เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 7445 คน
เสาวนีย์ ศรีผุย
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกพริก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลรักษาแตงโม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกมะนาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกคะน้านอกฤดู (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีการปลูกชะอม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผักกาดขาวปลี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกและบำรงรักษาผักหวาน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกผักบุ้ง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกผักคะน้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกดอกดาวเรื่อง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผลกระทบของการดื่มกาแฟ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อันตรายจากการทำสีผม (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติจังหวัดศรีสะเกษ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เรื่องการทำให้มะม่วงผลดก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การดูแลผมแตกปลาย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกต้นกล้วย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พุทธประวัติพระพุทธเจ้า (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เทคนิคการเลี้ยงปลาทอง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • การปลูกดอกกุหลาบ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <เมษายน 2557>
     
    1431123456
    1578910111213
    1614151617181920
    1721222324252627
    182829301234
    19567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 26574
    • เฉพาะวันนี้ 15
    • ความคิดเห็น 0
    • จำนวนเรื่อง 21
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม
    27 มิถุนายน 2554 - 15:17:00

     

    1. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม

    ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมประกอบด้วย

    1. การวิเคราะห์ปัญหา
    2. การออกแบบโปรแกรม
    3. การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
    4. การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม
    5. การทำเอกสารประกอบโปรแกรม
    6. การบำรุงรักษาโปรแกรม

    การวิเคราะห์ปัญหา

    การวิเคราะห์ปัญหา ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

    1. กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมต้องทำการประมวลผลอะไรบ้าง
    2. พิจารณาข้อมูลนำเข้า เพื่อให้ทราบว่าจะต้องนำข้อมูลอะไรเข้าคอมพิวเตอร์ ข้อมูลมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ตลอดจนถึงลักษณะและรูปแบบของข้อมูลที่จะนำเข้า
    3. พิจารณาการประมวลผล เพื่อให้ทราบว่าโปรแกรมมีขั้นตอนการประมวลผลอย่างไรและมีเงื่อนไปการประมวลผลอะไรบ้าง
    4. พิจารณาข้อสนเทศนำออก เพื่อให้ทราบว่ามีข้อสนเทศอะไรที่จะแสดง ตลอดจนรูปแบบและสื่อที่จะใช้ในการแสดงผล

    การออกแบบโปรแกรม

    การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมเป็นขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางในการลงรหัสโปรแกรม ผู้ออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมอาจใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น คำสั่งลำลอง (Pseudocode) หรือ ผังงาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมนั้นไม่ต้องพะวงกับรูปแบบคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ให้มุ่งความสนใจไปที่ลำดับขั้นตอนในการประมวลผลของโปรแกรมเท่านั้น

    การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

    การเขียนโปรแกรมเป็นการนำเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปลี่ยนเป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องให้ความสนใจต่อรูปแบบคำสั่งและกฎเกณฑ์ของภาษาที่ใช้เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ได้ออกแบบไว้ นอกจากนั้นผู้เขียนโปรแกรมควรแทรกคำอธิบายการทำงานต่างๆ ลงในโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมนั้นมีความกระจ่างชัดและง่ายต่อการตรวจสอบและโปรแกรมนี้ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบ

    การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม

    การทดสอบโปรแกรมเป็นการนำโปรแกรมที่ลงรหัสแล้วเข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบรูปแบบกฎเกณฑ์ของภาษา และผลการทำงานของโปรแกรมนั้น ถ้าพบว่ายังไม่ถูกก็แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ขั้นตอนการทดสอบและแก้ไขโปรแกรม อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้น

