เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1769 คน
Pichai Sodbhiban
Cultural Arts Preservation Management
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • การสร้างความแตกต่างในตลาด (0)
    [4 วันที่ผ่านมา]
  • การสร้างความแตกต่างในตลาด (0)
    [4 วันที่ผ่านมา]
  • ระบบคืออะไร (0)
    [22 วันที่ผ่านมา]
  • ถนนเด็กเดิน (0)
    [1 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ครงการออกแบบเสนอแนะปรับปรุงโรงเรียนสองภาษา (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ศึกษาและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเศษวัชพืชธูปฤาษี (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ศึกษาลวดลายจิตกรรมฝาผนังอยุธยา (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • อารยสถาปัตย์ (Universal Design) คืออะไร ทำไมเมืองไทยต้องมีอารยสถาปัตย์ (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • อารยสถาปัตยกรรม (Universal Design ) (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาดบางหลวง (SWOT Analysis)(พิชัย สดภิบาล.2557) (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยแห่งความล้มเหลวตลาดบาง หลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • วิธีการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • TOWS Matrix (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • แนวความคิดการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • แนวโน้มการดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงของตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • การอนุรักศิลปสถาปัตยกรรมตลาดบางหลวง ตลาดเก่า ร.ศ.122 (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • ประวัติโดยย่อตลาดบางหลวง ร.ศ.๑๒๒ (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • การอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติความเป็นมาของตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อัตลักษณ์ของนักศึกษาการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <สิงหาคม 2557>
     
    3128293031123
    3245678910
    3311121314151617
    3418192021222324
    3525262728293031
    361234567
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 893333
    • เฉพาะวันนี้ 494
    • ความคิดเห็น 108
    • จำนวนเรื่อง 461
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ความคิดรวบยอด ของเรียนการการสอนวิชาชีพ
    18 กรกฎาคม 2553 - 23:29:00

     

    บทที่ 3

     ความคิดรวบยอด ของเรียนการการสอนวิชาชีพ

    (Professional Instructional Conceptual)

     

                                                                                       

    3.1  ความคิดรวบยอด  (Conceptual)

    1.    ความคิดรวบยอด  หรือ มโนมติ  (Conceptual)  ในการสอนวิชาชีพ นักศึกษาคงคุ้นเคยและมี

    ความเข้าใจในความคิดรวบยอดของงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน  ของแต่ละเรื่องที่ทำการออกแบบในการสอนวิชาชีพ  ก็ต้องมีความคิดรวบยอด  (Conceptual)

    2.    Conceptual คือ ความคิดรวบยอด หมายถึง สาระสำคัญที่สุดของเรื่อง ดังนั้น ในการสอน

    วิชาชีพจะต้องคิดถึงสาระสำคัญที่สุดที่จะต้องบอกนักศึกษาว่าคืออะไร  ครูผู้สอนจะได้จัดระบบการสอน

    (Instructional System Design)  สื่อการสอน (Innovation) และการวัดผล  (Testing and Evaluation) 

     

     

    ภาพที่  3.1 แสดงความสำคัญของความคิดรวบยอดของการสอนวิชาชีพ

     

    3.2  ความคิดรวบยอดในการสอนวิชาชีพ ความคิดรวบยอด ในการสอนวิชาชีพสถาปัตยกรรมภายใน 

    ทั้งสาขาวิชาชีพหลัก และวิชาชีพเลือกทุกวิชาจะต้องมี  ความคิดรวบยอด ในการสอนตามภาพที่ 3.1 ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของความคิดรวบยอดของการสอนวิชาชีพ  ถ้าอธิบายลักษณะนี้นักศึกษาคงจะลำบากในการสร้างกระบวนการความคิดรวบยอดของแต่ละวิชา  ตัวอย่างเป็นแนวทางที่ดีที่สุด  ในที่นี้ขอยกตัวอย่างวิชา การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ชั้นปีที่ 1 หลักสูตรต่อเนื่อง ผู้เรียนหรือนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรมภายใน ภาควิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยมีสังเขปรายวิชาคือ ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในสำหรับอาคารพาณิชย์ ทางด้านการออกแบบสร้างสรรค์ ทั้งภายนอกและภายในห้องโชว์รุม จากสังเขปรายวิชา  (Course Description) จะทำให้ทราบว่า เมื่อวางแผนการสอน  (Lessons Plan) ของวิชาดังกล่าว จะต้องศึกษาถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในของอาคารพาณิชย์ จะเป็นอาคารพาณิชย์ประเภทใด ขนาดเล็กหรือใหญ่  ประเภทกิจการ  สินค้า  การจัดโชว์สินค้า  วัสดุในการตกแต่ง  การให้แสง สี  กระบวนออกแบบ  และความคิดสร้างสรรค์การออกแบบ  ทั้งภายนอกอาคาร และภายในอาคาร

     

