันทำให้กินแกล้มเหล้าล้วนแต่หรูๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งตัวโตสีสดน่ากิน ปลาช่อนลุยสวนจานใหญ่ หมูมะนาวพร้อมผักสดแช่น้ำแข็งเย็นเจี้ยบ ให้ตายเถอะครับพี่น้อง ขี้เหล้ากันเหลือหลาย ผมไม่ต้องรบกวนให้เพื่อนๆที่รักทั้งหลายช่วยตอบแล้วเพราะพี่เอยกขบวนอบายมุข เข้ามาเต็มอัตราศึก ทั้งเบียร์ทั้งเหล้า โซดา น้ำแข็งอีกบานตะไท



“กุให้ตังค์ไอ้แม็คมันไปซื้อมาทำเองแหละ ก็มรึงเจือกดัดจริตไม่ไปกินกันที่ร้านนี่วะ”



พี่ รหัสของผมคนนี้ถึงจะปากเสียแต่จิตใจดีครับ ผมเข้าไปช่วยพี่เอขนของไปวางบนโต๊ะแต่ยังไม่ทันจะถามไถ่อะไรกันมากมาย พี่ป้องก็โผล่หน้าเข้ามาในบ้านพร้อมกับไอ้สามตัวข้างบ้าน ไอ้แซ็ค ไอ้ปิงปองกับไอ้บูมครับ



“พี่เอามันสามตัวมาด้วยทำไม ผมไม่ถูกกับมันพี่ก็รู้”



ไอ้ นิคผู้ไร้สามัญสำนึกครับ ด่าออกไปโต้งๆแบบไม่ไว้หน้ารุ่นพี่ แต่โชคดีที่พี่ป้องแกใจใหญ่ใจกว้างประดุจดั่งมหาสมุทรแปซิฟิคไม่เคยถือสาผม



“เอา น่าไอ้นิค เด็กวิดวะเหมือนกันจะกัดกันไปทำไม อีกอย่างกุก็เป็นพี่เทคมรึงแล้วกุก็เป็นพี่รหัสไอ้บูมมันอีก นี่เท่ากับว่าพวกมรึงสองคนเป็นญาติกันนะ”



ทฤษฎีบทไหนของพี่ป้องผมก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าความมั่วนิ่มของพี่แกทำเอาผมหมดอารมณ์เถียงเลยครับ
เอาวะ ทนๆไปสักวัน



“เอาน่าๆมรึงอย่าคิดเล็กคิดน้อย ไประเบิดกระจกบ้านคนอื่นเขาแล้วก็เลิกบ้าสักที”



ไอ้ สาดดดดแม็ค มรึงด่ากุ ผมหันไปตาขวางใส่แต่ยังไม่ถึงขั้นอาละวาดครับ ก็เพื่อนกันจะบ้าไปทำไม แค่ออกอาการฮึดฮัดไม่สบอารมณ์เล็กน้อยตามประสาคุณชายถูกขัดใจแล้วกระดก เหล้าเข้าปากแก้เซ็ง



พอนาฬิกาตีบอกเวลาสองทุ่มตรง วงเหล้าที่ไม่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าก็ถูกตีตั๋วเรียบไปแล้วสิบที่นั่ง คือไอ้แซ็ค ไอ้ปิงปองกับไอ้บูมข้างบ้าน ไอ้แม็ค ไอ้โก้กับผม พี่เอ พี่ป้อง ไอ้ตะวัน สุดท้ายคือพี่แคลร์หวานใจผมที่แอบงอนเล็กน้อยเพราะผมติดลมเหล้านอกจนต้อง ให้เธอต้องติดรถมากับพี่ป้อง



นั่งก๊งนั่งกรึ่มได้พักใหญ่ จู่ๆไอ้บูมมันก็เอ่ยปากขอโทษผม ท่าทางมันจะโดนพี่ป้องอบรมมาอย่างดี พอมันขอโทษ ผมก็ใจกว้างพอครับ ลูกผู้ชายอย่างเราๆ กล้าทำ กล้ารับ กล้าขอโทษและก็กล้าให้อภัย ไม่คิดเล็กคิดน้อยติดใจเอาความกันให้เสียเวลาทำมาหากินไปเปล่าๆปลี้ๆ



แผน การใช้เหล้าเชื่อมสัมพันธไมตรียังคงใช้ได้กับทุกชาติทุกภาษา แต่ต้องแน่ใจนะครับว่าเมาแล้วจะไม่ปากเสียเหมือนผม ไม่งั้นจากกระชับมิตรอาจกลายเป็นสร้างศัตรูเพิ่มเข้าไปอีก




“ไอ้เชน เพิ่งจะโผล่หัวมาได้นะมรึง” ไอ้ปิงปองทักเพื่อนมันเสียงเริ่มยานคาง



มา อีกตัวแล้วครับ ไอ้คนข้างบ้านที่ไม่ได้มาร่วมขบวนการทวงลูกบอลคืนในวันนั้น แต่ก็มันนี่แหละครับที่มีปัญหาและคดีความกับลูกซัลโวของผมที่สุด จนเหม็นหน้ากันไม่หายถึงตอนนี้
อ่ะโด่ ไอ้ผู้ชายคิดเล็กคิดน้อย ไม่แมนเลยให้ตาย



เรื่อง ไอ้เชน ผมก็เพิ่งรู้เรื่องจากปากไอ้แซ็คมันเมื่อกี้นี่เองว่า กระจกข้างบ้านที่ผมฟรีคิกบอลเข้าไปเป็นกระจกห้องไอ้หน้าหล่อมัน ไอ้แซ็คทำตัวเป็นนกกระปูด ปูดเรื่องเพื่อนมันให้ผมฟังอีกว่า
ตอนนั้น ไอ้เดือนคณะหน้าหล่อแต่โคตรเก๊กนี่ มันกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มรอบเช้ากับหญิงของมันอยู่ครับ พอผมเตะบอลเปรี้ยงโดนกระจกโป้ง ด้วยแรงควาย 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของผม ลูกบอลมันทะลุหน้าต่างลอยไปโดนหน้าผากไอ้เชนเต็มๆ จนหัวปูดเป็นมะนาวหมดท่าคาอกสาว มันก็เลยอาฆาตแค้นฝังหุ่นผมไม่หาย เห็นมั้ยครับว่ามันไม่แมนเลย



“งานกุเพิ่งเสร็จ”



ไอ้ เชนตอบสั้นๆไม่ขยายความให้เสี่ยงต่อระดับความเก๊กที่คงกลัวจะลดลง ร่างสูงเป็นเปรตวัดสุทัศน์ญาติห่างๆกับเปรตวัดกู้ของมันเบียดผมแทบตกม้า นั่ง แมร่ง หาเรื่องกุซึ่งหน้า ผมออกอาการตาขวาง น้ำลายยืด คันปากอยากเห่ากรรโชก




“เชี้ยนิ หาเรื่องกุเหรอวะ”



“กุนี่นะหาเรื่องมรึง เมาแล้วก็กลับไปกินนมนอนไป๊ อย่ามาอาละวาดให้คนอื่นเขาเสียอารมณ์”



“มรึงนึกว่าแน่นักเหรอวะ ไอ้ไส้เดือนคณะ”



เจออย่าง นี้ก็ของขึ้นสิครับ ไอ้หน้าหล่อนี่มันกล้าดียังไงถึงด่าผม อย่างนี้มันต้องสำแดงเดชไอ้คุณชายนิคเสียหน่อย บอกแล้วว่าฉายานามนี้ไม่ใช่จะได้มากันง่ายๆ ผมดัดแปลงตำแหน่งเดือนฯของไอ้เชนเล็กน้อย คว้าคอเสื้อกระชากจนกระดุมเสื้อเชิ้ตขาวมันหลุดเสียงดังคว้าก พร้อมกับมือเล็กๆของสุดที่รักผมเข้ามายื้อไว้



“นิคใจเย็นๆสิ ทะเลาะกันอย่างนี้พี่ไม่สนุกนะ”



ที่รักขอไว้เลยต้องสนองหน่อยครับ ผมละมือจากไอ้หน้าหล่อแต่กวนตรีนแล้วนั่งลงเหมือนเดิม
คน อื่นๆเลยพากันถอนใจโล่งอกยกนิ้วให้พี่แคลร์ที่ปรามผมได้ ไอ้ปิงปองรีบเทเหล้าเอาใจเพิ่มให้คุณชายบ้าเลือดเหมือนเป็นเกอิชาส่วนตัว เพื่อไม่ให้บรรยากาศในวงเหล้าต้องเหม็นบูด ผมเลยพยายามไม่หันไปมองหน้าไอ้เชน เพราะเดี๋ยวเชื้อบ้าในตัวผมจะกำเริบขึ้นมาอีก



นั่ง ร่ำสุรากันไปจนถึงตีสามกว่าๆเสียงบรรเลงกีตาร์จากไอ้บูมก็แผ่วลงจนเงียบกริบ ไอ้แม็ค ไอ้โก้ ไอ้ปิงปอง พร้อมใจกันหมอบกระแตฟุบโต๊ะไปเรียบร้อย ไอ้แซ็คก็ลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วหายหัวไปเป็นชาติคาดว่าคงนอนกอดชักโครกแทน หมอนข้างอยู่ ส่วนพี่ๆที่เคารพทั้งสองก็กอดคอกัน นอนกอดขวดเหล้าเป็นอาหารให้ยุง ลำบากผมต้องชักลากทั้งรุ่นพี่ทั้งไอ้เพื่อนๆเข้าไปนอนในบ้านก่อนจะเป็นไข้ เลือดออกไปกันหมด ปาร์ตี้คืนนี้เลยต้องจบลงด้วยสี่ต่อสี่แฟมิลี่เกมส์ เมาหลับแบบหาทางกลับบ้านไม่ถูกกันหมดแปดคน ยกเว้นก็แต่ผมกับไอ้หน้าหล่อปากกวนส้นนี่แหละครับที่ยังนั่งดวดเหล้ากันต่อ แบบไม่มีใครยอมใคร



“นิค พี่ง่วงแล้ว ไปส่งพี่ก่อนแล้วค่อยกลับมาต่อนะ” พี่แคลร์ยิ้มหวานกระซิบเบาๆอยู่ข้างหู



ถึง จะคอทองแดง แต่กินผสมกันทั้งเหล้าทั้งเบียร์มาตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินยันถึงตีหนึ่งก็ เสียศูนย์ได้เช่นกันครับ เมาครับเมา เมาสุดตรีน เมาแบบได้ใจ



“งั้นผมไปหยิบกุญแจรถก่อนนะครับ ไม่เอาๆ พี่แคลร์ไปกับผมดีกว่า สาวๆสวยๆอยู่แถวนี้คนเดียวไม่ค่อยปลอดภัย”



ผม ยิ้มหวานเช่นกัน แต่ต่างกันที่ตาเยิ้มฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือด แฟนสาวคนนี้ก็แสนรู้ใจเดินตามผมขึ้นบ้านไปหยิบกุญแจรถอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันจะได้กุญแจผมก็ได้จูบกลับมาแทน
กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวพี่แคลร์ พร้อมกับริมฝีปากนุ่มนิ่ม ทำเอาเพลินไปเลยครับ เรายืนแลกจูบกันที่บันไดแบบไม่เกรงใจผีบ้านผีเรือนอยู่ครู่ใหญ่ผมก็ได้ยิน เสียงอะไรตก แต่หันไปมองก็ไม่เห็นมีอะไรนอกจากซากศพพวกขี้เหล้านอนอืดไม่รู้เรื่องกัน อยู่หน้าทีวี



“พี่แคลร์รอผมอยู่นี่นะครับ เดี๋ยวมา”



ผมให้พี่เขาออกไปนั่งรอที่โซฟาแล้วก็เดินเอียงๆเซๆขึ้นบันไดไป สงสัยคืนนี้จะไม่ได้กลับบ้านแน่
คิด แล้วก็ยิ้มคนเดียวอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ก็แฟนผมเธอน่ารักนี่ครับ ใครจะอดใจไหว ผมจำได้ว่ากุญแจรถอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็เลยไม่ได้เปิดไฟให้เกิดภาวะโลกร้อน เพิ่มขึ้น มะงุมมะงาหราคว้ากุญแจขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่มือคู่หนึ่งเอื้อมมากอดผมจากทางด้านหลัง



“ไปหอพี่แคลร์ดีกว่านะครับ แถวนี้ไอ้เพื่อนผมมันเยอะ เดี๋ยวมันจะขึ้นมากวน”



ผมเสียงพร่าเมื่อมือที่กอดเอวอยู่เลื่อนเข้าไปในเสื้อแล้วลูบไล้อยู่กับแผ่นอกของผมพร้อมกับริมฝีปากร้อนๆกดลงที่ท้ายทอยด้านหลัง



หมด เลยครับ ความอดทนหมดลงจนต้องหันไปคว้าตัวเธอเข้ามาจูบร้อนแรง ผมผลักอีกฝ่ายเบาๆลงบนเตียงทั้งที่ยังจูบคลอเคลียอยู่กับริมฝีปากของเธอ อยู่ไม่ห่าง แต่เดี๋ยวก่อน พี่แคลร์ไม่ได้ตัวโตเป็นหมีควายป่าห้วยขาแข้งอย่างนี้นิ แล้วพี่แคลร์ก็คงไม่แรงม้าแรงช้างถึงขั้นเปลี่ยนเป็นฝ่ายกดผมลงกับที่นอน แล้วจูบไม่ให้หายใจหายคอ แถมยังพยายามถอดเสื้อผมออกอย่างนี้แน่



คิดได้อย่างนี้ไอ้คุณนิคก็ตาเหลือกสิครับ ผมดิ้นอยู่สักพักกว่าจะหลุด ด้วยอาการพุ่งหลาวไปกดเปิดสวิตช์ไฟอย่างรวดเร็ว



“ไอ้เชน มรึงทำเชี้ยไรของมรึงเนี่ย”



เสียงไอ้นิคโหยหวนเมื่อไฟฟ้าสว่าง สำนึกได้ว่า กุจูบกับผู้ชายไปแล้ว โอ้วววว ม่ายยยยย



“555 แมร่ง ทำหน้าควายงงเลยนะมรึง เป็นไงล่ะปากเสียๆอย่างมรึงมันต้องเจออย่างนี้แหละ”


ควาย งงบ้านบิดามรึงน่ะซี้ ผมยังไม่ทันจะหายอึ้ง ไอ้หน้าหล่อมันก็โถมเข้ามากอดจูบลูบคลำอีกรอบ คราวนี้มือไม้มันยั้วเยี้ยเลื้อยเข้ามาในเสื้อไม่พอ มืออีกข้างมันยังทำท่าจะจับผมถอดกางเกงอีก เชี้ยนี่


“เป็นไงล่ะมรึงไอ้หน้าสวย โดนกุจูบล่ะเคลิ้มเลยนะมรึง” ไอ้เชนมันเซเล็กน้อยเมื่อถูกผมฟันศอก


“เคลิ้มป้อมรึงสิ ไอ้สาดดดด มรึงออกจากห้องกุไปเลยนะไอ้เชน ก่อนที่มรึงจะโดนเตะไข่แตก ไอ้เวนนี่เมาแล้วหื่นไม่ดูตาม้าตาเรือ”



ผม ด่าลั่นแล้วถีบเข้าที่ท้องมันโครมใหญ่ กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวมันพร้อมกับอาการตาฉ่ำเสียงยานเป็นเทปโดนแดด ทำให้ผมสันนิษฐานว่าพฤติกรรมอุกฉกรรจ์ที่มันลวนลามทางเพศ (เดียวกัน) เมื่อครู่ น่าจะเกิดขึ้นเพราะอาการเมา !



มันไม่สนคำด่าเลย ครับ พอโดนผมแจกบาทาจนหัวทิ่มลงบนเตียง มันเลยเอาหน้ามุดเข้าไปในผ้าห่มทั้งถีบทั้งเตะยังไงมันก็ไม่ยอมลุก จนผมชักจะเหนื่อย เอาวะ ปล่อยให้มันนอนไปก่อนเพราะผมยังมีธุระประปังกับแฟนสาวอยู่อีก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะพี่แคลร์กำลังรออยู่ข้างล่างล่ะก้อ....มรึงได้จูบฝ่าบาทา กุต่อแน่

ตอนที่ 4 นายแบบอีโรติค

เพราะความเรื่องมากที่เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ คุณสมบัติที่มาของชื่อสรรพนามคุณชายนิค ผมเลยไม่ค้างกับพี่แคลร์ที่ห้องของเธอเพราะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกใจเหมือนอยู่ บ้านตัวเอง ผมขับมอเตอร์ไซค์คันเก่งกลับถึงบ้านประมาณตีห้าทั้งที่ยังไม่ได้นอน แต่อย่าถามว่าทำไมไม่ได้นอน ก็เหตุผลของคนรักกันไงครับ 555



กลับ มาถึงบ้านก็ต้องปวดหัวกับสภาพที่เห็น เมื่อบทสรุปแบบสุดท้ายและท้ายสุดของปาร์ตี้กระชับความสัมพันธ์พี่น้องผอง เพื่อนจบลงด้วยการนอนระเกะระกะเป็นศพกันทั่วบ้าน เดือดร้อนผมต้องไล่เตะตูดไอ้เพื่อนขี้เมาให้ลุกไปนอนกองรวมกันบนพรมหน้า ทีวี แบบหน้ากระดานเรียงหนึ่งเพราะแต่ละคนเมาจนคลานสี่ขาไปเรื่อย ไอ้บูมศิลปินกีตาร์นี้เด็ดสุดครับ มันนอนอยู่ข้างๆตู้ปลา พอผมปลุกให้มันไปนอนโซฟา มันก็ดันลุกขึ้นจ้วงมือลงน้ำบอกจะเอาปลาผมไปทอดแกล้มเหล้าอีก ผมเลยต้องลากคอมันกลับไปนอนรวมกับคนอื่น ครั้นจะให้พวกมันขึ้นไปนอนชั้นบนมีหวังได้กลิ้งตกบันไดคอหักตายกันหมดแน่ ส่วนไอ้เชนมันคงลุกมาเข้าห้องน้ำพอดี พอมันโผล่หน้าออกมาผมเลยไล่มันกลับบ้านด้วยความแค้นยังหลงเหลือ แต่ไอ้นี่มันทำเนียนไม่สนใจ บอกบ้านไกลขี้เกียจเดินทั้งที่บ้านมันก็อยู่ข้างบ้านผม รั้วติดกันอย่างนี้



“นอนข้างล่างไม่มีที่แล้วว่ะ”



มันว่าแล้วก็ยึดราวบันไดเดินหน้ามึนตามขึ้นมา



“ก็นอนบนโซฟาสิวะ แมร่งหล่อแต่โง่นะมรึง หรือจะไปนอนเป็นเพื่อนกระจั๊วในครัวกุก็ไม่ว่า”



“กุก็นอนโซฟาจนมรึงมาถึงนี่แหละ แต่แมร่งนอนไม่สบาย โซฟามันเล็กไม่พอกับตัวกุ”



เออจริงแฮะ ก็ไอ้เชนมันสูงโย่งซะขนาดนั้น



“เชี้ย ละ บ้านกุไม่ใช่โรงแรมห้าดาวจะได้สั่งเอานู่นเอานี่ มรึงจะไปตาย เอ้ย ไปนอนที่ไหนก็ไปป่ะ ไปไกลๆส้นตรีนกุ แมร่งกุยังไม่ได้ชำระความกับมรึงนะ”



ผม กะดองเค็มตัวเองเข้าห้องไปก็หัวซุกเข้าที่นอน แต่รู้สึกเหนียวตัวนอนไม่สบายเลยลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ใช้เวลาไม่นานก็นุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียวออกมาแล้วมุดเข้าที่นอนอย่างเร่ง ด่วน ไม่สนว่าหัวจะเปียก ราจะขึ้นแล้ว ง่วงจริงๆ



“แชมพูหอมดีนะมรึง” ขณะกำลังเคลิ้มหลับ เสียงคุ้นๆก็ดังมาจากหมอนอีกใบ



“โอท็อปฝีมือแม่กุเอง ประคำดีควายผสมอัญชัน”



ผม ตอบก่อนจะลืมตาขึ้นมองว่าหมอนกุพูดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เย้ย ไม่ใช่หมอนพูดครับ แต่เป็นไอ้เชนนี่เอง ฮู้ย นึกว่าเจอผีบ้านผีเรือนหลอกเข้าซะแล้ว



“เชี้ยเชน แมร่งสาด กุตกใจหมด แล้วมรึงเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ไปนอนห้องอื่น”



บ้าน ผมมีสามห้องนอนครับ ห้องหนึ่งเป็นของผม ส่วนอีกสองห้องที่เหลือ ไอ้เพื่อนๆมันก็จับคู่เป็นรูมเมทกันใช้ห้องละสองคน ไม่ใช่ว่าผมเป็นเจ้าของเลยใช้อภิสิทธิ์อยู่คนเดียวหรอกนะครับ แต่เพราะไอ้พวกนั้นมันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กลัวอยู่ด้วยแล้วติดเชื้อหมาบ้าจากผมต่างหาก



“เข้ามาตอนมรึงอาบน้ำ พวกไอ้แม็คมันเมาหลับไปกันหมดแล้ว กุไม่อยากใช้ห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”



มารยาท ดีนะมรึง ที่บ้านคงสอนมาดี แต่ที่มรึงเข้าห้องกุมาโดยที่กุยังไม่ได้อนุญาตนี่มันหมายความว่ายังไงวะ แล้วคดีเมาแล้วหื่นของมรึงกุก็ยังไม่ได้สะสางนะเว้ย ผมอยากด่ามันอย่างนี้ครับ แต่อารมณ์ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ง่วงสุดๆ ความง่วงนี่ช่างเป็นปฏิปักษ์กับต่อมความแค้นในตัวจริงๆ พอง่วงแล้วก็หมดอารมณ์จะหาเรื่องคน



“เออๆ ไม่ต้องพูดมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยสะสาง กุจะนอนแล้ว”



ผมดึงผ้าห่มลายเป็ดน้อยฝีมือโอท็อปของท่านแม่อีกเหมือนกันขึ้นคลุมหัวแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์
คิดไม่ถึงว่าตอนหลังความมีมารยาทไม่ใช้ห้องคนอื่นโดยเจ้าของไม่อนุญาตของไอ้เชนจะสร้างเรื่องปวดหัวให้ชีวิตผมไปอีกนาน




กว่า ผมจะรู้สึกตัวตื่นก็ปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าๆแล้ว แต่ไม่เป็นไรวันเสาร์อย่างนี้มันวันว่าง แม้จะมีรายงานเรียงอยู่เป็นตับ หนังสือสอบก็ยังไม่ได้อ่านอีกเป็นแถว แต่ผมก็ยังยืนยันว่าว่างครับ แหะๆ
ผม นอนอึดอัดอยู่นานรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆมาอำ พร้อมกับหูได้ยินเสียงหัวเราะอิ๊อ๊ะ จิ๊จ๊ะ แว่วๆเข้าหู จากผีหมอนเมื่อคืนอย่าบอกว่าเปลี่ยนเป็นผีกุมารทองมาแกล้งผมนะครับ แต่คิดไปคิดมา บ้านนี้ไม่มีใครเลี้ยงกุมารทองนี่หว่า



“เชี้ยแมร่ง คนจะหลับจะนอน”



ผีก็อยู่ส่วนผีสิครับจะมายุ่งกับคนทำไมวะ ผมเลยลุกขึ้นด่าเสียงดัง แม้แต่ผีผมก็กล้าด่าครับถ้ามันมารบกวนเวลานอนอันแสนจะมีค่า



พอ ปรือตาขึ้นมองก็เห็นหน้าเหวอๆของไอ้โก้ ไอ้แม็ค ไอ้ปิงปองกับไอ้ต่อ ยืนนิ่งชะงักงันกันอยู่ ในมือแต่ละคนนั้นมีพร้อมทั้งกล้องถ่ายรูป ทั้งกล้องมือถือ ไอ้พวกนี้ท่าจะบ้า ผมงงกับพฤติกรรมส่อแววโรคจิตแอบถ่ายของพวกมันก่อนจะร้องเฮ้ยเสียงดังเมื่อ จู่ๆก็มีมือลึกลับคว้าคอผมดึงกลับลงไปนอน



ไอ้เชนอีกแล้ว ครับ ที่แท้ตัวการผีอำของผมคือมันนี่เอง มันคว้าคอผมแล้วลากเข้าไปกอดแน่นอย่างกับผมเป็นหมอนข้าง ส่วนเสียงผีกุมารทองก็เป็นเสียงหัวเราะของไอ้พวกโรคจิตสี่ตัวนั่นเอง มันยังรัวชัตเตอร์กันไม่ยั้งอย่างกับปาปารัซซี่เจอปาริส ฮิลตันบวชชี ผมเลยกระทุ้งศอกเข้ากลางลำตัวไอ้เชนไปเต็มๆ



“แมร่ง มรึงจะตื่นได้รึยัง นอนให้พวกมันถ่ายโป๊อยู่ได้”



มัน ไม่ใส่เสื้อนอนเหมือนผมครับ พอผู้ชายสองคนไม่ใส่เสื้อมานอนชิดแนบสนิทบนเตียงเดียวกันโดยมีผ้าห่มคลุม ท่อนล่าง ภาพมันเลยออกแนวอีโรติก หื่นได้ใจ ผมทำเสียงโหด ตาขวาง พวกปาปารัซซี่สี่ตัวเลยยอมถอยทัพออกจากห้องไป ไอ้พวกนี้นี่ก็ว่างจัด




“เล่น อะไรงี่เง่า ลบทิ้งซะนะพวกมรึง ถ้ามีภาพหลุดไป กูจะเจี๋ยนน้องชายมรึงให้ปลาในตู้กินแน่แล้วนี่มรึงจะนอนอีกนานมั้ยไอ้ห่ะ เชน ตื่นว้อย”



ผมถีบตูดมันไปทีหนึ่งพอให้ระบายอารมณ์ แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยไอ้นายแบบอีโรติคมันก็ไม่อยู่บนเตียงแล้ว



เสียง หัวเราะเฮฮาดังอยู่ชั้นล่างเรียกร้องให้อยากลงไปดูว่าพวกมันเล่นพิเรนทร์ อะไรกันอีก ไอ้พวกเพื่อนๆกับพวกข้างบ้านก็ยังครบทีมไม่ขาดไม่เกิน อยู่หน้าโต๊ะคอมโดยมีไอ้แม็คเป็นหัวโจก ไอ้แม็คมันเรียนวิศวะฯคอมเหมือนผม ดังนั้นไอ้เรื่องเทคโนโลยีสมองอัจฉริยะของเครื่องอำนวยความสะดวกพวกนี้ก็เลย เป็นเรื่องจิ๊บๆ



“นี่พวกมรึงสุมหัวทำไรกันเนี่ย”



พอชะโงกหน้าไปดูแล้วเห็นรูปตัวเองนอนโป๊อยู่กับไอ้เชนบนจอคอมฯผมก็โวยพวกมันทันที



“ไอ้ห่ะ ทำเอากุกับไอ้เชนเป็นคู่เกย์เลยนะมรึง”



ผม ไม่ได้โกรธหรอกครับ ก็บอกแล้วว่าไอ้นิคเป็นลูกผู้ชายใจกว้างไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไร แค่เห็นแล้วมันอุจาดลูกนัยน์ตาน่ะ ส่วนเรื่องอายนี่ไม่ต้องพูดถึง หน้าหนาไม่แพ้ถนนลาดยางมะตอยครับ แล้วผมก็ไม่ได้คิดอกุศลอะไรกับไอ้เชน จะอายไปทำไมให้เปลืองพลังงาน ถึงแม้จะโดนมันกอดจูบลูบคลำไปแล้วเล็กน้อย ส่วนไอ้เชน ไอ้ห่ะนี่ก็นั่งชื่นชมคอลเล็คชั่นนู้ดอีโรติคของตัวเองอยู่ได้



“พวกมรึงลบเลยนะ ทำไรไม่สร้างสรรค์ ขืนใครเห็นเข้าเรตติ้งกุตกหมด” ผมสำทับพวกมัน



“กุว่ามรึงน่าจะไปเอาดีพวกช่างภาพนู้ดนะไอ้ต่อ”



ไอ้ บูมตั้งข้อสังเกตกับรูปที่ไอ้ต่อหน้าตี๋เป็นคนถ่าย ภาพนี้ส่อสุดๆ ผมนอนหลับตาพริ้มตะแคงหันหลังให้ไอ้หน้าหล่อที่นอนกอดผมอยู่ แผ่นหลังของผมแนบสนิทติดกับแผ่นอกของไอ้เชน มีแสงเงาสลัวนิดๆโอ้ ไอ้นิค อีโรติคได้ใจจริงเลยกุ



“แต่มรึงก็ช่างกล้าไปนอน ห้องไอ้คุณนิคมันนะไอ้เชน เมื่อก่อนกุเคยไปนอนห้องมัน แมร่ง มันละเมอลุกขึ้นมาอาละวาดกลางดึก เตะกูม้ามเกือบแตกเพราะมันเจือกฝันว่าตัวเองเป็นพระเอกแล้วกำลังสู้กับตัว โกง เพื่อช่วยนางเอกที่ถูกลักพาตัวไป”



ไอ้โก้เล่าด้วยน้ำ เสียงสยดสยองอย่างกับรายการมิติพิศวง แต่สร้างเสียงฮาได้ครั้งใหญ่ ผมเลยร่วมตลกคาเฟ่ไปกับมัน คุยไปถึงเรื่องวีรกรรมฮาๆสมัยเรียนม.ปลายกันหนุกหนานจนลืมเรื่องภาพนู้ดไป เสียสนิท

ตอนที่ 5 ข้าวไข่เจียว


ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ช่วงก่อนหน้านี้ผมลืมเพื่อนลืมฝูงไปเสียสนิทเพราะมัวแต่ติดแฟนครับ วันนี้เลยเริ่มสำนึกได้ว่าตัวเองเป็นแฟนที่ดีของพี่แคลร์ แต่กลับเป็นเพื่อนที่เลวของพวกไอ้โก้มัน เลยว่าจะเพลาๆเรื่องแฟน เข้าคณะไปให้เพื่อนเห็นหน้าค่าตากันหน่อย ว่าแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงไอ้โก้มันโทรมาโอดครวญเรื่องที่ผมกลับบ้านใกล้เช้าทุกวัน มันบอกว่าไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนเลวอย่างผมเป็นเดือนๆแล้ว ไอ้นี่ก็เว่อร์ซะ


“เห็นแฟนดีกว่าเพื่อนอย่างนี้ ทำไมมรึงไม่ขนข้าวขนของย้ายสำมะโนไปอยู่กับพี่เขาเลยวะ”


ฝีปากไม่ถึงแต่อยากกวนตรีนครับ ผมหมั่นไส้ไอ้พวกขาดความอบอุ่นเลยสั่งสอนให้มันรู้ซึ้งถึงสัจธรรมทางโลก


“แฟน น่ะเลิกกันไปก็เป็นคนอื่นแล้ว แต่เพื่อนยังไงมันก็เป็นเพื่อน อย่างมรึงนี่ไงไอ้โก้ ตัดไม่ตายขายไม่ขาดอยู่แล้ว จะอยู่ด้วยกันบ่อยๆทำไมให้เบื่อขี้หน้าวะ แล้วนี่มรึงโดนวิกกี้หักอกมารึไงถึงได้โทรหาเนี่ย”


ไม่รู้ผม เดาถูกรึเปล่า แต่ได้ยินไอ้โก้ทำเสียงเหมือนหมาโดนเหยียบหางแล้วสาปแช่งผมมาตามสาย ตอนนี้มันคงจะอยู่ที่คณะของมันอยู่เพราะยังเพิ่งจะบ่ายโมงกว่าๆ ส่วนผมก็มานั่งโต๋เต๋กับเพื่อนๆในสาขาที่ซุ้มต้นลิ้นจี่ มีไอ้ปิ่นเป็นประธานหัวโต๊ะกับไอ้ตะวันนั่งทะเลาะกันอยู่เสียงดังเอะอะ


“เชน ทางนี้ๆ”


นาง งามกินเด็กทำท่าจะกินเพื่อนต่างสาขาครับ ไอ้ตะวันมันนินทาไอ้ปิ่นว่าเพื่อนสาวของพวกผมคนนี้มันเล็งไอ้เชนมาตั้งแต่ ประกวดดาวเดือนด้วยกันแล้ว แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าถึงสักเท่าไหร่เพราะไอ้เดือนคณะนี่มันเป็นสมบัติ ของสาขา เรื่องนี้ผมก็เคยเตือนไอ้ปิ่นมันแล้วแต่มันดันบอกว่า


“สมบัติของคณะต่างหากย่ะ ก็เชนเป็นเดือนคณะ ดังนั้นต้องเป็นสมบัติของคณะด้วยจะมากั๊กไว้ในสาขาตัวเองได้ยังไง ทำอย่างนี้ไม่ถูกต้อง”


ทำ เสียงสูง จิกสายตาใส่ นี่ละครับ ดาว (ยั่วโมโห) สาขาเรา ไอ้เชนเลยกลายเป็นสมบัติผลัดกันชมในความคิดของไอ้ปิ่นไป ไอ้สมบัติคณะเดินเก๊กทำเท่เข้ามาพร้อมกับวงบอยแบนด์ของมัน ครบเซ็ทห้าตัวเหมือนเดิม



“ว่าไง ชายนิคได้ข่าวว่าช่วงนี้เดือนสิบสองเหรอมรึง ติดสาวจนไม่เห็นหน้าค่าตา”


ไอ้ บูมมันกลายเป็นข้างบ้านที่ซี้กันแล้วกับผมครับเข้าทำนองไม่มี มิตรแท้ ศัตรูถาวร ความจริงนิสัยมันก็โอเคแต่ชอบกวนส้นบ่อยๆคู่กับไอ้แซ็ค ไอ้สองตัวนี่อยู่ด้วยกันแล้วผมเวียนหัว จากคุณชายนิคมันก็แกล้งเรียกสั้นๆว่าชายนิค ฟังดูเหมือนชายน้อยของพี่พจมานยังไงชอบกล แต่ช่างเถอะ ชื่อนั้นสำคัญไฉน


“เป็ดบ้านมรึงหมดรึเปล่า” มันทำหน้างงกับสัตว์ปีกที่ผมถามถึง


“ก็น้ำยาล้างส้วมเป็ดโปรขวดม่วงสูตรขจัดคราบฝังลึกไง ช่วงนี้คงไม่ค่อยได้ใช้บ้วนปากล่ะสิมรึง”


ไอ้ บูมไม่โกรธแต่กลับฮาครืนครับ ไอ้นี่เส้นตื้นจริงนะมรึง ผมกับไอ้บูมบอยแบนด์ฟาดฝีปากกันพอเป็นน้ำจิ้ม ไอ้ปิ่นก็กระสันออกอาการอยากชมสมบัติคณะ ทำเสียงหวานใส่


“เชน นั่งก่อนสิ”


ไอ้ นี่ก็เชื่อฟังเขาจริง มันเดินหน้าเก๊กอ้อมโต๊ะเข้ามานั่งกับพวกผมตามคำเชิญของไอ้ปิ่น แต่ดันเจือกกะโหลกมาเบียดนั่งกับผมทั้งที่ม้านั่งตัวอื่นก็ยังมีที่ว่างถม เถ โดยเฉพาะข้างๆไอ้ปิ่น ไอ้นี่ท่าจะโง่ ผู้หญิงเขาแสดงออกชัดๆอย่างนั้นแท้ๆ


“วันนี้ทำไมโผล่มาได้ เลิกกันแล้วเหรอมรึง” อ้าว พูดอย่างนี้หาเรื่องปากแตกนี่หว่า


“เชี้ย ละ เอาเป็ดล้างปากด้วยอีกคนเลยนะมรึง กุยังดีมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ใครจะเชี้ยอย่างมรึง เห็นควงแต่ละวันไม่ซ้ำหน้า คลำๆไม่มีหางเป็นใช้ได้ แล้วไอ้โก้เมื่อไหร่จะมาเนี่ย อยู่แถวนี้นานๆแล้วเซ็ง แมร่ง กวนตรีนว่ะ”


ผมด่าไอ้เชนยืดยาว แต่พูดถึงไอ้โก้ ไอ้โก้ก็มา มาแบบไม่ทันตั้งตัว กระโดดเข้ากอดคอผมจากทางด้านหลังสุดแรงทำท่าดีใจเหมือนหมาเจอเจ้าของ รัดคอจนหลอดลมเกือบแตก ตัวมันเล็กกว่าผมแต่แรงเยอะไม่ใช่เล่น


“ฮีทมาจากไหนของมรึง กุหายใจไม่ออกเว้ย”


“ไอ้คุณนิค กุรักมรึงงงงงง”


มาถึงก็บอกรักซะงั้น ไม่ใช่แค่ผมที่ทำหน้างงกับอารมณ์รักกำเริบของไอ้โก้ งงมันทั้งโต๊ะครับ


“นี่มรึงอย่าบอกว่ามรึงแอบมีใจให้กุเกินเพื่อนนะ เชี้ยโก้”


ผมทำเสียงหล่อ สบตามันปิ๊งๆแล้วจับหน้ามันทำท่าจะจูบสักฟอดจนมันต้องกระโจนหนี 555


“อย่า เอาหน้างามๆของมรึงมาทำกุเขว ที่กุบอกว่ารักมรึงนี่กุแค่ซึ้งใจที่มรึงให้เกียรติน้องวิกกี้ไม่แตะต้องเขา ให้อัปมงคลจากตัวมรึงติดน้องเขาไป ไอ้เป้มันบอกเรื่องที่มรึงเลิกกับน้องกี้เพราะกุ กุเพิ่งรู้เลยซาบซึ้ง ขอโทษที่ว่ามรึงเห็นแฟนดีกว่าเพื่อนว่ะ”


“กุก็เก็บน้องกี้ไว้ให้มรึงไง แล้วเป็นไงบ้างวะ” ถามมีเลศนัย


“เชี้ย นิค กุมันหนุ่มใสซื่อไม่ได้เชี่ยวกรากเอ๊กซ์เปิร์ทอย่างมรึง นี่น้องกี้เขาเพิ่งรับรักกุเว้ย ในที่สุดรักข้างเดียวอันยาวนานของกุก็สิ้นสุดลง กุรักมรึงไอ้คุณชายนิคคคคค”


มันเดาะภาษาปะกิตใส่ตามประสาพวก เศรษฐ์ศาสตร์ที่หัวไบรท์วิชาภาษาอังกฤษ ต่างจากวิดวะอย่างผม ไม่พอยังเล่นบทโศกเพื่อนกุรักมรึงว่ะสะเทือนอารมณ์ (เลี่ยน) คนทั้งโต๊ะ ถึงไอ้โก้มันจะเรียนคณะอื่นแต่เพราะมันเป็นคู่หูของผม มันเลยคุ้นเคยกับเพื่อนๆสาขาของผมไปด้วยไม่น้อย


โม้กันอยู่ นาน โดยมีไอ้พวกข้างบ้านทำเนียนนั่งปะปนกับพวกผม จนเหมือนอยู่สาขาเดียวกันไปแล้ว ไอ้ปิ่นนั้นดูมีความสุขที่สุดแล้วครับ เพราะได้นั่งสบตาปิ้งปั้งกับสมบัติคณะ โดยเฉพาะตอนที่ไอ้ปิ่นมันโดนสายตาอิจฉาปนหมั่นไส้โทษฐานที่มันเป็นผู้หญิง คนเดียวในกลุ่มหนุ่มหล่อ จากพวกสาวๆสาขาอื่น หรือแม้แต่สาวๆต่างคณะที่เดินผ่านซุ้มไปมาแถวนั้นมองมาอีก มันยิ้มแสยะสะใจให้ผมสยองเล่นๆ ผู้หญิงนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวกว่าที่คิดครับ


“ไอ้คุณนิค วันนี้ไปกินเหล้าบ้านกุมั้ย”


จาก ไอ้โก้ก็เปลี่ยนเป็นไอ้บูมเหนี่ยวคอผมไปใกล้ๆ ไอ้พวกนี้มันอะไรกับคอกุนักหนา เกี่ยวไปเกี่ยวมาอยู่ได้ เดี๋ยวก็ส่งไปเกี่ยวกระสอบข้าวในโรงสีหรอกมรึง ผมกำลังจะอ้าปากด่าไอ้บูม แต่ไอ้เชนแกะมือเพื่อนมันออกจากคอผมเสียก่อน เออแฮะ เพิ่งเห็นมันเก๊กอย่างมีคุณค่าก็วันนี้แหละ ว่าแต่เมื่อกี้ผมเพิ่งด่ามันไปแหม็บๆ แต่ไหงตอนนี้มาช่วยผม งงกับมันนิดหน่อย


“อย่าไปเกาะมันมากไอ้บูม เดี๋ยวเชื้อบ้ามันมาติดมรึงเข้ากุขี้เกียจพาไปฉีดยา”


หลง คิดว่ามันเป็นคนดี พอมันพูดถึงเชื้อบ้า เชื้อบ้าผมก็กำเริบทันที ขอหน่อยเถอะกุ โดนคนอื่นคว้าคอไปมาอยู่สองรอบแล้ว ขอกุหน่อยเถอะ เสียงเพื่อนนักศึกษาคณะวิศวะฯของผมร้องเฮ้ยประสานเสียงลั่นเมื่อไอ้คุณนิ คสวมวิญญาณนักมวยปล้ำกระโดดเข้าเฮดล็อคไอ้เดือนคณะสุดแรง


“ไงละมรึง กุจะรัดให้ต่อมปากหมามรึงฝ่อเลยคอยดู”


เสียง ผมขู่ไอ้เชน ปนกับเสียงของเพื่อนๆที่กรูกันเข้ามาห้ามดังเซ็งแซ่ แต่คงเป็นเดชะบุญของไอ้หน้าหล่อมัน โทรศัพท์ผมดังขึ้นด้วยเพลงที่ตั้งไว้สำหรับพี่แคลร์โดยเฉพาะ หมาบ้านิคเลยต้องจำใจหยุดมือ แล้วกดรับโทรศัพท์

พอวางสายจากที่รัก ไอ้บูมก็พยายามเบนความสนใจผมด้วยการชวนไปสังสรรค์


“แล้วเนื่องในโอกาสไรวะ วันนี้วันอังคารนะมรึง” ผมยังยึดหลักปฏิบัติตามกฎ 3 ข้อครับ


“วันเกิด เกิดอยากจะกินน่ะ มรึงถามมากนี่จะไปไม่ไป” ทำมีน้ำโหครับไอ้คุณบูม


“ถ้ามรึงเลี้ยงกุก็ไป”


แค่ นั้นล่ะครับ ทั้งโต๊ะก็พากันรุมประณามไอ้บูมโทษฐานที่ชวนแต่ผมคนเดียวจนมันต้องออกปากชวน เพื่อนทั้งโต๊ะไปด้วยเพื่อป้องกันสามัคคีบาทา วันนี้เลยมีลาภปากอีกแล้วครับท่าน


ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า เย็นนี้พวกผมมีนัดกันไปถล่มกินฟรีพวกไอ้ข้างบ้านกันครับ มีไอ้พวกบอยแบนด์ห้าตัว ไอ้พวกบ้านผมอีกสี่ เพิ่มไอ้ตะวัน กับไอ้ปิ่นเข้าไปด้วย ทั้งหมดรวมแล้วก็สิบเอ็ดคน สิบเอ็ดที่นั่งอีกแล้วครับ เลขสวยอีกแล้ว แต่ผมกะจะกันเลขที่นั่ง นัมเบอร์ 12 ไว้ให้พี่แคลร์ แต่พอโทรไปหาอีกที เธอกลับติดธุระด่วนต้องไปทำงานกลุ่มกับเพื่อน พอผมบอกว่าไปส่งเธอไม่ได้เพราะจะไปกินเหล้า เธอก็เริ่มทำตัวเป็นแม่คนที่สองทันที ไม่รู้ผู้หญิงเป็นอย่างนี้หมดทุกคนรึเปล่า คบกันใหม่อะไรก็เออออตามผมหมด แต่พอนานวันเข้าก็เริ่มเพิ่มเลเวลการกะเกณฑ์ชีวิตแฟนตัวเองเหมือนที่ผมโดน ตอนนี้ แล้วพอถูกขัดใจเข้าหน่อยเอะอะก็ขู่ว่าจะเลิกๆ น้ำต้มผักเริ่มขมแล้วทีนี้ (ไม่ยอมรับว่าตัวเองกลายเป็นแฟนที่เลวครับ ไม่ยอมไปส่งพี่แคลร์แต่หนีไปผิดศีลข้อสุราเมรยะ) แต่ผมก็โอนอ่อนให้โดยรับปากว่าจะไปรับพี่แคลร์ที่หอเพื่อนของเธอตอนห้าทุ่ม



“พี่แคลร์โกรธมรึงเหรอวะ” ไอ้ตะวันทำท่าอยากรู้อยากเห็น เรียกสั้นๆว่า เจือกระยะที่หนึ่ง


“เออดิ”


“โกรธเรื่องไรวะ”


มา แล้วครับ เจือกระยะที่สอง และก่อนที่มันจะลงแดงตายเพราะความอยากรู้อยากเห็นเกินขนาดเข้าเส้นเลือดเดิน ทางแล่นไปสู่หัวใจแล้วกลายเป็นเจือกระยะสุดท้าย นอนชักดิ้นชักงอลงกับพื้น ผมเลยอธิบายสั้นๆให้ได้ใจความว่า


“ก็กุไม่ไปส่งพี่เขา แต่เจือกไปกินเหล้ากับพวกมรึงแทน พี่แคลร์ก็เลยโกรธ”


“โหย โชคดีที่กุไม่มีแฟน ไม่งั้นคงกระดิกตัวไปไหนไม่ได้” สงสัยจะพยายามพูดปลอบใจตัวเอง


“ช่างเหอะ เดี๋ยวกุไปรับพี่แคลร์กลับพี่แคลร์ก็หายโกรธแล้ว”


ปกติ แล้วแฟนคนก่อนๆของผมนี่ถ้าเรื่องมาก ชอบห้ามโน่นห้ามนี่จู้จี้ขี้บ่น ผมก็จะทำตัวชั่วๆประชดแล้วถือโอกาสเลิกกันไปเลยครับ แต่กับพี่แคลร์ผมยอมรับว่าเราเข้ากันได้ดีมากในหลายๆเรื่อง เลยอดเสียดายไม่ได้ ถ้าหากต้องเลิกรากันเพราะเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้


ผมกับไอ้ตะวันไปถึงข้างบ้านตอนสองทุ่มกว่าๆเพราะรถไอ้ตะวันดันตายกลางทาง พอโทรหาช่าง
พี่ ช่างแกก็ดันหลงทางหาพวกผมไม่เจอ ผมกับไอ้ตะวันเลยต้องหิ้วท้องยืนเฝ้ารถรอพี่ช่างแกเป็นนานสองนาน กว่าแกจะมาเจอแล้วลากรถไอ้ตะวันไปถึงอู่ก็เล่นเอาลุ้นกันจนเหงื่อตก


“หิวว้อย ไอ้แม็คกุหิวววว”


ผม ตะโกนเสียงดังเดินเข้ามาในบ้านของพวกไอ้บูม ไอ้พวกนั้นมันก็ตั้งวงกันแล้วครับ แต่คงเพราะกลัวว่าจะต้องออกแรงลากพวกขี้เหล้าเข้าบ้านเหมือนที่ผมเคยลากพวก มันตอนกินกันที่บ้านผม พวกบอยแบนด์เลยเคลียร์พื้นที่แล้วปูเสื่อมันกลางบ้าน ได้อารมณ์ลูกทุ่งไปอีกแบบ


“ไอ้แม็คกุจะกินข้าว”


ใน ขณะที่ไอ้ตะวันมันเข้าไปหาอะไรในครัวกินเองแต่ผมกลับส่งเสียงเป็นเปรตขอส่วน บุญอยู่กับเชฟแม็คไม่เลิก แต่ไอ้เชฟมันตัดช่องน้อยแต่พอตัว เมาไปแล้วครับ


“เจียวไข่ให้มั้ย”


โอ้ว มาแล้วครับ ว่ากันว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ หน้าเก๊กๆ เสียงขรึมๆ มาแล้วคร้าบบบบ ฮีโร่ของไอ้นิค ผมยิ้มกว้างแบบให้ใจไปเต็มร้อยเหมือนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน พยักหน้าหงึกหงักแล้วลุกตามไอ้เชนเข้าไปในครัวอย่างว่าง่าย ฝีมือไอ้หน้าหล่อขี้เก๊กดูเชี่ยวชาญไม่แพ้เชฟแม็คของผม ไม่ถึงห้านาที ข้าวไข่เจียวฟูๆร้อนๆหอมฉุย ก็วางอยู่ตรงหน้าให้ได้จ้วงตักเข้าปากอย่างกระหายหิว แต่ผมก็เดาอารมณ์มันไม่ถูกจริงๆนะครับ บทจะกวนมันก็กวนซะจนเอ็นเท้าผมกระตุก บทจะดี มันก็ดีถึงขั้นลงมือเจียวไข่ให้กินอย่างนี้ เอ๊ะ รึว่ามันใส่ยาพิษลงในข้าว รึว่ามันจะทำคุณไสย หรือว่า....ฯลฯ เริ่มคิดฟุ้งซ่านไปไกลเลยเงยหน้าขึ้นมองไอ้เชนอย่างหวาดระแวง


“กุไม่วางยาแล้วลากมรึงไปปล้ำหรอกน่า”


ไอ้เชนยิ้มมีเลศนัยชวนสยอง ปากมรึงว่าไม่ แต่ลูกกะตามรึงนี่ไม่น่าไว้ใจเลยว่ะ ผมเลยทำตาขวางเข้าสู้


“เชี้ย ถึงกุจะกลัวโดนมรึงวางยาจริงแต่ไม่ได้กลัวโดนปล้ำว้อย กุแค่คิดว่าที่มรึงตีหน้าซื่อเจียวไข่ให้กุนี่มรึงแอบใส่สลอดหรือเปล่าก็แค่ นั้น กามจริงมรึงไอ้ห่ะเชน แล้วนี่กุยังไม่ได้ชำระความที่มรึงเมาแล้วหื่นกะกุวันนั้นเลยนะว้อย สาด”


ผม กินไปก็ด่ามันไป ไม่ได้สำนึกในบุญคุณข้าวไข่เจียวที่ไอ้เชนมันอุตส่าห์ทำให้ เพราะผมไม่เคยกินชวนป๋วยปีแปะกอ แต่นิยมชมชอบยาแก้ไอตราตะขาบห้าตัวมากกว่า คำพูดแต่ละคำที่หลุดออกจากปากเลยมีแต่บรรดาสิงสาราสัตว์หลากชนิดนานาพันธุ์


“ก็มรึงมันน่าจูบนี่หว่า”


ไอ้ เชนยิ้มตาพราวอีกแล้ว เชี้ยละมรึง นี่มันเห็นผมกลายเป็นน้องหนูผู้น่ารัก น่าเอาไปทำมิดีมิร้ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ถึงผมจะยอมรับว่าตัวเองหน้าไม่แมนไม่โหด ออกแนวสวยเพราะได้เค้าหน้ามาจากอดีตนางงามจังหวัดอย่างท่านแม่ แต่ผมก็ไม่ได้หน้าหวาน น่ารัก ดูน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบไอ้คินเลยสักนิด และก็ไม่อยากจะคุยว่า ด้วยส่วนสูง 175 เซนฯ ทำให้ไอ้นิคดูโดดเด่นอยู่เสมอ กล้ามเนื้อที่ถึงแม้จะไม่มีไอ้ลอนๆที่เขาเรียกว่าซิคแพ็คอะไรนั่นประดับบน หน้าท้อง แต่หุ่นเท่ๆของผมก็แสนจะฟิตแอนด์เฟิร์ม ทำสาวๆกรี๊ดสลบกันมานักต่อนัก ไม่ได้ผอมตัวบางดูน่าทะนุถนอมเลยสักนิด


“มรึงหุบตูดเลยเชี้ยนี่ ไม่งั้นกุจะให้มรึงจูบตรีนกุเดี๋ยวนี้แหละ แมร่ง หื่นไม่เลือก”

ตอนที่ 6

วงเหล้าคืนนี้ไอ้บูมยังคงรับหน้าที่บรรเลงกีตาร์เหมือนเคย แต่วันนี้มันไม่แหกปากเอาเสียงร้องน้องๆโคกระบือมาบ่อนทำลายเยื่อแก้วหูของ เพื่อนๆ เปลี่ยนให้ไอ้ปิ่นสวมวิญญาณอคาเดมีฯโชว์เสียงสวยปานน้ำผึ้งเดือนห้าเดือนหก ให้พวกผมได้เคลิ้มกันเป็นทิวแถว กินข้าวไข่เจียวอิ่มแล้วผมก็ไปร่วมวงโจ้น้ำเมากับไอ้เพื่อนๆ แต่มองไปมองมาฝั่งบ้านผมมันหายหัวไปไม่เหลือสักคน กุหายไปกินข้าวไข่เจียวแป๊บเดียว แมร่งไอ้พวกนี้หนีกุกลับกันหมด ผมเริ่มเคืองแล้วครับ กินอิ่ม มีแรง แล้วก็เริ่มซ่า

“ไอ้พวกนั้นล่ะ” ผมถามไอ้ตะวันเสียงหาเรื่อง

“ไอ้แม็คไปคุยโทรศัพท์ ไอ้โก้ไปรับแฟนมันมา ส่วนไอ้คินไปรับไอ้เป้”

ไอ้ตะวันสาธยาย มือก็ง่วนชงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนจะส่งแก้วให้อย่างรู้งาน

“เดี๋ยวพวกมันก็กลับมาน่า แกนั่งลงเลยอย่ามายืนค้ำหัวฉัน”

ไอ้ ปิ่นหันมาว้ากผมอย่างกับว่าตัวเองเป็นพวกมีคาถาอาคมห้ามใครยืนค้ำหัวเดี๋ยว จะไม่ขลัง แล้วหันไปครวญเพลงต่อ ผมได้แต่ทำปากพะงาบๆไม่กล้าด้าไอ้ปิ่นมันครับ เดี๋ยวเจ๊แกของขึ้น องค์ลงประทับแล้วผมจะซวยต้องหาดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาท่านปิ่นเธอ แมร่งกุ แพ้ทางไอ้นางงามกินเด็กนี่ทุกทีเลย แต่ไอ้ปิ่นมันก็ช่างถือโอกาสจริงๆครับ ร้องเพลงไปสบตากับไอ้บูมไป ไม่รู้มันเปลี่ยนเป้าหมายจากไอ้เชนเป็นไอ้บูมตั้งแต่เมื่อไหร่ รึจะเกิดคู่รักใหม่ในวงการวิดวะของเราอีกคู่

“ไอ้คุณนิคขรั่บ ชนแก้วกับปิงปองหน่อยขรั่บ”

ไอ้ ปิงปองนี่ก็ท่าทางชาติก่อนจะเกิดเป็นลูกคุณหลวงหรือท่านขุนอะไรเทือกนั้น พอมันเมาได้ที่ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็มีอันเปลี่ยนอารมณ์กลายเป็นผู้ดีพูดเพราะ ขึ้นมาทันตา ตอนแรกที่ผมได้ยินล่ะแทบโดดหนีเพราะคิดว่าไอ้ปิงปองถูกผีท่านเจ้าคุณเข้า สิง ก็เล่นสำบัดสำนวนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนกลางซะขนาดนั้น

“อย่าให้หนักนะมรึง พรุ่งนี้ยังมีเรียนไม่ใช่เหรอวะ”

ปาก ผมก็ว่าไปอย่างนั้น แต่มือกลับยกแก้วขึ้นซดเครื่องดื่มบั่นทอนสติสตังเข้าไปโฮกใหญ่ แถมไอ้คนชงมันยังผสมแบบสูตรคนเพิ่งหัดกินเหล้าให้ผมอีก ก็แบบง่ายๆบ้านๆครับ มีน้ำแข็ง โค้ก กับเหล้า ในอัตราส่วนที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน แล้วก็ซัดลงกระเพาะได้เลย ภาคเหนือทางบ้านผมเขาเรียก กินง่าย แต่เมาง่าวครับ เมาแบบชิบหายวายป่วง ถ้าใครไม่ค่อยเข้าใจคำเมืองภาษาเหนือก็เอาเป็นว่ามันหมายถึง เมาสุดๆก็แล้วกันครับ ไอ้ผมก็อธิบายไม่ค่อยจะถูกเสียด้วย

ชั่วโมง นั้นพี่แคลร์ถูกลืมไปจากสารบบเลยครับ มานึกออกอีกทีว่าตัวเองนัดแฟนไว้ ก็ตอนห้าทุ่มกว่าๆแล้ว พอผมโทรไปหาด้วยน้ำเสียงเมามายได้ที่ แล้วแม่เจ้าประคุณรุนช่องรับสายแค่นั้นล่ะ ผมก็โดนเธอด่าจนหูชา ต้องรีบเอาหูออกห่างจากโทรศัพท์ก่อนจะโสตประสาทจะเสื่อมก่อนวัยอันสมควร จากนั้นพี่แคลร์ก็ปิดท้ายด้วยการประกาศตัดสัมพันธ์เสียงกร้าวกับผม แต่ไม่เป็นไรครับ ผู้หญิงนั้นร้อยทั้งร้อยขี้ใจอ่อน เจอลูกอ้อนผมเข้าหน่อย ขี้คร้านจะครางหงิงๆเข้ามาซบอกอ้อนให้ผมเกาคางให้ ฮ่าๆๆๆ แมงโม้บินว่อนเต็มหัวไอ้นิคเลยครับ

ผมก๊งกับไอ้ปิงปองไปเรื่อยๆจน เห็นไอ้คินกับไอ้เป้เดินเข้ามา มันสองตัวทำหน้าอย่างกับเตรียมจะไปฆ่าล้างโค-ต-ร โจทก์เก่า แถมยังทำฮึดฮัดใส่กันเล็กๆแล้วเดินไปหลังบ้าน บอกจะไปเข้าห้องน้ำกันทั้งสองคนทำให้ผมผิดสังเกต ทั้งที่ปกติผมจะไม่ค่อยเจือกเรื่องชาวบ้านเท่าไหร่ แต่พอเมาแล้วดีกรีความซ่าในตัวมันพลุ่งพล่าน อยากรู้อยากเห็นไปเสียหมด เรียกว่าระดับความเจือกในตัวเพิ่มขึ้นแบบทะลุเป้ากระจุยกระจาย กระเหี้ยนกระหือรือลุกขึ้นทำเนียนจะไปเข้าห้องน้ำกับเขาบ้าง

แล้วก็เจือกจนได้เรื่องครับท่านผู้อ่าน ผมย่องไปหลังบ้าน ผ่านห้องครัวไป ก็เห็นไอ้เด็กสถาปัตยฯ
ตัว สูงผมทรงเดรดร็อคกำลังปล้ำจูบไอ้ผู้ชายที่หน้าตาเหมือนไอ้คินอยู่ โอว้.. ม่ายจ้ายยย นั่น! นั่นมันไอ้คินเลยต่างหาก ไอ้เป้ประกบจูบไอ้คินแบบไม่ให้หายใจหายคอแบบหนังพิศาล ส่วนไอ้คินก็ได้แต่ดิ้นอึกอักทำอะไรไม่ได้เพราะถูกรวบมือไว้แน่น

ผม ยืนนิ่งตัวแข็งหลบมุมอยู่ข้างบันได ตายห่ะ เพื่อนกุมีซัมทิ่งรองกันก็ไม่บอก คิดไปคิดมา แล้วมันจะบอกกุทำเชี้ยไรวะ ไอ้โง่นิคสติแตกไปในบัดดลครับ ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดท่อง พุทโธ ธัมโม สังโฆ ค่อยๆยกขาตัวเองก้าวออกจากมุมมืดเป็นการด่วน แต่ขาเจ้ากรรมมันคงจะช็อค กับช็อตเด็ดมากไปหน่อย มันเลยวาดเท้าไปโดนตู้อะไรสักอย่างแถวนั้นจนของบนตู้หล่นลงพื้นเสียงดังโครม คราม เอาล่ะสิไอ้คุณนิค ผมหน้าซีด เหงื่อตก เอาวะกุ มุกนี้แหละดูหนังมาเยอะ ร้อยทั้งร้อยเชื่อทั้งนั้น

“เมี้ยววววว ม้าววววว”

ผม บีบเสียงให้เหมือนที่สุดแล้วรีบแจ้นออกจากตรงนั้นทันที แต่หูก็ยังไม่วายได้ยินเสียงไอ้คินเรียกไอ้นิคๆตามหลังมาแว่วๆอีก เอาไงล่ะตรู จะทำไงดีล่ะ ทีนี้

พอเห็นวงเหล้า คุณชายนิคก็กระโดดเข้าประจำที่ พร้อมตีหน้าซื่ออย่างไม่คิดชีวิต ตอนนี้สมาชิกในวง(เหล้า) ก็อยู่กันครบพร้อมหน้าแล้ว ไอ้โก้มันพาวิกกี้มาอย่างที่คุยไว้จริงๆ ส่วนไอ้แม็คก็ทำหน้าตูมอยู่ข้างๆไอ้แซ็ค แถมยังทะเลาะกันโช้งเช้งเรื่องแข่งกันจีบสาวมนุษยฯ คณะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของบรรดาสาวงามมากที่สุดในมหาวิทยาลัยของเรา

“เฮ้ย นิค”

ไอ้ คินมันเดินหน้าเครียดเข้ามาตามหลังด้วยไอ้เป้ที่มีรอยแดงๆบนแก้มเหมือนถูกตบ มา ถ้าลองไอ้คินได้เรียกผมแบบละทิ้งบรรดาศักดิ์คุณชายไปอย่างนี้แล้ว ก็แสดงว่ามันกำลังจะคุยเรื่องสำคัญแต่ผมไม่สน อารมณ์ตอนนั้นไม่รู้จะอธิบายว่ามันเป็นยังไง รู้แต่ว่ายังไม่อยากมองหน้ามันสองตัวรีบหันหน้าหนีไปหาคนข้างๆ อ้อ เป็นไอ้เชนเองครับ ผมหันไปหาไอ้เชนแล้วชนแก้วกับมันอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้พักความบาดหมางระหว่างผมกับไอ้หน้าหล่อนี่ไว้ก่อน

อย่าเพิ่ง พูดอะไรเลยว่ะไอ้คิน กุยังไม่พร้อมจะรับฟังอะไรตอนนี้ ผมคิดในใจแล้วชนแก้วบันไซไชโยบ้าบอกับไอ้หน้าหล่อเชนแล้วซดโฮกๆอย่างไม่เกรง ใจคนออกเงินค่าเหล้า คืนนั้นก็เลยเมาเป็นไอ้น้องด่างเลยครับ จำแทบไม่ได้ว่าตัวเองคลานกลับบ้านขึ้นมานอนบนห้องตัวเองได้ยังไง

ผม สะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง เอื้อมมือไปกดไฟนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียงมันบอกเวลาตีสามกว่าๆแล้วครับ แสงไฟจากถนนลอดเข้ามาพอทำให้เห็นว่าตัวเองยังนอนเน่าอยู่ในชุดนักศึกษาพร้อม กับกลิ่นเหล้าหึ่ง

แต่พอคลานลงจากเตียงไปหาตู้เย็นขนาดเล็กที่ ท่านแม่ส่งมาให้เมื่อตอนเปิดเทอม ก็ไม่พบอะไรนอกจากความว่างเปล่ากับเบียร์ที่กินเหลือก้นกระป๋องอีกหนึ่ง เลยต้องลากสังขารลงไปห้องครัว

เสียงคนคุยกันเบาๆดังมาจากห้องนั่งเล่น ผมชะงัก แล้วจรดปลายเท้าเดินเข้าไปเงียบๆ ก็เห็น
ไอ้ คิน ไอ้แม็ค กับไอ้เป้นั่งหน้าเครียดคุยกันอยู่ เดินเข้าไปใกล้ๆแอบฟังก็ได้ใจความว่า ช่วงนี้มีผู้หญิงที่แอบชอบไอ้เป้โทรมาราวีไอ้คินไม่ได้หยุดหย่อน จนมันสองตัวทะเลาะกันยกใหญ่ แล้วเรื่องก็ยิ่งยุ่งเข้าไปอีกเมื่อผมบังเอิญไปเห็นซีนอารมณ์ของพวกมันที่ ข้างบ้านเข้า

“เพราะมรึงคนเดียวเลยไอ้เป้ กุบอกแล้วว่าค่อยไปคุยกันที่บ้านมรึงก็ไม่เชื่อ คอยดูนะ ถ้าไอ้คุณนิคมันโกรธกุจนเลิกคบกุ กุกับมรึงได้ขาดกันแน่”

ไอ้คินเสียงเครือเหมือนคนเพิ่งร้องไห้ ทำเอาผมรู้สึกผิดขึ้นมา มึงแคร์ความรู้สึกกุขนาดนี้เลยหรือวะ ไอ้คิน

“ก็ลองดูสิ ลองมรึงเลิกกับกุดูสิ กุเคยบอกแล้วไงว่ายังไงกุก็ไม่ยอมเลิกกับมรึงแน่ ยังไงมรึงก็ต้องอยู่กับกุ”

ไอ้เป้ขึ้นเสียงใส่จนไอ้แม็คต้องยกมือห้ามทำเสียงอ่อนอกอ่อนใจใส่

“มรึงใจเย็นก่อนได้มั้ยเชี้ยเป้ แมร่ง จะตะโกนให้ไอ้คุณนิคมันตื่นมาดูเลยรึไงวะ”

ไอ้คุณนิคที่ซ่อนอยู่หลังประตูเลยสะดุ้งเล็กน้อยครับ แหะๆ

“มรึง ไม่เข้าใจหรอกเป้ ว่าไอ้นิคมันสำคัญกับกุแค่ไหน ตอนกุไม่มีใครก็ได้มันค่อยช่วยเหลือทุกอย่าง ตอนกุยังไม่รู้จักมรึง ก็ได้ไอ้นิคเนี่ยแหละคอยเป็นห่วงเป็นใย หน้าตาท่าทางอย่างกุจะรอดมือไอ้พวกหื่นกามนั่นมั้ย ถ้าไม่มีไอ้นิคมันคอยช่วย”

ไอ้คินมันสูงเกือบๆร้อยเจ็ดสิบ ตัวมันก็ผอมๆบางๆ แถมยังผิวขาวอมพู หน้าออกแนวหวานยั่วใจอีกต่างหาก มันเคยโดนผู้ชายโรคจิตทั้งคณะเดียวกันทั้งคณะอื่น ตั้งท่าลวนลามแทะโลมอยู่บ่อยๆแต่ไอ้พวกนั้นมันได้ชิมบาทาผมไปกันหมดแล้วเลย เข็ดไม่กล้ายุ่งกับไอ้คินมันอีก แต่นึกไม่ถึงว่าจุดไต้ตำตอจะอยู่แถวนี้ ไอ้คินที่ผมอุตส่าห์ทะนุถนอมไม่ให้ริ้นไรมดแมงมาไต่ตอมเสร็จไอ้เป้ไปเสีย แล้ว

“เออกุรู้ ขอโทษที่วู่วามจนไอ้คุณนิคมันเห็นเข้า พรุ่งนี้กุจะคุยกับมันเอง ถึงมันจะใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ปากหมา บ้าเลือด กวนตรีน เอาแต่ใจ แต่มันเป็นคนรักเพื่อน ข้อนี้มรึงก็รู้ ยังไงมันก็ต้องเข้าใจ มรึงอย่าเพิ่งคิดว่ามันจะโกรธจนเลิกคบสิ อย่างนี้ก็เท่ากับมรึงดูถูกน้ำใจมันนะ”

แมร่ง สาดดดเป้ ลากข้อเสียกุออกมายาวเป็นบัญชีหางหมา เอ้ย หางว่าว แต่ข้อดีกุมีอย่างเดียว
ผม แอบด่ามันในใจ ผ่อนลมหายใจออกมาบางๆเดินกลับขึ้นไปบนห้องทั้งที่ยังไม่ได้ดื่มน้ำ แต่ก็พอจะเข้าใจตัวเองแล้วว่า ที่ผมโกรธพวกมันไม่ใช่เพราะมันสองคนเป็นเกย์ แต่เพราะมันสองคนมีความลับปิดบังผมต่างหาก แต่ได้รู้ว่าไอ้คินแคร์ผมขนาดไหน ได้รู้ว่าไอ้เป้มันเข้าใจตัวผมดียังไง แค่นี้ก็พอแล้วครับ ผมก็ไม่ใช่พระเจ้าที่จะไปกะเกณฑ์ชีวิตใครได้ ก็เรื่องหัวใจมันห้ามกันได้เสียที่ไหน

แต่เดี๋ยวก่อน โทษฐานที่พวกมรึงสามตัวปิดกุ ดังนั้นก็จงปวดหัวกันไปก่อนเถอะเพื่อนๆ เหอๆ แล้วไอ้เป้ มรึงลืมใส่คุณสมบัติเลวๆของกุไว้อีกข้อคือ กุเป็นซาดิสต์ชอบเห็นเพื่อนทรมานว่ะ 555 ผมยิ้มคนเดียว กลับห้องแล้วมุดเข้าที่นอนขดตัวลงในผ้าห่มที่มีกลิ่นหอมจางๆของแสงแดด ก็ฝีมือไอ้คินมันช่วยซักให้นั่นแหละครับ คิดไปคิดมาก็น่าเสียดายไอ้คินอยู่เหมือนกัน หน้าตาก็น่ารัก แถมยังมีน้ำใจกับผมขนาดนี้ดันเสร็จไอ้เชี้ยเป้ไปจนได้ นี่ผมไม่ได้คิดลึกกับเพื่อนนะครับ แค่เสียดายเพื่อนเฉยๆ สาบานได้นะ จริง จริ้ง

ตอนที่ 7

“เฮ้ย ไอ้คุณนิค กุมีเรื่องจะคุยกับมรึงว่ะ”

ไอ้ เป้มันเป็นเพื่อนซี้ของผมที่รู้ไปจักกันตอนเข้าค่ายอาสาสมัยปีหนึ่ง ผมกับมันเฮฮาบ้าเลือดเข้ากันได้อย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย จนขึ้นปีสอง ห้องที่ไอ้เป้มันเช่าอยู่ก็ถูกโจรงัดตอนกลางวันแสกๆแล้วไอ้เจ้าของหอก็ไม่ รับผิดชอบ มันเลยโมโหขนข้าวขนของออกมาแต่ดันเป็นช่วงเปิดเทอมใหม่ๆพอดี จะหาหออยู่ใหม่ก็หายาก ผมเลยชวนมันมาอยู่ด้วยให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

นึก แล้วก็อยากรู้ว่ามันกับไอ้คินไปรักกันตอนไหน เพราะไอ้เป้มันไม่ค่อยจะอยู่บ้านเท่าไหร่หรอกครับ มันก็ขลุกอยู่ที่คณะมัน พอเสาร์อาทิตย์ก็สำนึกรักบ้านเกิดบ่อยๆ กลับไปหาม่ะม๊ามันตลอด มันเป็นคนที่นี่ครับ บ้านมันขับรถไปสักชั่วโมงก็ถึง


“มีไรไว้คุยกันทีหลัง กุรีบ”

ผม ตอบไอ้เป้สั้นๆ คว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินดุ่มๆออกไปที่โรงรถ แต่ไม่เห็นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ ก็นึกได้ว่าวันนี้ผมให้เชี้ยโก้มันยืมรถไปใช้เพราะที่คณะมันมีกิจกรรมต้องไป ตั้งแต่ไก่โห่กว่าจะกลับก็ดึกดื่นค่อนคืนตลอดทั้งสัปดาห์ แล้วปกติผมก็ไม่ค่อยใช้รถตัวเองเท่าไหร่ครับ ขี้เกียจขับ ส่วนใหญ่ก็จะติดรถไอ้คินไปเสมอ

เอาไงดีวะกุ นึกแล้วก็เกาหัวแกรกๆ เพราะถ้าจะให้ผมติดรถไปเรียนกับไอ้คินเหมือนทุกวันตามปกติ แผนการทรมานเพื่อนที่วางไว้ ก็ไม่สมจริงอ่ะดิ

“ไอ้คุณนิค ตื่นเช้าได้นะวันนี้”

ไอ้คินยิ้มง้อผมเต็มที่ครับ ผมสะบัดหน้าหนีมันแรงๆจนคอแทบหลุด แอ็คติ้งเต็มร้อยจนไอ้คิน
หน้า เสีย ผมลอบสังเกตสีหน้าเพื่อนโดยใช้หางตา สงสารอยู่เหมือนกัน แต่ความสนุกมีมากกว่า 55 ว่าแต่กุจะไปเรียนยังไงวะ ให้ติดรถไอ้คินไปล่ะเสียแผนแน่ สายตาครุ่นคิดมองไปเรื่อยอย่างกำลังหาหนทาง และแล้ว....ฮีโร่ก็ปรากฏตัวอีกครั้งแล้วครับ ไม่รู้ช่วงนี้เป็นยังไง ไอ้เชนมันมักจะโผล่มาแบบถูกเวลาถูกจังหวะพอดิบพอดีเลย นั่นไงครับ มันกำลังถอยฟอร์จูนเนอร์ หนุ่มในฝันของน้องแพนเค้กสีดำมันปลาบออกมาจากโรงรถบ้านมันแล้ว

ผมไม่พูดอะไรกับไอ้สองตัวคู่รักนั่นสักคำ เดินแกมวิ่งออกไปดักราชรถของไอ้หน้าหล่อแล้วโบกมือหยอยๆจนไอ้เชนมันสังเกตเห็น

“ไอ้เชน กุไปด้วยคน”

ผม ไม่สนว่ามันจะตอบยังไง รีบวิ่งอ้อมรถไปเปิดประตูกระโดดขึ้นไปนั่งคู่กับไอ้เจ้าของรถอย่างอารมณ์ดี ที่ได้เห็นไอ้คินทำหน้าสลด มันน่ารักน่าเอ็นดูครับ ตาโตๆ มีน้ำตาเคลือบบางๆ จมูกแดงแก้มแดง ชะเง้อมองตามผมจนสุดสายตา

“คิดยังไงถึงไปแกล้งไอ้คินอย่างนั้น”

ไอ้ เชนถามขึ้นเมื่อขับออกมาจากหมู่บ้าน ส่วนผมก็เลิกคิ้วมองหน้ามันอย่างแปลกใจ ไม่แน่ใจว่ามันรู้เรื่องไอ้เป้กับไอ้คินรึเปล่า แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าผมกำลังแกล้งเพื่อนที่รักยิ่งของผมอยู่

“กุ ไม่รู้หรอกว่าพวกมรึงมีเรื่องอะไรกัน แต่ที่กุรู้ว่ามรึงกำลังแกล้งไอ้คินเพราะเห็นลุกกะตาวับๆของมรึงไง มรึงมองไอ้คินเหมือนเจ้าของหมากำลังสนุกที่ได้แกล้งเอากระดูกชูสูงๆ แล้วแกล้งให้หมาโดดงับไม่ถึง แต่พอหมามันเหนื่อยไม่สนกระดูกของมรึง เดี๋ยวมรึงก็ตามไปลูบหัวลูบหางป้อนกระดูกให้มันถึงปากเองไง”

มรึงอ่านใจกุได้รึไงวะ ผมหมั่นไส้เลยกวนตรีนระดับเบสิคมันไปหนึ่งดอก


“นี่ถ้ามรึงไม่มีพรายกระซิบ กุว่ามรึงต้องเป็นอับดุลแน่ แสนรู้จริงนะมรึง”


ถึง มันจะเปรียบการแกล้งไอ้คินของผมซะน่ารัก น่าเตะ แต่มันทายก็ถูกเป๊ะเลยครับ ผมมักจะชอบแกล้งแหย่คนที่ตัวเองรักครับ ถึงบางครั้งจะแหย่แรงไปหน่อยแต่ก็ทำเพราะความรักและเอ็นดูทั้งน้าน แต่ใครก็ตามถ้าลองได้ถูกผมเกลียดล่ะก้อ...ไอ้คนนั้นมันจะได้รู้ว่านรกมี จริงเลยล่ะครับ หึ หึ

“ตาใสๆของมรึง มองแป๊บเดียวกุก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่”

มี แต่คนว่าผมเจ้าเล่ห์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดาใจยากไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เพิ่งจะมีไอ้หมอนี่คนแรกเลยครับที่ทำแสนรู้ พูดเหมือนเข้าอกเข้าใจผมไปซะทุกอย่าง

“เออ กุแกล้งไอ้คินเพราะมันน่ารักดี ไม่ได้จริงจังไรมากมายหรอก แล้วมรึงก็อย่าไปปากโป้งบอกใครล่ะ เดี๋ยวเสียแผนหมด”

ผมทำหน้าเหี้ยมขู่มันไว้ก่อน ส่วนไอ้สารถีแทนที่จะกลัว กลับส่ายหน้ายิ้มๆคล้ายระอากับความ
พิเรนทร์ของผมพลางเตือนด้วยความหวังดีแต่ออกแนวประสงค์ร้ายแช่งชักยังไงชอบกล

“ระวังเถอะ แกล้งมากๆจะถูกเกลียดเข้าจริงๆ แล้วถ้าไม่มีใครคบจะมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเอาทีหลัง”

ผมเลยชูนิ้วกลางให้มันด้วยสีหน้ากวนบาทาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แมร่งไอ้นี่ หล่อแต่ปากอัปมงคล

วัน นั้นผมเลยกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันดับที่แปดเพราะมาเรียนตอนเช้าได้ ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งเมาหัวราน้ำไปแท้ๆ แถมยังได้นั่งรถไอ้เชนที่สาวๆต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะได้สัมผัสความรู้สึกของการ นั่งเคียงข้างไปกับไอ้เดือนคณะในรถราคาเป็นล้านนี่อีกด้วย ผมก็แอบถามไอ้เจ้าของรถอยู่เหมือนกันว่าคิดยังไงถึงเลือกรถรุ่นนี้ เพราะผมคิดว่าฟอร์จูนเนอร์มันเป็นรถครอบครัวมากกว่าจะเป็นรถที่วัยรุ่น เลือกใช้ ผมเลยหยอดไปว่า มันอยากเป็นหนุ่มในฝันของแพนเค้กรึไง แต่ไอ้เชนมันดันทำหน้างงๆ ผมเลยไม่แน่ใจว่า มุกนี้มันไม่สร้างสรรค์ หรือบ้านไอ้เชนมันไม่มีทีวีดูกันแน่ แต่เพื่อความชัวร์ ผมเลยเก็บมุกนี้เอาไว้ฮาคนเดียว ไม่เอาไปเสี่ยวให้ใครได้ยินแล้วตีหน้าไม่เก็ท เกิดกรณีมุกแป้กขึ้นมาอีก แต่มันก็ไขข้อข้องใจให้ว่า

“กุก็ไม่รู้หรอก พอดีพ่อกุโบนัสออกเลยซื้อให้ รู้อีกทีบริษัทเขาก็เอามาส่งให้กุที่บ้านแล้ว”

โอ้ โห นี่ท่านพ่อของมันทำมาหากินอะไร โบนัสออกทีถึงซื้อรถคันละเป็นล้านได้อย่างนี้ แอบฟอกเงินรึเปล่าวะ แต่ผมก็ไม่ถามต่อนะครับ เพราะตอนนี้ไม่เมา เลยไม่ค่อยเจือกเรื่องชาวบ้านเท่าไหร่

ไอ้เชนเลี้ยวรถเข้าไปจอดแล้ว ผมกับมันก็เดินเข้าไปในคณะ แต่ยังเหลืออีกตั้งยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียน ผมกับไอ้คนขับรถกิตติมศักดิ์เลยแวะไปที่ซุ้มเสียหน่อย ก็เห็นมาแต่ไกลว่าไอ้เพื่อนๆทั้งหลายมันมันก็ยังไม่ย้ายตูดขึ้นไปที่ห้อง เรียนเลย

“โอ้โห กุก็ว่าวันนี้ไอ้เชนมันเอาตุ๊กตาหน้ารถที่ไหนมาด้วย เห็นคุยกันหนุงหนิงในรถ ที่แท้ก็คนสวยข้างบ้านนี่เอง ”

ไอ้แซ็คถลาจากซุ้มสาขาของมันเข้ามาทำปากหมา กิริยาควาย แต่เช้าเลยครับ

“ถ้าขืนมรึงยังปากมาก คนข้างบ้านอย่างกุจะอัญเชิญมรึงไปนอนข้างสัปเหร่อ ให้เขามัดตราสังข์แล้วส่งมรึงขึ้นเมรุเผาทีเดียวเลยไอ้แซ็ค”

ผมทำตาขวางใส่เตรียมจะเล่นงานมันต่อแต่โดนไอ้ปิ่นสกัดดาวรุ่ง มันสะกิดไหล่ผมพลางตีหน้าเอือมระอา

“แกก็อย่าเขินให้มันรุนแรงนักเลยน่านิค แซ็คเขาอุตส่าห์ชม แกก็น่าจะขอบคุณเขาดีๆ”

กุ เป็นผู้ชายมาชมว่าสวยคงจะดีใจอยู่หรอกนะ ไอ้ปิ่นนี่มันวอนไม่เลิกจริงๆครับ คราวนี้มันแทคทีมเอาไอ้เจี้ยบมาด้วย ไอ้นี่ก็เจ้าแม่เหมือนกันครับ แต่เป็นเจ้าแม่เงินกู้ ที่บ้านมันมีโรงสี กับเปิดร้านขายข้าวสาร แต่สงสัยกิจการจะไม่รุ่ง ข้าวในโกดังถูกขโมยไปขายบ่อยๆรึว่ายังไงก็ไม่รู้ ท่านพ่อมันเลยออกเงินกู้เงินด่วน แข่งกับควิกแคช อีซีบายทั้งหลาย จนตอนนี้จะกลายเป็นมาเฟียมาเงินกู้ไปอยู่รอมร่อ แว่วว่าไอ้เจี๊ยบกำลังจะขยายกิจการของครอบครัวเข้ามาในคณะเราแล้ว คงเพราะเห็นลู่ทางจากไอ้พวกผีพนันบอลทั้งหลาย

“ไอ้ปิ่น แกก็อย่าไปแซวไอ้คุณนิคมันดิ เห็นมั้ยแก มันเขินจนหน้าแดงแล้ว กิ้วๆ”

กุ หน้าแดงเพราะโมโหต่างหากเล่า ไอ้เจี้ยบเอ้ยยยย ผมล่ะเซ็งกับไอ้เจ้าแม่ทั้งหลาย ก็บอกแล้วว่าผมแพ้ทางพวกผู้หญิงเขา ยอมๆมันไปเหอะ เกิดเป็นสุภาพบุรุษลูกผู้ชายก็อย่างเงี้ยแหละครับ

ไอ้ แซ็คกับไอ้ปิงปองยังคงพูดเรื่องตุ๊กตาหน้ารถไม่เลิก มิหนำซ้ำมันสองตัวยังใช้มุกเดียวกับผมแต่เจือกมาใช้แซวเรียกผมว่า น้องแพนเค้ก มรึงจะมาล้อกุทำมาย กุไม่ใช่เจ้าของรถสักหน่อย ผมละหน่ายจิต เล่นกับหมา หมามันเลยลามปามครับ คงเห็นว่าช่วงนี้เชื้อวัวบ้าของผมไม่ค่อยกำเริบหนักเท่าไหร่ ไอ้พวกนี้เลยได้ใจ

ผมตีหน้าเฉย แสร้งถอนใจเล็กน้อย แล้วถอดรองเท้าผ้าใบเน่าๆออกมายื่นให้พวกมันคนละข้าง มันสองตัวก็พาซื่อรับไว้แล้วทำหน้างงๆ

“เหงา ปากนักก็คาบไว้ หรือไม่งั้นก็หุบไว้เงียบๆ ไม่อย่างนั้นกุจะเอารองตรีนเน่าๆของกุปรับผิวหน้าพวกมรึงสองตัวให้แบนราบ เป็นแพนเค้กสอดไส้ครีมและแจมเลย ไอ้ห่ะสองตัวนิ กวนตรีนกุแต่เช้านะมรึง”

ไอ้ สองตัวเห็นคุณชายข้างบ้านเริ่มทำตาขวาง และเห่ากรรโชกออกมาเป็นระลอกแรกก็รีบวางรองเท้าเน่าของผมลงบนพื้นแล้วเข้ามา นวดไหล่เอาใจใหญ่เลยครับ

“โทษคร้าบ คุณชาย ต่อไปพวกกระผมจะสำรวมวาจา กายใจ มิให้เป็นที่ขัดเคืองใจแก่คุณชายอีกแล้วคร้าบ”

ไอ้ แซ็คนี่สมกับเป็นเพื่อนไอ้ปิงปอง ท่าจะอินกับหนังจักรๆวงศ์ๆตอนเช้าเสาร์อาทิตย์ ถึงได้ออกอาการอย่างนี้ กลุ่มผมกับไอ้พวกข้างบ้านเฮฮากันใหญ่ จนใกล้เวลาเข้าเรียน จึงเริ่มเคลื่อนย้ายม็อบจากโต๊ะ แยกกันไปเรียนเสคใครเสคมัน แต่ก่อนจะแยกย้ายกันไปไอ้หน้าหล่อที่ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้มันกินยาลืมเขย่า ขวดรึเปล่ายังอุตส่าห์มีน้ำใจหันมาถาม

“แล้วมรึงจะกลับกับกุมั้ย วันนี้กุเลิกบ่ายสองครึ่ง”

“ไม่ล่ะ วันนี้กุเลิกเรียนเย็นๆโน่น”

ผมเก็บของแล้วลุกจากม้านั่งแต่ไอ้เชนยังไม่ยอมเดินตามพวกไอ้ปิงปองไป

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกุอยู่แถวนี้รอแล้วกัน”

ผมกำลังจะบอกว่าเย็นนี้ผมจะต้องไปง้อพี่แคลร์อีก แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก้อ....