    1. สร้างแฟ้มเก็บโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำโปรแกรมเข้าผ่านทางแป้นพิมพ์โดยใช้โปรแกรมประมวลคำ
    2. ใช้ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์แปลโปรแกรมที่สร้างขึ้นเป็นภาษาเครื่อง โดยระหว่างการแปลจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและกฎเกณฑ์ในการใช้ภาษา ถ้าคำสั่งใดมีรูปแบบไม่ถูกต้องก็จะแสดงข้อผิดพลาดออกมาเพื่อให้ผู้เขียนนำไปแก้ไขต่อไป ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะได้โปรแกรมภาษาเครื่องที่สามารถให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้
    3. ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมที่ถูกต้องตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ของภาษา แต่อาจให้ผลลัพธ์ของการประมวลผลไม่ถูกต้องก็ได้ ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมประมวลผลถูกต้องตามต้องการหรือไม่ วิธีการหนึ่งก็คือ สมมติข้อมูลตัวแทนจากข้อมูลจริงนำไปให้โปรแกรมประมวลผลแล้วตรวจสอบผลลัพธ์ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการแก้ไขโปรแกรมต่อไป การสมมติข้อมูลตัวแทนเพื่อการทดสอบเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลักษณะของข้อมูลตัวแทนที่ดีควรจะสมมติทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อทดสอบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถครอบคลุมการปฏิบัติงานในเงื่อนไขต่างๆ ได้ครบถ้วน นอกจากนี้อาจตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมด้วยการสมมติตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ทีจะประมวลผล แล้วทำตามคำสั่งทีละคำสั่งของโปรแกรมนั้นๆ วิธีการนี้อาจทำได้ยากถ้าโปรแกรมมีขนาดใหญ่ หรือมีการประมวลผลที่ซับซ้อน

    การทำเอกสารประกอบโปรแกรม

    การทำเอกสารประกอบโปรแกรมเป็นงานที่สำคัญของการพัฒนาโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมช่วยให้ผู้ใช้โปรแกรมเข้าใจวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จะต้องใช้กับโปรแกรม ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะได้จากโปรแกรม การทำโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรต้องทำเอกสารกำกับ เพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงเมื่อจะใช้งานโปรแกรมและเมื่อต้องการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมที่จัดทำ ควรประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้

    1. วัตถุประสงค์
    2. ประเภทและชนิดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ในโปรแกรม
    3. วิธีการใช้โปรแกรม
    4. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม
    5. รายละเอียดโปรแกรม
    6. ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ
    7. ผลลัพธ์ของการทดสอบ

    การบำรุงรักษาโปรแกรม

    เมี่อโปรแกรมผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว และถูกนำมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งาน ในช่วงแรกผู้ใช้อาจจะยังไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลและคอยตรวจสอบการทำงาน การบำรุงรักษาโปรแกรมจึงเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องคอยเฝ้าดูและหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมในระหว่างที่ผู้ใช้ใช้งานโปรแกรม และปรับปรุงโปรแกรมเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หรือในการใช้งานโปรแกรมไปนานๆ ผู้ใช้อาจต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบงานเดิมเพื่อให้เหมาะกับเหตุการณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะต้องคอยปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมตามความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง                                              







     2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมภาษา C
      

        ประวัติความเป็นมาของภาษา C
          ภาษา C ถูกสร้างขึ้นครั้งแรก โดย Dennis M.Ritchie ซึ่งทำงานอยู่ที่ Bell Telephone Laboratories, Inc. (ปัจจุบันนี้คือ AT&T Bell Laboratories) ประมาณปี ค.ศ.1970 โดย Ritchie พัฒนาภาษา C มาจากภาษา BCPL และภาษา B ซึ่งในระยะแรกนี้ภาษา C ถูกนำมาใช้ภายใน Bell Laboratories เท่านั้น จนกระทั่งปี ค.ศ.1978 Brian W.Kerninghan และ Dennis M. Ritchie ได้กำหนดนิยาม ลักษณะ และรายละเอียดของภาษา C ขึ้น โดยเขียนหนังสือชื่อว่า “The C Programming Language” (สำนักพิมพ์ Prentice Hall) ออกมาเป็นเล่มแรกต่อมาบริษัทคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ได้เริ่มสนใจ และค้นคว้าพัฒนาภาษา C โดยอ้างอิงภาษา C ของ Kernighan และ Ritchie ทำให้มีการพัฒนา C compiler และ C interpreter ขึ้นมาเพื่อให้สามารถใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลาย ๆ ชนิด และสามารถใช้กับโปรแกรมต่าง ๆ ที่บริษัทผลิตขึ้นเป็นการค้า จนกระทั่งปี ค.ศ.1985 ภาษา C ก็ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งในช่วงนั้นภาษา C ที่ใช้กันอยู่มีมากมายหลายชนิด แล้วแต่บริษัทต่าง ๆ จะสร้างขึ้นซึ่งยังขาดมาตรฐานร่วมกัน ดังนั้นในปี ค.ศ.1988 Kernighan และ Ritchie จึงได้ร่วมกับสถาบัน ANSI (American National Standards Institute) ได้กำหนดนิยาม ลักษณะและกฎเกณฑ์ของภาษา C ที่เป็นมาตรฐานขึ้นเรียกว่า “ANSI C” ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทที่ผลิตภาษา C ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Microsoft และบริษัท Borland ต่างก็ใช้มาตรฐานของ ANSI C เพื่อผลิตภาษา C รุ่นต่าง ๆ ต่อไป