    3.3  การสร้างความคิดรวบยอดในการสอนวิชาชีพ ในการสร้างความคิดรวบยอดของการสอนวิชาชีพใน

    ตัวอย่างนั้น  ขอยกตัวอย่างวิชา  ออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 เพื่อให้นักศึกษาได้วิเคราะห์และพิจารณาจากสังเขปรายวิชา-แล้วขบวนการระดมความคิด-โดยแยกเป็น 2 ทาง คือ

    4.1  ความรู้ที่จะต้องศึกษา   (Knowledge)

    4.2  ทักษะและงานที่ต้องกระทำ   (Task and Skill)

               

    3.4 องค์ความรู้ที่จะต้องศึกษา   (Knowledge)   นักศึกษาจะต้องประมวลความรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้ 

    ใช้วิธีโดยการเขียน  ข้อความลงไปในหัวกระดาษ นำหน้าด้วยคำกริยา คิดอะไรได้ให้เขียนลงไปก่อน  โดยถือสังเขปรายวิชาที่อธิบายสาระขององค์ความรู้เป็นหลักโดยวิธีการ Dacum เรียกว่าการวิเคราะห์งาน

    3.4.1       การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์

    3.4.2       ออกแบบตกแต่งอาคารพาณิชย์ภายนอก

    3.4.3       บอกประเภทของอาคารพาณิชย์ 

    3.4.4       อธิบายลักษณะของโชว์รุม

    3.4.5       แนวทางการคิดสร้างสรรค์

    3.4.6       อธิบายกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์

    3.4.7       เลื่อกวัสดุตกแต่ง

    3.4.8       ออกแบบสภาพแวดล้อมภายในอาคารและนอกอาคาร

    3.4.9       วิเคราะห์ที่ตั้งของอาคารพาณิชย์

    3.4.10     การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

     

                เมื่อได้รายละเอียดทางด้านความรู้ที่จะต้องเรียนรู้  เป็นความรู้ที่จะต้องศึกษาและเป็นพื้นฐานของการศึกษาวิชา  ออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ที่ได้ประมวลมาทั้งหมดยังไม่ใช่ความคิดรวบยอดของวิชาออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ความคิดรวบยอดนั้น จะต้องเป็นเหตุเป็นผลกัน ของการศึกษาหาความรู้ว่าอะไรจำเป็นมากที่สุด โดยเลือกจากหัวข้อที่ได้รวบรวมมา นักศึกษาจะต้องพิจารณาเป็นข้อๆ ไป จนครบ 10 ข้อ คือ กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์ ข้อที่เหลือต่างๆ คือ องค์ความรู้ที่จะต้องประกอบกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรม ดังภาพที่ 2.8 เป็นภาพที่แสดงขบวนกกการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน  (Interior Architecture Process)

     

     

    ภาพที่ 3.2  แสดงขบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน

     

    นักศึกษาจะต้องจัดแผนการสอน  หรือจัดองค์ความรู้ให้นักศึกษาเรียนรู้จนครบถ้วน

     

    3.5 ทักษะงานที่ต้องกระทำ   (Task and Skills)

                การฝึกทักษะให้นักศึกษา พิจารณาจากองค์ความรู้ที่เราได้จัดจากการระดมสมอง (Brainstorming)

    องค์ความรู้จะเป็นข้อกำหนดของการปฏิบัติการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 โดยการทำรายการออกมาเป็นแนวทางปฏิบัติ

    3.5.1       นำเสนอการสร้างกระบวนการออกแบบ

    1.     เขียนแผนภาพกระบวนการออกแบบ

    2.     สไลด์ประกอบการนำเสนอ

    3.     วีดีทัศน์ประกอบการนำเสนอ

    4.     ภาพนิ่งประกอบกระบวนการ

    5.     ภาพลายเส้นประกอบกระบวนการ

    6.     โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประกอบกระบวนการ

                           

    3.5.2       การออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์

    1.     Lay - Out Furniture

    2.     Lay - Out Pattern plan

    3.     Lay - Out Ceilings plan

    4.     Electrical plan

    5.     Sanitary plan

    6.     Section  & Elevation

    7.     Perspective

    8.     Detail  & Material

    9.     Description of Design

    10.  Concept Design

    11.  Design Analysis

    12.  Presentation  & Decoration

    13.  Shop drawing

     

                ความคิดตามข้อที่ 3.5.1, 3.5.2 เมื่อเราพิจารณาแล้วก็คือผลลัพธ์ของจุดประสงค์ที่เกิดตามสังเขปรายวิชาที่สามารถควบคุมองค์ความรู้ทั้งหมดของวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ดังนั้นความคิดรวบยอดของทักษะการกระทำ คือ การออกแบบกระบวนการและปฏิบัติการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์ได้

     

     

    ภาพที่ 3.3  การสร้างแนวความคิดรวบยอดวิชาชีพออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์

     