“กิ้วๆวิ้วๆ วู้ๆ จุฮุกกรู้ๆ” และอื่นๆอีกมากมาย

อะไร ของพวกมรึงอีกล่ะเนี่ย ผมหันไปตวัดสายตาพิฆาตใส่เพื่อนตัวเองและไอ้พวกข้างบ้านที่พร้อมใจกัน ประสานเสียงส่งภาษาชวนปวดหัวมาให้อีกเป็นขบวน

“โหย ไม่ยักรู้ว่ารีเรชั่นชิปพวกมรึงไปไกลถึงไหนต่อไหนกันแล้ว นิคครับ เย็นนี้นิคกลับกับเชนนะครับ”

ไอ้ ตะวันกระแดะใช้ภาษาต่างชาติทั้งที่เกรด ENG ของมันกับผมได้หมามาเลี้ยงซะจนเต็มทรานสคริปท์ มันคว้ามือไอ้ปิ่นขึ้นมากุมพร้อมกับกะพริบตาถี่ๆปิ๊งๆ ชวนคลื่นไส้ ไอ้นางงามกินเด็กก็รับมุกกันดีเหลือเกิน ทำสายตาหวานหยดแล้วแกล้งทำเขินหลบตาอายๆ

“ไม่เป็นไรหรอกเชน วันนี้นิคเลิกช้า นิคไม่อยากให้เชนเหนื่อยถ้าต้องมานั่งรอกันนานๆ”

“ไม่หรอกครับ เพื่อนิคเชนทำได้ทุกอย่าง เอาเป็นว่าเชนจะอยู่แถวๆนี้รอนะครับที่รัก”

ไอ้ตะวันต่อบทชวนอ้วกทันที

เออ เอาเข้าไปพวกมรึง สนุกกันจริงจริ้ง แปลงสารซะจนกุกับไอ้หน้าหล่อนี่เป็นผัวเมียกันอีกแล้ว
ผมยังไม่ทันจะอ้าปากด่าพวกมัน ไอ้คินกับไอ้แม็คก็เดินทำหน้ากึ่งกล้ากึ่งกลัวเข้ามา มาง้อกุล่ะซี้
เกือบจะเผลอหลุดยิ้มออกมาแต่ยังเก๊กทันครับ

“นึกว่ามรึงขึ้นตึกไปแล้วซะอีก” ไอ้คินส่งยิ้มหวานๆง้อๆมาให้

“เย็นนี้กุจะทำหมูมะนาวกับปลาเผาของโปรดมรึง ยังไงก็กลับกับกุนะ มรึงไม่ได้เอารถมานี่”

ไอ้ แม็คก็เอาของกินเข้าล่อ มรึงนึกว่ากุเห็นแก่กินนักรึไง คิดแล้วก็น้ำลายสอเปรี้ยวปากอยากเมา ถ้ามีเบียร์เย็นๆด้วยคงเหมาะกันสุดๆ เฮ้ย ม่ายช่าย อย่าไปตกหลุมพรางพวกมันสองตัว
ผมรีบปัดความตะกละที่บังเกิดขึ้นในใจทิ้งไป ปั้นหน้านิ่ง เสียงเฉย

“กุจะกลับกับไอ้เชน พวกมรึงกลับกับสองคนเถอะ แล้วก็ไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อนะ วันนี้กุจะกลับดึก”

ผม ว่าแล้วก็เดินหนีเพื่อนเข้าอาคารไป ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าไอ้คินคงทำหน้าเสียอีกแหงๆ ส่วนไอ้แม็ค รายนั้น ผมเดาว่ามันต้องนึกด่าแถมสาปแช่งไอ้อาการงอนจนเกินงามของผมแน่

วัน นั้นทั้งวันผมยังแกล้งเล่นตัวให้ไอ้สองตัวนั่นมาง้ออย่างสนุกสนาน พอคาบสุดท้ายเลิกเรียนปุ๊บผมก็รีบเก็บของลงไปที่ซุ้มปั๊บ ไม่ใช่ว่ากลัวไอ้เชนจะรอนานนะครับแต่ทำไปเพราะแกล้งไอ้คินกับไอ้แม็คต่าง หาก เห็นมันสองตัวเหลียวซ้ายเหลียวขวากันเลิ่กลั่กมองหาผมที่วิ่งจู๊ดออกทางหลัง ห้องแล้วมันขำดีจริงๆ

“ไอ้เชนๆ หวานใจมรึงมาแล้ว”

ถ้า เป็นปกติผมคงปล่อยสิงสาราสัตว์ทั้งหลายในปากออกมาไล่กัดพวกไอ้แซ็คมันแล้ว ครับ แต่ตอนนี้ต้องรีบชิ่งหนีก่อน นั่นไงๆ ไอ้แม็คมันลากตัวไอ้คินวิ่งลงมานู่นแล้ว

“เฮ้ย เร็วดิไอ้เชน ไอ้พวกนั้นมันมากันแล้ว”

ผม คว้าแขนไอ้เชนให้รีบลุก ไอ้นี่ก็อ้อยสร้อย เดี๋ยวปั้ดเหนี่ยวด้วยหน้าแข้ง ผมเร่งให้มันเก็บของยิกๆ ส่วนไอ้สองตัวนั่นก็วิ่งเข้ามาใกล้จะถึงแล้ว

“เฮ้ยๆ มรึงดูนั่นดิ ไอ้คุณนิค นั่นพี่แคลร์แฟนมรึงไม่ใช่เหรอวะ โอ้โห คราวนี้เปลี่ยนจากซ้อนมอไซค์มรึง เป็นนั่งตากแอร์ในรถหรูกับหนุ่มคนใหม่แล้วว่ะ” เสียงไอ้บูมรายงานข่าวด่วน

ผม ไม่ได้วิ่งหนีไอ้สองตัวแม็คคินแล้วครับ แต่ยืนอึ้งมองสาวสวยในรถนั่งคู่กับผู้ชายคนอื่น ท่าทางเอียงหน้ากระซิบหัวเราะคุยกันอย่างนั้นถ้ามองไม่ออกว่าสองคนนั้นเป็น อะไรกันก็สมควรลาออกไปเคี้ยวเอื้องอยู่กลางทุ่งเลยครับ แล้วผมก็ต้องอึ้งรอบสองเมื่อรถคันนั้นแล่นเข้ามาชะลอที่หน้าซุ้ม พร้อมกับที่พี่แคลร์เอื้อมมือขึ้นลูบแก้มไอ้หมอนั่นพร้อมกับหันมามองผม แล้วยิ้มสะใจใส่

โอ้โห ขนาดในหนังจีนยังตั้งสามวันจาก กว่านารีจะเป็นอื่น แต่นี่ชีวิตจริงของหนุ่มไทยคุณชายนิค แค่ไปกินเหล้าเมื่อวานแล้วผิดนัดกับแฟน ยังไม่ทันจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมง นารีแคลร์ก็เป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว

ปกติเคยแต่ทิ้งคนอื่น ตอนนี้มาโดนทิ้ง คุณชายนิคเลยเซ็งจัด ไม่ได้เศร้าเสียใจเท่าไหร่นะครับ อารมณ์นี้รู้สึกเสียหน้ามีมากกว่า ก็พี่แคลร์เล่นเอาผู้ชายคนใหม่มาเย้ยถึงถิ่นต่อหน้าเพื่อนๆเป็นสิบอย่างนี้ ให้ตายสิ มันเจ็บกระดองใจจริงๆ หึๆๆๆ อย่าเพิ่งคิดว่าผมหัวเราะเพราะเสียใจจนบ้านะครับ บอกแล้วว่าอย่าให้ไอ้คุณนิคได้เกลียดขึ้นมา ไอ้หน้าเหียกแฟนใหม่พี่แคลร์มันจะได้รู้ว่านรกมีจริงในอีกไม่กี่ชั่วโมง ข้างหน้าแน่ ป้ายทะเบียนรถมันผมท่องจนขึ้นใจเลยล่ะ หึๆๆๆ

“ไอ้สาดนั่นมันอยู่คณะไรวะ” ผมปล่อยมือจากแขนไอ้เชนแล้วหันไปถามผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

“วิดยาปีสี่แล้ว”

ถามไปงั้นไม่คิดว่าจะมีใครรู้ แต่ไอ้เจี้ยบมันดันตอบให้จริงๆ เอากะมันสิ ไอ้นี่ก็รู้จักเขาไปทั่ว

“นี่มรึงอย่าบอกนะว่าจะไปแก้แค้นไอ้แฟนใหม่กับพี่แคลร์เขา”

ไอ้ตะวันถาม ไอ้คนที่กลายเป็นแฟนเก่าอย่างผมเลยต้องแถลงข่าวกันเสียหน่อย

“กุ ไม่ทำร้ายผู้หญิง พี่แคลร์เขาไม่รักกุแล้วก็ช่างเขา แต่กุว่าไอ้หมอนั่นมันต้องร่วมมือกับพี่เขามาเอาคืนกุแน่ พวกมรึงไม่เห็นเหรอว่ามันอุตส่าห์พากันถ่อสังขารมาเย้ยกุถึงนี่ คงรู้ว่ากุอยู่แถวนี้เลยแกล้งขับรถผ่าน แถมยังมีหน้ามาชะลอรถตรงแถวซุ้มเราอีก ไม่รู้ซะแล้วว่ากุเป็นใคร”

ผมยิ้มเหี้ยม วินาทีขอพักโปรเจคแกล้งไอ้เพื่อนสองตัวไว้ชั่วคราวก่อน ยามนี้ศึกจากศัตรูต่างถิ่นสำคัญกว่าหลายเท่านัก

“ไอ้แม็ค ไอ้คิน ไปกับกุหน่อย”

ตอนที่ 8 ไม่อยากเป็นพ่อ


“จะไปไหน”

เชี้ยเชนคว้าแขนผม ไว้ ท่ามกลางสีหน้าตื่นๆและเสียงห้ามของเพื่อนๆ ที่แต่ละคนพากันทำหน้าโหด หวีด หยอง อาจจะเพราะจินตนาการกันไปไกลสุดกู่แล้วว่าผมจะพาไอ้แม็คคินไปวางระเบิดบ้าน ไอ้แฟนใหม่พี่แคลร์กัน ไอ้พวกนี้เป็นเอามากแฮะ ผมมองหน้าแต่ละคนแล้วก็ต้องหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“เอ้า แมร่ง แต่ละคนทำหน้าอย่างกับกุจะไปก่อวินาศกรรม กุแค่จะไปหาเฮียสิทธิ์ล้วงความลับศัตรูก่อน จะคิดการใหญ่มันต้องวางแผนดีๆก่อนเว้ย ว่าแต่ที่พวกมรึงห้ามกุเสียงหลงกันนี่เพราะเป็นห่วง หรือกลัวจะว่าจะต้องเอาโอเลี้ยงข้าวผัดไปเยี่ยมกุกับจ่ายศอีกวะ”

เล่า แล้วจะหาว่าคุยครับ ตอนปีหนึ่งผมเคยไปมีเรื่องชกต่อยกับเด็กสถาบันอื่นที่ปั๊มปตท. หลังมอ จนถูกจับยัดซังเตไปหนึ่งคืนข้อหาทะเลาะวิวาทแล้วไม่มีตังค์จ่ายค่าปรับ เดือดร้อนเชี้ยโก้ต้องหาซื้อโอเลี้ยงข้าวผัดไปเยี่ยมผมเพราะมันบอกว่าถ้าติด คุกแล้วจะให้ถึงอารมณ์มันก็ต้องมีโอเลี้ยงข้าวผัดด้วย โห น้ำใจเชี้ยโก้ครับ ออกแนวสมน้ำหน้าแบบไม่ปิดบัง แล้วข้าวผัดมันก็สมชื่อข้าวผัดจริงๆ จะเขี่ยจะคุ้ยหายังไงก็มีแต่ข้าวกับน้ำมันกับก้านคะน้าอีกสองสามก้าน

นอน มุ้งสายบัวได้คืนเดียว วันต่อมาผมก็ถูกปล่อยตัวเพราะท่านปู่ของผมแกรู้จักกับคนใหญ่คนโตเลยโทรหาจ่า ยศให้ปล่อยตัวผมได้ เรื่องดีๆนี่ไม่ค่อยจะทำ แต่ไอ้เรื่องเลวๆนี่ประสบการณ์เต็มเปี่ยมจริงๆเลยชีวิตผม

ตอนจ่ายศแก ปล่อยผมกลับบ้าน แกก็ไม่วายสั่งสอนอีกเป็นกระบุงกระโบย แถมยังแอบมีกระซิบส่งท้ายเย้ยผมหน่อยๆว่า ปู่ผมโทรมาคุยกับแกว่าความจริงอยากให้ผมนอนซังเตต่ออีกสักคืนสองคืนก่อนแล้ว ค่อยปล่อยตัวไป โทษฐานที่ซ่าเกินพิกัด แต่มารดาที่รักยิ่งของผมไปร้องห่มร้องไห้เพราะทนไม่ได้ที่รู้ว่าลูกชายหัว แก้วหัวแหวนต้องนอนในมุ้งสายบัว แถมดินเนอร์ด้วยโอเลี้ยงข้าวผัด ปู่เลยต้องโทรมาจัดการเรื่องปล่อยตัวผมให้ ปู่บอกว่าผมบ้าเลือดเกินไปที่เข้าไปลุยกับคู่ต่อสู้แบบหนึ่งต่อสี่ เรียกว่าไม่ประมาณกำลัง ผิดหลักตำราพิชัยยุทธ์ที่ปู่เคยสอน

ผมคว้ากุญแจรถมาจากไอ้แม็คว่าจะไปหาเฮียสิทธิ์ที่หอพักแถวๆหน้ามอแต่ไอ้เชนยังไม่วายคว้าแขนผมไว้ จนผมต้องหันไปทำสายตาแลควายใส่มัน

“มรึงไม่ต้องมาทำตาขวาง ไปกับกุ เดี๋ยวกุไปส่งเอง บอกตามตรงว่าไม่ไว้ใจว่ะ”

ไอ้ เชนไม่ยอมปล่อยแขนผมแถมยังลากหลุนๆออกไปที่รถมัน ผมเลยฉลองศรัทธาโดยการให้ไอ้เดือนคณะขับรถอ้อมเมืองเสียจนน้ำมันแทบหมดกว่า จะไปถึงหอเฮียสิทธิ์ที่อยู่แค่หน้ามอนี่เอง
พอไอ้เชนมันรู้ว่าผมหลอกให้มันขับรถผลาญทรัพยากรอันมีค่าราคาแพงไปเล่นๆ มันก็จัดการล๊อค
คอ ผมซะจนลูกกระเดือกแทบระเบิด ผมเลยต้องระดมเคาะประตูห้องเฮียสิทธิ์ขอความช่วยเหลือก่อนจะขาดอากาศหายใจ ตายเสียก่อน แล้วพอเฮียแกออกมาเปิดประตูมาเห็นฉากฆาตกรรมของผมกับไอ้หน้าหล่อ เท่านั้นแหละครับ แกก็สาวแตกแหกปากเสียดังลั่นตึก

“ต๊าย อีตานิค นี่แกเปลี่ยนแนวมาควงหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ยะเนี่ย”

เฮีย สิทธิ์แกเป็นรุ่นพี่สมัยม.ปลาย ที่เอนท์ติดมาอยู่มหาวิทยาลัยที่นี่ก่อนผมสองปี เฮียแกมีชื่อในวงการว่าเจ๊ซี่ เรียนวิดยาอยู่ปีสี่เหมือนกับไอ้แฟนใหม่พี่แคลร์ ผมเลยต้องมาสืบข่าวเสียหน่อย

“แล้วนี่มากอดรัดฟัดเหวี่ยงอะไรหน้าห้องฉัน ต้าย บัดสีบัดเถลิง”

ปาก ก็ว่าผมอย่างนั้น แต่ดูเฮียสิทธิ์แกทำท่าวี้ดว้ายกระตู้วู้กับความหล่อบาดใจของไอ้เชนอย่างออก นอกหน้า ผมเลยอำแกไปเล็กน้อย ก็กะเอาคืนไอ้เชนที่มันกล้าเฮดล็อคผมด้วยแหละครับ ไอ้นิคเลยเดินนำไอ้เชนเข้าไปในห้องเฮียสิทธิ์ก่อนแล้วแจ้งจึงความประสงค์

“ใช่ที่ไหน ผมเอามันมาเซ่นเฮียต่างหาก พอดีมีเรื่องจะขอให้ช่วยหน่อยน่ะ”

พอ ผมพูดจบ เฮียสิทธิ์ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง ถลาเข้ากอดไอ้หน้าหล่อแบบสุดตัวสุดแรงเกิด แต่แกช้าไปแค่เสี้ยววินาที ไอ้เชนมันเลยกระโจนเข้ามาหลบหลังผมได้ทันแบบเฉียดฉิว เฮียสิทธิ์เลยไถลไปจูบตู้เย็นเข้าเต็มรักแทน

“ล้อเล่นน่าเฮีย นี่ไอ้เชนเพื่อนผมเอง คืองี้นะเฮีย....”

ผม หัวเราะจนน้ำตาเล็ด ท้องแข็งอยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ แล้วเล่าเรื่องแฟนใหม่พี่แคลร์แบบย่อๆให้เฮียแกฟัง พอฟังจบเฮียสิทธิ์ก็เอามือทาบอก ทำตาโต ปากเผยอเล็กๆพอเซ็กซี่ ไม่มองหน้าผมซึ่งคุยอยู่กับแก แต่หันไปชม้ายสายตาให้ไอ้เชนที่ยังคงเกาะแขนผมแจเป็นลูกค่างบ่างชะนีด้วย ความหวาดหวั่นในตัวเฮียสิทธิ์

“อินั่นมันชื่อเจ อยู่วิดยาฟิสิกส์ แต่ฉันว่าแกอย่าไปยุ่งกับมันเลย ได้ไม่คุ้มเสีย”

“ทำไมอ่ะเฮีย พ่อมันเป็นอบต.ทรงอิทธิพลเหรอ”

จะ มีก็แต่ผมนี่แหละครับที่เฮียแกหยวนๆยอมให้เรียกชื่อจริงได้ พอดีบ้านเฮียอยู่ใกล้บ้านผมเราเลยรู้จักกันมาแต่เด็กเหมือนกัน แกคงจะกลัวว่าถ้าให้ผมเรียกว่าเจ๊ซี่แล้วผมจะเผลอหลุดปากเรียกตอนที่ไปบ้าน เฮียแล้วความลับอาจเปิดเผยได้ สมัยก่อนแกเคยแฝงกายไปสมัครค่ายมวยของปู่ผม แต่แกมาเหล่นักมวยนะครับไม่ได้มาซ้อมมวยแต่อย่างใด

“อินี่ก็กวนได้ ตลอดศก ฉันกำลังจะบอกว่าอิเจมันมีชื่อเต็มๆว่าเจนี่ แกโดนนังชะนีแฟนเก่าสมคบเกย์ มาหลอกปั่นหัวแล้วล่ะย่ะ แล้วแกก็มีสโลแกนสุภาพบุรุษลูกผู้ชายไม่ทำร้ายสตรีเพศห่ะเหวอะไรนั่นไม่ใช่ เหรอยะ แล้วอิเจนี่มันแรงจะตาย เห็นมันแต๊บดีไม่มีหลุดอย่างนั้น แต่ระวังมันจะเอาผัวเด็กช่างมายำแก”

ผมเลยเอ๋อแด๊ก เพราะเรื่องมันพลิกล็อคแบบหน้ามือเป็นหลังเท้า อุตส่าห์เตรียมลุยมาเต็มที่

“โห เฮียพูดซะผมหมดอารมณ์”

“อะไรยะ ยังหนุ่มยังแน่นมาเซ็กเสื่อมหมดสมรรถภาพอะไรแถวนี้”

เฮียสิทธิ์หรือเจ๊ซี่ค้อนปะหลับปะเหลือกเป็นที่น่าสยดสยองสยึมกึ๋ยส์ใส่

“ผม หมายถึงว่าหมดอารมณ์เล่นงานไอ้หน้าเหียกนั่นต่างหาก อุตส่าห์วางแผนเอาไว้เสียดิบดีว่าคืนนี้จะไปเจาะยาง ขูดสีรถมันเป็นการทักทายซะหน่อย แล้วแบบนั้นมันใช่สตรีเพศซะที่ไหน ผมไม่ชอบลงมือกับผู้หญิงหรือสาวๆอย่างเฮียก็จริง แต่ไอ้พี่เจนี่ มันกรณียกเว้น เพราะถึงมันจะสาวอย่างเฮียแต่มันกล้ามาทำแมนสมคบพี่แคลร์หลอกผม อย่างนี้ต่อให้ตัดไอ้นั่นทิ้งไปแล้วก็เอาไว้ไม่ได้”

เฮียสิทธิ์ทำคอ ย่นกับคำประกาศกร้าวอาฆาตแค้นของผม แถมยังทำเนียนสะดุ้งผวาเข้าไปซบไหล่ไอ้เชนอีก ผมเลยเปลี่ยนโหมดโหดเป็นอาการฮาจนน้ำตาเล็ดไปอีกรอบ เอาเถอะวะไอ้เชน ถือว่าช่วยกุสักวัน ปล่อยให้เฮียเขาแทะโลมนิดๆหน่อยๆพอเป็นค่าข่าวแล้วกัน

สรุป แล้ววันนั้นเมกะโปรเจคทั้งสองแผนของผมก็พังไม่เป็นท่า ทั้งแผนแกล้งไอ้เพื่อนแม็คคินเป้ แผนเล่นงานแฟนใหม่พี่แคลร์ที่ดันแอ๊บแมนอีก กลับมาถึงบ้านเลยเซ็งจัดจนใครเข้าหน้าไม่ติด
แถมก่อนจะลงจากรถ ไอ้ขี้เก๊กเชนมันยังมีหน้ามาจับผิดผมอีก

“เมื่อกี้บอกเฮียสิทธิ์ว่าจะไปเจาะยางขูดรถเขาใช่มั้ย”

“เออ ! กุจะเจาะยางมัน แล้วนี่ใช่เรื่องมรึงมั้ย” ยอมรับพร้อมกับหลอกด่ามันไปนิดหน่อย

“แล้วไหนตอนอยู่ที่ซุ้มบอกว่าจะแค่ไปหาเฮียสิทธิ์เฉยๆ” จับผิดกุอีก

“เออ ! กุจะไปหาเฮียสิทธิ์แล้วจะไปเจาะยางมันต่อ แล้วมรึงจะถามทำซากทำไรวะ ถ้ากุติดคุกอีกกุจะโทรหาไอ้โก้เอง ไม่เดือดร้อนไปถึงบ้านพวกมรึงหรอก”

แล้ว ก็ประชดไปอีกหนึ่งที ผมเปิดประตูลงจากรถแล้วปิดแรงๆกะให้รถมันพัง แต่ไอ้เจ้าของรถมันกลับไม่ว่าอะไร แค่ส่ายหน้าเล็กๆคล้ายระอา เลื่อนกระจกรถลงแล้วเรียกผมให้เดินอ้อมรถไปหามัน อะไรของมันวะ

“ไอ้ ความใจร้อนนี่เพลาๆลงบ้างนะนิค ทำอะไรอย่าให้มันเกินตัว เพราะที่ผ่านมามรึงอาจจะยังโชคดีที่ไม่เจอของแข็งเข้าจริงๆ” นี่แช่งกุรึไง

“ไว้กุโดนโจทย์เก่ายิงตายเมื่อไหร่ เดี๋ยวไอ้พวกนั้นก็เชิญมรึงไปฟังสวดอภิธรรมวางหรีดเองนั่นแหละ ไอ้นี่ก็ทำอย่างกับเป็นพ่อกุ”

“กุไม่อยากเป็นพ่อมรึงหรอก มีลูกอย่างมรึงคงปวดหัวตายชัก แต่ถ้าให้เป็นอย่างอื่นล่ะไม่แน่”


ยิ้ม ที่มุมปาก ไม่ทันให้ตั้งตัว หน้าหล่อๆจมูกโด่งเป็นสันสวยนั่นก็กดลงมาบนแก้มผมแรงๆกระซิบข้างหูให้ได้ สยิวและสยองเล่นๆว่าหลับฝันดีแล้วพรุ่งนี้มันจะมารอรับตอนเก้าโมง
ก่อนที่ไอ้หน้าหล่อมันจะเร่งเครื่องเลี้ยวรถเข้าบ้านมันไปท่ามกลางเสียงตะโกนโวยวายด่าตามหลังของผม

แมร่ง ไอ้นิคเลยเซ็งแด๊กซ้ำซ้อน

นั่ง ดูทีวี ออกอาการเซ็งไม่สบอารมณ์คุณชายอยู่นาน ผมก็เห็นเหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หลงเข้ามาหนึ่งราย ก็ไอ้ต่อหน้าตี๋ข้างบ้านนี่แหละครับ ไม่รู้ลมอะไรหอบมันมา เห็นทำหน้าผ่องเข้ามาแต่ไกล

“ได้ข่าวว่าแฟนมรึงเรียนเศรษฐศาสตร์เหรอ วะ คืองี้ กุไปปิ๊งน้องตาคมปีหนึ่งเศรษฐศาสตร์เหมือนกันว่ะ น้องเขาชื่อ เกี๊ยวที่ตาคมๆผิวสีน้ำผึ้งง่ะ มรึงให้แฟนมรึงไปขอเบอร์น้องเขาให้กุหน่อยดิ”

ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็น มันอยู่บ้าน ไอ้แซ็คก็เคยเปรยๆให้ฟังว่าช่วงนี้ไอ้ตี๋ต่องานยุ่ง แล้วทั้งบ้านก็มีมันเรียนวิศวะไฟฟ้าอยู่คนเดียว มันเลยต้องระเห็จไปทำงานกลุ่มที่หอกับเพื่อนสาขามันครับ ก็เข้าใจนะครับว่ามันคงจะพลัดพรากจากบ้านไปนาน แต่ไม่คิดว่ามันจะตกข่าวถึงขนาดนี้ นี่ผมเลิกกับวิกกี้ แล้ววิกกี้เป็นแฟนไอ้โก้ จนผมเลิกกับพี่แคลร์ไปอีกคนแล้ว แต่มันยังเข้าใจว่าแฟนผมเรียนเศรษฐศาสตร์อยู่อีก ไอ้นี่ก็หล่อไปวันๆแต่ไม่รู้จักติดตามข่าวสาร

“จะถามไอ้โก้เดี๋ยวมันจะหาว่ากุไปล่อลวงน้องในคณะมันอีก นะๆเดี๋ยวกุจีบติดแล้วเลี้ยงมื้อใหญ่”

มาสูตรเดียวกับไอ้แม็คเป๊ะเลยครับ พวกชอบเอาของกินเข้าล่อ

“อ๋อ น้องเกี๊ยวเหรอ นี่มรึงมาปรึกษาได้ถูกคนเลยไอ้ต่อ มาๆ เอามือถือมรึงมาเดี๋ยวกุเมมให้ เบอร์สาวๆน้องไอ้โก้ กุมีหมดแหละ”

ไอ้ ต่อดีใจแทบจะโผเข้ามาจูบแก้มถ้าผมไม่ใช้บาทายันอกมันไว้ซะก่อน กุยังสยองกับจูบไอ้เชนไม่หายมรึงยังจะมาจูบกุอีก สงสัยไอ้บ้านนั้นมันจะมีเชื้อสายตะวันตกหรือไม่ก็ดูหนังฝรั่งมากไป เอะอะก็กอดจูบลูกเดียว แต่เรื่องนี้ช่างเถอะ เอาไว้ก่อน ฮี่ๆๆ ไอ้ต่อเอ้ย คราวซวยของมรึงเองนะ ที่หลงเข้ามาตอนกุกำลัง รมบ่จอย มันส่งมือถือให้ผมอย่างง่ายดายโดยไม่เฉลียวใจสักนิด

“โหไอ้ต่อ นี่มีแต่เบอร์หญิงทั้งนั้นเลยนิหว่า”

“อ๊ะแน่นอน หล่อระดับกุเสียอย่าง สาวๆในสังกัดก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา”

ภูมิใจ ครับ ภูมิใจเข้าไปนะมรึง 55 ผมกดๆเลือกเมนูในที่สุดก็เจอสิ่งที่ต้องการ รอยยิ้มพญามารปรากฏขึ้นบนใบหน้า ชั่วขณะ ไอ้ต่อมันคงรู้สึกตัวว่ารอยยิ้มของผมมีสิ่งเคลือบแฝง มันโหยหวนเสียงดัง เอื้อมมือจะคว้ามือถือลูกรักคืน แต่ไม่ทันการณ์แล้วครับ ผมแสยะยิ้มพร้อมกับกดปุ่มลบข้อมูลทั้งหมดอย่างไร้ความปราณีเหมือนกดจุดฉนวน ระเบิด 555 ไอ้เลวนิค บุคคลผู้มีสามัญสำนึกและความยั้งคิดเป็นเลขติดลบ ไม่เคยคิดว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนแค่ไหน ไม่คิดว่าบางทีในข้อมูลที่ผมลบไปทั้งหมดนั้นอาจจะมีเบอร์สำคัญอย่างเบอร์พ่อ แม่พี่น้องหรือเบอร์อาจารย์ที่ปรึกษาของมันอยู่ด้วยก็ได้ รู้อย่างเดียวคือ ไอ้นิคสะจายยยยย

“ม่ายยยยยยยยยยยย”

เหยื่อของผมส่งเสียงคร่ำครวญโหยหวนเหมือนชีวิตกำลังจะจบสิ้น ใบหน้าบ่งบอกอารมณ์เสียดาย เสียใจ และอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง

“สาดดดดนิค มรึงทำกับกุด้าย ฮือๆ ชิบหายหมด กว่ากุจะไปล่าเบอร์มาได้ขนาดนี้ แมร่ง ไอ้นิค
มรึงแกล้งกุ เวงตะไล เชี้ยยยยยยยย”

มันยังโหยหวนไม่เลิกคว้ามือถือของตัวเองกลับไปกดๆดู แต่เมื่อไม่สามารถเรียกคืนสิ่งที่เสียไปแล้วได้มันก็คร่ำครวญปิ่มจะขาดใจ

“เอาน่าๆหายไปก็หาใหม่ได้ เดี๋ยวกุจะเอาเบอร์น้องเกี๊ยวตาคม มาประเดิมเป็นเบอร์แรกให้มรึงเอง ”

ผมอารมณ์ดีขึ้นแล้วครับ ได้ทำชั่วทำเลวกับเพื่อนอย่างนี้แล้วหายเครียดหายเซ็ง

“แมร่ง มรึงไม่ต้องมาตบหัวลูบหลังเลย มรึงนะมรึงทำกุได้”

ไอ้นี่ก็โอเว่อร์อย่างกับผมไปผลาญพร่าพรมจรรย์ของมันมา

“งั้นเดี๋ยวกุจะบัญชาให้ไอ้โก้มันช่วยมรึงจีบน้องเกี๊ยวด้วย มรึงอย่างอนดิ นี่พูดดีๆไม่ฟัง ต้องให้กุใช้กำลังใช่มั้ยเชี้ยต่อ”

ง้อ ดีๆมันไม่ยอมหายโกรธ ผมเลยเสียงเหี้ยมแล้วก็ลงมือจี้เอวไอ้ตี๋ต่อ จนมันยอมแพ้หัวเราะลั่นกร๊ากดิ้นกระแด่วๆอยู่บนโซฟา พอไอ้พวกที่แอบดูสถานการณ์อยู่นอกห้องเห็นผมอารมณ์ดีแล้วก็เลยพากันโผล่กบาล เข้ามาทีละคนสองคน เพื่อนกุก็ช่างเป็นคนดีไม่แพ้กุซะจริง ปล่อยให้ไอ้ต่อที่ไม่รู้สถานการณ์บ้านเมืองหลงเข้ามาสังเวยความบ้าผมเสีย ก่อน พวกมันจึงจะกล้าเข้ามากัน

“นิค กุมีเรื่องจะคุยกับมรึงจริงๆนะ แต่ถ้ามรึงไม่แคร์ว่ากุเป็นเพื่อนแล้ว กุก็จะไปให้พ้นหูพ้นตา
มรึงสักที”

ไอ้ คินทำตาแดงๆ ผมเลยไล่ไอ้ตี๋ข้างบ้านกลับไปก่อน พร้อมกับย้ำสัญญิงสัญญาเรื่องเบอร์น้องเกี๊ยว ไอ้ต่อมันเลยยอมกลับแต่โดยดี เมื่อคนนอก ออกจากบ้านไปแล้ว ไอ้คินก็เริ่มเปิดปากสารภาพความจริงเรื่องที่มันคบอยู่กับไอ้เป้


“ช่วง นั้นมรึงมัวแต่คั่วสาวมนุษยฯ ไม่ค่อยสนใจกุ วันที่มรึงโดดเรียนพาหญิงไปกินข้าว กุเลิกเรียนค่ำแล้วโดนไอ้พวกพี่แทนมันเข้ามาหาเรื่อง พอดีไอ้เป้กับไอ้แม็คมันมาพอดี ไอ้เป้มันเลยมีเรื่องกับไอ้พวกนั้นเพราะออกหน้าแทนกุ แล้วจากนั้นพวกกุก็เริ่มสนิทกัน แล้วจากนั้น....”

ไอ้คินเล่าตะกุก ตะกักคงจะอายด้วยล่ะครับ มันย้อนไปถึงสมัยพระเจ้าเหาตอนที่ผมคั่วสาวมนุษยฯแล้วลืมมันไป ผมนึกย้อนไปก็ถึงบางอ้อที่ช่วงนั้นไอ้เป้มันหน้าแหกกลับมาบ้าน พอถามก็บอกแค่ว่าไปมีเรื่องมา ผมยังจำได้ว่าตอนนั้นไอ้เพื่อนๆในบ้านมันดูมึนตึงเย็นชากับผมยังไงพิกล มาเก็ทเห็นทางสว่างก็เอาตอนนี้แหละครับ ที่แท้ไอ้พวกหื่นกามนั่นมันเคยกินส้นตรีนผมไปแล้วอาฆาตแค้น อาศัยจังหวะที่ผมไม่อยู่จัดการเล่นงานไอ้คินที่มันหมายตาไว้ แต่โชคดีที่ไอ้เป้ไปขวางทัน ผมฟังแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาแต่ยังวางฟอร์ม

“กุ ขอโทษที่ไม่ได้บอกมรึงเพราะกลัวมรึงจะรังเกียจ ถ้ามรึงอยากให้กุย้ายไปอยู่ที่อื่นมรึงก็บอกมาได้เลยนะ ของกุไม่ค่อยมีมากเก็บเดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว”

มันเห็นผมทำหน้านิ่ง เลยคิดไปกันใหญ่ ไอ้คินเอ้ย หน้าตาอย่างมรึงนี่ขืนปล่อยไประหกระเหินก็หนีไม่พ้นไอ้พวกหื่นกามนั่นสิว้า ผมมองหน้ามันแล้วหันไปมองไอ้เป้ ไอ้เชี้ยนี่ก็ทำตาท้าทายกุซะ
แต่ก็นั่นล่ะ มีแฟนแล้วมันก็ต้องเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน ผมก็คนหนึ่งที่ทำบ่อย แหะๆ

“เออ กุรังเกียจมรึง”

ผมด่ามันไป แค่นั้นไอ้คินมันก็ก๊อกน้ำตาแตก ไอ้เป้ฮึดฮัดจะเข้ามาแจกหมัดกับผมแต่โดนไอ้แม็คคว้าตัวไว้ทัน

“กุ รังเกียจความคิดมรึง ทำไมกุจะต้องเกลียดมรึง ถ้ารู้ว่ามรึงคบกับไอ้เป้ ไอ้ห่ะคิน มรึงเห็นกุเป็นคนยังไง เรื่องแค่นี้ทำไมกุจะต้องรังเกียจมรึง กุแค่โกรธที่พวกมรึงรวมหัวกันปิดกุต่างหาก ว่าแต่ไอ้โก้มันรู้เรื่องนี้มั้ย”

ผมพยายามหาพวกว่าไม่ได้มีแค่กุที่โง่ไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว แต่เห็นมันพยักหน้าก็เลยออกอาการเซ็ง

“เออ สรุปว่ามีกุคนเดียวที่โง่ใช่มั้ย ห่ะเอ้ย แล้วมรึงจะร้องทำไม ยังไงกุก็รักมรึงเหมือนเดิมแหละ”

ไอ้ คินยิ่งร้องหนักกว่าเดิม มันกระโจนเข้ากอดผมสุดแรงไม่ให้ตั้งตัวจนผมหงายหลังผลึ่งหัวไปชนโต๊ะที่ วางอยู่ข้างโซฟาดังโป๊กใหญ่ แถมจุกแอ้กเพราะโดนไอ้คินนั่งทับทั้งตัวอีก สงสัยกรรมที่อำเฮียสิทธิ์จนแกจูบตู้เย็นกับเรื่องที่ลบเบอร์สาวๆของไอ้ตี๋ ต่อคงตามทันแล้ว

“ขอบใจว่ะไอ้คุณนิค กุรู้ว่ามรึงต้องเข้าใจ”


ไอ้เป้ตบไหล่ผมป๊าบใหญ่ ไอ้นี่ก็ลามนะมรึง เห็นกุไม่โกรธล่ะได้ใจ ผมเลยกัดไปหนึ่งแผล


“แล้วเมื่อกี้หมาตัวไหนมันทำตาขวาง น้ำลายยืดจะเอาเรื่องกุถ้าไอ้แม็คมันไม่จับไว้”


แผน ซาดิสต์แกล้งเพื่อนเลยจบลงทั้งๆที่ยังไม่สะใจไอ้นิคเท่าไหร่ แต่เอาเถอะครับ คุยกันให้เข้าใจก็ดีกว่าค้างคา ส่วนเรื่องแกล้ง ผมยังมีเวลาแกล้งพวกมันอีกเยอะ ก็จนกว่าจะตายจากกันไปข้างหนึ่งล่ะครับ พอหายโมโหเพื่อนแล้วกระเพาะก็เริ่มส่งเสียง ไอ้เชฟแม็คเลยเอาปลาเผา หมูมะนาวที่มันบอกไว้เมื่อตอนเย็นยกออกมาขึ้นโต๊ะ ไอ้เชฟนี่พูดจริงทำจริงแฮะ วันนั้นผมเลยได้กินหมูมะนาวแกล้มเบียร์เย็นเป็นวุ้น ไอ้คุณนิคท้องอิ่มหลับสบาย งานนี้เลยต้องยกประโยชน์ให้จำเลยไปครับ โทษฐานที่รู้ใจกัน อัดฉีดผมซะขนาดนี้ หายโกรธครับ หายโกรธ

ตอนที่ 9 ได้เลือด


“เชี้ยเป้ มรึงอยุ่ไหนแล้ววะ พวกกุรอจนรากงอกแล้ว ร้านก็คนเยอะสาดๆ กุให้เวลาอีก 10 วิ ถ้า
มรึงยังมาไม่ถึง เมียมรึงเสร็จกุแน่ 555”

แอลกอฮอล์ เข้าสู่กระแสเลือดในระดับที่แน่ใจได้ว่าหัวใจยังสามารถทำหน้าที่สูบฉีดเลือด ได้อย่างดีเยี่ยม วู้... คอนเซปท์เดิมครับ เมาแล้วปากหมา วันนี้พวกผมพากันยกโขยงมาดินเนอร์หมากระทุ หมูกระทะกันที่ร้านแถวบ้าน ยิ่งวันนี้มีบอลแมทช์หยุดโลก พวกบ้าบอลทั้งหลายเลยเต็มร้านส่งเสียงดังเอะอะแบบไม่มีใครสนใจใคร แต่ต้องเลือกฝั่งดีๆนะครับ เกิดไม่ดูตาม้าตาเรือไปนั่งเชียร์ผิดฟากอาจมีสิทธิ์เหลือแต่ซากได้ ก็ศึกวันแดงเดือดนี่ครับ

“สาดดดด กุถึงแล้วว้อย แต่หาพวกมรึงไม่เจอ อยู่ไหนวะ โบกมือหน่อยดิ๊”

มัน มองไม่เห็นพวกผม แต่ผมเห็นมันแล้วครับ นั่นไงไอ้ตัวสูงหัวเดรดร็อคเดินแหวกฝูงชนมาโน่นแล้ว แต่มันยังคงตาถั่วมองไม่เห็นผมอยู่ดี ไอ้นิครำคาญ เลยจับแขนไอ้คินขึ้นโบกๆ แล้วก็ตะโกนดังลั่นร้านว่า สาดดดดดดดเป้ ได้ผลครับ มันหันมาเห็นพอดี แต่ยังไม่ทันจะเดินมาที่โต๊ะมันก็โดนสาวเชียร์เบียร์ดักไว้ ไอ้เป้มันก็ได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อเจอฤทธิ์ตื้อสาวเชียร์เบียร์เข้า ก็ดูหน้าตาบวกกับอายุอานามแล้ว คุณพี่เธอน่าจะไปเชียร์ให้ซื้อมันทั้งโรงเบียร์เลยดีกว่าครับ ก็เล่นเขี้ยวซะขนาดนั้น ดูสิครับ พอไอ้เป้มันหนีไปทางซ้ายพี่แกก็รีบโยกตัวดักซ้าย พอไอ้เป้มันเลี่ยงไปทางขวาพี่แกก็เอี้ยวขวากางแขนกันไว้ทุกประตู แววดีอย่างนี้น่าจะส่งไปประกบคู่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ให้รู้แล้วรู้รอด


“เฮ้ยไอ้คิน ไปช่วยที่รักมรึงหน่อยป่ะ เดี๋ยวจะโดนป้าแกซิวไปซะก่อน”

ผม ไล่ไอ้คินที่ทำหน้าเขินๆให้ออกไปช่วยไอ้เป้จากป้าเชียร์เบียร์ ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอีก วันนี้ไอ้คุณนิคฮอตเหลือหลาย โทรมาสายแทบไหม้ตั้งกะหัวค่ำแระ

“ว่าไงไอ้ตี๋ กุอยู่ร้าน .....เนี่ย เออ อยู่มันครบทุกตัวแหละ มรึงจะมาก็มาเลยอย่าถามมาก”

จาก ไอ้ต่อหน้าตี๋น่ะครับ มันบอกว่าจะมาหาผมที่นี่ ไม่รู้ช่วงนี้เกิดฮอตอะไรหนักหนามีแต่คนอยากเจอตัว ไอ้คินลากตัวไอ้เป้กลับมาได้แล้วครับ ฮู้ย...จับมือถือแขนกันเข้ามาไม่อายเพื่อน

“แมร่ง จะจับไปถึงไหนเพื่อนกุช้ำหมด”

ผมทำตัวเป็นหมาหวงก้างแกะมือไอ้เป้ออกจากแขนไอ้คิน เลยโดนไอ้เป้มอบตะกวดให้หนึ่งตัว

“เจี้ย”

ด่า ผมแล้วก็ลากไอ้คินที่เอาแต่หน้าแดงไปนั่งข้างตัวเอง ถ้ารู้ว่าไอ้คู่นี้มันแหย่แล้วสนุกอย่างนี้ผมคงยัดเยียดให้มันตกล่องปล่อง ชิ้นกันไปตั้งนานละ

ผมนั่งปิ้งปลาหมึกอย่างเมามันก่อนจะคีบหมู สามชั้นบางๆเกรียมๆที่ไม่ได้ตั้งใจปิ้งเท่าไหร่ให้ไอ้คิน เพราะผมรู้ว่ามันชอบกิน แล้วกะจะแกล้งยั่วโมโหหึงไอ้เป้มันด้วยน่ะครับ ไอ้คินก็น่ารักซะ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกเพื่อนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง คีบกุ้งตัวเป้งที่มันปิ้งไว้ให้ผม ขนาดไอ้เป้ขอมันยังไม่ให้แต่ไอ้คินมันให้ผม กุซึ้งๆว่ะจริงเพื่อน

“เฮ้ยๆ มรึงหวานกันผิดคู่รึเปล่าวะ” เสียงไอ้แม็คแซว

“ผิดอะไร ไอ้คินมันของกุแต่แรกแล้ว แต่หมาที่ไหนไม่รู้คาบไปแด๊ก”

ผม เอาตะเกียบชี้หน้าไอ้เป้แบบขำๆ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เป็นเบอร์ไอ้เชน ช่วงนี้มันบังคับให้ผมติดรถมันไปเรียนทุกวันจนผมต้องเมมเบอร์มันไว้เผื่อวัน ไหนกลับค่ำจะได้บังคับให้มันนั่งรอโทษฐานที่เจือกทำตัวเป็นคนดีของสังคม ใช้เหตุผลในการบังคับให้ผมไปกับมันว่าช่วยกันประหยัดทรัพยากรโลก พลเมืองดีซะจริงนะมรึง แต่มันไม่ยักเอาเพื่อนมันมาด้วยทั้งที่เรียนวิศวะกันทั้งบ้าน ไอ้นี่มันแปลกคนครับ

“กุถึงแล้ว พวกมรึงอยู่ไหนกัน คนเยอะหาไม่เจอว่ะ โบกมือหน่อยดิ๊”

ไอ้ นี่ก็มามุกเดียวกับไอ้เป้ ผมเลยลุกขึ้นยืนโบกมือให้พอเป็นพิธี แล้วมันก็มุกเดียว อีหรอบเดียวกับไอ้เป้จริงๆ ผมนั่งหัวเราะจนปวดท้อง ก็ไอ้ห้าตัวครบเซ็ทบอยแบนด์โดนฝูงสาวเชียร์เบียร์ล้อมกรอบจนขยับเขยื้อนไป ไหนมาไหนไม่ได้ ได้แต่ทำหน้าแหยงๆกันหมด แต่ผมไม่ส่งตัวช่วยเข้าไปกู้สถานการณ์ให้นะครับ เห็นไอ้เชนมันพูดอะไรไม่รู้กับป้าเชียร์เบียร์แล้วชี้ๆมาทางโต๊ะผม แค่นั้นป้าเชียร์เบียร์แกก็ทำหน้าเซ็งๆแล้วปล่อยให้พวกมันห้าตัวออกจากวง ล้อม

“แมร่งคนเยอะชิบ พวกมรึงนี่ใจดำจริงว่ะ อยู่ข้างบ้านแท้ๆแทนที่จะชวนกันสักหน่อย หนีหายกันมาทั้งบ้านงี้ กุน้อยใจนะเนี่ย”

ไอ้ปิงปองกับไอ้บูมแทคทีมกันต้ดพ้อต่อว่า น่ารักตายล่ะมรึง

“ว่าแต่พวกมรึงทำไงให้ป้าเขาปล่อยตัวมาได้วะ เมื่อกี้กว่ากุจะชิ่งจากป้าแกได้เล่นเอาเหงื่อแตก”


“เหงื่อแตกหรืออะไรแตกวะ ไอ้เป้ กร๊ากๆ”


“ปากมรึงน่ะสิจะแตก ไอ้คุณชายนิค เดี๋ยวเหอะมรึง”

ไอ้ เป้หันมาด่าผม มันถามพวกบอยแบนด์แบบอยากรู้จริงจังแต่โดนไอ้คุณนิคภาคเมาแล้วปากหมาขัดคอ จนไอ้โก้ต้องคีบเอาปลาหมึกที่ผมปิ้งไว้ยัดเข้าปากผมแบบร้อนๆจนลิ้นแทบสุก ต้องรีบกระดกเบียร์เข้าดับร้อนอึกใหญ่ แล้วผมกับมันก็มอบตะกวดให้กันอีกฝูงใหญ่

“เชี้ยโก้ / เชี้ยนิค” ประสานเสียงด่ากันดังลั่น


“ตอน แรกกุก็กลัวๆป้าเขาอยู่เหมือนกันแหละ แต่ไอ้เชนมันหัวใส พอเห็นไอ้คุณนิคชะเง้อมองมาที่พวกกุอยู่พอดี ไอ้เชนมันเลยบอกไปว่า ไอ้หน้าสวยที่ชะเง้อมองอยู่นั่นแฟนมัน แถมดุอย่างกับหมา ป้าแกเลยเซ็ง แกบอกว่าเมื่อกี้โต๊ะนี้ก็ซิวลูกค้าป้าแกไปคนหนึ่งแล้ว”

ไอ้บูมเล่าไปขำไป แล้วลูกค้าของป้าเชียร์(โรง)เบียร์ก่อนหน้าพวกไอ้บูมก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้เป้ล่ะครับ

“ทำไมมรึงไม่บอกป้าเขาไปเลยว่าไอ้โต๊ะนี้มันผัวเมียกันแมร่งทั้งหมดไปเลยล่ะ สาดดดด”

ผม เลยเจริญพรอวยชัยไอ้เชนเสียยาวเหยียด คืนนั้นกะจะนั่งกันยาว ถ้าโต๊ะข้างๆไม่ตีกันซะก่อน เข้าทำนองบอลจบอารมณ์ไม่จบ เข้าคลุกวงใน ฟัดกันนัวเนีย แบบนี้ถ้าท่านปู่กับท่านตาผมมาเห็นคงรีบจับไปเซ็นสัญญาเป็นนักมวยในค่ายแน่

ไอ้ พวกผมสิบตัวก็เหมือนกันครับ บอลจบแต่อารมณ์ไม่จบ ไม่ใช่อารมณ์ตีกันนะครับ แต่เป็นอารมณ์ติดลมแอลกอฮอล์ต่างหาก ว่าแล้วก็เลยปรึกษากันประมาณห้าวิฯ ก่อนจะเห็นพ้องต้องกันแบบมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราจะแวะเซเว่นซื้อน้ำเมาไปโจ้ กันต่อที่บ้านผม โดยฝั่งบ้านผมเอารถยนต์ไอ้เป้มาแค่คันเดียวแต่ฝั่งไอ้ข้างบ้านเอามาสองคัน ของไอ้เชนหนึ่ง ของไอ้แซ็คอีกหนึ่ง ผมเลยถูกเพื่อนๆอัปเปหิไปนั่งรถไอ้เชนเพราะเป่ายิ้งฉุบแพ้ต้องรับหน้าที่แวะ ซื้อของ

พอไอ้หน้าหล่อมันจอดรถ ผมเปิดประตูลงมาก็เจอของดีเลยครับ พี่แคลร์เดินอยู่กับไอ้หน้าเหียกแล้วก็เพื่อนผู้ชายอีกสามสี่คน แฟนเก่าผมเธอจ้องเขม็งมองมาอย่างไม่พอใจเพราะผมเดินเคียงกับไอ้เชนเข้าเซ เว่นไปอย่างไม่แยแส พอซื้อของแล้วลำเลียงขึ้นรถเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

พี่แคลร์เดินเข้ามากระชากแขนผมแล้วถามเสียงดังแบบไม่อายคน

“ที่นิคไม่คิดจะง้อพี่เพราะนิคมีใหม่ใช่มั้ย”

“ใครกันแน่ที่มีใหม่ เห็นควงกันอย่างนี้แล้วยังจะมาโบ้ยความผิดให้ผมนี่ไม่แฟร์เลยนะ”

เล่นตามเกมเธอหน่อยแล้วกันครับ พี่แคลร์คงยังไม่รู้ว่าผมแอบไปสืบความลับของอิพี่เจนี่ แบบหมดไส้หมดพุงแล้ว

“ก็ ดีกว่านิคที่มีแฟนใหม่เป็นผู้ชายด้วยกันล่ะ ทำไมล่ะนิค นิคไม่แคร์พี่เลยใช่มั้ย ไม่คิดจะโทรมาง้อเลยสักนิด พี่น่าจะรู้นะว่าหน้าตาอย่างนิคนี่ยังไงก็หนีไม่พ้นผู้ชายด้วยกันหรอก”

มา เป็นชุดเลยครับ เสียหายหมดกันคราวนี้ไอ้นิค ผมถอนใจเซ็งๆ เบื่อจริงๆครับ ผู้หญิงเรื่องมากไร้เหตุผลอย่างนี้ ผมแกะมือเธอยังไงก็ไม่ออก มือเหนียวอย่างกับทากาวช้างเลยครับพี่แคลร์

“ผมว่าเลิกแล้วต่อกันเถอะครับ” ไอ้เชนก็ไม่ได้โกรธเล้ย โดนว่าซะขนาดนั้นยังทำพระเอก

“ไม่ต้องมายุ่ง เรื่องของผัวเมียเขาจะเคลียร์กัน”

โห ผมล่ะอึ้งเลยครับ ไม่คิดว่าพี่แคลร์จะโกรธจนหน้ามืดพูดคำนี้ออกมาทั้งที่ตัวเองเป็นผู้หญิง ไม่พอพี่แคลร์ยังปล่อยมือจากผมหันไปผลักอกไอ้เชนมันสุดแรง แต่ไอ้นี่มันตัวโตสูงเป็นเปรต แรงเท่ามดของผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างพี่แคลร์เลยไม่สะเทือน แต่กลับเป็นตัวพี่แคลร์เองที่เซเพราะใส่ส้นเข็มแบบสูงปรี๊ดเลยทรงตัวไม่ได้ ก้นจ้ำเบ้าลงพื้นถนน
“สัด มรึงทำร้ายผู้หญิงได้ไงวะ”

อิพี่เจ นี่ทำหน้าโหดเข้าพยุงพี่แคลร์ให้ลุกขึ้นแล้วถามเสียงเหี้ยม ฮู้ย กลัวจริงๆกลัวจนอุจจาระหดลมตดหายแล้ว ไอ้พี่เจนี่ ผมละหน่ายกับละครห่วยๆของคนทั้งคู่

“มรึงช่วยแหกตาดูหน่อยว่าเมื่อกี้เพื่อนกุไม่ได้ทำอะไรผู้หญิงของมรึงสักนิด จะมีก็แต่ผู้หญิงของ
มรึงนั่นแหละที่มาหาเรื่องพวกกุก่อน ใช่มั้ย พี่เจนี่”

ผมยิ้มเหี้ยมใส่มองหน้าซีดสลับแดงของอีกฝ่ายด้วยความสะใจ เป็นไงล่ะมรึง ไม่คิดว่ากุจะรู้เรื่อง
มรึงสินะ อิพี่เจนี่

และ นาทีนั้นเอง เสียงกรี๊ดของใครไม่รู้ก็ดังลั่น ไอ้หน้าเหียกนั่นดึงตัวพี่แคลร์ออกไปแล้วปล่อยให้ไอ้ผู้ชายสี่คนที่มาด้วย กันเฮโลเข้ารุมผมกับไอ้เชนสองคนแบบไม่ยั้งมือ แต่มันคงไม่คิดว่าผมจะสายเลือดนักมวย หมัดเข่าศอกและตรีนผมหนักยิ่งกว่าไมค์ ไทสัน (รึเปล่า) ส่วนไอ้เชน ไอ้นี่ก็เก๋าพอตัวครับ เตะไอ้พวกนั้นดังพลั่กๆ อย่างกับเกมส์สตรีทไฟว์เตอร์ สี่ต่อสองแบบนี้เลยไม่ ระคายมือผมสักนิด จริงนะครับ ม่ายด้ายโม้....

“เฮ้ย นิคระวัง !”

เสียงไอ้เชน ตะโกนบอก แต่ช้าไปครับ เสียงแหวกอากาศดังวืด แล้วก็เปรี้ยง ดังขึ้นพร้อมกับอาการมึนๆที่หัว เจ็บจี๊ดๆที่แขนของผม แล้วเลือดสีแดงสดก็ไหลออกมาจากแขนจนชุ่มเสื้อ เสียงกรี๊ดดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับไอ้เชนเข้ามาประคองผมไว้ มันหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ก่อนจะถอดเสื้อยืดของมันนั่นแหละครับ ถอดออกแล้วใช้กดแผลห้ามเลือดไว้ให้ผม

“กุไม่เป็นไร มรึงทำใจดีๆไว้” กลับเป็นผมที่ต้องปลอบไอ้เชน

ก็ ไอ้พวกนั้นมันสู้ผมไม่ได้เลยใช้ไม้บรรทัดเหล็กยาวเกือบช่วงแขนที่พกมาด้วย เป็นอาวุธ แต่พอดีผมยกแขนขึ้นตั้งการ์ดไว้ได้ทัน หัวผมเลยไม่แบะ แค่โดนแบบโนๆ แต่แขนแหกได้เลือดแทนครับ

พอดีพี่ยามกับคุณลุงร้านผัด ไทยแถวๆนั้นวิ่งเข้ามาเลยรวบตัวไอ้คู่กรณีผมไว้ได้หมด แล้วก็ตามมาด้วยคุณตำรวจ และหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูตามมาเป็นชุดสุดท้าย

ตอน แรกผมกะจะด่าว่าใครแช่งกุถึงได้เรียกร่วมกตัญญูมาอย่างนี้ เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าพี่ๆเขาจะไปช่วยทุกงานที่มีอุบัติเหตุ แบบว่าไปทุกงานที่มีคนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือเหมือนพี่เขาซุปเปอร์ แมนน่ะครับ อย่างแมวติดบนต้นไม้ งูหลามเข้าบ้าน มีต่อเสือทำรังในห้องนอน อะไรทำนองนี้แหละครับ โทรเรียกได้แล้วพี่เขาจะไปช่วย ช่างเป็นคนศรีสังคมซะจริง ต่างจากไอ้พวกสี่ตัวคู่กรณีผม มันดัดจริตทำสั่นครับ แค่ขึ้นโรงพักแค่นี้ทำสั่น อะโด่ ไอ้พวกไม่แน่จริง

ผมไปให้หมอทำแผลก่อนแล้วจึงกลับมาให้ปากคำที่โรงพัก พอจ่ายศแกเห็นหน้าผมแกก็ทักแบบไม่ไว้หน้ากันเลยครับ

“ขึ้นโรงพักทุกเทอมเลยนะนคินทร์ แล้วคราวนี้จะนอนกี่คืนดีล่ะ ฉันจะได้โทรบอกปู่เธอถูก”

ผมกับจ่าซี้กันแล้วไปโดยปริยายครับ

“โหยจ่า นี่ผมเจ้าทุกข์นะครับ”

ว่า แล้วไอ้เชนก็ดึงผมให้นั่งลงข้างมันเบาๆ หันไปเห็นหน้าไอ้สี่ตัวนั่นกับไอ้หน้าเหียกแล้วคำพูดของเฮียสิทธิ์ว่า ระวังมันจะเอาผัวเด็กช่างมารุมยำแก ก็ดังขึ้นในหัว ไม่คิดว่าปากเฮียแกจะวาจาสิทธิ์สมชื่อซะขนาดนี้

“ผมจะลงบันทึกไว้ก็แล้วกันนะ ว่าแต่เธอจะไม่เอาเรื่องแน่นะ”

ประโยคหลังจ่ายศแกหันมาถามผมเพื่อความแน่ใจ

“แน่ ใจครับ ยังไงพี่เจนี่เขาก็ปีสี่แล้วเดี๋ยวเรียนไม่จบผมจะบาปเอา ส่วนไอ้สี่ตัวนั่น จ่าลงบันทึกไว้ก็พอ แต่ถ้าวันไหนผมเกิดโดนมือมืดดักตีหัวขึ้นมาจ่าจะได้หาตัวคนร้ายได้ง่ายๆไม่ ต้องสืบให้ปวดหัว”

เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับไอ้นิคครับ พอเสร็จเรื่องแล้วผมก็รีบชวนไอ้เชนกลับบ้านเพราะทิ้งเหล้าไว้ในรถนานเดี๋ยวมันจะบูด แหะๆ

“นิค พี่ขอโทษนะ” พี่แคลร์สะอื้นฮักๆเข้ามาขอโทษ

“ช่างเถอะครับ ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน ต่อไปก็ต่างฝ่ายต่างอยู่”

ผม เกาะแขนไอ้เชนเดินลงจากสน.ไปที่รถเพราะยังปวดแผลที่โดนเย็บไปตั้งห้าเข็ม ส่วนไอ้พวกสี่ตัวนั่นก็เอาแต่เมียงๆมองๆกล้าๆกลัวๆ สุดท้ายมันเลยให้ไอ้หน้าเหียกเข้ามาขอโทษและขอบคุณที่ผมไม่เอาเรื่อง ผมได้ทีเลยขู่พี่เจนี่กับบรรดาผอสระอัวทั้งสี่ (รึเปล่า) ของพี่แกซะจนกลัวหงอ ก็มันโดนแม่ไม้มวยไทยของผมกับไอ้เชนไปกันจนหน้าแหก ปากเจ่อไม่น้อย แถมผมยังท่าทางซี้กับตำรวจที่นี่ซะขนาดนั้น บอกแล้วว่าเล่นกับใครไม่เล่น

กลับมาถึงบ้านในสภาพที่แขนผมโดนพัน เป็นมัมมี่ ส่วนไอ้เชนก็ยืนอวดกล้ามสวยๆมีเสื้อเปื้อนเลือดพาดบ่าไว้ ไอ้พวกที่ทำท่าจะโวยวายเพราะคนซื้อเหล้าหายต๋อมไปก็เปลี่ยนไปทำหน้าตาตื่น พร้อมเข้ามาถามไถ่อาการผมเสียงดังเซ็งแซ่

“คิน กุเจ็บแผลว่ะ” เจ็บแล้วยังไม่เจียมครับ เห็นหน้าไอ้คู่รักแล้วเลยขอแกล้งไอ้เป้เสียหน่อย

“กุน่าจะไปกับมรึงด้วย เห็นมั้ยกุบอกแล้วว่าอย่าใจร้อน”

ไอ้ คินเสียงสั่นๆตาแดงๆเป็นห่วงผมจนหน้าซีด ผมเลยได้ทีออเซาะมันพร้อมกับซบไหล่ไอ้คินจนไอ้เป้อดเขม่นไม่ได้ ก็ไอ้เป้มันรู้ว่าผมฟอร์มน่ะครับ

“มรึงถอยมาเลยไอ้คุณนิค”

ไอ้ เป้ยังไม่ทันจะจับตัว ผมก็แกล้งร้องซะเสียงหลง กะจะให้ไอ้คินด่าแฟนมัน แต่ไอ้เชนไม่รู้มาจากไหน มันใส่เสื้อคอย้วยลายเด็กใส่ผ้าขาวม้าตัวโปรดของผมถลาเข้ามาหาซะก่อน

“ไอ้เป้มรึงถอยไปก่อน เป็นไรมากป่ะวะนิค”

ผม เห็นหน้าตื่นๆของไอ้เชนเลยหัวเราะกร๊ากเสียงดัง แค่นั้นทุกคนในบ้านก็รู้ว่าผมไม่ได้เจ็บมากเท่าไหร่ แต่แค่ฟอร์มทำสำออยไปอย่างนั้นเอง

คืนนั้นผมยังซ่าดวดเหล้าได้ต่อ แต่ก็แอบเซ็งเล็กน้อยที่ไอ้เชนมันประกบอยู่ไม่ห่างแถมเหล้าแต่ละแก้วที่มัน ชงให้ก็เห็นมีแต่เป๊ปซี่กับน้ำแข็ง เหล้าสักหยดก็ไม่เห็นจะได้กลิ่น พอถาม มันก็บอกใส่แล้วๆ แบบนี้ต่อให้กินทั้งชาติก็ไม่เมาหรอกครับ คุณชายนิคล่ะเซ็งจิต

ตอนที่ 10 ป่วนแตก


ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดแผลตุบๆ โมโหสุดขีดกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่ยอมหยุด เลยบูทพลังจอมมารจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์กะจะด่าไอ้คนที่มันกล้าโทรมาปลุกไอ้ นิคจากการนิทรารมย์อันแสนสุขให้เป็นหมันกันไปข้างหนึ่ง

“นคินทร์ทำไมไม่รักษาสัญญากับแม่ ไหนว่าจะไม่มีเรื่องให้เจ็บตัวอีกแล้วไงล่ะลูก”

ผม หุบปากฉับ ตาตื่น เมื่อปลายสายเป็นท่านแม่ที่เคารพโทรมาเทศน์เรื่องพี่เจนี่เมื่อคืน แถมแม่ยังเรียกชื่อจริงของผมซะเต็มยศ แสดงว่าแม่กำลังโกรธจริงๆแล้วครับ ก็ปกติแม่ผมเย็นเป็นน้ำแข็งเคยโกรธใครเสียที่ไหน

“แม่อย่าดุนิ คสิครับ นิคไม่เป็นไรจริงๆแม่ไม่ต้องห่วงนะ โหย สบายมากเลย เตะกระสอบทรายทะลุได้เหมือนเดิม แค่ช้ำๆนิดหน่อยเอง คนสวยอย่าขี้งอนเลยน่า”

แล้วผมก็อ้อนท่านแม่ทางโทรศัพท์ไปอีกยืดยาว กว่ามารดาที่เคารพรักท่านจะยอมใจอ่อนหายโกรธ เจ็บใจจ่ายศจริงๆ ครับ แกเล่นหักหลังคุณชายโทรไปรายงานปู่ไอ้คุณนิคซะหมดเปลือก นี่โชคยังดีที่ปู่ปราณีผม ไม่บอกแม่จนหมดเหมือนที่จ่ายศบอกปู่ ไม่อย่างนั้นท่านแม่คงรีบลงจากเหนือมาหาผมถึงบ้านแบบเซอร์ไพรส์อย่างที่แม่ ชอบทำตอนผมอยู่ปีหนึ่งแน่

“นิคไม่เป็นไรจริงๆครับ น่านะ งอนนานๆเดี๋ยวไม่สวยน๊า มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆนิคไม่ได้หาเรื่องเขาก่อนนะครับ ก็แค่ป้องกันตัว ฟกช้ำดำเขียวแค่แผลสองแผล คนสวยไม่ต้องห่วงนะครับ”

กว่า คุณแม่จะยอมวางใจแล้ววางสายไปก็คงหมดเงินค่าโทรไปหลาย ผมกดวางโทรศัพท์แล้วถอนใจโล่งอกเฮือกใหญ่ เงยหน้าขึ้นแล้วก็ต้องสะดุ้งนึกว่าผีเปรตที่ไหนมายืนสูงโย่งแถวนี้

เป็น ไอ้เชนเองครับ ไอ้โย่งมันใส่แค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวหัวหูเนื้อตัวยังเปียกน้ำมายืนทำหน้าดุ อยู่ข้างเตียง พอไอ้หน้าหล่อมันเห็นไอ้คุณนิคนอนเน่าหน้าระรื่นคุยโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน เลยเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวในตู้โยนลงมาเต็มหัว แมร่ง ไอ้เวงนี่ทำอย่างกับอยู่ห้องตัวเอง

“ไปอาบน้ำซะ แล้วระวังอย่าให้น้ำโดนแผลล่ะ” สั่งเสียงแข็งอีก เป็นอะไรของมันอีกล่ะเนี่ย

“มรึงนี่นับวันจะบ่นเป็นแม่กุเข้าไปทุกที” ผมคว้าผ้าออกจากหัวแล้วลุกจากเตียง

“กุไม่อยากเป็นอะไรกะมรึงทั้งนั้นแหละ”

ไอ้ เชนเสียงแข็งใส่หลังจากเดินหน้าบูดเป็นตูดเป็ดป่วยไปที่ตู้เสื้อผ้า มันเปิดตู้แรงๆดังโครมใหญ่ ผมก็งงๆกับอาการผีบ้าของมันแต่ก็ไม่ได้คิดติดใจอะไรมากมาย เดินเข้าห้องน้ำ หายตัวไปล้างขี้ไคลอยู่นานพอสมควร แต่ออกมาแล้วไอ้เชนมันก็ยังโครมครามๆอยู่กับตู้เสื้อผ้าของผมอยู่ ท่าทางอย่างนี้ต่อให้โง่แค่ไหนก็ต้องดูออกว่าไอ้หน้าหล่อมันกำลังอารมณ์เสีย อยู่

“เมนส์ไม่มาเหรอมรึง สาดดดด ถ้าตู้มันพังมรึงซื้อใช้กุเลยนะ เป็นเชี้ยอะไรเนี่ย”

“ใครจะดีเหมือนมรึง เพิ่งมีเรื่องกับแฟนเก่าจนเลือดตกยางออกไปเมื่อวานนี้ พอมาวันนี้ก็คุยกับผู้หญิงคนใหม่แล้ว”

ออ อ่อ อ้อ อ๊อ อ๋อ ขออนุญาตร้องอ๋อในเสียงผันวรรณยุกต์จัตวาให้มันยาวๆหน่อยนะครับ ที่แท้ไอ้เชนมันก็คิดว่าผมคุยโทรศัพท์กับสาวๆนี่เอง แต่มันคงไม่ได้ยินตั้งแต่ตอนแรกถึงสรุปเอาเองเป็นตุเป็นตะได้ขนาดนี้ กุคุยกับแม่มันก็คิดว่าโทรคุยกับสาว ไอ้นี่ก็จินตนาการบรรเจิดเสียจริง ว่าแต่มรึงโมโหกุเรื่องนี้เนี่ยนะ อะไรของมันวะ ผมล่ะงงกับมัน แต่ไอ้นิคก็ยังเป็นไอ้นิคครับ ถึงจะสงสัยแต่ก็เอาไว้ก่อน เห็นช่องทางแกล้งคนได้ก็รีบคว้าโอกาส

“หึงกุล่ะซี้ โธ่เอ้ย ไอ้เชน แอบรักกุก็ไม่บอก อืม รู้ละๆ ที่มรึงเคยบอกว่าไม่อยากเป็นพ่อกุแต่อยากเป็นอย่างอื่นนี่มรึงอยากเป็น.... อยากเป็นเมียกุนี่เอง กร๊ากกกกก เมียจ๋า มะม๊ะ มาให้ที่รักหอมหน่อย แหมมมมม หึงก็ไม่บอก”

ผมทำหน้าหื่นแล้วกระโดดเข้าล็อคคอไอ้เชน ทำท่าจะปล้ำจูบมันโดยลืมไปว่าตัวเองเคยโดนไอ้หน้าหล่อนี่มั่วจูบมาแล้วตอน ที่มันมาเมาอยู่ที่บ้านผมครั้งแรก และก็ลืมว่าตัวเองยังอยู่ในสภาพล่อแหลมมีแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวพันท่อน ล่างอยู่

“เฮ้ย อย่าเล่นบ้าๆนะมรึง”

ไม่ใช่เสียงไอ้เชน ครับ กลับกลายเป็นผมที่ต้องวิ่งหนีเสียเองเพราะมันดันรับมุกกอดตอบผมแน่น แล้วทำท่าจะจูบผมเสียเองแบบไม่มียางในหนังหน้า ไอ้นิคก็เอนตัวหนีสุดชีวิต ผ้าเช็ดตัวก็จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่แถมแขนยังเจ็บอีก เรียกว่าเสียเปรียบอยู่หลายขุม แต่กว่าจะรู้ว่าตัวเองเสียเปรียบไม่ควรหาเรื่องก็สายไปแล้วครับ ไอ้เชนมันหัวเราะหื่นๆ ได้โอกาสแกล้งกลับเลยไม่ยั้งมือ

ไอ้คุณนิคขนหัวลุกทันทีที่หน้าหล่อๆของมันซบลงกับซอกคอของผม แถมยังกัดคอผมแรงๆแบบไม่รู้จะแพร่เชื้ออะไรใส่รึเปล่า


“ไอ้หื่นนนน เชนนนนน ปล่อยกุ......”