     

         2.1 โครงสร้างอย่างง่ายของโปรแกรมภาษา C

    โปรแกรมภาษา C ที่สามารถ execute ได้ ทุกโปรแกรมจะมีโครงสร้างอย่างง่าย ดังนี้

    1. มีฟังก์ชันชื่อว่า main( ) อย่างน้อยหนึ่งฟังก์ชัน จึงจะสามารถทำการ execute program ได้ลักษณะของฟังก์ชัน main( ) จะต้องเป็นฟังก์ชันที่ไม่มีการส่งค่าไปยังฟังก์ชันอื่น หรือไม่มี argument นั่นเองและจะต้องไม่มีการส่งค่ากลับมายังชื่อฟังก์ชัน โดยเราสามารถใช้คำว่า void นำหน้าฟังก์ชัน ซึ่ง main( ) สามารถเขียนได้ดังนี้ void main(void)
    2. ขอบเขตฟังก์ชัน main (delimiters) ในโปรแกรมภาษา C ใช้เครื่องหมาย { แทนการเริ่มต้นฟังก์ชัน และใช้เครื่องหมาย } แทนการสิ้นสุดฟังก์ชัน ดังนั้นเมื่อเขียนฟังก์ชัน main( ) ทุกครั้งจะต้องมีเครื่องหมาย { และ } อยู่ด้วยเสมอ
    3. การปิดท้ายคำสั่งในภาษา C จะต้องใช้เครื่องหมาย ; (semicolon) เป็นการบ่งชี้ให้ C compiler ทราบว่าจบคำสั่ง (statement) แต่ละคำสั่งแล้ว
    4. ชื่อฟังก์ชันและคำสั่งในภาษา C จะต้องเขียนด้วยตัวอักษรตัวเล็ก (lowercase letter) ทั้งหมดทั้งนี้เพราะ C compiler จะคิดว่าตัวอักษรตัวใหญ่ (uppercase letter) กับตัวอักษรตัวเล็ก แตกต่างกัน เช่น main( ) ไม่เหมือนกับ Main( ) หรือ MAIN( ) เป็นต้น
    5. ชื่อตัวแปร (variable name) สามารถตั้งชื่อโดยใช้ ตัวอักษรตัวเล็กหรือตัวอักษรตัวใหญ่ก็ได้หรือใช้ตัวอักษรตัวเล็กกับตัวอักษรตัวใหญ่ผสมกันก็ได้ อาทิเช่น ชื่อตัวแปร name ไม่เหมือนกับ Name หรือ NAME เป็นต้น เพราะว่าลักษณะของภาษา C จะสามารถจำแนกความแตกต่างของตัวอักษรตัวเล็กและตัวใหญ่ได้ ดังนั้นเราสามารถใช้ตัวอักษรตัวเล็ก a ถึง z และตัวอักษรตัวใหญ่ A ถึง Z มาตั้งชื่อตัวแปรได้ หรือจะตั้งชื่อตัวแปรเหมือนกัน ทุกประการได้ เช่นชื่อตัวแปร a กับ a ก็ได้ แต่ตัวแปรทั้ง 2 ตัวนี้จะต้องอยู่ต่างฟังก์ชันกันเท่านั้น ถ้าอยู่ในฟังก์ชันเดียวกัน compiler จะบอกข้อผิดพลาดออกมา ซึ่งหลักเกณฑ์การตั้งชื่อตัวแปรจะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อ 2.5.2
    จากลักษณะโครงสร้างอย่างง่ายของภาษา C ดังกล่าวมาข้างต้นนั้น สามารถเขียนรูปแบบโครงสร้างอย่างง่าย ของโปรแกรมได้ดังนี้