                เมื่อกำหนดความคิดรวบยอดของวิชานั้นๆแล้ว  ก็ย่อมทำให้การเรียนการสอนของครูเกิดผลดีตามเป้าหมายที่ได้วางไว้  และนำหลักการของแนวคิดไปทำกับหัวเรื่องต่างๆในเนื้อเรื่องการสอน  กระทำกันไปตามหัวข้อหลักและหัวข้อย่อย  ตัวแผนภูมิที่จะแสดงเป็นการเชื่อมโยงกันทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จะต้องปฏิบัติ

     

     

                            ภาพที่  3.4  แสดงขบวนการสร้างความคิดรวบยอดที่ต่อเนื่องกันของการสอนวิชาชีพ

     

                จากภาพที่  3.4 นักศึกษาสามารถนำมาสร้างตารางวิเคราะห์ ความคิดรวบยอดขององค์ประกอบหลัก  (Main Concept) และองค์ประกอบย่อย  (Sub Concept) ให้เป็นขั้นตอนไปโดยใช้หลัก 3

    ขั้นตอน  สร้างเป็นตาราง  ดังนี้

     

    ตารางสรุป ความคิดรวบยอด  (Concept)  การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ส่วนองค์ประกอบหลักกระบวนการออกแบบอาคารพาณิชย์

     

    องค์ประกอบย่อยที่ 1

    องค์ประกอบย่อยที่ 2

    องค์ประกอบย่อยที่ 3

    องค์ประกอบย่อยที่ 4

    หมายเหตุ

    1      อาคารพาณิชย์

    1.1 ความหมายของอาคารพาณิชย์

    1.1.1 ความหมายของอาคารพาณิชย์ในภาษาอังกฤษ

    1.1.2 ความหมายของอาคารพาณิชย์ในภาษาไทย

     

     

     

    1.2 ประวัติของอาคารพาณิชย์

    1.2.1 ประวัติสากลของอาคารพาณิชย์

    1.2.1 อาตารพาณิชย์ก่อนประวัติศาสตร์

    1.2.2 อาคารพารณชย์ในยุโรป

    1.2.3 อาคารพาณิชย์ในอเมริกาการ

     

    1.2.2 ประวัติสากลของอาคารพาณิชย์ไทย

     

     

     

    1.3 ประเภทของอาคารพาณิชย์

    1.3.1 หลักการแบ่งประเภทของอาคารพาณิชย์

    1.3.1.1 แบ่งตามขนาดของอาคาร

    1.3.1.2 แบ่งตามธุรกิจการใช้ง่าน

     

    1.3.2 อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก

    1.3.2.1 อาคารพาณิชย์พักอาศัย

    1.3.2.2 อาคารพาณิชย์สำนักงาน

     

     

    ภาพที่ 3.5 แสดงตารางสรุป ความคิดรวบยอด  (Concept)  การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5 ส่วนองค์ประกอบหลักกระบวนการออกแบบอาคารพาณิชย์

     

                ให้นักศึกษากระทำตามตารางที่ 3.5 ไปตลอดจนจบเนื้อหารายวิชา ทักษะที่ต้องกระทำ  (Task and Skills) องค์ความรู้ทั้งหมดของภาพที่ 3.5 แสดงกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน เมื่อจบแล้วจึงมาระดมความคิดของส่วนทักษะที่ต้องกระทำ  (Task and Skills) หรือปฏิบัติ  (Practice) โดยการสร้างตารางความคิดรวบยอดของทักษะการกระทำหรือปฏิบัติการ

                งานที่ต้องปฏิบัติร่วมกับความรู้ทั่วไป  ของการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์  คือ  เมื่อมีความรู้แล้ว  จะต้องมีความสามารถ คิดเป็น  ทำเป็น  มีผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรม  (Concrete Object)  และนามธรรม  (Abstract) งานที่มีผลต่อการฝึกก็คือ

                1.  การฝึกทักษะแบบโครงงาน  (Sketch Design Skills)

                2.  การฝึกทักษะแบบโครงการ  (Project Design Skills)

     

    3.6  การฝึกทักษะแบบโครงงาน  (Sketch Design Skills)  ความคิดรวบยอดของการฝึกแบบฉับไวจะต้อง

    สอดคล้องประสานสัมพันธ์กับการฝึกแบบโครงการ  (Project Design)  ซึ่งการฝึกแบบฉับไว (Sketch Design) จะต้องเป็นองค์ประกอบย่อยในโครงการ เป็นระดับความคิดสร้างสรรค์ที่ต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น วิชาการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน 5-ผู้เรียนจะต้องทำการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในอาคารพาณิชย์ได้-และมีขนาดของโครงการออกแบบที่มีขนาดใหญ่-มีองค์ประกอบที่ซับซ้อนตามชั้นของผู้เรียนที่หลักสูตรกำหนด-ดังนั้น การสร้างโครงการ  (Project) เพื่อให้เกิดโครงงาน  (Sketch Design)

     

     

    ภาพที่ 3.6 แสดงการสร้างโครงการ (Project) เพื่อสร้างโครงงาน (Sketch Design)