ผม ดิ้นจนเหนื่อยก็ไม่หลุด ในที่สุดก็ยอมยกธงขาว ยืนหอบหายใจแฮ่กๆเป็นหมาหอบแดดให้ไอ้เชนมันกอด ผมโมโหครับ สู้ไม่ได้เลยสะบัดหัวเปียกๆของตัวเองใส่ไอ้หน้าหล่อเต็มที่ แต่เพราะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเลยโดนมันล็อคคอไว้แล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก เช็ดหัวของไอ้คุณนิคอย่างกับหัวของผมเป็นต้นตะเคียนทอง ขัดๆถูๆแล้วเลขเด็ดจะปรากฏ


จะว่าไปผมก็เพิ่งมีโอกาสได้สังเกต ไอ้เดือนคณะหน้าหล่อนี่ชัดๆใกล้ๆเป็นครั้งแรก ไอ้เชนมันหน้าไทยครับ แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆเหมือนที่ผมกำลังสังเกตตอนนี้ก็จะเห็นว่าจมูกมันโด่งสวย เป็นสันเหมือนจมูกพวกแขกพวกฝรั่งเลยแฮะ คิ้วเข้มอยู่เหนือดวงตาที่มีแพขนตางอนยาว ดูสวยยิ่งกว่าดวงตาของผู้หญิงบางคนเสียอีก เวลายิ้ม ที่แก้มซ้ายมีรอยบุ๋มทำให้เวลาที่มันยิ้มที ดูหน้าสว่างไสวน่ามองเข้าไปอีก ผิวขาวโดนแดดคล้ำขึ้นเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวชอบว่ายน้ำ เส้นผมสีดำสนิทยาวระต้นคอมีกลิ่นแชมพูกลิ่นเดียวกับผมด้วย ด้วยส่วนสูงเกือบ 190 เซนติเมตร จึงไม่แปลกเลยที่ไอ้เชนจะเป็นเดือนคณะที่สาขามันแสนจะหวงนักหวงหนาประหนึ่ง ว่าเป็นสมบัติของชาติกันเลยทีเดียว ผมคงเผลอมองมันนานไปหน่อยจนไอ้เชนรู้ตัว

“มองแบบนี้เก็บตังค์นะ”

ว่า แล้วไอ้เชนก็ยักคิ้วข้างเดียวใส่มือก็ยังไม่ปล่อยจากผ้าขนหนูบนหัวไอ้นิค เออ กุรู้ว่ามรึงหล่อ ทำยังไงก็หล่อ อิจฉาสิครับ แมร่ง อิจฉามันแต่ไม่แสดงออก

“เป็นเมียงูเหรอมรึง มองแค่นี้จะเก็บตังค์”

“ไม่เอา เป็นเมียมรึงดีกว่า”

พูด แล้วก็ยิ้มให้ผมอิจฉาในความหน้าตาดีของมันอีกเป็นระลอกสอง ปกติถ้าผมใช้มุกที่รักจ๋ากับไอ้แม็คหรือไอ้โก้ ไอ้พวกนั้นมันจะวิ่งหนีแล้วด่าผมซะไม่มีชิ้นดี แต่กับไอ้เชนนี่แกล้งไม่สนุกเลยครับก็ดันรับสมอ้างเป็นเมียผมหน้าตาเฉย

“มีเมียตัวโตเป็นควายอย่างมรึงนี่คงสยองพิลึกว่ะ ไปๆถอยไป กุจะแต่งตัว”

ผมเบี่ยงตัวออก ไอ้เชนก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี แต่มันยังติดใจเอาความไม่เลิกกับเรื่องที่ผมคุยโทรศัพท์กับท่านแม่

“แล้วตกลงเมื่อกี้มรึงคุยกับใคร”

“แม่กุเอง มรึงนี่อะไรวะ ซักอย่างกับผัวแอบไปมีเมียน้อย ไม่เชื่อก็โทรกลับไปดิ”

“อ้าว ก็กุเป็นเมียมรึงนี่ เห็นที่รักทำตัวน่าสงสัย เมียจ๋าเลยต้องตรวจสอบเสียหน่อย”

ไอ้ เชนมันทำเสียงซื่อหน้าซื่อ แต่ดวงตานี่พราวระยับเสียจนน่าเอานิ้วจิ้มแรงๆสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่เหมือนมันรู้ว่าผมคันมืออยากเอานิ้วจิ้มตาคน ไอ้หน้าหล่อมันเลยเดินหน้าชื่นออกจากห้องไป บอกว่าจะไปทำหน้าที่เมียที่ดีให้ผม เริ่มจากการเตรียมมื้อเช้าที่สมควรจะเรียกว่ามื้อบ่ายให้เป็นอันดับแรกก่อน ดูมันพูดครับ ช่วงนี้ฝนฟ้ายิ่งไม่น่าไว้ใจอยู่ด้วย เกิดผ่าเปรี้ยงปร้างลงแถวนี้จะวิ่งทันมั้ยเนี่ย


ผมทำ เสียงจึ๊กจั๊กในลำคออย่างขัดใจรีบแต่งตัวแล้วตามลงไปชั้นล่าง โอ้โห ครับโอ้โห ไอ้คุณนิคล่ะตาโตกับอาหารบนโต๊ะ มีทั้งผัดกุ้งเห็ดหอม ปลาราดพริก และอะไรไม่รู้อีกหลายอย่าง แต่อย่าเพิ่งคิดว่าไอ้เชนมันจะลงมือทำเองได้เองในระยะเวลาอันสั้นนะครับ มันสั่งมาจากร้านอาหารหน้าหมู่บ้านแน่ๆ ก็เล่นเทออกจากถุงออกจากกล่องโฟมอย่างนั้น ไม่บอกก็รู้ว่าซื้อมา

เรา สองคนนั่งทานข้าวกันจนอิ่มแล้วไอ้เชนมันก็บังคับให้ผมกินยาให้มันดู เพราะเมื่อคืนไอ้หน้าหล่อมันจับได้ว่าผมแอบบ้วนยาทิ้ง ไอ้คุณนิคเลยตีหน้าเหยเกเมื่อเม็ดยาขมๆไหลผ่านลำคอลงไปก่อนจะรีบยกน้ำส้มที่ เตรียมไว้บนโต๊ะขึ้นกระดกซดโฮกรวดเดียวหมดแก้ว จนไอ้คนคุมมันหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล

“กินยาแล้วก็นอนซะ เดี๋ยวเย็นๆจะกลับมาดูอีกที”

“จะไปไหนอ่ะ” อ้อนเล็กๆครับ ก็อยู่บ้านคนเดียวมันเหงานิ

“ไปทำธุระให้ที่บ้าน”

หมาย ถึงครอบครัวของมันครับ ไอ้นี่มันลูกคนโตแล้วที่บ้านก็เรียกหาบ่อยๆเพราะเป็นลูกชายคนโปรด ไอ้เดือนคณะมันสั่งเสียผมเป็นการใหญ่ทำนองว่าให้พักผ่อนแล้วอย่าลุกขึ้นเล่น อะไรพิเรนทร์ก่อนจะออกจากบ้านไปพร้อมกับเป้เสื้อผ้าใบใหญ่ ก็เมื่อคืนมันมาค้างกับผมที่นี่ บอกว่าจะเฝ้าไข้เพราะหมอบอกว่าตอนกลางคืนผมอาจจะไข้ขึ้น แต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไรสักนิด บ้าๆอย่างผมนี่เชื้อโรคกลัวไม่กล้าเข้าครับ นานทีปีหนถึงจะเป็นหวัดไม่สบายสักทีหนึ่ง

พอกินอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อน ผมนอนหลับอยู่บนโซฟานานเท่าไหร่ไม่รู้สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์จากเฮียสิทธิ์

“เห็น มั้ยฉันเตือนแกแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับอิเจนี่ แล้วเป็นไง สวดกี่วันถึงจะเผา คืนสุดท้ายเลี้ยงน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋รึว่าข้าวต้มกุ้งยะ”

“เปล่า แค่กระเพาะปลา โหย ยังไม่ตายเฮีย” ดูปากเฮียแกซิครับ เป็นมงคลกับชีวิตผมเหลือเกิน

“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปเยี่ยม แกอยากกินไร”

“รังนกตุ๋น หูฉลามน้ำแดง พระกระโดดกำแพง เป๋าฮื้อ เห็ดหลินจือ เอาโสมเกาหลีมาด้วยก็ดี”

“โอเค แล้วจะทำบุญถวายไปให้แล้วกัน อิบ้า กวนได้กวนดี ลาออกไปกวนกาละแมขายป่ะ”

เฮีย สิทธิ์สาปแช่งมาตามสายกับอาการกำเริบอยากกินหรูของผมก่อนจะวางสาย แต่ยังไม่ทันไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เป็นของไอ้พวกสาขามันโทรมาครับ ฮอตฮิตจริงไอ้นิค

“ไงมรึง ตายรึยัง สมน้ำหน้า ไปเที่ยวแล้วไม่ชวนกุ”

ดู ปากแต่ละคนนี่แสนจะห่วงใยกันจริงๆเลยครับ ว่าแล้วมันก็กดวางสายไปและทำเซอร์ไพรส์ด้วยการโผล่หน้ากวนส้นเข้ามาในบ้าน พร้อมสองสาวเจ้าแม่ ไอ้ตะวันนี่มันท่าจะบ้า มาถึงแล้วไม่รู้จะโทรมาหาสวรรค์วิมานอะไรให้เปลืองแบต แต่ไม่ถือครับ ก็แต่ละคนเล่นหอบของพะรุงพะรังเข้ามาจนไอ้นิคน้ำลายสอ ซะขนาดนั้น โดยเฉพาะไอ้ตะวัน ไม่รู้มนุษย์ประเทศไหน เขาหอบเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาฝากคนเจ็บกันครับ แต่ที่แน่ๆ มนุษย์นิคช้อบ ชอบ

“กุรู้ว่ามรึงอยากถอน เอาไปเลย”

ไอ้ตะวัน เปิดฝาขวดเบียร์ด้วยไฟแช็ค เด็กดีห้ามเลียนแบบขี้เหล้าของแท้เท่านั้นที่ทำได้ครับ หรือจะใช้ฝาขวดด้วยกันก็เปิดได้ ทำข้อมือแข็งๆ งัดแรงๆเสียงดังป๊อก ใส่หลอดลงไป ดูดกินอร่อยๆเหมือนกินน้ำหวาน แอลกอฮอล์ลิซซึ่มจริงตรู

มอง นาฬิกาแล้วถึงรู้ว่าตัวเองหลับไปนานเหมือนกัน ผมลากสังขารอันไม่ปกติพร้อมขวดเบียร์เย็นเชี้ยบออกจากโซฟาไปที่โต๊ะหินอ่อน หน้าบ้านเพราะตอนเย็นๆอย่างนี้ลมดีครับ แถมในมือยังมีเครื่องดื่มผิดศีลอีก ดังนั้นจะให้นอนแบ่บอยู่แต่บนโซฟาก็กระไรอยู่ พอไอ้ตะวันมันสังเกตเห็นสารรูปของเพื่อนอย่างถ้วนถี่ก็เกิดอยากจะพิสูจน์ว่า ไอ้คุณนิคยังไม่ถึงขั้นพิการถาวร มันยกมือขึ้นจะ give me 5 พร้อมทำหน้าท้าทายประมาณว่า มรึงยังไหวอ๊ะป่าว มันท้ามา ผมเลยตอบไป ยกแขนข้างไม่เจ็บทัชกับมันหน่อยครับ แต่มันแกล้งผม ตบมาสุดแรงจนแผลกระเทือน ไอ้นี่ท่าจะแค้นหนัก

“เปี้ยวจริงเพื่อนกุ รู้มั้ย ข่าวมรึงเมื่อคืนแพร่เป็นไข้หวัดนก H5N1 แล้ว เดี๋ยวมรึงโดนจารย์เรียกสอบแน่ แมร่ง ไปแด๊กเหล้าแล้วไม่ชวนกุ กรรมเลยสนอง สม”

“ห่ะนี่ กุโทรหาแล้วแต่ไม่รู้ควายตัวไหนมันปิดโทรศัพท์”

“แบตหมดว้อย แล้วมรึงทำไมไม่โทรเข้าหอกุ แมร่งสาดดไม่รักกันจริง สาธุ้.... ขอให้มรึงโดนจารย์ทำโทษให้ล้างส้วมทั้งคณะเลยมรึง”

มันยกมือไหว้ท่วมหัวกะเล่นของเต็มที่ ไอ้นี่ก็เจ็บแค้นฝังลึกจริงๆ แค่ไม่ชวนไปกินเหล้าด้วยทำงอนอย่างกับว่าผมไปทำมันท้องแล้วไม่รับผิดชอบ เลยเบิ้ดกะโหลกมันหัวทิ่มไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีครับ ก็อาจารย์ที่ปรึกษาผมแกทำงานคุ้มเงินเดือนจริงๆ เป็นห่วงเป็นใยลูกศิษย์ทุกเรื่องตั้งแต่สากกะเบือยันเรืออวกาศ เดี๋ยวผมก็คงโดนเรียกไปสอบสวนอีกตามเคย

“ว่าแต่แกไปทำอีท่าไหนให้เกิดศึกชิงนางวะ หรือจะให้เรียกว่าศึกชิงนายดี”

ไอ้เจี้ยบถามสีหน้าไม่น่าไว้ใจก่อนไอ้ปิ่นจะรับหน้าที่เฉลยความนัยที่แฝงอยู่ในประโยคคำถามของคู่หูให้พวกเราฟัง

“ก้อ ศึกชิงนางคือ ไอ้คุณนิคกับพี่เจ ชิงพี่แคลร์กันไง ส่วนศึกชิงนาย ก็พี่แคลร์กับเชนมาชิงไอ้คุณนิค 555 เพื่อนฉันนี่ร้ายไม่เบา ย้ายไปอยู่ข้างบ้านกันไม่ทันไรก็ครองหัวใจเดือนคณะเราไปได้ซะแล้ว แต่ก็นั่นแหละ หน้าสวยๆผิวเนียนๆ ปากจิ้มลิ้มน่าจูบอย่างแกนี่ใครจะไม่ชอบ ฉันเห็นแล้วยังอดน้ำลายสอไม่ได้เลย”

โห ไอ้นางงามกินเด็กริอาจจะกินเพื่อน พูดอย่างนี้ให้แม่มันยกขันหมากมาสู่ขอผมเลยดีกว่าครับ

“จริงๆนะนิค หน้าอย่างแกนี่มันยั่วน้ำลายจริงๆว่ะ ขาวๆเนียนๆน่าเอาไปกกสักคืนสองคืน”

“พอเลยเจ้าแม่ หื่นแต่เช้านะแก เก็บกดนักก็ไปหาแฟนแกโน่นอย่ามากามกับเพื่อน”

ไอ้ เจี้ยบเอาบ้างครับ นี่ถ้ามันเป็นผู้ชายผมคงไล่เตะตูดไปแล้ว แต่นี่มันเป็นผู้หญิง ถึงจะเป็นแบบครึ่งๆกลางๆก็เถอะ คิดแล้วก็ไม่รู้ว่าไอ้เกมแฟนมันมาตกหลุมไอ้เจ้าแม่ได้ยังไง ไอ้เกมมันหนุ่มคณะมนุษยฯครับ ปกติเขาต้องหนุ่มวิดวะคู่กับสาวมนุษยฯ แต่นี่ดันสลับกันเป็นสาววิดวะกับหนุ่มมนุษยฯ แปลกๆดีเหมือนกัน แต่ถึงจะสลับเพศยังไงแต่ตำแหน่งก็ยังไม่สลับ ความเป็นวิดวะมันอยู่ในสายเลือด ทุกวันนี้ไอ้เจี้ยบก็ข่มแฟนมันซะหงอไม่กล้ามีปากเสียงอยู่แล้วครับ สงสารไอ้เกมมันอยู่เหมือนกัน สงสัยมันคงจะสับสนในชีวิตอยู่ไม่น้อยว่าตกลงตัวมันเองนี่มีแฟน หรือมีแม่คนที่สองกันแน่

เขาว่ากันว่าเวลาคนเรามีความสุขเวลามัน มักจะผ่านไปเร็วครับ ผมก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเท็จประการใดแต่ที่แน่ๆตอนนี้เวลาแห่งการจิบเบียร์ เยี่ยมไข้กำลังจะหมดลงเพราะรถไอ้คู่รักเลี้ยวเข้าจอดตามด้วยไอ้คินที่เปิด ประตูลงจากรถมาโน่นแล้ว ผมกับไอ้ตะวันเตรียมตัวโดนไอ้คินว้ากกันเต็มที่ แต่เราสองคนคาดการณ์ผิดอย่างแรงชนิดที่เรียกว่า ถ้าแทงหวยก็โดนเจ้ามือกินเรียบหมดตูดเลยล่ะครับ ไอ้คินเดินมานั่งข้างผมด้วยอาการกระแทกกระทั้นแบบไม่สงสารอวัยวะที่เรียก ว่าก้นหรือตูดสักนิด

ตามมาด้วยไอ้เป้ที่เปิดประตูรถลงมาทำหน้าอารมณ์ เสียไม่แพ้กัน กระผมไอ้คุณนิค ไอ้ตะวัน ไอ้ปิ่นและไอ้เจี้ยบ เลยหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย สายตาทุกคนมีเครื่องหมายคำถามไม่ต่ำกว่าคนละสองอันในแววตา เห็นท่าสถานการณ์ไม่สู้ดีต้องเตรียมเผ่นก่อนจะมีลูกหลง คิดแล้วก็รีบดูดปรื้ด ดูดปรื้ด น้ำเมาในขวดจนหมดไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว อ๊า ชื่นจายย

“ไอ้คุณนิค มรึงเจ็บแขนแล้วแด๊กเบียร์อย่างนี้เดี๋ยวแผลแหกขึ้นมาไม่ต้องให้กุพาไปหาสัปเหร่อนะมรึง”

ไม่ ทันขาดคำลูกหลงก็มาแล้วหนึ่งดอกครับ สาดดดดเป้ ด่ากุอีก ทะเลาะกันแล้วพาลนี่หว่าไอ้ผัวเมียคู่นี้ ผมได้แต่เจริญพรเพื่อนในใจเพราะคนอื่นๆยังไม่รู้เรื่องที่ไอ้สองตัวนี่ตกลง เป็นคู่ตุนาหงันกันไปแล้ว แต่ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อไอ้เชนเข้าบ้านมาพอดี ไอ้หน้าหล่อตีหน้ายักษ์ (แต่ก็ยังหล่ออยู่ดี) ใส่ผมเมื่อเห็นหลักฐานคามือผมและคาตามันแบบจะๆ

“ใครซื้อมา” ไอ้เชนเสียงเย็นใส่ ทำเอาเพื่อนๆสาขาหัวหดกันเป็นแถว

“สามีแกดุชะมัดเลยว่ะนิค”

ไอ้ เจี้ยบกระซิบเลยโดนผมบิดพุงมันไปหนึ่งที ตั้งแต่ผมติดรถไอ้เชนไปเรียนเป็นเวลาหลายสัปดาห์เพื่อนๆก็ยกตำแหน่งสามีของ ผมให้มันไปซะงั้น ผมถามว่าทำไมไม่ว่าเป็นคนขับรถบ้าง พวกมันก็ไม่ตอบ เอาแต่ยิ้มมีเลศนัยกันใหญ่

“กุให้ไอ้ตะวันมันซื้อมาเองแหละ กุคอแห้ง”

ดู เหตุผลของผมสิครับ ฟังขึ้นจริงๆ ว่าแต่ทำไมกุต้องแก้ตัวด้วยเนี่ย กุจะแด๊กอะไรก็เรื่องของกุนิหว่า แล้วไอ้เชนก็สวมวิญญาณพี่ว้าก ว้ากไอ้คุณนิคเสียยาวเหยียดจนต่อมโทสะผมชักจะกระตุก

“ คอแห้งทำไมไม่แด๊กน้ำ แด๊กแต่เหล้าเมื่อไหร่แผลมันจะแห้ง อย่างนี้จะไปหาหมอทำไมให้เปลืองตังค์ ”

“สาดดดด บ่นอย่างกับเป็นเมียกุ ไอ้ห่ะนี่ ไสหัวแม่ตรีนไปไกลๆสายตาเลยป่ะ”

จาก ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก ก็เพิ่มเอาความแรด ความกระซู่ และกูปรีวิ่งเข้ามาเสนอหน้าบ้าง เฮียสิทธิ์ทำเสียงวี้ดว้ายกระตู้วู้เข้ามาในบ้านตามด้วยเสียงกรี๊ดลั่น เหมือนโดนข้าวสารเสกเมื่อเฮียเห็นหน้าน้องเชนสุดเลิฟของแก วิ่งเข้าถลาไปหาไอ้หน้าหล่อเป็นอันดับแรกแบบไม่สนใจน้องนุ่งที่นั่งหัวโด่ แขนเจ็บอยู่หน้าบ้านสักนิด

แล้วบ้านไอ้คุณนิคก็กลายเป็นสนามรบขนาด ย่อมเมื่อไอ้เชนวิ่งหนีเฮียสิทธิ์แบบไม่คิดชีวิต ส่วนไอ้คู่รักก็เริ่มเพิ่มระดับเสียงการทะเลาะกันจนพวกผมสี่คนใช้ความรู้จาก วิชาภาษาไทยสมัยป.6 สรุปใจความสำคัญของเรื่องได้ว่า ไอ้คินมันรู้ว่าผู้หญิงที่โทรมาราวีมันคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ไอ้เป้ไป กินข้าวกลางวันด้วยวันนี้

“ทำไมมรึงไม่ฟังกุบ้าง กุบอกแล้วว่าแค่ไปเคลียร์กับน้องเขาว่ากุมีแฟนแล้ว”

ไอ้เป้ตะโกนจนเกือบเป็นตะคอกใส่

“แล้วตอนที่กุโทรหาทำไมมรึงบอกว่าอยู่กับเพื่อน มรึงโกหกกุทำไม ถ้ามรึงบอกกุตามตรงแต่แรกกุจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่มรึงโกหกกุ”

ไอ้ คินเสียงเครือแล้วคว้าเอาเบียร์เยี่ยมไข้สองขวดที่เหลือไปเปิด แล้วกระดกเอื้อกๆลงคออย่างไม่เกรงใจผม เฮ้อ... เบียร์กุ อดเลย โดนไอ้คินแด๊กประชดรักไปเสียแล้ว

“อย่าโกรธกับเรื่องไม่เป็นเรื่องได้มั้ยคิน มีเหตุผลหน่อยสิ”

ไอ้เป้เสียงเรียบเย็น มาลักษณะนี้บ่งบอกว่าความอดทนมันกำลังจะสิ้นสุดลงแล้วครับ

“ใช่ สิ กุมันก็แค่คนไร้เหตุผล แต่เรื่องไม่เป็นเรื่องของมรึงมันเรื่องใหญ่สำหรับกุ มรึงไม่รู้หรอกว่าสายตาสมเพชที่เพื่อนของผู้หญิงคนนั้นมองกุตอนที่พวกมันพา กุไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกมรึงสองคนกินข้าวกันมีความสุขแค่ไหนนั้นมันเป็นยัง ไง กุเหนื่อยแล้วเป้”

ไอ้คินทำตาแดงๆเอนตัวซบไหล่ผม ไหล่ของมันสะท้านเบาๆด้วยความเสียใจเมื่อคำว่าเหนื่อยหลุดออกจากปาก

“นี่หมายความว่าจะเลิกกันใช่มั้ย”

ไอ้ เป้เสียงดังแบบที่ไม่ต้องปิดเป็นความลับแล้วครับ ป่านนี้ชาวบ้านคงรู้กันหมดทั้งซอยไปแล้วว่าพวกมันเป็นอะไรกัน มันคว้าแขนไอ้คินแล้วลากเข้าบ้านท่ามกลางสายตาของพวกผมทั้งหมดกี่คู่ก็ไม่ รู้เพราะไม่ได้นับ ว่าแล้วกล้องก็เบนมาจับภาพไอ้ตะวันเสียหน่อย พอมันเก็ทว่าไอ้คู่ที่กำลังทะเลาะกันเสียงดังอยู่เป็นอะไรกัน มันทำตาเหลือกถามหายาดมมือไม้สั่นเหมือนพวกเสี้ยนยา ส่วนไอ้ปิ่นกับไอ้เจี้ยบก็ปิดปากตัวเองแล้วกรี๊ดลั่น กรี๊ดทั้งๆที่ปิดปากตัวเองอยู่นั่นแหละครับ ไอ้เจ้าแม่สองคนนี้มันเคยบอกผมแล้วว่าบรรยากาศระหว่างไอ้คินกับไอ้เป้ดูไม่ เหมือนเป็นเพื่อนกันเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นผมไม่สนใจเองครับ พวกผู้หญิงนี่เขาเซ้นส์ดีกันจริงๆนับถือๆ

ส่วนเฮียสิทธิ์ก็เอาแต่ ส่ายหน้าเสียดาย ไม่รู้เฮียแกเสียดายใคร แต่ที่รู้แน่ๆคือมือแกเกาะแขนไอ้เชนเหนียวหนืดยิ่งกว่าตุ๊กแกเกาะฝาบ้าน ผิดกับไอ้เชนที่ทำหน้าเฉยๆ เดาไม่ออกว่ารู้เรื่องมาก่อนรึเปล่า


“มีเหตุผลหน่อยได้มั้ยคิน กุบอกแล้วว่าไม่มีอะไรจริงๆ นี่มรึงไม่เชื่อใจกันบ้างเลยรึไง”

“กุ เหนื่อยแล้ว มรึงไปคบกับผู้หญิงคนนั้นเถอะ กุมันพวกไม่มีเหตุผล มรึงมีเหตุผลก็ไปอยู่กับคนมีเหตุผลด้วยกันโน่น อย่ามาสนใจกุเลย”

ไอ้ คินพยายามแกะมือไอ้เป้ออก หน้ามันเปรอะน้ำตาจนผมทนไม่ได้ แต่ละคนอารมณ์ร้อนใส่กันอย่างนี้ขืนคุยกันไปก็มีแต่จะพังกับพัง ว่าแล้วก็ขอทำตัวเป็นกรรมการห้ามมวยสักหน่อยเหอะกุ

“ไอ้เป้มรึงปล่อยไอ้คินมันก่อนเถอะ กุว่ารอใจเย็นลงกว่านี้ก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่ดีกว่า”

ผมเข้าไปห้าม ไอ้คินได้ทีก็สะบัดแขนจนหลุดแล้วหลบอยู่ข้างหลังผม ฉากนี้ดูคุ้นๆยังไงชอบกล
พระเอกทะเลาะกับนางเอก และพระรองที่แอบรักนางเอกก็เข้าไปห้ามด้วยความหวังดี เหอๆ แต่ผมเปล่าแอบรักไอ้คินนะ

“ไม่ใช่เรื่องของมรึง ถอยไปไอ้นิค กุกับคินจะเคลียร์กันเอง”

ไอ้เป้ตะคอกใส่ผม แค่นั้นล่ะครับ ไอ้คุณนิคก็โมหะโทสะพรุ่งปรี๊ดปรอทแตกแหกปากด่าลั่น

“มรึง ว่ากุเศือกใช่มั้ย กุก็ไม่อยากจะเศือกเรื่องคนอื่นนักหรอก ใช่ กุจะไม่เศือกเลย ถ้ามรึงกับไอ้คินไม่ใช่เพื่อนกุ แมร่งมาตะโกนทะเลาะกันปาวๆข้ามหัวกุแบบนี้ จะให้พวกกุนั่งจิบชากินขนมสบายอารมณ์ดูพวกมรึงทะเลาะกันเหมือนดูเนชั่นแนลจี โอกราฟฟิคตอนเยือนทิเบตดินแดนหลังคาโลกเหรอไงวะ สันดานเชี้ยนะมรึง”

“เออ กุมันเลว กุมันชั่ว สันดานเสีย ปกป้องกันเข้าไป นี่อย่าบอกนะว่าพวกมรึงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ก็ได้ เอาไปเลย อยากได้กุยกให้”

ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับคนใจเย็น มีเหตุผลอย่างไอ้เป้ครับ แต่สันนิษฐานว่ามันคงหน้ามืดเพราะพิษรักกำเริบ เห็นไอ้คินบอกเลิกเลยบ้าขึ้นสมอง กัดไม่เลือกอย่างนี้

“ไอ้สัดเป้”

ไอ้ คุณนิคด่าแล้วซัดหมัดเข้าใส่ไอ้เป้แบบไม่มียั้ง เผื่อเลือดบ้ามันออกแล้วจะหายโง่ ผมก็หน้ามืดไม่แพ้กันกระทืบมันไปหลายที กว่าจะรู้สึกตัวไอ้เชนก็เข้ามารวบตัวผมไว้ ส่วนไอ้คินก็ใจอ่อนรีบเข้าไปดูใจไอ้เป้ที่ใกล้จะกระอักเลือดช้ำในตายเพราะฝี ตรีนผม

“กุขอโทษ แต่กุไม่ได้นอกใจมรึงจริงๆนะคิน อย่าบอกว่าจะเลิกกับกุอีกนะ กุทนไม่ได้”

ได อะล็อคน้ำเน่าแบบนี้ไอ้เป้มันก็ช่างสรรหามาพูดกับแฟนมันได้ครับ แต่ก็นับว่าไม่เสียหลายที่ผมอุตส่าห์ออกแรงกระทืบเรียกสติจนมันหายบ้า แมร่ง ไอ้นิคเลยแผลแหก ได้เลือดอีกหน

“มรึงไม่โกรธกุแล้วใช่มั้ย”

ไอ้ เป้ถาม ไอ้คินส่ายหน้าเบาๆ ไอ้คู่รักงี่เง่าจับมือกันเล็กๆแบบว่าหายโกรธกันแล้ว แบบว่ารักนะเด็กโง่ แต่กุสิ แบบว่าได้เลือดอีกแล้วนะ เด็กโง่ -_-!!

“แมร่ง ต้องให้กุออกแรงเสียเลือดซะก่อนถึงจะดีกัน เจ็บแผลว้อยยยยย ไอ้เชน ในฐานะที่มรึงกวนส้นตรีน กล้าด่ากุเมื่อกี้ เอากุไปส่งหมอหน่อย เวงตะไลลลลลลล เจ็บชิบหายยยยยย”

“เป็นไงล่ะมรึง แด๊กเบียร์เข้าไปอย่างนี้เลือดจะไหลหมดตัวตายก่อนถึงมือหมอรึเปล่าก็ไม่รู้”

ไอ้ เชนเล่นบทโหด ปากก็บ่นผมยาวเหยียดแต่มือที่มันจับตัวผมประคองขึ้นรถกลับเบาและอ่อน โยนอย่างไม่น่าเชื่อ จนไอ้นิคเกือบจะเคลิ้มไปเหมือนกันถ้าไอ้หน้าหล่อมันไม่ถือโอกาสตอนที่โน้ม ตัวเข้ามาคาดเข็มขัดนิรภัยให้กดจมูกลงแก้มผมแรงๆแถมตีหน้าตาย จะโวยมันเสียงดังก็ไม่ได้เพราะเพื่อนๆหันมามองแล้ว เอาล่ะสิ หน้าร้อนเลยตรู ไม่รู้ว่าใครเห็นรึเปล่า

“เขินหน้าแดงอย่างนี้แสดงว่าคิดอะไรกับกุแล้วล่ะสิ”

ไอ้ เชนสังเกตเห็นเลยมีหยอดครับ ส่วนผมก็ได้แต่สาปแช่งมันทางสายตา ปากก็ขมุบขมิบด่ามันเบาๆ รอให้ไอ้เจ้าแม่กับไอ้ตะวันเผลอก่อนเท้อ จะเล่นงานให้หื่นไม่ออกเลยคอยดู้......

ตอนที่ 11 ไม่เจอกันนานเนอะ


ยะฮู้ !! สอบมิดเทอมเสร็จแล้วครับ พ่อแม่พี่น้อง มิตรรักแฟนนิค และแฟนนานุแฟนทุกท่าน
หลาย คนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่าวันนี้ผมมาแปลก เพราะปกติไอ้คุณนิคมันเอาแต่ไร้สาระ กินเหล้าเคล้านารี มีเรื่องตีหัวหมา ด่าชื่อพ่อล้อชื่อแม่คนอื่นไปวันๆ แต่ไหงวันนี้มาถึงก็พูดเรื่องสอบได้ อยากจะแก้ตัวสักเล็กน้อยครับว่าความจริงผมก็ยังใส่ใจการเรียนอยู่ เพียงแต่เรื่องเรียนมันเป็นเรื่องที่ไม่รู้จะเล่าไปทำไมให้ปวดหัวเจ็บกบาล กันเปล่าๆ โดยเฉพาะวิศวะที่มีแต่ตัวเลขบานตะไทเห็นตำราแล้วพาลจะไข้ขึ้น แต่ไหนๆก็ไถลมาพูดถึงเรื่องเรียนกันแล้วก็ต้องพูดถึงไอ้คินมันอีกซะหน่อย

ไอ้นี่มันเรียนเก่งระดับเฉียดสี่จุดทุกเทอม เล่นเอาพวกขี้เกียจสันหลังยาว โคตะระจะยาวอย่างผมกับไอ้แม็คได้อานิสงส์ทั้งด้านดีและไม่ดีกันไปแบบเต็มๆ

ด้านไม่ดีคือ เวลาสอบเสร็จ ถ้าพวกผมคะแนนออกมาเห่ยก็จะโดนหยอกแกมสมน้ำหน้าจากเพื่อนสาขาว่าเสียชาติ เกิดที่มีเพื่อนฉลาดอย่างไอ้คิน โดยเฉพาะบรรดาอาจารย์ที่เคารพทั้งหลายที่มักจะบ่นปนถามว่าพวกผมอยู่บ้าน เดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมความขยันและคะแนนสอบมันถึงได้ต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหวนรกสุดลึก ผมเลยค่อนข้างเซ็ง สมองกุกะไอ้คินไม่ได้ติดกันเป็นแฝดสยามสักกะหน่อย ก็โดนเพื่อนๆกับอาจารย์รุมว่ากันซะเสียหายไปเลยครับ ส่วนอานิสงส์ด้านดีๆที่ได้ก็คือ เวลามีงานกลุ่มก็จะเกาะไอ้คินขึ้นสู่สรวงสวรรค์ ดินแดนที่มีเกรดเอกับบีบวกแจกจ่ายให้เราอิ่มทิพย์อยู่ตลอดเวลา (น่าจะคล้ายๆกับเกาะชายผ้าเหลือง) 55 ชั่วจริงกุ กินแรงเพื่อนอร่อยดี ส่วนเวลาใกล้สอบก็บังคับไอ้คนเก่งมันติวให้นั่นแหละ ติวแค่ให้เฉียดมีนเล็กๆพอมีลุ้นไม่ให้มีหมามาเพิ่มในทรานสคริปท์ก็เป็นใช้ ได้ แต่จะเฉียดบนหรือเฉียดล่างนี่ค่อยว่ากันอีกที ก็คนโดนติวมันขี้เกียจนี่ครับ อิๆ

ผมกับไอ้แม็คก็ยังคาดกัน ว่า ไอ้คินมันจะเป็นพระเจ้าในรุ่นเราที่สามารถเรียนจบได้ภายในสี่ปี ก็ที่มหาวิทยาลัยผม ใครเรียนวิดวะแล้วจบได้ภายในสี่ปี เราจะยกให้ไอ้มนุษย์สปีชีส์นั้นเป็น พระเจ้าครับ

ข้อสอบวิชาสุด ท้ายคือแคลคูลัส วิชาที่เป็นภาระอันแสนจะหนักอึ้งอย่างมหาศาลสำหรับพวกกบาลบรรจุแต่ขี้ เลื่อยอย่างผมกับไอ้แม็ค เพราะพวกผมไม่ได้มีรอยหยักในสมองถี่ยิบ และไม่ได้ผ่านการบริหารออกกำลังกันโรคสมองฝ่ออย่างสม่ำเสมอเหมือนอย่างไอ้ คิน กว่าจะออกจากห้องมาได้ก็แทบจะอ้วกออกมาเป็นตัวเลข ไอ้นิคหน้ามึนออกมา นึกเจ็บใจตะหงิดๆ ไอ้ที่เก็งไว้ละเจือกไม่ออก แต่ที่ออกก็เจือกไม่ได้อ่าน อุตส่าห์เอาหนังสือแคลฯไปหนุนนอนแทนหมอนเผื่อมันจะทำการออสโมซิสเข้าสู่ สมอง แต่ตื่นมานอกจากจะโง่เหมือนเดิมแล้วยังแถมอาการปวดคอเพราะถูกตะคริวกิน ต้องควักกระเป๋าเสียตังค์ซื้อยาหม่องตาลิงถือลูกท้ออีก ทั้งดมทั้งทาในขวดเดี๋ยวกัน เฮ้อ...เซ็ง


“ไอ้แม็ค กุม่ายหวายแล้ว กุจะอ้วกกก นี่ขนาดแค่มิดเทอมนะมรึง”

ออก จากห้องสอบมาได้ผมก็แทบจะแผ่หลาลงไปกลิ้งกับพื้นหญ้าแล้วนั่งเคี้ยวเอื้อง พักสมองสักชั่วโมงสองชั่วโมง หันไปมองไอ้แม็คที่ฟุบเงียบอยู่กับโต๊ะก็ดูท่าว่ามันกับผมจะมีชะตากรรมใน การสอบใกล้เคียงกัน ฟุบหน้าแน่นิ่งไปอย่างนั้นสงสัยจะไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ขอพรให้ไม่ติดเอ ฟแล้วแน่ๆ

“อ่านหนังสือทำข้อสอบล่ะจะอ้วก ทีแด๊กเหล้านี่เห็นคอแข็งอย่างกับเหล็กน้ำพี้”

ไอ้ ปิ่นเอาเล็คเชอร์ของตัวเองขึ้นมาโบกเรียกลม สีหน้าประหนึ่งจะเยาะเย้ยเพื่อนผู้โง่เขลาอย่างผมว่า วิชานี้เอไม่ไปไหนไกลฉันแน่ๆ ก่อนที่ไอ้ดาวสาขามันจะโยนเอสี่ปึกใหญ่ที่มันปรินท์มาเกี่ยวกับงานโอเพ่น เฮาส์ เป็นงานวิชาการประจำปีของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นทุกๆสองปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เป็นอีกหนึ่งในคณะที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ส่วนสาขาวิศวะฯคอมของพวกผม นอกจากจะมีซุ้มวิชาการให้ความรู้แล้วก็ยังมีเล่นเกม และออกร้านเพื่อหาเงินเข้าสาขาอีกด้วย

“โห สร้างสรรค์โคดๆ สอยดาว ปาเป้า บิงโก นี่ใช้อะไรคิดวะ โบราณชิบ”

ผมเปิดๆดูกระดาษแผนงานในมือที่ได้มาแล้วก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยอย่างแรง ไม่แนวเลยครับ

“แล้วอะไรที่แกว่ามันสร้างสรรค์ก็บอกมาดิ”

นาง งามกินเด็กทำตาจิกเสียงกัดใส่ ผมเลยตัดสินใจเงียบ ถือคติ หุบปากไว้เป็นดี ชีวีจะปลอดภัยครับ เราคุยกันรอไอ้พวกที่เหลือมาจนครบองก์ประชุมแล้วจึงเคลื่อนกระบวนพลที่มองดู คล้ายขบวนทอดกฐิน ทอดผ้าป่าไปโรงอาหาร มีไอ้ปิ่นเดินนำแถวโดยมีผมถือปึกกระดาษเดินตามด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว ที่บังอาจไปลบหลู่แผนสอยดาวของเจ๊แกเข้า ตามมาด้วยไอ้ตะวันกับไอ้แม็คที่ยังสะลึมสะลือกับโจทย์แคลฯไม่เลิก รั้งท้ายด้วยไอ้ไอ้เจี้ยบกับไอ้เกมที่เป็นติ่งอะไรสักอย่างห้อยท้ายขบวนมา กับเขา ก็มันเอาแต่คุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งไม่สนใจชาวบ้านชาวช่องน่ะสิครับ ส่วนไอ้คินก็ไม่ต้องไปถามหา มันสอบเสร็จก็ชิ่งไปฉลองกับที่รักมันแล้ว

พวก เราเหล่าคณะผ้าป่าสามัคคีเดินหน้ามึนกันไปถึงแคนทีนก็ต้องตื่นตาแบบขากรรไกร ค้างกับความอลังการที่ไอ้บอยแบนด์ข้างบ้านผมมันกำลังโชว์พาวความหล่ออยู่ นั่งกันเป็นคู่ๆเลยครับ
พ่อแม่พี่น้อง ทั้งๆที่ปกติ แคนทีนคณะเราจะไม่ค่อยมีสาวๆนอกคณะเข้ามาใช้บริการเพราะเกรงอำนาจบารมีความ ถึกเถื่อนถ่อยและสถุนของผู้ชายวิดวะหน้าตาเหี้ยมๆ ที่มีอยู่กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นของจำนวนนักศึกษาชายในคณะทั้งหมด ส่วนอีกสิบเปอร์เซ็นที่เหลือก็นั่นไงครับ ไอ้บูม แซ็ค ปิงปอง ตี๋ต่อและไอ้เดือนคณะเชน อ้อ รวมไอ้คินไว้ด้วยก็ได้

“แมร่ง บอยแบนด์กับเกิร์ลแก๊งค์ มรึงดูดิ๊ไอ้คุณนิค มีกล้องซ่อนไว้แถวๆนี้รึเปล่าวะ ใครมาถ่ายเอ็มวีแล้วไม่ชวนกุ”

ไอ้ตะวันสอดส่ายสายตาหวังจะเจอรายการดาราจำเป็น ใครเกิดไม่ทันดูรายการนี้ก็เสียใจด้วยนะครับ 55

“เอ็มวีห่ะไร เอวีล่ะไม่ว่า ดูๆ ไอ้พวกนั้นมันจะลากสาวๆเลื้อยขึ้นตักกันอยู่แล้ว”

ถ้า มองแบบไม่มีอคติก็จะเห็นว่าไอ้พวกนั้นมันกำลังก้มหน้าก้มตาดูกระดาษอะไร บางอย่างบนโต๊ะโดยมีสาวๆหน้าใสคอยอธิบายให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ แต่พอดีผมค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้ายเลยหมั่นไส้ไอ้พวกหล่อเลือกได้ มองภาพแบบเกินจริงไปหน่อย

ผมกับไอ้ปิ่นปรึกษากันว่าจะกินอะไรก่อน ที่เราสองคนตกลงกันได้ว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวไก่เพราะเดินผ่านหน้าร้านแล้วกลิ่น มันยั่วใจเหลือเกิน

เดินไปร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ มันต้องผ่านโต๊ะไอ้พวกบอยแบนด์ แต่ปรากฏว่าพวกมันไม่ทักผมสักคำครับ หนอย..หมั่นไส้ ครับหมั่นไส้ หมั่นไส้จนคันปากอยากด่าคน ผมกำลังจะเข้าไปทักทายไอ้พวกข้างบ้านด้วยสมุนสี่ขาในปากที่กำลังดาหน้าจะ เข้ากัดไอ้พวกหน้าหม้อ แต่กลับถูกชิงตัดหน้าด้วยอาการหัวเราะอย่างสติแตกของไอ้ปิงปอง

ไอ้ ปิงปองมันเห็นไอ้ปิ่นเลยส่งเสียงทักทายก่อนแล้วจึงเบนโฟกัสภาพมาจับที่หน้า ของผม มันทำหน้าไม่แน่ใจอยู่ประมาณครึ่งนาที แค่นั้นมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นแคนทีน ไอ้เวงนี่ มันช่างกล้าดีแท้

“หน้ากุเหมือนหม่ำ จ๊กม๊ก รึไง หัวเราะอยู่ได้ ทำไม กุใส่แว่นแล้วมันหนักหัวมรึงเหรอ ไอ้ลูกชิ้นปิงปองเน่า”

มัน หัวเราะจนพูดไม่เป็นภาษากับแว่นตากรอบสีตะกั่วเลนส์หนาเตอะห่างไกลจากคำว่า แฟชั่นอย่างสิ้นเชิงของคุณชายข้างบ้าน ความจริงผมสายตาสั้นครับ ทั้งสั้นทั้งเอียงจนต้องใส่แว่น แต่เพราะการใส่แว่นมันเป็นอุปสรรคต่อการบู๊ของผม พอเข้ามหาลัยก็เลยเปลี่ยนไปใส่คอนแทคเลนส์เพื่อความสะดวก แต่วันนี้ผมทั้งล้าทั้งปวดกระบอกตาจากการอ่านหนังสือสอบเลยต้องใส่แว่นแทน ไม่นึกว่าจะมาเจอไอ้หมาปิงปองล้อเอาได้ ชิ!

“ท่านด๊อก..........เตอร์นี่เอง ปิงปองไม่ทันได้ทักเพราะจำไม่ได้ โห ลุคนี้คิดได้ไงครับ”

ไอ้ ปิงปองพูดคำว่าด๊อกแล้วเว้นระยะไปนานกว่าคำว่าเตอร์จะตามมา แมร่ง กวนนะมรึง ไอ้พวกข้างบ้านที่เหลือพอเห็นว่าไอ้แว่นที่กล้าเดินควงดาวสาขาวิดวะคอมในแคน ทีนเป็นผม ก็พากันเอะอะเสียงดังเผยกำพืดความเถื่อนออกมาหมด

“โห มรึงสายตาสั้นใช่ย่อยเลยนะไอ้คุณนิค”

ไอ้ บูมมันถือวิวาสะคว้าแว่นตาออกจากหน้าผมเอาไปลองใส่ดูก่อนจะส่งให้ไอ้บอย แบนด์คนอื่นลองใส่ดูบ้าง แล้วพวกมันก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าใส่แล้วมึน ก็สมควรแหละครับ สายตาดีๆดันเจือกลองใส่แว่นหนาเตอะของผมไม่มึนก็ให้รู้ไปสิ ขณะที่ไอ้ข้างบ้านกำลังลองแว่นสายตาของผมอย่างกับไอ้คุณนิคเป็นตัวแทน จำหน่ายแว่นตา สาวๆกลุ่มเกิร์ลแก๊งค์ก็ลุกตามมาบ้าง สาวสวยคนหนึ่งส่งโบรชัวร์ให้ผมด้วยรอยยิ้มอย่างมีไมตรีจิต น้ำเสียงหวานซึ้งและมือนุ่มๆที่บังเอิญสัมผัสกันแบบจงใจทำเอาไอ้นิคจิตใจ หวั่นไหว ก็คนเพิ่งเลิกกับแฟนนี่ครับ

“นี่เป็นรายละเอียดงานเปิด บ้านของคณะนิเทศนะคะ เรามีประกวดหนุ่มสาวหน้าใส โอเพ่นเฮาส์โอเพ่นฮาร์ทด้วย สนใจก็สมัครได้ตามรายละเอียดตรงนี้ค่ะ”

ชื่อ เวทีการประชันความหล่อสวยนี่แอบเสี่ยวเล็กๆครับ ผมนึกในใจ แต่สายตาก็จับจ้องที่ใบหน้าของเธอสลับกับกระดาษในมือ แสดงความสนใจกับเรื่องที่หญิงสาวกำลังประชาสัมพันธ์อย่างเพลินๆ ซึ่งกว่าผมจะรู้ตัวว่าคนอื่นเขามองว่าผมกำลังจ้องสาวนิเทศแบบไม่เกรงใจใคร เสียงไอ้แซ็คก็กิ้วก้าวแซวขึ้นแล้ว

“น้ำลายหยดเลยมรึง ไหมถอยออกมาหน่อยครับ ระวังติดเชื้อบ้าไอ้คุณนิคมันนะ”

“กุไม่ได้คิดอะไรอกุศล ก็พวกมรึงเล่นเอาแว่นกุไปใส่เล่นกันอย่างนั้น ตากุไม่ดีก็ต้องเพ่งสิวะ”

ไม่ ได้แก้ตัวนะครับ คนที่สายตาสั้นมากๆบวกเอียงมากๆอย่างผมนี่เวลาใส่แว่นแล้วถอดออกเอาดื้อ ตามันจะเบลอไปหมด ต้องใช้เวลาปรับโฟกัสอยู่พอสมควร แต่ก็มองไม่ค่อยชัดอยู่ดี แต่ไม่มีใครเชื่อครับ ไอ้พวกนั้นก็แซวกันไม่เลิก เล่นเอาสาวงามคณะนิเทศที่ไอ้แซ็คเรียกว่า ไหม ออกอาการหน้าแดงเขินอายไม่ใช่น้อย ก็ผมเสน่ห์แรงนิ อิๆ

“เฮ้ย อย่ามัวแต่หลีหญิง รีบไปได้แล้วแก ก๋วยเตี๋ยวหมดอดแด๊กแล้วจะหาว่าสวยไม่เตือน”

ไอ้ ปิ่นมันพูดได้ไม่ต้องอายปากครับ ก็มันสวยจริงๆ ผมเลยคุยกับไหมอีกเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปกับไอ้ปิ่นเพราะถ้าขืนยังปะทะคารม กันต่อ เดี๋ยวคงต้องขาดทุนได้เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวไก่ง้อไอ้ดาวสาขาแน่ เพราะถ้าเลยเที่ยงไปแล้ว คนจะเยอะต้องต่อคิวยาวขาแข็งให้เจ้าแม่มันพิโรธผมอีก แต่ปัญหามันอยู่ที่แว่นตาของผมดันไปอยู่ในมือไอ้เชน แล้วมันก็กำลังคุยอยู่กับเพื่อนสาวหน้าตาโนเนะของไหมอยู่ หมั่นไส้มัน เลยช่างแมร่งแว่นตาไปก่อน เดี๋ยวค่อยไปทวงคืนทีหลัง ไม่อยากไปขัดความสุขครับ เหอๆ

จัดการให้ก๋วยเตี๋ยวไก่อร่อยๆลงไปนอน ยังไม่ทันเรียงเส้นอยู่ในกระเพาะผมก็รีบลากไอ้ปิ่นไปร้านขนมเจ้าประจำ ที่แคนทีนคณะนี่ของอร่อยๆเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตามสั่ง ขนมทั้งไทยและเทศ เมนูภูมิใจนำเสนอวันนี้นอกจากจะเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่แล้วยังมีขนมเครปอีกครับ ร้านเครปเจ้านี้คนต่อคิวซื้อนี่ยาวเหยียดเพราะอันละแค่สิบบาท แต่แป้งนี่อร่อยสุดยอด ไส้ก็ใส่มาให้แทบล้นทะลัก จะเรียกว่าโคตรเครปก็ได้ไม่น่าเกลียดอะไร เพราะพี่เขาทำให้อันใหญ่แบบไม่มีการเขียม

ผมต่อคิวซื้ออยู่นาน กำลังจะถึงคิวตัวเอง ก็ไม่รู้มีไอ้ลูกพ่อแม่สั่งสอนแล้วไม่ยอมจำที่ไหนมาตัดหน้าฉับ แทรกตัวเข้ามาในแถวแซงคิวแบบสะกดคำว่ามารยาทไม่เป็น โมโหสิครับโมโห

“เฮ้ย ต่อแถวสิวะ ไม่เห็นรึไงว่าคนอื่นเขาต่อกันยาวเหยียดเนี่ย”

ไอ้คุณนิคขอจัดระเบียบสังคมเสียหน่อยครับ ผมสะกิดไหล่มันแล้วตีหน้าหาเรื่องใส่เต็มที่ จนไอ้ปิ่นต้องแตะแขนไว้เป็นเชิงปราม

“เปล่าแซงนะ ก็ผมให้เพื่อนมายืนจองให้อยู่ก่อนแล้วไง” เหตุผลมันฟังขึ้นมั้ยครับ

“นี่มันร้านเครปนะมรึง ใช่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์มั้ย ถึงจะได้สำรองที่ยืนล่วงหน้าได้เนี่ย อยากกินก็ต่อแถวสิวะ”

ไอ้ ปิ่นยึดแขนผมไว้แน่น เนี่ยแหละครับไอ้นิคโหมดไร้สามัญสำนึก เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งและไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน คำว่ากลัวตายไม่เคยมีอยู่ในสมอง

“พอเถอะไอ้คุณนิค เขาก็มีเหตุผลของเขาน่า” ไอ้ตะวันอยู่ร้านน้ำปั่นข้างๆเห็นท่าไม่ดี เข้ามาช่วยเคลียร์

“กุ ไม่สน กุเนี่ยแหละเหตุผล มรึงดูสิ กุกับไอ้ปิ่นยืนจนขาแข็งจะถึงคิวตัวเองอยู่ดีๆก็มีไอ้เชี้ยที่ไหนไม่รู้มา ตัดหน้า รมณ์เสียว่ะ”

เหตุการณ์ดูจะบานปลายขึ้นเพราะความใจร้อนและ เอาตัวเองเป็นที่ตั้งของผมจนพวกข้างบ้านต้องเข้ามาเสริมทัพกับไอ้ตะวันคอย ปรามผม ไอ้เชนรีบเข้ามาคว้าแขนไว้ป้องกันไม่ให้ไอ้ตาขวางนิคกระโจนเข้ากัดไอ้ผมทอง มารยาททรามตรงหน้า

“นี่มรึงไม่ต้องมาทำเต๊ะไอ้หัวแมงวันทอง หันมาคุยกะกุให้รู้เรื่องเลย”

ไอ้ ผมทองมันสวมเชิ้ตสีอ่อน กางเกงยีนส์สีซีด เดาไม่ได้ว่ามันอยู่คณะไหน แต่รู้สึกว่าน้ำเสียงและท่าทางมันคุ้นๆยังไงพิกล มองหน้ามันก็เห็นไม่ค่อยชัดเพราะไม่ได้ใส่แว่นแถมมันยังยืนหันข้างให้อีก ไอ้เวงนี่มันเหมือนใครวะ คิดไม่ออก

“มรึงนี่ซ่าเหมือนเดิมอย่างที่ ไอ้โก้มันบอกจริงๆว่ะ ไม่สิ กุว่าแสบยิ่งกว่าเดิมอีก แต่ยังแหย่ง่ายยั่วขึ้นเหมือนเดิม ปากหมาก็เหมือนเดิม ที่สำคัญยังสวยเหมือนเดิมเลยนะมรึง”

ไอ้หัวแมงวันทองเดินเข้ามา ใกล้ๆแล้วคว้าหมับจับแก้มผมแล้วยืดไปมา หน้าคนนะมรึงไม่ใช่ดินน้ำมัน ท่ามกลางสายตาลุ้นๆกับคนรอบข้างว่าเหตุการณ์จะออกหัวหรือก้อย สมองผมก็เริ่มรันภาพต่างๆในหัวตั้งแต่สมัยเด็กจนมาถึงสมัยเรียนม.ปลาย และเริ่มนึกออกว่าไอ้มารยาททรามที่กล้าแซงคิวผมมันคือไอ้ขลุ่ยเพื่อนเก่า เพื่อนแก่ที่ไม่เจอกันนาน พอคิดออก ผมก็กระโดดเข้ากอดมันสุดแรงเอาให้หายใจไม่ออกตายห่ะกันไปข้างหนึ่ง

ตอนที่ 12 เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

“สวยบ้านมรึงดิไอ้ขลุ่ย แล้วนี่มรึงมาได้ไงวะ จะมาทำไมไม่บอกกันก่อน สาดดด แล้วมาแกล้งแย่งกุซื้อเครปนี่สนุกมากนะมรึง”

ไอ้ ขลุ่ยไม่ตอบแต่หันไปสั่งเครปให้ผม มันยังจำได้ว่าผมชอบกินหมูหยองน้ำพริกเผาด้วย แป๊บเดียวเท่านั้นจริงๆครับ แป๊บเดียวเครปร้อนๆก็มาอยู่ในมือผม ก็พี่ร้านเครปเขาคงกลัวว่าผมจะโมโหหิวพาลพังร้านแกเลยรีบทำให้มือเป็นระวิง แถมยังทำอันใหญ่บะเฮิ่มกว่าปกติ เครปแบบโคตรพ่อโคตรแม่เครปของผมเลยดูมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นโข

ได้ เครปแล้วพวกผมทั้งหมดเลยยกโขยงกันกลับโต๊ะ บรรดาไทยมุงแถวนั้นก็เลยตีหน้าเซ็งสลายตัวกลับเมื่อเห็นว่าไม่มีคดีเด็ดเกิด ขึ้นอย่างที่ลุ้นกันอยู่

ผมเล็มเครปอย่างเอร็ดอร่อย ตอนนี้ได้แว่นกลับคืนมาแล้วเลยเห็นหน้ามันชัดขึ้น สังเกตความเปลี่ยนแปลงของมันได้เยอะจนแทบไม่เหลือเค้าของไอ้ขลุ่ยคนเดิม ผมถามไอ้เพื่อนซี้สมัยเรียนมัธยมอย่างตื่นเต้นไปเกือบสิบคำถาม แต่มันกลับตอบสั้นๆ ตามสไตล์คนพูดน้อย

“พอดีกุได้หยุดยาวเลยโทรหาไอ้โก้แล้วแอบหนีกลับมาเยี่ยมพวกมรึงไง”

ไอ้ ขลุ่ยยิ้มๆ ไอ้นี่มันเด็กนอกครับ พอจบม.ปลายมันก็บินลัดฟ้าไปเรียนต่อที่เมืองมะกันเพราะแม่มันแต่งงานใหม่ กับคนที่นั่นตั้งแต่มันอยู่ม.ต้นแล้ว ผมก็ติดต่อมันทางอีเมล์บ่อยๆแต่ไม่ค่อยได้โทรคุยกันสักเท่าไหร่เพราะมันรู้ ว่าผมเป็นคนไม่ชอบคุยโทรศัพท์

“แต่กุจำมรึงไม่ได้เลยนะเนี่ย เจือกใส่ชุดอย่างกับเป็นนักศึกษาที่นี่อีก แล้วทำไมหัวมรึงกลายเป็นสีอย่างนี้ได้วะ ไปอยู่เมืองนอกแค่ไม่กี่ปีนี่กลายพันธุ์แล้วเหรอมรึง หลังอาน กลายเป็นลาบาดอร์ไปแล้ววุ้ย”

“ใครจะอย่างมรึงล่ะ ปากหมาเป็นเอกลักษณ์”

ผม งับเครปเคี้ยวตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแนะนำเพื่อนๆทั้งหมดให้รู้จักกับไอ้หัวทอง แล้วปล่อยให้พวกมันคุยทำความรู้จักกันไป งานนี้ไอ้ปิ่นคนสวยที่ยังแอ๊บแมน เอ้ย แอ๊บแบ้วก็ยังได้รับความสนใจอีกตามเคย

“ที่อารมณ์ดีนี่เพราะได้กินเครปหรือว่าเป็นเพราะได้เจอแฟนเก่า”

ไอ้(ไส้)เดือนคณะทำเสียงกวนส้นใส่อีกแล้ว ไอ้นี่ก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆอย่างกับอยู่ในช่วงวัยทอง

“แฟน เก่าป้อมรึงสิ ขอร้องเลยนะเมียจ๋า อย่าหึงไม่เข้าเรื่องให้มันมากนัก ถ้าที่รักรำคาญขึ้นมาเมื่อไหร่ มรึงจะโดนก้านคอไม่รู้ตัว เอ้า เอาเครปไปแด๊กซะ ปากจะได้ไม่ว่างมาเห่ากุอีก”

กำลังอารมณ์ดี เพราะได้เจอเพื่อนเก่าเลยยิงมุกไปติดๆ แถมเอาเครปที่เหลืออยู่เล็กน้อยยัดเข้าปากไอ้เชนตัดปัญหาปากหมาหาเรื่องของ มัน แค่นั้นล่ะครับ ไอ้พวกที่เหลือก็ส่งเสียงโห่ฮาวี้ดวิ้วกันใหญ่

“เครปของพวกมรึงนี่ท่าจะหวานน่าดู ป้อนกันแบบไม่เกรงใจเพื่อนเลยว่ะ”

ไอ้ ต่อบังอาจแซวเลยโดนผมเตะหน้าแข้ง น้ำตาเล็ดกันไป จะมีก็แต่ไอ้ขลุ่ยที่ทำหน้าอึ้งๆไปเมื่อเข้าใจว่าผมกับไอ้เชนเป็นแฟนกัน มันหยุดบทสนทนากับไอ้ปิ่นแล้วหันมาจ้องผมสายตามีคำถาม
ไอ้นิคเลยได้โอกาส งาม ไหนๆก็ไม่เจอกันนาน ขอแกล้งมันให้หายคิดถึงหน่อย แล้วก็ถือโอกาสแก้แค้นที่มันแกล้งแซงคิวผมด้วย ฮี่ๆ ไอ้ขลุ่ย

“เห็นคนรักกันไม่ต้องอิจฉาเลยเว้ยไอ้ตี๋ต่อ เออ กุลืมบอกมรึงไปไอ้ขลุ่ย นี่ไอ้เชนเมียกุเอง”

ผม แนะนำหน้าตาย ไม่พูดคำว่าแฟนครับ แต่เจาะจงว่าไอ้เชนมันเป็นเมียผมเลย เพราะถ้าขืนแนะนำแบบไม่ชัดเจน เดี๋ยวไอ้ขลุ่ยมันจะสงสัยคิดจินตนาการไปไกลว่าผมกับไอ้เชนใครเป็นฝ่ายไหน เพราะถึงจะเป็นแค่เรื่องอำกันเล่นๆแต่ยังไงผมก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายรับแน่

“โห ร้อนแรงจริงๆพวกมรึงนี่ ประกาศรักไม่เกรงอกเกรงใจคนอื่นบ้าง”

ไอ้ ปิงปองรู้แล้วว่าผมแกล้งไอ้ขลุ่ยเลยผสมโรงด้วยอย่างสนุกสนาน สีหน้าไอ้ขลุ่ยมันก็น่าตลกจริงๆครับ ผมกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ ต้องเสไปป้อนเครปให้ไอ้เชนอีกที ไอ้โย่งนี่ก็รับมุกดีจริงๆจับมือผมตอนที่ป้อนเครปให้แถมทำสายตาหวานเยิ้มหยด ย้อยมาให้อีก แหวะ กุเลี่ยนว่ะ

แต่สงสัยมันจะสมจริงไปหน่อย คราวนี้เลยไม่ได้มีแค่ไอ้ขลุ่ยที่มองแล้วอึ้งๆ แต่คนที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกับพวกผมก็พากันหันมามองใหญ่เลยครับ ไอ้เชนมันก็ยังหน้าหนามืออีกข้างโอบเอวผมไว้อีก ผมเลยต้องกระซิบเสียงเข้มให้ได้ยินกันแค่สองคนใส่มัน

“ไม่ต้องสมจริงขนาดนั้นก็ได้ แมร่ง คนมองกันทั้งแคนทีนแล้ว”

“ไม่สมจริง เพื่อนมรึงก็ไม่เชื่อดิ”

ไอ้เชนมันเลยกระซิบตอบ ลมหายใจของมันปะทะเข้าที่แก้มจนผมต้องเบนหน้าหนีเพราะจั๊กจี้

“ก็ไหนไอ้โก้มันบอกว่ามรึงโสด เพิ่งเลิกกับพี่แคลร์อะไรนั่นไง” ไอ้ขลุ่ยถามเสียงอ่อย

“มรึง เป็นแฟนคลับกุรึไง รู้ไปหมดไอ้นี่นิ ก็กุเลิกกับพี่แคลร์แล้วก็มาเป็นแฟนไอ้เชนไง มรึงก็รุ้ว่ากุเสน่ห์แรงขนาดไหน โสดได้ไม่นานหรอกว่ะ 555”

ผมล่ะขำ กับสีหน้าของไอ้ขลุ่ยมันตอนนี้จริงๆ มันจะทำหน้าเหวอ ตกใจปนอึ้งๆที่รู้ผมเป็นแฟนกับผู้ชาย แต่มันก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจอะไร และถ้าผมสังเกตให้ดีก็อาจจะได้เห็นว่าแววตาที่ไอ้ขลุ่ยมันมองแฟน(กำมะลอ)คน ล่าสุดของผมนั้น มีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ

----------------------------------------------

บรรยากาศ ตึงเครียดเกิดขึ้นเมื่อผมวางสายจากแม่ไอ้ขลุ่ยที่โทรด่วนมาจากอีกซีกโลกด้วย ความร้อนใจเพราะเป็นห่วงลูกชายคนเดียว ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความโมโหโดยมีไอ้โก้เจือกทำตัวเป็นทนายแก้ต่างให้ไอ้ เด็กหนีออกจากบ้าน

“แมร่ง มรึงคิดอะไรอยู่วะ จะหนีออกจากบ้านทั้งทีก็เล่นเอาเขาเดือดร้อนกันข้ามทวีป ตกลงมรึงจะเล่าได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้หนีมาหากุเนี่ย”

“ไอ้คุณนิคมรึงใจเย็นดิวะ” ไอ้ทนายโก้เบรกผมเลยโดนไปหนึ่งดอก

“มรึงหยุดเลยไอ้โก้ไม่ต้องมาออกรับแทนมัน ว่ามาไอ้ขลุ่ย จะพูดเองหรือจะให้กุง้างปาก” ผมเล่นบทโหด

“กุไม่ได้ตั้งใจ กุแค่เบื่อๆแล้วก็คิดถึงไอ้โก้ คิดถึงมรึง”

คำว่าคิดถึงไอ้โก้หลุดออกจากปากได้ง่ายๆแต่กับคำพูดที่ไอ้ขลุ่ยมันบอกว่ามันคิดถึงผมกลับฟังดูแผ่วๆตะกุกตะกักและกระท่อนกระแท่นพิกล

“มรึง คิดถึงพวกกุก็เมล์หาดิ โทรมาก็ได้ หรือถ้าอยากเจอกันจริงๆก็จัดการเรื่องทางโน้นให้เรียบร้อย บอกแม่มรึงก่อนแล้วค่อยมาก็ไม่มีใครว่า นี่มรึงเล่นหายออกจากบ้านไม่บอกใครสักนิด อย่างนี้ แมร่ง อยากรู้จริงๆว่ามีสมองไว้ประดับกะโหลกเล่นๆรึไง”

“กุขอโทษ” ไอ้ขลุ่ยว่าแล้วก็นั่งเงียบ

“คนที่มรึงควรจะขอโทษไม่ใช่กุ แต่เป็นแม่มรึงต่างหาก”

ไอ้ขลุ่ยมันพยักหน้าเบาๆแล้วรับเอาโทรศัพท์จากผม หายไปคุยกับแม่มันประมาณห้านาทีสีหน้าจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย

“แม่กุไม่โกรธแล้ว มรึงล่ะ ยังโกรธกุอยู่มั้ย”

“กุ ไม่ได้โกรธ แค่โมโหที่มรึงทำตัวปัญญาอ่อน เอาเถอะๆไม่เจอกันนาน พอมาเจอกันจะโกรธกันก็ใช่เรื่อง ป่ะๆ ไปหาเหล้าแด๊กรื้อฟื้นความทรงจำวันวานยังหวานอยู่กันหน่อยดีกว่า”

ผม ไม่เชื่อว่าแค่ความคิดถึงมันจะถึงขั้นหนีขึ้นเครื่องบินมาหา แต่ในเมื่อไอ้ขลุ่ยมันยังไม่อยากเล่าผมก็ไม่เซ้าซี้ ชวนมันไปหาอะไรทำแก้เครียดเผื่อมันจะยอมเล่าความจริงให้ฟัง ไอ้เพื่อนตัวปัญหาเห็นผมไม่ซักฟอกต่อก็ยิ้มออก มันคว้าตัวผมเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มซ้ายขวา เล่นเอาขนหัวลุกขึ้นมาเคารพธงชาติตอนสองทุ่มโดยพร้อมเพรียง

“กุเข้าใจว่ามรึงโกอินเตอร์แล้ว แต่ขอร้องว่าอย่ามากอดจูบกุเป็นฝรั่งอย่างนี้ สยองว่ะ”

“แค่นี้มรึงก็รังเกียจกุเหรอวะ แล้วทีมรึงเป็นแฟนกับไอ้เชนอะไรนั่นล่ะ” ทำเสียงน้อยใจอีก

“เป็นเชี้ยไรของมรึง นั่นมันกรณียกเว้นว้อย 55 5 ไปๆไปหาไรแด๊กกัน”

ผม กับไอ้โก้หัวเราะกันจนปวดท้อง ไม่คิดว่าไอ้ขลุ่ยมันจะซื่อจนเซ่อยังไม่เก็ทมุกอำ ผมเลยอำมันต่อหวังจะสร้างสถิติโลก อำกันข้ามวันข้ามคืน ข้ามเดือนและข้ามปีมันไปเลยถ้าทำได้

และเพื่อฉลองเนื่องในโอกาสที่ เพื่อนรักอุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหา ผมกับไอ้โก้เลยตกลงใจจะพาไอ้เด็กอินเตอร์ไปเปิดหูเปิดในผับดังสุดฮิตกันเสีย หน่อย และก็ไม่ลืมชวนไอ้ข้างบ้านและเพื่อนสาขายกโขยงไปด้วยกันเป็นสิบ ดูเผินๆอย่างกับจะไปยกพวกตีกันยังไงอย่างนั้น

“ของมรึง โซดาล้วนใช่มั้ย”

“กินไปเลยไม่ต้องมาบริการ แมร่ง เจือกกะโหลกมาตั้งไกล ไปเลย สาวเสื้อเขียวนั่น เห็นส่งสายตาให้มรึงตั้งแต่เข้ามาแล้ว”

เหล้า ผสมโซดาล้วนของผมฝีมือไอ้เด็กนอกส่งมาให้ ผมรับแก้วมาแล้วเสือกไสไล่ส่งให้ไอ้ขลุ่ยออกไปโชว์ว่าฝีมือหม้อสาวของมัน สนิมจับรึยัง แต่มันกลับส่ายหน้า ปักหลักนั่งชงเหล้าให้ผมท่าเดียว

“อะไรของมรึง เมาแล้วเหรอวะ”

ผมถามเมื่อมันยกแก้วขึ้นซดรวดเดียวหมดแล้วทำหน้ามึนซบไหล่ผมนิ่ง เขย่ายังไงมันก็ไม่ยอมลุก
เอา เข้าไป อุตส่าห์เสียค่าเครื่องบินเป็นครึ่งแสนเพื่อมานั่งซบกุเนี่ยนะ หันไปดูไอ้พรรคพวกที่มาด้วยกัน แต่ละคนก็โชว์พาวกันใหญ่ ออกสเต็ปกันอย่างกับเรนมาเอง ยิ่งไอ้เชนนี่แล้วใหญ่ เห็นมันเก๊กหน้า เต้นธรรมดาไม่วือหวาเหมือนไอ้แซ็คที่แทบจะอ้าขาหนึ่งร้อยแปดสิบองศาเป็นนัก ยิมนาสติคผสมบีบอย แต่ไอ้หน้าหล่อ(ไส้)เดือนคณะ ก็ถูกรุมล้อมไปด้วยสาวๆสวยๆ แต่ละคนเซ็กซี่บาดใจนิคทั้งนั้น เห็นแล้วหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆ

“หึงเหรอวะ” ไอ้ขลุ่ยจับหน้าผมให้หันกลับมองหน้ามัน ทำเอาคอผมแทบเคล็ด

“อูย เชี้ยขลุ่ย เล่นเชี้ยไรของมรึง คอกูเคล็ดหมด” นวดคอพร้อมด่ามันไปเล็กน้อย

“นิค กุมีไรจะบอกมรึงว่ะ ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย”

“เออๆ ไรของมรึงนักหนาวะ”

ผม เลยเดินนำไอ้ขลุ่ยออกไปที่ลานจอดรถ พอเห็นว่าปลอดคน ไอ้เด็กนอกหัวแมงวันทองก็เริ่มเรื่องแบบไม่มีอารัมภบทให้ยืดเยื้อเวลา เรตติ้งดีเหมือนละครหลังข่าวช่องหลายสี

“ความจริงที่กลับมาก็เพราะ......ตั้งใจมาหามรึงโดยเฉพาะ กุ..... ขลุ่ย...รักนิคนะ รักมานานแล้วแต่ไม่กล้าบอก”

อึ้ง แด๊กครับ ไอ้นิคอึ้งแด๊ก ขลุ่ยรักนิคนะบ้านแด้ดมรึงดิ ปกติก็กุมรึงกันเป็นวิสัยแต่ไหงวันนี้มาบอกขลุ่ยรักนิคเฉยเลย ผมก็ได้แต่ยืนอึ้ง หรือมันเล่นมุกวะ มันเมาแล้วเล่นมุกอำกุกลับแน่ สงสัยมันจะรู้แล้วว่ากุอำมันเรื่องไอ้เชน มันเลยมาแก้มือ

“ป้อม รึงดิ เมาแล้วไม่ต้องมาอำกุกลับเลย เชี้ยนี่เล่นไม่รู้เวล่ำเวลากุกะลังลื่นคอแท้ๆ ป่านนี้ยุงไข่ใส่แก้วหมดแล้ว ไปๆกลับได้แล้ว ห่ะ เรียกออกมานึกว่าอะไรนักหนา”

“กุไม่ได้ล้อเล่น ตอบกุหน่อยว่ากุพอจะมีหวังบ้างมั้ย”

ไอ้ ขลุ่ยคว้าข้อมือผมแน่น เฮ้ยๆ ตัวก็เท่ากันไหงตอนนี้มันแรงเยอะวะ สงสัยอยู่เมืองนอกจะกินเนื้อนมไข่ตลอดเลยพลังงานเยอะ แล้วมรึงจะมาจ้องกุตาหวานเชื่อมทำม้าย เฮ้ยๆๆ อย่าบอกนะว่าที่มรึงบอกรักกุนี่เป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยาย ตายห่ะ ไอ้เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ นี่มรึงกะจะแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจกุใช่มั้ย

“มรึงใจเย็นๆ แล้วฟังกุนะไอ้ขลุ่ย กุรักมรึงแบบเพื่อนได้เท่านั้น”

“เพราะมรึงรักไอ้เชนมรึงเลยปฏิเสธกุสินะ ทำไมกุไม่บอกมรึงให้เร็วกว่านี้ บางทีถ้าไม่มีมัน
มรึงอาจจะรักกุก็ได้”

ไอ้ขลุ่ยพูดเหมือนเพ้อ ไอ้นิคเลยเสียงเครียด

“นะ ขลุ่ย เชื่อกุ ไม่มีอะไรจะยั่งยืนเท่ากับความเป็นเพื่อนหรอก ยังไงมรึงก็เป็นเพื่อนรักของกุไม่เคยเปลี่ยน และมันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงด้วย”

ไอ้ขลุ่ยปล่อยมือจากผมอย่าง หมดแรง น้ำตามันไหลออกมาเงียบๆทำเอาผมอะไรไม่ถูก กุจะปลอบมันยังไงดีวะ ปกติก็คงกอดมันแล้วแต่นี่กุเพิ่งหักอกมันนะเนี่ย ไอ้นิคหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูก เอาวะ กอดก็กอด ยังไงมันก็เพื่อนผม

“เชี้ยละมรึง ตัวโตเป็นควายร้องไห้เป็นเด็กๆ”

ผมโน้มตัวมันเข้ามากอดแล้วตบบ่ามันเบาๆรับรู้ถึงแรงกอดจากไอ้ขลุ่ยที่กอดผมแน่นขึ้นเรื่อยๆ

“ทำอะไรกันน่ะ”

ไอ้ เชนเดินเข้ามาคว้าตัวผมออกจากไอ้ขลุ่ย ตีหน้าถมึงทึงใส่ไอ้เด็กนอกที่ยังตาแดงๆ ไอ้ขลุ่ยทำตาขวางใส่ไอ้เดือนคณะแล้วคว้าตัวผมดึงกลับมาแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม ยื้อกันไปมาจนแขนไอ้นิคแทบหลุด

“ห่านี่ เอามีดมาตัดแบ่งกุไปคนละครึ่งดีมั้ย ดึงอยู่ได้ เจ็บนะว้อย”

ผมตะคอกใส่พวกมันอย่างเหลืออดแต่ไม่มีใครสนใจ ไอ้เชนยังตีหน้าเครียดทำเสียงเย็นใส่ไอ้ขลุ่ย

“มรึงมายุ่งอะไรกับแฟนกุ”

“ไอ้นิคไม่ใช่แฟนมรึง ไอ้นิคมันของกุ”

ไอ้ ขลุ่ยเสียงเข้มใส่บ้าง เอาล่ะสิกุ เรื่องบานปลายเข้าไปทุกที แล้วไอ้สองตัวนี่ก็เป็นบ้าอะไรของมัน กุเป็นผู้ชาย มรึงก็ผู้ชาย จะมาแย่งกันหาสวรรค์วิมานชั้นห่าชั้นเหวอะไรวะ อยากจะบ้าตาย ผมรีบคว้าแขนไอ้เชนไว้เมื่อเห็นมันทำตาขวางเหมือนจะกระโจนเข้าฟัดกับไอ้ ขลุ่ย

“ไอ้เชน มรึงบ้าอะไรของมรึง กลับเข้าไปก่อนกุจะเคลียร์กับไอ้ขลุ่ยเอง”

ผมยึดแขนมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่คิดว่าไอ้ขลุ่ยจะเห็นภาพนี้แล้วคลั่ง

“ที่มรึงปฏิเสธกุเพราะมันใช่มั้ย”

“รู้ก็ดีแล้ว มรึงอย่าคิดว่าเป็นเพื่อนนิคแล้วกุจะเกรงใจนะ ยังไงนิคก็เป็นแฟนกุ กุไม่ยกให้ไอ้หน้าไหนทั้งนั้น รู้แล้วก็กลับซะ”

ฮูย กุซาบซึ้งจริงๆ ไอ้เชน มรึงพูดอย่างนี้ก็เท่ากับเอาน้ำมันราดเข้ากองไฟชัดๆ เห็นไอ้ขลุ่ยกำหมัดแน่นถลาเข้าชกไอ้เชน ไอ้นิคถลันจะเข้าไปห้ามแต่ดันไปขวางทางหมัดเข้าเต็มๆเลยได้นับดาว มึนไปหลายวิฯ ไอ้ขลุ่ยหน้าเสียรีบเข้ามาประคอง แต่ผมโกรธมันสองตัว เลยปัดมือมันทิ้ง แต่พอเห็นแววตาเจ็บปวดของเพื่อนรักผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา

“พอ เถอะขลุ่ย ยังไงกุกับมรึงก็เป็นได้แค่เพื่อน แล้วไอ้เชนกับกุก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่มรึงคิดหรอก พวกกุแค่อำมรึงเล่นเฉยๆก็แค่นั้น”

“กุไม่เชื่อ มรึงจะปกป้องมันทำไม นี่มรึงเห็นไอ้คนที่เพิ่งรู้จักกันไม่เท่าไหร่สำคัญกว่ากุเหรอ
มรึงกลาย เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมรึงก็ไม่ต้องมาโกหกว่าไม่ได้มีอะไรกับมันนะ กุเห็นรูปที่มรึงนอนกับมันแล้ว กุมันโง่เองที่ยอมตัดใจจากมรึงทั้งที่ยังไม่ได้บอกอะไร แต่กุจะไม่ยอมโง่อีกแล้ว”

ว่าแล้วไอ้ขลุ่ยก็คว้าข้อมือผมลากหลุนๆ จับยัดเข้าไปในรถ แล้วล็อคประตูแน่นทิ้งให้ไอ้เชนยืนหน้าเครียดโมโหทุบกระจกตึงๆอยู่ข้างนอก เสียงดังจนผมกลัวว่ารถไอ้คินมันจะพังเพราะแรงถึกๆของไอ้เชน

ไอ้ ขลุ่ยเร่งเครื่องกระชากออกรถแรงๆ ทำเอาผมหัวคะมำหน้าผากโขกกระจกเสียงโป๊กสนั่น เจ็บจนน้ำตาเล็ด จะอ้าปากด่ามันด้วยความเคยชินแต่ก็ต้องหุบปากฉับเมื่อเห็นอาการคลั่งของ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเช่นไอ้ขลุ่ย

ผมกำลังกลัวว่ามันจะจับผมเผา นั่งยางเพราะเมาจนคลั่ง แต่ก็โล่งอกเมื่อเห็นว่าทางที่มันพารถมาเป็นทางกลับบ้าน ขับไม่นานก็ถึงบ้านเพราะมันเหยียบคันเร่งไปเกือบ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมถอนใจเฮือกใหญ่ เกือบไปเฝ้ายมบาลแล้วกุ

แต่โล่งอกยังไม่ทันไรไอ้ ขลุ่ยก็เข้ามาลากตัวผมเข้าบ้าน ลากต่อขึ้นไปที่ห้องแล้วล็อคประตูแน่นหนา นี่มรึงอย่าบอกนะว่าจะเล่นบทจำเลยรักกับกุ ผมตาเหลือก ออกแรงดิ้น แต่ไม่คิดว่าไอ้ขลุ่ยมันจะเล่นแรงขนาดชกเข้าที่ท้องจนผมจุกแอ้กทรุดลงตัวงอ กับพื้น

“มรึงนอนกับมันได้ มรึงก็ต้องนอนกับกุได้เหมือนกัน” เสียงมันบอกว่ากำลังเมาปนบ้า

“ไอ้สัด ปล่อยกุ”

ผม ตะโกนด่ามัน นี่มรึงทำร้ายกุได้ลงคอเหรอเนี่ย ไอ้เพื่อนเลว คิดแล้วแค้น จุกไม่หายซะที ไอ้นิคที่ลุยมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำไม่เคยเสียทีใครต้องมาแพ้ไอ้ขลุ่ยเพราะ ความประมาทแท้ๆ

“ทำไม มรึงให้ไอ้ห่านั่นได้ ทำไมให้กุไม่ได้ กุรักมรึงมาก่อนมันแท้ๆ”

ไอ้ บ้าขลุ่ยมันลากผมขึ้นโยนลงบนเตียงอย่างไม่ปราณีปราศัย ใครก็ได้ช่วยกุด้วย ผมทั้งโกรธทั้งกลัวปนกันมั่วไปหมด เสียงเสื้อยืดผมขาดดังแขว่ก ไอ้ขลุ่ยมันปล้ำถอดออกจนสำเร็จ เชี้ยแล้ว
สงสัย มันจะคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกแนวตบจูบแน่ๆ เอาแล้วๆ มือมันมาป้วนเปี้ยนแถวหัวเข็มขัดผมแล้ว พอเริ่มทุเลาจากอาการจุกผมก็อาศัยทีเผลอ ยันโครมเข้าเต็มท้องไอ้เพื่อนหน้ามืดจนมันกระเด็น ผมรีบลุกขึ้นวิ่งจะออกจากห้องแต่โดนไอ้ขลุ่ยกระโจนเข้าแทคตัวล้มโครมลง หัวโขกกับพื้นจนมึนตื้บซ้ำรอยเดิมที่เพิ่งโขกกระจกรถมา คราวนี้ไอ้นิคเลยสิ้นฤทธิ์ของจริง โดนไอ้ขี้เมาคลั่งรักลากขึ้นเตียงอีกครั้ง ใครก็ได้ช่วยกุด้วย พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยนิคด้วย

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้ไอ้ระยำ เปิดประตู”

เสียงไอ้เชนทุบประตูโครมๆสร้างความโกรธให้ไอ้ขลุ่ยมากขึ้นอีก ส่วนผมก็เหมือนได้ยินเสียงสวรรค์ รอดแล้วกุ

“ไอ้เชน ช่วยกุด้วย”

ผม พยายามตะโกนเรียกเลยโดนไอ้ขลุ่ยกัดเข้าที่หัวไหล่จนเลือดซิบ สาดดดด ไอ้ซาดิสต์ ผมโกรธจนตาลาย ทั้งผิดหวังทั้งเสียใจ เสียความรู้สึกที่เพื่อนรักอย่างไอ้ขลุ่ยเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้
ไอ้ขลุ่ยไม่สนใจว่าผมจะเป็นยังไง มันปลดเข็มขัดผมออกแล้วพยายามแกะกระดุมกางเกงยีนส์
ผม เห็นชะตากรรมของตัวเองที่จะต้องกลายเป็นเมียไอ้ขลุ่ยก็ตะโกนขอความช่วยเหลือ เสียงลั่นอีก ใครก็ได้รีบเข้ามาช่วยกุที กุยังไม่อยากมีสามี


ความ ชุลมุนวุ่นวายในห้องเกิดขึ้นเมื่อไอ้โก้ใช้กุญแจสำรองเปิดประตูเข้าห้องมา ได้ ไอ้เชน ไอ้ปิงปอง กับไอ้เป้ รุมสหบาทายำไอ้ขลุ่ยไม่ยั้งฝีตรีน เมื่อเห็นสภาพของผมที่หัวแตกเพราะล้มโหม่งพื้น ไม่สวมเสื้อ กางเกงยีนส์ก็ถูกปลดกระดุม บนหัวไหล่มีรอยกัดของไอ้ขลุ่ยจนเลือดซิบ

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย เดี๋ยวกุจะพาไปหาหมอนะ”

ไอ้ เชนละฝีเท้าจากไอ้ตัวก่อเหตุเข้ามากอดผมไว้แน่น มันลูบหัวลูบไหล่ปลอบผม แต่คนอย่างไอ้นิคสลดได้ไม่นานก็ฟื้นตัวได้ด้วยความรวดเร็ว ผมลุกไปหาไอ้ขลุ่ยที่กลายสภาพเป็นมนุษย์ลาบเลือดไปแล้ว

“ไอ้สัดขลุ่ย มรึงทำงี้ทำไม มรึงจะให้กุเกลียดมรึงเลยใช่มั้ย ไม่ต้องให้เหลือแม้แต่คำว่าเพื่อนเลยใช่มั้ย”

อยาก กระทืบมันให้จมดิน แต่เห็นมันโดนยำเละไปแล้วเลยแค่ตะคอกด่าให้หนำใจ ไอ้ขลุ่ยเข้ามาคว้ามือผม แต่โดนไอ้เป้ดึงตัวไว้ไม่ให้เข้าใกล้ไอ้นิคได้

“กุ เมามากแล้วเผลอไปมีอะไรกับลูกสาวของเพื่อนแด้ด กุทำเขาท้อง ต้องรับผิดชอบ กุพยายามยอมรับความจริง แต่จู่ๆไอ้โก้มันก็ส่งเมล์มาให้ ในนั้นมีรูปมรึงนอนอยู่กับผู้ชาย กุเห็นแล้วทั้งโกรธทั้งโมโหเพราะมรึงเคยบอกว่าไม่คิดจะชอบผู้ชายด้วยกันทำ ให้กุต้องตัดใจตามแม่ไปอเมริกาทั้งที่ไม่เคยบอกความรู้สึกกับมรึง แต่พอคิดอีกทีกุก็อดดีใจไม่ได้ กุคิดว่าถ้ากลับมาหามรึง กลับมาบอกว่ากุรู้สึกยังไงกับมรึง บางที....กุอาจจะพอมีหวังบ้าง แต่ที่ไหนได้ กุกลับต้องมาเห็นมรึงอยู่กับไอ้ห่ะนั่น กุทนไม่ได้ กุยอมไม่ได้ กุรักมรึงมาก่อนมันตั้งนานแล้ว มันไม่มีสิทธิ์มาแย่งมรึงไปจากกุ”

ไอ้ขลุ่ยพูดไปร้องไห้ไป

“พอ แล้วไอ้ขลุ่ย มรึงพอเสียที กุไม่ใช่ของใครทั้งนั้น เรื่องไอ้เชน กุก็บอกแล้วว่ากุกับมันเป็นเพื่อนกัน แล้วรูปที่มรึงเห็นนั่นน่ะ มรึงโดนไอ้เวงโก้มันอำต่างหาก รูปอุบาทว์ๆที่กุนอนเอาตรีนก่ายคอไอ้เชนก็ยังมีเลย มรึงไม่เชื่อก็ให้ไอ้คนส่งรูปมันพาไปดูก็ได้”

ว่าแล้วผมก็หันไปหาไอ้คนส่งรูปกับไอ้พวกปาปารัซซี่วันนั้นทั้งหมด แต่ละคนก็ได้แต่ทำหน้าแหยๆไม่มีข้อแก้ตัว

“แล้ว พวกมรึง กุบอกให้ลบทิ้งทำไมยังไม่ลบ เล่นพิเรนทร์จนได้เรื่อง มรึงก็อีกคนไอ้เชน จะไปยั่วโมโหไอ้ขลุ่ยมันทำไม บอกมันอยุ่ได้ว่ากุเป็นแฟนมรึง มรึงเห็นมั้ยว่าเมาจนขาดสติทำอะไรกับกุเนี่ย ห่าเอ้ย แมร่ง แล้วมรึงนะไอ้ขลุ่ย กุบอกมรึงไว้เลยนะ ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่ากุจะชอบผู้ชายหรือชอบผู้หญิง แต่กุกับมรึงคบกันมานาน กุรักมรึงได้อย่างเพื่อนเท่านั้น ไอ้เวงตะไล เสือกจะข่มขืนกุ มรึงใช้ง่ามสมองส่วนไหนคิด ไอ้เลว เพื่อนกันแท้ๆยังคิดอะไรชั่วๆกับกุได้ลงคอ”

คนอย่างไอ้นิคทั้งที่ เกือบโดนข่มขืนยังไม่คิดจะร้องไห้ตอนนี้กลับน้ำตาไหลเพราะความเสียใจ ผมใช้หลังมือปาดน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่ได้เบะปากร้องไห้โฮๆ แต่น้ำตาไหลออกมาเอง แถมยังไหลเป็นท่อประปาแตกไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“แม ร่ง เสียดายเวลา กว่าจะเป็นเพื่อนกัน กว่ากุกับมรึงจะสนิทกันได้ขนาดนี้ แต่ทำไมมรึงโง่ถึงขั้นทำกับกุอย่างนี้วะ เชี้ยเอ้ย เจ็บใจ”

ไอ้ขลุ่ยร้องไห้ฮือๆยิ่งร้องหนักเข้าไปอีก เมื่อผมทรุดตัวเข้าไปกอดมันไว้แล้วตบไหล่เบาๆเหมือนจะบอกว่าผมไม่ได้โกรธมันแล้ว

“พอแล้วนะขลุ่ย พอเถอะ ยังไงมรึงก็เป็นเพื่อนกุเสมอ เรื่องวันนี้กุจะถือว่ามรึงทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”

“กุขอโทษนิค กุขอโทษ กุมันบ้า กุเลว กุขอโทษ”

ไอ้ ขลุ่ยกอดผมแน่นพร่ำขอโทษร้องไห้เสียงดังไม่อายใคร ผมสงสารมันแต่ก็จำต้องผละออกเพราะโดนไอ้เชนดึงตัวออกมา สายตาของไอ้หน้าหล่อยังบอกว่าไม่ไว้ใจไอ้ขลุ่ย

“มรึงรีบไปเก็บข้าวของอีกเดี๋ยวพวกกุจะพาไปส่งสนามบิน ยังไงมะรืนนี้มรึงก็จะกลับแล้วจะเลื่อนมาเป็นวันนี้ก็คงไม่เป็นไรใช่มั้ย”

ไอ้ ขลุ่ยลุกขึ้นยืน เดินคอตกทำตามคำสั่งของไอ้เชนอย่างไม่มีปากเสียง เพราะเห็นสายตาพร้อมฆ่าคนได้ของอีกฝ่าย แต่ก่อนจะออกจากห้องไปมันก็หันมามองหน้าผมด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ จนไอ้โย่งเดือนคณะต้องเข้ามายืนบังไว้ ไอ้ห่ะนี่ก็ยังอาฆาตไอ้ขลุ่ยมันไม่เลิก ผมยิ้มชืดๆให้เพื่อนรักที่เพิ่งหักเหลี่ยมโหดกันไปเมื่อครู่ ไอ้ขลุ่ยมันออกจากห้องไปแล้วพร้อมกับผู้คุมเป็นไอ้โก้กับพวกข้างบ้าน ผมเลยเดินไปคุ้ยๆตู้หาเสื้อมาใส่ หันไปมองสภาพห้องของตัวที่ระเนระนาดเพราะฝีมือไอ้เพื่อนคลั่งรักด้วยความ เซ็ง นี่กุควรจะภูมิใจกับความเสน่ห์แรงของตัวเองถึงขั้นมีผู้ชายด้วยกันมาคลั่ง ไคล้ถึงขนาดจะปล้ำดีหรือเปล่าวะเนี่ย

“คืนนี้ไปนอนกับกุก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาเก็บกวาด”

ไอ้ เชนคงรู้ว่าผมกำลังปวดหัวกับสภาพห้องของตัวเองเลยออกคำสั่ง แต่ถึงไอ้หน้าหล่อมันจะไม่บอก ยังไงคืนนี้ผมก็ต้องย้ายไปนอนที่อื่นเป็นการชั่วคราวอยู่ดี เพราะเหตุการณ์เฉียดเสียตัวยังเพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ จะให้ข่มตานอนหลับในสถานที่เกิดเหตุก็ยังแหยงๆอยู่

ตอนที่ 13 รำคาญ



ลูกผู้ชายนายนิคผู้มีชะตาชีวิตต้องข้อง เกี่ยวกับหมัดเข่าศอกให้ได้เลือดตกยางออกอยู่บ่อยครั้ง กำลังนั่งหน้ามู่อยู่บนโซฟาหน้าทีวี พลางทำเสียงซี้ดซ้าดอยู่เป็นระยะๆ นี่ไม่ได้กินส้มตำปูปลาร้าแซ่บอีหลี หรือว่ากำลังดูวีซีดี ดีวีดี สอนเพศศึกษาจากครูสาวสวย หมวยๆเอ๊กซ์ๆแต่อย่างใด

“เบาๆหน่อยสิไอ้คิน เดี๋ยวหน้ากุแหก เสียโฉมหมดหล่อกันพอดี”

ผม ต่อว่าบุรุษพยาบาลคิน ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้อย่างตั้งใจเพราะผมขี้เกียจไป โรงพยาบาลให้เปลืองตังค์เปลืองค่าน้ำมันเปล่าๆ แล้วคุณชายนิคเงยหน้าขึ้นมองบรรดาเพื่อนๆที่รักทั้งหลายที่กำลังยืนเจี๋ยม เจี้ยมหน้ากระดานเรียงหนึ่งอยู่ตรงหน้า ไอ้ตี๋ต่อช่างภาพอีโรติคถึงขั้นใช้มือกุมเป้า หน้าเครียด ปากขมุบขมิบคล้ายกำลังท่องมนต์เรียกขวัญกำลังใจหรือไม่ก็เรียกหาพ่อแก้วแม่ แก้ว เหมือนพยายามจะปกป้องน้องตี๋น้อยในยามที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังจะเตะฟรีคิกกันเลย ทีเดียว เอาเข้าไป เห็นกุโหดเป็นยักษ์เป็นมารไปได้ แต่ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะวะ


“เชี้ยโก้ ไอ้เชฟแม็ค ไอ้เวงตี๋ต่อ ไอ้ลูกชิ้นปิงปองเน่า มีอะไรจะพูดก็ว่ามา ยึกยักมากนักเดี๋ยวเจอกุเหนี่ยว”

ไอ้คุณนิคเสียงโหด ตอนนี้มีผ้าก๊อซติดอยู่ที่หน้าผากเรียบร้อยแล้ว สงสัยหมดหล่อไปอีกหลายวันเลยกุ

“กุขอโทษ แค่อำเล่นๆไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้” เชี้ยโก้ จำเลยที่หนึ่งเสียงอ่อย

“กุจะลบแล้วนะแต่พอดีช่วงนี้มันยุ่งๆเลยลืมไปน่ะ” ไอ้เชฟแม็ค จำเลยที่สองก็เสียงอ่อยไม่แพ้กัน
ตามด้วยจำเลยที่สามและสี่ตามลำดับ

“กุบอกแล้วว่าอย่าถ่าย เห็นมั้ยมรึง ได้เรื่องเลย” ไอ้ต่อหน้าตี๋บ่นอุบกับไอ้ปิงปอง

“ห่ะ ดิมรึง พูดงี้โยนขี้ให้กุนี่หว่า แล้วใครมันบอกกุว่า ใช้มุมกล้องไม่สวยต้องจัดฉากเอง แล้วลากแขนไอ้เชนไปกอดไอ้คุณนิควะ” ไอ้ปิงปองเริ่มแฉกันเอง

“พอเลยพวกมรึง ผิดเหมือนกันนั่นแหละ ไอ้ตี๋ไอ้ปอง มรึงสองตัวไปนั่งได้แล้ว”
ไอ้ สองตัวข้างบ้านผู้ตกอยู่ในฐานะจำเลยที่สามและสี่เถียงกันอยู่สักพักจึงยอม รับสารภาพรับผิดแต่โดยดี เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ผมเลยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้มันสองตัวเลี้ยงเหล้าสามเดือนแล้วอนุญาตให้กลับไปนั่งที่ได้ เหลือแต่เพื่อนตัวเองเนี่ยแหละ ตัวดีเลย

“มรึงส่งรูปกุให้ใครดูบ้างนอกจากไอ้ขลุ่ย”

“ก็ไม่มีใครหรอก แค่ไอ้ปิ่น ไอ้เจี้ยบ ไอ้ตะวัน เฮียสิทธิ์....”