    รูปแบบโครงสร้างอย่างง่ายของโปรแกรมภาษา C



    # include<stdio.h>
    void main(void)
    {
    คำสั่งประกาศตัวแปร;
    คำสั่งหรือฟังก์ชันต่าง ๆ;
    }




    เพื่อให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างอย่างง่ายของโปรแกรมภาษา C มากยิ่งขึ้น ให้ศึกษาจากโปรแกรมตัวอย่างภาษา C ดังต่อไปนี้

    โปรแกรมตัวอย่างที่ 2.1 แสดงโปรแกรมภาษา C อย่างง่าย



    /* simple.c */
    #include<stdio.h> /* บรรทัดที่ 1 */
    void main(void) /* บรรทัดที่ 2 */
    { /* บรรทัดที่ 3 */
    printf(“Hello, C Language \n”); /* บรรทัดที่ 4 */
    } /* บรรทัดที่ 5 */




    ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม


    คำอธิบายโปรแกรม
    จากตัวอย่างโปรแกรมภาษา C ข้างต้นสามารถอธิบายการทำงานได้ดังนี้


    บรรทัดที่ 1 #include<stdio.h> เป็นคำสั่งที่เรียกแฟ้มที่ชื่อว่า stdio.h ซึ่งภายในจะบรรจุคำสั่ง หรือฟังก์ชันที่จำเป็นต้องใช้ในภาษา C เช่น printf( ), scanf( ) เป็นต้น
    บรรทัดที่ 2 void main(void) เป็นการบอกให้ C compiler รู้ว่าฟังก์ชัน main( ) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีการส่งค่าข้อมูล และไม่มีการรับค่าข้อมูลกลับ
    บรรทัดที่ 3 เครื่องหมาย { เป็นการแสดงจุดเริ่มต้นของฟังก์ชัน main( )
    บรรทัดที่ 4 คำสั่ง printf(“Hello, C Language \n”); เป็นคำสั่งที่ใช้พิมพ์ข้อความที่อยู่ในเครื่องหมาย “….” แสดงออกทางจอภาพแล้วขึ้นบรรทัดใหม่เพราะมีรหัส \n (new line)
    บรรทัดที่ 5 เครื่องหมาย } เป็นการแสดงจุดสิ้นสุดของฟังก์ชัน main( )



    สำหรับข้อความที่อยู่ในเครื่องหมาย /*.......*/ เป็นคำอธิบายในโปรแกรมภาษา C เพื่อที่จะอธิบายให้ผู้อ่านได้ทราบว่ากำลังทำอะไรในโปรแกรม ส่วนมากถ้าเขียนโปรแกรมที่มีขนาดใหญ่เราจำเป็นต้องใช้เครื่องหมาย /*.......*/ โดยที่ C compiler จะไม่ทำงานใด ๆ เมื่อเจอเครื่องหมาย /*… */ ซึ่งจะได้อธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อถัดไป คือหัวข้อ 2.3 คำอธิบายในโปรแกรมภาษา C

          2.2 ตัวแปร

      ตัวแปรในภาษาซี

    ตัวแปร (Variable) คือ การจองพื้นที่ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำงานของโปรแกรม โดยมีการตั้งชื่อเรียกหน่วยความจำในตำแหน่งนั้นด้วย เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้ข้อมูล ถ้าจะใช้ข้อมูลใดก็ให้เรียกผ่านชื่อของตัวแปรที่เก็บเอาไว้

    ชนิดของข้อมูล
    ภาษาซีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่มีชนิดของข้อมูลให้ใช้งานหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งชนิดของข้อมูลแต่ละอย่างมีขนาดเนื้อที่ที่ใช้ในหน่วยความจำที่แตกต่างกัน และเนื่องจากการที่มีขนาดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นในการเลือกใช้งานประเภทข้อมูลก็ควรจะคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งานด้วย สำหรับประเภทของข้อมูลมีดังนี้คือ