     

                จากโครงสร้างในภาพที่ 2.12  นักศึกษาใช้ขบวนการของความคิดรวบยอดสร้างโครงการ  (Project Design)  และโครงงาน  (Sketch Design)

     

    3.7  การสร้างโครงการ (Project Design) เพื่อ การสร้างโครงงาน (Sketch Design) การสร้างโครงการ (Project Design)

    เพื่อการสร้างโครงงานในการศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในจะต้องใช้ความรู้(Knowledge)  ทักษะความสามารถของผู้สอนที่มีวิทัศน์ (Visual) วิเคราะห์สถานการณ์ อิทธิพลที่จะเกิดต่อไปในโลกอนาคต (Future World) การวิเคราะห์

    (Analysis) ลักษณะนี้จะทำคนเดียว    (Individual) หรือเป็นกลุ่ม (Team Teaching) ก็ได้ ตามสถานการณ์ของสถานที่ที่สอน เพราะบางทีครูผู้สอนมีเพียงคนเดียวที่รับผิดชอบวิชาสอน แห่งใดเจริญมากและเป็นเอกในสาขาวิชาชีพออกแบบสถาปัตยกรรมภายในก็จะมีผู้สอนมากและหลากหลายแหล่งที่ได้ศึกษามา และเป็นที่แน่นอนว่าถ้าสอนแบบทีม  (Team Teaching) จะต้องมีแนวทางการสอนดีกว่าการสอนแบบคนเดียว (Individual) แต่ก็ต้องมีแนวทางแก้ปัญหาได้เช่นกัน ในการที่จะสอนเพียงคนเดียวจะได้ขยายความต่อไป

     

    3.8  หลักของการสร้างโครงการ  ( Project  Design ) เพื่อการสร้างโครงงาน ( Sketch  Design )

                 หลักของการสร้างโครงการ  ( Project  Design ) เพื่อการสร้างโครงงาน ( Sketch  Design )ให้นักศึกษายึดหลักการของความเป็นมาของโครงการ  คือ

    3.8.1       การศึกษาวิจัยพื้นฐานของโครงการ ( Project  Feasibility  Study )  ซึ่งจะต้องศึกษาข้อมูลทางด้านต่างๆ คือ

    3.8.1.1           ด้านนโยบาย  ( Policy )

    3.8.1.2           ด้านสังคม  ( Social )

    3.8.1.3           ด้านเศรษฐกิจ  ( Economic )

    3.8.1.4           ด้านการศึกษา  ( Education )

     

                หลักการและเหตุผลทุกด้านจะถูกนำมาสรุปเป็นผลของการวิเคราะห์การสร้างโครงการ (Project  Design)

     

     

    ภาพที่ 3.7  แสดงการเชื่อมโยงของการวิเคราะห์เพื่อการสร้างโครงการ

               

                ตามภาพที่ 3.7  อธิบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิเคราะห์ให้นักศึกษาเข้าใจหลักการได้ ดังนี้คือ

     

    1.นโยบาย  ( Policy) ถือว่าเป็นนโยบาย วิถีทาง แนวทางปฏิบัติ ตลอดจนอุบายต่างๆที่ประชาคมโลกได้กำหนดขึ้นมา นักศึกษาจะต้องมองระดับโลกเลยทีเดียว เพื่อเหตุผลและหลักการดังกล่าวมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ปัจจุบันประชาคมโลกได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มของทวีป ทวีปต่อทวีป ประเทศมหาอำนาจต่อทวีป ประเทศต่อประเทศ รวมกลุ่มเป็นตลาดร่วมยุโรป (URO) รวมเป็นกลุ่มจีเจ็ด (G 7) กลุ่มพวกนี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายของโลก หรือสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นประเทศเดียวก็มีอิทธิพลต่อนโยบายข้างต้นแล้ว เพราะกลุ่มเหล่านี้เป็นประเทศที่พัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม มีการสร้างตลาดการค้าเพื่อจะจัดระบบผลผลิต ( Product ) ทางอุตสาหกรรมออกสู่ตลาดโลก  นักศึกษาจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศที่มีอิทธิพลต่อนโยบายของโลก  เพราะจะมีผลส่งมายังประเทศไทยของเรา  ซึ่งนโยบายนั้นก็มีทั้งดีและไม่ดีแล้วแต่ว่าใครจะเลือกใช้ต่อกันอย่างไร  แต่จุดมุ่งหมายคือการพัฒนาโลกให้เจริญก้าวหน้าตอบสนองสังคมโลก ( Social  World )  ปัจจุบันโลกเป็นโลกยุคข่าวสารไร้พรมแดน ( Information  System ) สื่อสารกันด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ในรูปของ Internet ทำให้การติดต่อรวดเร็วขึ้น  อิทธิพลทางนโยบายจึงเดินทางได้รวดเร็วมาก  ในปี 2540 ประเทศไทยของเราได้รับอิทธิพลในเชิงนโยบายของตลาดเสรีตะวันตก  ทำให้นโยบายของไทยต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างกลับด้านกันเลย  จากการพัฒนาที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมาเป็นการหยุดการพัฒนา และก็ช้าลงมาก ซึ่งอาจจะเป็นนโยบายของประเทศมหาอำนาจก็ได้ที่ต้องการหยุดการเจริญเติบโตในกลุ่มประเทศเอเชีย  เพื่อกันไม่ให้แข่งขันทางด้านผลผลิตทางอุตสาหกรรม  จึงเกิดภาวะ การแย่งตลาดเกิดขึ้น  นโยบายโลก ( International  Policy ) จะมีผลต่อนโยบายของประเทศมาก  ตัวอย่างของการดำเนินนโยบายของกลุ่มตลาดเสรี  ทำให้ทุกประเทศจะต้องเปิดการค้าเสรี  เกิดบริษัทต่างชาติสามารถประมูลงานก่อสร้างได้  เมื่อมีการสร้างงานบริษัทต่างชาติจะเสนอสินค้าของตนเอง  อันประกอบไปด้วย