แล้ว ไอ้โก้ก็สาธยายรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิด ให้ผมไปขยายผลจับกุมคนร้ายต่อไป แล้วดูรายชื่อแต่ละคน พนักงานดีเด่นระดับเหรียญทองของเจ้ากรมข่าวลือทั้งนั้น โอ้ว ม่าย ให้ตายเถอะซาร่า มิน่า หลังๆมานี้ ไอ้พวกนั้นถึงแซวตลอดว่าไอ้เชนเป็นสามีผม นึกแปลกใจอยู่แล้วเชียวว่าทำไมแค่ผมติดรถไอ้หน้าหล่อไปเรียนแค่นี้ไม่เห็น ต้องแซวกันถึงขนาดนั้น ที่แท้ไอ้ตัวต้นเหตุก็อยู่นี่เอง

“แต่กุก็ ไม่ได้ส่งแค่รูปอีโรติคนะว้อย รูปอุบาทว์ๆที่มรึงว่ากุก็ส่งไปตั้งเยอะ เห็นแล้วก็รู้ว่าแค่เรื่องอำกันเล่นๆ ไม่มีใครเขาคิดเป็นจริงเป็นจังอย่างไอ้ขลุ่ยหรอก” ไอ้โก้รีบปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะแหะๆ เข้ามาประจบ

“มรึงอย่าโกรธกุ เลยนะ แค่อำกันขำๆน่ะ อีกอย่างมรึงก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าเพื่อนอย่างกุตัดไม่ตายขายไม่ขาดอยู่ แล้ว มรึงอย่าคิดเล็กคิดน้อยสิวะ ไม่แมนนะมรึง”

ยังมีหน้ามาพูดอย่างนี้อีก ดูมัน เชี้ยโก้

“เออ กุจะไม่แมนก็เพราะมรึงเนี่ยแหละ เป็นไง อำจนได้เรื่อง กุเกือบไม่แมนแล้วกลายเป็นเมียไอ้ขลุ่ยแท้ๆ ยังเจือกบอกไม่ให้โกรธอีก”

“น่านะ กุยอมรับผิดทุกอย่างเลย มรึงอย่าโกรธกุนะ”

ไอ้ สองตัวทำเสียงปะเหลาะได้อย่างน่าหมั่นไส้ เอาวะ ไม่โกรธก็ไม่โกรธ แต่ไว้ค่อยลงโทษพวกมันอีกทีหลัง คืนนี้ไอ้นิคก็ง่วงเต็มทีแล้ว โดนไอ้ขลุ่ยซ้อมจนระบมไปหมด กุหนอกุ

พอทายานวดแก้ฟกช้ำเสร็จ เรียบร้อยผมก็หอบสังขารน่วมๆจะนอนมันที่โซฟานี่แหละ ขี้เกียจไปบ้านไอ้เชนมัน แต่จะให้นอนกับไอ้เชฟแม็คเชี้ยโก้ก็ไม่ไหว ห้องมันรกอย่างกับป่าดงดิบ เตียงก็สุดแสนจะแคบ จะให้ไปนอนกับไอ้คู่ผัวเมียคินเป้นั้นก็ลืมไปได้เลย เดี๋ยวมันชวนเล่น 3P ขึ้นมาจะลำบากเอาได้

“มรึงอย่ามานอนตรงนี้เลย โซฟาก็ใช่จะตัวใหญ่ ปวดเอวตายห่ะ ไปนอนกับไอ้เชนเถอะ เตียงมันคิงไซส์เลยนะเว้ย ส่งตรงมาจากสวิสฯ หนานุ่ม ไม่ซึมเปื้อนด้านข้าง มั่นใจตลอดคืน”

ไอ้แซ็คยังไม่วายตลกคาเฟ่

“ใช่เวลาตลกมั้ยเนี่ย เออๆก็ได้วะ แต่กุขอขึ้นไปเอาผ้าห่มก่อนนะ”

ผมตัดความรำคาญ ไปก็ไปวะ เพราะถ้าขืนยังเล่นตัวมีหวังไอ้พวกนี้ไม่ยอมกลับบ้านพวกมันแน่

“เดี๋ยวกุไปเอาให้”

ไอ้ โก้ยังคงกลัวความผิดรีบแจ้นขึ้นไปที่ห้องผมแล้วหอบมาครบทั้งหมอนทั้งผ้าห่ม คืนนั้นผมเลยต้องหอบผ้าหอบผ่อนย้ายสำมะโนครัวชั่วคราวไปนอนห้องไอ้เชนมัน จะว่าไปก็เหมือนอลิซหลุดเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ แต่ผมเป็นผู้ชายจะเรียกว่าอลิซคงไม่เหมาะ เอาเป็นตอนที่แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ปีนต้นถั่วขึ้นไปถึงอาณาจักรบนเมฆดีกว่า

ห้อง ไอ้หน้าหล่อเดือนคณะตกแต่งเรียบๆแต่เน้นหรูหราและนำสมัย ของแต่งห้องแต่ละอย่างนี่อย่างกับมาจากทั่วมุมโลก ไม่แปลกใจละที่แค่โบนัสของพ่อมันก็สามารถซื้อรถคันละเป็นล้านให้ลูกชายได้ อย่างนี้ หรือความจริงไอ้เชนมันจะค้ายาค้าผงแต่บอกว่าท่านพ่อมันได้โบนัสบังหน้า หันไปดูเตียงคิงไซส์ที่ไอ้แซ็คมันโฆษณาเป็นผ้าอนามัยก็ดูน่านอนจริงๆ


“โอ้ย ห่ะนี่เล่นเชี้ยไรของมรึง” ผมด่าเมื่อไอ้เจ้าของห้องกระตุกแขนผมแรงๆให้เดินตามมัน

“มรึงจะเหม่ออะไรนักหนา เอาของไปเก็บก่อนเดี๋ยวกุจะทำแผลให้”

ไอ้ เชนเห็นผมทำหน้าจะเอาเรื่อง ก็เป็นฝ่ายดึงผ้าห่มกับหมอนโอท็อปในมือผมไปวางไว้บนเตียงแล้วฉุดกระชากลากถู ไอ้นิคไปนั่งที่โซฟา ไอ้โย่งเชนมันค้นอะไรกุกกักอยู่ในตู้แป๊บเดียวก็ได้กล่องปฐมพยาบาลออกมา

“ทำแผลอะไรของมรึง ไอ้คินก็ทำให้กุแล้วไง”


“ถอดเสื้อออก” ไอ้เชนไม่ตอบแต่ออกคำสั่ง ผมเลยส่ายหน้าจะลุกไปนอนแต่โดนฉุดแขนไว้

“กุจะทำแผลให้ แผลที่มรึงโดนกัดน่ะ เมื่อกี้ไม่ได้ให้ไอ้คินใส่ยาให้เพราะอายไอ้พวกนั้นไม่ใช่เหรอ เร็วสิ กุไม่ปล้ำมรึงหรอกน่า”

ผม เลยถลึงตาใส่มันแต่ก็ยอมถอดเสื้อให้ไอ้เชนทำแผลแต่โดยดี แอลกอฮอล์โดนแผลที่ถูกไอ้ขลุ่ยกัด แสบจนสะดุ้ง พรุ่งนี้แผลนี่คงเขียวช้ำน่าดู ไอ้ขลุ่ยก็ดันหื่นกัดมาเสียแรงจนเลือดซิบอย่างนี้

“กุขอโทษ” จู่ๆไอ้เชนก็พูดขึ้น ทำเอาผมงง

“ไม่เป็นไรกุหนังหนา รีบๆทำแผลเถอะ กุง่วงแล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องนี้ กุหมายถึงเรื่องไอ้ขลุ่ย” ผมเลยร้องอ๋อ ก็นึกว่าเรื่องอะไร

“ช่างเถอะ กุไม่โกรธแล้ว กุผิดเองที่ไปหลอกอำไอ้ขลุ่ยมันก่อน”

“แต่กุไม่ได้อำ กุพูดจริงๆ”

ห๊า มรึงว่าอะไรนะ ผมอ้าปากค้าง มองหน้าไอ้เชนแหยงๆ เริ่มถอยห่างจากไอ้โย่งหน้าหล่อ มรึงพูดงี้หมายความว่าไง ไม่ใช่ตั้งใจจะแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจกุอีกคนนะ

“อะไร ทำหน้าอย่างกับกุจะข่มขืนมรึงอีกคน กุไม่ทำหรอก....ถ้ามรึงไม่ขอนะ”

ปาก มันก็ว่าจะไม่ทำถ้าผมไม่ขอแต่การกระทำของมันนี่อะไรก้านนนนนน ไอ้เชนก้มลงจุ๊บเบาๆที่ปากผม แล้วมันก็หัวเราะหึๆ แบบทีเล่นทีจริง ก่อนจะลุกเอากล่องยาไปเก็บ

“ไอ้เวง พอเลยมรึง กุจะนอนละ อย่ามาใกล้นะว้อย กุถีบจริงๆด้วย”

ผมโหยหวนลั่น รีบลุกไปเอาหมอนข้างมากั้นกลางแล้วล้มตัวลงนอนคลุมโปง แต่ไอ้เชนมันยังตามราวี ดึงผ้าห่มผมออกแล้วทำหน้าโรคจิตใส่

“กุไม่ทำอะไรมรึงหรอกน่า เห็นวันนี้ช้ำมากแล้ว สงสาร ไว้ค่อยทำวันหลังก็ได้”

“วันหลังบ้านมรึงสิ ไอเวงนี่ ถอยป๊ายยยย”

“จะไปบ้านกุเหรอ ได้เลย ที่ไหนดีล่ะ เอาเป็นบ้านที่หัวหินมั้ย ติดชายหาดบรรยากาศโรแมนติค รับรองว่าลืมไม่ลงเลยล่ะที่รักจ๋า”

ไอ้ เชนจูบแก้มผมซ้ายขวาแล้วหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่มันจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ผมส่งเสียงสาปแช่งมันอยู่บนเตียงพร้อมกับกองผ้าห่มที่เอามาม้วนห่อ ตัวเป็นหนอนดักแด้ป้องกันการรุกร้ำอำนาจอธิปไตยประตูหลังบ้านจากไอ้เชน หนอย มาแกล้งแหย่กุเล่นอย่างนี้สนุกมากนะมรึง ผมคิดแค้นๆปนระแวงอยู่สักพักก็ผล็อยหลับไป เฮ้อ.... ไอ้ผมนี่มันดวงโลกาวินาศสันตะโรจริงๆ

งานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัยกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่วงนี้เลยเห็นบรรดานักศึกษาเตรียมงานกันอย่างคึกคักจนดึกดื่น น้องปีหนึ่งนั้นรับบทหนักสุดเพราะเป็นน้องน้อยของชั้นปีง่ายต่อการจิก ศีรษะ กดขี่ข่มเหง ให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ส่วนรุ่นพี่ทั้งหลายก็มีงานหนักเบาลดหลั่นกันไปตามแต่ละบรรดาศักดิ์ชั้นปี ของตัวเอง

“ไอ้นิค นั่นมรึงตอกตะปูหรือจะทุบตึกทิ้งกันแน่ ให้มันเบามือหน่อยว้อย”

พี่ เจ๋ง พี่ปีห้าสายรหัสของผมตะโกนด่ามาแต่ไกล ก็พี่แกเล่นนั่งมองสาวๆที่ขับรถผ่านซุ้มไปมา แล้วตัวเองก็ชี้นิ้วสั่งน้องๆอย่างเดียว ไม้ไผ้ที่เอามาทำโครงซุ้มประตูสำหรับตกแต่งซุ้มเล่นเกมออกร้านก็แสนจะเปราะ บาง ผมตอกตะปูสองสามทีก็แตกก็หักไปซะส่วนใหญ่ รู้งี้ให้พี่ๆแกหาไม้หน้าสามมาให้ทำดีกว่า ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว รมบ่จอยนะเนี่ย

“อ้าวๆไอ้แม็ค แล้วนั่นทำอะไร กุให้มรึงสอนงานน้องไม่ใช่ให้ทำให้มัน รักกันมากอย่างนี้กลับไปเรียนปีหนึ่งกับมันใหม่เลยมั้ย”

พี่เจ๋งยังคงทำตัวเจ๋งไม่เลิก แต่เอาเถอะ ผู้ชายคณะนี้มันปากหมาหน้าโหดอยู่แล้ว ใครแข็งไม่พอก็คงอยู่ไม่รอด ว่าแต่ไอ้นิคหิวเว้ย

“พี่นิคๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”

น้อง เอี้ยง สาวน้อยที่ตัวไม่น้อย น้องรหัสผมเองครับ ไอ้นี่มันเอ๋อๆ เป็นหญิงร่างถึกแต่เซนซิทีฟผิดกับหน้าตาและรูปร่าง มันวิ่งหน้าตื่นมาหาผมอีกแล้ว

“อะไรของแกไอ้นกเอี้ยง หมาที่แคนทีนออกลูกไม่ได้เหรอวะ”

จำ ได้ว่า คำว่าแย่แล้วค่ะๆคำแรกของไอ้น้องเอี้ยงสมัยที่เราเพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ ทำเอาผมตกใจรีบตะลีตะลานวิ่งตามมันไปเพราะนึกว่าเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายต้อง แจ้งไอ้นิค แต่ปรากฏว่าคุณน้องเอี้ยงแกไปเจอไอ้แมวเหมียวติดอยู่บนต้นไม้แล้วลงมาไม่ได้ เลยรีบเรียกผมไปกู้ภัย ฮ่วย น้องเอี้ยง พี่ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะ เอะอะก็พี่นิคๆตลอด

“คราวนี้เรื่องใหญ่จริงๆนะพี่”

เอาวะ เรื่องใหญ่ก็เรื่องใหญ่ ผมตะโกนขอเวลานอกกับพี่เจ๋งแล้วเดินหน้าง่วงตามน้องรหัสออกไป ไอ้น้องเอี้ยงพาผมเดินลัดเลาะไปโผล่ที่ตึกใหญ่ มันชี้โบ้ชี้เบ๊ไปใต้ตึก ที่มีกลุ่มบอยแบนด์กำลังนั่งสุมหัวทำคัทเอาท์กันอยู่โดยมีสาวงามที่ผมไม่ รู้จักนั่งให้กำลังอยู่ไม่ห่างด้วย

“อะไรของแกไอ้นกเอี้ยง พี่ไม่เห็นจะมีอะไรสักหน่อย”

ผมคงว้ากน้องรหัสตัวเองดังไปหน่อย ไอ้พวกนั้นมันเลยรู้ตัว เงยหน้าขึ้นมองแล้วเห่าทักทายผมกันใหญ่

“ไม่มีอะไรได้ไง ก็พี่เชนกำลังนอกใจพี่อยู่เห็นๆ”

ไอ้ น้องเอี้ยงก็เสียงดังไม่แพ้กัน แถมยังทำกระฟัดกระเฟียดโกรธแทนพี่มันอีก เอากับมันสิ นี่ถ้าหุ่นเช้งน่ารักกุจะไม่ว่าเลย ไอ้นกเอี้ยงทำท่าเหมือนช้างน้ำตกมันเถียงคอเป็นเอ็น

“เดี๋ยวๆไอ้เอี้ยง ทำไมแกถึงคิดว่าพี่กับไอ้เชนเป็นแฟนกัน”

ผมอารมณ์ขุ่นมัว เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ของค้อนที่บังเอิญถือติดมือมาด้วย เพราะน่าจะใช้จูนสมองให้ไอ้น้องเอี้ยงมันใหม่ได้

“พี่ สองคนมารับมาส่งกันทุกวัน ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น แล้วพี่แม็คยังฟอร์เวิร์ดเมล์มาให้ด้วย เอี้ยงก็ช่วยส่งต่อให้อีกทีไง ยอมไม่ได้นะพี่นิค แฟนใครใครก็หวง ลุยเลยดิ”

กุจะบ้า ไอ้น้องเอี้ยงที่รัก นี่แกเอาง่ามสมองหรือง่ามเท้าคิด ไอ้คุณนิคล่ะอยากจะจับไอ้น้องรหัสตัวดีโหม่งโลกจริงๆ

“พี่เชนไม่ได้นอกใจพี่รหัสเอี้ยงใช่มั้ย ตอบดีๆนะ ไม่งั้นมีเรื่อง” เอ้า ยังมีหน้าไปตะโกนขู่ไอ้เชนอีก เอาเข้าไป

“ไม่ หรอกน้องเอี้ยง พี่เชนรักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงๆ เดี๋ยวพี่ปองจะช่วยดูแลให้อีกแรง แล้วนี่ก็ไม่มีอะไร แค่น้องๆคณะนิเทศฯ เขามาถ่ายรูปจะทำประชาสัมพันธ์ให้ จริงมั้ยไอ้เชน”

ไอ้ปิงปองฮาครืน กับไอ้แซ็คเมื่อไอ้เชนพยักหน้ายอมรับ สนุกกันมากนะพวกมรึง หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง โกรธเว้ยโกรธ ผมเดินอาดๆเข้าไปหาพวกมันด้วยสายตาฆาตกรโหด ค้อนในมือทุบปังลงบนแผ่นคัทเอ้าท์เสียงดังลั่น ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่เสียงค้อนก็สยบบรรดาสิงสาราสัตว์ในปากไอ้ปิงปองได้ผลชะงัด

“เห็นมั้ย พี่นิคโกรธแล้ว พี่เชนไม่น่าทำอย่างนี้เลย นอกใจกันเห็นๆ”

ไอ้นกเอี้ยงยังไม่เลิก ผมล่ะโมโห เดี๋ยวเถอะไอ้เอี้ยง เดี๋ยวเจอก่องข้าวน้อยฆ่าน้องรหัสแน่ โมโหหิวนะเนี่ย

“กุ ขอประกาศตรงนี้เลยนะ กุกับไอ้เชนไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แล้วเลิกล้อสักทีกุรำคาญว้อย ส่วนแกนะไอ้นกเอี้ยงทีหลังห้ามพูดเรื่องนี้อีก ไม่งั้นตัดสายรหัสแน่ ไป กลับได้แล้ว นึกว่าเรื่องสำคัญอะไรนักหนา แมร่ง เสียเวลาชิบ”

ผมสบถคนเดียว หันไปส่งสายตาสยบมารให้ไอ้น้องรหัสก็เห็นมันยิ้มแหยๆ ท่าทางคงตับลีบตับหดไปแล้วกับไอ้นิคยามของขึ้น

“มรึงจะโกรธอะไรนักหนา น้องก็แค่แซวเล่น” ไอ้เชนเริ่มไม่พอใจ เสียงเย็นใส่

“เรื่องในสายรหัส คนนอกไม่เกี่ยวว้อย แล้วมรึงนะไอ้เชน เลิกแกล้งแหย่กุสักที กุรำคาญ เข้าใจมั้ยว่ากุรำคาญ”

“มรึงรำคาญกุนะ มรึงพูดเองนะ” ไอ้เชนตาขวางบ้าง

“เออ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง กุ รำ คาญ ชัดมั้ย”

ผม ด่าไอ้คนนอกแล้วก็เดินถือค้อนออกไปไม่สนว่าไอ้เชนมันจะโกรธรึเปล่า ฝ่ายไอ้น้องนกเอี้ยงเห็นพี่รหัสองค์ลงประทับเดินตึงตังกลับสำนัก ก็รีบวิ่งตามตูดกลับสาขากับพี่มันเพราะกลัวระเบิดลงอีกรอบ

ตอนที่ 14 โมโหหิวว้อย สะกดให้ถูก


“โมโหหึงขนาดนั้นเลยเหรอพี่”

“แกตกภาษาไทยรึเปล่าไอ้นกเอี้ยง โมโหหิวว้อย สะกดให้ถูก หิวกับหึง สะกดไม่เหมือนกัน เดี๋ยวพ่อจูนสมองให้ใหม่เลย”

ไอ้ น้องนกเอี้ยงทำคอหดกับคำขู่อาฆาตเสียงเหี้ยมและอาวุธในมือของพี่รหัส เดินต๊อกๆตามหลังไอ้พี่นิคไปถึงซุ้มก็เห็นฝ่ายสวัสดิการกำลังยกข้าวกล่อง เข้ามาพอดี เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ คนอะไรวะ โมโหหึง เอ้ย โมโหหิวน่ากลัวชะมัด ไอ้นกเอี้ยงนินทาพี่รหัสมันในใจ

“เฮ้ย ไอ้แม็ค หาอะไรมาให้กระเดือกหน่อยดิ๊ หิวสาดๆเลยว่ะ หิวจนหน้ามืดแล้วเนี่ย”

“หึงจนหน้ามืดมากกว่ามั้งพี่” ไอ้นกเอี้ยงมันยังวอน ผมเลยยกค้อนขึ้นขู่อีกรอบ

ไอ้ คุณนิคหันไปตะโกนใช้เพื่อนเหมือนไอ้แม็คเป็นทาสในเรือนเบี้ย ไอ้นี่ก็ด้วยความที่ยังมีคดีความติดตัวเรื่องฟอร์เวิร์ดเมล์ เลยไม่กล้าอิดออด รีบลุกขึ้นไปแย่งชิงข้าวกล่องกับคนอื่นๆเอามาให้คุณชายเพื่อนรักอย่างว่องไว

“ใครไปกระตุ้นเชื้อบ้าไอ้คุณนิคขึ้นมาอีกวะ ไอ้นกเอี้ยง” ไอ้แม็คหันไปกระซิบสอบความถามไถ่จากน้องรหัสของเพื่อน

“พี่นิคบอกว่าโมโหหิว แต่เอี้ยงว่าพี่นิคโมโหหึงพี่เชนมากกว่า โอ้ย ทำร้ายสุภาพสตรี เอี้ยงจะฟ้องมูลนิธิปวีณา”

“อย่างแกมันต้องมูลนิธิช้างไทย ช้างสมองเสื่อมอีกต่างหาก บอกว่าไม่ได้หึงๆไม่เข้าใจรึไงวะ”

ไอ้ นกเอี้ยงคลำหัวป้อยเพราะโดนพี่รหัสเอาขวดน้ำพลาสติคแถวๆนั้นเคาะกะโหลกไป หนึ่งที ความจริงมันก็ไม่เจ็บหรอก แกล้งร้องไปงั้นเอง ก็ใช้ขวดเปล่าๆมีแต่ลมข้างในจะไปเจ็บได้ยังไง อีกอย่างพี่รหัสมันตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นแล้ว ก็พี่แกเล่นซัดข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวไปสองกล่องรวดเดียวหมดเป็นชูชก กินจุอย่างกับมีหลุมดำในกระเพาะ


“มรึงไปพูดกับไอ้เชนอย่างนั้นไม่แรงไปหน่อยเหรอวะ”

ไอ้ แม็คให้ความเห็น หลังจากไอ้น้องนกเอี้ยงตัวดีแปรพรรคไปเข้าพวกกับฝ่ายไอ้เชน เล่าเหตุการณ์ตอนองค์ลงสำแดงเดชของไอ้คุณนิคอย่างเมามันในอารมณ์

“ใช่ๆ เอี้ยงล่ะสงสารพี่เชนจริงๆไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย อยู่ๆพี่นิคก็เอาระเบิดไปทิ้งลงกลางวงอย่างนั้น แล้วตอนที่พูดคำว่ารำคาญนะ หูย เอี้ยงล่ะไม่อยากจะบรรยาย พี่เชนงี้ตาลุกวาบๆแทบจะปล่อยแสงได้ คงทั้งโกรธทั้งน้อยใจพี่นิคน่าดูเลยล่ะ”

“พี่ว่าแกซิ่วไปเรียนนิเทศเถอะป่ะ เล่าได้เป็นตุเป็นตะเลยเว้ยไอ้นี่หนิ”

ผม เปิดกระป๋องโค้กขึ้นยกซด อิ่มหนำสำราญแล้วก็เลยเปิดศึกน้ำลายกับเพื่อนโดยมีไอ้น้องนกเอี้ยงน้องรหัส ผู้แสนดีที่ไม่เคยจะเข้าข้างพี่มันเลยตั้งแต่ได้เห็นไอ้เชนในตำแหน่งสารถี ของไอ้พี่นิคแล้วเกิดความคิดอยากให้พี่รหัสหน้าสวยของมันเข้าสู่วงการสีม่วง คู่กับไอ้เดือนคณะ คราวนี้มันก็ยังแปรพรรคไปรับหน้าที่คณะลูกขุนของไอ้แม็คอีก

“มรึง ไม่อยู่ในเหตุการณ์มรึงไม่รู้หรอกไอ้แม็ค แมร่ง หน้าตาไอ้เชนมันกวนตรีนกุชิบ ไอ้หมาปิงปองก็ล้ออยู่ได้ รับมุกกันเนียนอย่างกับแก๊งค์สามช่ามาเอง พอไอ้ปิงปองมันบอกว่าไอ้เชนรักเดียวใจเดียวกับกุ ไอ้ห่ะนั่นก็ยอมรับแบบหน้าตาเฉย นั่นยังไม่น่าหมั่นไส้เท่าเรื่องนี้ ไอ้เชี้ยเชนนะ ทั้งที่ตัวเองนั่งทำตาเชื่อมใส่สาวนิเทศข้างๆ น้ำลายหยดแหมะๆ อย่างกับหมาเห็นกระดูกแท้ๆ ยังจะมีหน้ามาแกล้งเออออกับไอ้ปิงปองว่ากุเป็นแฟนมันอีก เห็นแล้วหมั่นไส้ชิบ พูดแล้วก็แค้นมันว่ะ แมร่ง เห็นกุเป็นตัวตลก มีสาวรุมตอมให้หึ่งยังจะมาแหย่กุอีก”

เล่าไปก็โมโหปากหมาไป ยกน้ำอัดลมในกระป๋องขึ้นซดอีกครั้งพรวดเดียวหมด ซ่าจนแสบขึ้นจมูก

“เดี๋ยวๆ กุฟังแล้วงงว่ะ ตกลงมรึงโมโหใคร แล้วทำไมต้องโมโห” ไอแม็คมันโง่รึเปล่า เล่ามาตั้งนานยังไม่เก็ท

“โมโห พวกมันทั้งฝูงนั่นแหละ โดยเฉพาะไอ้ไส้เดือนเชน เห็นแล้วไม่ทักกันสักคำ เอาแต่เก๊กหน้าหล่อ ทำวางมาดสุขุมนุ่มลึกอวดสาวอยู่ได้ กุเลยเอาค้อนทุบคัทเอาท์แมร่งมันกลางวงเลย สะใจชิบ หิวก็หิว ง่วงก็ง่วง ยังจะมากวนตรีนกุอีก”

ไอ้แม็คทำหน้าเหวอ อ้าปากค้างน้อยๆ แล้วหันไปมองหน้าไอ้น้องนกเอี้ยงที่ยักคิ้วกวนๆส่งมาให้เพื่อนของพี่รหัส มัน ทำนองจะบอกว่า เห็นมั้ย...... เอี้ยงบอกแล้ว ถึงจะตกภาษาไทยแต่ก็ไม่ได้ไอคิวต่ำเตี้ยเรี่ยผิวดินถึงขั้นสะกดคำว่าหึงกับ หิวผิดแน่

“ไอ้คุณนิคเอ้ย มรึงนะมรึง แล้วไปพูดว่ารำคาญไอ้เชนอย่างนั้นมันไม่เคืองแย่เหรอวะ”

“ช่างหัวมันสิ จะโกรธก็ช่างแมร่ง สมน้ำหน้า อยากแหย่กุดีนัก ถึงทีกุเอาคืนมั่งล่ะ”

ไอ้นิคหัวเราะสะใจได้แก้แค้นไอ้เชนเสียที เฮ้อ กินอิ่ม หายหิว นี่ถ้าได้นอนซักงีบก็คงเหมือนขึ้นสวรรค์

“ไอ้นิคไอ้แม็ค มรึงจะอ้อยสร้อยแด๊กข้าวอีกนานมั้ย อิ่มแล้วก็เร่งมือสิวะ กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย”

ไอ้ พี่เจ๋งส่งเสียงเรียกอย่างกับเป็นหัวหน้าคนงาน ทำเอาสวรรค์ล่ม ต้องตัดใจจากเค้กช็อคโกแล็ตของไอ้น้องเอี้ยงที่ผมกำลังหมายตาจะแอบจิ๊กมา กิน ก็ไอ้น้องรหัสตัวดีมันซื้อมาตุนไว้ตั้งแต่ตอนเย็นแล้วก็เพิ่งมาบอกว่ามี ขนม ปล่อยให้ผมโมโหหิวตั้งนาน คิดแล้วก็ลุกขึ้นหยิบอาวุธคู่กายไปฟาดฟันกับโครงซุ้มประตูไม้ไผ่ต่อ

เสียง ตอกตะปูโป๊กๆ ดังคลอไปกับเสียงคุยกันเฮฮาของพวกเพื่อนสาขาทำให้งานไม่น่าเบื่อจนเกินไป ผมกำลังเพลินกับการทำซุ้มประตูให้ฝ่ายเกมบิงโกอยู่แทบจะทำค้อนหล่นใส่หัว ไอ้ปิ่น เมื่อจู่ๆมันก็เดินเข้ามาแผดเสียงใส่ลืมมาดดาวสาขาไปอย่างสิ้นเชิง

“ไอ้คุณนิค แกไปก่อวีรกรรมอะไรกับเชนของฉันไว้” จมูกไวจริงๆไอ้ดาวยั่วโมโห

“แล้ว ไอ้เชนของแกมันบอกว่าไงล่ะ รู้แล้วยังจะมาถามทำต๋อยไรอีก ไปๆอย่ามาเกะกะผู้ชายเขาจะทำงาน แถวนี้ตะปูเยอะด้วย เดินระวังๆหน่อยแล้วกัน”

นี่แหละครับไอ้นิคสุภาพบุรุษสุดแสน อิ อิ ก็แม่ผมอบรมมาดีนี่ ไอ้ปิ่นเลยลดเลเวลความโกรธลงแล้วเปลี่ยนเป็นถอนใจเฮือกๆ

“เชน จะโดนสาวนิเทศงาบไปก็เพราะแกมันกวนอย่างนี้แหละ ทำไมนะไอ้คุณนิค สมบัติคณะก็ต้องช่วยกันรักษาไว้สิ ผู้ชายหน้าตาดีๆคณะเรายิ่งหายากอยู่”

“นี่ แกเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าไอ้ปิ่น สมบัติคณะมันต้องสาวๆสวยๆดิวะ ผู้ชายในคณะมีเป็นฝูงยั้วเยี้ยเต็มไปหมดอย่างนี้ทำไมจะต้องหวง ผู้หญิงสิวะ ผู้หญิง ผู้หญิงต่างหากที่เป็นสมบัติคณะ ผู้หญิงเท่านั้นที่สมควรจะจรรโลงไว้ในสังคมวิดวะของพวกเรา แต่ผู้หญิงที่ฉันว่านี่เว้นแกไว้คนนะ 55”


“ฮึ้ย คุยกับแกแล้วปวดตับ ไม่ได้ดั่งใจจริงๆ โธ่เว้ย”


ว่า แล้วไอ้ปิ่นมันก็หลุดแบ๊ว แมนแตก เดินปึงปังออกไป เออสิ เอาเข้าไป แต่ละคนนี่ไม่ได้จะเข้าข้างกุเลย หรือมันจะเป็นวันนั้นของเดือน ไอ้นิคเซ็ง หันไปเห็นสายตาพี่เจ๋งหัวหน้าคนงานมองมาเลยต้องรีบเร่งมือทำงานต่อ ไว้ค่อยถามแล้วกันว่าไอ้ปิ่นมันหงุดหงิดอะไรแน่

คืนนั้นพวก วิดวะคอมเลยโดนเกณฑ์แรงงานเยี่ยงทาสกันทั้งคืน ถึงขั้นนอนระเกะระกะกันที่คณะไม่เว้นแม้แต่ไอ้นิคทั้งที่ไม่ชอบไปนอนค้าง อ้างแรมที่ไหน ก็ถึงขั้นหมดแรงกระเพราไก่ไข่ดาว นอนกองเป็นซากศพซำเหมาอยู่กับไอ้แม็คไอ้ตะวัน พอตื่นมาก็ต้องรีบตาลีตาเหลือกกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วหัวซุกหัวซุน กลับมาเรียนต่อ เรียกว่าเร่งมือกันเต็มที่เพื่อให้ทันงานสำคัญวันมะรืนนี้โดยเฉพาะ


“ขวาหน่อยๆ เออๆ ยกขึ้นสูงๆอีกนิด เออๆได้แล้วๆ”

ไอ้ ตะวันตะโกนสั่งงานไอ้คุณนิคที่กำลังเอาป้ายผ้าขึ้นไปแขวนมัดติดต้นมะขาม เสียงดังลั่น สาเหตุที่ผมโดนใช้ให้ปีนต้นไม้เป็นลิงอย่างนี้ก็เพราะงานตัวเองเสร็จเรียบ ร้อยแล้ว แถมตอนเด็กๆยังเป็นหัวโจกเด็กแถวบ้าน พากันไปปีนต้นตะขบอยู่เป็นประจำ เรียกว่ามีความชำนาญกว่าใครในนี้ทั้งหมด เลยอาสาช่วยไอ้ตะวันตามประสาคนดีมีน้ำใจ 55

“เสร็จแล้วก็ลงมาสิวะ เป็นลิงเหรอมรึง ห้อยต่องแต่งอยู่ได้”

“ก็ลองขึ้นมาเองบ้างสิวะ แมร่ง ทำไมมันสูงอย่างนี้ ทีตอนปีนขึ้นมาไม่เห็นมีไรเลย”

ขา ขึ้นก็ตั้งหน้าตั้งตาปีนขึ้นมาอย่างเดียว แต่พอขาลง มองไปข้างล่าง ไหงมันสูงจนเสียววูบๆงี้วะ ทีเมื่อก่อนยังไม่เห็นเป็นไร โหนขึ้นโหนลงต้นไม้จนลิงยังอาย แต่ตอนนี้กลับหวิวๆ อูย สูงชะมัด สงสัยจะร้างราจากวงการทะโมนไปนาน

“มรึงไปหาบันไดมาให้หน่อยดิ๊ ไมมันสูงงี้วะ เฮ้ยๆๆๆๆ”

แหก ปากได้แค่นี้ไอ้ลิงนิคก็มีอันต้องจุกแอ้ก เพราะมือที่คว้ากิ่งไม้ไว้หลุดวืด แล้วพริบตาเดียวผมก็ลงมานอนแอ้งแม้งคลุกฝุ่นอยู่โคนต้นมะขาม

“เฮ้ย ตายยังวะ” ดูปากเพื่อนที่รัก

“มรึงดิตาย อูย...เจ็บชิบหาย”

โชค ยังดีที่ผมปีนลงมาจนถึงกิ่งด้านล่างสุดใกล้กับโคนต้นแล้วมือถึงคว้าพลาด เพราะถ้าตกลงมาตั้งแต่อยู่บนยอดไม้ เชื่อได้เลยว่าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่

“เป็นไงมั่งวะ ไปหาหมอมั้ยมรึง เผื่อจะให้หมอเอ๊กซเรย์สมองด้วย ปกติก็ไม่เต็มอยู่แล้ว”

ผม เลยเบิ้ดกะโหลกมันไปหนึ่งทีเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสมองยังทำงานสั่งการได้ อย่างเป็นปกติ ก้มลงสำรวจเนื้อตัวก็พบบาดแผลเล็กน้อย ไม่หนักหนาสาหัสถึงขั้นต้องหามเข้าโรงหมอ แต่เสียอย่างเดียว เสื้อช๊อปของผมดันถูกกิ่งไม้เกี่ยวจนขาดผ่ากลางหลังขึ้นมาถึงคอเสื้ออย่าง กับแฟชั่นฮิปปี้ แถมเปื้อนฝุ่นเปื้อนดินดำปี๋ ฮึ้ย คุณชายสะอาดรับไม่ได้ เลยลุกขึ้นถอดเสื้อโชว์กล้าม เดินกะเผลกๆกลับไปที่ซุ้ม

“ป๊าดดดดดดดดด ไอ้คุณนิค เดี๋ยวโดนข้อหาอนาจารหรอกมรึง พวกผู้หญิงจะเป็นตากุ้งยิงกันหมดแล้ว”

ไอ้ แม็คตะโกน แล้วมรึงจะแหกปากทำแป๊ะไร ส่วนผู้หญิงที่มรึงว่าก็ไม่เห็นมีใครนอกจากรุ่นพี่สี่ห้าคนที่เถื่อนถึก บึกบึนเสียจนไม่แน่ใจความจริงเป็นผู้ชายปลอมตัวมารึเปล่า นอกนั้นก็มีไอ้ปิ่นที่ยังทำงอนต่อเนื่อง

“อนาจารที่ไหน แหกเนตรดูให้ชัดๆ หุ่นกุดีขนาดนี้เขาเรียกว่าเรือนร่างอันเป็นศิลปะว้อย กุว่าจะมายืมเสื้อมรึงเนี่ย เอาติดมาด้วยสักตัวมั้ยวะ กุตกต้นไม้ เสื้อขาดเป็นสองท่อนเลยเนี่ย ” แล้วโชว์ซากเสื้อให้มันดู

“วันนี้ไม่ได้เอามาว่ะ เดี๋ยวกุไปยืมคนอื่นให้มั้ย”

“ช่างเหอะๆ ทำงานของมรึงไป เดี๋ยวกุหาเอง”

ไม่ ได้เกรงใจเพื่อนนะครับ ไอ้คำแบบนั้นไม่เคยมีในหัวอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่อยากเอาเสื้อคนอื่นมาใส่สุ่มสี่ห้า เดี๋ยวเกิดติดขี้กลากกันมาล่ะจะยุ่ง ไอ้นิคเลยต้องเดินอวดหุ่นแมนๆ แผงอกที่ไม่ค่อยจะล่ำแต่ก็แลดูมีกล้ามเนื้อนิดๆ พอให้เป็นที่สิเหน่หาต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น เดินว่อนไปมาทั่วคณะ

“โวโฮ้ นี่พี่รหัสเอี้ยงหรือนายแบบเวทีไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์กันแน่เนี่ย”

พอ ไอ้น้องนกเอี้ยงมันสังเกตเห็นก็ทำตาโตถลาเข้ามาใกล้ทำเสียงชื่นชม ดีมากน้องพี่ พูดอย่างนี้ค่อยสมกับเป็นพี่น้องรหัสกันหน่อย ไอ้นิคยิ้มถูกใจกับคำพูดของไอ้นกเอี้ยง แต่ก็โดนสกัดจุดหยุดอารมณ์หลงตัวเองจากไอ้เจี้ยบเสียก่อน

“ไอ้เอี้ยงเอ้ย นี่แกยังไม่ลาออกจากลัทธิบูชาไอ้นิคอีกหรือเนี่ย สมกับเป็นพี่น้องรหัสกันจริงๆ
บ้าพอกันทั้งคู่ เอ.....ว่าแต่ดูไปดูมาแกก็เหมือนนายแบบจริงๆนะ นายแบบอาหารหมาไง
หมาพันธุ์ดุ อุดมไปด้วยเชื้อวัวบ้าด้วย กร๊ากๆ”

“หนอ ย.... ทำเป็นพูดดีไปไอ้เจี้ยบ ไอ้นกเอี้ยง แกไปช่วยซับน้ำลายให้เพื่อนพี่หน่อยเร้ว ดูสิๆ มันเห็นกล้ามพี่นิคแล้วแทบจะลืมกล้ามไอ้เกมไปเลย วะฮ่าๆๆๆๆ จ้องตาเป็นมันเลยว้อย”

ผมหัวเราะเริงร่า กำลังอ้าปากจะเห่าไอ้เจี้ยบต่อเป็นโปรโมชั่นดูกล้ามนิคแถมหมาในปากไปเลี้ยง หนึ่งตัว แต่พอเห็นว่าพวกกรรมกรแบกหามที่กำลังขนทั้งโต๊ะทั้งเก้าอี้ตามไอ้เจี้ยบมา เป็นใครผมเลยหุบปากฉับ ไปดีกว่ากุ เหม็นหน้ามัน ชิ

“เดี๋ยวก่อนๆไอ้คุณนิค แล้วนั่นแกไปฟัดกับใครมาเสื้อผ้าไม่ใส่ มีแต่แผลอย่างนี้วะ”

ไอ้เจี้ยบถามเมื่อเห็นแผลถลอกแถวๆบั้นเอวไอ้นายแบบอาหารหมา
“ตกต้นมะขามหน้าตึกสองมาเสื้อมันเลยขาด ว่าจะไปหายืมเสื้อพี่เออยู่ แกเห็นพี่เอมั้ย โทรหาก็ไม่รับ”

“ไม่เห็นว่ะเห็นแต่พี่ป้อง อยู่ที่แคนทีนโน่น เพิ่งใช้ให้พวกปิงปองขนโต๊ะมาเนี่ย”

ไอ้ เจี้ยบอธิบายแต่ผมไม่ใส่ใจจะฟังเรื่องไอ้พวกข้างบ้านเท่าไหร่ บอกขอบใจเจ้าแม่แล้วตั้งใจจะตามไปยืมเสื้อพี่ป้องที่แคนทีน แต่ไอ้พวกบอยแบนด์คงรู้สึกตัวแล้วว่าคุณชายข้างบ้านยังไม่หายโกรธ เลยต้องส่งเสียงง้อกันเสียหน่อย

“ไอ้คุณนิค กุมีเสื้อยืดติดมาด้วยในกระเป๋า เดี๋ยวกุให้ยื้มนะ มรึงอย่างอนนานดิ ทำหน้างอนานๆเดี๋ยวหมดสวยกันพอดี”

ไอ้ปิงปองฉีกยิ้มส่งมาให้ ตกลงมรึงจะง้อหรือจะยั่วให้กุโมโหยิ่งกว่าเดิมวะ

“มันเรื่องของกุ มรึงอย่าจุ้น”

ชั่ว มั้ยล่ะครับไอ้นิค คนเขาอุตส่าห์พูดดีด้วยยังจะทำปากหมาใส่อีก ก็กุยังเคืองพวกมรึงอยู่นี่ ดังนั้นจงซวยกับหมาในปากกุไปตามอัธยาศัย ผมเลิกคิ้วท้าทายไอ้โย่งไส้เดือน เพราะมีมันคนเดียวนี่แหละที่ออกอาการคอแข็ง ทำท่าจะกบฏต่อคำด่าของผม และมันก็ทำจริงๆ

“ช่างมันไอ้ปอง ใครมันอยากจะโชว์หุ่นขี้ก้างไปทั่วคณะก็ปล่อยให้มันทำไป ไอ้พวกที่ในสมองคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองนี่ไม่ต้องไปเสวนาด้วยให้เสียเวลา เปล่าหรอกว่ะ ไปเถอะ เดี๋ยวต้องไปช่วยงานฝ่ายอื่นอีก”

โห เจ็บมั้ยล่ะครับไอ้คุณนิค โดนไอ้เปรตวัดกู้ตอกกลับซะหน้าหงาย จี๊ดเข้าใจดำไปเต็มๆ พูดแทงใจดำจริงๆ ของขึ้นว้อย

ไอ้ น้องนกเอี้ยงเห็นพี่รหัสเริ่มเนื้อตัวสั่นเทิ้มเป็นเจ้าเข้าเพราะความโกรธ กลัวว่าองค์จะลงประทับอีกคราให้อุราได้สั่นไหว น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าโรงงานนิวเคลียร์ระเบิดเลยรีบคว้าแขนไอ้พี่นิคไว้พร้อม หันไปตัดพ้อต่อว่าคนที่มันอุตส่าห์เข้าข้างมาตลอด

“พี่เชนพูดงี้ได้ ไง ก็ที่พี่นิคโกรธจนเป็นอย่างนี้เป็นเพราะใครกันล่ะ โธ่เอ้ย เอี้ยงไม่เชียร์พี่เชนแล้ว ไปเถอะพี่นิค คนเขาไม่อยากจะพูดด้วยเราก็ไม่ง้อหรอก สวยๆอย่างเราหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้เนอะ เชอะ”

ว่าแล้วมันก็สะบัด หน้า ทำท่าเป็นนางแบบแชมพูผมสลวยด้วยซันซิล โห ซาบซึ้งจริงๆว่ะ เพราะแกแท้ๆ องค์ท่านเลยยื่นใบลากระทันหัน วันนี้ไม่เข้ากะ ไอ้นิคแสนจะซาบซึ้งใจในตัวน้องรหัส ในที่สุดไอ้นกเอี้ยงมันก็ตาสว่างเลิกเข้าข้างคนอื่นเสียที ว่าแต่ไอ้คำว่า สวยๆอย่างเราหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้นี่มันแหม่งๆนะน้องนะ

ผม กับไอ้หน้าหล่อสบตาวัดใจกันอยู่ครู่หนึ่ง มันดูเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่ยอมพูด ถอนหายใจเฮือกใหญ่สีหน้าหงุดหงิด แล้วจู่ๆไอ้เชนก็ถอดเสื้อยืดของตัวเองออก จับสวมหัวฟุบใส่ให้คุณชายข้างบ้านเอาดื้อๆ เงียบ ไม่มีประโยคใดๆหลุดออกจากปาก ก่อนไอ้เชนจะเดินหน้าเก๊กเสื้อแสงไม่ใส่ยกเก้าอี้ออกไป อะไรของมรึงเนี่ย กุกำลังโกรธมรึงอยู่นะไอ้เชน จะง้อกุสักคำน่ะมีมั้ย แค่เสียสละเสื้อให้ตัวเดียวนี่คิดเหรอว่ากุจะซาบซึ้งจนหายโกรธ จำไว้เลยนะเว้ย ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด กุจะแช่งให้มรึงใบ้แด๊กไปตลอดชาติเลย คิดแล้วก็โมโหปนโหวงๆในใจ นี่กุเป็นอะไรของกุวะเนี่ย โมโหที่มันไม่ง้อเหรอเนี่ย โธ่ว้อยยยยยยย วัยรุ่นเซ็ง

ไอ้นิคโมโหหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ พาลเตะข้าวของแถวนั้นระบายอารมณ์เหมือนเป็นจิ๊กโก๋คุมซอยท่ามกลางเสียงกรีด ร้องของไอ้น้องนกเอี้ยง ในภาพความโรแมนติคผสมถ่อยเถื่อนของรุ่นพี่เดือนคณะ ตอนนี้มันหายเคืองพี่เขยมันแล้ว อ่ะนะ ก็พี่เชนเป็นแฟนพี่นิค ไอ้เอี้ยงก็ต้องเรียกพี่เชนว่าพี่เขยสิ ถึงจะถูก พี่เชนนะพี่เชน เท่เป็นบ้า นี่ถ้าไม่ใช่แฟนพี่นิค ล่ะเสร็จเอี้ยงแน่

ตอนที่ 15 จะเอาไงก้อว่ามา กลัวซะที่ไหน

งานวิชาการประจำปี ของมหาวิทยาลัยหรือที่นักศึกษาเรียกกันสั้นๆว่างานเปิดบ้าน เริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยพิธีเปิดอันแสนอลังการสมกับที่ได้รับเกียรติ จากท่านผู้ว่าฯมาเป็นประธานในพิธี

และเพราะเป็นวันแรก พวกเราหนุ่มๆชาววิศวะฯ เลยต้องสวมเครื่องแบบนักศึกษากันให้เรียบร้อย คือ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทติดเข็มตรามหาวิทยาลัย สวมกางเกงแสล็คสีดำ รองเท้าหนัง ให้ถูกต้องตามระเบียบยูนิฟอร์มนักศึกษาเป๊ะ แต่ละคนเลยดูเป็นผู้เป็นคนกันขึ้นมาไม่น้อย

หน้าที่ในวันนี้เลย ต้องละทิ้งความเถื่อนถ่อยไปชั่วคราว สวมบทนักศึกษาที่ดีของมหาวิทยาลัย เล่าแจ้งแถลงไขให้รายละเอียดแบบถี่ยิบทุกขั้นตอนทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์อันลือชื่อ แก่ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ ยิ่งคนที่เข้ามาสอบถามข้อมูลเป็นสาวน้อยหน้าใส ไอ้พี่ๆทั้งหลายก็จะระริกระรี้แย่งกันตอบคำถามให้แบบไม่มีกั๊ก เพราะมันคือสุดยอดแห่งปรารถนาที่ต้องการให้มีจำนวนสาวๆเข้ามาเรียนเพิ่ม ขึ้นบ้าง ไม่ใช่ว่ามองไปทางไหน ถ้าก็เจอแต่หน้าตัวผู้ด้วยกันอย่างเช่นทุกวันนี้

“นคินทร์ คุณเห็นภาคิไนยหรือเปล่า”

อาจารย์ฝรั่งแต่พูดไทยชัดแจ๋วชัดถามหาไอ้คินศิษย์รัก

“อยู่ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ครับ อาจารย์มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า ผมโทรตามให้มั้ยครับ”

“ดีๆ รบกวนคุณโทรตามภาคิไนยให้ผมด้วยนะ ด่วนเลยยิ่งดี”

แล้ว อาจารย์แมทธิวที่ไม่ใช่แฟนลิเดียก็เฉลยให้ผมฟังว่า แกกำลังตามหาตัวไอ้ลูกรักไปพรีเซ้นท์โปรเจคที่เพิ่งได้รับรางวัลไปหมาดๆ เมื่อต้นเทอมให้ท่านอธิการบดีฟัง ส่วนตัวอาจารย์แกเองก็ต้องรีบไปรับหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ก่อน ผมเลยรีบกดโทรศัพท์หาตัวไอ้อัจฉริยะข้ามคืนข้ามปีให้มันไปรับใช้ชาติ

“ไอ้คุณนิค กุเองนะ คินลืมโทรศัพท์ไว้ที่กุ” อ้าว เสียงไอ้เป้นิหว่า

“สาดดดดด นี่สรุปว่ากุต้องเดินไปตามมันเองใช่มั้ยเนี่ย”

ผม เลยกดวางทันที ที่บ่นนี่ไม่ใช่ว่าขี้เกียจเดินนะครับ แต่ฝ่ายที่ไอ้คินมันอยู่ดันมีไอ้ไส้เดือนเชนสิงสถิตย์อยู่ด้วยนี่สิ ก็ตั้งแต่วันที่มีเรื่องมีราวกันเพราะไอ้โย่งตัวโตเป็นควายแต่มาทำคิดเล็ก คิดน้อย แค่โดนผมว่ารำคาญมันก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟพาลทะเลาะกันใหญ่โต มันไม่ง้อผม ผมก็ไม่ง้อมัน มาจนถึงวันนี้ผมกับไอ้เชนก็ยังเล่นสงครามประสาทกันอยู่เลยครับ สบโอกาส ผมก็พูดกัดมันไป มันก็แขวะกลับมาแบบไม่ให้น้อยหน้า กระทบกระทั่งกันเป็นระยะๆให้ไอ้พวกเพื่อนๆคนอื่นมันขนพองสยองเกล้ากลัวลูก หลงกันเล่นๆ ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องคอยดูว่าระหว่างผมกับไอ้หน้าหล่อใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำปราชัยไป ก่อน เหอๆ


ฝ่ายประชาสัมพันธ์นับเป็นด่านแรกของภารกิจเปิด บ้านวิศวะที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนต้องแวะมารับข้อมูลเบื้องต้นจากฝ่ายนี้ก่อน จึงจะไปเข้าชมนิทรรศการตามซุ้มต่างๆ ดังนั้นแล้ว พี่ปีแก่ทั้งหลายเลยต้องคัดสรร คัดเลือก บุคลากรที่จะมารับตำแหน่งหน้าที่นี้อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีเป็นหน้าตาแก่คณะ ดูคล้ายๆผักชีโรยหน้ายังไงชอบกลแฮะ

แต่ละคนนี่เรียกได้ว่า คัดสรรกันมาแล้วอย่างดีทั้งหน้าตา บุคลิกภาพและมันสมอง พวกดาวเดือนของทุกสาขาก็โดนกวาดต้อนมาอยู่ฝ่ายนี้กันหมดเหมือนกัน ส่วนไอ้พวกที่หน้าเห่ยๆ คุณสมบัติขาดๆเกินๆ ก็จะถูกเตะตูดไปใช้แรงงานอยู่ตามซุ้มต่างๆ หนักสุดนี่ก็ให้ไปใช้แรงงานตามแต่ที่อาจารย์หรือรุ่นพี่จะสั่ง ประเภทยกโต๊ะ หามเต็นท์ อะไรเทือกนี้

ส่วนตัวกระผมไอ้คุณนิค ถึงแม้จะมั่นใจว่าตนเองนั้นมีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่ก็เป็นที่โด่งดังในคณะว่า จัดอยู่ในประเภทปากหมาระยะสุดท้าย จะผ่าตัด ฉายแสงหรือทำคีโมก็ไม่อาจจะรักษาให้หายขาดได้ ขืนยังดันทุรังเอาไปรับแขก คาดว่าทางคณะคงต้องเสียงบประมาณสำหรับใช้จ่ายค่าทำขวัญให้บรรดาแขกเหรื่อไป หลายตังค์ ผมเลยได้รับหน้าที่ให้เป็นจีบีหรือเจอเนรัลเบ๊ไป งานที่ต้องรับผิดชอบล่าสุดก็นี่ไงครับ เป็นม้าเร็วของอาจารย์แมทมาแจ้งข่าวให้ไอ้คิน

ว่าแต่ไอ้คินมันหาย ไปไหนวะ ทำคอยืดคอยาวมองหาไอ้หน้าหวานอัจฉริยะอยู่นาน ถึงได้รู้ว่าไอ้เพื่อนรักมันกำลังประสบปัญหาภาวะเกิดมาหน้าตาดีเกินขอบ เขตอยู่ ไอ้คินกำลังถูกน้องๆมัธยมทั้งผู้หญิงผู้ชายรุมล้อมส่งเสียงเซ็งแซ่อย่างกับ จะขอลายเซ็นดารา พอหันมาเห็นหน้าผม ไอ้คินก็ทำปากพะงาบๆส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือทันที

ไอ้นิคเลยต้อง เอาหุ่นเท่ๆ ประหนึ่งนายแบบไทยซุปเปอร์โมเดลคอนเทสต์อย่างที่ไอ้น้องนกเอี้ยงมันว่า เข้าไปช่วยเหลือไอ้คินเพื่อนรักเสียหน่อย คิดแล้วก็เดินแทรกเข้าไปกลางวง ไม่พูดพล่ามทำเพลง เอื้อมมือไปกอดคอเพื่อนจากทางด้านหลัง ไอ้คินมันตัวเล็กอยู่แล้ว พอโดนคว้าไหล่แบบไม่ทันให้ตั้งตัวก็เซเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดไอ้คุณนิคอย่าง ง่ายดาย เสียงกรี๊ดกร๊าดในตอนแรกเลยเงียบกริบ แต่ละคนนี่ตาโตเป็นไข่นกกระจอกเทศ เบิ่งกันจนลูกตาแทบจะหลุดออกจากเบ้า

“คิน จารย์แมทบอกให้ไปห้องประชุมได้แล้ว”

ผมก้มลงกระซิบที่ข้างหูคนในอ้อมแขน แต่ก็ไม่ลืมเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกระชากใจไปให้น้องๆด้วย

จาก อาการเงียบแบบอึ้งๆของเด็กน้อยหน้าใสทั้งหลาย ก็เลยเปลี่ยนเป็นเสียงกรี๊ดจนแก้วหูแทบทะลุ เหมือนคนโดนของ ได้ผลแบบทันตาเห็นเลยครับ น้องๆเบนความสนใจมาที่ผมกันหมด สาวน้อยแต่ละคนนี่ส่งสายตาปิ๊งปั้งมาให้ดูน่ารักน่าเลี้ยงดูทั้งนั้น ทำเอาไอ้นิคล่ะเป็นปลื้มอยากจะเปิดเนิสเซอรี่ขึ้นมากระทันหัน คนมันหล่อก็อย่างนี้แหละ ฮี่ๆ

“พี่คนสวยเป็นแฟนกับพี่คินหรือคะเนี่ย ว้าน่าเสียดายจัง คนสวยกับคนน่ารักมาเป็นแฟนกันเสียเองอย่างนี้”

แป่ว ไอ้นิคหุบยิ้มโดยอัติโนมัติ ชมกันแบบนี้มาเหยียบหน้าพี่เลยดีกว่ามั้ย แต่น้องเขาก็ไวจริงๆครับ รู้จักชื่อไอ้คินไปแล้วเสร็จสรรพ

“ว่าแต่พี่คนสวยชื่ออะไรคะ”

ความ จริงผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องที่คนอื่นชอบบอกว่าผมหน้าสวย แต่พอได้ฟังมากๆอย่างนี้เข้าก็เริ่มรู้สึกเสียเซลฟ์ได้เหมือนกันนะเนี่ย ไอ้นิคคนสวยที่ไม่อยากจะสวยเริ่มเซ็ง หันไปบังเอิญสบตากับไอ้ไส้เดือนเชนเข้าอีก แล้วมันก็ยังคงความเก๊กได้ครบถ้วนอย่างน่าถีบให้หัวคะมำ มันมองผมแบบผ่านๆแล้วทำไม่สนใจ หันไปคุยกับบรรดาสาวๆคณะวิศวะฯจากมหาวิทยาลัยอื่นอย่างออกรส ชิ ทำเมินกุ เดี๋ยวเถอะมรึง ไอ้นิคเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคิดแผนชั่วในใจ

“งั้นกุไปก่อนนะ”

ไอ้ คินพอเห็นว่าไอ้คุณนิคกลายเป็นเป้าหมายใหม่ให้น้องๆวัยละอ่อนรุมทึ้ง มันก็รีบชิ่งหนีไปหาอาจารย์แมททันที ปล่อยผมไว้กับบรรดานกกระจอกแตกรังส่งเสียงจอแจจนเวียนหัวไปหมด เกิดมาหน้าตาดีนี่มันลำบากใจจริงๆ

“ไม่คิดว่าคณะวิดวะจะมีคนหน้าตา ดีๆเพียบอย่างนี้ ดูสิๆ พวกพี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ล้อหล่อ ตอนแรกก็คิดว่าจะมีแต่พวกพี่ที่ดุๆหน้าโหดๆเสียอีก”

น่านเลย โดนเข้าแล้วเต็มๆ แผนอ่อยเหยื่อของพี่ๆชาววิดวะได้ผลเต็มๆ ไอ้นิคก็ได้แต่ยิ้มหน้าซื่อเพราะถ้าขืนกระโตกกระตากไปเดี๋ยวน้องตื่นหมด 55 นี่ถ้าได้ไปเห็นเบื้องหลังจะรู้เลยว่าที่จินตนาการไว้แต่แรกน่ะมันถูกแล้ว น้องเอ้ย


“แล้วถ้าพวกเราสนใจจะสอบวิศวะกัน พี่จะช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยคะ ”

เพราะ คนน่ารักถามมา ผมเลยยิ้มหวานแบบสร้างภาพสุดๆกลับไปให้ กำลังจะเสนอหน้าตอบแต่ก็มีพวกขัดลาภเข้ามาแทรกให้ได้คัดเคืองอารมณ์กันแต่ เช้า

“ถ้าน้องๆสนใจจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเข้าเรียนต่อคณะ วิศวะก็เชิญทางด้านนี้เลยครับ พวกพี่มีสต๊าฟที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้คอยตอบคำถามของน้องๆทุกคำถาม”

ไอ้ เชน ไอ้หล่อแต่วอนตรีนนี่กันซีนกุเห็นๆ ไอ้นิคขันติเริ่มแตกร้าว ใกล้จะขันแตกขันระเบิดเต็มที นี่ตกลงมรึงจะเอาไงกับกุ ต่อยกันเลยมั้ยวะ กำลังของขึ้นเข้าขั้น ย่างสามขุมเข้าไปหาไอ้เชนหมายจะซัดไอ้หล่อมันสักตุ้บสองตุ้บ แต่ก็มีเสียงวี้ดว้ายของน้องๆเข้ามาเบรคอารมณ์ซะก่อน

“กรี๊ดดดดดดด สมกันยิ่งกว่าคู่กับพี่คินอีก”

พอกรีด ร้องอย่างเสียสติแล้ว น้องๆก็ควักมือถือออกมาถ่ายรูปกันใหญ่ ฮ่วย พี่ไม่ใช่หมีแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่นะน้อง ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้

ขณะ ที่กำลังเกิดเหตุจราจลจนน่ากลัวจะบานปลายกลายเป็นโศกนาฏกรรมรุมทึ้งคนหน้าตา ดี ไอ้เชนก็รีบคว้ามือไอ้คนสวยหนีออกมาจากวงล้อม โดยมีพี่กวางรับบทส.ห.หน้าเหี้ยม เข้ามาจัดการระงับเหตุก่อนที่ไอ้นิคจะทนเสียงกรี๊ดไม่ไหว เชื้อบ้าประทุไปกระโดดงับหัวใครเข้าเสียก่อน

พี่กวางเป็นประธานรุ่น ของวิศวะคอมฯปีสี่ เธอเป็นหญิงแท้ร้อยเปอร์เซ็นที่สามารถสยบผู้ชายสาขาเราได้ทุกชั้นปี ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้มาจากการโหวตเสียงของเพื่อนๆอย่างมติเป็น เอกฉันท์ อธิบายง่ายๆคือโดนยัดเยียดให้เป็นนั่นแหละครับ งานนี้หนุ่มๆเขาส่งเสริมสิทธิสตรี(ถึก)กันเต็มที่ พวกมรึงนี่อะไรเชี้ยๆล่ะโบ้ยมาให้กุหมด ให้กุเป็นประธานรุ่น ตั้งชื่อเสียดิบดีแมร่งมันก็เบ๊ดีๆนี่เอง เบ๊กิติมศักดิ์ที่ต้องคอยรับหน้าอาจารย์แทนพวกมรึงอีก ใครเลือกกุจำไว้นะว้อย ถ้าวันไหนพวกมรึงไม่ฟังคำสั่งกุ เตรียมตัวโดนสอยได้เลย นี่แหละครับ คำปราศัยสุดซาบซึ้งจากสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของวิดวะคอมในวันรับตำแหน่งที่ ยังคงติดหูตรึงใจพวกผมมาจนถึงทุกวันนี้

“แล้วนี่จะยืนจับมือกันอีก นานมั้ย เชน ไปหาจารย์วัฒน์ได้แล้ว ส่วนมรึง ไอ้นิคกี้เด็กผี ไอ้น้องสุดรักสุดสวาทของพี่กวาง มรึงช่วยเอาหนังหน้างามๆแต่ไร้ประโยชน์ของมรึงไปหาพี่เจ๋งด้วย เห็นว่าไอ้เอกมันท้องเสียฝ่ายเวทีเลยขาดคนคุมซาวด์”

นี่ก็สั่งงานอย่างกับเมียหัวหน้าคนงานมาเอง พูดกับไอ้เชนล่ะพูดดี ทีพูดกับหลานรหัสละภาษาดอกอุตพิดเชียว ครบแล้วครับสายรหัสผม ครอบครัวตัวถ. ถึก เถื่อน ถ่อย และสถุน คุณสมบัติครบสี่ถ.กันทุกคน เริ่มด้วยพี่เจ๋งปีห้าที่ตอนนี้รั้งตำแหน่งต้นตระกูลสายรหัสของเรา ต่อมาก็พี่กวางประธานรุ่นปีสี่ พี่เอปีสาม ไอ้นิคปีสองและไอ้น้องนกเอี้ยงปีหนึ่ง น้องใหม่ควายบริสุทธิ์

ก่อนจะไป ผมก็ไม่ลืมหันไปขึงตาใส่ไอ้เชนเหมือนขู่อาฆาต แต่ไอ้โย่งมันก็ไม่สะทกสะท้าน
แถม ยังเลิกคิ้วท้าทายตอบกลับมาอีก แมร่ง โมโห แต่ติดที่พี่กวางยืนทำหน้าเหี้ยมคุมอยู่ เลยทำอะไรมันไม่ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะมรึง แล้วกุจะรีบมาเอาคืนแบบทบต้นทบดอก ขู่มันทางสายตาด้วยประโยคเสี่ยวแดกแบบตัวโกงในหนังไทยสมัยคุณแม่ยังสาวก่อน จะเดินย่ำเท้าโครมๆออกไปหาพี่เจ๋งที่เวทีกลางแจ้งสำหรับแสดงดนตรีคืนนี้ตาม บัญชาของป้ารหัส

พอไปถึงสนามบอลที่ใช้จัดเวทีการแสดง ผมก็เห็นพี่เจ๋งกำลังง่วนอยู่กับแผงวงจรควบคุมไฟฟ้าพลางก็ทำหน้านิ่วคิ้ว ขมวดอยู่คนเดียว โอ้ ให้ตาย พระเจ้าช่วยมาทอดกล้วยด้วยกันกับจอร์จดีกว่า ต้นตระกูลสายรหัสผมอยู่ในสภาพหนวดเคราเฟิ้มแต่สวมชุดนักศึกษาผูกเนคไทเรียบ ร้อย ดูแล้วอย่างกับจับเสือโหยมาแต่งคอสเพลย์ สยองลูกกะตาดีพิลึก

“กว่าจะไสหัวมาหากุได้นะมรึง มาๆ มาดูซาวด์ที เดี๋ยวกุจะดูพวกไฟเอง ไอ้เอกเจือกท้องเสีย ไม่รู้ตายห่ะคาส้วมไปรึยัง”

แผง วงจรคุมแสงสีเสียงที่เขาตั้งไว้ให้ อยู่หลังเวทีครับ และเพราะชัยภูมิอันเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะอยู่ในที่ซุ่มมืด มีผ้าฉากเวทีกั้นให้อย่างมิดชิด แถมเสียงดนตรีก็ดังเสียจนอุจจาระหูเต้นระบำ ด้านหลังเวทีจึงถูกบรรดาทีมปรับเปลี่ยนให้เป็นบ่อนขนาดย่อมไปทันทีที่พระ อาทิตย์ตกดิน

ฉากหน้าคือความบันเทิงจากเสียงดนตรี มีโต๊ะลงทะเบียนให้นักศึกษาคณะต่างๆที่อยากมีส่วนร่วมขึ้นโชว์วงดนตรีของตน เองมาลงชื่อ ดูเป็นงานเป็นการน่าเชื่อถือ แต่ฉากหลังก็ป๊อกกันอย่างเมามัน

“ไงล่ะมรึง ป๊อกแปดสองเด้งว้อย เจ้ามือโดนแด๊กเรียบ มา จ่ายมา”

ไอ้คุณชายนิคที่ตั้งตนเป็นเจ้าพ่อคาสิโนทำเสียงจิ๊จ๊ะในปากในคออย่างขัดใจกับความใจร้อนของปู่รหัส

“สงคราม ไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ถึงพี่จะป๊อกแปดสองเด้งแต่โทษทีที่ผมป๊อกเก้าถึงจะไม่เด้งดึ๋งๆ ก็เถอะ 55 เป็นไง หลับสนิทศิษย์หามลงเลยปู่รหัสกุ”

“หามลงพ่อมรึงไอ้นิค โกงไพ่ป่ะเนี่ย ทำไมมรึงได้ตลอดเลยวะ”

อ้าว แพ้แล้วพาลนี่พี่เจ๋ง ผมหัวเราะร่ากับกำไรของการเป็นเจ้ามือวันนี้ ฮิ ฮิ ได้เป็นกอบเป็นกำเลยกุ ผีพนันสี่ตนพี่เจ๋ง พี่ต้า ไอ้โอ ไอ้นิค นั่งล้อมวงอบายมุขกันไม่สนโลก ปล่อยให้พวกวงดนตรีบนเวทีเขาเล่นกันไป เรื่องคุมซาวด์แสงสีก็ไม่ต้องห่วงเพราะไอ้เอกมันกลับมาแล้ว ไอ้นี่มันสปิริตแรงกล้ารับผิดชอบต่อหน้าที่ พอไปหาหมอมาแล้วมันก็กลับมานั่งหน้ามึนคุมแผงซาวด์ต่อ พอพี่เจ๋งถามมัน มันก็บอกว่าแค่ท้องเสียธรรมดาไม่เป็นไรมาก เออ ดี มรึงอย่ามาเข้แตกแถวนี้แล้วกัน เดี๋ยววง(ไพ่)พวกกุแตกหมด นี่เป็นประโยคแสดงความเป็นห่วงของพี่เจ๋งแล้วนะครับ

จั่วกันไปอีก พักใหญ่ผมก็นึกอะไรออกอย่างหนึ่ง หันไปมองหน้าไอ้โอที่กำลังคลี่แบบไพ่ลุ้นระลึกอย่างใช้ความคิด ไอ้โอมันเป็นหนุ่มหน้าถ่อย แจ้งเกิดในวงการด้วยเพลงโอริโอ้ตอนรับน้อง ด้วยใบหน้าโหดถ่อยและท่าเต้นโหดหื่นเกินจะบรรยายเป็นคำพูด ไอ้โอเลยได้ฉายาโอริโอ้มาแต่บัดนั้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล สืบไป

พอมองหน้าโหดถ่อยปานมหาโจรของเพื่อนแล้วไอ้คุณชายเลยนึกออกว่า มันควรจะจัดการเก็บไอ้หน้าหล่อเดือนคณะยังไง

“โอริโอ้ กุมีงานให้มรึงทำว่ะ” ไอ้นิคเสียงเย็น กระตุกยิ้มเหี้ยมที่มุมปากหัวเราะหึๆ

“ช่วง นี้โปรโมชั่นพิเศษ ดักตีหัวก็ 199 ดักฉุดเมียมัน 299 หรือจะเอาแบบฟลูคอร์ส ดักฉุดเมียมันมาก่อนแล้วตีหัว จับยัดกระสอบถ่วงน้ำสะกดวิญญาณให้พร้อม แค่ 499 รับรองว่าไม่มีตามมาอาฆาตให้ขนหัวลุกเย่วรดที่นอนแน่”

ไอ้โอริโอ้รู้ว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรชั่วๆอยู่ มันทำหน้าถ่อยเสนอราคาเหมือนขายเสื้อยืดตามตลาดนัด ยิ้มเหี้ยมไม่แพ้กัน

“กุ อยากได้ที่มันทรมานกว่านั้น เอาให้มันต้องร้องขอชีวิตอยู่แทบเท้ากุ ให้ได้สำนึกว่ามันคิดผิดที่บังอาจมาต่อกรกับเสือร้ายอย่างกุ”

“งั้นมรึงต้องการแบบไหนว่ามาเลยเสือนิค”

“จับ มันแก้ผ้าแล้วมัดติดต้นมะม่วง เอามดแดงปล่อยแล้วราดตามด้วยน้ำหมามุ่ย ทิ้งไว้สักสองสามคืนให้ทรมานเล่นๆแล้วค่อยเอาไปโบกปูนถ่วงทะเลนะเสือโอ”

“ไม่ มีปัญหา แต่งานค่อนข้างยาก แล้วตอนนี้น้ำมันขึ้นราคา แถมยังนอกฤดู หมามุ่ยราคาแพง มดแดงก็ขาดตลาด เอางี้ กุคิดราคาเพื่อนฝูงให้ ห้าร้อยขาดตัว”

“กุแถมสาวน้อยตกเตียงกับม้ากระทืบโรงให้อีกอย่างละโหลเลยถ้างานสำเร็จ”


“เยี่ยม เป้าหมายล่ะ”

เสือโอถามเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมปาดน้ำลายที่มุมปาก พูดถึงของดองของมึนเมาแล้วน้ำลายสอขึ้นมาทันที

“ไอ้เชน เดือนวิดวะปีสอง”

สองเสือร้ายในตำนาน เลยเกือบได้เห็นโลกเป็นครั้งสุดท้ายเพราะโดนตบกะโหลกเต็มฝ่ามืออรหันต์ให้ได้หน้าคะมำไปตามๆกัน

“พวกมรึงสองตัวจะตลกคาเฟ่กันอีกนานมั้ย แมร่ง ได้แล้วทำเนียนนะมรึง”

ไอ้ นิคได้แล้วทำเนียน ส่วนพี่เจ๋งเสียแล้วทำนอยด์ บทสนทนาของไอ้ฆาตกรโหดสองตัวเลยมีอันต้องจบลง ด้วยฝีมือเสือโหยเจ๋งกับเสือเหี้ยมต้า ที่พร้อมใจกันหลังมือให้น้องๆไปคนละป้าบสองป้าบ โทษฐานที่มัวแต่วางแผนฆาตกรรมอำพรางไม่ยอมเปิดไพ่เสียที

ยิ่งดึกก็ ยิ่งคึก หนำซ้ำยังมีคนหิ้วเอาแสงโสมเหรียญทองมาฝากอีก ทีนี้นักกีฬาคว้าเหรียญทั้งหลายเลยต้องทำงานหนัก มือขวาก็ถือไพ่ มือซ้ายก็ต้องประคองแก้วเหล้า กรึ่มๆได้ที่ไอ้นิคก็ปิ๊งไอเดียชั่วๆขึ้นมา

“อะโหลๆ ซูซี่ซูซานน่าเหรอจ้า ทายซิ ครายเอ่ยยยยยย”

“เทเลทับบี้มั้งคะ อิบ้า เมาแล้วล่ะสิ มีอะไรก้อว่ามา เด็กฉันรออยู่”

“โห เฮีย ได้เหยื่อแล้วไม่สนใจน้องนุ่งเลย เนี่ย คิดถึงเฮียนะเลยโทรหา คิดทึ้ง...คิดถึง”

“เชื่อแกชั้นก็ออกลูกเป็นควายแล้วล่ะย่ะ มีไรก็ว่ามา เร็วๆ อย่าให้คนสวยรมณ์เสีย”

“อย่าง เฮียนี่มีมดลูกไว้ใช้งานกับเขาด้วยเหรอ กร๊ากกกกกกก เดี๋ยวๆอย่าเพิ่งวาง ล้อเล่นแค่นี้ทำงอนไปได้ คืองี้นะเฮีย ที่คณะผมเขามีรำวงงานวัดกัน จะหาเงินไปค่ายกันเทอมหน้า เรามีประมูลหนุ่มรำวง ด้วยนะเฮีย ร้าบรองงงง แต่ละคนนี่คัดสรรมาแล้วอย่างดี ไม่มีอุกกาบาตปลอมปนมาให้เสียอารมณ์ เดือนน่ะเฮีย ระดับเดือนทั้งนั้น เอาเพื่อนเฮียมาด้วยนะ เอาที่สวยๆแรงๆโหดๆมาด้วยได้ยิ่งดี”

“ไอ้ที่สวยๆนี่พอเข้าใจนะ แต่โหดๆที่ว่านี่แผนชั่วแกบรรเจิดอีกล่ะสิ เออๆ เดี๋ยวฉันจะแทคทีมไปแล้วกัน ว่าแต่...ใช้เส้นแกจองน้องเชนไว้ให้ฉันด้วยละกัน”

พูดจบเฮียสิทธิ์ก็ ตัดสายทิ้ง ส่วนไอ้นิคก็หัวเราะอย่างย่ามใจ อยากจะบอกว่าที่ผมโทรเรียกเฮียมาก็เพราะน้องเชนพ่อยอดขมองอิ่มสุดที่เลิฟ ของเฮียนี่แหละๆ ฮ่าๆ ไอ้น้องเชน งานนี้มรึงเสร็จแน่ ล้างคอรอการแก้แค้นของพี่นิคไว้ได้เลยนะน้องหนู

ในที่สุดก็ถึงเวลา เลิกราจากบ่อนด้วยกำไรอื้อซ่าพร้อมนัดแนะวันล้างตากับพี่ๆเป็นที่เรียบร้อย นาฬิกาข้อมือบอกเวลาใกล้จะสี่ทุ่ม ซึ่งเป็นฤกษ์งามยามดีที่พวกเราชาวคณะจะเริ่มขึ้นเวทีรำวงงานวัดกันแล้ว ขออธิบายนิดนึงนะครับว่า ปิดเทอมปีนี้พวกเราชาววิดวะมีโครงการจะไปสร้างโรงเรียนให้น้องๆบนดอยสูงกัน แล้วเทอมหน้าพวกผมก็จะขึ้นปี 3 กันแล้ว เลยต้องเริ่มระดมทุนเพื่องานรับน้องกันด้วย ส่วนไอเดียรำวงงานวัดนี่ก็ของพี่ๆปีสี่เขาแหละครับ แต่ดัดแปลงเล็กน้อยให้มีหนุ่มๆวิดวะมาเป็นหนุ่มรำวงกัน (ก็คณะเรามันผู้หญิงน้อยนี่ครับ) ก็มีให้เลือกหลายสไตล์ตามอัธาศัย
ทั้งแบบโปกฮา แบบน่ารักน่าเตะ หรือจะเป็นรอบพิเศษที่ต้องทุ่มทุนทุ่มเงินกันหน่อย ก็หนุ่มๆเดือนของแต่ละสาขาไงครับ 555

พริบ ตาเดียว งานเปิดบ้านของวิศวะก็กลายเป็นงานวัดขนาดย่อมไปแล้วครับ ซุ้มของสาขาคอมฯก็มีปาเป้า บิงโก สอยดาวอะไรอย่างที่ไอ้ปิ่นมันวางแผนไว้แต่แรกนั่นล่ะ ส่วนสาขาอื่นเขาก็มีมัจฉาพาโชค หรือจะขายขนมสายไหมอะไรก็ว่ากันไป เวทีคอนเสิร์ตก็ถูกปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้กลายเป็นเวทีรำวง งานนี้ไม่มีการโค้งสาวออกไปรำวงนะครับ มีแต่ซื้อตั๋ว แล้วขึ้นไปเต้นกัน
แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จะเน้นขึ้นไปเต้นกับหนุ่มๆที่เราจัดไว้กันหรอกครับ ก็ขึ้นไปดิ้นเอามันกันไป
ตอน แรกๆ ก็เป็นคนรู้จักมักคุ้นที่โดนพวกเราบังคับให้ขึ้นไปรำวง แต่พอหลังๆเมื่อเด็กคณะอื่นที่เข้ามาเที่ยวงาน เห็นว่าพวกเราชาววิดวะหน้าเถื่อนนั้น ไม่ดุ ไม่เห่า ไม่กัด แถมยังเชื่องเหมือนแมวหง่าว เลยซื้อตั๋วขึ้นไปเต้นกันใหญ่เลยครับ

“รอบนี้จารย์วัฒน์ใจดีเหมาให้พวกเราชาวคณะ มาเลยครับ สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวขึ้นเวทีเลยคร้าบบบบ”

ไอ้ โอริโอ้รับหน้าที่โฆษกคู่กับไอ้จิ สาววิดวะเคมี ประกาศก่อนที่พวกเราจะกรูกันขึ้นเวทีเพื่อแย่งตัวหนุ่มรำวง งานนี้เน้นเอาฮา พอมีคำว่ารอบเหมา ก็จะวิ่งกรูกันขึ้นไปแดนซ์ให้ฮากระจายกันเล่นๆ วงดนตรีก็ทำหน้าที่อย่างดี เพลงแต่ละเพลงที่เลือกมาเล่นนี่มันอย่าบอกใคร แต่ละคนเลยดิ้นกันเป็นไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวกน้ำกรดสาดกันเลยทีเดียว

“ผมอายง่ะพี่ ให้แต่งแบบหล่อๆไม่ได้เหรอ วันนี้สาวๆคณะอื่นเยอะด้วย”

ไอ้ ตะวันเจอแจ็คพ๊อตต้องแต่งเป็นหนุ่มรำวงแนวโปกฮา ใส่ผ้าขาวม้าสั้นเต่อ สวมนันยางสีขี้ไคล โพกหัวด้วยผ้าสามสีเสียบขนนกยูง ทาแป้งขาววอกแล้วทาปากเป็นรูปกระจับ ไอ้นิคเลยฮากระจาย คุมตัวเพื่อนไปเปลี่ยนกะกับไอ้พวกล็อตเก่า

“ฮือๆ หมดกันคราวนี้ ชีวิตกุ แล้วอย่างนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาจะแล”

ไอ้ตะวันคร่ำครวญเพราะคอนเซปท์ท่าเต้นที่มันจับฉลากได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า เซ็กซี่ยั่วยวนเท่านั้น ไอ้นิคเลยได้ฮาน้ำตาเล็ดอีกหน

“และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอย คอย คอย คอย”

เสียงไอ้จิประกาศเปิดประเด็น เรียกความสนใจจนเงียบกริบกันทั้งงาน ตามด้วยเสียงไอ้โอ

“รอบ นี้จะเป็นรอบพิเศษ เพิ่มหนุ่มรำวงพ่วงดีกรีเดือนสาขาขึ้นไปด้วยนะครับ พ่อแม่พี่น้องท่านใด ใครจองใครไว้ ใครหมายตาใครอยู่ ก็รีบยื่นความจำนงพร้อมกับยื่นเงินในมือ ได้ที่โต๊ะขายบัตรเลยนะคร้าบบบบ เอ้า เร่เข้ามา”