    1. ข้อมูลชนิดตัวอักษร (Character) คือข้อมูลที่เป็นรหัสแทนตัวอักษรหรือค่าจำนวนเต็มได้แก่ ตัวอักษร ตัวเลข และกลุ่มตัวอักขระพิเศษใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 1 ไบต์
    2. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม (Integer) คือข้อมูลที่เป็นเลขจำนวนเต็ม ได้แก่ จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ศูนย์ ใช้พื้นที่ในการเก็บ 2 ไบต์
    3. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็มที่มีขนาด 2 เท่า (Long Integer) คือข้อมูลที่มีเลขเป็นจำนวนเต็ม ใช้พื้นที่ 4 ไบต์
    4. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยม (Float) คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ขนาด 4 ไบต์
    5. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยมอย่างละเอียด (Double) คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ใช้พื้นที่ในการเก็บ 8 ไบต

    ชนิด
    ขนาดความกว้าง
    ช่วงของค่า
    การใช้งาน
    Char
    8 บิต
    ASCII character (-128 ถึง 127) เก็บข้อมูลชนิดอักขระ
    Unsignedchar
    8 บิต
    0-255 เก็บข้อมูลอักขระแบบไม่คิดเครื่องหมาย
    Int
    16 บิต
    -32768 ถึง 32767 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม
    long
    32 บิต
    -2147483648 ถึง 2147483649 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว
    Float
    32 บิต

    3.4E-38 ถึง 3.4E+38 หรือ ทศนิยม 6

    เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
    Double
    64 บิต
    1.7E-308 ถึง 1.7E+308 หรือ ทศนิยม 12 เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
    Unsigned int
    16 บิต
    0 ถึง 65535 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม ไม่คิดเครื่องหมาย
    Unsigned long
    32 บิต
    0 ถึง 4294967296 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว ไม่คิดเครื่องหมาย

    รูปแบบในการประกาศตัวแปรในภาษา C

    การสร้าวตัวแปรขึ้นมาใช้งานจะเรียกว่า การประกาศตัวแปร (Variable Declaration) โดยเขียนคำสั่งให้ถูกต้องตามแบบการประกาศตัวแปร แสดงดังนี้

    type name;

    type : ชนิดของตัวแปร
    name : ชื่อของตัวแปร ซึ่งต้องตั้งให้ถูกต้องตามหลักของภาษา C

    การเขียนคำสั่งเพื่อประกาศตัวแปร ส่วนใหญ่แล้วจะเขียนไว้ในส่วนหัวของโปรแกรมก่อนฟังก์ชัน main ซึ่งการเขียนไว้ในตำแหน่งดังกล่าว จะทำให้ตัวแปรเหล่านั้นสามารถเรียกใช้จากที่ใดก็ได้ในโปรแกรม ดังตัวอย่าง

    #include <stdio.h>
    int num; สร้างตัวแปรชื่อ num เพื่อเก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม
    float y; สร้างตัวแปรชื่อ y เพื่อเก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
    char n; สร้างตัวแปรชื่อ n เพื่อเก็บข้อมูลชนิดตัวอักขระ
    void main()
    {
    printf("Enter number : ")
    scanf("%d",&num);
    printf("Enter name : ");
    scanf("%f",&n);
    printf("Thank you");
    }

    หลักการตั้งชื่อตัวแปร

    ในการประกาศสร้างตัวแปรต้องมีการกำหนดชื่อ ซึ่งชื่อนั้นไม่ใช่ว่าจะตั้งให้สื่อความหมายถึงข้อมูลที่เก็บอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงอย่างอื่น เนื่องจากภาษา C มีข้อกำหนดในการตั้งชื่อตัวแปรเอาไว้ แล้วถ้าตั้งชื่อผิดหลักการเหล่านี้ โปรแกรมจะไม่สามารถทำงานได้ หลักการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C แสดงไว้ดังนี้

    1.
    ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือเครื่องหมาย _(Underscore) เท่านั้น
    2.
    ภายในชื่อตัวแปรสามารถใช้ตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือตัวเลข0-9 หรือเครื่องหมาย _
    3.
    ภายในชื่อห้ามเว้นชื่องว่าง หรือใช้สัญลักษณ์นอกเหนือจากข้อ 2
    4.
    ตัวอักษรเลขหรือใหญ่มีความหมายแตกต่างกัน
    5.
    ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับคำสงวน (Reserved Word) ดังนี้