    1.     ความชำนาญทางวิชาการ  ( Technique  know-how )

    2.     เทคโนโลยีขั้นสูง  ( Advance Technology )

    3.     วัสดุศาสตร์  ( Material &Science )

     

                ทั้ง 3 หัวข้อจะผสมผสานกันและมีอิทธิพลต่อการสร้างโครงการ ( Project  Design ) ให้ทันต่อวิชาการ  เทคโนโลยี และวัสดุ ที่จะนำมาใช้ในอนาคต

     

     

    ภาพที่ 3.8  แสดงการวิเคราะห์การสร้างโครงการที่เกิดจากนโยบาย

     

     

                ตามภาพที่ 3.8  การสร้างโครงการ (Project Design) จะต้องรองรับความชำนาญทางิวิชาการ

    ( Technique  Know-How ) มีเทคโนโลยีขั้นสูง (Advance Technology ) ช่วยเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนโครงการและวัสดุ ( Material ) ที่จะใช้ในโครงการและทั้ง 3 หัวข้อนั้นจะต้องมีสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ( Innovation ) ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองสังคมโลกอนาคต ( Future  Social  World )

                ยกตัวอย่าง  เรื่องวัสดุที่จะใช้ในโครงการจะต้องเป็นไปตามนโยบาย  คือจะต้องทนความร้อนไม่ติดไฟได้เร็ว  คือกำหนดไม่ติดไฟ  80 เปอร์เซนต์ของวัสดุที่ใช้  เน้นวัสดุจะต้องปลอดภัย  แบ่งยุคของวัสดุให้ได้ตามยุคตามสมัย  ได้แก่  ยุคหิน  ยุคโลหะ  ปัจจุบันยุคโพลิเมอร์ เพราะมีเทคโนโลยีของสารสังเคราะห์มาก  ทังนี้เพื่อทดแทนวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ  นักศึกษาจะต้องหมั่นศึกษาค้นคว้าให้ทันต่อโลกอนาคต  แล้วจะสร้างโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในได้ดี  ( Interior  Architecture  Design  Project  )

     

                2.  ด้านสังคม  ( Social ) 

                            สังคม เป็นตัวกำหนดองค์ประกอบหลายอย่างในการสร้างโครงการ สังคม มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนารูปแบบของสังคม  มีสังคมก็จะต้องมีมนุษย์เป็นเครื่องกำหนดสังคมตามภาพที่ 3.9

     

     

    ภาพที่ 3.9 ภาพแสดง  มนุษย์คือศูนย์กลางของสังคมกับธรรมชาติ

     

                มนุษย์เมื่อสร้างสังคมแล้ว  จะต้องดำเนินการพัฒนาสังคมมนุษย์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีการสร้างวัตถุ  เกิดรูปแบบของชิ้นงานต่างๆ เพื่อสนองความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นๆ โดยมีระบบแบบแผน

     

     

    ภาพที่ 3.10   แสดงความเจริญงอกงาม

     

                ในภาพที่ 3.10  แสดงความเจริญงอกงามทางด้านจิตใจมนุษย์  สังคม  และวัตถุภายใต้แบบแผนที่ดี  ความเจริญจึงส่งผลให้เกิดการสร้างงานทุกด้าน  เกิดโครงการใหม่ๆ และมีแนวคิดในการสร้างโครงการของแต่ละเวลาออกมาเป็นรูปธรรมด้วย  ดังปรากฏให้เราเห็นมาแล้วตามประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกไว้  ในอนาคตความเจริญงอกงามจะเป็นเครื่องช่วยในการพิจารณาสร้างโครงการ  สามารถมองแบบแผนได้ว่าเป็นกระบวนการสืบทอดรูปแบบใดบ้าง  กระบวนการสืบทอดจะก่อให้เกิดผลิตกรรม และผลิตผล  ตามภาพที่ 3.11