ไอ้โอริโอ้ทำเสียงตื่นเต้น ตามด้วยเสียงกรี๊ดของคนในงาน แล้วคนที่เฝ้ารอก็มาเสียที นั่นไงครับ เฮียสิทธิ์หรือซูซี่ของไอ้นิคเดินมาโน่นแล้ว แถมยังแทคทีมเอาชาวแก๊งค์มาด้วยนับสิบ แต่ละคนนี่ระดับเก๋าเกมรุ่นลายครามกันทั้งนั้น นึกแล้วหวาดเสียวแทนไอ้พวกหนุ่มรำวงจริงๆ 555

“เอ้าเฮีย บัตรน้องเชน กว่าผมจะได้มานี่ต้องเสียทั้งเหล้าเสียทั้งตังค์ปิดปากไอ้พวกขายบัตรไปบาน เลยนะเฮีย อย่าให้ผิดหวังล่ะ ป๋านิคดันให้ขนาดนี้แล้ว”

ผมกระซิบ แล้วส่งบัตรให้เฮียสิทธิ์ด้วยท่าทางระแวดระวังประหนึ่งว่ากำลังส่งยาค้าผง กันอยู่ ส่วนเพื่อนร่วมโขลง เอ้ย ร่วมแก๊งค์ของเฮียก็กำลังวี้ดว้ายกระตู้วู้ชี้ชวนกันเลือกหนุ่มรำวงกันอย่าง เมามันในอารมณ์


“น้องเชนเขาไปเหยียบหัวแม่ตรีนแกมาเหรอยะถึงได้ อาฆาตแค้นถึงขั้นใช้พวกฉันเป็นเครื่องมืออย่างนี้ แต่เอาเถอะ ยังไงเราก็คนกันเอง เดี๋ยวฉันจะดูแลทะนุถนอมน้องเชนเป็นอย่างดีเลย”

เท่านั้น เฮียแกก็ร่อนขึ้นเวทีรำวงไปด้วยมาดนางพญาพร้อมผองเพื่อนปีศาจกินผู้ชายครบเซ็ท


คำพูดที่ไม่เคยคิ้ดดด ที่จริงก็คือยาพิ้ษษษษษ ทำลายชีวิตของคนงมงายยยย


5555 ไอ้พวกวงดนตรีนี่มันเลือกเพลงได้เหมาะกับสถานการณ์จริงๆครับ ก็หนุ่มรำวงแต่ละคนนี่อย่างกับโดนจับกรอกยาพิษเข้าไป โดยเฉพาะไอ้ศัตรูคู้แค้นของผมนี่ทำหน้านิ่วจะตายแหล่มิตายแหล่แล้วครับ เจอลีลาแด๊นซ์ขั้นเทพระดับทาทายังผสมบิยอนเซ่ของเฮียสิทธิ์เข้าไปถึงกับ กระอักเลยเหรอมรึง สะใจกุจริงจริ้ง ให้มันรู้ซะบ้าง ฮ่าๆๆๆ ไอ้นิคยืนกอดอกหัวเราะอยู่ข้างล่างเวทีด้วยความสะใจ นั่นๆๆ มือเฮียกำลังเลื้อยขึ้นไหล่ไอ้น้องเชนสุดเลิฟแล้ว พอไอ้เชนก็พยายามเลื้อยหนี แต่ก็ไม่รอดเพราะโดนไอ้โอริโอ้ ที่ไอ้นิคซื้อตัวเข้าทีมไว้ก่อนหน้านี้ ดักหลังไม่ให้หนีรอดเงื้อมมือเฮียสิทธิ์ได้ ทีนี้เจ้าของแผนชั่วเลยหัวเราะก๊ากใหญ่ ขำออกนอกหน้าจนไอ้เชนมันรู้แล้วว่าใครเป็นคงบงการเฮียสิทธิ์จอมเลื้อยกับ ไอ้โอจอมดัก

“และรอบต่อไปก็อีกเช่นเคยค่ะ จารย์ยุทธเหมาให้ตามคำขอ”

ไอ้ จิประกาศเมื่อหมดรอบเพลงยาพิษของบอดี้แสลม น่าเสียดายจริงๆ เพลงสั้นไปนิด เฮียสิทธิ์กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงไอ้เชนได้ที่แท้ๆ เฮ้อ ไอ้นิคเซ็ง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอบหน้าเอาใหม่ ราตรีนี้ยังเยาว์นัก เหอๆ ไอ้นิคกำลังคิดเพลินๆ

“เฮ้ยๆ เล่นไรเนี่ยพวกมรึงงงงงง ไอ้โอ ปล่อยกุก้อนนนนน”

แล้ว ผมก็ต้องร้องโวยวายเมื่อจู่ๆแผนชั่วฉบับ 2 ในสมองถูกขัดจังหวะด้วยแรงผลัก ลาก กระชาก ดึง ฉุด สารพัดวิธีที่ไอ้พวกเพื่อนๆมันพยายามเอาตัวผมขึ้นเวทีให้ได้ โดยที่งานนี้มีไอ้โอริโอ้จอมดักเป็นหัวโจกตัวเอ้

และเพราะเป็นรอบ เหมา คนบนเวทีเลยหนาตาเป็นพิเศษ เรียกว่าแทบจะเหยียบกันตายอย่างกับคอนเสิร์ตเขาควายเพื่อชีวิต ไอ้นิคนี่โดนเบียดแทบจะแบนเป็นกล้วยปิ้ง

“พวกมรึงจะลากกุขึ้นมาเพื่ออออ”

ไอ้ นิคโหยหวน แล้วก็แทบจะโดดกัดหูไอ้โอเมื่อโดนมันผลักจนเซหลุนๆไปหาไอ้เชนที่ไม่รู้โผล่ มาจากไหน ทีนี้เลยดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ผมโดนไอ้โย่งทำเนียนตอนที่คนเยอะ กอดเอวไว้แน่น แล้วแมร่งงงงง มือมัน มือมันเลื้อยเข้าไปในเสื้อผมแล้ว แถมยังลูบเบาๆอยู่ที่บั้นเอวของผมด้วย ไอ้เชนนนน กุจะฆ่ามรึงงง

“ใจเย็นน่าไอ้ตัวแสบ กุโดนเฮียสิทธิ์ลวนลามไปตั้งเยอะ มรึงเจอแค่นี้ยังน้อยไป”

ไอ้โย่งไส้เดือนมันก้มลงกระซิบข้างหูแถมยังถือโอกาสจุ๊บแรงๆที่ผมหอมๆตรงขมับไอ้นิคอีก
ไอ้ เวงงงง ยิ่งจังหวะเพลงเร็วขึ้นเท่าไหร่ แรงเบียดเสียดของคลื่นมนุษย์ทั้งหลายก็อัดเข้ามาให้ผมกับไอ้หื่นเชนยิ่ง เบียดใกล้กันเข้าไปอีก ชนิดที่ว่าไม่มีช่องว่างให้อากาศได้ลอดผ่านแม้แต่นิด

“ปล่อยกุนะ เชี้ยละมรึง เอามือออกปายยยย”

ไอ้ นิคพยายามดึงมือไอ้เชนออกจากสะโพกตัวเองอย่างทุลักทุเลแต่ก็ไม่สำเร็จ ไอ้หื่นมันยังกำเริบเสิบสานหนักเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ จมูกกับปากร้อนๆก็เคลียอยู่ที่แก้มนิ่มของไอ้คนเจ้าแผนการ


“ไอ้ควายยยยเชน ปล่อยยยยย”

ไอ้ คุณนิคหน้าแดงทั้งโกรธทั้งอาย ต้องเป็นไอ้โอแน่ ต้องไอ้โอริโอ้แน่ๆ มันขายเพื่อนได้ลงคอ มรึงนะมรึง เพราะมรึงแท้ๆทำกุเสียหายหลายแสน กว่าเพลงจะจบ ลงจากเวทีได้ ผมก็โดนไอ้เชนหาเศษหาเลยให้ขาดทุนไปโข ฮือๆๆ รู้งี้ เมื่อกี้บอกเฮียสิทธิ์จับไอ้หื่นนี่ปล้ำกลางเวทีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยก็ดี แค้นใจจริงๆ

“มานี่เลยไอ้ตัวแสบ มรึงกับกุยังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกเยอะ”

ว่า แล้วมันก็ลากผมออกไปจากงานไปที่ลานจอดรถทันที ท่ามันนี่น่าโดดถีบยอดหน้าจริงๆ มันทำเต๊ะแล้วชี้ไปที่ยางรถของมันที่รั่วแบนแฟบกับพื้นทั้งสี่ล้อ ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ยครับ ว่าฝีมือผมเอง

“กุไม่ถามหรอกว่าฝีมือใคร เพราะยังไงก็เป็นฝีมือมรึงแน่” อ้าว พูดงี้กวนตรีนนี่หว่า

“แล้ว กุก็จะไม่ถามว่าไอ้ข้าวกระเพราที่มีแต่พริกปนอยู่ในหมูสับเมื่อตอนเย็นนั่น เป็นฝีมือใครอีกเหมือนกัน เพราะยังไงก็ไม่มีใครเล่นพิเรนทร์อย่างมรึงแล้ว”

“เออใช่ ฝีมือกุเอง แล้วยังไง รู้ว่าเป็นฝีมือกุแล้วมรึงจะเอาไง”

ไอ้นิคท้าเหย็งๆเป็นนักเลงท้ายซอย กุกลัวมรึงที่ไหน เข้ามาเลยไอ้หน้าหล่อ เจอกุจระเข้ฟาดหางตามด้วยหักงวงไอยราแล้วมรึงจะหนาว

---------------------------------------------------------------------------

ตอนพิเศษ ไอ้นิคปากหมากับไอ้หน้าหวานคิน


อากาศเย็นๆเดือนใน สุดท้ายของปีมันคงจะให้บรรยากาศที่ดีกว่านี้ หากว่าไอ้คินหน้าหวานแห่งคณะวิศวะสาขาคอมฯ ไม่ได้กำลังตกอยู่ในวงล้อมของพวกหื่นกาม ที่คิดไม่ถึงว่าคนเราหน้าตาท่าทางก็ออกจะดีแต่ทำไมถึงได้จิตใจต่ำทรามอย่าง นี้ อากาศเย็นยะเยือกเพิ่มความรู้สึกหวาดกลัวกลุ่มคนตรงหน้าให้มากขึ้นไปอีกโข มีดวาววับถูกจ่ออยู่ที่เอวพร้อมกับคำขู่

“ดิ้นนะมรึง กุเสียบไส้ไหลแน่”


“ปล่อยกุ ไอ้สัด กุไม่ไป ปล๊อยยยยยยย”


ร่าง เล็กกว่าก่นด่าพยายามดิ้นให้หลุด แต่กระดูกคนละเบอร์แถมอีกฝ่ายยังมีอาวุธกับพวกมากกว่า หนทางจะรอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้จึงดูริบหรี่เสียเหลือเกิน คิดสิไอ้คิน ทำยังไงถึงจะหนีไอ้พวกนรกนี่ได้

สถานการณ์เข้าตน จน พยายามคิดหาหนทางเอาตัวรอดแบบตลบสมองตีลังกาหลายล้านแปดท่าก็ยังคิดไม่ออก จู่ๆก็มีเสียงห้าวๆกวนตรีนของใครบางคนขัดขึ้น ทำให้คนที่กำลังโดนรุมเล่นงานแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ


“อ้าว มรึงเองเหรอไอ้หน้าหวาน”


คน ที่เข้ามาขัดจังหวะไอ้พวกเดนคนไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้หมอนี่มันเรียนคณะเดียวสาขาเดียวกันกับเขา รู้จักหน้าและนิสัยของมันเป็นอย่างดี เพราะวันแรกที่มารับน้อง ไอ้กวนส้นนี่มันก็ปีนเกลียวรุ่นพี่แล้ว ชื่อนคินทร์หรือไอ้นิคเลยดังไปทั้งคณะข้อหาทำตัวเปี้ยวตรีนรุ่นพี่จนได้ เรื่อง



“มรึงอย่าเศือก รึว่ามรึงอยากจะโดนด้วยอีกคน”


ไอ้ เอ็มหัวหน้าเดนคนยกมีดในมือขึ้นขู่ ไอ้นรกนี่มันเคยเรียนวิศวะเหมืองแร่แต่โดนไทร์เพราะเรื่องชู้สาว ได้ยินว่ามันมอมยาผู้หญิงแล้วถ่ายคลิปไว้ สุดท้ายมันก็โดนคลิปที่ตัวเองถ่ายแบล็คเมล์ผู้หญิงย้อนกลับมาเล่นงานตัวมัน เองจนดิ้นไม่หลุด คิดไม่ถึงว่าวันนี้คนโชคร้ายรายต่อมาจะเป็นตัวเขาเอง


“เปล่า กุก็แค่อยากร่วมด้วยหน่อย เห็นไอ้นี่มันหน้าหวานๆท่าทางเล่นด้วยจะสนุกไม่เบา”


อ้าว ไอ้ตะไล อุตส่าห์ดีใจ คิดว่ามันจะมาช่วยห้าม แต่ไหงกลับกลายเป็นว่าไอ้หมอนี่มันจะมาช่วยไอ้เอ็มรุมเขาด้วยอีกคน ไอ้คินน้ำตาคลออย่างเจ็บใจในความซวยไม่รู้จบของตัวเอง


“มรึง ก็ชอบแบบนี้เหมือนกันเหรอวะ งั้นมรึงถือกล้องไว้ กุจะชิมมันก่อน 55 มานี่เลยมรึงไอ้หน้าหวาน กุหมายตาไว้นานแล้ว พูดดีๆด้วยก็แล้ว เศือกเล่นตัวดีนัก”


คนที่โดนเรียกว่าไอ้หน้าหวานโดนกดลงกับพื้น ตัวสั่นน้ำตาไหลพราก ทำไมเขาต้องมาเจอกับเรื่องเฮงซวยอย่างนี้ด้วย แล้วมัน ไอ้นิค ไอ้นรก ไอ้ชิงหมาเกิด เรียนด้วยกันแท้ๆแต่แมร่งเลว ทำกันได้ลง หลับตากัดฟันแน่นอย่างหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงเสื้อเชิ้ตนักศึกษาของตัวเอง ถูกกระชากจนแผงกระดุมทั้งหมดหลุดออกในพริบตา


“นี่มรึงจะนอนสำออยอีกนานมั้ยวะ ลุกเร็วสิว้อย”



เสียง ไอ้นิคทำให้ต้องรีบลืมตาขึ้นมอง และก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความอึ้งระคนดีใจในเวลาเดียวกัน ตอนนี้ไอ้เอ็มมันลงไปนอนโอดโอยกับพื้น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่มีดที่มันใช้เป็นอาวุธถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ที่ไอ้ นิคแล้ว มันโยนมีดให้เขาป้องกันตัวก่อนจะหันไปแลกหมัดกับพวกที่เหลือของไอ้เอ็มอีก สองคนอย่างดุเดือด ท่าสุดท้ายนี่ทำให้เขาประทับใจจนน้ำตาหยุดไหลไม่รู้ตัว ไอ้นิค เบี่ยงตัวหลบพร้อมสวนกำปั้นเข้าท้องน้อยจนคู่ต่อสู้จุกตัวงอ ก่อนจะหมุนตัวเตะเข้าที่ชายโครงอีกคนที่เหลือแล้วซ้ำด้วยการอัดเข่าเข้า ปลายคางจนไอ้หมอนั่นเลือดกบปากลงไปนอนวัดพื้นกันหมด สามต่อหนึ่งแต่ไอ้นิคก็ชนะได้ใสๆ เชื่อมันเลย


“แล้วมรึงจะยืนอึ้งทำซาก วิ่งสิวะ”


ไอ้ ฮีโร่หมัดหนักปากหมา คว้าแขนไอ้หน้าหวานวิ่งลัดเลาะออกจากซอกตึกจนไปโผล่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตรง ปากซอย ถึงได้หยุดหายใจหอบๆมองหน้าเป็นเชิงปรึกษาว่าจะเอาไงต่อ ในมือของไอ้นิคก็มีกล้องวิดีโอของไอ้เอ็มอยู่ด้วย มันไม่ลืมคว้าหลักฐานชิ้นสำคัญติดมือมาก่อนจะวิ่งหนี



“มรึง จะเอาไงจะแจ้งตำรวจมั้ย หลักฐานก็อยู่นี่แล้ว อะไรนะ มรึงว่าอะไรนะ ห่านี่พูดดังๆแล้วจะตายรึไงวะ พูดดังๆ ชัดๆ เอาให้เคลียร์”


เอา อีกแล้ว มันหมาได้ตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆ ไอ้คินอึกอักไม่กล้าบอกว่าอายถ้าหากจะไปแจ้งความว่าถูกผู้ชายผู้ชายด้วยกัน ลากตัวไปจะข่มขืน


“กุอาย” บอกน้ำเสียงกระท่อนกระท่อน ไอ้นิคได้ยินก็ทำหน้าเซ็งอย่างกับเก็งหวยพลาดไปเลขเดียว


“อาย มรึงจะอายทำหอกไรวะ อ้าวๆๆ แล้วนี่มรึงจะร้องไห้ทำไม เออๆ ก็ได้ ไม่แจ้งก็ไม่แจ้ง หยุดร้องสิวะ คนเขามองกันใหญ่แล้ว ห่าเอ้ย นี่กุจะช่วยมรึงมาทำซากไรเนี่ย ช่วยมาแล้วก็ร้องอย่างกับโดนกุข่มขืนเสียเองอย่างนี้”


ไอ้นิ คมันด่าเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตัวเป็นนางเอกละครหลังข่าวถูกแม่เลี้ยงใจ ร้ายกลั่นแกล้ง ไอ้คินน้ำตาไหลอาบแก้มสะอื้นฮักๆ ก็คนมันกลัวนี่ ไอ้นิค ไอ้เวงตะไล ไอ้คนจิตใจด้านชาไร้ความอ่อนโยน ด่าแค่ในใจยังไม่พอ มันไม่สำนึก


“มรึงอย่าคิดว่าช่วยกุไว้ แล้วจะมีบุญมีคุณ นึกจะด่ายังไงก็ด่าได้ ก็กุอายนี่จะให้ทำไง เป็นผู้ชายแท้ๆแต่ถูกผู้ชายด้วยกันจ้องจะข่มขืน เป็นมรึง มรึงจะยิ้มเดินยืดอกเข้าไปบอกตำรวจว่า พี่ครับผมโดนผู้ชายด้วยกันลากตัวไปจะข่มขืน ยังงี้เหรอ ฮือๆใช่สิ ก็กุมันหน้าตุ๊ดนี่ ตัวก็เล็ก สู้แรงใครก็ไม่ได้”



ว่า แล้วร้องไห้หนักเข้าไปอีก ไอ้นิคเลยหน้าเสีย กลายเป็นฝ่ายอึกๆอักๆ เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้หน้าหวานตรงหน้าที่กำลังยืนร้องไห้โฮๆอย่างกับ ญาติเสียอยู่


“เออๆขอโทษๆ กุไม่ว่ามรึงแล้ว อย่าร้องๆกุอายคนเขา”


ไอ้ คนที่บอกว่าอายเหลียวซ้ายแลขวาล่อกแล่ก แล้วยิ้มแหยๆ ให้แม่ค้าส้มตำแถวนั้น เหมือนจะบอกว่าผมเปล่านะคร้าบ มันร้องของมันเอง กระพ้มไม่เกี่ยวนะคร้าบบบ ไอ้นิคไม่รู้จะทำยังไง มองไอ้นางเอกเจ้าน้ำตาแล้วเอื้อมมือออกไปตบหัวมันเบาๆอย่างกับปลอบลูกหมา


“พอก่อนๆ ไอ้หน้าหวาน เดี๋ยวค่อยไปร้องต่อที่บ้านกุ”


ไอ้คินเลยใช้หลังมือปาดน้ำตา เงยหน้ามองไอ้นิค ความจริงไอ้หมอนี่มันก็มีน้ำใจไม่น้อย เพียงแต่ปากหมาเข้าขั้นโคม่าไปหน่อย


ครู่ เดียว หลังจากที่ไอ้คนปากหมาวาจาโหดมันโทรคุยกับใครไม่รู้สองสามคำ ก็มีผู้ชายหน้าตาสะอาดสะอ้านยิ้มแย้มดูเป็นมิตรผิดกับไอ้นิคขับรถญี่ปุ่น ยี่ห้อดังเข้ามาเทียบ



“เพื่อนกุเองไอ้โก้ ไอ้โก้นี่เพื่อนสาขากุไอ้หน้าหวาน”


“กุชื่อคินไม่ได้ชื่อหน้าหวาน” เสียงอุบอิบรีบแก้ความเข้าใจผิดเมื่อเห็นสายตายิ้มๆของคนที่ชื่อโก้


“จะชื่ออะไรก็ช่างเหอะยืนบื้อทำไมขึ้นรถสิวะ เดี๋ยวค่อยไปคุยกันต่อที่บ้าน” ไอ้นิคมันด่าอีกแล้ว


แต่ ในเมื่อไม่มีทางเลือก เลยต้องเดินตามไปขึ้นรถอย่างว่าง่าย ส่วนไอ้นิคก็เปิดประตูขึ้นนั่งด้านหลังคนเดียว มันบอกว่าจะงีบสักหน่อยเพราะใช้พลังงานไปเยอะ ปล่อยให้เขานั่งตัวเกร็งอยู่กับคนขับ ไม่นาน ไอ้โก้ก็เลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้านชื่อศุภฤกษ์ หมู่บ้านจัดสรรที่ขึ้นชื่อว่าราคาแพงโขแต่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนเจ้าของ เดิมต้องขายทอดตลาดไปหลายคน พื้นที่ของบ้านแต่ละหลังนั้นกว้างขวางน่าอยู่ ผิดกับลักษณะบ้านจัดสรรทั่วๆไปที่แคบแบบชายคาแทบจะเกยกันอยู่แล้ว พอเดินเข้าไปในบ้านก็เจอไอ้ตะวันกับไอ้แม็คนั่งดูทีวีอยู่


“อ้าว คิน มากับไอ้คุณนิคได้ไงวะ”


ไอ้ แม็คกับไอ้ตะวันที่ชวนกันมาสุมหัวอยู่บ้านไอ้คุณชายตั้งแต่บ่ายถามขึ้นพร้อม กัน ด้วยความแปลกใจ เพราะตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ไอ้เด็กเรียนหน้าหวานนี่มันไม่ค่อยจะสนิทสนมสุงสิงกับใครเท่าไหร่ วันๆก็เห็นเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียวจนถูกคนหมั่นไส้ไม่น้อย แล้วนี่ไม่รู้มันโผล่มากับไอ้คุณนิคได้ไง


“กุไปซิวมันมาจากไอ้เอ็มเองแหละ พอดีไปแด๊กก๋วยเตี๋ยวกับไอ้โก้แถวนั้นเลยเจอฉากเด็ด”


แล้ว ไอ้นิคมันก็สาธยายเรื่องราวให้เพื่อนมันฟังจนไอ้คินหน้าแดงแล้วแดงอีก ก็อายนิ เกิดเป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กลับหน้าหวานปวกเปียกจนถูกผู้ชายด้วยกันจ้องจะลวนลามอยู่เรื่อย


“ไอ้คุณนิคมันไม่มีอะไรหรอก ถึงจะปากหมาแต่มันใจดีนะ ไม่งั้นมันไม่ช่วยนายหรอก”


ไอ้โก้สังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนสาขาไอ้คุณนิคเลยยิ้มปลอบใจไปให้


ไอ้ คินเลยพยักหน้าเบาๆ เข้าใจที่ไอ้โก้มันบอก เขาเคยคิดและเข้าใจมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เจอกันตอนรับน้องว่าไอ้นิคมันเป็น พวกไม่น่าคบสุดๆ มันปากหมาเป็นสันดาน อวดเก่งทำกร่างไม่กลัวใครเหมือนพวกชอบโชว์พาว เขาเลยพาลเกลียดขี้หน้าจนไม่คิดจะเสวนากับมันสักครั้ง ยังนึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมช่วงหลังๆ พวกรุ่นพี่เขาไม่เขม่นมันแล้ว แถมพวกผู้หญิงในสาขายังชอบไปคุยกับมันบ่อยๆ ทั้งๆที่แต่ละคำที่ออกจากปากมานี่สุนัขไม่รับประทานทั้งนั้น แต่มาตอนนี้ถึงได้รู้ซึ้งว่าคนเราไม่ใช่จะมองกันแต่ผิวเผิน



“นี่มรึงจะเดินตามกุอีกนานมั้ยวะ” ไอ้นิคหันไปด่าเมื่อเห็นไอ้คินเดินตามมันเป็นเงาตามตัว


“กุไม่ได้เดินตามมรึงสักหน่อย กุจะไปแคนทีน”


เฉไฉ แก้ตัวทั้งๆที่ความจริงตั้งใจเดินตามไอ้นิคมันอยู่แล้ว จากที่สังเกตมาหลายวัน เขาก็เห็นเป็นอย่างที่ไอ้โก้มันบอกไว้จริงๆ ไอ้นิคมันพวกปากเสียแต่ใจดี แล้วที่มันชอบโวยวายหาเรื่องชาวบ้านก็เพราะอีกฝ่ายทำเรื่องที่มันเห็นว่าไม่ ถูกไม่ควรก่อนทั้งนั้น มันเป็นประเภทพวกไม่เอาเปรียบใครและไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบมัน ถ้าใครทำมันก่อน ไอ้นิคก็จะเอาคืนแบบทบต้นทบดอกยิ่งกว่าพวกเงินกู้หน้าเลือดหลายสิบเท่า


“ไอ้คุณนิค นี่มรึงไปทำอีท่าไหน ไอ้เด็กเรียนมันถึงตามตูดมรึงต้อยๆอย่างนี้วะ”


ไอ้ตะวันแก๊งค์เดียวกับไอ้นิคคว้าตัวเพื่อนมันไปกระซิบกระซาบ แต่เขาก็ยังได้ยิน


“ท่า จระเข้ฟาดหางมั้ง สาดดดด กุจะรู้กับมันมั้ย ตั้งแต่วันที่ช่วยไม่ให้มันโดนรุม มันก็ตามกุอย่างนี้แหละ สงสัยจะซาบซึ้งในความดีของกุ”


ไอ้นิคยักไหล่ วางกระเป๋าลงจองโต๊ะแล้วเดินไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อนมัน ไอ้คินก็รีบลุกตามไปด้วย สารภาพตามตรงว่าตอนนี้ไอ้นิคมันกลายเป็นฮีโร่ของเขาไปแล้ว


“แมร่งลูกชิ้นกุ ไอ้เชี้ยตะวัน”


พอ ได้ก๋วยเตี๋ยวมากันแล้วไอ้นิคกับเพื่อนมันก็เอะอะกันอีกแล้วตามสไตล์ ถ้าเป็นทุกทีเขาก็คงนั่งกินข้าวคนเดียวไกลๆแล้วแอบหมั่นไส้กับอาการโชว์พา วของพวกมันไปพลาง แต่ตอนนี้ไอ้คิน กลับเห็นว่าไอ้สองคนนี้มันเฮฮาสนุกกันจนน่าอิจฉา ไอ้ตะวันใช้ความสามารถคีบลูกชิ้นจากชามก๋วยเตี๋ยวไอ้นิคเข้าปากตัวเองอย่าง รวดเร็ว เจ้าของลูกชิ้นเลยเป็นเดือดเป็นแค้น มันฮึ่มฮั่มในคอ ก่อนจะอมตะเกียบตัวเองแล้วจ้วงลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวไอ้ตะวัน คนแรงๆอย่างเมามันเป็นที่น่าอุจาดสายตาและความรู้สึกยิ่งนัก

“แหวะ ไอ้ซกมก ฮึ้ย แด๊กไม่ลงแล้ว เอาไปเลยมรึง แด๊กให้หมด รับผิดชอบด้วย อย่าให้เสียของ กุซื้อใหม่ก็ได้วะ”


ไอ้ ตะวันเลยยกก๋วยเตี๋ยวของมันที่ยังร้อนๆมีครบทั้งเส้นทั้งเนื้อให้ไอ้นิคไป อย่างจำยอมเพราะกลัวฤทธิ์น้ำลายหมาบ้าของเพื่อน มันสองคนหยอกกันแรงๆแต่ก็ดูน่าอิจฉา เพราะเมื่อย้อนกลับมาดูตัวเองบ้าง เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เคยมีเพื่อนให้คุยกัน เฮฮาแบบถึงไหนถึงกันได้ อย่างนี้เลยสักคน


ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป วันนั้นทั้งวัน เขาถึงได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังเหงาจับใจ เห็นไอ้ตะวัน กับไอ้แม็คมันมีเพื่อนอย่างไอ้นิคแล้วก็อิจฉามากมาย อยากเป็นเพื่อนไอ้นิคมันบ้างจัง เฮ้อ.....


คิดอะไรคนเดียว อยู่สักพักโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงคนดูแลหอพักโทรมาบ่นยาวเหยียด เรื่องที่เขายังไม่จัดการเรื่องย้ายออกจากหอให้เรียบร้อยเสียที เรื่องของเรื่องคือ ที่บ้านของเขาตอนนี้กำลังเงินช็อต เด็กขับรถส่งของที่บ้านดันกินเหล้าเมาหัวราน้ำแล้วขับรถไปชนคนอาการสาหัส ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล หมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่เพราะต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าของรถ ไอ้คินจึงค้างค่าเช่าห้องมาหลายเดือนแล้ว จนในที่สุดก็ถูกยื่นคำขาดให้ย้ายออกจากห้องภายในวันสองวันนี้ และเพราะสาเหตุนี้ ทำให้เขาต้องไปตระเวนหาหอพักราคาถูกในย่านห่างไกลผู้คนและดูไม่ค่อยปลอดภัย จนเจอพวกไอ้เอ็มลากตัวไปนั่นแหละ


เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตไปจนถึงตลาดโต้รุ่งใกล้ๆหอพัก ว่าจะหาอะไรกินเสียหน่อยแล้วค่อยขึ้นไปเก็บของ


“อ้าว คิน มาทำอะไรแถวนี้คนเดียว”


เขา เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก เลยเห็นว่าไอ้โก้มันควงสาวลงมาซื้อผลไม้ แต่ไม่ทันจะได้ตอบอะไรมันไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อมกับข่าวคราวความซวยอีกระลอก ลุงเจ้าของหอพักแกโทรมาจัดการด้วยตัวเองอีกครั้ง แกต้องการให้เขาย้ายออกให้เรียบร้อยภายในวันนี้เพราะห้องที่เขาเช่าอยู่มีคน มาเช่าต่อพร้อมจ่ายเงินค่ามัดจำเรียบร้อย พรุ่งนี้จะย้ายเข้ามาอยู่แล้ว ฟังแล้วก็แทบจะร้องไห้ออกมาดังๆในความใจร้ายใจดำของลุงเจ้าของหอ


“ครับๆ เดี๋ยวผมจะเข้าไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละครับ เงินค่าห้องที่ค้างไว้ ลุงก็หักเอาจากค่าประกันไปเลยแล้วกันครับ”


เขา กดตัดสาย มองโทรศัพท์ในมือซึมๆ เห็นทีคงต้องเอามันไปเปลี่ยนสภาพเป็นเงินใช้ประทังชีวิตไปก่อน แล้วคืนนี้จะไปนอนที่ไหนกันเนี่ย


“มีเรื่องอะไรรึเปล่า จะให้เราช่วยก็บอกได้นะ”


ไอ้ โก้บอก แต่เขาก็ส่ายหน้าตอบมันไป ไม่ซ้งไม่ซื้อมันแล้วผลไม้ เดินหมดอาลัยตายอยากกลับไปที่ห้อง คิดจะไปขอนอนกับเพื่อนก็เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองไม่มีเพื่อนที่สนิทพอจะพึ่ง พากันได้ในเวลาแบบนี้สักคน นึกแล้วก็สะท้อนใจ สงสารตัวเองจับจิต ใช้เวลาเก็บของไม่ถึงสองชั่วโมงก็เรียบร้อยเพราะเขาไม่ค่อยมีของอะไรมากนอก จากเสื้อผ้ากับหนังสือ ไอ้คินนะไอ้คิน ทีเรื่องเรียนล่ะมรึงฉลาดนัก แบบนี้เขาเรียกความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ด่าตัวเองในใจเมื่อแบกเป้ขนกระเป๋าออกมายืนเคว้งอยู่หน้าหอพักคนเดียว น้ำตาพาลจะไหลอีกรอบ


“ไอ้หน้าหวาน มรึงจะยืนซึ้งทำมิวสิคอีกนานมั้ย ขึ้นมาสิว้อย เร็วดิมรึงเปลืองน้ำมัน”


ไอ้ นิคครับ ไอ้นิคมันไม่รู้โผล่มาจากไหน ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่งของมันเข้ามาหาแล้วเรียกให้ซ้อนท้าย ไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องเขาได้ยังไง แต่ไอ้หน้าหวานก็รีบสูดน้ำมูกเช็ดน้ำตาแล้วรีบขึ้นซ้อนท้ายมันโดยไม่ต้อง ให้ไอ้เจ้าของรถมันบอกซ้ำ


“ไอ้โก้มันบอกกุว่า มรึงโดนไล่ออกจากหอไม่มีที่ไป กุเลยมาดูมรึง กุอยู่กับไอ้โก้แค่สองคน ยังเหลือห้องว่างอีกห้อง มรึงอยู่ไปก่อนแล้วกัน อยากย้ายออกเมื่อไหร่ค่อยย้าย”


ไอ้นิคมันพูดเองเออเองเสร็จสรรพ แล้วพาไปบ้านมัน แถมยังยกห้องว่างให้อยู่แบบไม่คิดมาก ทั้งๆที่เขาไม่เคยทำอะไรให้มันสักนิดแต่มันก็ยังมีน้ำใจ ทีนี้เลยซาบซึ้ง น้ำตาไหลเป็นก๊อกแตก


“มรึงนี่เอะอะก็ร้องไห้ๆ เป็นนางเอกช่องเจ็ดหรือไงวะ”


“กุ ซึ้งนี่หว่า ทั้งๆที่กุไม่เคยช่วยอะไรมรึงสักนิด แถมยังนึกหมั่นไส้มรึงด้วยซ้ำ ขอบใจจริงๆ แล้วก็ขอโทษด้วยที่เคยเกลียดมรึง ฮือๆๆ ขอบใจ ขอบใจจริงๆ”


จำ ได้ว่าคืนนั้นเขาโดนไอ้เจ้าของบ้านเทศนาเรื่องการเข้าสังคมเสียยกใหญ่ เมื่อมันรู้ว่าเขาไม่มีเพื่อนที่พอจะพึ่งพากันได้สักคน เพราะตอนแรกไอ้นิคมันเข้าใจว่า ที่เขาทำหยิ่งไม่คุยกับใครเพราะอาจจะมีเพื่อนฝูงอยู่ข้างนอก ตามประสาเด็กปีหนึ่งเพิ่งเข้าเรียนแต่ยังติดเพื่อนโรงเรียนเก่าจากม. ปลายอยู่ ไอ้นิคมันเลยย้ำให้เขาไปขอบคุณไอ้โก้ด้วย เพราะไอ้โก้มันเป็นคนเดาเรื่องจากบทสนทนาทางโทรศัพท์ของเขากับลุงเจ้าของหอ แล้วโทรเรียกให้ไอ้นิคไปช่วย



ตั้งแต่วันนั้น ไอ้หน้าหวานคินก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับไอ้ปากหมานิคและเพื่อนในสาขาได้ทีละ เล็กทีละน้อย จากเด็กเรียนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับตำรา ก็เริ่มเฮฮามีเพื่อนฝูงกับเขา จากเด็กเงียบๆที่พอเห็นไอ้นิคมึงมาพาโวยกับเพื่อนก็จะนึกหมั่นไส้รำคาญมัน อยู่ไกลๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นร่วมวงศาคณาญาติความถ่อยไปกับมันโดยปริยาย ยิ่งได้คบกันนานวันเข้า ก็ยิ่งรู้ว่าที่ไอ้นิคมันปากหมาเป็นอาจิณ เอาแต่ใจตัวเองจนเพื่อนๆขนานนามมันแบบแดกดันว่าไอ้คุณชาย แต่กลับมีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ไม่เคยขาด ก็เป็นเพราะน้ำใจของมัน ใครเดือดร้อนมาถ้ามันช่วยได้ก็จะช่วยแบบทุ่มสุดตัวสุดใจ กับคนอย่างเขา ไอ้คินหน้าหวานที่ขยันมีเรื่องกับไอ้พวกจิตหื่นกามอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ไอ้พวกนี้มันก็โดนแม่ไม้มวยไทยของไอ้นิคหมอบไปทุกราย บางรายหนักๆเข้า ก็มีการยกพวกมาแก้แค้นเหมือนกัน แต่ไอ้นิคมันก็ไม่สะทกสะท้าน บอกด้วยท่าทางโอ่ๆตามสไตล์ซ่าๆของมันว่า ย.ห. อย่าห่วง แล้วมันกับเพื่อนคนอื่นๆก็ช่วยเขาไว้ได้ทุกครั้ง ไอ้หน้าหวานคิน
ดีใจที่มีเพื่อนดีๆอย่างนี้ ไม่อายเลยที่จะบอกว่ามันรักไอ้นิคปากหมามากจริงๆ


ที่ เล่ามาสั้นๆไม่ยาวเท่าไหร่นี่คือเรื่องราวการโคจรมาพบกันของไอ้นิคปากหมากับ ไอ้หน้าหวานคิน เพื่อนซี้ต่างขั้ว ณ หมู่บ้านศุภฤกษ์ดีศรีสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตะลึงโลกา บลา บลา บลา ....... (นี่ก็มั่วอีกแล้ว ฮ่วย) ที่เอวังด้วยประการฉะนี้

---------------------------------------------------------------------------

.........................................
ตอนพิเศษ

เสียง โทรศัพท์ของไอ้เดรดร็อคดังขึ้นหลายรอบจนน่าหงุดหงิด จะโทรมาทำไมนักหนาเนี่ย ไอ้คินบ่นอุบ ก่อนจะคุ้ยอุปกรณ์สื่อสารรุ่นเก๋ากึ๊กที่โดนเจ้าของทอดทิ้งให้เดียวดายอยู่ ใต้กองหนังสือวาบหวิวพวกเอฟเอ็ชเอม แม๊กซิม อะไรทำนองนั้นขึ้นมาดูเบอร์ที่ขึ้นโชว์หน้าจอ ไม่ได้เมมชื่อไว้เสียด้วย หรือจะมีเรื่องอะไรด่วน คิดแล้วก็เดินไปหาไอ้เจ้าของโทรศัพท์ที่ไปสิงอยู่ห้องไอ้คุณนิคตั้งแต่บ่าย แล้ว


“เป้ มีคนโทรหาหลายสิบสายแล้วเนี่ย”


เคาะ ประตูห้อง แล้วโผล่หน้าเข้าไปเรียกไอ้เป้ที่กำลังเพลินอยู่กับโมเดลรถบ้าบออะไรไม่รู้ ของมันที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อเช้า ก่อนจะกลับมานั่งสุมหัวไม่สนโลกอยู่กับไอ้คุณนิคได้เป็นวันๆ ไอ้เป้ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง มันทำเสียงเล็กเสียงน้อยคล้ายจะรำคาญนิดๆ ตาก็จ้องอยู่แต่ชิ้นส่วนในมือไม่ให้พลาดแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนไอ้คุณนิครายนี้ก็กำลังใช้สมาธิอย่างหนักในการเพ่งกระแสจิตประกอบชิ้น ส่วนอะไรไม่รู้เข้าด้วยกัน


“ก็รับให้หน่อยสิครับคุณคิน ผมกับไอ้คุณนิคกำลังยุ่งๆอยู่ คุณก็อย่าเพิ่งขัดสิครับ”


ธุรกิจพันล้านจริงๆ นะพวกมรึง ให้มันได้อย่างนี้สิ


“อย่างนี้ทุกทีเลย”


บ่น อะไรต่ออีกเล็กน้อยพอเป็นพิธีก่อนจะกดรับโทรศัพท์ คินอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อปลายสายเป็นผู้หญิงเสียงหวานจ๋อย ที่สำคัญ บทสนทนาของสาวเสียงหวานที่ฝากบอกข้อความไปถึงไอ้เป้นั้นแสดงออกอย่างชัดเจน ว่ามีความสัมพันธ์ในระดับไหนกับเจ้าของโทรศัพท์

ใจเย็นก่อนไอ้คิน ความจริงอาจจะไม่ได้มีอะไรอย่างที่มรึงคิดก็ได้ พยายามปลอบใจตัวเองอย่างนี้หลังจากที่กดตัดสายไปทั้งๆที่ในใจเริ่มร้อนรน กลุ้มใจมากเข้าก็พาลนอนไม่หลับ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์อะไรจะไปหึงไอ้เป้ได้ หลบไปนั่งซึม ถอนใจเฮือกๆอยู่คนเดียว เสียงไอ้คุณนิคที่เคยล้อไอ้โก้ก็ดังขึ้นในความคิดอีก รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง น้ำท่วมไม่ถึงแห้งตายแหง๋แก๋ เฮ้อ..... แสลงใจจริงๆ


“มานั่งทำไรมืดๆตรงนี้คนเดียววะคิน กุนึกว่าผีหลอกซะแล้ว ฮูย ขวัญเอ้ยขวัญมา ไอ้แม็ค”


ไอ้ แม็คที่เดินฮัมเพลงเข้ามาในบ้านชะงักกึก แล้วลูบอกปลอบใจตัวเองเป็นการใหญ่ เมื่อเปิดไฟแล้วเห็นว่าไอ้เงามืดตะคุ่มๆที่นั่งจุมปุกอยู่ที่เก้าอี้ไม่ใช่ สิ่งลึกลับอย่างที่คิด


“มีผู้หญิงโทรหาเป้ บอกว่าอย่าลืมไปเอาของที่ลืมไว้ที่ห้องเขาด้วย มันหมายความว่ายังไงวะแม็ค กุควรจะตัดใจดีมั้ย”


ไอ้ คินเสียงซึม โรคคิดมากของมันนี่รักษาไม่หายเสียที เทียบกับไอ้คุณนิคแล้ว รายนั้นแทบจะไม่คิดอะไรเลยแต่มันเล่นลุยเข้าชนเป็นวัวบ้ากระทิงเปลี่ยวอย่าง เดียวเท่านั้น ไอ้แม็คฟังแล้วก็นิ่วหน้านิดๆ


“ปัญหาจริงๆ คือมรึงไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ต่างหาก แล้วถ้ามรึงยังไม่ยอมบอก มรึงก็ต้องกลุ้มอยู่ต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆนั่นแหละ แล้วที่ถามว่าควรตัดใจหรือเปล่า กุตอบไม่ได้หรอก มรึงคนเดียวเท่านั้นที่จะตอบตัวเองได้”


ไอ้แม็คปลดกระเป๋าออกจากไหล่ ทรุดตัวนั่งลงข้างๆเพื่อนหน้าหวาน แล้วเทศนาให้มันเกิดหนทางสว่าง


“ไม่ ใช่กุไม่อยากบอก แต่ที่กุไม่บอกเพราะกุไม่แน่ใจ บางครั้งกุรู้สึกว่ามันก็รักกุเหมือนกัน แต่บางครั้งก็เหมือนกับว่ามันไม่ได้คิดอะไรเกินเพื่อนธรรมดา กุเลยไม่กล้าบอก กุไม่แน่ใจ....”


“พอๆๆ โอเค กุเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องที่จะบอกกันได้ง่ายๆเหมือนบอกให้เด็กแถวบ้านไปซื้อโอเลี้ยง โอยั๊วะมาให้ งั้นเอาอย่างนี้ ก่อนจะบอกไป เราก็ต้องหยั่งเชิงมันดูก่อนสิ”

“มันจะได้ผลเหรอวะ”


ไอ้ แม็คไม่ตอบ แต่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ ลูบคางเบาๆ แล้วทำสายตามีเลศนัย บุ้ยใบ้ไปทางเสียงโครมครามที่ดังมาจากชั้นสอง ตามด้วยร่างสูงๆของทั้งไอ้คุณนิคกับไอ้เป้ทำสงครามน้ำลาย เดินลงบันไดมาด้วยกัน


“ปูเป้ ทำไม ปูเป้คิดไรเชี้ยๆ อย่างนี้ล่ะจ๊ะ เพื่อนมรึงยืนหน้าตาดีมีสกุลรุนชาติอยู่นี่ทั้งคน ทำไมมรึงถึงมองข้ามไปได้”


“ไม่ๆๆๆ กุจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด ขืนพามรึงไปด้วย มรึงก็ไปหมาใส่น้องเขาให้ไก่ตื่นหมดสิวะ”


แล้ว ก็หนีไม่พ้นเรื่องเฮฮาหน้าหม้อของไอ้ปากหมากับไอ้เดรดร๊อค เรื่องของเรื่องคือไอ้เป้มันไปจีบสาวต่างสถาบันไว้แล้วมีนัดเดทกัน เผอิญสาวเจ้าไม่รู้ไปโดนใครไซโคเรื่องความเจ้าชู้ของไอ้เป้มา เลยเกิดป๊อด ไม่ไว้ใจหนุ่มเดรดร๊อคคู่เดท บอกว่าจะพาเพื่อนไปด้วยอีกสองสามคน ทีนี้ไอ้เป้เลยเซ็งจิต ต้องแก้เกมด้วยการหาพวกไปด้วยบ้าง เพื่อจัดการแยกเพื่อนของฝ่ายหญิงออก ไม่ให้มาขัดขวางการเดทของมัน


“ไอ้แม็ค มรึงไปกับกุมั้ย ไปจัดการกขค.ให้กุหน่อย” ไอ้เป้หันมาขอร้องเชฟแม็ค


“สบายมาก ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”


เชฟแม็คที่ปิ๊งไอเดียบางอย่าง เห็นเป็นโอกาสอันดี เลยตอบรับไอ้เป้ไปแบบไม่ต้องคิดมาก

ปล่อย ให้ไอ้สองตัวนิคเป้มันก็เดินทะเลาะกันเอะอะเข้าไปในครัว เพราะไอ้เป้เอาแต่นั่งยันนอนยันเสียงแข็งว่ายังไงก็จะไม่ให้เพื่อนปากหมาไป ด้วยเด็ดขาด นั่นไงๆ เสียงโครมครามดังมาเป็นระยะๆแล้ว ท่าทางการใช้วิธีเจรจาขอไปร่วมทริปเดทด้วยคำพูดดีๆ ? จะไม่เป็นผล ไอ้คุณนิคมันเลยเปลี่ยนมาใช้กำลังเจรจาแทน



ตกเย็นวัน เสาร์ ไอ้เป้ก็แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างที่มันเห็นว่ากุหล่อสุดๆแล้วเดินลงมาจาก ห้อง พอมันเห็นว่านอกจากไอ้เชฟแม็คแล้ว ยังมีคนหน้าหวานนั่งรออยู่ด้วยในชุดที่พร้อมจะออกไปข้างนอกด้วยกัน อารมณ์ดีๆ ที่จะได้ออกเดทก็เปลี่ยนไปทันที ไอ้เปรตเดรดร๊อคขมวดคิ้วมุ่นมองหน้าไอ้แม็คเป็นเชิงถาม

“ไปด้วยกันเยอะๆจะได้ช่วยๆกันไง ใช่มั้ยคิน”


หัน ไปถามความเห็นไอ้คินที่ทำหน้าลำบากใจไม่น้อย ก็กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้มันยอมไปด้วยกันได้ ก็เล่นเอาน้ำลายแทบจะแห้ง ทั้งขู่ทั้งปลอบอยู่นาน กว่ามันจะยอมไปด้วย


“ทำไมมรึงมีปัญหาอะไร ให้ไอ้คินไปด้วยมันลำบากตรงไหน หรือมรึงไม่พอใจ”


“เปล่า” ไอ้เป้ตอบสั้นๆ

“งั้นก็ดี รีบไปได้แล้ว เดทครั้งแรกต้องรีบไป สาวๆจะได้ประทับใจ ป่ะ คิน”


ไอ้ แม็คยิ้มกว้าง หันไปคว้าข้อมือไอ้คินที่ทำหน้าเหรอหราแล้วถือโอกาสจูงมือเดินออกไปที่รถ ท่ามกลางสายตาขวางๆของไอ้เป้มองตามหลังมา เอาแล้วๆ เห็นทีเงินที่อุตส่าห์เอาไปจ้างไอ้โอให้มันหลอกไอ้คุณนิคไปกินเหล้าด้วย วันนี้เพื่อไม่ให้มาขัดขวางการเดทมหาสนุก ท่าทางจะไม่เสียเปล่าจริงๆ ไอ้แม็คยิ้มในหน้าอย่างคนมีแผน



คู่เดทของไอ้เป้ ชื่อ น้องจิ๊บ เป็นสาวบัญชีหน้าตาธรรมดา แต่ก็น่ารักเพราะดูใสๆ ไม่เคลือบสารพิษแบบทาแป้งเหมือนจะโบกปูน สถานที่นัดเดทของก็ไม่ได้พิสดารต่างจากคนธรรมดาทั่วไป คือ พาไปเดินห้าง ดูหนัง ต่อด้วยมื้อเย็นสุดแสนจะโรแมนติคในร้านอาหารบรรยากาศดีเป็นที่นิยมของคู่รัก


“คิน ชิมนี่สิ อร่อยดีว่ะ” คนนี้กับไอ้คินไม่ใช่คู่รัก แต่ทำตัวอย่างกับเพิ่งจีบกันใหม่ๆ


ไอ้ เชฟตักกับข้าวให้คนข้างๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับอย่างดี มันบอกว่าจะมาช่วยกำจัดกขค.ให้เขา แต่ไหงมันถึงได้มาทำท่าเอาอกเอาใจอย่างกับมาเดทกับคนตัวเล็กเสียเองอย่าง นี้วะ


ไอ้เป้ไม่สบอารมณ์มาตั้งแต่รู้ว่าไอ้คินจะมาด้วยแล้ว ไม่ใช่ว่ารังเกียจอะไร แต่ไม่อยากให้ไอ้คินมาเห็นตอนที่มันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น พอมีตาสวยๆนั่นมองมา มันก็พาลจะเลิกสนใจผู้หญิงคนอื่นทุกที ส่วนไอ้เชฟ โมโหมันจริงๆ เอาแต่เนียนจับมือถือแขนไอ้คินอยู่ได้ คอยดูนะมรึง กุจะฟ้องไอ้คุณนิค มันยิ่งหวงๆอยู่ด้วย ไอ้เป้หมดความอดทน น้องจิ๊บน้องเจิ๊บอะไรกุไม่สนแล้ว มันขอแลกที่กับน้องเปิ้ล กขค.เบอร์หนึ่งที่นั่งข้างๆคนหน้าหวานทันที


“ไอ้คินมันไม่ชอบกินของเผ็ดๆเท่าไหร่ มรึงไม่รู้รึไงไอ้แม็ค”


“แต่กุชิมแล้ว ไม่เห็นจะเผ็ดตรงไหนเลย ใช่มั้ยคิน”


ไอ้ แม็คเอาอีกแล้ว ส่งยิ้มหวานจ๋อยให้คนข้างๆ แล้วไอ้คินก็ยิ้มแบบเดียวกันส่งตอบไปให้อีก ตาต่อตาประสานกัน เห็นแล้วเป็นที่น่าขัดใจไอ้เดรดร็อคจนมันเริ่มรู้สึกนั่งไม่ติด รึไอ้เชฟกับไอ้คินจะรู้สึกให้กันมากกว่าคำว่าเพื่อน


“เป็นอะไรของมรึงไอ้เป้ ทำไมไปหักช้อนอย่างนั้นวะ รึว่าอิจฉาอยากให้กุตักกับข้าวให้มั่ง”

ไอ้เชฟแม็คอยากจะหัวเราะดังๆ

“อิจฉาบ้านมรึงสิ คิน ลองกินนี่ดูสิ”


แล้ว ไอ้เชฟกับไอ้เดรดร็อคก็ผลัดกันตักกับข้าวเหมือนจะแข่งกันทำสถิติตักเร็วโอลิ มปิค ให้คนหน้าหวานที่นั่งหน้าเขินอย่างไม่รู้จะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้แล้ว ส่วนน้องจิ๊บ น้องเปิ้ล และน้องอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่ ก็ได้แต่นั่งทำหน้างงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเดทหมู่ทริปนี้ไป


ส่งท้ายเดทแสนสนุก เชฟแม็คก็ยังมีมุกเล็กๆน้อยๆ ให้ไอ้คินเซอร์ไพรส์เล่นๆอีก


“น้องๆกุหลาบขายยังไง” กุหลาบของเด็กขายดอกไม้เหลือแค่ดอกเดียวพอดี
พอ จ่ายเงิน รับดอกไม้มาเรียบร้อย สาวๆในโต๊ะทั้งหมดก็พากันจ้องกุหลาบแดงดอกเดียวดอกสุดท้ายที่ไอ้แม็คซื้อ แบบลุ้นระทึกว่าใครจะเป็นสาวผู้โชคดีได้ครอบครองดอกไม้ดอกสุดท้ายจากชาย หนุ่ม ไอ้แม็คนั้นทำหน้านิ่ว มองหน้าสาวๆทั้งสามคนสลับไปมาเหมือนคิดไม่ตก ก่อนจะตัดสินใจได้ ยิ้มออกมา แล้วส่งดอกไม้ในมือให้คนข้างๆ


“กุให้มรึงแล้วกันนะคิน” ไอ้คินทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมรับดอกไม้จากเขาแต่โดยดี


“ทำไมมรึงต้องให้ไอ้คินด้วย” ทำเสียงแข็งใส่กุเชียว 55 ไอ้เชฟเลยตีหน้าตายตอบ


“ก็ สาวๆเขามีตั้งสามคน เกิดกุให้คนหนึ่ง คนที่เหลือก็เสียใจสิ กุเลยตัดปัญหาให้ไอ้คินดีกว่า อีกอย่างกุตั้งใจจะอุดหนุนน้องเขาด้วย ทำไม ถามอย่างนี้ หึงไอ้คินรึไง”

ซัดไปหนึ่งดอก ไอ้คินหน้าแดงแป๊ด ส่วนไอ้เป้ก็สวนมาแบบร้อนตัว


“หึงเชี้ยอะไรของมรึง ทำไมกุจะต้องไปหึงไอ้คินมันด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ถ้าเป็นน้องจิ๊บล่ะว่าไปอย่าง”


ไอ้ เป้ถือโอกาสหยอดสาวเสียเลย ไม่ได้สังเกตว่า ไอ้คินออกอาการถึงขั้นกินไม่ลงเอาดื้อๆ เล่นเอาไอ้เชฟแทบจะเอาเท้าลูบปากไอ้เดรดร๊อคโทษฐานพูดไม่คิด บรรยากาศหลังจากนั้นไม่ต้องบอกใครๆก็ต้องเดาได้ว่า มันเครียดยิ่งกว่าประชุมจัดตั้งคณะรัฐบาลอีก คนหน้าหวานไม่ยอมพูดกับไอ้เป้สักคำ อย่างดีก็แค่ส่ายหน้าตอบเท่านั้น



“เป็นอะไรรึเปล่า หรือว่าไม่สบายตรงไหน”

ไอ้ เป้แปลกใจ ยกมือขึ้นจะแตะหน้าผากวัดไข้ตามปกติ แต่คราวนี้กลับโดนอีกฝ่ายปัดมือทิ้งแรงๆ พอรถจอดนิ่งสนิทในบ้าน คนหน้าหวานก็รีบเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินแกมวิ่งเข้าบ้านแบบไม่รอใคร

“เป็นอะไรของมรึงเนี่ย”

ไอ้ เป้ไม่ยอม มันตามมาคว้าแขนคนตัวเล็กกว่าไว้ ส่วนเชฟแม็คตัวจุดชนวนเรื่องราวทั้งหมดก็ยืนซุ่มดูอยู่อย่างรอลุ้น ว่าละครฉากนี้จะจบลงยังไง

“เป็นอะไรก็ได้ ที่ไม่เกี่ยวกับมรึง”

“พูดงี้หมายความว่าไงคิน”

“ก็หมายความอย่างที่มรึงได้ยินนั่นแหละ”

“มรึงอย่ามาทำตัวงอแงเป็นเด็กอย่างนี้ โกรธอะไรก็บอกมาสิ กุจะได้ขอโทษ”

ไอ้เป้เสียงนุ่มลง เหมือนปลอบเด็กๆ

คน ที่ซุ่มดูอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ถึงกับถอนใจ ไอ้เป้มันงี่เง่า แต่ในขณะเดียวกันมันก็อ่อนโยนกับไอ้คินแบบที่ไม่เคยทำให้ใคร ถ้าสังเกตสักนิดก็จะมองออกไม่ยาก ว่าสำหรับไอ้เดรดร๊อคแล้ว ไอ้คินมันมีความสำคัญยิ่งกว่าเพื่อนเสียอีก แต่ก็อย่างที่บอกว่าไอ้เป้มันงี่เง่า พยายามจะปฏิเสธความรู้สึกตัวเองด้วยการทำบ้าจีบสาวไปทั่วอยู่ได้ ส่วนไอ้คิน รายนี้ก็ปากแข็งเป็นหินอ่างศิลา ไอ้คู่นี้มันยังไงกันวะ ขืนปล่อยไปตามยถากรรมมีหวังชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่สมหวังแน่ อย่างนี้มันต้องกระตุ้นโดยการเพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาเสียหน่อย


“จะ มาขอโทษกุทำไม มรึงบอกเองไม่ใช่เหรอว่า กุกับมรึงไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วมรึงจะมาใส่ใจอะไรกับความรู้สึกของคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกับมรึงด้วย”


ไอ้คินจ้องหน้าคนตัวสูงตาขวาง บิดแขนออกจากมือไอ้เป้แล้วเรียกหาไอ้เชฟ

“แม็ค ขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย”

ไอ้ แม็คเลยจำใจต้องโผล่ออกมาจากซอกหลืบที่ใช้เป็นยุทธศาสตร์แอบฟังเรื่องชาว บ้าน มันเดินตามอีกฝ่ายไปนั่งที่โซฟาด้วยอย่างไม่ขัดข้อง รู้แล้วล่ะ ว่าจะคุยเรื่องอะไร

“คุยกันแค่สองคนนะแม็ค”


ไอ้คิน เน้นเสียงหนักใส่ คล้ายจะบอกไอ้เป้ที่ยังยืนนิ่งไม่ไปไหนด้วย ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกจากปากมัน มีแต่สายตาบอกว่าเสียใจของไอ้เปรตเดรดร๊อคส่งมาให้ นี่แหละน้า ก่อนพูดไม่รู้จักคิดให้ดีเสียก่อน ไอ้เชฟลอบถอนใจกับความซื่อบื้อของเพื่อน

พอลับร่างสูงๆของไอ้เป้ไปแล้วไอ้คินก็เริ่มเสียงเครือ


“กุเข้าใจว่ามรึงพยายามจะทำอะไร แต่ไม่เอาแล้วนะแม็ค พอแล้วนะ”

“กุทำอะไรล่ะ”

“มรึงอย่า กวนกุได้มั้ย แค่นี้กุก็จะแย่แล้ว กุรู้ว่ามรึงแกล้งลองใจไอ้เป้ แต่มรึงอย่าเสียเวลาเปล่าเลย ไอ้เป้มันได้คิดอะไรกับกุหรอก”

ไอ้คินน้ำตาคลอ เสียงเหมือนคนเป็นหวัด

“ใครว่ากุแกล้ง ที่กุแสดงออกวันนี้ทั้งหมดนี่มรึงไม่รู้จริงๆรึว่ากุรู้สึกยังไง”

ไอ้แม็คหน้าขรึม ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องนั่งเล่น ไอ้คินนั้นอึ้งไปทันที น้ำตาแทบหยุดไหล

“มรึงอย่ามาอำกุ มรึงก็แค่จะแกล้งลองใจไอ้เป้ต่างหาก” ไอ้คินเสียงตะกุกตะกัก แต่แววตาและสีหน้าของอีกฝ่ายบอกว่าไม่ได้ล้อเล่น


“กุไม่ได้อำ ให้โอกาสกุอีกสักคนไม่ได้เหรอคิน กุเชื่อว่าตัวเองก็ดูแลเอาใจใส่มรึงได้ดีไม่แพ้ไอ้เป้หรอก”

“แต่.....”


“ที่ กุไม่เคยบอกเพราะเห็นว่ามรึงมีคนที่ชอบแล้ว แต่วันนี้มรึงก็ได้ยินจากปากมันแล้วไม่ใช่เหรอว่ามันรู้สึกยังไง รักคนที่เขารักเราดีกว่านะคิน ช่วยเก็บเอาไปคิดด้วย แล้วกุจะมาเอาคำตอบทีหลัง”

ไอ้แม็คยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกออกไป ทิ้งให้ไอ้คินนั่งจมอยู่กับความคิดอยู่เพียงคนเดียว




หลัง เลิกเรียนในวันแรกของสัปดาห์ใหม่ ชาววิดวะคอมก็มีรวมพลแข่งบอลนัดกระชับมิตรกระชากศัตรู ใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะแพ้ต้องออกตังค์เลี้ยงเหล้าตามที่พนันขันต่อกันไว้ ก็จะได้เห็นกันก็คราวนี้ล่ะ

ไอ้คุณนิคของเพื่อนๆ ถนัดแต่ใช้แรงงาน เรื่องกีฬามันเก่งไปเสียทุกอย่าง ผิดกับเรื่องเรียนที่ได้แมวได้หมามากลับบ้านไปเพาะพันธุ์ด้วยทุกเทอมจับคู่ กับไอ้โออยู่ในตำแหน่งกองหน้า มันสบถโวยวายลั่นเมื่อฝ่ายตรงข้ามชิงทำประตูขึ้นนำไปก่อน ไอ้คุณชายหันมาด่าไอ้แม็คที่วันนี้สมัครใจขอนั่งอยู่ข้างสนามเป็นคนดูอยู่ กับไอ้คินแบบหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทั้งๆที่ปกติไอ้เชฟมันเป็นประตูมือกาวตราช้างของทีม แต่วันนี้มันดันเบี้ยว สโมรสรหมาบ้านิคเลยถูกขึ้นนำไปก่อนหนึ่งศูนย์ ขัดใจไอ้คุณชายศูนย์หน้าดาวยิงอย่างยิ่งยวด


ครึ่งแรกผ่าน ไป ไอ้คุณนิคเดินออกจากสนามมาด้วยสีหน้าปานจะล้วงตับทวารบาลจอมอู้งานออกมากิน มันคว้าเอาน้ำเปล่าในขวดที่ไอ้แม็คถืออยู่ไปราดหัวตัวเองจนหมด แถมยังโชว์หวิวด้วยการถอดเสื้อออกทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วไอ้ตะวันกับไอ้โอก็ตามมาหวิวด้วยอีกสองราย แต่ละคนนี่เหงื่อไหลไคลย้อยอย่างกับไปออกแรงเป็นกรรมกรกันมา ยิ่งถูกขึ้นนำ มันก็ยิ่งกระเหี้ยนกระหือกันใหญ่ เสื้อแสงไม่ใส่ ตีหน้าถ่อยกันถ้วนหน้าอย่างนี้ สงสัยคงได้กลับค่ำกันแน่ๆ


“เป็นเชี้ยอะไรของมรึงวะไอ้แม็ค กุบอกให้ลงเล่นก็ไม่ลง”


“ขี้เกียจ อีกอย่างจะปล่อยให้ไอ้คินนั่งเหงาคนเดียวอยู่ได้ไง”


ไอ้ แม็คจงใจพูดขึ้นดังๆ เมื่อเห็นไอ้เปรตเดรดร็อคเดินเข้ามา ก็วันนี้ไอ้คุณนิคโทรสั่งให้ไอ้เป้มันมารับคนหน้าหวานเพราะมีนัดเตะบอลกับ เพื่อน เขาก็เลยลางานชั่วคราวจากตำแหน่งผู้รักษาประตูมานั่งเฝ้าไอ้คินดีกว่า


หลัง จากเดทอลหม่าน และคำสารภาพของเขาในวันนั้นผ่านพ้นไป ไอ้คินยังโกรธไอ้เป้ พาลไม่ยอมพูดด้วยจนถึงวันนี้ ส่วนท่าทีที่คนหน้าหวานมีต่อเขาก็ดูกระอักกระอ่วน และลำบากใจอยู่ตลอดเวลา มีสายตาที่บอกว่ารู้สึกให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้นส่งมาให้อย่าง ชัดเจน


“อะไรของมรึงวะไอ้แม็ค ทำตัวติดไอ้คินเป็นตังเมเลยวะ”


ไอ้ ตะวันตั้งข้อสังเกตได้ถูกใจเชฟจริงๆ ไอ้เป้มันออกอาการตาขวางมาให้ทันทีที่ไอ้ตะวันถามจบ นักบอลรายนี้ก็ดูอารมณ์เสียไม่แพ้หัวหน้าทีมของมัน เพราะฝ่ายตรงข้ามแต่ละคนนี่ ว่าที่คนไข้ตับแข็งทั้งนั้น กินเหล้าทีอย่างกับจะกินเผื่อไปให้ถึงชาติหน้า ดูท่าว่าถ้าแพ้ขึ้นมามีหวังได้กินมาม่ากันไปทั้งเดือนแน่


“เออ ว่ะแมร่ง กุอุตส่าห์โทรบอกให้ไอ้เป้มารับไอ้คิน ก็เพราะจะให้มรึงลงเล่นด้วย นี่ดันเจือกมานั่งเฝ้าไอ้คินแทนที่จะเฝ้าประตูให้พวกกุซะงั้น นี่ถ้าพวกกุแพ้ มรึงต้องรับผิดชอบด้วยการช่วยออกตังค์ค่าเหล้าด้วยนะว้อย โทษฐานที่มรึงเบี้ยวไม่ยอมลงเล่น”

ไอ้คุณนิคบ่น แล้วมันก็หันไปเต๊ะท่าปาดคอใส่ฝ่ายตรงข้ามเป็นการข่มขวัญ


“ก็กุห่วงไอ้คินนี่ ปล่อยมันไว้คนเดียวได้ซะที่ไหน”

ไอ้ แม็คยิ้มกว้าง ไอ้คินยิ้มแหยๆ ส่วนไอ้เป้ก็ยิ้มกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่เป็นยิ้มพิฆาตมาร มันหัวเราะหึๆ โยนของโครมครามลงบนโต๊ะเหมือนจะระบายอารมณ์ลงกับข้าวของ


“เชี้ยเป้ อะไรของมรึงเนี่ย ทำไมวันนี้พวกมรึงทำตัวแปลกๆกันหมดวะ”


ไอ้ คุณนิคเกาหัวก่อนจะเรียกพรรคพวกกลับไปลงสนามเมื่อถึงเวลาเริ่มครึ่งหลังแล้ว มันแข่งกันแบบเป็นการเป็นงาน มีพร้อมทั้งกรรมการ ทั้งไลน์แมน เพื่อเหล้ามันทำได้กันทุกอย่างจริงๆ ไอ้พวกนี้

“ท่าทางพวกมันคงเล่นกันอีกยาว ไปหาอะไรกินก่อนมั้ย” ไอ้แม็คหันไปชวนคนข้างๆ
หากอยู่ ด้วยกันแค่สองคน เดาไม่ออกว่าไอ้คินมันจะตอบว่ายังไง เพราะดูมันลำบากใจกับความรู้สึกของไอ้เชฟไม่น้อย แต่นี่มีไอ้เป้มานั่งเสนอหน้าอยู่ด้วย คนหน้าหวานเลยตอบรับคำชวนแบบไม่ต้องคิด


“นี่มรึงจะไม่ชวนกุสักคำเหรอวะ”

แทน ที่จะโวยคนชวนจริงๆอย่างไอ้แม็ค แต่ไอ้เป้กลับทำเสียงหงุดหงิดใส่ไอ้คิน เหตุผลก็เพราะไม่มีทีท่าว่าคนหน้าหวานจะพูดอะไรกับมันสักคำเลยน่ะสิ


“ทำไมจะต้องชวน ถ้าอยากไปด้วยก็ถามไอ้แม็คดูสิ กุไม่ได้เป็นคนต้นคิดเสียหน่อย”


“นี่มรึงอย่ามาชวนทะเลาะได้มั้ยคิน เป็นอะไรนักหนาตั้งแต่วันนั้นแล้ววะ”


“กุชวนมรึงทะเลาะตรงไหนไอ้เป้ ไปเถอะแม็ค ขี้เกียจอยู่กับพวกพูดไม่รู้เรื่องว่ะ”


ไอ้ คินคว้าหนังสือกับกระเป๋าเดินดุ่มๆออกไปอย่างหัวเสียไม่ต่างกับไอ้เป้ ที่ตอนนี้หันมาทำตาเขียวตาขวางเป็นหมาบ้าใส่เขา สงสัยติดเชื้อบ้าไอ้คุณนิคมาแล้วแน่ ไอ้แม็คตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้รีบเก็บของวิ่งตามคนหน้าหวานไป



สถานการณ์ระหว่างไอ้คินกับไอ้เป้ยิ่งดูเลวร้ายเข้าไปเรื่อยๆ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลงให้กัน
คน ที่ซวยไม่รู้เรื่องรู้ราวที่สุดก็คงเป็นไอ้คุณนิค ที่ต้องทนฟังไอ้สองตัวทะเลาะกันแบบไร้เหตุผล วันนี้ก็เอาอีกแล้ว มันต้องไปช่วยพี่กวางขนของย้ายหอพัก ไอ้คุณชายเลยจัดการสั่งเสียให้ไอ้เป้ดูแลไอ้คิน เพราะคนหน้าหวานเป็นกำลังหวัดแถมยังมีไข้อีกด้วย


“ฝากดูมัน หน่อยนะไอ้เป้ กุคงกลับดึกๆโน่นล่ะ ไอ้คินมรึงกินข้าวกินยาแล้วก็นอนซะนะ ไม่ต้องเจือกฟิตอ่านหนังสือดึกดื่นค่อนคืนอีกหรอก ถ้ามรึงไม่ได้เกียรตินิยมเดี๋ยวกุจะไปบอมบ์บ้านจารย์แมทให้เอง”

ไอ้นิคสั่งเสียฝากฝังอย่างกับไอ้คินเป็นลูกคนเล็กของมัน แต่คราวนี้ลูกคนเล็กไม่ได้อยู่ในโอวาทแต่โดยดีเหมือนทุกครั้ง


“ไม่เป็นไรหรอกไอ้คุณนิค กุเกรงใจไอ้เป้มันว่ะ” ไอ้คินเสียงเรียบแต่ก็มีแววประชดเล็กๆ

“เกรงใจอะไรของมรึง เพื่อนกันแท้ๆ” ไอ้นิคงง มรึงจะมานึกเกรงใจอะไรขึ้นมาตอนนี้วะ

“เพื่อนเหรอ มรึงเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าไอ้คุณนิค กุกับไอ้เป้ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้นแหละ”


“นี่อะไรนักหนาวะ มรึงทำไมคิดเล็กคิดน้อยไม่เลิกอย่างนี้ กุก็ขอโทษไปแล้วมรึงจะเอาอะไรกับกุอีก”

ไอ้เป้เริ่มมีน้ำโห แต่ไม่ทำอะไรเอะอะเพราะไอ้คุณนิคยังไม่ไปไหน


“พวก มรึงนี่อะไร ทะเลาะกันเป็นเด็กๆไปได้ ไปล่ะๆ เดี๋ยวไอ้โก้กับไอ้แม็คคงกลับมาแล้ว นี่กุคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่บอกให้มรึงดูแลไอ้คินมัน จะกัดกันตายก่อนรึเปล่าวะ”


ไอ้นิคบ่นๆแล้วคว้ามอเตอร์ไซค์ฮ่างคู่ชีพออกจากบ้านไป แล้วพอลับตาไอ้คุณชาย เท่านั้น ไอ้เป้ก็เป็นฝ่ายเปิดเกมก่อน

“คุยกันก่อนได้มั้ยคิน”


ไอ้ เป้รีบคว้าแขนคนตัวเล็กกว่าไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนีเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่ทันจะได้คุยกัน เสียงไอ้เชฟก็ตะโกนมาจากนอกบ้าน ทำเอาไอ้เป้ถอนใจเฮือกใหญ่เซ็งๆ สาเหตุส่วนหนึ่งที่ง้อไอ้คินไม่สำเร็จสักทีก็เพราะไอ้เชฟนี่แหละ ทำไมมันต้องโผล่มาขัดหูขัดตาได้ตลอด แถมยังเจือกโผล่มาตอนที่จะเคลียร์กับไอ้คินทุกครั้งเลย

“ช่างเถอะ กุเลิกสนใจคำพูดของมรึงแล้วล่ะ”


คน ตัวเล็กกว่าแกะมือไอ้เป้ออกด้วยสายตาเย็นชาแล้วเดินออกไปหาไอ้แม็ค แต่คราวนี้ไอ้เป้ไม่ถอยอย่างครั้งก่อนๆแล้ว อุตส่าห์ขอโทษเป็นสิบๆครั้งก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องสักที ร่างสูงก้าวยาวๆสองสามก้าวก็ตามไอ้คินทัน

“ทำไมมรึงต้องมาแคร์คำพูดไร้สาระสองสามคำของกุด้วย มรึงทำอย่างกับว่ากำลังน้อยใจกุ”

“ใครจะไปน้อยใจมรึง ปล่อยได้แล้ว ไอ้แม็คมันเรียกแล้ว”

“ช่างหัวไอ้แม็คเถอะน่า” ไอ้เป้ขึ้นเสียงใส่ ทีนี้เลย หมดความอดทนกันทั้งสองฝ่าย

“มรึงฟังนะเป้ กุไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้โกรธ แต่กุเสียความรู้สึก เข้าใจมั้ยคำว่า เสียความรู้สึกน่ะ
มรึงพูดออกมาได้ง่ายๆ พูดไม่คิด แล้วถึงจะคิด มรึงก็คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ พูดกันขำๆ”

ไอ้คินเริ่มจมูกแดงๆ ว่าจะไม่ร้องแล้วเชียว เกลียดจริงๆไอ้นิสัยบ่อน้ำตาตื้นของตัวเองเนี่ย


“มรึง ไม่ผิดหรอกเป้ ไม่ต้องขอโทษแล้ว คนผิดเป็นกุเองต่างหาก กุคิดเล็กคิดน้อย ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่อย่างที่มรึงว่าจริงๆนั่นแหละ แต่เพราะอะไรรู้มั้ย เพราะว่ามรึงเป็นคนสำคัญของกุยังไงล่ะ คำพูดของมรึงทุกคำก็สำคัญสำหรับกุด้วยเช่นกัน มรึงเข้าใจมั้ย กุไม่ได้โกรธ ไม่น้อยใจอะไรทั้งนั้น เพียงแต่เสียความรู้สึก แล้วความรู้สึกที่มันเสียไปแล้ว มันก็เรียกคืนมาได้ยาก หรือบางที มันอาจจะเรียกกลับคืนมาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

ไอ้คินนึกดีใจที่กลั้นน้ำตาไว้ได้สำเร็จ


“ต่อไปกุจะไม่ชวนทะเลาะแล้ว มรึงก็ไม่ต้องมาใส่ใจอะไรกับคำพูดของกุด้วย ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน”


พอพูดจบก็รีบเดินออกไปหาไอ้เชฟท่ามกลางเสียงสบถคนเดียวของไอ้เป้ ตามด้วยเสียงโครมครามเหมือนมันกำลังระบายอารมณ์กับข้าวของอยู่


ไอ้ แม็คกับไอ้โก้ยืนถือถุงข้าวต้ม สีหน้าไม่ค่อยดีกันเท่าไหร่ ท่าทางพวกมันคงจะได้ยินคำพูดของเขาหมดทุกอย่างเลยแน่ๆไอ้เชฟมันถึงได้ทำ หน้าเศร้าอย่างนั้น ขอโทษนะแม็ค กุโง่เองที่รักมรึงไม่ได้ ทั้งๆที่มรึงก็ดีกับกุขนาดนี้ อยากจะบอกมันอย่างนี้ แต่น้ำตาที่กลั้นไม่อยู่แล้วไหลออกมาเสียก่อน พูดอะไรไม่ออกเหมือนมีอะไรมาจุกอก


“ไอ้คุณนิคมันโทรบอกว่ามรึงไม่ค่อยสบาย เลยให้กุแวะซื้อยากับข้าวต้มมาให้มรึง กินข้าว กินยาแล้วนอนนะคิน”


ไอ้ แม็คพยายามปลอบโดยหลีกเลี่ยงที่จะพาดพิงถึงเรื่องไอ้เป้ ยิ่งไอ้คินมันกำลังป่วย สภาพจิตใจมันคงย่ำแย่หนักพอสมควร เลยจัดการพาไอ้คนป่วยน้ำตาท่วมไปกินยาแล้วบังคับให้มันเข้านอน


หลัง จากวันนั้นไอ้คินก็ทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง จะเปลี่ยนไปก็มีบ้าง เช่นว่า ไอ้คินยืนยันจะกลับบ้านเองไม่ต้องลำบากไอ้เป้คอยรับส่งเหมือนทุกครั้ง (แต่ไอ้นิคก็ยังบังคับให้ไอ้แม็ค หรือไม่ก็ไอ้โก้ ทำเนียนว่าขับรถผ่านมา เลยแวะมารับไอ้คินที่คณะอยู่ดี)

ไอ้คิน ยังพยายามดูหนังผีคนเดียวให้ได้ ฝึกไว้ ให้ไม่หลอน ตอนอยู่บ้านคนเดียวดึกๆจะได้ไม่ต้องรบกวนไอ้เป้ให้รีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อน (แต่ไอ้นิคก็ยังบังคับให้แม็คหรือไม่ก็ไอ้โก้ ให้รีบกลับบ้านมาอยู่เป็นเพื่อนไอ้คินอยู่ดี)


นอกจากนี้ ไอ้คินยังพยายามออกกำลังสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มนมก่อนนอนทุกวัน ให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ จะได้ไม่ป่วยบ่อยๆ รบกวนไอ้เป้ต้องพาไปโรงพยาบาลหรือคอยดูแลให้เขากินยาตามที่หมอสั่งอีก (แต่ข้อนี้ไอ้นิคไม่ได้ทำอะไร เพราะขนาดตัวมันเองยังกินยายากเลย)


และอีกหลายๆข้อ ตามที่ได้บอกกับไอ้เป้ไว้ว่า ต่างคนต่างอยู่ จริงๆ


“ทำไมไอ้คินมันยังไม่กลับวะ”

ไอ้นิคเพิ่งพาหญิงไปดินเนอร์ แต่พอกลับบ้านมาไม่เห็นไอ้คิน ก็หงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนพ่อหวงลูกสาว


“แล้วจะปิดโทรศัพท์ทำเหวไรวะเนี่ย ฮึ้ย”


อาบ น้ำกินข้าวไปแล้วจนจะหิวอีกรอบ ไอ้คินก็ยังไม่กลับ ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือทุกๆสิบวิฯ ปกติไอ้คินมันอยู่ที่คณะดึกสุดก็แค่สามทุ่ม แต่นี่จะสี่ทุ่มแล้วมันยังหายหัว โทรถามใครก็บอกไม่เห็นๆ ทีนี้ความอดทนอันน้อยนิดก็สิ้นสุดลง ไอ้นิคคว้ากุญแจรถจะไปตามหาเพื่อน พอดีไอ้เป้ขับรถเข้ามาพอดี ไอ้คุณชายรีบวิ่งออกไปดูเผื่อจะเห็นไอ้คินกลับมากับไอ้เป้


“ไอ้คินล่ะ” ถามไอ้เป้เร็วๆ


“ไม่ได้มากับกุ ทำไม มันยังไม่กลับเหรอ” ทีนี้ไอ้เป้ก็เริ่มออกอาการบ้าง


“เออสิ แมร่ง ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่รู้รึไงว่าคนอื่นเขาเป็นห่วง ไอ้แม็คไอ้โก้ ไปช่วยกันหาไอ้คินหน่อย เร็ว”


ไอ้ นิคออกคำสั่ง ควบมอเตอร์ไซค์นำออกจากบ้านไปก่อน เสียงเบรกดังลั่นเมื่อสิงห์นักบิดไซด์โค้งเข้าจอดรถที่หน้าตึกสาขาแบบเหม็น ไหม้ตลบ วิ่งหาจนทั่วก็ไม่เห็นวี่แวว บนตึกก็ปิดหมดแล้ว พอถามพี่ยามแกก็บอกไม่เห็นใคร เอาไงดีวะ

“ไม่เจอเลยว่ะ”


ไอ้ แม็ควิ่งไปหาที่ตึกสาขาอื่นมาก็ไม่เจอเหมือนกัน แยกย้ายกันไปเดินหาอีกรอบจนทั่วคณะก็ยังไม่เจออยู่ดี ทีนี้แต่ละคนก็เริ่มกระสับกระส่าย คิดไปต่างๆนานา โดยเฉพาะคิดกลัวกันไปว่าไอ้คินมันจะโดนใครลากไปรึเปล่า มันยิ่งหน้าตายั่วใจออกอย่างนั้น

“กุจะไปแจ้งตำรวจ” ไอ้นิคเตรียมจะพึ่งผู้พิทักษ์สันติราษฎ์แต่โดนดึงตัวไว้ก่อน


“ยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง เขาไม่รับแจ้งว้อย” ไอ้โก้ก็จำๆมาจากในละคร


“เอา อย่างนี้ ตอนนี้กลับบ้านกันก่อน เผื่อไอ้คินมันจะกลับถึงบ้านไปแล้ว ถ้าไม่เจอก็ลองโทรหาเพื่อนคนอื่นๆอีกที โทรหาให้ครบทุกคน เผื่อไอ้คินมันจะอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งในนั้น”


ไอ้เป้ดูจะมี สติที่สุด มันบอกเร็วๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างจากคนอื่น จากนั้นก็พากันยกโขยงกลับบ้านเมื่อไม่เห็นว่าจะมีวิธีไหนที่ดีกว่านี้แล้ว


เมื่อกลับไปถึงบ้าน คณะตามหาคนหายก็พากันถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ไอ้คินมันยืนคุยอยู่กับไอ้โอหน้าตาไม่ทุกข์ร้อนที่โรงรถ หันมาถามว่าหายไปไหนกันมา แต่ละคนเลยมีอาการต่างกันไปคนละอย่าง


ไอ้ นิคนั้นแทบจะแล่นเข้าไปบีบคอไอ้คิน โทษฐานที่ทำให้คนอื่นเป็นห่วง วุ่นวายกันทั้งบ้าน ไอ้แม็คกับไอ้โก้ถอนใจโล่งอกเอือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าเพื่อนกลับมาครบสามสิบสองไม่มีบุบสลาย
ส่วนไอ้เป้ มันยืนมองไอ้คินนิ่งๆอยู่ครู่เดียว ครู่เดียวจริงๆ แล้วมันก็เดินเข้าบ้านไปเงียบๆไม่พูดไม่จาอะไรสักคำ


“เชี้ยโอ สาดดด แล้วตอนกุโทรถาม ทำไมมรึงบอกไม่เห็น”

“อ้าว ก็มรึงถามว่าเห็นไอ้คินมั้ย กุก็ตอบว่าไม่เห็นดิ ก็ไอ้คินมันเข้าห้องน้ำอยู่ กุไม่ใช่ตาซุปเปอร์แมนนี่ จะได้มองทะลุประตูได้”

ดูมันตอบ ตกลงนี่กุผิดเองใช่มั้ยเนี่ย กุโง่หรือมันโง่ ไอ้นิคอยากจะลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด


“แล้วมรึงปิดมือถือทำไมคิน” หันไปเอาเรื่องกับไอ้คินบ้าง

“แบตหมด”

“แล้วทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ไอ้โอโทรมาบอกว่าจะกลับค่ำ” เสียงเหี้ยมใส่ไม่เลิก

“ไอ้ คุณนิค กุโทรบอกมรึงตั้งแต่หัวค่ำแล้ว แต่หญิงของมรึงรับแทน กุก็ฝากบอกไปแล้วว่ากุจะกลับดึกจะไปช่วยไอ้โอทำพอร์ท พี่เขาไม่บอกมรึงเหรอวะ”

ไอ้คินชี้แจงเสียงหน่าย


“อ้าวเหรอ ไม่เห็นพี่ตาลบอกว่ะ ฮึ้ย แบบนี้คบกันไม่ยืดแน่ พี่ตาลนะพี่ตาล”


ไอ้ นิคโมโหโทโสกับหญิงในสต๊อคของมัน แล้วก็ไล่ให้แต่ละคนแยกย้ายกันไปนอนเพราะดูเวลาก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว ก่อนจะกลับหอ ไอ้โอมันก็โดนเจ้าของบ้านไล่เตะตูดไปสองสามที ข้อหากวนจนได้เรื่อง


ไอ้คินเดินเนือยๆเข้าบ้านไปก่อน ได้ยินเสียงโวยวายของโอริโอ้กับไอ้คุณชายดังแว่วๆมาจากหน้าบ้านก็อดยิ้ม น้อยๆไม่ได้ ถึงจะเศร้าเรื่องไอ้เป้ แต่อย่างน้อยเขาก็โชคดีที่มีเพื่อนดีๆหลายคนคอยเป็นห่วงเป็นใยกันตลอด ส่วนเรื่องความรัก ก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตา ถอนใจบางๆ กำลังจะเปิดประตูแต่ก็เปลี่ยนใจ ยืนนิ่งเงียบอยู่หน้าห้อง ช่วงนี้เขากลับดึกทุกวัน ตั้งใจจะเลี่ยงไอ้เป้ แต่เพราะเป็นเมดกันก็เลยค่อนข้างลำบาก จะขอแลกห้องกับพวกไอ้โก้ก็เกรงใจพวกมัน เลยต้องกลับดึกๆ ออกจากบ้านแต่เช้าอย่างนี้ทุกวัน เหนื่อยใจพอดู


“จะยืนอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่”

ไอ้ เป้เสียงเรียบ ไม่รู้มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเดินหลบคนตัวเล็กกว่าเปิดประตูเข้าไปในห้อง ไอ้คินเลยต้องเดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้ พอปิดประตู คนตัวสูงก็เริ่มเสียงดังใส่


“ทำไมมรึงต้องทำอย่างนี้ กลับบ้านดึกๆดื่นๆทุกวันอย่างนี้ ไม่รู้รึไงว่ากุเป็นห่วงแทบบ้า ไอ้นิคก็จะแจ้งความอยู่แล้ว แต่ละคนนี่วิ่งหามรึงกันให้ทั่ว จะหลบหน้ากุทำไมต้องให้คนอื่นมาเดือดร้อนด้วย ไม่อยากเห็นหน้ากุก็บอกตรงๆ บอกมาเลย แล้วกุจะเก็บข้าวของออกไปเดี๋ยวนี้แหละ”


“ก็เอาสิ เรื่องของมรึง ก็บอกแล้วไงว่าต่างคนต่างอยู่”


“โธ่เว้ย ทำไมมรึงเข้าใจอะไรยากอย่างนี้วะ”


ไอ้ เป้โวยลั่น ไอ้คินกำลังจะเถียงแต่ก็ต้องอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง เมื่อร่างสูงคว้าตัวเขาเข้าไปกอดแน่น ไอ้เป้ซบหน้าลงกับไหล่เล็ก เอ่ยปากขอโทษเสียงเครือ


“กุรู้ว่ามรึงเสียความรู้สึกกับคำพูด โง่ๆของกุมากแค่ไหน แต่กุก็ยังอยากจะขอโทษอยู่ดี ขอโทษนะคิน อย่าทำอย่างนี้อีก อย่าหายไปอย่างนี้อีก มรึงไม่รุ้หรอกว่ากุเป็นห่วงมรึงมากแค่ไหน กุแทบบ้าตอนที่หามรึงไม่เจอ กุพยายามตามหา แต่ก็ไม่เจอ กุพยายามตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ”


ร่าง ในอ้อมแขนนิ่งไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั่น ไอ้เป้ยังคงกอดไม่ปล่อย เหมือนกับว่าถ้าปล่อยมือแล้ว ไอ้คินจะหายไปอีก


“กุผิดเองที่พยายามปฏิเสธความรู้สึกตัวเองจนทำร้ายมรึงโดยไม่รู้ตัว กุขอโทษ กุขอโทษ”


คินเงียบไปนานกว่าจะเอ่ยปากถาม มาถึงตอนนี้เขาพอเข้าใจแล้วว่าไอ้เดรดร๊อคมันกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่



“มรึงกังวลอะไรอยู่กันแน่ เป้”



“กุ ทั้งกลัว ทั้งกังวลไปหมด กุเป็นผู้ชาย มรึงก็เป็นผู้ชาย กุไม่อยากให้ใครมองมรึงไม่ดี บางครั้งกุก็สับสนจนไม่รู้จะทำยังไง กุมีความสุขที่ได้ดูแลมรึง กุดีใจเวลาที่ได้เห็นได้เห็นรอยยิ้มของมรึง อยากกอดมรึงไว้อย่างนี้ แต่ก็ต้องฝืนใจไม่ล้ำเส้นของคำว่าเพื่อน”


“เลยพยายามทำไม่สนใจกุ แล้วจีบหญิงไปทั่ว” ไอ้เป้พยักหน้าเบาๆตอบ



" กุไม่ได้จะบอกให้มรึงไม่แคร์ใคร แต่บางครั้ง การที่มรึงเอาตัวเองไปยึดติดอยู่กับสายตา อยู่กับความรู้สึกของคนอื่นมากจนเกินไป มันก็เหมือนกับผูกมัด ทำร้าย ตัวเองทางอ้อม เท่านั้นไม่พอ มันยังทำร้ายมาถึงกุด้วย"



“กุ ขอโทษที่ทำให้มรึงเสียใจ เสียความรู้สึก แต่กุสัญญา ต่อไปกุจะอยู่ข้างๆมรึง จะทดแทนความรู้สึกที่เสียไป จะไม่ทำให้มรึงต้องร้องไห้อีก ยกโทษให้กุนะ”

"กุบอกแล้วไงว่ากุไม่ได้โกรธมรึงเลย"


ไอ้ เป้กระชับร่างในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นกับรอยยิ้มที่อีก ฝ่ายส่งมาให้ ก่อนที่ทั้งสองจะสบสายตากันเนิ่นนาน บอกความรู้สึกที่มีทั้งหมดทางแววตาให้แก่กัน ร่างสูงค่อยๆก้มลงหาริมฝีปากอีกฝ่าย






แต่ทว่า.........