     

    auto
    default
    float
    register
    struct
    volatile
    break
    do
    far
    return
    switch
    while
    case
    double
    goto
    short
    typedef
    char
    else
    if
    signed
    union
    const
    enum
    int
    sizeof
    unsigned
    continue
    extern
    long
    static
    void



    ตัวอย่างการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามหลักการ แสดงดังนี้

    bath_room ถูกต้อง
    n-sync ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย - ปรากฎในชื่อ
    108dots ผิดหลักการ เนื่องจากขึ้นต้นด้วยตัวเลข
    Year# ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย # อยู่ในชื่อ
    _good ถูกต้อง
    goto ผิดหลักการ เนื่องจากเป็นคำสงวน
    work ถูกต้อง
    break ผิดหลักการ เนื่องจากเป็นคำสงวน

    ตัวแปรสำหรับข้อความ

    ในภาษา C ไม่มีการกำหนดชนิดของตัวแปรสำหรับข้อความโดยตรง แต่จะใช้การกำหนดชนิดของตัวแปรอักขระ (char) ร่วมกับการกำหนดขนาดแทน และจะเรียกตัวแปรสำหรับเก้บข้อความว่า ตัวแปรสตริง (string) รูปแบบการประกาศตัวแปรสตริงแสดงได้ดังนี้

    char name[n] = "str";

    name
    ชื่อของตัวแปร
    n
    ขนาดของข้อความ หรือจำนวนอักขระในข้อความ
    str
    ข้อความเริ่มต้นที่จะกำหนดให้กับตัวแปรซึ่งต้องเขียนไว้ภายในเครื่องหมาย " "


     

    char name[5] = "kwan" ; สร้างตัวแปร name สำหรับเก็บ ข้อความ kwan ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น name ต้องมีขนาด 5
    char year[5] = "2549"; สร้างตัวแปร year สำหรับเก็บ ข้อความ 2549 ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น year ต้องมีขนาด 5
    char product_id[4] = "A01";

    สร้างตัวแปร product_id สำหรับเก็บ ข้อความ A01 ซึ่งมี 3 ตัวอักษร ดังนั้น product_id ต้องมีขนาด 4



    char name[5] = "kwan" ; สร้างตัวแปร name สำหรับเก็บ ข้อความ kwan ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น name ต้องมีขนาด 5
    char year[5] = "2549"; สร้างตัวแปร year สำหรับเก็บ ข้อความ 2549 ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น year ต้องมีขนาด 5
    char product_id[4] = "A01";

    สร้างตัวแปร product_id สำหรับเก็บ ข้อความ A01 ซึ่งมี 3 ตัวอักษร ดังนั้น product_id ต้องมีขนาด 4


    char name[5] = "kwan" ; สร้างตัวแปร name สำหรับเก็บ ข้อความ kwan ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น name ต้องมีขนาด 5
    char year[5] = "2549"; สร้างตัวแปร year สำหรับเก็บ ข้อความ 2549 ซึ่งมี 4 ตัวอักษร ดังนั้น year ต้องมีขนาด 5
    char product_id[4] = "A01";

    สร้างตัวแปร product_id สำหรับเก็บ ข้อความ A01 ซึ่งมี 3 ตัวอักษร ดังนั้น product_id ต้องมีขนาด 4








     




    ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมต่างๆ
    การเขียนโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหา การแปลงค่า 85 ฟาเรนไฮต์ให้เป็นเซลเซียส สามารถเขียนได้ดังนี้

    #include 
    void main()
    {
    float F;
    float C;

    F = 85;
    C = 5*(F-32)/9;
    printf("the result is %f",C);
    }


    อีกตัวอย่าง ของโปรแกรม การบวกค่าจำนวนเต็ม 2 จำนวนเข้าด้วยกัน แล้วแสดงผลลัพธ์ออกทางหน้าจอ การเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหานี้ สามารถเขียนได้ดังนี้

    #include 
    void main()
    {
    int N1, N2, Sum;

    printf("please input an integer number : ");
    scanf("%d",&N1);
    printf("please input another integer number : ");
    scanf("%d",&N2);

    Sum = N1 + N2;
    printf("so, %d + %d = %d",N1,N2,Sum);
    }


    จากตัวอย่างการเขียนโปรแกรมข้างต้น จะเห็นว่ามีการคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง คราวนี้เราลองมาดู การคำนวณในภาษา C กันว่าจะเขียนกันได้อย่างไรบ้าง