     

     

    ภาพที่ 3.11 แสดงถึงขบวนการสืบทอด  ส่งผลให้เกิดศาสตร์ภูมิปัญญา

     

                ภาพที่ 3.11  จะมีคำหลักอยู่  5 คำคือ แบบแผน ขบวนการสืบทอด ผลิตกรรม ผลิตผล       และศาสตร์ภูมิปัญญา นักศึกษาจะต้องมีความรอบรู้ ใฝ่ศึกษาถึงขบวนการของแบบแผนของขบวนการสืบทอด และผลของผลิตกรรมต่างๆ สร้างผลผลิตออกมาด้านใดบ้าง     ซึ่งนักศึกษาจะต้องเน้นผลงานทางด้านศิลปกรรม (Fine Arts) สถาปัตยกรรม (Architecture) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี    (Science and Technology) ธรรมชาติวิทยา  (Natural Science) สังคมศาสตร์  (Social Science) และเศรษฐ์ศาสตร์  (Economic Science)

     

     

    ภาพที่ 3.12  แสดงศาสตร์ที่สังคมสร้างขึ้นและเชื่อมโยงกับโครงการสถาปัตยกรรม

               

                ทุกศาสตร์ตามภาพที่ 3.12  เรียกได้ว่าเกิดมาจากศาสตร์ทางภูมิปัญญา  อันเกิดจากการวิจัยคิดค้น

    ( Research )  อนุรักษ์ ( Conservation )  พร้อมทำการฟื้นฟู  ( Renewing )  ของเดิมให้ดียิ่งขึ้น  พัฒนา

    ( Development )      ให้เกิดขบวนการผลิตผลใหม่ๆ  พร้อมทั้งสร้างทฤษฎีใหม่    เพื่อการสืบทอด(Generation )ไปให้สังคม เพื่อให้สังคมส่งเสริม  ( Creation &Treatment )  ให้เกิดเอตทัคคะ ( Identity  )และทำการแลกเปลี่ยน

    ( Changing )  วัฒนธรรมและอารยธรรมเพื่อดุลยภาพของธรรมชาติและสังคมมนุษย์

     

     

     

    ภาพที่ 3.13  แสดงขบวนการการพัฒนาศาสตร์และภูมิปัญญาของสังคมมนุษย์

     

                นักศึกษาต้องทำการศึกษาหาความรู้ในหัวข้อดังกล่าวข้างต้นให้เข้าใจ  และสามารถวิเคราะห์มาเป็นแนวทางของการกำหนดทิศทางของโครงการที่เชื่อมกับทิศทางของสังคมในปัจจุบัน และอนาคต

     

    3.  ด้านเศรษฐกิจ  ( Economic )  ในปัจจุบันเศรษฐกิจเป็นเครื่องกำหนดฐานะของสังคม  เปรียบเหมือน

    ครอบครัว ถ้ามีเงินมากพอก็สามารถสร้างงานได้มากสอดคล้องกับความเจริญงอกงาม  แต่ถ้ามีเงินน้อยก็พัฒนาไปตามอัตภาพของฐานะทางการเงิน  ประเทศไทยปี พ.. 2540  เป็นปีที่จะต้องจดจำไว้เป็นประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจ  ที่เกิดสภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรง   เป็นบทเรียนที่ทุกสาขาอาชีพจะต้องหันมาสนใจอย่างยิ่ง  เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ หลายด้าน  มีการปิดบริษัทการเงิน  บริษัทห้างร้านต้องปิดตัวลง  อุตสาหกรรมการส่งออกชะลอตัวอย่างรุนแรง  ในกรุงเทพมหานคร  2,000  กว่าโครงการต้องเลิกล้ม  ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เสียหายอย่างหนัก  ธุรกิจก่อสร้างขาดทุนย่อยยับ  เงินตราของประเทศหมด  ทุนสำรองไม่มี  มีการเลิกจ้างงาน  ส่งผลให้มีคนตกงานมากกว่า  2 ล้านคน  ประเทศไทยจึงต้องใช้โครงการฟื้นฟูของกองทุนระหว่างประเทศ  ( IMF: International  Mortgage  Fund ) นักศึกษาเดิมทีอาจไม่เคยสนใจเรื่องเศรษฐกิจ  ก็ต้องหันมาเอาใจใส่วิชานี้มากขึ้น  เพราะกระทบต่อนักศึกษาอย่างมาก  นักศึกษาไม่มีเงินเรียน  รัฐบาลไม่มีเงินให้กู้  นักเรียนทุนต่างประเทศต้องกลับบ้าน  สิ่งที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน  เป็นข้อสังเกตในบทเรียนนี้ได้ดี  ในการที่จะเป็นแนวทางในการสร้างโครงการของการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน  จากการออกแบบโครงการที่มีเงินไม่อั้น  สามารถออกแบบได้อย่างหรูหราทันต่อสังคมโลก  กลับต้องมาชะลอตัวถูกลดตัดทอน  ยึดหลักประหยัดให้เข้าสไตล์น้อยนิยม  ให้เหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจ  อาคารต่างๆ ของเอกชนที่จะสร้าง  15  ชั้นก็เหลือ  10  ชั้น  ยืดระยะเวลาก่อสร้างออกไป  ภาครัฐบาลก็ขยายเวลาต่อสัญญาให้  ข้อมูลต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจเป็นเครื่องกำหนดความเจริญงอกงามทางสังคม  การคิดโครงการต้องตอบสนองสังคมโดยมีเศรษฐกิจเป็นเครื่องกำหนด  ข้อกำหนดของการคิดสร้างโครงการจะถูกเปลี่ยนไปตามแนวทางของเศรษฐกิจ  คือ