“เฮ้ย !!!” ประตูเปิดพลั๊วะ พร้อมกับไอ้โก้กับไอ้แม็คเซถลาลงไปกองกับพื้นห้อง

“มรึงจะดันทำไมวะไอ้โก้ แมร่ง” ไอ้แม็คด่า

“แล้วมรึงเจือกแง้มประตูทำไมวะ” ไอ้โก้เถียง

“ก็มันไม่ได้ยินนี่หว่า”

เถียง กลับไปแล้วก็ต้องหัวเราะแห้งๆ ให้เจ้าของห้องทั้งสองคน เมื่อเห็นว่าไอ้คินยืนหน้าแดง แต่ไอ้เป้ยืนหน้าเหี้ยมใส่ แล้วกีฬาฮาเฮก็เกิดขึ้นในห้องเมื่อไอ้เป้วิ่งไล่เตะไอ้โก้ไปรอบๆห้อง


“ขอบใจ แล้วก็ขอโทษนะ” ไอ้คินมายืนอยู่ข้างๆ บอกกับไอ้เชฟเบาๆ


“ขอบใจนี่เข้าใจนะ แต่จะมาขอโทษเรื่องอะไร” ไอ้เชฟงงๆ

“ก็มรึงบอกว่าจะมาเอาคำตอบไง” ไอ้คินอึกอักอีกแล้ว ทีนี้ไอ้เชฟเลยร้องอ๋อ

“กุ ก็พูดไปงั้นแหละ ก็ตอนนั้นไอ้เป้มันแอบฟังอยู่นี่ ส่วนมรึงก็ไม่ยอมพูดอะไรสักที เพื่อนที่ดีอย่างกุเลยเสียสละตัวเองเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีในตัวพวกมรึง เสียหน่อย แล้วก็ไม่เสียแรงเปล่า เฮ้อ.... กุนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆเล้ย”

ไอ้เชฟยักไหล่ สีหน้าภูมิอกภูมิใจในความสามารถทางด้านการแสดงอันล้นเหลือของตัวเอง


“นี่มรึงแกล้งอำกุจริงๆใช่มั้ย ไอ้แม็ค !!! หลอกให้กุกลุ้มตั้งนาน”


ถึงจะรอดจากบาทาไอ้เป้เพราะมีไอ้โก้เป็นเป้าหมาย แต่ในที่สุดไอ้เชฟก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือไอ้คิน


ถ้า ใครเอียงหูฟังดีๆ ก็จะได้ยินเสียงโวยวายโครมครามปนเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังมาจากบ้านเลข ที่ 156/23 ณ หมู่บ้านศุภฤกษ์ดีศรีสวรรค์ แต่จะชั้นอะไรนั้น คราวนี้ไม่ขอต่อแล้วเพราะคนเขียนขี้เกียจคิด 555 เอาเป็นว่า ตอนนี้ก็จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง มีความสุขสมหวังกันทุ้กฝ่าย

-------------------------------------------------

ตอนที่ 16



“อะโหล 1 2 3 เทสๆ ขณะนี้กำลังจะได้เวลาประมูลหนุ่มรำวงวิดวะของเรากันแล้วนะครับ แล้วใครที่รู้ตัวว่าเป็นเดือนของปี 2 กรุณากลับมาที่เวทีด่วนนะครับ ย้ำอีกครั้งว่า ด่วน ด่วนจริงๆ”


เสียงไอ้โอออกประกาศเรียกไอ้ เชนดังขึ้นได้จังหวะพอดิบพอดี ไอ้หน้าหล่อมันเลยสบถอะไรไม่รู้สองสามคำ แล้วหันมาคาดโทษไอ้ตัวแสบคู่กรณีเสียงเข้ม


“ยังไงวันนี้ก็ต้อง เคลียร์กันให้รู้เรื่อง เลิกงานแล้วรอกลับกับกุด้วย แล้วก็อย่าเล่นอะไรปัญญาอ่อนบอกอายุสมองห้าขวบของมรึงอีกล่ะ”


“แล้วมรึงอยากรู้มั้ยว่าไอ้สมองห้าขวบอย่างกุตรีนหนักแค่ไหน ไอ้-เวง-ตะ-ไล”


ไม่ ได้ดีแต่ปากครับ ไอ้คุณนิคกระแทกส้นผ้าใบเน่าๆของตัวเองตอกเข้าที่หน้าแข้งไอ้เชนอย่างแรงจน ไอ้หล่อมันทรุดตัวลงกุมหน้าแข้งโอดโอยท่ามกลางสีหน้าเหี้ยมๆของผม ไงละมรึง ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร กุไอ้นิค ศิษย์เจ้าพ่อไทรแดงว้อย


“ไอ้คุณนิค มาอยู่นี่เอง พวกกุตามหาตั้งนาน”


ไอ้ ตะวันในเครื่องแบบหนุ่มรำวงเต็มยศกับไอ้เชฟแม็ควิ่งเป็นหมาเห็นเจ้าของเข้า มาหา ไอ้พวกนี้ก็เหมือนกัน ทำไมมรึงไม่รอให้กุโดนไอ้เชนฆ่าหมกท่อแถวนี้ก่อนแล้วค่อยมาตาม ไม่ได้ดั่งใจจริงๆ ฮึ่มฮั่มในคอแล้วก็เดินตึงๆออกไป


ใกล้จะ ถึงเวลาประมูลหนุ่มเดือนขึ้นไปรำวงในรอบสุดพิเศษ คนในงานก็ยิ่งหนาตาดูมืดฟ้ามัวดินอย่างกับงานมหกรรมทวงหนี้แชร์ข้าวเหนียว ส่วนไอ้นิคก็มานั่งโมโหโกรธาอยู่ในซุ้มบิงโกที่ของรางวัลหมดเตรียมตัวรอ เก็บแผงกันอย่างเดียว สต๊าฟส่วนใหญ่ก็ไปออกันอยู่หน้าเวทีแล้ว


“หน้าแข้งไอ้เชนแดงเถือกเลยว่ะ กุว่าพรุ่งนี้ได้ช้ำเลือดช้ำหนองแน่” ไอ้แม็คทำหน้าซื่อเดินมานั่งข้างๆ


“ตายห่ะไปได้ซะก็ดี” ไอ้นิคตาขวางใส่เพื่อน


“ถามจริง มรึงแค้นอะไรมันนักหนาวะ” ไอ้ตะวันถามบ้าง


“มรึงสมองเสื่อมรึเปล่า ก็กุบอกแล้วไงว่ามันกวนตรีน”


จะฟื้นฝอยหาตะเข็บตะขาบอะไรวะ กุแค้นมันอยู่นะเว้ย โมโห ความดันขึ้น ไอ้นิคใกล้บ้า


“ก็แล้วมันกวนยังไงล่ะวะ”


“มรึงจะถามไปเล่นแฟนพันธุ์แท้ไอ้เชนเหรอวะ คนยิ่งแค้นๆ ยังจะพูดถึงมันให้ได้มีน้ำโหขึ้นมาอีก”


“เออน่า มรึงตอบพวกกุมาก่อนว่าโมโหมันเรื่องอะไรกันแน่” ไอ้แม็คยังเซ้าซี้


“เอางี้ๆมรึงตอบกุมาแล้วกันว่าใช่หรือไม่ใช่”


ไอ้ตะวันเลยเสนอทางเลือกให้อีกเมื่อเห็นว่าไอ้คุณชายไม่ยอมตอบคำถามเอาดื้อๆ


“ที่มรึงโกรธไอ้เชนเพราะมรึงโกรธมันอยู่แต่มันดันไม่ง้อมรึงใช่มั้ย”


“ใช่”


“แล้วมรึงก็ยิ่งโกรธเข้าไปอีกเพราะมันเมินมรึงใช่มั้ย”


“เออ ใช่”


“ยิ่งตอนที่มันทำหม้อสาวต่อหน้ามรึงนี่ก็ยิ่งโมโหใช่มั้ย”


“ก็ใช่อีกเหมือนกัน ตกลงพวกมรึงจะถามอะไรนักหนาวะ”


ผม งงเมื่อเห็นไอ้สองตัวเพื่อนซี้มันหันไปมองหน้ากันแล้วส่ายหน้าคล้ายระอา เบาๆ แถมยังหันมามองหน้าผมแบบสงสารปนสมน้ำหน้าอีก เดี๊ยะๆ เดี๋ยวต่อยตาหลุด


“พวกมรึงจะพูดอะไรก็พูดมา อย่ามาทำหน้าทำตากวนประสาท”


“จากอาการเบื้องต้นของมรึงนะ พวกกุพอจะสันนิษฐานได้ว่า อะแฮ่ม.....”


ไอ้ ตะวันยักท่าไม่ยอมเฉลยสักทีเลยโดนไอ้คุณชายบรรจงถวายบาทาไร้เงาจนหงายเก๋งตก เก้าอี้ไปก่อนหนึ่งราย ไอ้แม็คเห็นดังนั้นเลยไม่กล้าอมพะนำอีก


“กุกับไอ้ตะวันปรึกษากันแล้วว่า ไอ้อาการอย่างมรึงเนี่ย เขาเรียกว่า หึง ฟันธง! ”


“แต่เดี๋ยวพวกมรึงจะเจอกุฟันศอก หึงบ้าอะไร จะไปหึงมันทำหอกหัก”


ผมเถียง แต่ก็เสียงเบาอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจ หึงเนี่ยนะ กุหึงไอ้เชนเนี่ยนะ ไม่ใช่ๆ ไอ้สองตัวนี่มันมั่วแน่ๆ
แต่ พอสำรวจความรู้สึกของตัวเองมากเข้าก็ชักไม่แน่ใจ หรือว่าผมจะหึงไอ้เชนมันจริงๆ นี่ผมรู้สึกกับไอ้เชนมากกว่าคำว่าเพื่อนหรือเนี่ย ตายๆๆๆ หรือว่าอยู่ใกล้ไอ้สองตัวผัวเมียคินเป้มากเกินไป



“หรือว่ากุจะหึงมันจริงๆวะ” พึมพำคนเดียวหลังจากอึ้งไปพักใหญ่



“มรึง จะแค้นอะไรไอ้เชนมันนักหนา กุไม่เห็นจะมีใครใจเย็น ทนปากหมาๆ แถมทนมือทนตรีน มรึงได้อย่างมันสักคน แล้วทุกวันนี้ที่มันตามรับส่งตามคุมมรึงอยู่เนี่ย ก็บอกอยู่ทนโท่แล้วว่ามันทั้งหวงทั้งแคร์มรึงแค่ไหน ปากเชี้ยๆ สันดานชั่วๆ อย่างมรึงนี่มีคนดีๆอย่างไอ้เชนมารักมาชอบก็บุญแค่ไหนแล้ว”


อ้าว สาดดดด หลอกด่ากุนี่หว่า ผมมองหน้าไอ้สองตัวแล้วก็ยังอึ้งๆงงๆกับความรู้สึกของตัวเองอยู่ หันไปมองไอ้ไส้เดือนเชนบนเวที ก็เห็นมันยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเสียงไอ้โฆษกโอริโอ้ประกาศชื่อ คุณพี่ซูซี่เป็นผู้ชนะการประมูลได้ตัวหนุ่มรำวงพ่วงดีกรีเดือนปีสองไปเป็น คู่เต้นในรอบสุดพิเศษ ส่งท้ายก่อนที่งานในค่ำคืนนี้จะจบลง


“มรึง ไม่สงสารมันเหรอวะ ดูสิ หน้าซีดแล้วซีดอีก โดนสายตาปานจะกลืนกิน แถมยังมือไม้ยุบยับปานจะจับกินตับของเฮียสิทธิ์ไปซะขนาดนั้น”


“แมร่ง มรึงเจือกเปิดประเด็น เชี้ย กุสับสนนะเนี่ย”


“จะสับสนไรนักหนา ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ จบ”


พูด ง่ายเนาะไอ้เชฟแม็คมรึงไม่มาเป็นกุนี่หว่า จริงๆ ก็สงสารไอ้เชนอยู่เหมือนกันนะครับ แต่อารมณ์นี้ ความรู้สึกสับสนไม่เข้าใจตัวเองมันมีมากกว่า ก็ยอมรับนะครับว่าเวลาอยู่กับไอ้หน้าหล่อนั่นก็สนุกดีเหมือนกัน ถึงบางครั้งมันจะวอนตรีนไปนิด หล่อเกินหน้าผมไปหน่อย ชอบสั่งสอนเหมือนเป็นพ่อ แต่มันก็ตามใจผมบ่อยๆ แล้วพอเห็นไอ้เชนมันไปสนใจคนอื่นมากกว่า ผมก็หงุดหงิด อดโมโหมันไม่ได้


เฮ้อ... นี่ตกลงกุชอบไอ้เชนจริงๆเหรอวะ ฮึ้ยยยย หงุดหงิด ไม่ชอบเลยกับอะไรที่มันค้างๆคาๆอยู่ในความรู้สึกเหมือนไม่ได้จ่ายค่าไฟอย่าง นี้


หันไปมองไอ้เชนอีกครั้ง ตอนนี้มันกำลังหนีอภินิหารอิทธิฤทธิ์พันมือของเฮียสิทธิ์อยู่อย่างสุดกำลัง เฮ้อ.....ขอถอนใจเฮือกใหญ่ๆอีกที เอาไงดีวะไอ้นิค ตกลงมรึงจะชอบผู้ชายจริงๆเหรอเนี่ย แล้วก็นั่น....ไอ้คู่รักคินเป้เดินกะหนุงกะหนิงเข้ามาพอดี เอาวะ ขอกุพิสูจน์อะไรสักหน่อยเพื่อความแน่ใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน


“เฮ้ย คิน มาหากุหน่อยดิ๊”


เรียก ไอ้คินเหมือนเรียกน้องหมาที่บ้าน รายนี้ก็ยังคงความดีเหมือนเกลือที่ยังคงความเค็ม เดินเข้ามาหาไอ้คุณชายเพื่อนรักอย่างว่าง่าย ส่วนไอ้เป้ ฮึ หมั่นไส้มัน รักกันมากใช่มะ เดินตามกันต้อยๆตลอด ชิ หงุดหงิดมานานแล้ว ขอสักหน่อยเหอะมรึง


“มีอะไรรึเปล่าไอ้คุณนิค ทำไมหน้าเครียดๆวะ”


ไอ้ คินนั่งแปะลงข้างๆ ผมเลยถือโอกาสจ้องหน้ามันเขม็ง พอเก็บรายละเอียดใกล้ๆอย่างนี้แล้วก็เพิ่งรู้สึกว่ามันน่ารักเป็นบ้าเลย มิน่า มันถึงได้ถูกไอ้พวกโรคจิตตามก่อกวนตลอด เอาล่ะ วันนี้ขอกุเป็นโรคจิตสักวัน ให้กุพิสูจน์หน่อยนะเพื่อน ไอ้นิคไม่พูดพล่ามทำเพลงคว้าตัวเพื่อนรักเข้ามาจูบเข้าเต็มๆทั้งแก้มซ้าย ทั้งแก้มขวา กะให้ไอ้คินแก้มช้ำให้ไอ้เป้ใช้งานไม่ได้ไปหลายวัน


“เฮ้ย !”


เสียง ไอ้พวกเพื่อนๆประสานกันดังลั่น โดยเฉพาะไอ้เป้ พอมันเห็นแฟนตัวเองโดนปล้นจูบต่อหน้าต่อตาก็แทบจะกระโจนเข้าวิสามัญไอ้หมา นิคถ้าไม่ติดว่าโดนไอ้แม็คกับไอ้ตะวันคว้าคอไว้ก่อน


“แก้มแฟนมรึงนุ่มสาดๆเลยว่ะเป้ ทั้งนุ่มทั้งหอม นี่กุมองข้ามมรึงไปได้ไงตั้งนานวะคิน เลิกกับไอ้เป้มาเป็นแฟนกุเอามะ”


ไอ้ เป้ยิ่งร้องโหยหวนเหมือนควายโดนเชือด เมื่อไอ้คินที่รักเอาแต่ก้มหน้าก้มตาหน้าแดงเขินอาย อึกๆอักๆ แต่ก็ยอมให้กอดโดยไม่ขัดขืน แล้วไอ้หมานิค ไอ้เพื่อนชั่วกล้าตีท้ายครัว มันกำลังกอดคนน่ารักของไอ้เป้ไม่ยอมปล่อยเลย แค้นมานนนน


“เดี๋ยวๆไอ้คุณนิค มรึงเข้าใจไรผิดรึเปล่า ไอ้คินมันของไอ้เป้ ส่วนของมรึงอยู่บนเวทีนู่น”


ไอ้ตะวันพยายามตะล่อม เดี๋ยวจะเกิดกรณีพิพาทเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดขึ้นมาอีก


“ไม่ผิด ไม่เอาแล้วไอ้เชี้ยเชนน่ะ มันชอบว่ากุ เอาไอ้คินเนี่ยแหละน่ารักสุดๆแล้ว ใช่มั้ยจ๊ะ น้องคินจ๋าาาาาาา”


ไอ้นิคทำเสียหวานหยดย้อยใส่ 555 สะใจไอ้เป้มันจริงๆครับ ดูมันทำ ดูมัน ร้องอย่างกับผมจะปล้ำเมียมันตรงนี้


ส่วน ไอ้สองตัวจอมฟันธงก็พากันทำหน้าเหวอ ตามอารมณ์ไอ้คุณชายไม่ถูก ทั้งที่เมื่อกี้พอไอ้คุณนิคมันรู้ตัวว่าเริ่มคิดเกินเพื่อนกับไอ้เชนก็ทำ หน้ากลุ้มอย่างกับโลกถล่ม คิดไม่ตก แต่พอมันได้พิสูจน์รสนิยมของตัวเองกับแก้มหอมๆของคนหน้าหวาน เท่านั้น มันก็ทำท่าอย่างกับค้นพบทางสว่าง ติดอกติดใจจนกอดไอ้คินไม่ปล่อย ทีนี้ล่ะยุ่งแน่ ก็ไอ้เป้มันรักมันหวงของมันอย่างกับอะไรดี เอาไงดีวะเนี่ย ไอ้แม็คเกาหัวแกรกๆ ขืนปล่อยทิ้งไว้คงไม่ได้การ เดี๋ยวไอ้คุณนิคหวั่นไหวกับไอ้คินขึ้นมาจริงๆล่ะจะยุ่งกันไปหมด



เอา ไงดีวะ หันซ้ายเหลียวขวา นึกไรไม่ออกต้องบอกพี่กวาง คติประจำใจเราชาววิดวะคอมฯ ไอ้แม๊คคิดถึงพี่ประธานรุ่น กำลังจะวิ่งไปหาพี่กวาง แต่คิดไปคิดมา ไอ้ควาย มรึงจะไปหาพี่กวางเพื่อ ? ลืมตัวไปหน่อย ก็ทุกทีเวลาสาขาเกิดอะไรก็เรียกหาแต่พี่กวางตลอด เอาไงดีกุ หันไปเห็นไอ้โอกำลังแสลนหน้าไปรำเชิ้บๆอยู่บนเวทีกับเขาด้วย ช่วยทีว่ะไอ้โอ สังเวยเฮียสิทธิ์ไปก่อนแล้วกัน ถือว่าเสียสละเพื่อเพื่อนนะมรึง


ไอ้แม็ควิ่งห้อตะบึง มุดเข้าหลังเวที กะระยะพอแน่ใจว่างานนี้จะไม่ผิดฝาผิดตัวแล้วก็ซัลโวฝ่าเท้าเต็มแรง สอยไอ้โอจนหน้าคะมำไปแทคตัวเฮียสิทธิ์หลุดจากการเข้าคลุกวงในไอ้เชนได้อย่าง หวุดหวิด ทีนี้เลยเกิดจราจลขึ้นจริงๆ ก็เฮียสิทธิ์หรือคุณพี่ซูซี่เริ่มหน้ามืด ไม่สนแล้วว่าใครเป็นใคร ไอ้โอริโอ้เลยถึงคราวเคราะห์ ตะโกนขอความช่วยเหลือโหวกเหวกพลางดิ้นรนออกจากวงล้อมของเฮียซูซี่ซู่ซ่าและ บรรดาผองเพื่อนด้วยใบหน้าระทึกขวัญ ขอโทษมรึงอีกครั้งว่ะโอริโอ้ ถ้าคราวนี้รอดไปได้ กุจะไถ่โทษด้วยการพามรึงไปทำบุญถวายสังฆทานล้างซวยเอาให้ครบเจ็ดวัดเจ็ดวา เลยเพื่อน ไอ้แม็ครำพึงรำพันในใจ รีบเข้าไปคว้าแขนไอ้เดือนปี 2 ออกวิ่ง



“เร็ว ไอ้เชน เดี๋ยวไอ้คุณนิคมันจะเปลี่ยนใจ”


ไอ้ เชนงงๆ แต่พอเห็นไอ้ตัวแสบนั่งกอดเพื่อนหน้าหวานที่รักของไอ้เป้อยู่ก็ต้องเป็นฝ่าย ความดันขึ้นบ้าง เผลอเป็นไม่ได้เลย แสบจริงๆ ไม่รู้มันกินอะไรเป็นอาหาร


“ปล่อย” ไอ้เป้เสียงเขียว


“ไม่ปล่อย” ไอ้นิคเสียงเข้ม แล้วมันก็เถียงกันต่อ


“ปล่อย”


“ไม่ปล่อย”



“ไม่ปล่อย”

“ปล่อย”


นึก ว่าไอ้เป้มันจะไม่เล่นมุกนี้แล้ว เอาเข้าไป นี่ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานทะเลาะกันอยู่แท้ๆ แต่ไอ้สองตัวนี่มันยังตบมุกใส่กันได้อีก มันบ้าพอกันจริงๆ ถึงว่า ทำไมมันคบกันได้ ไอ้คุณนิคยังกอดแฟนเพื่อนไม่ปล่อย มันแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ไอ้เป้เป็นเด็กห้าขวบ จนไอ้เชนมาถึง


“นี่จะกอดแฟนคนอื่นอีกนานมั้ย” ไอ้เชนเสียงเย็นหน้ายักษ์ใส่


“แฟนคนอื่นที่ไหน ไอ้คินมันแฟนไอ้เป้ ไม่เคยได้ยินเหรอวะ แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนเรา 55”


ไอ้ คุณชายหัวเราะร่า รู้หรอกน่าว่าไอ้เป้มันหวงแฟนมัน และเพราะรู้อย่างนี้เลยแกล้งมันอยู่นี่ไง ลอบมองหน้าไอ้เชนแวบหนึ่งก็ต้องแอบถอนใจเบาๆ สงสัยผมจะชอบมันจริงๆ แค่เห็นหน้ามันก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เฮ้อ.... อุตส่าห์เป็นหนุ่มเนื้อหอม สามรุมเกรียวมาตั้งนาน ไม่คิดว่าขุนแผนกลับชาติมาเกิดอย่างไอ้นิคจะมาสิ้นลายเพราะผู้ชายด้วยกัน


ยอมรับก็ได้ กุชอบมรึงว่ะไอ้เชน แต่เรื่องไรจะบอก ขืนบอกก็เสียฟอร์มหมด


คิด แล้วก็ขอจุ๊บแก้มคนน่ารักไปอีกที ตัวมันเล็กๆเหมาะมืออย่างนี้ หรือว่าจะเปลี่ยนใจไปจีบไอ้คินอย่างที่แหย่ไอ้เป้มันไว้จริงๆ ก็ไหนๆจะชอบผู้ชายด้วยกันทั้งทีก็น่าจะเลือกที่น่ารักๆนิสัยดีอย่างไอ้คิน ไม่ใช่ตัวโตเป็นควายอย่างไอ้เชน

“พอเลยๆ ไอ้ตัวแสบ ปล่อยมือเลย”

ไอ้เชนทำเสียงขัดใจแกะมือคุณชายข้างบ้านออกได้สำเร็จ ไอ้คินเลยเป็นอิสระกลับคืนสู้อ้อมอกไอ้เป้เหมือนเดิม

“เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์ นี่จะสร้างเรื่องใหม่อีกแล้วรึไง”

ผม เลยได้แต่หัวเราะหึๆ เขินๆ เมื่อโดนไอ้เชนกอดเอวไว้ แต่ยังเก็บสีหน้าอย่างดี นึกถึงคำพูดของไอ้พ่อหมอจอมฟันธงเมื่อครู่ก็เห็นด้วยกับมันจริงๆ เออว่ะ ไอ้เชนมันหวงกุจริงๆ อย่างที่ไอ้ตะวันมันว่าเลยแฮะ แล้วพอโดนมันกอดไว้อย่างนี้ ผมก็รู้สึกหัวใจมันฟูๆ เขินๆแต่ก็มีความสุข จั๊กจี้ใจพิกล โอ้ย ไม่ไหวแล้วไอ้นิค
นี่พอรู้ตัวว่าชอบไอ้เชนมรึงก็เป็นเอามากเลยนะเนี่ย นึกด่าตัวเองในใจ อย่างนี้ต้องถามให้แน่ใจครับ


“มรึงนี่นะ ยุ่งกะชีวิตกุจัง เป็นอะไรกันวะ จะอะไรนักหนาเนี่ย”


แหลอ๊อฟเดอะเยียร์ปีนี้ไม่ไปไหนไกลไอ้นิคแน่ๆ เนียนจริงกุ เนียนโคดๆ ทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียง ฮ่าๆ


“เออ กุมันไม่ได้สำคัญอะไร ก็แค่คนข้างบ้าน แมร่ง คุยกับมรึงแล้วไมเกรนจะแด๊ก เฮ้ยพวกมรึงกุพาไอ้ตัวแสบกลับบ้านก่อนนะ”

คน ที่เป็นแค่คนข้างบ้านของไอ้คุณชายทำหน้าบูดหน้างอ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมืออยู่ดี บอกแล้วว่ายังไงวันนี้ก็ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง ประโยคหลังไอ้เชนมันหันไปบอกไอ้แม็คแล้วฉุดข้อมือผมออกเดินไปที่รถ หนุ่มในฝันน้องแพนเค้กตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้วครับ โห รู้งี้ไม่แค่ปล่อยลมยางก็ดี น่าจะถอดตัวเครื่องส่งไปขายชายแดนซะเลย คนมีเงินครับ โทรหาช่างสองสามนาทีก็เรียบร้อยแล้ว หมั่นไส้ว่ะ


“ทำไม เป็นคนข้างบ้านกุแล้วมันไม่ดีตรงไหน หรืออยากเป็นมากกว่านั้น”

เห็น ไอ้เชนมันทำหน้าลำบากใจปนเขินเล็กๆแล้วไอ้นิคมีความสุข เอาเลย ไอ้โย่ง จะสารภาพรักกะกุก็สารภาพมา อุตส่าห์ทอดสะพานให้มรึงขนาดนี้แล้วนะ 55 ความจริงผมก็เขินเหมือนกันนะครับ แต่ระดับนี้แล้วไม่มีทางบอกรักก่อนให้เสียเชิงคุณชาย

“งั้นถามคำถามอื่นแล้วกัน มรึงจะโกรธกุทำไมกับแค่คำว่ารำคาญ” ถามมันไปอีก

แต่ไอ้สารถีหน้าเก๊กมันก็ยังไม่ตอบคำถามอยู่ดี ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ปล่อยให้ผมพล่ามอยู่คนเดียว

“ไม่ ตอบอีก งั้นถามอีกคำถาม ทำไมวันนั้นต้องเอาเสื้อให้กุ ทำไมต้องทำเมินกุ แล้วเมื่อเช้ากุจะคุยกับน้องๆทำไมต้องขัดคอ ทำไม......ทำไม.....ทำไม.....”


ไอ้เชนคงทนเกมยี่สิบคำถามไม่ไหว เลยกระทืบเบรกจนหน้าคะมำทั้งมันทั้งผม เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่ามันขับรถมาจอดอยู่หน้าบ้านผมแล้ว พอเปิดประตูบ้านเลี้ยวรถเข้าไปจอดปุ๊บมันก็ลากผมลงจากรถเข้าไปในบ้านทันที
สีหน้าไอ้โย่งดูนิ่งๆ เดาไม่ได้ว่ามันกำลังรู้สึกยังไง

“มรึงนี่ถามมากจริงๆ ถามทำไมวะ รู้ว่ากุรู้สึกยังไงก็ยังจะแกล้งถามอีก”

“รู้อะไร กุไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ กุโง่จะตาย ไม่บอกกุจะรู้ได้ไง”

ถึง จะเขินแต่ก็อยากรู้ครับ แหะๆ ผมเดินหนีขึ้นไปบนห้อง ไอ้เชนก็ยังเดินตามมา ตอนหลังถึงได้มานึกเจ็บใจตัวเองว่าไม่น่ามัวแต่เขินจนไม่ทันได้นึกว่า ไอ้ห้องนอนเนี่ยแหละมันชัยภูมิเหมาะสมสุดๆ

“งั้นให้ถามอีกที” ไอ้เชนทำตายิ้มๆใส่

“มรึงชอบกุใช่มั้ย”

เอ้า มันบอกให้ถามผมก็ถาม แต่ถามเองก็เขินเองครับ ไอ้นิคหน้าร้อนไปถึงหู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าผมคงแดงเป็นตูดลิงไปแล้วแน่ๆ เขินวุ้ย

“ไม่ใช่แค่ชอบแต่รักเลยล่ะ ทั้งรักทั้งหวง ไม่อยากให้พูดว่ารำคาญกันอีก ฟังแล้วมันเสียใจนะรู้มั้ย”

โอย ไอ้นิคจะเป็นลม ก็ไอ้เชนมันเอาหน้าผากมาชนกับหน้าผากผมเบาๆแล้วยิ้มหวานละลายใจส่งมาให้แบบ ไม่บันยะบันยัง นี่ถ้าเป็นในหนังผมคงด่าว่าไดอะล็อคน้ำเน่าไปแล้วแน่ แต่พอมาเจอเข้ากับตัวเองอย่างนี้ก็ถึงกับมือไม้อ่อน ยอมให้ไอ้หน้าหล่อมันทั้งกอดทั้งหอมแบบไม่มีการประท้วงใดๆทั้งสิ้น

“ต่อไปอย่าพูดว่ารำคาญอีกนะ” ถามแล้วก็ก้มลงจุ๊บแก้มคนในอ้อมกอดแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“อือ” พยักหน้ารับ

“ไม่แกล้งให้เฮียสิทธิ์มาลวนลามกันแล้วนะ”

“อือ”

“ไม่โกรธกันแล้วนะ”

“อือ”

“งั้นตกลงเป็นแฟนกันนะ”

“อือ เอ้ย ไม่ใช่ ไอ้บ้า เล่นแบบนี้เลยนะมรึง ตลกคาเฟ่ละ”

ผม โวยวาย ทุบแขนมันเบาๆแก้เขินทั้งที่ในใจตอบตกลงไปตั้งนานแล้ว เออเว้ยเฮ้ย กุก็เริ่มมีมารยาชายกับเขาแล้วเหมือนกันนะเนี่ย คิดได้เท่านี้ก็ชักจะเลือนๆ เพราะกำลังโดนจูบนุ่มๆของไอ้หน้าหล่อเล่นงานไม่ให้หายใจหายคออยู่

ลิ้น ร้อนไล้เบาๆที่ริมฝีปากของผม แทบไม่รู้ตัวว่าเคลิ้มไปกับจูบของหมอนี่อยู่นานแค่ไหนจนกระทั่งหลังสัมผัส กับที่นอนเย็นๆจึงเริ่มมีสติ ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตัวเองกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเข้าเสียแล้ว ไม่ๆๆๆ เรื่องอะไรผมจะยอมเป็นฝ่ายรับ อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง เสียเชิงชายหมด ไม่ได้การๆ

“เดี๋ยวๆๆๆ เดี้ยววววว หยุด หยุด หยุดก่อน”

แหกปากลั่น แล้วอาศัยจังหวะที่ไอ้เชนเผลอชะงัก กลิ้งตัวหลุดออกมาได้ว่องไวปานนินจาฮาโตริ

“อย่างนี้มันขี้โกงนี่หว่า”

“โกง โกงยังไง” ไอ้เชนเริ่มงงกับอาการของแฟนหมาดๆ

“มรึงจะถือโอกาสตอนกุเผลอ รุกกุอย่างนี้ไม่ได้นะว้อย”

ผมโพล่งออกมาแบบไม่วางฟอร์ม ทำเอาไอ้เชนต้องหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“งั้นเอางี้ ใครเจ๋งกว่าก็ได้รุก โอเค้ ?”

ถาม แล้วก็ไม่คิดจะหยุดรอฟังคำตอบแม้แต่วินาทีเดียว เชนคว้าตัวคุณชายจอมแสบเข้ามากอดแรงๆ กดจมูกลงที่ซอกคอแล้วงับเบาๆเรียกรอยแดงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด ส่วนไอ้นิค เรื่องไรจะยอมสูญเสียอำนาจอธิปไตยหลังบ้านไปง่ายๆ มันกัดมาผมก็กัดไป เอาสิวะ มาสู้กัน ชิงตำแหน่งชายเหนือชายในสังเวียนนี้กันสักตั้งเป็นไงไอ้เชนที่รัก

ตอนที่ 17

อูย สะโพกครากเลยกุ คราวหน้าก่อนเถอะ คราวหน้าไอ้เชนมันจะต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดเหมือนอย่างที่ผมได้รับใน วันนี้บ้าง นิคกี้ศรีสมรกัดริมฝีปากอันสั่นระริก เงยหน้าขึ้นไล่น้ำตา แล้วมองไปยังขอบฟ้าด้วยแววตาไม่ท้อถอย เอ้า เอาเข้าไป ทำอย่างกับโฆษณาครีมหน้าขาวมุ่งมั่นแย่งแฟนกลับมาให้ได้ภายในเจ็ดวันไปได้ กุ แต่มันไม่ไหวจริงๆ ครับ ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวอย่างกับเพิ่งไปแบกกระสอบข้าวสารมา นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงบารมีพี่กวาง ผมคงโดดงานคณะแล้วแน่ๆ คิดแล้วก็เซ็งจริงๆ ไม่น่าใจอ่อนไปกับไอ้โย่งมันเลยจริงๆ

ขัดสี ฉวีวรรณอยู่เป็นนาน พร้อมแต่งตัวให้เรียบร้อยออกมาจากห้องน้ำเพื่อป้องกันการท้าชิงรอบเช้าจาก ไอ้เชน ผมก็ออกมาเจอไอ้คนต้นเหตุอาการสะโพกครากยืนหน้าเก๊กเป็นพระเอกมิวสิคอยู่ ข้างหน้าต่าง พอมันหันมาเห็นผม ก็ทำตาหวานเดินเข้ามากอด แล้วจูบแก้มไอ้นิคซะสองทีซ้ายขวา พอเลยมรึง ทำตัวเป็นคู่ข้าวใหม่ปลามันไปได้ กุก็เขินเป็นเหมือนกันนะว้อย


“รอตั้งนาน นึกว่าอาบคนเดียวไม่ไหว ว่าจะเข้าไปช่วยอาบพอดี” ตบท้ายด้วยยิ้มมีเลศนัยอีกต่างหาก

“ก็ลองเข้าไปดิ กุจะเอาน้ำร้อนลวกให้หายหื่นเลย แล้วทำไมไม่ลงไปรอข้างล่าง”

ถึง จะเขิน แต่หมาในปากของผมยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ไอ้เชนมันตื่นก่อน อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนผมจะเข้าไปอาบน้ำอีก ไอ้หื่นนี่ก็สามารถจริงๆ ทั้งที่เมื่อคืนมันประกาศดีเดย์ยกพลโจมตีผมไปซะขนาดนั้น แต่มันยังมีแรงเหลือลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่โห่ได้อีก ไปโด๊ปอะไรมาวะเนี่ย

“ทำไมที่รักโหดจัง ถ้าวิสามัญไปแล้วที่รักจะเอาที่ไหนใช้งานล่ะครับ”

โห ดูมันถาม ยางในหนังหน้ามรึงหายไปไหนหมด ผมล่ะอยากจะบ้าตาย

“หื่นอีกแล้วนะมรึง คิดไปถึงไหน ไปเร็ว ขืนสายเดี๋ยวก็โดนสั่งซ่อมกันหมด สังขารกุยิ่งไม่พร้อมอยู่ด้วย
แล้วก็อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ”

ผมทวงสัญญา พอไอ้เชนได้ยินมันก็ตีหน้าเซ็งจัด พยักหน้ารับแบบขอไปทีแล้วเดินตามผมออกจากห้อง

พอ ลงมาเห็นจำนวนคนที่นั่งรอกันหน้าสลอนอยู่เต็มบ้านแล้ว ก็ทำให้ผมนึกอยากจะยื่นเรื่องของบประมาณสร้างศาลาการเปรียญเพิ่มอีกอย่าง หลังจากที่เพิ่งจะส่งโครงการของบฯสร้างศาลาเอาไว้ติวหนังสือ (แต่ความจริงเอาไว้กินเหล้า) ในสวนหลังบ้านให้ท่านพ่อผมไปหมาดๆเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ก็เล่นยกโขยงขนกันมาแบบครบทีมเต็มบ้านอย่างนี้ ทั้งฝั่งบ้านผม พวกบอยแบด์ข้างบ้าน แถมยังพ่วงเอาไอ้พวกเพื่อนสาขามาด้วยอีก ทั้งไอ้ตะวัน ไอ้เจี้ยบ ไอ้ปิ่น ทีนี้ล่ะ ไอ้นิคคงโดนซักฟอกจนขาวสะอาดแน่ ก็แต่ละคนนี่ทำท่าอยากรู้อยากเห็นกันแบบปิดไม่มิด นี่ถ้าพวกมันสนใจเรียนเหมือนที่สนใจเจือกเรื่องของผมก็คงจะรุ่งกันไปนาน แล้ว

“นี่ตกลงว่าหายโกรธกันแล้วใช่มั้ย” ไอ้ปิ่นถามแล้วยิ้มทำตาวิบวับ

ส่วน พวกกองหนุนนี่เขาสุภาพบุรุษกันจริงๆเลยครับ ตัวเองนั้นไม่กล้าถาม แต่ละคนเลยพยายามสะกิดส่งสัญญาณให้ผู้หญิงสองคนในบ้านถามผมใหญ่เลย แล้วพอไอ้ปิ่นเอ่ยปาก พวกมันก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าระทึกอย่างกับลุ้นผลชิงโชคทองกับซองมาม่า เอ้า ฉลองศรัทธาพวกมันหน่อยแล้วกัน

“ขอบคุณสำหรับคำถามนะครับ ตอนนี้ผมกับไอ้เชน เราเคลียร์กันเรียบร้อยไม่มีข้อค้างคาใจใดๆกันแล้ว”

ตบมุกไป ฮาไม่ฮาเดี๋ยวว่ากันใหม่

“ค่ะ คำถามต่อไปเลยนะคะ คำถามนี้จากคุณหญิงเจี้ยบ ถามว่า นอกจากจะเคลียร์เรื่องที่งอนกันแล้ว ยังมีเคลียร์กันเรื่องอื่นอีกมั้ยคะ”

ไอ้เจี้ยบตบมุกแป้กกลับมาโดยทำตัวเป็นพิธีกรเวทีประกวดนางงาม กระเทียม มันถามแล้วก็ทำหน้าไม่ต่างจากไอ้ปิ่น ทำเอาผมคันไม้คันมืออยากหาอะไรมาจิ้มตามันจริงๆ

“พอเลยๆ ไม่มีอะไรอย่างที่พวกมรึงคิดหรอกน่า เคลียร์ก็คือเคลียร์ จบ”

ผม เดินฝ่าฝูงชนคนอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านไปเปิดตู้เย็นในครัว และไม่ลืมเทน้ำใส่แก้วเผื่อไอ้เชนที่เดินตามมาติดๆด้วย ผลก็คือ ไอ้พวกนั้นมันส่งเสียงโห่ฮาวิ้ดวิ้วแซวมากันใหญ่

“บรรพบุรุษพวกมรึงเป็นนกหวีดหรือไงวะ”

“ก็ มันน่าสงสัยนี่หว่า เห็นลากกันกลับบ้านไปสองต่อสอง แล้วเชนก็ยังมาค้างที่นี่อีก จะไม่ให้พวกฉันสงสัยได้ไงยะ ไหนดูซิ มีรอยอะไรรึเปล่า”

ไอ้นี่ก็ปากว่ามือถึงจริงๆครับ ดาวสาขาคอมกระโจนเข้าคว้าตัวไอ้คุณนิคแล้วดึงคอเสื้อเป็นนักกีฬาเทควันโด หวังจะตีแผ่ความจริงให้สังคมรับรู้ แต่คนที่ได้เกรด 4 วิชาพละตั้งแต่เตรียมอนุบาลยันมหาลัยอย่างผมนี่เรื่องอะไรจะแพ้ผู้หญิงตัว เล็กๆคนเดียว ถึงสังขารจะไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่แต่ผมก็ดิ้นจนหลุด เผ่นไปหลบหลังไอ้เชนได้ไวปานวอก ทีนี้ไอ้ปิ่นมันเลยต้องเปลี่ยนเป้าหมาย

“เชน บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าทำอะไรไอ้คุณนิคของปิ่นรึเปล่า” ผมเลยแอบถลึงตาขู่ไอ้เชนไปเล็กน้อย

“เปล่า แล้วปิ่นก็ไม่ต้องห่วง เราไม่ทำอะไรที่นิคไม่ชอบหรอก” ไอ้เชนตอบหน้าเฉย ตามสไตล์เก๊กๆของมัน

แต่ ไอ้ความหมายแฝงในประโยคคำตอบ มันไม่เฉยตามหน้าคนพูดน่ะสิครับ ทีนี้ไอ้พวกที่รอคำตอบกันหน้าสลอนอยู่เลยออกอาการกันสองอย่าง ฝั่งบอยแบนด์นั้นโห่ฮากันอีกเป็นรอบสอง เป่าปากเฟี้ยวฟ้าวกันใหญ่แถมเล่นเวฟกันอย่างกับเชียร์บอล ผิดกับฝั่งบ้านผม ที่ทำหน้าเหมือนโดนเจ้ามือหวยกินเรียบ เซ็งชีวิตมากมาย

“กุว่าแล้ว เป็นไง สรุปพวกกุชนะ เอามาเลยหนึ่งเมา” ไอ้บูมหัวเราะร่ากับเหล้าฟรีที่จะได้จากพวกข้างบ้าน

“เฮ้ยๆ ไม่ต้องเลย คำตอบไม่เคลียร์อย่างนี้ ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดใดๆทั้งสิ้นว้อย”

ไอ้โก้เถียงสุดใจขาดดิ้น

ฟัง พวกมันทะเลาะกันอยู่ไม่นาน ถึงได้รู้ว่า บ้านผมกับพวกบอยแบนด์มันพนันกันว่าเมื่อคืนผมจะเสร็จไอ้เชนหรือไม่ ไอ้พวกเวง ว่างจัดใช่มั้ยพวกมรึง

“พวกมรึงอยากเมากันมากใช่มั้ย ได้เลย เมาส้นทีนกุนี่แหละ ไอ้นิคจัดห๊ายยย”

และ ก็สมกับที่คบกันมานานครับ ฝั่งบ้านผมมันรู้ทัน วิ่งหนีกันจ้าละหวั่นไม่เห็นฝุ่นตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยคแล้ว ส่วนที่หนีไม่ทันอย่างไอ้บูมกับตี๋ต่อ ก็ได้รับผลกรรมเป็นฝ่าบาทาไอ้คุณชายข้างบ้านไปแบบเต็มๆ ท่าทางคืนนี้คงต้องนวดยาหม่องน้ำมันมวยกันไปหลายขวดแน่ สมน้ำหน้าพวกมัน ว่าแต่ อูย เจ็บอิ๊บอ๋าย พยายามไม่แสดงอาการเดินนิ่งๆไปขึ้นรถ ทั้งที่ในใจแสนจะทรมาน คราวหน้าเถอะ คราวหน้าผมจะรุกไอ้เชนมันให้ได้เลย คอยดู

งานเปิดบ้านวันสุดท้ายจบลงอย่างสวยงามด้วยจำนวนเงินมากโขที่พวกเราชาวคณะแลก มาด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา โดยเฉพาะไอ้โอริโอ้ เห็นมันทำท่าหวาดระแวงต่อสิ่งมีชีวิตรอบตัวที่ดูคล้ายเฮียสิทธิ์
ก็อดสงสารมันไม่ได้ 55

ส่วนไอ้น้องนกเอี้ยงก็ไม่รู้ว่ามันไปได้ข่าวล่ามาจากไหน ทำหน้าดีใจวิ่งเข้ามาหาอย่างกับได้ตำแหน่งนางงามช้างสุรินทร์

“พี่นิคๆ ตกลงว่าเป็นแฟนกันแล้วใช่มั้ย”

ดู มันถาม ไอ้น้องนกเอี้ยง แล้วนี่ไม่มีใครแปลกใจหรือตกใจกันเลยรึไง ผู้ชายกับผู้ชายนะเว้ย ผมล่ะปวดหัว อุตส่าห์บังคับไอ้เชนไม่ให้บอกใครเรื่องที่ผมกับมันเป็นแฟนกันเพราะกลัวความ วุ่นวายที่จะตามมาเนี่ยแหละ
หรือว่ายิ่งปิดมันก็ยิ่งวุ่นไม่รู้

“มะเหงกสิ อย่ามาไร้สาระแถวนี้ ไปช่วยไอ้ปิ่นนู่น ไปๆ”

พี่ นิคของน้องนกเอี้ยงตะโกนตอบลงมาจากนั่งร้านสำหรับปีนขึ้นไปเก็บผ้าสีที่ใช้ ประดับอาคารน้ำเสียงโหดเถื่อน แต่ละคนแต่ละคำถามนี่สร้างสรรค์กันจริงๆ ผมล่ะหน่าย

“ไม่ตอบ แต่โมโหกลบเกลื่อนอย่างนี้แสดงว่าต้องติงนังตังนิงกันแล้วแหงๆ”

ตะโกนซะลั่นคณะ แกไม่อายแต่พี่อายนะว้อยไอ้นกเอี้ยง

“ติงนังบ้านแก ไอ้เอี้ยง เดี๋ยวเจอซ่อม”

ตั้ง ท่าจะสังหารโหดน้องรหัส แต่ก็ไม่ทัน ไอ้น้องเอี้ยงนกรู้มันวิ่งหนีไปโน่นแล้ว แถมยังตะโกนไปพลางวิ่งไปพลาง ทีนี้ได้รู้กันทั้งจังหวัดแน่ว่าผมกับไอ้เชนเป็นแฟนกัน เฮ้อ ปวดหัว ไมเกรนกินกบาลอีกแล้ว


กว่าพวกเราชาวคณะจะเก็บของเคลียร์พื้นที่ จนเอี่ยมอ่องก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าๆ ทีนี้เลยมีฉลองกันเล็กน้อยตามธรรมเนียมเพื่อไม่ให้เสียชื่อบรรดากูรูน้ำเมา ทั้งหลาย ยี่ห้อไหน ชนิดใด แบบไหน แอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็น เอ้า ขนมาให้ครบ โอริโอ้นั้นจิตเสื่อมถึงขั้นหนัก มันเล่นสูตรสามเซียนคือเหล้าขาวผสมสไปรท์กับน้ำแดงเฮลซ์บลูบอยใส่หลอดดูดแบบ ไม่ให้เสียจังหวะ สงสารตับมันจริงๆ แล้วสูตรนี้ก็ไม่เหมาะสำหรับคนคออ่อนนะครับ เพราะแค่อึกแรกก็ทำเอาตาลายแล้ว แถมตื่นมายังแฮงค์สุดๆอีก


“เป็นอะไร นั่งเงียบเชียว”

ผม แอบมานั่งคนเดียวเงียบๆ จนกระทั่งเสียงไอ้เชนดังขึ้นพร้อมกับกระป๋องเบียร์เย็นๆส่งมาให้ กรึ่มๆชิมเครื่องดื่มสูตรประชดชีวิตของโอริโอ้มันไปเล็กน้อยพอเป็นหัว เชื้อ พอมาเจอเบียร์ เลยลงไปตีกันอยู่ในท้อง เริ่มตึงๆ หน้าหนา ความอยากรู้ที่ว่าทำไมคนอย่างมัน หาสาวๆสวยๆได้ง่ายยิ่งกว่าหาซื้อก๋วยเตี๋ยวแถวปากซอยถึงมาชอบผู้ชายอย่างผม เลยเก็บไม่อยู่

“มรึงชอบกุตั้งแต่ตอนไหนวะ” ถามทั้งๆที่ไม่มองหน้ามัน

“กุก็ไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกที สายตามันก็คอยแต่จะมองหามรึงแล้ว”

หยอดมาแล้วครับหนึ่งดอก กะให้กุฟังแล้วอายม้วนใช่มั้ยเนี่ย แต่เสียใจ กุเริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้วว่ะ 55

“งั้นชอบกุเพราะอะไร”

“ก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน แต่รู้ตัวอีกทีก็ชอบทุกอย่างที่เป็นมรึงแล้ว”

เอาเข้าไป หยอดได้หยอดดีนะมรึง เมื่อก่อนที่บ้านหยอดดินสอพองขายรึเปล่าเนี่ย เอ้า ขออีกคำถามแล้วกัน

“แล้วอีกนานมั้ยมรึงถึงจะเลิกชอบกุ”

จบ คำถามตัดสินตำแหน่งนางงาม ไอ้เชนที่ทำหวานๆอยู่ก็เงียบกริบหน้านิ่งไปเลยครับ ส่วนผมก็นั่งซดเบียร์ท่าทางสบายอุรา ตาก็เหม่อมองไปที่วงเหล้าขอพวกวิดวะเคมี สาขานี้เขาได้แชมป์เรื่องผู้หญิงเยอะที่สุดแล้วครับ แต่ถึงจะมากที่สุดแต่ก็มากแบบเน้นปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ พอเมาได้ที่เลยแยกไม่ค่อยจะออกแล้วว่าอันไหนผู้ชายอันไหนผู้หญิง มันเถื่อนได้ใจกันทั้งนั้น


“คิดยังไงถึงถามอย่างนี้” มันเปลี่ยนมาถามผมบ้าง


“กุไม่รู้”


ลอก คำตอบมัน เหมือนลอกการบ้านสมัยประถม สมัยนั้นยังด้อยประสบการณ์การลอก เลยก๊อปเพื่อนมาทุกกระเบียดนิ้ว ทุกตัวอักษร ผลก็คือโดนไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้องไปครึ่งวัน แต่คราวนี้ไม่มีบทลงโทษใ
ห้คาบไม้บรรทัด มีแต่สายตาโกรธๆและไม่เข้าใจส่งมาให้


“อย่าบอกนะว่าเบื่อกุแล้ว”

เดือนคณะถามแบบจะกินเลือดกินเนื้อ นี่คำถามกุมันสื่อความหมายอย่างนั้นตรงไหนวะ ไอ้นี่ท่าจะเพี้ยน
แต่ก็เพิ่งรู้ว่าหล่อๆอย่างมันก็จิตตกเรื่องกลัวถูกทิ้งเป็นเหมือนกัน ผมเลยหันไปยิ้มให้มันนิดๆ


“ตราบ ใดที่สายตาของมรึงยังมองแต่กุคนเดียว ยังชอบทุกอย่างที่เป็นกุ ยังไงกุก็ไม่เบื่อมรึงหรอก แต่อย่าให้รู้แล้วกันว่าแอบนอกลู่นอกทาง ถ้ารู้ กุเจี๋ยนมรึงแน่”

โอย เน่าจริงกุ พูดออกมาได้ สงสัยสามเซียนไอ้โอริโอ้ทำพิษ ไอ้เชนได้ฟังก็ยิ้มกลับมาให้ผม ยิ้มอย่างนี้อีกแล้วนะมรึง ยิ้มทั้งปากทั้งนัยน์ตา ทีนี้ภูมิคุ้มกันไอ้นิคเริ่มละลายแล้วครับ ตาพร่าเลยกุ ความหล่อมันเข้าตา 55

“หวงเหรอ” ถามแล้วขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ แถมยังคว้ามือผมไปกุมไว้อีก แหะๆ

“ไม่ให้หวงแฟนแล้วจะให้ไปหวงไส้เดือนที่ไหน โง่จริง แฟนใครวะ” ด่าแก้เขินครับ

“ก็เขาถึงได้บอกไงว่า ความรักมักจะทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่” ดูมุกมัน คิดนานมั้ยเนี่ย

“โหยมรึง เสี่ยวแดก”

“ถึงจะเสี่ยว แต่เชนก็รักนิคคนเดียวน่า”

ป๊าดดดดด เสี่ยวกำลังร้อยเลยนะมรึง แถมยังมีนิคมีเชนด้วย ปกติก็กุมรึง ผมหัวเราะทั้งขำทั้งเขิน ไอ้เชนเลยคว้ามือผมขึ้นไปจุ๊บเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอีก นี่กะให้หวานตายไปข้างหนึ่งเลยใช่มั้ยมรึง


“ฮิ้ววววววววววววววววววววววว” แล้วก้อมีพวกขัดจังหวะโผล่มาอีกจนได้ หน้าเดิมๆ ครบทีมเลยครับ โผล่ออกมากันทีละคนสองคน

“ว่าไงไอ้โก้ ทีนี้จะเลี้ยงเหล้ากุได้รึยัง หลักฐานพยานมัดตัวชัดๆอย่างนี้แล้ว”

ไอ้ บูมหัวเราะก๊ากๆ ใส่ไอ้โก้ ไอ้นี่ก็งานคณะตัวเองไม่รู้จักช่วยรึไง ถึงได้ดอดมาแอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน เดี๋ยวกลับบ้านไปต้องเปิดอบรมกันหน่อย ส่วนไอ้ปิ่นไอ้เจี้ยบก็กรี๊ดกร๊าดกันไป บอกว่าดีใจที่ได้เพื่อนเขยเป็นถึงเดือนคณะ ดูมันพูด ส่วนคนอื่นก็กิ้วก้าวแซวกันใหญ่แหละครับ

แล้วคืนนั้น พวกมันก็ลากผมกับไอ้เชนไปปาร์ตี้สละโสดโดยมีฝั่งบ้านผมแพ้พนันเป็นเจ้ามือ เมาจนหาทางกลับบ้านกันแทบไม่ถูก เฮ้อ....สรุปว่าผมก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมบุคคล(ปาก)หมาแห่งปีอย่างผม ถึงได้ไปถูกใจไอ้เชนเข้า แต่ก็ไม่เป็นไรครับ แค่มันแสดงออกว่าผมมีความสำคัญกับมันมากมายแค่ไหนไปเรื่อยๆ เท่านี้ก็พอใจแล้วครับ

อากาศเย็นๆในเดือนสิ้นปีทำให้ช่วงนี้บรรดาคนโสดทั้งหลายรอบๆตัวผมเกิดอาการ หนาวใจกันเป็นทิวแถว ส่วนไอ้นิคของเพื่อนๆถึงจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วก็ยังเนียนทำโสดกับเขา ไปได้อย่างไม่เกรงอกเกรงใจไอ้ไส้เดือนเชน ยิ่งช่วงนี้มันกับผมห่างๆกันไปเพราะหลังจากงานเปิดบ้านเสร็จสิ้น บรรดาอาจารย์แต่ละท่านก็ระดมเอาความรู้มาถ่ายทอดใส่สมองกลวงๆของพวกผมกัน ขนานใหญ่ พ่อพิมพ์ของชาติท่านให้เหตุผลว่างานเปิดบ้านกินเวลาเรียนของนักศึกษาไปมากโข อยู่ ช่วงนี้แต่ละคนเลยเรียนกันบักโกรก หน้าดำคร่ำเคร่งไปถ้วนหน้า


“เบื่อว้อยยยยย”

ไอ้ เป้กลับมาถึงบ้านก็ส่งเสียงโวยวายเป็นคนเมายาบ้า ผมกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าจอคอมกับการบ้านของอาจารย์แมทธิว เลยทำตาแลควายใส่แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมัน นึกในใจเบื่อชีวิตมากนักมรึงก็เอาหัวโหม่งผนังบ้านเล่นๆป่ะ

“เซ็ง สาดดดดดดดด” นั่น มันยังไม่เลิกอีก คงเห็นผมไม่ว่าอะไรเลยเรียกร้องความสนใจ ช่วงนี้ไอ้คินก็ยุ่งๆเหมือนกันครับ โรคขาดความอบอุ่นของไอ้เป้มันเลยกำเริบ ตกมันใส่เพื่อนใส่ฝูงมาหลายวันแล้ว

“เชี้ยนิค มรึงสนใจกุหน่อยสิวะ กุเครียดนะเนี่ย” ไอ้เป้ทำท่างอนเป็นเด็กๆดูน่าถีบมากกว่าจะน่ารัก

“แล้วมรึงว่ากุไม่เครียดรึไง สาดเป้ ตามรึงบอดรึเปล่ากุนั่งทำงานอยู่เนี่ย ไปไกลๆตรีนป่ะ”

ยัง หมาคงเส้นคงวา ไอ้เป้พอโดนภาษาดอกไม้เข้าไปก็ดูจะอาการสงบขึ้นเยอะ ไอ้บ้านนี้นี่ถ้าวันไหนไม่โดนผมด่าสงสัยจะนอนไม่หลับกัน เมื่อกี้ผมก็เพิ่งด่าไอ้โก้มันไปแหมบๆ แต่แทนที่จะโกรธแต่มันเจือกยิ้มแล้วกลับไปนอนอ่านการ์ตูนเฉยเลย โรคจิตกันทั้งบ้าน

“ไปหาไรกินกันมั้ยมรึง”

ไอ้เป้มันเข้า มาเกาะแข้งเกาะขา แววตาดูมีความหวัง แต่มันเห็นผมยังเงียบอยู่เลยเรียกไอ้โก้มาร่วมด้วยช่วยกันกอดแข้งกอดขาอ้อน วอนเป็นการใหญ่ ไอ้นิคเลยต้องยอมแพ้ เดี๋ยวไอ้เพื่อนๆมันจะเป็นโรคเหงาตายเสียก่อน ไปกับมันหน่อยแล้วกัน อีกอย่างเมื่อกี้ผมก็ตั้งใจไว้ว่าจะหยุดทำงานพอดี เพราะนั่งอยู่หน้าจอคอมฯตั้งแต่บ่ายสอง จนตอนนี้จะสองทุ่มอยู่แล้ว ขืนให้นั่งทำต่อมีหวังประสาทจะกิน ออกไปยืดเส้นยืดสาย พักสายตาหน่อยก็ดีเหมือนกันครับ

ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที ด้วยความเร็วเหนือเสียงไอ้นิคก็แต่งหล่อแล้วขึ้นประจำตำแหน่งนักบิด ซ้อนท้ายกันสามคนมุ่งหน้าไปร้านนมหน้ามหาลัยหาอะไรใส่ท้องกันหน่อย

และ เมื่อหนุ่มหล่อสามคนสามสไตล์ ตบเท้าเดินเข้าร้านนมที่มีแต่สาวๆหรือไม่ก็คู่รักมากันเป็นคู่ๆ เลยเป็นธรรมดาที่จะถูกจับตามองเป็นจุดเดียว เฮ้อ ภูมิใจในความหน้าตาดีของตัวเองจริงๆครับ

“สวรรค์ของโก้” พูดแล้วทำหน้าเคลิ้มฝันเพราะเห็นสาวๆเต็มร้าน ออกอาการมาแล้วหนึ่งรายครับ

“เฮ้อ กุคิดถึงคินว่ะ”

อัน นี้ก็มาแนวเห็นคู่รักเขาสวีทกันแล้วคิดถึงแฟนตัวเองขึ้นมาบ้าง ส่วนผมน่ะเหรอครับ ก็คิดถึงไอ้เชนมันนิดหน่อยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเพ้อหาอย่างไอ้เป้ นั่นๆๆๆ สาวๆเขาส่งยิ้มหวานเชี้ยบมาให้โน่นแล้ว และตามมารยาทต้องยิ้มตอบใช่มั้ยครับ 55 เหตุผลนี้ใช้ได้เลย

“นี่พวกมรึงจะหม้ออีกนานมั้ย นั่งเร็วๆ จะกินไรรีบๆสั่ง กุหิวแล้ว”

ไอ้ เป้ได้โต๊ะแล้วก็เอาเมนูตบหัวผมกับไอ้โก้คนละที ไอ้นี่ก็ลามนะมรึง เดี๋ยวเถอะ ไม่ใช่แค่ผมนะครับที่เผลอไปกับความน่ารัก ไอ้โก้มันก็นั่งทำตาเจ้าชู้ใส่สาวๆกลุ่มนั้นอยู่ด้วยเหมือนกัน

“เฮ้ยๆ ไอ้คุณนิค มรึงดูสาวโต๊ะนั้นสิวะ ส่งยิ้มให้ใหญ่เลย”

ไอ้โก้ใช้ศอกสะกิด มรึงไม่ต้องสะกิด กุรู้แล้ว กุก็มองๆเล็งๆอยู่เหมือนกันนั่นแหละ 55

“กุจะฟ้องวิกกี้กับไอ้เชน” กำลังเคลิ้มๆกันอยู่ไอ้เป้ก็มาสกัดดาวรุ่ง อ้าววววว ไอ้นี่ เดี๋ยวเจอบ้องหู

“เชี้ย แล้วมรึงชวนกุมานั่งร้านนมทำหอกไรวะ ชวนมานั่งสมาธิรึไง มรึงดูแต่ละคน งามๆทั้งนั้นเลยนะว้อย”

“เออว่ะ ใครมันจะพ่อบ้านได้โล่ห์อย่างมรึง” ไอ้โก้ยกนมปั่นเฉาก๊วยของมันขึ้นซดแล้วด่าไอ้เป้

ส่วน ไอ้นิคก็ไม่สนหรอกครับ อยากฟ้องก็ฟ้องไป ยังไงไอ้เชนมันก็เชื่อผมอยู่แล้ว ซดชามะนาวปั่นดับอารมณ์เคืองเพื่อน ก็แค่มองของสวยๆงามๆเป็นกำไรชีวิตมันจะผิดอะไรนักหนา แล้วผมกับไอ้โก้ก็เนียนทำโสดหนึ่งวัน นั่งมองพร้อมกับแจกยิ้มบาดใจให้ของสวยๆงามๆที่ว่าจนชื่นตาชื่นใจกันไปพัก ใหญ่ จนกระทั่งพนักงานร้านเข้ามาเสิร์ฟขนมปังที่สั่งไว้พร้อมกับขออนุญาตพวกผมให้ ลูกค้ากลุ่มใหม่มานั่งด้วย เพราะโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว อีกอย่างลูกค้าที่ว่าก็เป็นผู้ชายล้วนสามคนเหมือนกับพวกผมด้วย

“อ้าว ไอ้เชน มาได้ไงวะ พวกกุกำลังพูดถึงมรึงอยู่เลยเนี่ย”

เสียง ไอ้เป้ทำเอาแทบสำลักชามะนาวปั่น เวงแล้วมั้ยล่ะ มาได้ไงวะเนี่ย ไหนไอ้เชนมันโทรมาบอกตั้งแต่ตอนเย็นว่าจะกลับบ้าน แล้วมันเห็นผมทำตาเยิ้มใส่สาวผมสั้นหน้าหมวยอินเทรนด์โต๊ะถัดไปรึเปล่าเนี่ย แต่ขอเดาว่าคงเห็นแล้วกันนะครับ ก็มันเล่นตีหน้ายักษ์ใส่ผมแล้วแนะนำคนที่มาด้วยให้รู้จักอย่างนี้

“น้องชายกุเองไอ้วิน แล้วนี่ก็น้องไม้ เพื่อนไอ้วินมัน วิน ไม้ นี่เพื่อนพี่เอง โก้ เป้ แล้วก็นิค”

น้อง วินกับน้องไม้ก็ยกมือไหว้พวกผมรวดเดียวจบแบบมักมวยไหว้สปอนเซอร์เลยครับ จะว่าไปก็เพิ่งเคยเห็นน้องไอ้เชนเป็นครั้งแรก ปกติเคยแต่ได้ยินมันพูดถึงน้องชายให้ฟังบ่อยๆเพราะผมก็มีน้องชายเหมือนกัน แถมยังยังเรียนม.ปลายเหมือนกับน้องไอ้เชนมันด้วยอีก

น้องวินนั้น หน้าคล้ายๆไอ้เชนแต่ตัวไม่สูงเท่า ส่วนน้องไม้นี่ก็ตัวเล็กๆ แต่ก็ดูสมกับหุ่นบางๆ หน้าตาตี๋ๆขาวๆ ดูเรียบร้อยน่ารักมีมารยาทของน้องเขาแล้วล่ะครับ ใส่ชุดนักเรียนมัธยมโรงเรียนอินเตอร์กันด้วย สงสัยที่บ้านคงจะไม่ค่อยมีอันจะกินเท่าไหร่ เห็นเด็กพวกนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงไอ้สองตัวที่บ้านขึ้นมาเลย

“เฮ้ย โทรศัพท์มรึง” ไอ้เป้ส่งโทรศัพท์ของผมที่ฝากมันไว้ตอนขับรถมาให้ ดูเบอร์บนหน้าจอก็อดยิ้มไม่ได้ ตายยากจริงนะมรึง กำลังคิดถึงอยู่พอดี

“ว่าไงแนน พี่อยู่ร้านนมแถวม. กับเพื่อน อือๆเดี๋ยวกลับแล้วจะโทรหานะ คุยกับเพื่อนอยู่”

แล้ว ผมก็กดวางสายไป พอเงยหน้าขึ้นก็เจอสายตาพิฆาตมารยกกำลังสอง ส่งตรงมาจากไอ้เชนเลยครับ เฮ้ยๆเก็บอาการหน่อยเดี๋ยวน้องมรึงก็รู้หมดหรอก ผมส่งสายตาตอบกลับไปให้ว่าอย่างนี้แต่ไม่รู้มันจะเข้าใจรึเปล่า

“ท่าทางพี่นิคจะเนื้อหอมน่าดูเลยนะครับ มีสาวๆโทรมาตามตัวแล้ว”

น้อง ไม้พูดขึ้นแล้วส่งยิ้มน่ารักมาให้ น้องครับ ประเด็นน้องนี่จะหาเรื่องซวยให้พี่เอาได้นะครับ แค่คดียิ้มให้สาวเมื่อกี้พี่กับมันยังไม่ได้เคลียร์กันเลยนะ ท่าทางน้องไม้จะเข้าผิดว่าคนชื่อแนนเป็นผู้หญิงเลยมีแซว

“ไม่ใช่หรอกครับ คือ....” กำลังจะแก้ตัว

“ไม่เห็นต้องถามเลยไม้ เมื่อกี้ตอนเดินเข้ามาก็เห็นสาวๆส่งยิ้มมาให้พี่นิคกันทั้งนั้น”

อ้าว ซวยอีกแล้วกุ ซวยเข้าไปกันใหญ่ น้องวินนี่ก็สมเป็นเพื่อนน้องไม้จริงๆ ประเด็นร้อนฉ่าอีกแล้วครับน้อง สรุปเองแบบไม่เปิดโอกาสให้ผมอธิบายสักคำ มิหนำซ้ำน้องเขายังสวนกลับทันที ทีมนี้เขาเล่นบอลเร็วกันครับ ชิงทำประตูไปก่อนแล้วครับสองศูนย์ ส่วนไอ้เชน รายนี้ก็เตรียมแจกใบแดงให้ผมเต็มที่ เอาเข้าไป อยากจะบร้า


“เปล่า หรอกครับ แนนมันน้องไอ้คุณนิคต่างหาก น้องชายแท้ๆเลย ส่วนเรื่องเนื้อหอมอะไรนั่นก็อย่าไปโดนหน้ามันหลอกเอา ถึงมันจะหน้าตาดีแต่ปากเสียแบบหมอไม่รับรักษาแล้ว แค่เจอน้องหมาในปากมัน สาวๆเขาก็เผ่นหนีกันกระเจิงแล้วครับ ฮ่าๆ”

ไอ้โก้เพื่อนรัก ขอบใจมรึงจริงๆ ถึงมรึงจะถือโอกาสหลอกด่ากุก็ไม่เป็นไร ผมนึกขอบใจไอ้โก้แล้วก็แอบยิ้มหวานๆประจบไอ้เชนไปทีหนึ่ง โล่งอกครับ ไอ้โย่งมันลดความเก๊กหน้าดุลงไปนิดหน่อยแล้ว แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาให้อยู่ดี

“ได้ยินว่าพี่นิคเรียนคอมเหรอครับ ผมก็อยากเรียนอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะสอบติดรึเปล่า”

น้อง ไม้ชวนคุยอีก มันต้องอย่างนี้สิไอ้น้อง พูดแบบนี้ค่อยน่าคบหาหน่อย ทีนี้ผมเลยถือโอกาสเบี่ยงประเด็น จ้อกับน้องไม้เรื่องคอมจนเพลินไปเลยครับ น้องเขาก็น่ารักดี ดูขี้อ้อนๆแล้วก็ยิ้มแย้มตลอด ส่วนน้องวินก็ดูไม่เก๊กเท่าพี่มัน คุยสนุกไม่แพ้เพื่อน

แล้วกลุ่มหนุ่มหล่อที่เพิ่มเป็นหกคนก็นั่งคุย กันอยู่นานจนถึงเวลาที่ไอ้เป้ต้องไปรับไอ้คิน พวกผมเลยตัดสินใจแยกย้ายกันบ้านใครบ้านมัน แต่แล้วปัญหามันก็เกิดขึ้นจนได้

ขณะที่ผมกำลังยืนรอไอ้เพื่อนสอง ตัวกับไอ้เชนอยู่ที่ลานจอดรถ เพื่อนคู่หูน้องวินน้องไม้ก็เดินเข้ามาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ไอ้นิคต้อง อึ้งกิมกี่ไปอย่างนึกไม่ถึง แถมสีหน้าน้องเขาก็บอกว่าไม่ได้พูดเล่น

“เฮียเชนบอกผมเรื่องที่คบกับพี่แล้ว บอกตามตรงนะว่าผมรับไม่ได้”

น้องวินพูดก่อนตามด้วยน้องไม้

“หน้าตาท่าทางพี่ก็ออกจะดูดี คงหาแฟนใหม่ได้ไม่ยาก อย่ายุ่งกับพี่เชนเลยนะพี่”

อ้าว แทคทีมกันมาประกาศเคอร์ฟิวกุซะงั้น ไอ้นิคเลยได้แต่งงปนเซ็ง ปรับอารมณ์ตามน้องไม่ทัน ก็เมื่อกี้ตอนอยู่ในร้านยังคุยกันดีๆอยู่แท้ๆ เฮ้อ ปวดหัวจริงกุ แต่ก็ยังข่มหมาในปากไว้ได้อยู่ ไม่ตอบอะไรไปสักอย่างครับ


แล้วทั้งไอ้น้องวินกับไอ้น้องไม้ (สรรพนามเริ่มเปลี่ยนแล้วครับ 55) ก็พูดอะไรไม่รู้ต่อ ส่วนผมปล่อยให้คำพูดนั้นเข้าหูซ้าย ทะลุออกหูขวาไป แต่ก็จำได้เลาๆว่าไอ้น้องสองตัวนี่พยายามจะพูดให้ผมเลิกกับไอ้เชนนั่นแหละ ครับ แต่จะแสดงโจ่งแจ้งก็คงกลัวพี่มันเลยมาเล่นงานผมลับหลังแบบนี้ ไอ้เด็กพวกนี้ไม่แมนเลยจริงๆ

แล้วพอไอ้เชนกลับมา ไอ้สองตัววินไม้ก็กลับเข้าสู่โหมดน้องชายที่แสนดีตามเดิมอย่างกับตั้ง โปรแกรมเอาไว้ สามารถจริงๆน้อง เป็นลูกศิษย์แอ๊บแบ๊วไอ้ปิ่นรึเปล่าเนี่ย เนียนพอกัน นี่ตกลงว่ากุโดนหน้าซื่อๆตาใสๆของน้องๆหลอกเอาใช่มั้ยเนี่ย คิดไปคิดมา ผมเลยพาลโมโหไอ้เชน ไม่พูดอะไรกับมันสักคำ ไม่แม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ โมโหๆ


สรุปว่าวันนั้นพวกผมก็แยกย้ายกันกลับบ้าน โดยที่ผมได้ความเซ็งเรื่องน้องไอ้เชนกลับไปเป็นของฝากด้วย อุตส่าห์ออกมาหาอะไรกินกับเพื่อน ตั้งใจจะมานั่งมองสาวๆสวยๆให้อิ่มอกอิ่มใจคลายเครียด แต่กลับต้องมาเจอเรื่องปวดหัวยิ่งกว่าเดิมอีก เซ็งจริงๆครับ แต่เอาเถอะ ยังไงคงต้องมีเคลียร์กับไอ้เชนเร็วๆนี้แน่

ก็อย่าง ที่เคยบอกไว้แหละครับ ไอ้คนอย่างผมมันไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาใจ ขืนปล่อยไว้ไม่ทำอะไรสักอย่างกับไอ้ท่าทางประกาศตัวเป็นศัตรูของไอ้น้องวิ นไม้ ผมคงได้ประสาทกินแน่ หนอย บังอาจมาลูบคม ต่อให้เป็นน้องไอ้เชนก็เหอะ เอาไว้ไม่ได้แล้ว

ตอนที่ 18

จากวลีอมตะของตำราพิชัยยุทธ์ซุนวู ที่ไอ้นิคก็ไม่รู้จักหรอกว่าท่านซุนฯนั้นเป็นใครมาจากไหน แต่แค่เคยได้ยินปู่พูดถึงชื่อนี้บ่อยๆ กล่าวไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ด้วยเหตุฉะนี้แล้ว การที่จะกระทำการใดๆอันเป็นผลให้ตนเองเป็นฝ่ายเพลี่ยงเพราะไม่รู้จักศึกษา ศัตรูให้ถ่องแท้เสียก่อน ไอ้คุณนิคจะไม่กระทำเป็นอันขาด พอๆๆ ชักจะมึนหัวละ สรุปเป็นภาษาคนธรรมดาก็คือ ผมจะรอดูท่าทีไอ้น้องวินไม้ไปก่อน ไว้เจอจุดอ่อนมันสองตัวเมื่อไหร่ เมื่อนั้นไอ้คู่หูวินไม้ได้เจอสอยร่วงแน่ หึ หึ

ไอ้นิคนึกในใจ แล้วแอบยิ้มเหี้ยม นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นฉำฉาแถวๆสนามบอล มีไอ้เชนนั่งคุมความประพฤติเพราะผมยังติดโทษแบนเรื่องเหล่สาวที่ร้านนมวัน นั้นอยู่ เลยไม่ได้ไปหลั่นล้าเตะบอลโกลหนูกับไอ้พวกเพื่อนๆ แต่ไม่เป็นไร นั่งวางแผนกลยุทธ์พิฆาตไอ้น้องวินไม้ฆ่าเวลาเล่นๆก็ได้

แล้ว ก็เข้าตำราปู่กระสันถึงไก่ ไก่ก็มา แต่รายนี้ไม่ใช่ไก่น่าพิสมัยเหมือนเคเอฟซี หรือไก่ย่างห้าดาว แต่มันเป็นไก่โดนไข้หวัดที่เป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติ ไม่สมควรให้มาเข้าใกล้ แต่น่าจะโดนจับยัดกระสอบแล้วฝังให้ลืมหลุมไปเลยเสียมากกว่า

คู่หูเพื่อนซี้ ไอ้น้องวินนี่เดอะพูห์กับไอ้น้องไม้ที่สมควรโดนไม้หน้าสามฟาดเดินเข้ามานู่นแล้วครับ

หลัง จากประกาศความเป็นศัตรูกันไปแล้ว ไอ้คู่หูอ้อนตรีนก็พากันแวะเวียนมาหาที่คณะแบบเช้าถึงเย็นถึง ตอนแรกๆผมก็เข้าใจว่า พวกน้องๆมันคงรับไม่ได้จริงๆ ที่เห็นไอ้เชนเปลี่ยนมาคบกับผู้ชายด้วยกันเลยกันท่าผมซะขนาดนี้ แต่หลังๆมาไอ้นิคชักจะเริ่มไม่แน่ใจ เห็นท่าทางเอาอกเอาใจของไอ้น้องไม้ที่มีต่อไอ้โย่งแล้วผมก็เริ่มรู้สึกว่า มันจะริอาจทำตัวเป็นน้องสนิทคิดไม่ซื่อกับไอ้เชนรึเปล่า


“พี่นิค ลองชิมช็อคโกแล็ตเค้กนี่ดูสิครับ ไม้สั่งให้เชฟที่บ้านทำมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ”