    อ่านทั้งหมด: 9003, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๓๐(ดีโพลมา1964)
    เปิ้ล ไอริณ" ไม่ยอม "แมน-ใบเตย"(ดีโพลมา1963)
    งานรายได้เสริม ทำเป็นงานอดิเรก ยามว่าง สนใจคลิก
    รีวิวพิเศษ ทงคัตสึ ไมเซน Tonkatsu MAiSEN พาไป Root Trip ถึงไมเซน ประเทศญี่ปุ่น
    ดีโพลมา1960)ไปเที่ยวpattaya dolphin worldและซีมูนรีสอร์ท
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 15 04 57(ดีโพลมา1962)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๙ (ดีโพลมา1961)
    https://www.youtube.com/watch?v=oifxuZZ9F7A
    รับนักเรียนนักศึกษาหางานพิเศษช่วงปิดเทอม รับจำนวนมาก คลิกเลยที่นี่ค่ะ
    ร้อยข่าวสุดสัปดาห์ 13 04 57(ดีโพลมา1959)
    รับคนคีย์ข้อมูลผ่านเน็ต จำนวนมาก สามารถทำที่บ้านได้
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๘(ดีโพลมา1958)
    เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1957)
    พระมหาสมปอง บรรยายธรรม(ดีโพลมา1956)
    งานพิเศษหลังเลิกเรียน-เลิกงาน ทำช่วงเย็น สนใจคลิกเลย
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1955)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๗(ดีโพลมา1954)
    ประยุทธ์" ยันไม่ปล่อยให้เกิดความรุนแรง (ดีโพลมา1953)
    งาน part time งานยอดนิยมของวัยรุ่น
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๖(ดีโพลมา1952)
    ติดตั้ง DHCP ubuntu server 10.04
    การติดตั้งODBC Driver3.51บนwin64bit
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 10 04 57 (ดีโพลมา1951)
    งานพิมพ์ข้อมูลผ่าน word สามารถทำเป็นงานนอกเวลาได้ค่ะ
    ตุ๊ก ญาณี เปิดใจโดนปลด! จากพิธีกร! (ดีโพลมา1950)
    ชวนนท์ บี้ รัฐบาล ให้เร่งรัดจับตัวนายโกตี๋(ดีโพลมา1949)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๕(ดีโพลมา1948)
    การติดตั้ง dhcp 3-server บน Ubuntu
    การติดตั้ง DHCP บน Ubuntu 12.04.4 TLS
    รับด่วน งานคีย์ข้อมูล งานนอกเวลา ทำหยุดเสาร์-อาทิตย์
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 09 04 57(ดีโพลมา1947)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๔(ดีโพลมา1946)
    'งานแถลงข่าว"เริงลีลาศเพลงลาติน(ดีโพลมา1945)
    ยังรับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ ปี 93 หรือไม่?
    มหาสงกรานต์ ดินแดนเสน่ห์ ทะเลวัง
    ตรวจดูเลขพัสดุ สินค้า
    หางานเสริม คีย์ข้อมูล รับงานมาทำที่บ้าน คลิกที่นี่ด่วนค่ะ
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 08 04 57 (ดีโพลมา1944)
    สภาทนายฯ ออกแถลงการณ์(ดีโพลมา1943)
    Sv พระศิวะ แผ่น ๒๓(ดีโพลมา1942)
    บทสวดสรรเสริญ शिव พระศิวะ สงบ เพราะ (ดีโพลมา1941)
    win7 เข้า samba ไม่ได้ แก้ regedit
    การติดตั้งSamba ServerบนCentOS6
    วันนี้จะพารู้จักกับประเทศบรูไนกันค่ะ
    หางานทำที่บ้าน เลือกเวลาทำงานได้ รับด่วนค่ะ
    เวทีสวนลุมพินี 07 04 57 (ดีโพลมา1940)
    ไม่ผิดหวัง Thirty Seconds To Mars(ดีโพลมา1939)
    ร้อยข่าวบลูสกาย 07 04 57 เบรค 1(ดีโพลมา1938)
    Sv พระศิวะ แผ่น ๒๒(ดีโพลมา1937)
    เวทีสวนลุมพินี 06 04 57(ดีโพลมา1936)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 46.8001ms