    1.     โครงการจะต้องกะทัดรัด  ( Compact )

    2.     ตอบสนองผู้ใช้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ( Economic Support )

    3.     วัสดุในโครงการเน้นในประเทศมากขึ้น (Local Materials )

    4.     เทคโนโลยีมีการประยุคใช้ในประเทศ (Technology Applies)

    5.     ความรู้ความเชี่ยวชาญมีการชะลอการใช้จากต่างประเทศ ( Technical Kknow-how)

     

     

    ภาพที่ 3.14 แสดงการสร้างโครงการการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในตามสภาวะเศรษฐกิจ

     

    จากข้อที่ 1-5 เป็นการวิเคราะห์ตามสภาวะเศรษฐกิจย้อนหลัง และ มองไปข้างหน้าแล้วจึงสร้างโครงการให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ  นักศึกษานำข้อมูลไปผนวก  กับขบวนการคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน

     

    4.การศึกษา (Education)

                การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการออกแบบ  โครงการสถาปัตยกรรมภายในที่นักศึกษาจะกำหนดให้ผู้เรียนที่จะต้องถ่ายทอดความรู้  ถ้าไม่มีความรู้ที่จะนำไปสู่ทักษะแล้ว  การกำหนดโครงการ  ผลที่จะได้รับจะไม่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนได้  การศึกษาของโลกความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ  ความรอบรู้เฉพาะทาง  (Specialist)  ของโลกตะวันตก  มีการค้าขายความรู้ที่เรียกว่า  Technical  Know-how  มาสู่โลกที่  3  ที่กำลังพัฒนา  การคิดขบวนการ  (Process)  ใหม่ๆ  การนำขบวนการผลิต  (Production)  ที่ใช้เทคโนโลยีสูงและแนวความคิดใหม่มาใช้  จะต้องเกิดจากการศึกษา  การวิจัยทฤษฎีใหม่  ตอบสนองสังคมได้  ความรู้ใหม่ช่วยให้เกิดผลผลิต วัสดุ เทคโนโลยี ใหม่ๆ  มาใช้กับโครงการที่นักศึกษากำหนดขึ้น ต้องใช้ในโครงการที่เราสร้างขึ้นมาได้

                ตัวอย่างการสร้างงานสถาปัตยกรรมภายใน  มีการสร้างที่ใช้ความรู้แบบพื้นบ้าน  ใช้เวลาในการสร้างงานได้ช้า เวลานานเป็น 100 ปี  ในปัจจุบันมีความรู้ความสามารถทางการศึกษาสูง  ทำให้เกิด เทคโนโลยีใหม่ๆ มาสร้างโครงการได้รวดเร็ว  สามารถกำหนดเวลาได้

                การวิเคราะห์การศึกษาไทยจะต้องมองแผนการศึกษาชาติและต้องผูกโยงกับการเมือง  ปัจจุบันการเมืองไทยมีอิทธิพลทุกด้านสามารถควบคุมนโยบาย(Policy)  สังคม (Social) เศรษฐกิจ (Economic) ท้ายสุดก็คือการกำหนดการศึกษา (Education)

                ตัวอย่างของแผนการศึกษาชาติฉบับที่ 8 เน้นการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ภาษาศาสตร์  ก็เพื่อเตรียมคนให้อยู่ในสังคมโลก  ที่เป็นยุคการสื่อสารที่ไร้พรมแดน สร้างความเป็นสากลทุกสาขาวิชาที่ศึกษาและต้องมีมาตรฐานที่เป็นสากล (ISO)

     

    5.  การศึกษาวัสดุและขบวนการผลิต(Material and Process)

                วัสดุเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม  งานโครงสร้าง  ตลอดจนงานตกแต่งอาคาร  จึงมีความสำคัญต่อการศึกษาเพื่อมาเป็นข้อกำหนด ในการสร้างโครงการเพื่อการเรียนการสอนวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรมภายในซึ่งควรศึกษาตามหัวข้อดังนี้คือ