น้อง ไม้ส่งกล่องเค้กให้พร้อมเน้นคำว่าโดยเฉพาะมาด้วยแบบแฝงความนัย แต่ไอ้นิคไม่สน อะโด่ ก็แค่เชฟ บ้านกุก็มี เชฟแม็คไง รู้จักมะ ใครอยากจะกินก็กินไป ไอ้นิคไม่กินว้อย ส่ายหน้าตอบแล้วหันไปอ่านการ์ตูนต่อ จนไอ้เชนมันสังเกตเห็น แต่ไม่ได้เห็นอาการเซ็งของแฟนมันนะครับ มันเห็นสีหน้าหงอยๆ(ที่แน่นอนว่าแกล้งทำ) ของน้องไม้หน้าสามต่างหาก

“น้องเขาอุตส่าห์มีน้ำใจเอามาฝาก ชิมหน่อยน่า กินช็อคโกแล็ตแล้วคลายเครียดนะ”

ดู มัน พ่อพระเอก วุ้ย ขัดใจกุจริง กินแล้วจะหายเครียด พูดมาได้ ความเครียดกุจะเพิ่มเพราะไอ้น้องไม้หน้าสามมันแอบใส่ยาถ่ายมาให้ด้วยล่ะสิ ไม่ว่า เริ่มได้กลิ่นน้ำเน่าโชยเข้าจมูก เหมือนตัวเองกำลังถูกตัวร้ายในละครหลังข่าวกลั่นแกล้ง แต่เรื่องอะไรจะตกหลุมพรางของพวกแก๊งค์ลูกหมาพันธุ์เกรียนวะ ระดับไหนแล้วให้มันรู้ซะบ้าง

“กุกินไม่ไหวจริงๆว่ะ วันนี้ปวดท้อง สงสัยกระเพาะกำเริบ ถ้ากินอะไรเข้าไปตอนนี้กุคงอ้วกแน่”

ทำ เสียงอ่อย แต่เน้นคำว่า อ้วก แรงๆใส่ไอ้น้องไม้ครับ สะจายยยย ไอ้เชนพอได้ยินว่าสุดที่รักไม่สบายก็ตกใจหน้าตื่น เว่อร์ไปป่ะมรึง

“ถึงว่าหน้าซีดๆ ไปหาหมอมั้ย เดี๋ยวกุพาไป ไม้หลีกหน่อย”

ไอ้ เชนเลิกสนใจเค้ก เอื้อมมือมาแตะหน้าผากผม มรึงเข้าใจไรผิดรึเปล่า กุบอกว่าปวดท้องนะไม่ได้ปวดหัวถึงจะมาวัดไข้เนี่ย แต่ก็แอบดีใจครับ ไอ้เชนมันมัวแต่ห่วงผม เลยไม่เห็นว่าไอ้นิคจงใจยิ้มเยาะใส่ไอ้น้องไม้ที่ทำหน้าบูดเป็นตูดหมึกอยู่ กับไอ้น้องวิน 555 บอกแล้วว่าระดับมันต่างกัน น้องเอ้ย มือสมัครเล่นน่ะถอยไปไกลๆเลย

ไอ้นิคคงกระหยิ่มยิ้มย่องออกนอกหน้ากับตำแหน่งแหลอวอร์ดมากไปหน่อย พอขึ้นรถได้ ไอ้เชนมันเลยถามยิ้มๆ

“ปวดท้องจริงๆ หรือแกล้งทำเพราะหึงกุกับไม้” รู้ทันอีกนะมรึงว่ากุแกล้งทำ

“ถามงี้ งั้นแสดงว่ามรึงก็รู้ตัวเหมือนกันสิว่าน้องไม้ของมรึงเขาคิดอะไรอยู่”

“น้องไม้ของกุอะไร ถ้านิคของกุล่ะก็ว่าไปอย่าง” เปิดช่องให้หน่อยไม่ได้ครับ เป็นต้องหยอด

“ไม้ เขาไม่ได้คิดอะไรกับกุหรอก เด็กมันเป็นลูกคนเดียว พอมาเจอสุดหล่อสุดเพอร์เฟ็คไร้ที่ติ ที่นานทีปีหนฟ้าจะส่งมาเกิดอย่างกุก็เป็นธรรมดาที่จะต้องชื่นชม เหมือนเป็นไอดอลหรือฮีโร่ในดวงใจนั่นแหละ”

ว่าแล้วก็ละมือจากพวงมาลัยรถมาจับมือไอ้นิคไว้แถมยังทำตาเจ้าชู้ส่งมาให้อีก เออ กุรู้ว่ามรึงหล่อ
ผมเลยเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ ไม่ต้องมามองหน้ากุเลย มองถนนโน่น กุยังไม่อยากไปเฝ้าท่านท้าวยมบาลว้อย

“หลงตัวเองจริงนะมรึง”

“แต่ก็ไม่เท่ากับที่กุหลงมรึงหรอกน่า”

ไอ้ หน้าหล่อไส้เดือนคณะยิ้มๆ จับมือไอ้นิคขึ้นไปจุ๊บที่หลังมืออีกแล้ว เห็นอย่างนี้เลยด่าไม่ออกครับ ไอ้เชนมันฮัมเพลงไป ขับรถไปท่าทางสุขีสโมสรเหลือเกิน ตอนแรกผมกะจะเล่นงานไอ้โย่งที่มันกล้าละเมิดสนธิสัญญาของเราไปบอกไอ้คู่หู อ้อนตรีนนั่นว่าผมกับมันเป็นแฟนกัน แต่พอเจอมุกกุหลงมรึงเข้าไปเท่านั้น น้องหมาในปากเลยเป็นเบาหวานเฉียบพลัน ออกมาเห่าไม่ได้ชั่วขณะ อีกอย่าง ถ้าไอ้เชนมันรู้ว่าน้องมันมาพูดอะไรกับผม เชื่อเลยว่ามันต้องไปจัดการไอ้ลูกหมาวินแน่ ก็มันออกจะรักผมขนาดนี้ 55 และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันก็ไม่สาแก่ใจนิคน่ะสิครับ สู้ผมเก็บไอ้สองตัวนั่นไว้เจื๋อนด้วยฝีมือตัวเองดีกว่า สะใจกว่ากันเยอะเลย หึ หึ

กลยุทธ์เขี่ยคู่หูวินไม้ให้พ้นทางรักของผมก็ออกมาหลายฉบับหลากรูปแบบแล้ว แต่ไอ้นิคก็ยังไม่ได้ลงมือให้เป็นชิ้นเป็นอันเสียที แผนการก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนหรือรุนแรงอะไรมากมายหรอกครับ ก็แค่ให้ไอ้โอมันเอาหน้าเถื่อนๆถ่อยๆ ของมันไปตามหลอกหลอนก่อกวนไอ้น้องไม้แค่นั้นเอง ทีนี้ไอ้สองตัวนั่นก็จะไม่มีเวลามายุ่งกับพวกผมไปอีกสักพัก วิธีนี้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน แล้วยังเป็นการไถ่โทษที่ผมทำให้ไอ้โอมันต้องฝันร้ายไปเป็นอาทิตย์เพราะโดน เฮียสิทธิ์ลวนลามทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจด้วย ก็น้องไม้มันออกจะน่ารักอย่างนั้น (หมายถึงแค่หน้าตานะครับ ไม่นับรวมนิสัยกับพฤติกรรม “สร้างความร้าวฉานคืองานของเรา” ของไอ้น้องไม้มัน)

ส่วนสาเหตุที่แผนการทั้งหลายมันยังไม่เป็นรูปธรรม เสียทีก็เพราะไปเจรจาเสนองานให้ไอ้โอริโอ้แต่คราวนี้มันแข็งข้อกับผม ไม่ยอมถูกใช้เป็นเครื่องมือ ส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว ขนาดเอาโปรโมชั่นกินยาดองฟรีสามปีแถมมะขามจิ้มเกลือเป็นกับแกล้มมันก็ยัง ไม่เอาเลย งานนี้เลยต้องโทษเฮียสิทธิ์คนเดียวเลยครับ ทำไก่โอริโอ้ตื่นหมด ก็คนอย่างไอ้นิคมันไม่เคยโทษตัวเองหรอก อิ อิ


มิ หนำซ้ำช่วงนี้อาจารย์แต่ละท่านก็พากันอัดงานมาให้เป็นขบวนพาเหรด ผมเลยไม่มีเวลาลงมือเช็คบิลไอ้สองตัวนั่นเสียที ศุกร์เสาร์ก็โต้รุ่งนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมฯกันจนตาลาย เริ่มเห็นหน้าเพื่อนเป็นหน้าสี่เหลี่ยมเหมือนจอคอมฯไปหมดแล้ว


“ซื้อไรมาเยอะแยะวะ”

ไอ้คินกับไอ้เป้เดินหนุงหนิงหอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาในบ้าน ครอบครัวสุขสันต์จริงๆเลยเนาะพวกมรึง

“กุเอารถไปเช็คมา เลยแวะซื้อเสบียงมาด้วย”

ไอ้ เป้ชูถุงผักผลไม้ และของสดอีกหลายอย่างให้ดู ก่อนจะรับถุงขนมจากที่รักมันไปรวมกันเก็บเข้าตู้เย็น สมกับตำแหน่งพ่อบ้านโล่ทองคำฝังเพชรจริงๆ ส่วนไอ้คินก็แสนจะรู้ใจเพื่อน พอเห็นไอ้คุณนิคที่เพิ่งส่งงานไปเมื่อเช้า มีเวลามานั่งเอ้อระเหยจิบเบียร์ดูสะเก็ดข่าวอยู่กับไอ้โก้เพื่อผ่อนคลายสมอง หลังจากเปิดทำการโรงงานนรกมาหลายวัน เลยแกะข้าวเกรียบมโนราห์ใส่จานพร้อมน้ำพริกเผามาประเคนให้ถึงที่ รายนี้ก็แม่บ้านได้โล่อีกเช่นกัน เอาใจเก่งแบบนี้ไอ้นิคชักเสียดาย

นั่ง หัวเราะสะเก็ดข่าวกันแทบจะสำลักเบียร์ พร้อมเนียนๆนั่งซบไอ้คินจนโดนไอ้พ่อบ้านโล่เพชรตบกะโหลกเป็นการเตือนเบื้อง ต้นว่าได้รุกล้ำอาณาเขตหวงห้าม สต๊าฟอนลี่ ของไอ้เป้เข้าแล้ว
ผมก็ได้ยินเสียงออดดังขึ้นตามมาด้วยเสียงคนคุยกันดังเอะอะอยู่หน้าบ้าน


“เฮ้ ว้าท ซ่าฟ แหม่น” ใครมายืนเกาะรั้วบ้านกระแดะตะโกนภาษาต่างชาติใส่วะ หรือไอ้พวกข้างบ้าน

“แหม่น เหมิ่น บ้านมรึง ที่นี่ไม่มีฝรั่ง มีแต่คนไทยว้อย”

ตะโกน ปล่อยหมาในปากออกไปวิ่งเล่นตอนสองทุ่มแล้วคีบรองเท้าแตะลายน้องหมีกอดหัวใจ สีชมพูออกไปเปิดประตูบ้าน นอกเรื่องเล็กน้อยครับ รองเท้าแตะคู่นี้ เป็นของที่ไอ้เป้มันซื้อให้ไอ้คินเป็นของขวัญวันลอยกระทง โดยให้เหตุผลว่า รองเท้าคู่นี้จะเปรียบเสมือนตัวแทนความรักของมันที่ไม่ว่าจะถูกไอ้คินเหยียบ ย่ำสักเท่าไหร่ รองเท้าก็จะยังคงทำหน้าที่ปกป้องเท้าน้อยๆของไอ้คินด้วยความซื่อสัตย์ และไม่ย่อท้อ อ้วกมั้ยล่ะครับ แนวคิดมัน แต่ก็นั่นล่ะ คู่นั้นมันสมกัน ไอ้คินพอได้ยินนิยายรักน้ำเน่าของไอ้เป้ก็หน้าแดง เขินอายของมันไป ตำแหน่งคู่รักแห่งปีหนูไฟก็คงต้องยกให้มันสองคนไปล่ะครับ ว่าแต่วันลอยกระทงกับรองเท้าแตะมันเกี่ยวกันตรงไหน มาถึงตอนนี้ผมก็ยังงงๆกับระบบความคิดของเพื่อนอยู่เลย

ไอ้นิคเดินออกไปเปิดประตู แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง

“เฮ้ย มาได้ไงวะ” ผมคงตะโกนดังไปหน่อย ไอ้โก้มันเลยตามออกมาดู

“ก็มา ตุ๊กๆไง”

ไอ้สองตัวตอบพร้อมกับยกมือไหว้ไอ้โก้ แต่กับผมมันกลับกระโจนเข้ามารุมกอดจนหายใจแทบไม่ออก

“อย่ามากวน ไอ้แนน แค่สายตาสั้นไม่ได้ถึงขั้นบอด เห็นแล้วว้อยว่านั่งตุ๊กๆมากัน”

“อ้าว ก็ตัวถามว่ามาได้ไง ก็ต้องตอบว่านั่งตุ๊กๆมาดิ หรือจะเอาตั้งแต่ตอนที่พ่อมาส่งที่ท่ารถ ซื้อตั๋ว นั่งรอรถออก แล้ว...”

ก่อนไอ้แนนมันจะสาธยายให้กลายเป็นนิราศรถทัวร์ผมก็ยกมือห้ามเสียก่อน น้องใครวะ กวนจริงๆ

“หรือว่าตัวไม่ดีใจที่พวกเค้ามาหา” ไอ้เนมยิ้มแป้นแล้นเข้ามากอดเอวผมไม่ปล่อย

“พอก่อนๆเดี๋ยวค่อยอ้อนกันต่อ เค้าหิวข้าวจะแย่แล้ว”

ไอ้ แนนทำท่าลูบพุง มันเป็นน้องคนกลาง เกิดก่อนไอ้เนมที่เป็นฝาแฝดกันไปแค่สามนาที มันเลยได้ตำแหน่งลูกคนกลางไป เห็นชื่อมันอย่างนี้แต่มันเป็นผู้ชายทั้งคู่นะครับ ตอนนี้ไอ้สองตัวนี่เรียนม.6 กันแล้ว พอดีที่โรงเรียนมันมีกิจกรรมประชุมวิชาการอะไรสักอย่างเลยให้เด็กหยุดเรียน สามวันบวกกับเสาร์อาทิตย์เลยได้หยุดยาวเป็นห้าวัน พวกแฝดเลยขออนุญาตพ่อกับแม่นั่งรถทัวร์จากเหนือมาหาผมอย่างนี้ แต่ดันเล่นพิเรนทร์มาหาแบบไม่บอกให้รู้ตัวก่อน

กำลังจะช่วยขน กระเป๋าเสื้อผ้าของพวกแฝดเข้าบ้าน แต่ไม่รู้ไอ้คู่หูวินนี่เดอะพูห์กับน้องไม้หน้าสามมันโผล่กันมาจากไหน ไอ้นิคนี่เห็นลางร้ายตั้งเค้าทะมึนมาเชียว เหงื่อตกเลยกุ

“ถ้าเฮียเชนรู้ว่าพี่ควงสองเข้าบ้านแบบนี้ คงตัดสินใจเลิกได้ไม่ยากแน่ๆ”

ไอ้ น้องวินพูดเรื่องไอ้เชนจะเลิกกับผมแล้วทำมายิ้มทำเยาะใส่ นั่นไง กะอยู่แล้ว เวงมั้ยล่ะมรึง น้องกุอยู่ครบทั้งไอ้แนนไอ้เนมเลยเนี่ย ไอ้นิคโมโห ไม่มีคำว่าเด็กหรือน้องไอ้เชนคอยห้ามลูกสมุนสี่ขาในปากแล้ว

“มรึงมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย อย่ามาปากหมาวอนตรีนแถวนี้” ขึ้นกุมรึงใส่แล้วครับ

แต่ เห็นทีไอ้พวกเด็กเวรมันคงไม่ยอมถอยง่ายๆ ผมเลยหันไปไล่พวกแฝดให้เข้าบ้านไปก่อน บอกตามตรงว่ายังไม่อยากให้น้องๆรู้เรื่องที่ผมคบกับไอ้เชน กลัวน้องมันจะรับไม่ได้เหมือนที่ไอ้น้องวินเคยพูดใส่หน้าผม แล้วถ้าไอ้พวกแฝดจะรู้เรื่องนี้ มันก็ต้องรู้จากปากผมเองเท่านั้น

แต่ ไอ้แนนไอ้เนมมันก็สมกับเป็นน้องผมล่ะครับ ไม่ยอมเข้าบ้านตามคำสั่ง แต่เดินตาขวางๆมาสมทบกับพี่มันแทน เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆน้องกุ งานนี้คู่หูวินไม้ปะทะคู่แฝดน.หนู เฮ้อ ไมเกรนแด๊กไอ้นิคอีกแล้ว


“พวกมรึงมีปัญหาอะไรกับพี่กุนักหนาห๊ะ หรือกินข้าวเย็นกันไม่อิ่มเลยต้องอยากมากินกำปั้นแถวนี้”

ไอ้แนนเริ่มก่อน

“แล้วระดับมรึงสองตัวก็ไม่ต้องให้ถึงมือพี่กุหรอก โทรบอกให้ที่บ้านเตรียมจองศาลาไว้ได้เลย”

ไอ้ เนมเลยเอาบ้าง โห บทพูดแต่ละคนนี่จิ๊กโก๋ภูธรเสี่ยวรับประทานจริงๆ เล่นเอาไอ้คู่หูวินไม้อึ้งกันไปเลยทีเดียว ก็พวกแฝดมันตัวสูงกว่าผม หน้าตาก็ไปทางพ่อทางคุณปู่ คือ ตาโตๆ ดุๆ ไม่เหมือนผมที่หน้าคล้ายท่านแม่ เวลาบอกว่าเป็นพี่น้องกันเลยไม่ค่อยมีคนเชื่อเท่าไหร่

ดูแค่หน้าอาจ จะไม่เชื่อว่าเป็นพี่น้องคลานตามกันมา แต่พอฟังวาจาปราศรัยแล้ว ก็ฟันธงโช๊ะได้เลยว่าเนี่ยแหละ น้องกุ ไอ้นิคไม่รู้ว่าจะขำหรือจะสงสารกับอาการอึ้งๆของคู่หูวินไม้ดี ก็แหงล่ะครับ จะไม่ให้มันอึ้งกันได้ไง ก็เด็กคุณหนูโรงเรียนอินเตอร์ นั่งรถหรู มีคนขับคอยเปิดประตูให้ จะมาสู้อะไรได้กับพวกเด็กรัฐบาลประเภทโรงเรียนมัธยมวัดหนองหมาว้อ ใส่ผ้าใบมีรูที่นิ้วก้อยเตะบอลบนสนามดินแดงฝุ่นตลบอย่างพวกแฝดได้ล่ะครับ 555 (บรรยายซะรันทดเลย) อึ้งไปเลยครับ อึ้งให้กับความเถื่อนของพวกแฝด

ท่าทางตำแหน่งกรรมการห้ามมวยรุ่นเยาวชนไม่เกิน 18 ปีคราวนี้คงหนีไม่พ้นไอ้นิคล่ะครับ แต่ระฆังยกที่หนึ่งยังไม่ทันจะดังไอ้โก้ก็ตะโกนขัดจังหวะออกมาจากในบ้าน


“เฮ้ย ไอ้คุณนิค ไอ้ต่อมันโทรมาบอกให้มรึงไปรับไอ้เชนที่ลานเบียร์ว่ะ เอ้า กุญแจรถ”


ไอ้ โก้บอกชื่อร้านแล้วโยนกุญแจรถไอ้เชนให้ สองสามวันนี้ไอ้โย่งมันเปลี่ยนเอามอเตอร์ไซค์ฮ่างของผมไปใช้แล้วทิ้งหนุ่มใน ฝันน้องแพนเค้กไว้ให้ไอ้นิคเพราะบ้านมันกำลังซ่อมหลังคาโรงรถ

“สาดดดด ลำบากกุอีก แนมเนมเข้าบ้านไปก่อน ส่วนพวกมรึงก็กลับบ้านไปได้แล้ว”

ผม หันไปสั่งเหล่าเยาวชนต่ำกว่าสิบแปดเสียงเข้มให้แยกย้ายกันบ้านใครบ้านมัน แล้วไอ้นิคก็ต้อง งงไปเล็กน้อยครับ ก็แต่ละคนที่เชื่อฟังคำสั่งพี่มันผิดคาด ไม่ต้องให้ปากเปียกปากแฉะบอกซ้ำสองพวกแฝดก็หันหลังเดินเข้าบ้านแต่โดยดี ส่วนไอ้วินไม้ก็เดินกลับไปขึ้นรถตัวเองที่จอดไว้ข้างทางง่ายๆเหมือนกัน บทมันจะง่ายก็ง่ายเสียจนน่าสงสัยแฮะ ไอ้นิคส่ายหัวเบาๆ แล้วเดินไปขึ้นรถ


พอไปถึงลานเบียร์ผมก็รีบสอดส่ายสายตามอง หาที่รักซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถเท่าไหร่ นั่นไงครับ ไอ้พวกบอยแบนด์นั่งเปล่งออร่าคนหน้าตาดีอยู่ตรงนั้นไง ผมเดินเข้าไปในร้านท่ามกลางสายตาสงสัยของบรรดานักดื่มว่าไอ้คนสวนมันคงแอบ หนีงานมาเที่ยวแน่ๆ ก็สภาพของไอ้นิคยังอยู่ในชุดเสื้อยืดเปื้อนหมึกเป็นดวงๆเพราะซักไม่ออก กับกางเกงเตะบอลชายรุ่ยสีซีดแบบทายสีเดิมไม่ถูกอยู่เลย ไม่พอยังลากแตะสีชมพูของขวัญแทนใจไอ้เป้ ใส่แว่นหนาเตอะที่ไอ้ปิงปองมันเคยล้อว่าเป็นท่านด๊อกฯ มาด้วยอีก สารรูปอย่างนี้เจ้าของร้านเขาปล่อยให้เข้ามาก็บุญโขแล้ว


ผมเดิน เข้าไปสะกิดเรียกไอ้ตี๋ต่อที่กำลังหม้อสาวเชียร์เบียร์คนงาม พอมันหันมาเห็นว่าใครมาก็ผวาเข้ากอดทันที ไอ้นิคเลยซัดศอกเข้าปลายคางเต็มๆ เมาได้โดยไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์เลยมรึง

“อูย ซาดิสต์จริงชายนิค”

ไอ้ ตี๋นวดคางทำหน้ามุ่ย ว่าแต่ไอ้เชนมันอยู่ไหนวะเนี่ย บอกให้กุมารับแล้วหายหัว เดี๋ยวเถอะมรึง ไอ้พวกบอยแบนด์เห็นคุณชายข้างบ้านออกอาการอารมณ์เสียเพราะไม่เห็นที่รักเลย ชี้แจงแถลงข่าว

“ไอ้เชนมันแวะเอาลุงแก่ของมรึงไปส่งร้าน เดี๋ยวมันจะติดรถช่างมาลงที่นี่”

“อ้าว รถกุเป็นไรวะ” ที่แท้มอเตอร์ไซค์ฮ่างของผมมันเกเรนี่เอง

“เห็น ไอ้เชนบอกว่าเบรคไม่ค่อยติดเลยแวะให้ช่างเขาดู มันบอกว่าเดี๋ยวเกิดมรึงเอาไปซิ่งทั้งๆที่รถเป็นอย่างนี้มันอันตราย กุว่าไอ้เชนคงขี้เกียจหาแฟนใหม่น่ะแหละ ก็หมาๆโหดๆอย่างมรึงมันหายากจะตาย น่าอนุรักษ์ไว้เฝ้าบ้านหรือไม่ก็เก็บไว้ให้ลูกหลานดูเป็นอุทาหรณ์ ฮ่าๆๆ”

กำลังซึ้งๆกับความดีของที่รัก แต่ไอ้แซ็คดันมาขัดคอเลยโดนศอกเป็นรายถัดจากไอ้ตี๋ต่อ

ไอ้ นิคว่าจะโทรหาไอ้เชนบอกให้มันรอยู่ที่อู่แล้วผมจะไปรับมันที่นั่น แต่ก็นึกออกว่าตัวเองลืมโทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์ไว้ในรถ เลยขอตัวกลับไปเอาของ ท่ามกลางเสียงกำชับกำชาของไอ้บูมให้ผมรีบกลับมาเพราะมันสั่งเบียร์มาเพิ่ม อีกหลอดแล้ว

เดินไปที่ลานจอดรถก็เห็นพวกขี้เมาห้าหกคนล้อมวงยืน เอะอะอะไรกันอยู่สักอย่าง ท่าทางจะมีเรื่องกันแฮะ ไอ้นิคมองเล็กน้อยแต่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย ไขกุญแจเปิดประตูรถเข้าไปเอาโทรศัพท์ พอจะโทรหาไอ้เชนก็ได้ยินเสียงคุ้นหู เสียงคล้ายๆไอ้น้องไม้เลยว่ะ แมร่ง ตามมาหลอกหลอนถึงนี่ คิดในใจแล้วโทรคุยกับไอ้เชนสักพักจนวางสายผมก็ได้ยินเสียงไอ้น้องไม้อีกแล้ว

“บอกให้ปล่อย ฟังภาษาคนไม่ออกรึไง”

เสียง ตวาดแหวแบบนี้ เหวยๆ ใช่จริงๆด้วยแฮะ แล้วมันมาได้ไงเนี่ย ไอ้นิคชะเง้อชะแง้จนแน่ใจว่าไอ้หน้าอ่อนที่โดนพวกขี้เมาล้อมวงหาเรื่องอยู่ เป็นศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งก็นึกลังเล จะเอาไงดีวะ แต่ก็ใช้เวลาคิดไม่ถึงนาทีหรอกครับ เฮ้อ ทำไงได้ ก็คนมันเกิดมาหน้าตาดีไม่พอ จิตใจยังแสนจะดีงามล้นเหลืออีกด้วย ไม่ช่วยก็คงไม่ได้ ว่าแล้วโยนโทรศัพท์ในมือเก็บไว้ที่เดิมแล้วเดินอาดๆเข้าไปหาทันที

“อะไร จะมาโบกรถให้เหรอวะ ไม่ต้องว้อย พวกกุยังไม่เสร็จธุระ”

ไอ้ขี้เมาตะโกนไล่ผม โห หล่อๆอย่างนี้ดันเห็นเป็นเด็กโบกรถไปซะได้ เสียมั้ย อย่างนี้มันเสียมั้ย

“เปล่าครับพี่ คือไอ้เด็กนี่มันคนรู้จักผมเอง มันทำอะไรให้พี่ไม่พอใจเหรอครับ”

“อ้อ เด็กมรึงเหรอไอ้แว่น งั้นดีเลย มรึงมาเคลียร์ให้กุเลย บอกมันกราบพวกกุงามๆให้ครบทุกคนเลยนะไม่งั้นกุยำมรึงอีกคนแน่”

ชี้ หน้าผมแล้วทำเสียงยานคาง ทำกร่างว่าจะยำไอ้นิค โธ่เอ้ย ดูสภาพแต่ละคนนี่เมาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่กันแล้ว แค่ดีดหน้าผากเบาๆพวกมรึงก็หงายท้องกันแล้ว แต่ยังครับ องค์ยังไม่ลง

“มันทำอะไรพวกพี่เหรอครับ”

ฉีกยิ้มถามไป ถ้าเป็นปกติคงได้ซัดกันสักยกสองยกไปแล้วแต่ที่ผมยังทำใจเย็นได้นี่ก็เพราะถือโอกาสเอาคืนไอ้น้องไม้มันด้วยแหละครับ

“มันเดินชนกุไม่ขอโทษ ยังด่าพวกกุอีก”

ไอ้ ขี้เมาทำเสียงอ้อแอ้ ผมเลยหันไปถามฝ่ายไอ้น้องไม้แต่มันหยิ่งไม่ตอบ ทำหน้าเชิด เม้มปากใส่ทั้งๆที่ตาแดงก่ำจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว เด็กเอ๋ยเด็ก 555 แต่แกล้งเด็กเนี่ยแหละ มันส์สุดแล้ว

“ขอโทษพี่เขาซะไม้ ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด เร็วเข้า”

ไอ้นิคเสียงดุใส่ ทีนี้น้ำตามันร่วงผล็อยเลยครับ ไอ้น้องไม้ยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่บอกแต่น้ำตาไหลพรากๆเป็นนางเอกบทโศก

“เร็วสิไม้ ถ้าบอกดีๆอย่างนี้แล้วไม่ฟังพี่จะไปแล้วนะ”

ไอ้ นิคเตรียมจะทิ้งไอ้น้องไม้ไว้ท่ามกลางพวกขี้เหล้า แต่โดนไอ้เด็กก๊อกน้ำตาแตกยึดชายเสื้อไว้แน่น เฮ้อ เห็นแล้วนึกถึงสมัยไอ้แนนเนมยังเด็กๆ

“ขอโทษก็ได้ ขอโทษ !”

ไอ้ น้องไม้ตะโกนลั่นทั้งๆที่ยังสะอึกสะอื้น ไอ้พวกขี้เมาเลยหัวเราะร่าเป็นตัวร้ายหนังอาฉลอง ผมเลยปล่อยมันหัวเราะกันไปแล้วดึงแขนไอ้เด็กขี้แงเดินออกไปตั้งใจจะพามัน กลับบ้านแต่หูที่แสนดีก็ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกเหมือนเดิม แบบนี้แถวบ้านเรียกหูหาเรื่องครับ

“นึกว่าจะแน่ โธ่เอ้ย จับนิดจับหน่อยทำเล่นตัว โก่งราคาหรือไงวะ”

ได้ ยินอย่างนี้ปุ๊บ ไอ้นิคผู้ฉลาดปราดเปรื่องก็เข้าใจเรื่องราวเลยครับ ยิ่งหันไปมองหน้าไอ้น้องไม้ที่ยึดชายเสื้อผมไว้พลางสะอื้นฮักๆ แถมยังเงยหน้าขึ้นสบตาผมโกรธๆอีก แบบนี้ชัวร์ป๊าบเลย

“นี่ถ้าให้เงินแต่แรกคงถลาเข้ามาหาแบบไม่ต้องเรียกให้เสียเวลา เด็กสมัยนี้มันง่ายจะตาย ”

ยัง พล่ามไม่เลิกกันอีก ชะตาจะถึงฆาตยังไม่รู้ตัวนะมรึง แล้วเด็กที่ชื่อไอ้นิคก็ยิ้มเหี้ยม พี่เข้าใจถูกเลยครับ เด็กสมัยนี้มันง่ายจะตาย แล้วพี่ก็อาจจะตายเอาง่ายๆก็เพราะเด็กนี่แหละครับ ผมไม่พูดพล่ามทำเพลง ถลาเข้ากระโจนถีบยอดอกไอ้คนพูดเต็มฝ่าเท้าจนมันหงายหลังผลึ่งลงไปนอนดูดาว เลยครับ 555 สะใจจริงว้อย

“ซื่อบื้อชะมัด แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกวะ ไม่น่าขอโทษให้เสียปากเลยแมร่ง”

พอ เข้าใจเรื่องเลาๆเลยหันไปด่าไอ้น้องไม้มันสักหน่อยหลังจากฮุกขวาเต็มเบ้าตา ไอ้ขี้เมาอีกคนจนล้มไม่เป็นท่าตามเพื่อนมันไป ความจริงก็พอจะเดาออกแล้วล่ะครับว่าสาเหตุที่ไอ้เด็กนี่มันไม่ยอมบอกเพราะคง กลัวเสียหน้า ถ้าจะบอกว่าโดนลวนลามแล้วยังต้องมาขอความช่วยเหลือจากผมที่มันตั้งตัวเป็น ศัตรูด้วยอีก

ปากไอ้นิคก็ด่าไอ้น้องไม้ไป แต่อวัยวะส่วนอื่นก็ทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานแม่ช้อยนางรำ หมัด เข่า ศอกไม่มีบกพร่อง แม่ไม้มวยไทยกี่กระบวนท่า มีเท่าไหร่งัดออกมารำกันแบบซัดไม่เลี้ยง แต่อนิจจา งานนี้เห็นทีจะลำบากครับ ก็ไม่รู้พวกมันพากันโผล่มาจากไหนอีกตั้งสี่ห้าคน ตายห่ะ หนึ่งต่อสิบเอ็ด ต่อให้มีพลังพิเศษอย่างพี่ธามของน้องต้นไม้ก็ยังแทบรากเลือด แล้วนี่ไอ้นิคที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่ปากหมาผิดปกติเกินชาวบ้านไปนิดหน่อย ??? จะรอดมั้ยเนี่ยกุ

“พี่นิ้คคคคคคคค”

เสียงคุ้นๆอีกแล้วครับแต่คราวนี้คุ้นว่าเป็น เสียงน้องตัวเอง คิดแล้วก็อยากจะยกมือไหว้ท่วมหัวสาธุ ขอพรเจ้าที่เจ้าทางให้เสียงที่ได้ยินเป็นแค่อาการหูแว่วหูฝาดทีเท้อ แต่ท่าทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะไม่เห็นใจพ่อพระเอกจอมบู๊คนนี้ ถึงได้ส่งไอ้สองตัวแนมเนมมาให้จริงๆ สรุปนี่กุไม่ได้หูเพี้ยนอีกแล้วใช่มั้ย

ไอ้พวกแฝดตะโกนลั่นตาม ด้วยไอ้น้องวิน วันนี้มันวันเด็กหรือไงวะ รวมพลเกรียนมากันเชียว ไอ้แนนมาถึงก็เล่นก่อนใคร เงื้อหมัดต่อยโครมเข้าเต็มหน้าอีกฝ่ายจังๆ จากหนึ่งต่อสิบเอ็ด ทีนี้เลยกลายมวยหมู่กันแล้วครับ

จระเข้ฟาด หาง หักงวงไอยรา หักคอเอราวัณ หรือจะบิดหางนาคา คิดออกท่าไหนก็งัดออกมาใช้กันแบบไม่มีหวงวิชา และคนที่ตกเป็นเป้าของไอ้พวกนั้นมากที่สุดก็ไม่พ้นไอ้น้องไม้ที่ตัวเล็กที่ สุดในกลุ่ม

“ไม้ มานี่”

ก่อนไอ้น้องไม้จะโดนสอย ผมก็ดึงตัวให้มันหลบหมัดแล้วเตะสวนเข้าเต็มท้องน้อยไอ้พวกหมาหมู่แต่เล็ง พลาดไปหน่อยเลยถีบโดนลูกชายมันไปเต็มๆ ทีนี้ล่ะซ่าไม่ออกไปอีกนานเลยมรึง ไอ้นิคยิ้มหน้าถ่อย กระทืบซ้ำอีกทีเพื่อความสะใจแล้วดันไอ้น้องไม้ไปหลบไว้ข้างหลัง ส่วนพวกแฝดก็ไม่ต้องห่วงครับ มันหัดต่อยมวยตั้งแต่ฟันน้ำนมยังไม่ขึ้นเลย

ตะลุมบอน กันได้สักพัก เสียงนกหวีดห้ามทัพของพี่ยามก็ดังขึ้น พร้อมกับที่พวกผมคว้าแขนกันวิ่งไปที่รถแบบหวังจะสร้างสถิติโลก โหยพี่ยามครับ ทำไมไม่มามันซะพรุ่งนี้เลยล่ะครับ แต่เสียงนกหวีดนี่ก็ช่างศักดิ์สิทธิ์เสียจริง แต่ละคนนี่แตกกระจายวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ผมคว้าแขนไอ้น้องไม้กระโจนขึ้นรถได้ เสียงล้อบดถนนก็ดังลั่นพร้อมกับเสียงเร่งเครื่องยนต์อย่างจะไปแข่งฟอร์มูลา วัน ไอ้นิคตีโค้งออกไปจากลานจอดรถได้แบบเฉียดฉิว โชคยังดีที่รถไอ้เชนยังไม่มีป้ายทะเบียนเพราะท่านพ่อมันเพิ่งซื้อ ผมเลยลดความกังวลไปได้ระดับหนึ่ง ไม่ต้องกลัวว่าใครจะจดป้ายทะเบียนไว้แล้วไปแจ้งความกับจ่ายศ

ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านได้ในสภาพครบสามสิบสองกันทุกคน ไม่มีสมาชิกคนใดหายหน้าไปนอนอยู่ในมุ้งสายบัวก็เป็นอันโล่งอก

ว่า แต่กุลืมอะไรไปอย่างวะ ไอ้หยาซี้เลี้ยว นึกขึ้นได้ว่าลืมไอ้เชนสุดที่เลิฟ โทรบอกมันแล้วว่าจะไปรับที่อู่รถแต่ดันลืม ตายๆๆๆ บู๊เพลินไปหน่อย ไอ้โย่งมันจะงอนผมมั้ยเนี่ย แต่ช่างมัน สมองก็มี มันคงไม่โง่นอนรออยู่หน้าอู่รถแน่ แต่เรื่องนี้เอาไว้ทีหลัง ตอนนี้ขอเคลียร์เรื่องไอ้พวกเยาวชนต่ำกว่าสิบแปดก่อนเถอะ


“ทำไมไปอยู่ที่นั่นกันได้ บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้เข้าบ้านไปก่อน !”

ไอ้ นิคขึ้นเสียงใส่คู่แฝดที่มากับรถไอ้น้องวิน มันสองตัวทำหน้าจ๋อยเมื่อเห็นว่าพี่ชายโกรธจริงๆ ส่วนไอ้น้องวินก็ทำหน้าเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน รายสุดท้ายนี่หนักสุด ไอ้น้องไม้ครับ ยังนั่งสะอื้นไม่เลิก จะโศกไปถึงไหนวะ ฮึ้ย....เซ็ง

“ก็พวกเค้าเป็นห่วง เลยตามไปดู” ไอ้เนมตอบเสียงอ่อย

“แล้วไง” เสียงเหี้ยมใส่อีกเป็นสองเท่า เหมือนจะบอกว่าเตรียมตัวตายกันได้เลยถ้ายังอธิบายไม่กระจ่างอย่างนี้

“เค้า กับไอ้เนมเห็นว่าไอ้สองตัวนี่มันจะแอบตามพี่นิคไป เลยบังคับให้พวกมันพาไปด้วย แล้วเมื่อกี้เค้าสองคนมัวแต่ทะเลาะอยู่กับไอ้วิน เลยคลาดสายตาจากไอ้ไม้ไปหน่อย รู้ตัวอีกทีเค้าก็เห็นตัวมีเรื่องอยู่กับไอ้พวกขี้เมาอยู่ที่ลานจอดรถแล้ว น่ะ”

ไอ้แนนยิ้มแหยๆ มาให้ ว่าแล้วเชียว ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้วะ เห็นว่าพวกมันสี่ตัวฟังคำสั่งง่ายๆทำท่าจะกลับไปบ้านใครบ้านมันอย่างที่ผม บอกซะดิบดีนี่มันเล่นละครกันทั้งนั้น สังหรณ์แต่แรกแล้วเชียว


“รู้ มั้ยว่าไอ้ไม้มันโดนลวนลาม ไปด้วยกันแล้วทำไมไม่ดูแลกันให้ดี เกิดไอ้ไม้มันโดนลากไปทุบหัวหั่นศพทิ้งป่าหญ้า พวกเราจะรับผิดชอบกันไหวมั้ย แล้วตามพี่ไปทำไม มันใช่เรื่องของเด็กมั้ย”

ตะคอก ด่าน้องตัวเองนั่นแหละครับ ไอ้สองวินไม้น่ะช่างหัวมัน เพราะตามตรรกะของไอ้นิคนั้น พวกลูกคุณหนูที่มีแต่คนประคบประหงม มันย่อมไม่รู้เรื่องโลกภายนอกหรือไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังเท่าไหร่หรอก แต่ไอ้พวกแฝดมันโตมากับผม น่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

“สำนึกผิดแล้ว ครับ ต่อไปนี้จะไม่ทำอีกแล้ว” ไอ้สองตัวประสานเสียง หน้าแต่ละคนนี่บอกบุญไม่รับ เล่นงานน้องตัวเองแล้วคราวนี้เลยเปลี่ยนไปเฉ่งน้องแฟนบ้าง


“แล้ว พวกมรึงสองคนนะ พ่อแม่มีตังค์ส่งเสียให้เรียนโรงเรียนดีๆก็เรียนไป อย่ามาสนใจเรื่องพวกนี้ให้รกสมอง โลกมันไม่ได้สวยงามอย่างที่พวกมรึงคิดหรอก อย่าคิดว่า แค่ทำหน้าตาน่ารัก ขอโทษแล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบ นี่ยังโชคดีที่รอดกันมาได้ไม่อย่างนั้นได้ซวยแด๊กขึ้นโรงพัก นอนคุกกันไปแล้ว จำไว้เป็นบทเรียนด้วยแล้วคราวหลังก็อย่าให้มีอีก เข้าใจมั้ย”

โห วันนี้ไอ้นิคมาแบบมีสาระในชีวิต แต่เห็นไอ้สองตัวคู่หูวอนตรีนยังนั่งเงียบ ไม่มีท่าทีสำนึกผิด หรือซาบซึ้งในรสคำสอนของผม ไอ้นิคเลยปรี๊ดขึ้นมาอีกรอบครับท่าน

“กุถามว่าเข้าใจมั้ย” ตะคอกใส่ไอ้น้องวินไม้จนสะดุ้งโหยง แต่พวกมันยังไม่วายเถียง

“ไม่ได้ชื่อมรึง ชื่อไม้ แล้วอย่ามากุใส่ ไม่ชอบ”

เอา กับมันสิ ยังไม่สลด เดี๋ยวพ่อตบหน้าทิ่ม ท่องยุบหนอในใจ ยุบเข้าไว้ไอ้นิค ยุบอย่างเดียวนะมรึง อย่าพองเด็ดขาด ไม่งั้นของขึ้นได้ตบกะโหลกเด็กให้เสียประวัติแน่ พยายามเอาธรรมะเข้าข่มไม่ให้ลงมือฆาตกรรมเด็กตรงหน้าครับ

“โอเค เข้าใจที่พี่พูดใช่มั้ย วิน ไม้”

“เข้าใจ” ดูมันตอบ ฮึ้ย ไม่ไหวแล้ว ขอสักทีเหอะมรึง

ไอ้นิคเงื้อหมัดขอเขกกะโหลกมันสองตัวหน่อยเหอะ ทนไม่ไหวแล้วกุ

“ตอบดีๆสิวะ นี่พี่กุนะ ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กบ้านมรึง จะได้ทำคอแข็งเสียงแข็งใส่อย่างนี้”

ไอ้ แนนที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกฟากแย่งซีนพี่มันด้วยการถลาเข้าผลักหัวไอ้น้องวินจน มันเซ แต่พอตั้งตัวได้น้องไอ้โย่งก็เงื้อหมัดจะสวนบ้าง

“หยุด บอกให้หยุด! ไอ้แนนไปนั่งดีๆ ส่วนวินกับไม้ เรื่องคราวนี้พี่จะบอกไอ้เชนให้มันไปจัดการพวกวินกันเอง กลับบ้านกันไปได้แล้ว”

ไล่ไอ้สองตัววินไม้กลับบ้านก่อนที่พวกมันจะ แง่งๆใส่กันให้ผมปวดหัวอีก ไอ้ลูกหมาลุกขึ้นยืนแล้วเดินหน้าบูดออกไป ประจวบกับที่พวกข้างบ้านดาหน้าครบทีมเข้ามาพอดี

“พี่เชนครับ”


ไอ้ น้องไม้น้ำตาร่วงอีกรอบ อุเหม่ นี่มรึงเห็นกุเป็นขอนไม้ของพี่บ่าววีหรือไงฟระ พอรอดจากไอ้ขี้เมามาเจอไอ้โย่งก็ลืมบุญคุณกุหมด นี่ก็แทบจะถลาเข้าตระกองกอดกันเลยนะมรึง ไอ้นิคล่ะฉุนจัด แต่จากฉุนๆอยู่ก็เป็นชิวๆ เมื่อไอ้เชนมันเห็นว่าไอ้เด็กนั่นไม่เป็นอะไร มันก็เดินผ่านไอ้น้องไม้เข้ามาหาผม หน้าตาเป็นห่วงจนไอ้นิคล่ะเป็นปลื้ม

“เห็นไอ้บูมบอกว่ามรึงไปมีเรื่องมาอีกแล้ว เจ็บตรงไหนรึเปล่า”

ถึง จะปลื้มกับอาการเป็นห่วงเป็นใยนั่นแต่ก็ยังไม่ลืมตัวครับ ผมรีบเบี่ยงตัวหลบเมื่อเห็นว่าสุดที่รักทำท่าจะจับมือ เหตุผลก็นี่ไงครับ ไอ้แฝดที่ยังยืนอยู่ข้างๆแถมยังทำสายตาจับผิดส่งมาอีก

------------------------------


ตอนพิเศษ วันสงกรานต์



“เจี้ยเป้ นี่จะไปเล่นสงกรานต์หรือจะไปฮันนีมูนมรึงเลือกเอาสักอย่างได้มะ”

ไอ้ คุณนิคของเพื่อนๆใส่เสื้อลายดอก ทาแป้งลายพร้อยเต็มหน้า สองมือมีทั้งขันทั้งปืนฉีดน้ำครบซ้ายขวา ไม่บอกก็รู้ว่ามันเห่อเทศกาลขนาดไหน ส่วนไอ้เป้คู่กรณีของมันก็กำลังบังคับให้สุดที่รักทาครีมกันแดดป้องกัน รังสียูวีต้นเหตุของมะเร็งผิวหนัง ไม่พอมันยังบังคับให้ไอ้คินใส่หมวกปิดบังหน้าตาน่ารัก ป้องกันรังสีหื่นจากพวกฉวยโอกาส พร้อมเปิดอบรมยาวเหยียดว่าให้ระวังตัว ให้อยู่ใกล้ๆไอ้เป้ไว้ตลอด ให้....... อีกยาวเหยียด ก็เข้าใจนะว่ามีแฟนหน้าตาดีต้องห่วงกันเป็นธรรมดา แต่ถ้าเมิงห่วงกันขนาดนั้นทำไมไม่เอาเก็บใส่ตู้ไว้ในบ้านเฉยๆวะ

“เอ๊า ก็กุรักของกุ มรึงเกี่ยวไรด้วย”

ไอ้ เป้ว่าแล้วก็หันไปกระหนุงกระหนิงกันต่อ ปล่อยให้คุณชายนิคยืนหน้าเอือมอยู่กับเชฟแม็ค รายนี้ก็ไม่เสียทีเชฟมือทอง พอขนกระติกน้ำแข็งพร้อมเครื่องดื่มครบชุดขึ้นหลังกระบะรถแล้วมันก็หอบเอา กล่องใส่กับแกล้มตามออกมาอีก

ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย 13 เมษายน บรรดาหนุ่มๆสาวๆชาวข้างบ้านฯเขาเลยยกขโยงขึ้นเหนือไปถล่มบ้านไอ้แซ็คที่ เชียงใหม่กัน พ่อไอ้แช็คนั้นสุดแสนจะใจดีให้ยืมรถกระบะคันใหม่เอี่ยมเอาไปร่วมทำสงคราม น้ำกันแถวคูเมืองได้ตามสบายประสาวัยรุ่น ส่วนไอ้ตี๋ต่อก็กำลังกระดี๊กระด๊า หัดคำเมืองอยู่กับญาติสาวคนงามของไอ้แซ็คเผื่อเอาไปหม้อสาวเหนือเวลาเล่นน้ำ

“น้องออยกินข้าวแลงกับหยังกาครับ” ถอดความได้ว่า มื้อเย็นน้องออยทานข้าวกับอะไรเหรอครับ

“ออยมันกินหยังบ่ฮู้ แต่กุฮู้ว่ามรึงจะได้กินตรีนกุแน่ถ้ามรึงยังบ่ยั้งหม้อน้องกุ”

อัน นี้ก็เสียงไอ้แซ็คตะโกนด่าเพื่อนถอดความได้อีกว่า ออยมันกินอะไรไม่รู้ แต่กุรู้ว่ามรึงจะได้กินอวัยวะเบื้องล่างของกุถ้ามรึงยังไม่หยุดหม้อน้องกุ พอละ ขี้เกียจแปล สรุปคือ ไอ้ตี๋ต่อก็อดไปตามระเบียบ ก็น้องออยเขามีแฟนหนุ่มมารับไปเที่ยวพอดีน่ะสิ

นอกจากจะอภินันทนาการ รถกระบะให้ไปเล่นน้ำกันแล้ว คุณพ่อผู้แสนใจดีของไอ้แซ็คยังเอื้ออำนวยคนขับมาให้อีกคน ทีนี้เลยมันกันใหญ่ นาฬิกาบอกเวลาสิบโมงเช้าปุ๊บ ขบวนชายฉกรรจ์เจ็ดคนบวกหญิงสาวอีกสองชีวิตพร้อมอาวุธครบมือก็พากันขึ้นรถออก จากบ้านมุ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองซึ่งใช้เวลาไม่นานทุกคนก็เปียกมะล่อกมะแล่ กเป็นน้องหมาตกน้ำกันหมด รถค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนเส้นทางคูเมืองเชียงใหม่ในระดับความเร็ว 1 เซนติเมตรต่อชั่วโมง ทากป่วยมันยังคลานเร็วกว่าเลย คิดดู

ปรึกษาสุมหัวกันไม่นาน เลยตกลงได้มติออกมาว่า จะเอารถไปจอดไว้แล้วลงเดินวนรอบเส้นทางคูเมืองแทนจะสะดวกกว่า

“เชนคร้าบบบบ ตักน้ำให้หน่อยยยย”

ไอ้ นิคเริ่มเมา แค่เบียร์ช้างสามกระป๋องมันก็ไปแล้ว ความจริงก็ไม่ได้คออ่อนอะไรขนาดนั้นแต่เพราะกินเป็นกระป๋องใส่หลอดดูดปรื้ดๆ เนี่ยแหละ มันเลยเมาเร็วสุดๆเด็กดีอย่าเลียนแบบ

ไอ้เชนเห็นแฟน หน้าแดงๆเสียงยานๆแบบนี้ ขืนให้ไปตักเองคงได้มีเหนื่อยลงไปช่วยกันงมหาในคูน้ำแน่ ไส้เดือนคณะเลยลงไปตักน้ำมาเติมให้ไอ้ขี้เมานิคแบบไม่มีขัดใจ

“ขอบใจมากที่ร๊ากกกกก เมิงนี่น่ารักจริงๆ มาๆเดี๋ยวกุให้รางวัล”

เป็น สัจธรรมของโลกไปแล้วว่า แอลกอฮอล์ทำให้ระดับยางอายในหนังหน้ามนุษย์ลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย ไอ้คุณนิคหัวเราะเอิ้กอ้าก ทำตาฉ่ำ ยิ้มหวานจ๋อยให้แบบนานๆจะได้เห็นสักทีหนึ่ง ก่อนจะคว้าคอไอ้เชนลงมาจุ๊บแก้มแรงๆ แบบไม่ให้อีกฝ่ายทันตั้งตัว

ทีนี้เสียงฮือฮากรีดร้องและเสียงอีกหลายแบบที่ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกได้ก็ดังขึ้นรอบๆ

“ทำไมวันนี้มันคอแป๊บวะ แป๊บเดียวจอดเลยเนี่ย นิคจ๋า กินนี่มั้ย อร่อยน๊า”

ไอ้ปิ่นเห็นเพื่อนเมาแล้วเลยนึกสนุก ลูกชิ้นทอดร้อนๆที่ซื้อจากข้างทางถูกจิ้มส่งเข้าปากไอ้คุณนิคโดยฝีมือดาวสาขาคอม

“อ๊ะๆๆ ได้ไงๆ กินแล้วชักดาบเหรอวะ มานี่เลย”

ไอ้ ปิ่นเรียกไว้ ไอ้คุณนิคก็แสนจะเชื่อฟังคว้าตัวเพื่อนสาวไปกอดขอบคุณแถมยังเอาแก้มมาถูๆ กับต้นแขนอ้อนๆ เพื่อขอของกินต่อ เสียงฮือฮาเลยดังขึ้นอีกรอบ

จุด ประสงค์ของไอ้นางงามกินเด็กก็ไม่มีอะไรมาก แค่หญิงสาวเห็นว่าพอไอ้นิคเมาแล้วหน้าหนาจูบแก้มสุดที่รักโชว์แบบไม่อายใคร รังสีเหนือม่วงรอบข้างก็แผ่ซ่านออกมาทันทีก็กลุ่มนี้มันชายหนุ่มหน้าตาดีกัน ทั้งนั้นทั้งสาวแท้สาวเทียมเลยจ้องกันตาเป็นมัน พอไอ้คุณนิคลวนลามไอ้เชนให้เห็นกันจะๆ ทีนี้เลยโดนล็อคเป้าหมายทันที รายแรกคือหนุ่มฝรั่งตัวสูงหน้าตาก็ไม่น่าจะเกินยี่สิบแต่ก็อย่างว่า พวกฝรั่งมันโตเร็ว เข้ามาทำตีซี้กับไอ้เชนสปีคอิงลิชกันยกใหญ่ โห เสียดายว่ะ ผู้ชายหมดไปจากโลกแล้วอีกคนหนึ่ง ส่วนไอ้คุณนิคก็โดนรุมประแป้งจากสาวเทียม ที่งามอย่างกับน้องปอยมาเอง งานนี้ไอ้ปิ่นเลยต้องรับหน้าที่กู้ชาติใช้แผนเรียกไอ้คุณนิคมากินลูกชิ้น อย่างที่เห็น

“เฮ้ๆ ยู ฮาโล่ๆ มรึงนั่นแหละหัวทอง ไอ้เชนมัน ฮี อิส มาย ดาหลิ่ง เข้าใจ้ ? นอทฟรี ไม่ว่างแล้ว นี่แฟนกุ อันเดอร์สแต้นด์ ??? แอม ไฟน์ แต้งกิ้ว แอนด์ ยู้”

พอ ลูกชิ้นหมด ไอ้ขี้เมานิคก็เลยผละจากไอ้ปิ่นไปสปีคอิงลิชกะเข้าบ้างแต่ด้วยความที่ได้ ด๊อกวิชาภาษาปะกิตมานอนกอดหลายตัวแล้วบทสนทนามันเลยออกมาในสภาพนี้

“เขาพูดไทยได้นิค”

เชน หัวเราะเบาๆ ก้มลงกระซิบข้างหูคนเมาแล้วหันไปกล่าวตัดบทหนุ่มผมทองนัยน์ตาฟ้า มือก็กอดเอว ไม่สิ น่าจะเรียกว่าล๊อคเอวไว้มากกว่า เพราะถ้าขืนไม่จับไว้เดี๋ยวไอ้คุณนิคจะได้โกอินเตอร์ต่อยกับฝรั่งแน่ๆ

“ขอโทษนะครับ แฟนผมเมามาก เราคงต้องกลับกันแล้ว”

“ใครเมา กุแค่มึนๆ ไปๆ ไปได้แล้ว เผลอเป็นไม่ได้ หล่อลากไส้นะมรึง”

ขอบ ใจที่ชม เชนอมยิ้มเมื่อโดนไอ้คนขี้เมาออกอาการหึง จับแขนจูงมือเขาฝ่าวงล้อมออกมาโดยมีไอ้ปิ่นช่วยด้วยอีกแรง สงกรานต์เชียงใหม่คนเยอะ สาดกันเหมือนจะวิดน้ำออกจากคูให้แห้ง เล่นน้ำกันทั้งวันจนปากสั่นมือเหี่ยว เช็คเรตติ้งแล้วพบว่าแต่ละคนยังคลื่นดีไม่มีตก ไอ้เป้ก็เนื้อหอมน่าดูเพราะผมทรงเดรดร๊อคกับหุ่นสูงๆเท่ๆของมันโดนใจใครหลาย คน แต่เพราะมัวแต่หวงไอ้คินคอยกันมือมืดไม่ให้มาลวนลามคนน่ารักของมัน สาวๆเลยเปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนอื่นแทน

ส่วนไอ้ปิ่นที่มีตำแหน่ง ดาวสาขาฯ การันตี กับไอ้เจี๊ยบสาวหมวยน่ารักก็โดนหนุ่มๆเล็งไว้เช่นกัน เดือดร้อนเชฟแม็คสุภาพบุรุษสุดแสนกับไอ้ตะวันต้องคอยดูแล อดเหล่สาวไปเลยพวกมัน

แต่พวกที่ดูแฮปปี้ที่สุดก็หนีไม่พ้นไอ้โก้ ตี๋ต่อ กับไอ้แซ็ค เพราะไปที่ไหนสาวๆ ก็กรี๊ดกร๊าดรุมสาดน้ำใส่อย่างกับเป็นดารา ก็เล่นใส่เสื้อลายดอกบางๆ ที่พอโดนน้ำก็โชว์กล้ามแมนๆให้เห็นนิ เสียดายที่ปิงปองกับไอ้บูมกลับกรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นบอยแบนด์คงครบเซ็ทเรียกเรตติ้งได้กระจายกว่านี้แน่ๆ

“หนาวแสรดดดด”

เมื่อ เริ่มค่ำ ก็เริ่มหิวท้องร้อง เลยชวนกันกลับบ้านไปสังสรรค์ต่อ ไอ้นิคหายเมาแล้วแต่เปียกน้ำทั้งวันเลยหมดพลังงานไปเยอะได้แต่นั่งตัวเปียก หนาวจนฟันกระทบกันกึกๆอยู่หลังรถ หมดแรงออกลิงออกค่าง

“ไปนั่งหน้ามั้ย”

ไอ้เชนบอกให้ย้ายสำมะโนไปนั่งกับคนขับ แต่มันก็พอกันละวะ นั่งในรถพี่เขาก็เปิดแอร์เย็นฉ่ำอยู่ดี

“ไม่อาววว กุจะนั่งกับมรึง” ว่าแล้วก็ขอซบมันหน่อย

เชน ก้มลงมองหน้าอีกฝ่ายนิดๆด้วยความแปลกใจ เออแฮะ วันนี้ไอ้ตัวแสบมันมาแปลก ปกติอยู่ต่อหน้าคนอื่นมันไม่ค่อยจะอ้อนเขาเท่าไหร่ แต่วันนี้ถึงกับจูบแก้มเขาท่ามกลางสายตาประชาชนไม่รู้กี่ร้อยคู่สงสัยต้อง ซื้อเบียร์ยี่ห้อนี้ให้กินอีกบ่อยๆ

เชนยิ้มๆแล้วลากเอวไอ้คุณนิคเข้า มากอด นึกถึงวันแรกที่ย้ายมาอยู่ข้างบ้าน จำได้ว่าวันนั้น ไอ้คุณชายตัวแสบของเพื่อนๆตีแบทอยู่บนถนนหน้าบ้าน แต่พลังบ้ามีมากไปหน่อยเลยฟาดเอาลูกขนไก่ลอยไปติดต้นไม้ของบ้านตรงข้าม ซึ่งเป็นบ้านเล็กของอาเสี่ยเจ้าของกิจการส่งออกอะไรสักอย่าง นานๆทีถึงจะมาแวะมาหาอีหนูในสังกัด พร้อมลูกน้องหน้าตาโหดๆอีกสองสามคนดูแล้วอย่างกับหนังเจ้าพ่อ ทีนี้ไอ้ลูกขนไก่ขนเป็ดเจ้ากรรมก็ดันไปติดอยู่บนต้นลีลาวดีข้างรั้ว ไอ้คุณนิคเหลียวซ้ายแลขวาด้อมๆมองๆแล้วเห็นไม่มีใครอยู่บ้านเลยวิ่งข้ามถนน ไปปีนกำแพงแล้วใช้ไม้แบทนั่นแหละ เขี่ยๆให้ลูกมันตกลงมา แต่คงเพราะเจ้าตัวความอดทนสั้น เขี่ยยังไงลูกขนไก่มันก็ไม่ยอมหลุดไอ้คุณนิคเลยโมโหฟาดอาวุธในมือป๊าบไปที่ กิ่งลีลาวดี ผลก็คือ ลูกขนไก่หลุดออกมาได้แต่ต้นไม้ราคาแพงของอาเสี่ยหน้าโหด กิ่งหักห้อยร่องแร่งเป็นต้นไม้พิการ ส่วนคนต้นเหตุพอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบคว้าลูกขนไก่แล้วโดดรั้วชิ่งหนี ทันที เชนยังจำหน้าตาซีดๆ ท่าทางเหมือนเด็กกลัวความผิดของไอ้ตัวแสบไม่ลืม คิดอยู่ว่ามันน่ารักดี ที่ไหนได้ต่อมาอีกไม่กี่วันก็ถึงคิวซวยของบ้านเขาบ้าง แรงบ้ามันเยอะจริงๆ เล่นเอามึนหัวเพราะลูกซัลโวลของมันไปหลายวัน แล้วพอได้มาเจอกันจังๆ ที่ตึกกองกิจฯ ไอ้นิคมันก็ยังซ่าไม่เลิก กวนตรีนเป็นที่หนึ่ง เห็นแล้วก็นึกถึงวันที่ไอ้คนเก่งมันทำหน้าซีดตอนทำกิ่งต้นลีลาวดีของอาเสี่ย บ้านตรงข้ามหักไม่ได้ ว่าแต่ทำไมเขาไม่เอาความลับนี้ไปแบล็คเมล์ไอ้ตัวแสบตั้งแต่แรกนะ จะได้ว่าง่ายๆหน่อย แล้ววันนั้นพี่ป้องก็ชวนไปกินเหล้าที่บ้านมันอีก เชนเลยได้โอกาสเอาคืนนิดๆหน่อยๆ



“พี่แคลร์รอผมอยู่นี่นะครับ เดี๋ยวมา”

ไอ้ คุณนิคได้ยินเสียงเหมือนอะไรบางอย่างตกพื้นเลยหยุดกิจกรรมแลกจูบกับแฟนสาว แล้วเดินเซๆขึ้นไปบนห้อง โดยไม่รู้ว่าไอ้ตัวต้นเสียงเป็นเขาเอง พอเห็นพี่แคลร์เดินออกไปนั่งรอที่โต๊ะ เชนเลยถือโอกาสแอบตามเจ้าของบ้านขึ้นไปบนห้อง ก็วันนั้นไอ้ตัวแสบมันทำสวรรค์ของเขาล่มด้วยฝีเท้าแรงวัวแรงควาย วันนี้เชนเลยกะจะเอาคืนซักหน่อย

“ไปหอพี่แคลร์ดีกว่านะครับ แถวนี้ไอ้เพื่อนผมมันเยอะ เดี๋ยวมันจะขึ้นมากวน”

เชน ยิ้มในหน้า รู้สึกถึงอาการตอบรับเมื่อล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อยืดของอีกฝ่าย และไม่รอให้ไอ้ตัวแสบมันรู้ตัวว่าเขาไม่ใช่พี่แคลร์ เชนก็ก้มลงกดจูบร้อนๆที่ต้นคอ กลิ่นแชมพูผสมกับกลิ่นเหงื่อบางๆทำเอาเขาลืมตัว ประกบจูบแรงๆ จนลืมไปว่า แค่จะขึ้นมาแกล้งมันเล่นๆ

“ไอ้เชน มรึงทำเชี้ยไรของมรึงเนี่ย” เสียงไอ้นิคตัวแสบโวยลั่นเมื่อรู้ตัวว่าอีกฝ่ายเป็นไอ้ไส้เดือนคณะ

“ 555 แมร่ง ทำหน้าควายงงเลยนะมรึง เป็นไงล่ะปากเสียอย่างมรึงมันต้องอย่างนี้แหละ”

ว่าแล้วก็โถมเข้าไปกอดมันอีกที ผู้ชายอะไรวะ น่ากอดน่าฟัดชะมัด

“ควายงงบ้านบิดามรึงซี้”

ไอ้ นิคฟันศอก มันด่าต่ออีกยาวเหยียดทำนองว่า เมาแล้วไปทำหื่นกับมัน นี่คงคิดว่าเขาเมาเลยหน้ามืดตามัวทำมิดีมิร้ายมันล่ะสิ เชนแอบยิ้มเมื่อโดนแจกบาทาจนหัวทิ่มลงเตียง ไอ้นิคมันเชื่อสนิทใจเลยว่าเป็นเพราะเขาเมาเลยลวนลามมัน 555 กุทำเนียนมรึงไม่รุ้เหรอไงไอ้ตัวแสบ แต่กลิ่นหอมๆจากตัวมันทำเอาเคลิ้มไปเหมือนกันนะเนี่ย หรือกุติดใจผู้ชายด้วยกันแล้ววะเนี่ย เชนยิ้มๆ ได้ยินเสียงฝีเท้าไอ้คุณนิคเดินออกจากห้องไปแล้วเพราะเจ้าตัวต้องรีบไปส่ง หวานใจ ปล่อยให้ไส้เดือนคณะนอนวางแผนเนียนขั้นสองต่อ




คิด เรื่องเก่าเพลินๆต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆรถก็เบรกแรงๆ ทำเอาคนข้างๆสัปหงกหัวโขกขอบกระบะรถดังโป๊กใหญ่ พร้อมกับเสียงก่นด่าของพี่คนขับเพราะมีมอเตอร์ไซค์ขี้เหล้าเมาแล้วขับปาด หน้าแบบไม่กลัวตาย

“อูย เจ็บชิบหาย สมองเสื่อมหรือป่าววะ” ไอ้นิคตาสว่าง คลำหัวโนป้อยๆ

“ไหนดูซิ” เชนนิ่วหน้าเมื่อเห็นรอยแดงๆตรงหน้าผาก

“เดี๋ยวกลับบ้านไปจะหายาทาให้ เจ็บมากมั้ย”

คนเจ็บพยักหน้าเบาๆ เอนตัวซบไหล่ของเชนเพื่อหลับต่อ ส่วนคนตัวสูงก็ก้มลงจูบเบาๆที่แผล
เหมือนจะปลอบใจ ผลก็คือโดนเสียงโห่ของเพื่อนไม่ได้หลับได้นอนไปตลอดทางจนถึงบ้าน

“วันนี้ไอ้เป้ถึงขั้นยอมแพ้เลยว่ะ หวานไม่เกรงใจใครเลยเว้ย”

ไอ้เชฟหัวเราะเสียงดัง เดินนำขึ้นบ้านไปก่อน

“เห็นมะ แล้วทำมากัดกุว่ามาฮันนีมูน ใครกันแน่วะ” ไอ้เป้หัวเราะสะใจอยู่กับไอ้แซ็ค

“พอๆๆ พวกมรึงล้อมาก เดี๋ยวคืนนี้กุก็อดกันพอดี”

เชน รีบกระซิบเพื่อนๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเพิ่มเสียงโห่ฮาให้ดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัว นี่ดีนะ ที่บ้านไอ้แซ็คทำกิจการรีสอร์ทเลยมีบ้านพักอยู่ในเขาในป่า ให้ได้ส่งเสียงดังแบบไม่ต้องกลัวเพื่อนบ้านจะเขวี้ยงหม้อเขวี้ยงไหมาให้เป็น ของฝาก

“เฮ้ยๆ สุมหัววางแผนไรกัน เดี๋ยวเถอะมรึง”

ไอ้นิคห อบหิ้วปืนฉีดเดินเข้าบ้าน เริ่มค่ำอากาศเริ่มเย็น แถมทั้งหิวทั้งหนาว เลยด่าไอ้พวกเพื่อนๆได้แค่นี้ ขอตัวไปอาบน้ำทาแป้งก่อนแล้วค่อยมาฟาดปากกับพวกมันต่อ

“ฮ้าดดด ชิ้ว !!”

อาบ น้ำเสร็จก็มานั่งจามอยู่บนเตียง เวง นานทีปีหนกุเคยป่วยซะที่ไหน ไอ้นิคนั่งหน้าเซ็ง สูดน้ำมูกเป็นจังหวะสามช่า ไม่ใช่อะไร เดี๋ยวไอ้โย่งมันรู้จะมาห้ามไม่ให้สังสรรค์อีก คืนนี้อุตส่าห์ได้ไวน์มะขามป้อมมาจากพ่อไอ้แซ็ค กะจะจิบไวน์เคล้าแสงจันทร์เสียหน่อย

“เอายังมรึง ปลาสุกแล้วนะ”

ถามอย่าง กับจะเล่นซ่อนหา ไอ้นิคเดินหน้ามึนไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ไอ้เชฟกำลังทำปลาเผาเกลือมีไอ้เจี๊ยบเป็นลูกมือ เพราะถ้าให้ไอ้ปิ่นช่วยคงจะได้กินปลาไหม้แทนแน่

เดินไปหาพวกไอ้แซ็ค ที่นั่งล้อมวงกันบนแคร่ไม้ไผ่ ลมเย็นๆนั่งจิบไวน์ มีเสียงกีตาร์บรรเลงเบาๆอีก บรรยากาศสุนทรีจริงๆ เห็นมั้ย มันใช่เวลามาป่วยที่ไหน

“สักแก้วซิมรึง” ว่าแล้วก็คลานๆไปนั่งข้างไอ้แซ็ค

“ไม่ได้ๆ ตอบคำถามกุมาก่อน ไวน์แดงไว้กินกับเนื้อ ไวน์ขาวไว้กินกับปลา แล้วถ้าเป็นไวน์มะขามป้อมต้องกินกับอะไรคร้าบบบ”

“กิบกับปลาไหลต้มเปรตมั้ง แมร่ง อย่ามาลีลาขอร้องๆ”

หมดแรงครับ ด่ามันเสียงอ่อยๆแล้วสูดน้ำมูกอีกหนึ่งปรื้ดยาวๆ

“เป็นหวัดรึเปล่านิค” นั่นไง กุว่าแล้วเชียว ไอ้นิคหันไปฉีกยิ้มแล้วสั่นหน้าด๊อกแด๊กปฏิเสธหนักแน่น

“แพ้น้ำนิดหน่อยไม่เป็นไร ได้ไวน์แล้วก็หายเอง”

หัวเราะ กลบเกลื่อน แต่ไอ้เชนไม่เชื่อ มันตบที่ว่างๆข้างเหมือนจะบอกให้ไปนั่งด้วย ไอ้นี่ กุไม่ใช่ไอ้หมาน้อยของมรึงนะ นึกในใจแต่ก็คลานกระดึ๊บๆเลื้อยไปนั่งข้างๆแต่โดยดี แถมยังเอนตัวนั่งพิงไอ้โย่งมันอีกต่างหากเหอๆ อย่างนี้ก็สบายไปอีกแบบ


เสียง กีตาร์หยุดไปแล้ว ปลาเผา กับแกล้มก็เหลือแต่ซาก ตอนนี้ไอ้ตัวแสบนอนหนุนตักหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว สงสัยจะเพลียจัด แถมยังเนื้อตัวรุมๆอีก ไล่ให้เข้าไปนอนในบ้านก็ไม่ไป บอกจะกินไวน์ท่าเดียว เขาเลยให้แค่แก้วเดียวเพราะต้องบังคับให้กินยาอีก คุณชายของเพื่อนๆเลยมีโกรธ งอนจนหลับไปแล้ว

“นิค ไปนอนในบ้านดีกว่านะ”

เขย่า ตัวคนป่วยเบาๆแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เชนเลยอุ้มอีกฝ่ายขึ้นเหมือนอุ้มเด็ก แต่นี่มันเด็กโข่ง แถมยังเป็นหวัดเพราะเล่นสงกรานต์อีก ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารดี ไอ้คุณชายของเพื่อนๆทำเสียงงึมงำกอดคอเขาไว้เมื่อเชนเอื้อมมือไปเปิดประตู ห้อง

“หัวเราะอะไร” คนที่ซบหน้าอยู่กับซอกคอถามเสียงขุ่นบอกว่ายังไม่หายโกรธ

“นี่แกล้งให้อุ้มใช่มั้ยเนี่ย” เชนวางไอ้ตัวแสบของเขาลงบนเตียง แล้วลุกไปค้นกระเป๋าหายาลดไข้มาให้

“ก็สบายดีไง ไม่ต้องเดินเอง” ยักไหล่เบาๆแล้วลงไปนอนกลิ้งไปบนเตียงสบายอารมณ์

“ไม่ต้องเลย ลุกขึ้นมากินยาก่อน”

“ไม่เอา”

“งั้นถ้าพรุ่งนี้ป่วยก็เตรียมตัวเฝ้าบ้านแล้วกัน ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนนะ เขาจะไปล่องแพกันหมด”

“กุจะแช่งให้แพมันล่ม” แล้วไอ้คุณนิคก็พลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้ งอนอีกแล้ว

“งั้นไปนั่งช้าง”

“กุก็จะแช่งให้ช้างตกมัน” ยังไม่ยอมแพ้

“งั้นไปเที่ยวสวนพฤกษฯก็ได้ ไปดูต้นไม้แล้วก็เล่นน้ำตก”

“งั้นกุก็จะแช่งให้ต้นไม้มันเหี่ยว ให้น้ำหลาก” ยังไม่จนมุมง่ายๆเว้ย

“งั้นอยู่บ้านกับคนขี้งอนแถวๆนี้ก็ได้”

“กุจะแช่งให้บ้านถล่ม ให้..... ห๊า อะไรนะ ไอ้บ้า มรึงแกล้งกุ”

ไอ้นิคหน้าหงิกเมื่อรู้ว่าเจอแกล้ง ทีนี้เลยโมโหลุกขึ้นมาคว้ายาจากมือไอ้โย่งใส่ปากทำหน้าขมๆแล้วรีบดื่มน้ำตาม

“ว่าง่ายๆอย่างนี้น่ารักขึ้นอีกเยอะเลย”


“ถามจริง ถ้ากุป่วย มรึงจะทิ้งกุไปเที่ยวจริงๆเหรอ”


“ป่วยแล้วงอแงนะเรา แต่ใครจะไปทิ้งคนป่วยได้ลงคอครับ แถมคนป่วยที่ว่ายังเป็นแฟนผมอีก”


“ใครงอแง มรึงจะใช้คำน่ารักเกินไปละ ว่าแต่....จูบหน่อยดิ ขมปากว่ะ เหมือนรสยายังติดอยู่เลย”


“แค่จูบอย่างเดียวเหรอ” ถามแล้วลูบๆไปตามแผ่นหลัง


“คิดอะไรของมรึงไอ้หื่น กุป่วยอยู่นะเนี่ย”


“แล้วทีนี้ทำยอมรับว่าป่วย ก็ได้ๆ แค่จูบก็ได้ครับที่รัก”

เชนหัวเราะเมื่อคนในอ้อมกอดขัดจังหวะหวานด้วยการทำเสียงแหวะ แล้วบอกว่าเขาพูดจาน้ำเน่า
จน ต้องก้มลงจูบปิดปากคนป่วยเพื่อให้หยุดประโยคขัดความหวานนั่น และยังช่วยไล่รสขมของยาที่ยังหลงเหลือในปากให้ไอ้ตัวแสบตามคำขออีกด้วย

กลิ่น หอมจางๆจากผิวกายของคนป่วยทำให้อดไม่ได้ต้องก้มลงจูบแก้มเป็นการส่งเข้านอน อีกฟอดใหญ่ ได้นอนกอดไอ้ตัวแสบอย่างนี้สงสัยคืนนี้จะฝันดีแน่ๆ เชนยิ้มๆ กระชับอ้อมแขนเมื่ออีกฝ่ายซบหน้ากับไหล่ของเขาหลังจากบอกราตรีสวัสดิ์เบาๆ ด้วยสีหน้าเขินๆ

--ไม่มีเอ็นซี ใครหวังอะไรไว้ เสียใจด้วย laugh--

ไอ้แนนจ้องไอ้เชนแบบประกาศความเป็นศัตรู สลับกับหันมามองหน้าผมเหมือนจะจับพิรุธพี่มัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไอ้คู่หูวินไม้คงเล่าเรื่องผมกับไอ้โย่งให้พวกแฝดฟัง แล้วแน่ๆ กุหนอกุ จะเอาไงต่อดีวะเนี่ย

“ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

ไอ้เชนถามย้ำอีกครั้งแบบไม่สนใจท่าทีขวางๆของพวกแฝด สุขุมนุ่มลึกจริงนะมรึง

“แค่นี้จิ๊บๆน่า”

ทำ เป็นคุยทั้งๆที่ก็เกือบเอาตัวไม่รอดถ้าไม่ได้เสียงนกหวีดพี่ยามมาห้ามทัพ ไอ้นิคยักไหล่เบ้ปากเหมือนจะยืนยันว่าไม่ยี่หระจริงๆ ถอยไปนั่งที่โซฟาโดยมีพวกแฝดเดินตามตูดต้อยๆเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณชาย แต่มองหน้าไอ้น้องชายที่เคารพแล้ว เหมือนมันจะเป็นผู้คุมนักโทษมากกว่าจะเป็นองครักษ์เสียอีก ก็ดูสิครับ ทำตาดุตาขวางใส่ผม อย่างกับพ่อมาเองเลย อย่างนี้ต้องเบนความสนใจก่อน เอาเสียงโหดๆตาขวางๆเข้ากลบเกลื่อน หันไปเล่นงานไอ้คู่หูวินไม้

“แล้ว ทีหลังก็อย่าทำอย่างนี้อีก อย่าล้ำเส้นมายุ่งเรื่องของพี่ให้มากนัก เพราะถ้ามีคราวต่อไปอีก ถึงจะยังเด็ก หรือจะเป็นน้องใคร พี่ก็ไม่ไว้หน้าแน่”

ผมเล่าเรื่องคร่าวๆให้พวกไอ้เชนฟังแบบมาดเท่ กินขาดยิ่งกว่าเจ้าพ่อมาเฟียในหนัง และหันไปย้ำกับคู่หูวินไม้เป็นการปิดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก็ทำให้บรรยากาศในห้องนี่เย็นยะเยือกชวนสยองขึ้นมาทันตา มาดโหดใช้ได้เลยครับไอ้นิค

“แต่เค้าเข้าใจนะ ว่าทำไมไอ้สองตัวนั่นมันถึงทำอย่างนี้”

นั่น ประไร อุตส่าห์คิดว่าเก๊กได้โหดเถื่อนสุดๆแล้วแท้ๆ สถานการณ์ตึงเครียดเพราะไอ้นิคแผ่รังสีเจ้าพ่ออย่างนี้ไม่มีใครกล้าขัดนอก จากไอ้คนนั้นมันจะแน่ใจอย่างล้นเหลือว่ายังไงผมก็ไม่ทำอะไรรุนแรงกับมันจน เกินไปแน่ ไอ้แนนยังไงล่ะครับ มันทำเสียงเครียด ตาขุ่นใส่อีก ฟังดูเหมือนจะเข้าข้างพวกคู่หูอ้อนตรีนมากกว่าจะเข้าข้างพี่มัน

“ตกลงว่า ตัวกับพี่ชายไอ้วินเป็นแฟนกันใช่มั้ย”

ไอ้ แนนถามมาแบบตรงประเด็น พร้อมกับผลักมือไอ้เนมที่พยายามจะปิดปากแฝดพี่ของมันออก แถมยังทำหน้าตาเหมือนจะบอกว่า ยังไงก็ไม่ยอมถอย ถ้าไม่ได้คำตอบที่พอใจ

ตอนนี้สภาพบรรยากาศเลยยิ่งตรึงเครียดหนัก พายุฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมแรง ลูกเห็บกระจายเป็นแห่งๆ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ถ้าเปรียบให้เห็นภาพก็คงประมาณนี้มั้งครับ เหอๆ

“แล้วตัวจะอยากรู้ไปทำไม รู้แล้วได้อะไรขึ้นมา ที่บอกว่าอย่าล้ำเส้นนี่พี่ไม่ได้หมายความถึงแค่พวกวินไม้นะ”

ผมกอดอกมองหน้าน้องชายตัวเองนิ่ง ไอ้แนนมันก็จ้องตาตอบมาแบบไม่มีหลบเหมือนกัน เอาสิวะ ให้มันรู้กันไปว่าใครจะแน่กว่ากัน

“ตัวจะบอกว่าแม้แต่เค้าก็ห้ามยุ่งใช่มั้ย ตัวเห็นแฟนดีกว่าน้องใช่มั้ย ด้ายยย เค้าจะฟ้องแม่ !!!”

ไอ้ แนนมันแผดเสียง ทำเอาผมแทบหน้าคะมำเปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทัน ไอ้น้องบร้าาา จะฟ้องแม่เนี่ยนะ มรึงจะฟ้องแม่ว่ากุเป็นเกย์เนี่ยนะ เออดี แทนที่แม่จะคว้าไม้เรียวมาจัดการเหมือนสมัยก่อน แม่จะได้เป็นลมไปสามวันสี่คืนล่ะไม่ว่า ก่อนไอ้นิคจะเริ่มอ้าปากปาฐกถาให้พวกแฝดฟังด้วยอารมณ์ที่ประทุยิ่งกว่า ภูเขาไฟระเบิดให้ต้องไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันทั้งคืน ไอ้โย่งมันก็แตะข้อศอกผมเป็นเชิงห้ามไว้ มีไอ้เนมเป็นแนวป้องกันไฟป่าฟากไอ้แนนไว้ด้วย เรียกว่างานนี้ร่วมด้วยช่วยกันจริงๆ

“พี่นิคเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว มีอะไรค่อยว่ากันใหม่พรุ่งนี้ดีกว่านะแนน เร็วๆไปนอนเป็นเพื่อนกันหน่อย เค้าไม่ชินกับที่นี่ กลัวผี นะๆๆๆ ไปนอนดีกว่านะ”

“ตัวก็ไปก่อนสิ เค้าจะคุยกับพี่นิคให้รู้เรื่อง ยังไงเค้าก็ไม่ยอมให้พี่นิคเป็นเกย์หรอก”

ไอ้ แนนโพล่งออกมาอีกแบบไม่ไว้หน้าใคร ตาโตๆดุๆของมันจ้องไอ้เชนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทีนี้เลยไปกันใหญ่ พวกวินไม้ที่ว่าแรงยังแพ้ไอ้แนนแบบราบคาบ เพราะรายนี้มาแบบตรงๆ เปิดประเด็นดุเดือดถึงลูกถึงคน กัดไม่ปล่อยจริงๆ

“แนน !!! พอแล้วน่า”

ไอ้ เนมเสียงดุกับแฝดผู้พี่เมื่อเห็นอาการของพี่คนโต เพราะถ้าขืนไม่เบรกไอ้แนนไว้ตอนนี้ มีหวังได้เปิดศึกสายเลือดตะลุมบอนกันยกใหญ่แน่ ก็พี่น้องตระกูลนี้มันใช้กำลังตัดสินความกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว



ลับ หลังฝาแฝดที่ฉุดกระชากลากจูงกันไปนอนแล้ว ไอ้นิคก็ต้องถอนใจเหนื่อยๆออกมาเฮือกใหญ่ เนี่ยแหละครับ บรรยากาศที่น่ารังเกียจสำหรับคนอย่างผม ค้างๆคาๆให้ได้เครียดกันข้ามวันข้าม คืนอย่างนี้ แต่ถ้าจะให้คุยกันตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่เพราะคนอยู่กันเต็มบ้าน ที่สำคัญคือกลัวครับ กลัวว่าไอ้พวกแฝดมันจะรับไม่ได้และหมดความเชื่อถือในตัวผม


ไอ้นิคเอนตัวลงพิงหลังกับพนักโซฟา หลับตา พลางนวดขมับตัวเองเบาๆ เหมือนเหนื่อยเต็มที

“นิค” สักพัก ไอ้เชนมันก็เรียกผมเบาๆ

“หือ”

ลืม ตาขึ้นมองสุดที่รักก็เห็นว่าไอ้พวกข้างบ้านคนอื่นๆ พร้อมคู่หูอ้อนตรีนวินไม้เคลื่อนทัพกลับกันหมดแล้ว ส่วนฝั่งบ้านผมก็สลายตัว ไปหมดแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นเลยมีแค่ผมกับไอ้เชนสองคนเท่านั้น

“ขอโทษนะ”

ไอ้เชนนั่งลงข้างๆ ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ดึงตัวผมให้ซบกับไหล่ของมัน แถมโปรโมชั่นนวดท้ายทอยให้อีก ฮี่ๆ สบายจริงกุ

“ไม่ใช่เพราะมรึงหรอก เอาน่า ไม่ต้องคิดมาก น้องกุมันพูดรู้เรื่องกว่าน้องมรึงเยอะ เดี๋ยวอธิบายให้มันฟัง ก็หมดเรื่องแล้ว”

พูดเหมือนปลอบใจตัวเองไปในตัวด้วย

“อะไร” ไอ้โย่งมันแบมือมาให้ผม ไอ้นิคเลยงงๆ มรึงจะมาแบมือขอตังค์กุไปซื้ออมยิ้มหรือไงวะ

“ขอมือ”

“กุไม่ใช่หมานะ จะได้มาขอมงขอมือเนี่ย”

ด่ามัน แต่ก็ส่งมือให้มันอยู่ ผมตบป๊าบลงเต็มฝ่ามือไอ้เชน ยิ้มน้อยๆให้เมื่ออีกฝ่ายกระชับมือผมไว้แล้วถามเสียงเบา

“กุกลัวว่าแนนจะไม่เข้าใจและบอกให้มรึงเลือก ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆมรึงจะเลือกกุมั้ย”

“ไม่เลือก”

ผม ตอบได้โดยไม่ต้องคิด ไอ้เชนเลยหน้ายักษ์ใส่ปล่อยมือผมออกทันที แต่เรื่องอะไรไอ้นิคจะยอมล่ะครับ ก็ผมยังไม่ได้รุกมันกลับเลย 555 คว้ามือมันกลับมาจับไว้แน่นแล้วขยายความให้ก่อนที่มันจะงอนมากไปกว่านี้

“กุไม่เลือกอะไรทั้งนั้นแหละ มรึงคิดว่ากุเป็นใคร คนอย่างกุไม่มีคำว่าต้องเลือก กุอยากได้อะไรก็ต้องได้ทั้งหมดว้อย 555”

หัวเราะ เป็นฆาตกรโรคจิตใส่อย่างหมั่นเขี้ยวแล้วโถมเข้ากดไอ้โย่งลงกับโซฟา พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส คราวนี้ถึงทีกุรุกมรึงบ้างล่ะวะไอ้เชนเอ๋ย ไอ้นิคเอาหัวซุกๆกับซอกคอไอ้โย่ง อ้อนๆ เตรียมต่อรองเต็มที่

“พี่นิค ฟูกในตู้หายไปไหน เค้าหาไม่เจอ”

เสียง ไอ้เนมตะโกนถามลงมาได้จังหวะจริงๆ ผมเลยต้องผละจากอกอุ่นๆของไอ้เชนเลย เฮ้อ กำลังจะได้โอกาสยื่นข้อเสนอขอ เจรจายึดครองดินแดนในอำนาจอธิปไตยของไอ้เชนที่รักแล้วเชียว

“มรึงไปจัดการพวกวินไม้เถอะ เดี๋ยวกุเคลียร์พวกแฝดเอง พรุ่งนี้จะโทรหานะ”

“งั้นมาให้จูบลาหน่อยม่ะ” มีญาติข้างไหนเป็นฝรั่งรึไงมรึง

“ไปได้แล้ว ปิดประตูบ้านให้ด้วยล่ะ”

สั่ง การไอ้โย่งพร้อมไล่มันกลับบ้าน หลังจากโดนจูบจนหายใจหายคอไม่ออกอย่างกับมันไปตายอดตายอยากที่ไหนมา ผมรอจน ไอ้เชนออกไปแล้วถึงเดินกลับห้องไปหาไอ้น้องบังเกิดเกล้าที่เคารพ คิดแล้วก็ ถอนใจเฮือกๆกลุ้มใจไม่รู้จะเอายังไงกับไอ้สองตัวฝาแฝดดี ไอ้เนมน่ะไม่มี ปัญหาเท่าไหร่ รายนี้เด็กดีน้องเล็ก อธิบายแบบจับเข่าคุยเสียหน่อยเดี๋ยวมันก็เข้าใจแต่ไอ้แนนนี่สิครับ ถอนหายใจ อีกครั้งพลางเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วก็อย่างที่เดาไว้ไม่มีผิด

“วันนี้ให้เนมนอนฟูกไป พี่มานอนกับเค้านี่ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

ผม หันไปมองหน้าไอ้เนมมันก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ ส่งมาให้ มือมันก็จัดการลากที่นอนปิคนิกเข้าไปให้ใกล้เตียงที่สุดเท่าที่จะมากได้ ท่าทางไอ้น้องคนเล็กมันคงเกลี้ยกล่อมจนน้ำลายแห้งไปแล้วล่ะครับ แต่บอกแล้วว่าไอ้แนนมันหัวดื้อ

“ปล่อยน้องนอนข้างล่างคนเดียวได้ไง เนมขึ้นมานอนด้วยกัน เบียดๆหน่อยแต่ก็ดีกว่านอนคนเดียว”

ไอ้เนมมันกลัวผีเข้าขั้นโคม่าเลยครับ

“ก็แนนไม่ให้เค้านอนด้วย บอกจะเคลียร์กะพี่นิค”

ปากมันก็ว่าอย่างนั้น แต่คลานขึ้นเตียงมานอนข้างๆแบบเร็วจี๋แถมส่งยิ้มหวานมาให้อีก น้องใครวะ น่ารักน่าฟัดจริงๆ

“เออน่า มีเวลาเคลียร์อีกเยอะ แล้วไม่นอนตรงกลางเหรอ”

“ไม่เป็นไร นอนข้างๆก็ได้ แบ่งแนนด้วย”

พูด อย่างกับพี่มันเป็นปาท่องโก๋ หนึ่งตัวฉีกแบ่งครึ่งเอาไปจิ้มนมข้น ไอ้เนมนี่สมกับเป็นลูกคนเล็กจริงๆครับ โตจนปูนนี้แล้วยังอ้อนเก่งเหมือนเดิม แต่มองตาโตๆของมันก็รู้แล้วครับว่ามันตั้งใจจะช่วยเบนความสนใจไอ้แนนไม่ให้ ซักเรื่องไอ้เชนด้วย

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด เอาวะ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์ จะถามอะไรก็ถามมาเลยน้อง พี่พร้อมจะรับทุกอย่างแล้ว เหอๆ

“พี่นิค ตัวมีความสุขดีมั้ยตอนนี้น่ะ”

ห๊า อะไรของมันวะ อุตส่าห์เตรียมตัวเตรียมใจซะดิบดี ผมละงงกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆเป็นหญิงวัยหมดประจำเดือนของไอ้แนน ตกลงมันจะเอาไงกันแน่

“ก็เรื่อยๆ มีอะไรรึเปล่าถามอย่างนี้น่ะ”

“ก็ แค่สงสัย ทุกทีเค้าเห็นพี่นิคคบผู้หญิงคนไหนไม่เคยเกินสามเดือนก็เลิกกัน ทุกที พอมารู้ว่าพี่นิคเป็นแฟนกับพี่ไอ้วินเลยสงสัยว่าพวกตัวจะคบกันยืดรึ เปล่า”

ผมนึกแปลกใจกับท่าทีของน้องชายที่ตะกี้ยังตะโกนปาวๆบอกจะ ฟ้องแม่ แต่มาตอนนี้กลับทำเสียงเป็นหมาหงอย จะสันนิษฐานว่ามันโดนสาลิกาลิ้นทองของไอ้เนมเกลี้ยกล่อมก็ดูจะใช้สติปัญญา น้อยไปหน่อย แล้วมันเป็นเพราะอะไรล่ะ

“ตกลงตัวกับพี่ไอ้วินเป็นแฟนกันจริงๆใช่มั้ย”

ถาม เสียงอ่อยหน้าก็ดูหงอยๆอีก เฮ้ยๆๆ มรึงอย่าทำงี้สิวะ เปลี่ยนเป็นตะโกนด่าอย่างเดิมดีกว่า เห็นบ้าๆอย่างนี้แต่ความจริงผมใจอ่อนกับพวกเด็กๆที่สุดละ และเพราะแบบนี้ไอ้นิคถึงได้ชอบผู้หญิงแก่กว่ายังไงล่ะครับ ไม่ต้องคอยตามใจมาก มิหนำซ้ำยังเอาใจเก่ง ผิดกับไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเด็ก ไอ้พวกนี้นี่มันน่ากลัวจริงๆนะครับ บทมันจะง้องแง้งก็น่าตื้บสุดๆ แต่บทมันจะอ้อนเอาน้ำตาเข้าสู้ขึ้นมาก็ทำไอ้นิคแพ้ทางมือไม้อ่อน พาลจะหลงกลตามใจน้องทุกที

“พี่จะเป็นแฟนกับใคร แต่ยังไงพี่ก็รักพวกตัวเหมือนเดิมแหละน่า จะคิดมากกันไปทำไม”

ไอ้แนนมันกอดผมแน่น ไอ้เนมก็เอาบ้าง นอนกอดกุขนาบซ้ายขวาอ้อนกำลังสองอย่างนี้ไอ้นิคจะไปไหนรอด

“ไม่เอา เค้าไม่อยากได้พี่เขย เขาอยากได้พี่สะใภ้มากกว่า”

ทำน้ำตาคลออีก เฮ้อ กุล่ะกลุ้ม ผมถอนใจเฮือกๆกับอาการของน้องคนกลาง

“เอาเถอะๆ เรื่องนี้คงต้องคุยกันอีกยาว วันนี้นอนก่อน ไว้ค่อยคุยกันอีกทีแล้วกัน”

รู้ ว่ายังไงคืนนี้ก็คงหาข้อสรุปไม่ได้ ผมเลยตัดบทบอกให้พวกแฝดนอนหลับไป ส่วนตัวเองก็นอนลืมตาอยู่ในความมืด คิดไม่ตกกับคำถามของไอ้โย่งที่วนเวียนอยู่ในหัว ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างที่ไอ้เชนมันว่า ถ้าเกิดไอ้แนนบอกให้ผมเลือกขึ้นมาจริงๆ ถึงเวลานั้นผมจะเลือกฝ่ายไหนกันแน่ ถึงแม้ปากจะบอกออกไปว่าคนอย่างผมไม่มีวันต้องเลือก เพราะผมจะรักษาไว้ให้ได้ทั้งครอบครัวและคนรักในคราวเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่านี่สิที่เป็นปัญหา


ก่อน หน้านี้ผมไม่เคยคิดมากเรื่องที่ตัวผมเองมีแฟนเป็นผู้ชายด้วยกัน เพราะพื้นฐานนิสัยที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ค่อยจะแคร์อะไร พอรู้สึกตัวว่าผมมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับไอ้เชน รู้สึกหัวใจฟูๆเวลาถูกมันบอกรัก ไอ้นิคก็ตัดสินใจที่จะคบกับไอ้โย่งในฐานะแฟนโดยไม่อิดออดให้เสียเวลา เพราะคนอย่างผมมันประเภทไม่ค่อยจะคิดอะไรมากมายให้รกสมองอยู่แล้ว คิดแต่ว่า คนเราถ้ารู้ว่าอะไรจะทำให้ชีวิตมีความสุขก็ต้องรีบไขว่คว้าไว้ก็แค่นั้น

แต่ ถึงอย่างนั้น ผมก็มีครอบครัวที่ต้องใส่ใจและแคร์ความรู้สึกของพวกเขาด้วย มาวันนี้ผมจึงเริ่มกังวลแล้วว่า หากต้องเลือก ท้ายที่สุดผมจะเลือกใคร นึกแล้วก็อิจฉาไอ้คินที่แม่ไอ้เป้ยอมรับเป็นลูกอีก คนไปแล้ว แถมยังทำท่าว่าจะรักไอ้คินมากกว่าไอ้เป้ที่เป็นลูกจริงๆเสียอีก เฮ้อ...ไอ้ นิคนะไอ้นิค นานๆจะมีความกลุ้มในชีวิตกับเขาสักทีก็ดันกลุ้มเอาซะเรื่องใหญ่เลย

และ เพราะมัวแต่กลุ้มเรื่องไอ้แนน พอตื่นมาอีกวันไอ้นิคเลยขอบตาคำคล้ำ หน้าเครียดหน้าดำ เหมือนโดนพระราหูเคลื่อนตำแหน่งย้ายวิถีโคจรเข้าครอบงำ เดินตาลึกตาโหลเข้าไปในครัว

“ลองเอาแตงกวาแช่เย็นโปะตาไว้ดิ”

ไอ้ เชฟแม็คมันรู้ว่าผมคงกลุ้มไม่น้อยแต่ก็ไม่ถามเซ้าซี้อะไร มันแสดงความห่วยใย ด้วยการเผยเคล็ดลับหน้าเด้งตาใสให้แทน โคตรซึ้งน้ำใจมรึงว่ะไอ้เชฟ แต่ไม่ เอา กุชอบแบบจิ้มน้ำพริกกินมากกว่า ผมเดินมึนๆไปชงกาแฟแก้ง่วง แล้วมานั่งทำอารมณ์เป็นพระเอกโฆษณาจิบกาแฟอยู่หน้าบ้านรอไอ้เชนมารับไป เรียนด้วยกัน ปัญหาเรื่องไอ้แนนนั้นผมยังหาทางออกไม่ได้ ส่วนไอ้สุดที่เลิฟก็ไม่รู้ว่าจะเคลียร์กับคู่หูวินไม้ได้รึเปล่า

“พี่นิ้คคคคคค พวกเค้าไปด้วยคนดิ”

ไอ้ เนมทำเสียงรื่นเริงบันเทิงใจเดินออกมาหาตามด้วยไอ้แนน เอาล่ะสิ แต่งตัวเตรียมพร้อมอย่างนี้ กะจะไปทัศนศึกษาที่มหาลัยกุแน่ๆ ไอ้นิคหน้าเซ็ง ไม่ใช่ไม่รักน้อง แต่รู้ว่ามันต้องไปทำป่วน

“พี่มีเรียนทั้งวันกว่าจะเลิกก็เย็นๆ ถ้าเลิกเรียนแล้วพวกตัวค่อยตามไปดีกว่ามั้ย”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเค้าไปอ่านหนังสือที่หอสมุดรอก็ได้ แอร์เย็นด้วย”

ไอ้ เนมยิ้มตาใส ใจอ่อนอีกละกุ เฮ้อ ไอ้นิคถอนใจเฮือกๆ พยักหน้ายอมๆพวกแฝดไป พอดีกับไอ้เชนเดินเข้ามา ก็รถของมันยังฝากจอดไว้ที่บ้านผมอยู่นี่ครับ ว่าแต่... ทำไมมันมีลูกสมุนตามมาด้วยเนี่ย เอาเข้าไป พอกันทั้งผมทั้งมัน ฝั่งผมก็มีพวกแฝด ฝั่งไอ้เชนก็มีคู่หูวินไม้ ปวดหัวตุบๆ ไอ้เด็กพวกนี้มันไม่ไปร่ำไปเรียนหนังสือหนังหากันบ้างรึไงนะ

“โรงเรียนมีงานประจำปีครับ เลยให้นักเรียนหยุดชั่วคราว” ไอ้วินตอบแบบอ่านใจผมออก

โรงเรียน บ้าอะไรพร้อมใจกันหยุดอย่างนี้วะ ไอ้นิคล่ะโมโหโทโสอยากจะโทรไปถามโรงเรียนไอ้คู่หูอ้อนตรีนว่าโรงเรียนหยุด หรือพวกมันหยุดกันเอง

“ท่าทางพี่นิคไม่อยากให้พวกเราไปด้วยเท่าไหร่เลยนะครับ”

ไอ้น้องไม้ครับ ถ้ากุจะขอตีลังกาเกลียวสองรอบครึ่งโดดถีบหน้ามรึงด้วยขาคู่ น้องไม้จะรังเกียจมั้ยครับ

“ทีเมื่อคืนทำไมไม่ปากดีให้ได้อย่างนี้”

เอา แล้วครับ ไอ้แนนซัดไปหนึ่งดอก และก่อนที่ดอกอื่นๆจะตามมาให้ได้เป็นเรื่องเป็นราวกันอีกไอ้เชนก็ตัดบทด้วย การไล่ต้อนไอ้พวกน้องๆไปขึ้นรถด้วยมาดดุ เสียงโหด สมกับที่พี่ๆสาขามันเล็งตำแหน่งพี่ว้ากไว้ให้


วันนั้นทั้ง วันไอ้นิคไม่มีสมาธิจะเรียนเลยครับ นั่งสัปหงกมันทั้งคาบ (อ้างไปงั้น ความจริงก็แอบงีบประจำ 555) เลิกเรียนวิชาสุดท้ายปุ๊บก็รีบคว้ากระเป๋าวิ่งหน้าตั้งไปหาพวกแฝดที่หอสมุด แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา นั่นไง กุว่าแล้ว ไอ้นิคปาดเหงื่อยืนหอบแฮ่กๆ อยู่หน้าตึก กดโทรศัพท์หาน้องๆแต่ก็เจอประโยคเดิมๆว่า หมายเลขที่ท่านเรียก..... ฮึ้ย โมโห อยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง โทรหาไอ้เชนก็ได้วะ

“พวกวินไม้อยู่กับมรึงมั้ย งั้นก็คงไม่มีอะไร สงสัยพวกแฝดมันจะไปหาไรกินแถวนี้ แค่นี้ก่อนนะเชน เดี๋ยวไงกุไปหาแล้วกัน”

ไอ้ เชนมันอยู่ที่ซุ้มกับพวกบอยแบนด์ มีไอ้น้องวินนั่งกินเกี๊ยวทอดอยู่ข้างๆ ส่วนไอ้น้องไม้เพิ่งลุกไปเข้าห้องน้ำ มันรายงานให้ผมฟังทางโทรศัพท์แบบละเอียดถี่ยิบ แต่สรุปได้ว่าพวกแฝดไม่ได้ไปป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆคู่หูอ้อนตรีนผมก็เบาใจไป เยอะ สงสัยไอ้สองน.หนูมันจะไปหาอะไรกินอย่างที่เดานั่นแหละ

ผม กำลังจะเดินไปที่โรงอาหารใกล้ๆหอสมุด แต่เสียงเรียกที่ตอนนี้ไม่แค่คุ้นหู แต่เมมไว้ในสมองเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเป็นเสียงของไอ้เด็กปากดีแต่ขี้แง ไอ้น้องไม้ ทำให้ต้องหยุดฝีเท้า หันไปมองตามต้นเสียง

“จะไปไหนครับ”

ไอ้น้องไม้เดินแกมวิ่งเข้ามาหา ประโยคคำถามมีครับลงท้าย พิจารณาน้ำเสียงแล้วไม่พบแววกวนส้น โอเค กุตอบก็ได้

“ตามหาแนนเนมอยู่” ผมตอบสั้นๆ แล้วหันหลังจะเดินออกไปต่อ แต่โดนคว้าแขนไว้

“เดี๋ยวไม้ช่วยหานะ”

เฮ้ยๆๆๆๆ เรียกตัวเองว่าไม้แถมอาสาจะช่วยผมอีก ไอ้เด็กนี่โดนผีเข้าป่าววะ ผมมองหน้าไอ้น้องไม้แบบไม่แน่ใจก่อนจะตอบปฏิเสธ

“ไม่ต้องหรอก กลับไปที่ซุ้มเถอะ”

สมอง ผมเตือนไม่ให้ไว้ใจไอ้หน้าซื่อๆตาใสๆ นี่อย่างเด็ดขาด ประสบการณ์ที่เคยโดนฤทธิ์เล่นละครตีสองหน้าของพวกวินไม้ที่ร้านนมยังจำได้ แม่น

“ไม้ไม่ได้คิดร้ายอะไรนะ ก็แค่อยากช่วยจริงๆ ตอบแทนเรื่องเมื่อคืน”

ทำ เสียงกระท่อนกระท่อน ตาแดงจมูกแดงเหมือนจะร้องไห้ ก้มหน้านิ่งแล้วดึงชายเสื้อผมไว้อีก ไงล่ะไอ้นิค ใจอ่อนเลยกุ ก็บอกแล้วว่าแพ้ทางเด็กๆ

“เออๆ ไปก็ไป แล้วอย่าคิดทำอะไรตุกติกล่ะ ไม่งั้นพ่อฝังลืมหลุมแน่”

ถึง ข้างในจะใจอ่อนไปแล้วกว่าครึ่ง แต่ผมก็ตีหน้าโหดขู่เสี้ยงเหี้ยมไว้ก่อน เพื่อเป็นการข่มขวัญไม่ให้ไอ้น้องไม้มันคิดจะเล่นลูกไม้สมชื่อมัน

ผมกับไอ้น้องไม้เดินจนทั่วโรงอาหารอยู่นานก็ยังไม่เห็นวี่แววพวกแฝด กดโทรศัพท์หาจนแบต แทบจะหมดก็ยังบอกฝากข้อความเหมือนเดิม ตะโกนด่าฝากข้อความไปสิบๆรอบก็ยังไม่มีสัญญาณตอบกลับใดๆ เข้าไปตามหาในหอสมุดก็ยังไม่เจออีกเหมือนเดิม เริ่มโมโห อยากฆ่าน้อง ไม่ใช่อะไร นี่ก็เย็นแล้ว เอาไงดี หรือว่ากลับบ้านไปก่อนแล้วค่อยเอามอไซค์ออกมาตามอีกที



“กลับกันก่อนเถอะ เดี๋ยวไงพี่จะมอไซค์มาตามพวกมันอีกที”



ไม่ อยากให้ไอ้เชนต้องมานั่งรอด้วยครับ ไม่ใช่เป็นห่วงมัน แต่ขี้เกียจให้ไอ้สองตัววินไม้มารอด้วย รอกันไปรอกันมาเดี๋ยวจะมีเรื่องอีก



“รออีกสักพักไม่ดีกว่าเหรอพี่นิค เดี๋ยวเกิดสองคนนั้นกลับมาจะคลาดกันนะ”


ไอ้น้องไม้ให้ความเห็น แต่ผมไม่รอละ ปลอดภัยไว้ก่อน ต้องพยายามไม่ให้พวกแฝดกับวินไม้อยู่ใกล้กัน


“ช่างเถอะ กลับกันก่อนดีกว่า”


ผม เดินนำน้องไม้เวอร์ชั่นกินยาผิดลัดเลาะไปตามตึกเรียนเพื่อกลับซุ้มสาขา แต่ในจังหวะที่ต้องเดินลัดตึกเรียนรวมเพื่อข้ามถนนไปยังฝั่งคณะวิศวะ น้องไม้มันก็สะกิดเรียกผมแล้วเงยหน้าชี้ไปที่ชั้นสองของตึกเรียน พอผมเงยหน้าขึ้นมองตามก็เห็นหลังไวๆ ของผู้ชายสวมเสื้อยืดสีดำเหมือนที่เนมมันใส่ออกจากบ้านเมื่อเช้า ส่วนสูงประมาณนี้ แถมไว้ทรงผมตามกฎกระทรวงศึกษาธิการอีก ไอ้เนมแน่ๆเลยครับ ผมตะโกนเรียกเสียงชื่อน้องดังลั่นแต่มันไม่ได้ยิน แถมยังเดินเร็วอย่างกับเป็นผี ไอ้นิคเลยต้องสปีดฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดตามไป ว่าแต่มันขึ้นตึกเรียนรวมไปทำไมวะ


“ไม้กลับไปรอที่ซุ้มนะ ไม่ต้องตามมา เนม อยู่ไหนน่ะ”



ตะโกนบอก ไอ้น้องไม้แล้วก็หันไปเรียกไอ้เนมอีกที นึกในใจว่าถ้าเจอพวกแฝดจะเขกกะโหลกสักสองสามทีแรงๆ พยายามเดินไปดูตามห้อง ต่างๆ เผื่อมันจะเล่นพิเรนมาแอบอยู่แถวๆนี้ แต่เปิดประตูเข้าไปดูตามห้องเรียนจนเกือบจะครบทั้งชั้นแต่ก็ยังไม่เห็น วี่แววสิ่งมีชีวิตใดๆ ไอ้นิคชักเริ่มสยอง ตึกเรียนใหญ่ๆ ไฟสลัวๆ เงียบกริบผิดกับตอนกลางวันเพราะไม่มีคน ตอนโพล้เพล้แบบนี้ในสถานที่อันเป็นตำนานเรื่องเล่าสยองขวัญสุดฮิตของมหาลัย ถึงจะไม่ค่อยกลัวผี แต่พอบรรยากาศวังเวงอย่างนี้มันก็ชวนหวาดเสียวไม่น้อย กำลังคิดไปฟุ้งซ่านเรื่อยเปื่อยจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนเสียการทรงตัว รับรู้ถึงแรงผลักที่หลังพร้อมกับล้มวูบ ผมหน้าคะมำเซถลาเข้าไปในห้องเรียน เกือบลงไปจับกบบนพื้นห้องถ้าไม่คว้าโต๊ะไว้ทัน พร้อมกับเสียงประตูปิดดัง โครมใหญ่อยู่ข้างหลัง วินาทีนั้นคำๆ เดียวที่ผุดขึ้นในสมองคือ ชิบหายแล้ว


“แมร่ง เวงตะไล”


ผมสบถลั่นแล้วฉุก คิดขึ้นมาได้ นี่กุโดนไอ้เด็กไม้มันหลอกเอาเหรอเนี่ย ตะโกนด่าด้วยความโกรธอีกครั้งเมื่อเขย่าประตูแล้วพบว่ามันล็อคแน่นสนิท นี่เล่นแรงถึงขนาดขังไว้ในตึกเรียนเลยนะมรึง อย่าให้กุออกไปได้เชียว พ่อซัด ไม่เลี้ยงแน่ จะโทรหาไอ้เชน แต่ยังไม่ทันได้กดโทรออกไฟบนหน้าจอก็ดับพรึ่บเพราะก่อนหน้านี้โทรตามไอ้พวก น้องๆจนแบตอ่อน


“ห่ะเอ้ย เศือกมาหมดอะไรเอาตอนนี้วะ”


ไอ้ นิคเลยสบถลั่นต่ออีกยาวเหยียดเป็นมหากาพย์ไตรภาค พยายามเขย่าประตู ตะโกนเรียกยังไงก็ไร้วี่แววคนมาช่วย ฉุกคิดขึ้นมาได้ นึกไปถึงลุงภารโรง ปกติลุงจะมาปิดตึกตอนหนึ่งทุ่ม ก้มลงมองนาฬิกาแล้วแทบจะลุกขึ้นเต้นเพลงน้ำตาจ่าโทเวอร์ชั่นเทคโนแด๊นซ์ขอบ คุณฟ้าดิน อีกแค่สิบห้านาทีเท่านั้น คิดแล้วก็ไปเปิดไฟให้สว่างทั่วห้องเผื่อลุงจะสังเกตเห็นง่ายขึ้น


นับถอยหลังรอเวลาอย่างใจจดใจจ่อ จ้องนาฬิกาข้อมือแบบไม่ให้พลาดสักวินาที ในตอนนั้นเองผมก็ได้ยินเสียงลูกบิดขยับและประตูก็เปิดออก


ไอ้นิคดีใจเหมือนถูกหวย ว่าแต่มันเพิ่งผ่านไปแค่ 5 นาทีเองนะ หรือว่าลุงภารโรงมาก่อนเวลา


“พี่นิค อยู่นี่เองเค้าเป็นห่วงแทบแย่ไม่เป็นไรนะ” เป็นไอ้แนนครับ มันโผเข้ามากอดผมทันทีที่ประตูเปิดออก


“ไม่เป็นไร แต่ที่แน่ๆขอไปชำระแค้นก่อนเถอะ”


โมโห ครับ หน้ามืดตามัว พอออกมาได้ไอ้นิคงี้วิ่งเลย เป้าหมายอย่างเดียวตอนนี้คือจัดการไอ้น้องไม้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง พอไปถึงซุ้มผมก็ตรงดิ่งเข้าไปหาไอ้ตัวการทันที


“มรึงคิดว่าทำงี้แล้วจะจัดการกุได้เหรอ”


ผม คว้าคอเสื้อไอ้เด็กหน้าไหว้หลังหลอกแล้วเขย่าแรงๆจนหัวมันแทบหลุด น้ำตาไอ้น้องไม้ไหลพรากๆ พูดแต่ พี่นิคผมเจ็บๆ แต่ตอนนี้ผมมีแต่ความโกรธเกินกว่าจะสนใจอะไร มิหนำซ้ำยังคิดอีกว่ามันก็แค่น้ำตาที่ไอ้เด็กนี่มันบีบออกมาเพื่อให้คนอื่น เห็นใจและหลงเชื่อหน้าอ่อนๆของมันนั่นแหละ


“พอแล้วนิค” ไอ้เชนแยกตัวผมออกจากการฆาตกรรมน้องไม้แล้วตวาดเสียงดัง


“กุไม่พอ แมร่ง คิดจะแกล้งกุเหรอ ปัญญาอ่อนน่ะสิ คิดว่าขังกุไว้แบบนั้นแล้วเรื่องจะจบเหรอ”


ผมผวาจะเข้าไปซัดไอ้เด็กตอแหลแต่โดนเนมคว้าตัวไว้


“ขังอะไร” ไอ้เชนมองหน้าผมกับไอ้น้องไม้สลับกัน แต่ หนอย....ดูมัน โอบกันซะขนาดนั้น


“พี่นิคไปตามหาพวกผม พอเดินผ่านตึกเรียนรวม พี่นิคก็โดนผลักแล้วปิดล็อคขังไว้ในห้องเรียน จนผมตามไปเจอ”


ไอ้แนนเล่าแทนเมื่อเห็นว่าพี่มันได้แต่ยืนหอบหายใจ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ หน้าตาถมึงทึงพยายามจะวางมวยกับเด็กให้ได้


“แล้วตอนที่กุโดนขัง กุก็อยู่กับไอ้เด็กนี่แค่สองคน”


ไอ้ น้องไม้มันสะอื้นน้ำตาเปรอะหน้า มือก็เกาะแขนไอ้เชนไว้แน่น เออ ออเซาะกันเข้าไป ทำไมมรึงไม่พากันกลับบ้านแล้วไปโอ๋กันบนเตียงเลยวะ ผมยั๊วะจัด


“ไม้ไม่ได้ทำนะพี่เชน พอพี่นิคเห็นมีคนเหมือนเนมเดินอยู่บนตึกก็สั่งให้ไม้กลับมาที่ซุ้ม แล้วพี่นิคก็วิ่งตามขึ้นไป ไม้ก็เลยกลับมาที่ซุ้มตามที่พี่นิคบอก ไม้ไม่ได้ทำจริงๆ”


แล้วมันก็ร้องไห้อีก


“ยังจะ บอกว่าไม่ได้ทำอีก ถ้าไม่ใช่มรึงแล้วหมาตัวไหนมันจะทำ ไอ้คนที่มรึงบอกว่าเหมือนเนมก็เพื่อนมรึงล่ะสิ ล่อให้กุวิ่งตามแล้วถือโอกาสผลักกุเข้าไปขังในห้อง”


ไอ้นิคผวาเข้าหาจะเอาเรื่องอีกฝ่ายให้ได้ แต่โดนไอ้โย่งกันตัวไว้


“ใจเย็นๆสินิค บางทีอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้”


ดู ไอ้เชนมันพูด แมร่ง มรึงเป็นพระเอกละครหลังข่าวรึไงวะ เข้าใจผิดบ้าบออะไร ก็ทั้งตึกมีแค่ไอ้เด็กเวรนี่กับผมแค่สองคนเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ไอ้ไม้แล้วใครจะทำ เข้าข้างกันดีนักใช่มั้ย


“เข้าใจผิดเหรอ มรึงเข้าข้างไอ้เด็กนี่น่ะสิ เออ ดี ปกป้องกันให้ได้ตลอดล่ะ อย่าเผลอแล้วกัน”


ไอ้เชนมันเข้ามาคว้ามือผมไว้ ปล่อยให้ไอ้น้องไม้ยืนสะอื้นฮักๆอยู่กับไอ้น้องวิน


“ใจเย็นก่อนได้มั้ยนิค แล้วคิดดูดีๆว่าเห็นกับตารึเปล่าว่าไม้เป็นคนล็อคประตูจริงๆ”


“พูดอย่างนี้หาว่ากุใส่ร้ายเด็กมรึงเหรอ”


“อย่าพาลได้มั้ย ใช้เหตุผลหน่อยสิ” มันขึ้นเสียงใส่ผมอีกแล้ว หนอย


“พอดีกุไม่มีเหตุผลว่ะ มรึงปล่อยแขนกุเลย กุจะกลับบ้าน”


“จะไปไหน มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนนิค”


มันยังไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังมาทำเสียงดุใส่อีก กุไม่ใช่ลูกมรึงนะไอ้เชน


“จะเอาให้รู้เรื่องเลยใช่มั้ย ก็ได้” สติแตกสิครับ ผลักอกไอ้เชนสุดแรงแล้วพูดช้าๆชัดๆ


“วันนี้ กุกับมรึง เราขาดกัน”


ผมพูดจบก็จ้องตามันนิ่ง ส่วนไอ้เชนก็ไม่พูดอะไรเลยครับแต่ตามันงี้ลุกวาบๆ ขบกรามแน่นแบบคนที่กำลังโกรธจัด


“โธ่เว้ย!”


ไอ้ โย่งมันสบถลั่นแล้วหันไปเตะถังขยะแถวๆนั้นระบายอารมณ์เสียงดังโครมใหญ่ ผลก็คือถังขยะแตกเป็นรูโหว่ลงไปนอนกลิ้งแอ้งแม้งอยู่บนพื้น โห นี่ถ้าผมไม่โมโหอยู่คงนึกหวาดเสียวน่าดู ก็มันใช่ถังขยะใบเล็กๆซะที่ไหนล่ะ ลองนึกภาพดูสิ ถังขยะใบใหญ่ๆสีเขียวๆที่มีล้อแล้วขนาดมันก็สูงเท่าอก ทำจากพลาสติคเนื้อหนาแบบเกรดเอนั่นแหละครับ มันเตะทีเดียวจนพัง เหอๆ ไอ้เชนนี่แรงวัวแรงควายซะจริง




ผมเดินออกมาด้วยอารมณ์ โกรธกรุ่นๆ กับฝาแฝดที่นิ่งเงียบเพราะรู้สถานการณ์ดีว่าตอนไหนควรพูดตอนไหนไม่ควรพูด ตามมาด้วยไอ้เชฟกับไอ้คิน แต่ละคนนี่รู้งานดีครับ ไม่มีใครพูดอะไรสักแอะ ปล่อยให้ผมนั่งเงียบๆ จนไอ้เชฟเลี้ยวรถเข้าบ้าน ก็เจอไอ้โก้นั่งทำหน้าตาเป็นห่วงอยู่กับไอ้เป้ ท่าทางจะมีสายคอยรายงานข่าวให้แน่ๆ


ไอ้นิคไม่พูดอะไรเหมือน เดิม ตอนนี้อะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด เดินตึงๆไปเปิดหยิบเอาจานสับปะรดที่ไอ้เชฟ มันปอกใส่ตู้เย็นไว้มานั่งจิ้มกินแล้วดูข่าวไปด้วย รสชาติเปรี้ยวๆของมัน จี๊ดขึ้นขมับจนผมปวดหัวตุบๆนึกถึงไอ้เชนแล้วโกรธมันจนน้ำตาจะไหลเลยครับ คิดในใจ ห่ะเอ้ย นี่กุรักมันขนาดนี้เลยหรือวะ


ก่อนหน้านี้ เคยมีแฟนมากี่รายๆ ถ้ามีเรื่องมาให้ผมไม่พอใจ อย่างเช่นแอบวอกแวกไปคุยกับผู้ชายคนอื่นทำนองว่ากิ๊กกันผมก็จะบอกเลิกเพื่อ ตัดปัญหาตัดความรำคาญไปเลย แล้ววันนี้ไอ้นิคก็ยังสันดานเดิมครับ ผมบอกเลิกไอ้เชนง่ายๆเหมือนที่บอกกับแฟนคนก่อนๆแต่อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือน กับทุกครั้งที่ผ่านมา คือ ความรู้สึกเสียใจและผิดหวังจนอยากจะร้องไห้ ทำไมไอ้เชนมันไม่เชื่อผม ทำไม มันถึงเข้าข้างไอ้เด็กนั่น ทำไมมันไม่รั้งผมไว้ ทำไม ทำไม และทำไม สารพัดคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวจนแทบจะบ้า


“แมร่งเอ้ย”


ถีบโต๊ะดังโครม แล้วใช้แขนปาดน้ำตาที่คลอๆปริ่มๆอยู่ขอบตา ห้ามร้องนะมรึงไอ้นิค


“ทำไมสับปะรดมันเปรี้ยวอย่างนี้วะ”


ก่น ด่าลมฟ้าอากาศไปเรื่อย บอกตัวเองว่าอย่าร้องๆ แต่น้ำตาบ้านี่มันไม่ยอมร่วมมือสักนิด พาลจะไหลอยู่เรื่อย เคยได้ยินแต่กินข้าวเคล้าน้ำตา แต่วันนี้ไอ้นิคได้กินสับปะรดเคล้าน้ำตา รสชาติชีวิตไปอีกแบบจริงๆ อกหักมันเจ็บอย่างนี้นี่เอง

มันก็แค่อกหักล่ะวะ จะเจ็บสักเท่าไหร่กันเชียว ผมค่อยๆลืมตาตื่นพร้อมกับประโยคที่พยายามสะกดจิตตัวเองทั้งคืน หันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงก็เพิ่งจะหกโมงเช้า จะนอนต่อก็นอนไม่หลับลุกขึ้นนั่งถอนใจเฮือกๆ เมื่อวานกุบอกเลิกไอ้เชนไปแล้วนี่หว่า แล้วไอ้โย่งมันก็ไม่คิดจะมาง้อสักนิด อุตส่าห์นั่งรออยู่จนดึกแต่กลับไม่มีแม้แต่เสียงโทรศัพท์สักแอะ ว้อยยยย ช่างแมร่ง ท่องไว้ไอ้นิค แค่อกหักจะเจ็บสักเท่าไหร่กันเชียว มันก็แค่อกหัก แค่อกหัก ใช่ ก็แค่อกหัก ฮือๆๆ กุอกหัก ไอ้เชนมันไม่แคร์กุแล้ว นั่งน้ำตาซึมเล็กๆก่อนที่เสียงของไอ้แนนจะงัวเงียถามขึ้น


“มีเรียนเช้าเหรอพี่นิค”


“เปล่า วันนี้โดด”


“อ้าว”


“พวกตัวนอนกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวสายๆพี่จะมาปลุก แล้วไปเที่ยวกัน”


ไม่ มีอารมณ์จะเรียนจริงๆวันนี้ ออกไปเที่ยวให้มันหายเซ็งดีกว่าคิดมากก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ใช่ มันก็แค่อกหัก ถ้ามรึงอกเดาะกระดูกทิ่มปอดโดนเข็นเข้าไอซียูเมื่อไหร่ เมื่อนั้นค่อยมานั่งคร่ำครวญจะดีกว่า ปลอบใจตัวเองแบบบ้าๆแล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัวปล่อยให้ไอ้สองตัวฝาแฝดนอนต่อ วันนี้ก็วันศุกร์ อีกแค่วันเดียวพวกแฝดก็ต้องกลับบ้านแล้ว เหงาเหมือนกันแฮะ เฮ้อ....ทำไมช่วงนี้ถึงได้เซนซิทีฟ แบบหัวใจไม่แข็งแรงอย่างนี้วะ

เดินลงไปห้องครัวเพื่อหาอะไรใส่ท้องที่ร้องประท้วงแต่เช้าเพราะเมื่อวานกินอะไรไม่ลงนอกจากสับปะรดของไอ้เชฟแม็ค

ปกติ ผมไม่ชอบรสชาติเปรี้ยวๆของสับปะรดเท่าไหร่ (ไอ้นางแลหวานๆที่แม่ค้าบอกนั่นแหละ ซื้อมาทีไรไม่เห็นมันจะหวานอย่างที่บอกสักที) เวลากินเข้าไปแล้ว รสชาติเปรี้ยวๆของมันจะต้องจี๊ดขึ้นหัวตุบๆทุกที กลับกันถ้าอยู่ในโหมดเศร้าแล้วกินเข้าไปให้ขมับมันตุบๆ ผมว่ามันสะใจดีพิลึก ใช่ คนอย่างไอ้นิคมันหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ไอ้น้องไม้มันคงกะไว้แล้วล่ะสิว่าผมกับไอ้เชนจะต้องแตกคอกัน ก็ดี ในเมื่อมันเล่นแรงอย่างนี้ ผมก็จะเอาบ้าง หมดเวลาจะมานั่งซึมเป็นหมาโดนยาแล้วไอ้นิค


คิดอะไรบางอย่างแบบร้อยแปดพันเก้าตลบอยู่ในหัว ปากก็เคี้ยวพายกรอบที่ไอ้คินซื้อมาทิ้งไว้ให้ในตู้ไปด้วย


“พี่นิคครับ”


เสียง เรียกหลอนประสาทแบบนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เวงตะไลเอ้ย มันมาอีกแล้ว ไอ้น้องไม้มันมาอีกแล้วครับ ไอ้นิคหมดอารมณ์กิน กระแทกถุงขนมเก็บเข้าตู้ทันที อ๊ะๆๆๆ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งๆ ใครที่คิดว่าผมจะกระโจนเข้าฆาตกรรมอำพรางหมกส้มไอ้เด็กวอนส้นนี่ให้สาสมกับ ความแค้นที่มีอยู่นั้นคุณคิดผิดถนัดเสียแล้วล่ะ


“จะมาหาเรื่องอะไรอีก” ถามเสียงเย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิในตู้ไอติมวอลล์


“ฟังไม้อธิบายหน่อยได้มั้ย ไม้ไม่ได้ทำจริงๆนะพี่นิค จะให้ไม้ไปสาบานที่ไหนก็ได้”


ทำเสียงจะร้องไห้อีก รู้ว่ากุแพ้น้ำตาล่ะเอาใหญ่เลยนะมรึง


“ตอนนี้พี่ไม่อยากรู้แล้วล่ะว่าไม้จะทำจริงๆรึเปล่า ยังไงพี่ก็เลิกกับไอ้เชนไปแล้ว พูดอะไรตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”


วู้ สุดยอด จบเรื่องไอ้น้องไม้กุจะลาออกไปเขียนนิยายน้ำเน่าขายแล้ว ไม่เรียนแล้ววิดว้งวิดวะเนี่ย


“ทำไม จะไม่มีประโยชน์ ไม้รู้ว่าที่พี่นิคบอกเลิกกับพี่เชนก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ ถ้าพี่ยอมไปคุยกับพี่เชน ยังไงพี่เชนก็ต้องขอคืนดีอยู่แล้วล่ะ”


ทำ เสียงตะล่อมกุเต็มที่ ว่าแต่ใครเป็นพี่มรึงวะ เรียกอยู่ได้ พี่นิคๆ เซ็งว่ะ เกลียดมันตีสองหน้า มาทำหน้าซื่อตาใสบอกให้กุไปคุยกับไอ้เชน เหอะ เชื่อตายล่ะ ผมนึกในใจ


“ไม้มาพูดแบบนี้กับพี่ต้องการอะไรกันแน่”


ทำเสียงเจ็บปวด พร้อมตีหน้าเศร้าแบบสุดลิ่มทิ่มเหวลึก ความสามารถรอบด้านจริงๆไอ้นิค สำนวนเน่าแล้วยังเล่นละครเก่งอีก


“ไม้ เปล่านะ ไม้พูดจริงๆ ไม้ไม่ได้เกลียดพี่นิคแล้ว เรื่องที่ร้านนมคราวนั้นเพราะวินเขามาปรึกษาว่าเขาไม่อยากให้พี่ชายคบกับ ผู้ชายด้วยกัน ไม้ขอโทษ ไม้ไม่ได้ตั้งใจ”


ผมชงไมโลแล้วเดิน เลี่ยงไปนั่งโซฟา ปล่อยให้ไอ้น้องมันพล่ามของมันไป ใครจะฟัง โธ่ รู้ๆอยู่ว่ามันตีหน้าเศร้าเท่าความเท็จให้ฟังทั้งนั้น ใครเชื่อก็โง่เต็มที


“พี่นิคจะให้ไม้ทำยังไงไม้ยอมทุกอย่างเลยนะ ไม้ไปอธิบายให้พี่เชนฟังก็ได้”


ยัง จะตามมาราวีกุอีก ไอ้นิคแอบถอนใจเซ็งๆ แต่เอาเถอะ เล่นกับมันต่ออีกหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวเถอะ อีกเดี๋ยวพ่อจะทำให้แล่นหนีกลับบ้านแบบหางจุกตูดเลยมรึง ไอ้น้องไม้เดินเข้ามานั่งข้างๆแบบกล้าๆกลัวๆ


“พี่นิคจะให้ไม้ทำยังไงพี่นิคถึงจะยอมเชื่อ”


“ก็ได้ ในเมื่อไม้ยืนยันอย่างนี้พี่ก็จะลองเชื่อดูสักครั้ง” ยิ้มอ่อนโยนแต่ในใจตะโกนว่า ยังไงกุก็ไม่เชื่อว้อย


“พี่นิคเชื่อไม้แล้วจริงๆเหรอ” แน่ะ ทำดีใจ คว้าแขนกุไปเขย่า แถมทำหน้าอย่างกับถูกหวย


“ครับ พี่เชื่อไม้”


ใคร จะบ้าเชื่อมรึงลง ไอ้นิคแอบยิ้มพิฆาตมารอยู่ในหน้าเลยครับ กุจะทำให้มรึงโผล่หางให้ได้เลยไอ้น้องไม้ ความคิดชั่วๆแบบคิดแต่จะแก้แค้นของผมเดินหน้าเต็มกำลัง มือค่อยๆคว้าเอวไอ้เด็กสองหน้าเข้ามาใกล้ ไอ้น้องไม้ทำสีหน้าไม่เข้าใจแค่ครู่เดียว ก่อนจะแก้มแดงแบบอาการของคนกำลังเขินอายสุดๆเมื่อมันเงยหน้าขึ้นสบตากับผม


“พี่นิคจะทำอะไรน่ะ”


ทำเสียงสั่น พยายามปลดมือผมออก กลัวล่ะสิมรึง เอาเลย กลัวมากๆแล้วแสดงสันดานเสียๆของมรึงออกมาเลย ผมคิดในใจแค้นๆ


“ไม่เห็นต้องถาม ก็ไม้บอกเองนี่ว่าจะยอมทุกอย่างถ้าพี่เชื่อไม้”


ผม ยิ้มๆ ก้มหน้าลงไปใกล้ๆ ไอ้น้องไม้งี้หน้าแดงแจ๋ไปหมด พยายามผลักผมออกแต่แรงเท่ามดของมันยังไงก็สู้แรงคนบ้าเลือดอย่างไอ้นิคไม่ ได้หรอกครับ จะว่าไปไอ้เด็กหน้าซื่อใจคดนี่ก็หน้าตาน่ารักไม่เบา เพราะไอ้หน้าตาซื่อๆนี่สินะ ไอ้เชนถึงได้เชื่อมันมากกว่าผม

ปลาย จมูกผมแตะเบาๆที่ข้างแก้มไอ้น้องไม้ก่อนจะกดลงไปเต็มริมฝีปาก ทีนี้ล่ะได้เรื่องเลยครับ มือสั่นๆที่พยายามผลักผมออกเปลี่ยนมายึดไหล่ผมไว้แทน เฮ้ยๆ ทำไมมันไม่เหมือนอย่างที่คิดวะ ผมนึกว่าไอ้น้องไม้มันจะลุกขึ้นโวยวายด้วยความโกรธแล้วแสดงสันด๋อยชั่วๆออก มาให้เห็นเสียอีก สงสัยแค่จูบแก้มมันจะไม่ซาดิสต์เหมือนสวรรค์เบี่ยงแน่ คิดอย่างนั้นผมเลยเปลี่ยนเป้าหมาย


“พี่นิค !!!/ นิค !!!”


ยัง ไม่ทันจะจูบไอ้น้องไม้ ผมก็เจอสั่งคัตซะก่อน ประสานเสียงเรียกเลยครับงานนี้ เสียงหนึ่งของไอ้เนม อีกเสียงเป็นของไอ้โย่ง ยืนกันอยู่คนละมุมบ้าน สีหน้าก็ไม่ต่างกันมาก


“นี่มันอะไรกัน”


ต่อ จากเสียงเรียกก็เปลี่ยนมาเป็นแรงดึงครับ ไอ้เนมหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธเข้ามาจับตัวพี่มันแยกออกจากไอ้น้องไม้ทันที ส่วนไอ้เชนก็ได้แต่ยืนมองผมนิ่งๆ ด้วยสีหน้าคล้ายไอ้เนม จะต่างกันเล็กน้อยก็ตรงที่แววตาของไอ้โย่งมันบอกว่า นอกจากจะโกรธผมมากแล้ว มันยังเสียใจกับการกระทำของผมคราวนี้ด้วย ไอ้นิคงี้สะใจสิครับ ทีนี้มันจะได้รู้ซะบ้างว่าผมเจ็บใจขนาดไหนเวลาที่เห็นมันโอ๋ไอ้น้องไม้ต่อ หน้าต่อตา


อยากจะหัวเราะสะใจดังๆ วันนี้ฟ้าเข้าข้างกุจริงๆ


“ผมถามว่าพี่ทำอะไรอยู่”


เวลา ไอ้เนมโกรธมันจะเลิกตัวเลิกเค้าทันที ผมเคยเห็นมันโกรธกับไอ้แนนทีหนึ่งสมัยอยู่ม.ต้น จำได้ว่าขึ้นกุมรึงกันลั่นบ้านจนแม่ต้องจับแยกขังเดี่ยวให้เข็ดหลาบ


“ไม่มีอะไร ก็แค่ไม้มาอธิบายความจริงให้ฟัง แล้วพี่ก็เชื่อ”


ผมเน้นว่าเชื่อไอ้น้องไม้ประชดไอ้เชน


“พี่ นิคเชื่อมันเข้าไปได้ยังไง มันบอกว่าไม่ได้ทำพี่ก็เชื่อมัน แล้วทีแนนขอร้องให้พี่เลิกกับพี่ไอ้วิน พี่ไม่เห็นยอมทำตามที่พวกผมขอร้องเลย พี่นิคเห็นคนอื่นดีกว่าน้องตัวเองหลายครั้งแล้วนะ”


ไอ้เนม เสียงดังลั่นบ้านด้วยความโกรธ ตามันขวางจัด เห็นแล้วนึกถึงตัวเองตอนบ้าเลือดครับ เชื้อไม่ทิ้งแถว แบบนี้ต่อให้เอาช้างสิบโขลงมาฉุดก็ไม่รู้ว่าจะหยุดไหวรึเปล่า

ไอ้นิคนะไอ้นิค มัวแต่คิดจะประชดไอ้เชนจนลืมนึกถึงความรู้สึกของพวกแฝดไปเลย กุหนอกุ


“ใจเย็นๆสิเนม ฟังพี่ก่อน”


“ไม่ ฟัง ถ้าพี่เห็นคนอื่นดีกว่าน้องตัวเองอย่างนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ไปเถอะแนน กลับบ้าน ยังไงพี่นิคก็ไม่เห็นความสำคัญของพวกเราแล้ว”


เอา ล่ะสิ เพิ่งสะใจว่าสมน้ำหน้าไอ้เชนที่มันรู้สึกถึงรสชาติความเสียใจของผมที่เห็น แฟนตัวเองอี๋อ๋ออยู่กับคนอื่นไปหยกๆ มาตอนนี้กรรมตามทันไอ้นิคแบบติดจรวด ติดเจ็ท ติดไอพ่น เข้าใจเลยว่าไอ้เชนมันรู้สึกยังไงตอนที่ผมไม่ฟังที่มันพูด เอาแต่โกรธจนคิดแต่จะบอกเลิกกับมันท่าเดียว

แต่เผอิญว่าผมไม่ใช่ไอ้เชน และแถวนี้ก็ไม่มีถังขยะให้เต๊ะท่าทำเท่เตะข้าวของระบายอารมณ์เป็นพระเอกมิวสิค


“ที่พูดนี่คิดดีแล้วใช่มั้ย”


ถาม เสียงเรียบ สีหน้าไม่ยินดียินร้าย แต่แววตานี่บอกได้คำเดียวเลยครับ ไอ้นิคเอาจริง อย่าตอบแบบใช้อารมณ์เด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นมรึงเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ พวกแฝดคงเข้าใจอาการของพี่มันเลยเย็นลงเหมือนกัน


ผมหันไปสบตากับไอ้เชนแวบเดียวก่อนจะเมินหนีไปหาไอ้น้องไม้แทน


“ไม้ไปเรียนเถอะนะ ไว้ตอนเย็นพี่จะโทรหา”


บอก แล้วสบตาไอ้น้องไม้พลางยิ้มอ่อยเหยื่อให้ เป็นไงเสน่ห์กุ ได้ผลเกินร้อย ไอ้น้องไม้งี้หน้าแดงแล้วแดงอีก พยักหน้าเบาๆแล้วเดินออกไปแต่โดยดี ทำไปได้นะกุ ทั้งที่ไม่มีเบอร์ไอ้เด็กนี่ซะหน่อย คิดในใจ ตกลงไอ้เด็กนี่มันยังไงกันแน่วะ แทนที่มันจะลุกขึ้นเอะอะโวยวายที่โดนผมลวนลามแต่มันกลับสมยอมซะงั้น รึจะมีแผนอะไรอีก ผมมองตามหลังไอ้น้องไม้อย่างครุ่นคิด ส่วนไอ้เชนน่ะเหรอครับ มันเดินออกจากบ้านไปตั้งแต่ผมเมินหน้าหนีมันแล้วยิ้มให้ไอ้น้องไม้แล้วล่ะ เฮ้อ มานึกๆดูก็รู้สึกผิดครับ ไม่รู้เวรกรรมอะไรของไอ้โย่งมันถึงมารักคนอย่างผม


มัวแต่หลอก ล่อไอ้น้องไม้ แล้วประชดรักไอ้เชน พอหันมาอีกทีพวกแฝดหายไปแล้วครับ ผมเดินขึ้นไปชั้นสองก็ได้ยินเสียงตะโกนใส่กันของไอ้สองตัว


“เพราะ เนมคนเดียว เห็นมั้ยว่าพังกันหมด เรื่องมันเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังตรีนเลยแมร่ง พี่นิคทำตาอย่างกับจะกินไอ้ไม้ โธ่เอ้ย”

เสียงไอ้แนนโวยวายใส่น้องชายแบบไม่มีคำว่าตัวกับเค้าแล้ว เหอๆ


“มาโทษกันอย่างนี้ได้ไง ก็ใครเป็นคนเห็นดีเห็นงามกับแผนนี้ล่ะ”


“แล้ว ใครมันทำเนียน ต่อหน้าพี่นิคทำเป็นเด็กดีเข้าใจพี่ทุกอย่างแต่ลับหลังเป็นคนวางแผนล่ะแล้ว เมื่อกี้ก็ดันงี่เง่าไปอาละวาดใส่พี่นิคอย่างนั้น เห็นมั้ยว่าพี่โกรธขนาดไหน”


ไอ้แนนยังโวยวาย โห นี่ผมเพิ่งรู้นะว่าไอ้เนมมันทำแอ๊บแบ๊วเป็นเหมือนกัน ว่าไอ้วินกับไอ้ไม้ไปซะเสียหาย มาคราวนี้ล่ะเข้าน้องกุหมด


“ที นี้จะเอาไงต่อ แผนยุให้พี่นิคทะเลาะกับพี่ไอ้วินก็ได้ผลไปแล้ว แต่เจือกได้ผลเกินไป พี่นิคเลิกกับพี่ไอ้วิน แต่เปลี่ยนมาจีบไอ้ไม้แทนอย่างนี้น่ะ”


“ก็ไหนว่าจะฟ้องแม่ไง เอาสิ” ไอ้เนมคงโมโหไอ้แนนมากอยู่เหมือนกันเลยประชดซะหนึ่งดอก


“ควายสิ ไม่ได้สิ้นคิดถึงขั้นนั้น” ไอ้แนนด่าตอบ


พอ ผมเดินเข้าไปในห้อง ไอ้พวกแฝดมันก็ยังเถียงกันหน้าดำหน้าแดงไม่เลิก ทีนี้ไอ้นิคเลยเห็นหนทางสว่าง ตกลงว่าเป็นฝีมือไอ้สองตัวแกล้งขังผมไว้แล้วโยนความผิดให้ไอ้น้องไม้เหรอ เนี่ย ไอ้นิคเอ้ย มรึงได้ออกเดินสายขอโทษคู่กรณีหลายคนเลยคราวนี้


“แล้วที่แกล้งโยนความผิดให้ไม้นี่ยังไม่เรียกว่าสิ้นคิดอีกรึไง”


ถาม เสียงธรรมดาแบบหมดอารมณ์โกรธ ตอนนี้ไอ้นิครู้สึกอย่างเดียวคือเหนื่อยใจครับ ส่วนพวกแฝดก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรที่ผมบังเอิญมารู้ความลับเข้าหรอก มันทำฮึดฮัดฟึดฟัดใส่อย่างกับว่าพี่มันเป็นคนผิดซะงั้น


“ไม่คิด”


ดู มันตอบ นิสัยเหมือนใครวะ ไอ้นิคถอนใจเฮือกๆ เข้าใจหัวอกไอ้เชนเลยครับ ไอ้โย่งเอ้ย กุคิดถึงมรึงว่ะ หมดเรื่องนี้กุไม่ลาออกไปเขียนนิยายน้ำเน่าก็ได้ กุจะขอไปซบอกง้อมรึงแทนแล้วกัน ตอนนี้กรรมตามสนองกุแบบชัดๆเลย


“ถ้าตอนนั้นพวกพี่ไม่ได้ทะเลาะกัน พี่เชนเชื่อพี่ ทุกคนเชื่อพี่ ส่วนไม้ก็โดนทุกคนรุมประณามที่ทำอย่างนั้น พวกตัวจะรู้สึกยังไง”


พยายามกระตุ้นจิตสำนึกน้องๆครับ นึกในใจ ขอเท้อ ให้กุชั่วคนเดียวก็พอแล้ว


“ก็ หาทางอื่นสิ ส่วนไอ้ไม้ก็สมน้ำหน้ามัน พี่นิคไม่เจ็บใจรึไง วันนั้นตัวอุตส่าห์ช่วยมันไว้แต่แทนที่มันจะสำนึกยังมาทำเสียงแข็งหน้าตากวน ประสาทใส่อีก”


ตอบอย่างมาดมั่นภูมิใจอีก เวรกรรมจริงๆ กู่ไม่กลับซะแล้วน้องกุ ไอ้เนมน้องน้อยน่ารักขี้อ้อนของกุหายไปหนายยยยยย


“เนม” ไอ้นิคสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รีบเรียกพลังวัตร โคจรลมปราณ ก่อนจะบ้าตาย


“มานี่มา มาให้พี่กอดหน่อย”

ตอน แรกที่เรียกชื่อไอ้เนมมันก็ทำหน้าหงิก เดินเข้ามาแบบไม่เต็มใจ แต่พอมันได้ยินว่าไอ้นิคบอกว่ามาให้กอดหน่อย แค่นั้นมันก็โผเข้ามาหาทันที


“พี่รู้นะว่าแนนกับเนมรับไม่ ได้เรื่องที่พี่คบกับพี่เชน และก็ไม่ใช่ว่าพี่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าพวกตัวสองคน ยังไงแนนกับเนมก็เป็นครอบครัวคนสำคัญ เป็นน้องที่พี่รักเสมอ แต่ถึงยังไงคนเราก็ต้องมีทางเดินชีวิตเป็นของตัวเอง พี่ไม่ได้จะอยู่กับพวกตัวไปได้ตลอดชีวิต เหมือนกันกับที่พี่ก็อาจจะไม่ได้อยู่กับพี่เชนตลอดไปเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นพี่ก็เลือกแล้ว พี่เลือกพี่เชนไว้ในฐานะคนรัก ส่วนพวกตัวสองคน พี่ก็เลือกไว้ในฐานะครอบครัวคนสำคัญ มันเทียบกันไม่ได้นะเนม”

ไอ้นิคพยายามใช้สมองอันน้อยนิดกลั่นกรองถ้อยคำออกมาเพื่อหวังว่าไอ้พวกแฝดจะเข้าใจความรู้สึกของพี่มันบ้าง


“มันก็หมายถึงว่า ชีวิตเป็นของพี่นิค พวกเค้าเข้าไปยุ่งไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ”


ไอ้ เนมยังกอดผมไว้แน่น ถึงประโยคคำถามของมันจะฟังดูประชดประชัน แต่ฟังน้ำเสียงแล้วผมก็รู้ว่าไอ้น้องคนเล็กมันเข้าใจที่พี่มันพูดทุกอย่าง


“ไม่ ใช่ว่ายุ่งไม่ได้ แต่พี่แค่อยากให้พวกตัวเคารพการตัดสินใจของพี่บ้างก็เท่านั้น ถ้าพวกตัวไม่ชอบใจอะไรก็ขอให้บอก ขอให้เราคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่ไปบังคับกะเกณฑ์ชีวิตคนอื่นแบบนี้ ลองคิดดูนะว่าถ้าพวกตัวถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ตัวจะมีความสุขกันมั้ย”


ผมยิ้มๆเมื่อไอ้น้องคนเล็กนิ่งเงียบ ไม่เถียงเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ก่อนจะมุดหน้ากับไหล่ผมเบาๆเป็นเชิงอ้อน อย่างนี้ถือว่าเป็นสัญญาณอันดีแล้วล่ะ


“ขี้โกงอีกแล้ว ตัวชอบยึดพี่นิคไปไว้คนเดียวตลอดเลย”


ไอ้แนนบ่นกระปอดกระแปดเข้ามากอดผมด้วยอีกคน


“เอาเถอะ ถ้าตัวพูดถึงขนาดนี้แล้วพวกเค้าก็จะเชื่อละกัน ว่าแต่ วันนี้ตัวบอกจะพาพวกเค้าไปเที่ยวนี่”


ไอ้ แนนยิ้มหวานมาให้ เห็นมั้ยครับ แบบนี้จะไม่ให้ผมรักไอ้สองตัวนี่ได้ยังไง ถึงมันจะแสบไปบ้าง ยุ่งวุ่นวายไปหน่อย แต่ความขี้อ้อนชนะขาด เนี่ยแหละเหตุผลว่าทำไมผมถึงแพ้ทางเด็ก ก็น้องผมออกจะน่ารักขนาดนี้ ภูมิต้านทานเด็กในตัวไอ้นิคเลยต่ำครับ ต้องหลีกเลี่ยงเข้าไว้ ไม่งั้นมีแต่ใจอ่อนกับใจอ่อน



ว่าแต่ ผมลืมอะไรไปอย่างนะ

ตอน 20



ใครว่าลืมอะไรไปอย่าง ผมเผลอโดนลูกอ้อนพวกแฝดจัดการเบนความสนใจจนลืมเรื่องสำคัญไปตั้งสองอย่างเลย ต่างหากเล่า แล้วแต่ละอย่างก็ยากเย็นพอๆกับภารกิจฝ่าด่านอรหันต์ 18 มนุษย์ทองคำในวัดเส้าหลินอีก เฮ้อ...กรรมของไอ้นิคจริงๆ ด่านแรกก็ไอ้สุดที่รักของผมที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะงอนไปถึงไหนแล้ว รายนี้ผมทำเวรทำกรรมกับมันมากไปหน่อย สงสัยชาติหน้าเกิดมาคงได้เจอกันอีกแหงๆ แล้วก็ไอ้น้องไม้อีกคน ไม่รู้โดนเสน่ห์ไอ้นิคเข้าไปกี่มิลลิกรัม ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ ก็เสน่ห์ผมมันเหลือรับทานนี่ครับ 555 ยังมีอารมณ์หลงตัวเองอีกนะมรึง เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ล่ะวะไอ้นิค


“พี่นิค นี่เค้าถามเป็นรอบที่ห้าแล้วนะ ตกลงจะกินมั้ย อุตส่าห์เหลือไว้ให้เนี่ย”


ไอ้แนนทำอารมณ์เสียพร้อมกับฟาดไก่ย่างชิ้นสุดท้ายเข้าปากตัวเองเคี้ยวตุ้ยๆ ไอ้น้องบ้า แล้วมรึงจะถามกุเพื่อ ???


“ถามหน่อย เรื่องที่ขังพี่ไว้ในห้องน่ะ วางแผนกันมารึว่าไง” ยังคาใจไม่เลิกครับ


“เปล๊า” ไอ้แนนตอบหน้าตาเฉย แบบที่มองยังไงๆก็ไม่เห็นแววสำนึกผิดอยู่ดี แล้วมันก็อธิบายต่อ


“พอ ดีพวกเค้านั่งในห้องสมุดกันทั้งวันแล้วเบื่อๆ เลยชวนกันไปเดินยืดเส้นยืดสาย หาอะไรกินที่โรงอาหาร พอดีตอนเดินกลับห้องสมุด เนมมันเห็นตัวเดินมากับไอ้ไม้ เลยคิดแผนนี้ขึ้นมา”


“แล้วถ้าสมมติว่าพี่ขึ้นไปตามเนมบนตึกแล้วมีไม้ตามขึ้นไปด้วยล่ะ”


“เค้า ก็จะวิ่งไปอีกทางให้พี่นิคตามไป ให้แนนจับไอ้ไม้ไปขังไว้แทน แล้วพอไอ้ไม้มันไปฟ้องพี่ไอ้วิน พวกตัวก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี เพราะยังไงๆตัวก็เข้าข้างพวกเค้าอยู่แล้ว”


ไอ้เนมหัวเราะ หึๆ แล้วแกะกุ้งเผาใส่ปาก ไอ้นิคเลยได้ปวดไมเกรนอีกรอบ สองคนนี้เวลามีเรื่องกับใครก็ชนะขาดครับ ไอ้แนนมันมีดีที่แรงควาย ส่วนไอ้เนมก็เจ้าแผนการ จะเรียกว่าคู่หูแฝดนรกก็คงไม่ผิดนัก แต่เวลาอยู่กับผมมันก็เป็นแค่น้องน้อยขี้อ้อน โดยเฉพาะไอ้เนมที่อ้อนซะจนไอ้นิคใจอ่อนตลอดศก เวลาพวกแฝดไปมีเรื่องมา ผมก็ถือคติน้องกุไม่เคยผิด จะถูกจะผิดยังไงก็เข้าข้างน้องตัวเองไว้ก่อน ไอ้เนมรู้จักนิสัยข้อนี้ของผมดีเลยคิดแผนบ้าๆแบบนี้ได้ เฮ้อ... ขอถอนหายใจอีกเป็นรอบที่ร้อยของวันหน่อยเถอะ


“แล้วขังพี่ไว้คน เดียวอย่างนั้น ไม่ห่วงกันบ้างเหรอ” แกล้งทำเสียงไม่พอใจเผื่อว่าไอ้สองตัวจะรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง พยายามเรียกจิตสำนึกน้องๆสุดๆเลยครับไอ้นิค


“ไม่เห็นต้อง ห่วง ก็เค้ายืนเฝ้าตัวอยู่หน้าห้องนั่นน่ะแหละ ส่วนเนมมันก็กลับไปที่ซุ้มก่อน พอเห็นว่าไอ้ไม้มาแล้ว เนมก็แอบโทรหา แล้วเค้าก็เปิดประตูให้ตัวไง เห็นมะ พวกเค้าไม่ได้ทิ้งพี่นิคสักหน่อย”


โอ้ โห นี่ขนาดไม่ได้วางแผนกันล่วงหน้า ยังเป็นขั้นเป็นตอนกันได้ขนาดนี้ แล้วถ้ามันสองตัวมีเวลาสุมหัววางแผนกันไม่ยึดอิรักได้ทั้งประเทศแล้วหรือ เนี่ย อะไรจะขนาดนี้น้องกุ


“งั้นเค้าถามพี่นิคหน่อยเถอะ คิดไงไปจูบไอ้ไม้”


พอไอ้แนนถามเรื่องนี้ขึ้นมาไอ้เนมก็ทำหน้าหงิกเลยครับ สงสัยยังโกรธเรื่องนี้ไม่หาย


“ก็ ใครมันแกล้งโยนความผิดให้ไม้ล่ะ พี่ก็เข้าใจว่าไม้เป็นคนทำแล้วมาแกล้งตีหน้าซื่อบอกขอโทษเลยกะจะแกล้งให้ มันกลัวนิดๆหน่อยๆ แต่ที่ไหนได้...”


“มันดันสมยอม แล้วพี่ไอ้วินก็เข้ามาเห็นพอดีใช่มั้ยล่ะ พี่นิคเลยทำหวานกับไอ้ไม้ประชดไปอีกเพราะยังงอนพี่ไอ้วินไม่หาย”


ไอ้แนนหัวเราะหึๆ ทำนองว่าสะใจแบบไม่มีปิดบังว่ามันอยากให้ผมเลิกกับไอ้เชนเต็มแก่


“นั่น สิ พี่เลยไม่รู้จะเอายังไงดี จะไปง้อไอ้เชนหรือว่าจะเลิกกับมันไปเลยแล้วไปสานต่อกับไม้แทน เพราะเท่าที่ดูๆไม้เขาก็ไม่ได้เกลียดพี่แล้วนะ จะว่าไปแล้วก็ท่าทางชอบด้วยซ้ำ”


ผมก็แกล้งพูดไปงั้น แต่ไอ้สองตัวดันของขึ้น วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปังใหญ่จนน่ากลัวว่าแก้วจะแตกคามือ ต้องเสียตังค์พาไปหาหมอแล้วยังต้องจ่ายค่าเสียหายให้ร้านอาหารอีก


โชค ดีที่ผมเลือกพาพวกน้องๆมากินข้าวกลางวันกันที่เขื่อนเก็บน้ำซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวค่อนข้างมีชื่อของจังหวัด มีแพร้านอาหารให้เลือกนั่งกันตามใจชอบแล้วสั่งของอร่อยๆ พร้อมกินบรรยากาศไปด้วย พวกผมเลยได้นั่งกินข้าวกันเป็นส่วนตัว จะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า เพราะลากแพไปกินกันกลางน้ำ กินอิ่มก็ง่วงนอนเพราะลมเย็นจริงๆ ที่รู้จักนี่ก็เพราะไอ้เชนมันเคยพาผมมานั่นแหละ เฮ้อ ขอถอนหายใจระบายความกลุ้มอีกสักรอบแล้วกันนะพี่น้อง


วัน นั้นทั้งวัน ผมก็โดดเรียนพาพวกแฝดไปเที่ยวต่ออีกหลายที่ให้หมดแรงกันไปข้างหนึ่ง ไอ้สองตัวจะได้ไม่มีเวลามาวางแผนสร้างเรื่องปวดหัวให้พี่มันอีก และพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องไปส่งน้องๆขึ้นรถกลับบ้านกันแล้ว ทีนี้จะได้หมดปัญหาไปอีกเปลาะหนึ่งล่ะ แล้วเปลาะที่เหลือก็ต้องตามแก้ตามง้อกันต่อไป หวังว่าฟ้าคงจะเมตตาไอ้นิคไม่มีเรื่องอะไรมาให้ผมปวดเฮดไปมากกว่านี้แล้ว กัน แค่นี้ก็จะตายเพราะถอนหายใจวันละหลายร้อยเฮือกอยู่แล้ว เฮ้อ... แถมให้อีกทีอ่ะ


“ไอ้คุณนิค มรึงอยู่ไหนวะ”


เสียงไอ้โก้ถามเร็วๆทันทีที่ที่ผมกดรับโทรศัพท์ ดูนาฬิกาก็ทุ่มกว่าๆแล้วสงสัยมันจะโทรเรียกให้กลับไปกินข้าวเย็น


“หน้าหมู่บ้านแล้ว มีไรวะ”


“เด็กมรึงมานั่งรอตั้งแต่บ่ายแล้ว พวกกุบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ยอม จะเอาไง”


เพื่อน โก้ผู้แสนดีอุตส่าห์โทรมารายงานสถานการณ์ด่วนเบรกกิ้งนิวส์ แต่จะช่วยขยายความอีกสักนิดไม่ได้หรือไงที่ว่าเด็กกุนี่มรึงหมายถึงใคร


“ใครเด็กกุ ไอ้เชนเหรอ” ถามแสดงความโง่ออกไปไม่มากไม่น้อย


“ไอ้ควาย กุหมายถึงน้องไม้ต่างหากเล่า”


“ตายโหง จริงเหรอวะ แล้วไอ้เชนล่ะ”


“ไอ้เวง แฟนมรึงแล้วดันมาถามกุ กุคงจะรู้อยู่หรอก”


เออ เห็นว่าช่วงนี้กุโดนมรสุมชีวิตเลยหมดพลังงานบ้าเข้าหน่อยล่ะทำกล้านะ เดี๋ยวเถอะมรึง ไอ้โก้


“แต่เห็นไอ้คินมันว่า เจอไอ้เชนที่ม.ก็ไม่เห็นมันพูดอะไรนะ ท่าทางปกติดีทุกอย่างเหมือนไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับมรึงเลย”


เอา ล่ะสิ ฟังคำให้การของเพื่อนคินจากปากเพื่อนโก้แล้ว เพื่อนนิคก็ชักจะเดาสถานการณ์ไม่ออก ทั้งที่นึกล่วงหน้าไปไกลหลายไมล์ทะเลแล้วว่า ไอ้โย่งมันต้องโกรธผมสุดๆ หรือไม่ก็เสียใจแบบออกอาการซึมเศร้าแน่ แล้วนี่อะไร หรือว่าไอ้คินมองไม่ชัด ก็ไม่น่าใช่ คิดอีกที หรือว่าไอ้เชนมันเข้าทำนองหน้าชื่นอกตรม ไอ้นิคสงสัยไปร้อยแปดพันเก้าแต่ก็ฟันธงไม่ลงสักข้อ จะปรึกษาทีมกุนซือฝาแฝด แต่คิดไปคิดมาเปลี่ยนใจไม่ดีกว่า เดี๋ยวแทนที่จะได้คืนดีกับไอ้เชนสุดที่เลิฟ จะกลับกลายเป็นว่าโดนพวกน้องๆป่วนให้ได้เลิกกันแบบขาดสะบั้นไม่เห็นหนทางรี เทิร์นเอาได้


แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เคลียร์เรื่องไอ้น้องไม้ให้มันจบๆไปก่อนก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเทียบระดับความยากง่ายแล้ว ปัญหาเรื่องไอ้ที่รักของผมนี่ระดับชาติเลยล่ะ ต้องอาศัยการวางแผนให้รัดกุมก่อนแล้วค่อยลงมือ ไม่งั้นพลาดพลั้งผิดแผนไปอาจมีเหตุการณ์เสียน้ำตาให้ต้องไปโทษสับปะรดกัน อีกรอบ ไอ้นิคคิดแล้วก็ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าหมู่บ้านโดยไม่ลืมกำชับให้พวกแฝดสงบ ปากสงบคำและสงบท่าทางด้วย


ไอ้นิคเดินเข้าบ้านหลังจากสูดลม หายใจเข้าเต็มปอดเรียกพลังฮึด ยอมรับเต็มปากเต็มคำเลยว่าตอนนี้ป๊อดสุดๆ ก็นึกภาพตอนผมโมโหที่ถูกขังแล้วไปจับไอ้น้องไม้เขย่าซะจนหัวมันแทบจะหลุดก็ รู้สึกผิดขึ้นมา ยิ่งช่วงนี้ภูมิต้านทานน้ำตาเด็กยิ่งต่ำอยู่ด้วย


“พี่นิคไปไหนมาครับ ไม้โทรหาก็ไม่เปิดมือถือ”


น้อง ไม้สีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นว่าใครเดินเข้าบ้านมา เห็นอย่างนี้ไอ้นิคยิ่งรู้สึกผิด กุนะกุ คิดอะไรงี่เง่าไปลวนลามเด็กจนมันใจแตกกะกุแล้วเนี่ย ถึงขั้นรู้เบอร์ผมด้วยนี่เริ่มน่ากลัวว่าน้องมันจะถอนตัวจากหลุมรักไอ้นิ คไม่ขึ้นง่ายๆละ 55 ยังไม่วายอีกนะมรึง ไอ้นิค


“แบตหมดน่ะ” ข้ออ้างยอดฮิต

“คือ...”


น้อง ไม้ออกอาการติดอ่าง หน้าแดงเล็กๆ อูยยยย ไอ้นิคเริ่มหวิว เริ่มมองเห็นความน่ารักของไอ้เด็กตาแป๋วนี่ละ ร่มๆไว้นิค มรึงมีไอ้เชนแล้ว


“พี่ขอโทษนะ ขอโทษทั้งเรื่องที่ทำให้ไม้เจ็บตัววันนั้น แล้วก็ขอโทษเรื่องเมื่อเช้าด้วย พี่คิดว่าไม้แกล้งขังพี่เลยกะจะแกล้งคืนนิดๆหน่อยๆ”


ไอ้นิ คโพล่งไปแบบไม่มีอารัมภบทใดๆให้เสียเวลาทำมาหากิน ก่อนที่ความเงียบจะกลายเป็นดาวเด่น แม้แต่เสียงแมงสาบเดินหนีไบก้อนผมยังได้ยินเลยเอ้า


“เอ่อ..... ไม้ไม่โกรธพี่นะครับ”


ทำเสียงอ่อนให้รู้ว่ากุสำนึกผิดจริงๆนะ และพยายามสังเกตสีหน้าของเด็กไม้ไปด้วย


“ไม้เป็นคนทำให้พี่นิคเข้าใจผิดแต่แรกเอง พี่นิคไม่ผิดหรอกครับ”


ผม ใจหายวูบเมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาคลอแต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้ ก่อนจะน้ำตาร่วงเผาะๆเหมือนกลั้นไม่อยู่ เห็นแล้วไอ้นิคนี่อยากจะร้องตามขึ้นมาทันที งือๆ กุแพ้น้ำตาเด็ก หันไปมองแบบขอความช่วยเหลือจากไอ้พวกเพื่อนๆ ที่พากันทำตัวเป็นผีเสาบ้าง ผีตู้ปลาบ้าง แอบฟังอยู่ตามซอกหลืบของบ้าน แต่ก็ไม่มีไอ้หน้าไหนใจถึงพอจะเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์วิกฤติ แต่ละคนนี่รีบหลบหน้าแล้วหากิจกรรมทำกันใหญ่ ไอ้เชฟยิ้มแหยๆ รีบเดินหนีเข้าครัว ไอ้โก้ก็ไม่รู้จะมาขยันอะไรเอาตอนนี้คว้าไม้กวาดได้ก็หนีออกไปหน้าบ้าน ทันที ส่วนพวกแฝดก็ยืนแอบสังเกตการณ์อยู่ข้างบันไดโดยไม่มีท่าทีจะออกมาช่วยพี่ มันแม้แต่น้อย


“ตอนแรกที่วินเล่าเรื่องพี่นิคให้ฟัง ไม้ก็เกลียดพี่ไปด้วย แต่พอตอนพี่นิคช่วยไม้ไว้ที่ลานเบียร์ พี่ดูเท่อย่างกับฮีโร่ฝ่ายธรรมะในหนังเลย ถ้ายังไง...ขอไม้เป็นน้องอีกคนได้มั้ยครับ”


น้องพยายาม เปลี่ยนเรื่องเพื่อให้สถานการณ์ชวนอึดอัดลดดีกรีความเครียดลงไป แต่ไอ้นิคนี่รู้สึกผิดจับขั้วหัวใจ อดไม่ได้ต้องคว้าตัวไอ้น้องไม้มากอด แล้วลูบหัวมันเบาๆพยายามปลอบเท่าที่ทำได้


“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เอาเป็นว่าเราสงบศึกแล้วเซ็นสัญญาเป็นพี่น้องกันแล้วนะ”


“แล้วไม้จะช่วยง้อพี่เชนอีกแรงแล้วกันนะ”


ไอ้ น้องไม้เสียงอู้อี้เหมือนคนเป็นหวัดแต่ยังซบหน้ากับไหล่ผมพร้อมกับน้ำตา อุ่นๆที่เปียกเสื้อไอ้นิค ในที่สุดปัญหาเรื่องน้องไม้ก็ผ่านไปได้โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อใดๆ แค่น้องไม้เสียใจและเสียน้ำตาส่วนไอ้นิคก็เสียหมาไปพอสมควร ทีนี้ก็ต้องจำไปอีกนานเลยว่า จะทำอะไรต้องใช้สติอย่าใช้แต่อารมณ์ ( ซึ่งไอ้ตัวผมก็จะจำบทเรียนนี้ได้แค่ตอนเสร็จเรื่องไปหมาดๆ เท่านั้นล่ะ หลังจากนั้นสองสามวันผ่านไป ไอ้นิคก็จะลืมแล้วกลับเป็นหมาบ้าอีกเหมือนเดิม เปรียบแล้วก็เหมือนเวลาทำข้อสอบมิดเทอมไม่ได้แล้วออกจากห้องสอบมาด้วยคติสอน ใจว่า สอบไฟนอลคราวหน้ากุจะตั้งใจอ่านหนังสือ แต่พอมารู้ตัวอีกทีก็นั่งอยู่ในห้องสอบพร้อมทำโจทย์มั่ว แล้วก็นั่งนึกว่ามิดเทอมคราวหน้ากุจะตั้งใจอ่านหนังสือ เป็นวงจรอุบาทว์วนเวียนไปมาอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วล่ะ )


เช้า วันเสาร์ ผมต้องลากสังขารตื่นแต่เช้าเพื่อไปส่งพวกฝาแฝดที่ขนส่งฯ ขึ้นรถทัวร์กลับบ้านในสภาพบรรยากาศที่ไม่ค่อยชื่นมื่นสักเท่าไหร่ ไอ้นิคนั้นยังหน้าง่วงหน้ามึนความดันต่ำหลังจากโงหัวออกจากหมอนก่อนหกโมง เช้า ส่วนไอ้น้องๆก็หน้าหงิกหน้างอเป็นอีกหนึ่งผลิตผลจากการที่ผมรับไอ้น้องไม้ เป็นน้อง แถมยังกอดปลอบกันเป็นนานสองนานเมื่อคืนนี้


“สอบเสร็จเมื่อไหร่รีบกลับบ้านเลยนะพี่นิค” ไอ้เนมเข้ามากอดพร้อมกำชับเสียงขุ่นเหมือนเป็นพ่อ


“ส่วนเรื่องพี่ไอ้วินก็ไม่ต้องคิดมากนะพี่นิค เลิกกันแล้วก็เลิกเลยไม่ต้องง้อให้เสียเวลาหรอก”


ฟัง แรกๆก็ซาบซึ้งดีเหมือนไอ้แนนเป็นห่วงผม แต่ไอ้ประโยคหลังนี่มันออกแนวไม่ประสงค์ดีเลย แต่จะพูดอะไรได้ล่ะครับ ไอ้นิคก็ได้แต่ถอนใจเฮือกๆนั่นแหละ


“ครับๆๆ น้องบังเกิดเกล้าทั้งสอง รีบขึ้นรถเถอะใกล้เวลาละ ถึงไหนแล้วยังไงก็โทรหานะ บอกทุกคนด้วยว่าพี่คิดถึง”


เสียง พนักงานสาวประกาศเรียกผู้โดยสารทำให้ผมรู้สึกทั้งโล่งใจทั้งเหงานิดๆ ถึงแนนกับเนมจะแสบจะเป็นตัวป่วนกันแค่ไหน แต่ยังไงฝาแฝดก็เป็นน้องที่ผมรักมาก เป็นคนสำคัญในชีวิตอีกสองคนที่ไอ้นิคแคร์ความรู้สึก นั่นสินะ การที่เรารักใครสักคนหนึ่งและเห็นว