    1.   การศึกษาประเภทวัสดุ

    2.   การศึกษาวัสดุเพื่องานสถาปัตยกรรม

    3.   การศึกษาวัสดุเพื่องานสถาปัตยกรรมภายใน

    4.   การศึกษาวัสดุเทคโนโลยีสูง

    5.   การศึกษาวัสดุตกแต่ง

    6.   การศึกษาขบวนการผลิตวัสดุ

     

     

     

    ภาพที่ 3.15 แสดงการสร้างโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน

                                         จากการศึกษาวัสดุและขบวนการผลิต

     

     

    3.9  บทสรุป ความหมายของวัตถุประสงค์การเรียนการสอนวิชาชีพ   การเรียนการสอนในระดับการสอนวิชาชีพ  จะต้องหวังให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เนื้อหาสาระต่างๆ ที่สัมพันธ์กันเป็นกระบวนการ  (Process) สามารถวิเคราะห์ได้  (Analysis) เป็นแนวทาง เกิดการวางแผน ก่อให้เกิดแนวทางการปฏิบัติงานของกิจกรรมงานนั้นๆ สามารถวัดได้ออกมาเป็นชิ้นงาน ระบุการเรียนรู้ได้ว่าลักษณะใด และความสามารที่เกิดต่อผู้เรียนหลังจากการเรียนแล้ว ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติ  (Practice) ได้

    ความคิดรวบยอด  หรือ มโนมติ  (  Conceptual  )  ในการสอนวิชาชีพ นักศึกษาคงคุ้นเคยและมีความ

    เข้าใจในความคิดรวบยอดของงานออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน  ของแต่ละเรื่องที่ทำการออกแบบในการสอนวิชาชีพ  ก็ต้องมีความคิดรวบยอด  (Conceptual)

     

    3.10       กิจกรรมท้ายบท  (Self Check) ความคิดรวบยอด (Concept) ของการสอนวิชาชีพ                                                                   

    7.1  ความคิดรวบยอดของการสอนวิชาชีพ                                                         

    7.2  การสร้างความคิดรวบยอดของการสอนวิชาชีพ                                               

    7.3  ความรู้ที่ต้องศึกษา                                                                               

    7.4  ทักษะที่ต้องกระทำ                                                                              

    7.5  การฝึกทักษะแบบโครงการ                                                                     

    7.6  หลักการสร้างโครงการเพื่อการสร้างโครงงาน                                                

    7.7  การศึกษาวิจัยพื้นฐานของโครงงาน                                    

    7.8  การศึกษาวัสดุและกระบวนการผลิต                                    



    อ่านทั้งหมด: 4751, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    แฟ้มต่าง ๆ ที่ควรรู้จัก
    การติดตั้ง Secure Shell
    คำสั่ง ntsysv หรือ setup
    คำสั่ง last whereus rpm man checkconfig
    คำสั่งที่พบใน Android OS ที่ root + busybox
    คำสั่ง chown chgrp
    คำสั่ง ifconfig
    date linux command
    ps linux command
    ความรู้เรื่องเลนส์กล้องเบื้องต้นจนถึงเจาะลึก และวิธีการเลือกเลนส์กล้องให้เหมาะสม
    ความหมายของตัวย่อต่างๆในการดูเลนส์
    “จิตหลังความตาย 20 นาทีแรก” ก็มีความสำคัญในการเปลี่ยนภพด้วย
    คลิปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ(ดีโพลมา2291)
    แก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาใหม่(ดีโพลมา2290)
    ปฏิบัติการโจรกรรมเดือด(ดีโพลมา2289)
    ร.พ.จุฬาฯรับสมัครบุคคล (ดีโพลมา2287)
    การศึกษาหมาหางด้วน
    รวมคลิปเด็ดของ 6 แข้งใหม่ลิเวอร์พูล
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2286)
    ฎีกาเกี่ยวกับการลงโทษซ้ำซ้อนจากนายจ้าง(ดีโพลมา2284)
    ฝึกพลังลมปราณรักษาโรค(ดีโพลมา2283)
    นวัตกรรมเพื่อให้สังคม น่ากระหยิ่มใจหรือไม่ แม้มีอยู่ใครส่งข่าวยอดเยี่ยมกับดักแกตักเตือน
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2282)
    กฎหมาย การละเมิด(ดีโพลมา2281)
    7 ท่าสร้างซิกแพค ไม่ง้อซิทอัพ
    เงาเสียง ทศพล หิมพานต์ (Full) (ดีโพลมา2280)
    งานแถลงข่าว คอนเสิร์ต"โก๋หลังวัง"no.19(ดีโพลมา28757)
    10 Super Useful Linux How Tos For Beginners And Advanced Users Alike!
    Here Are 8 Of The Best Open Source Firewall Distros!
    เถ้าแก่มืออาชีพ: ตอนที่ 28 เรื่อง 4 C (Convergence marketing, Customer Value, Channels,
    หากำไรจาก ซื้อ-ขาย พระบูชา บาปใหม่?
    เอสซีจี ไปสู่การสดทัพหน้าดังจิรัง การก่อสร้างแบรนด์ยังไม่ตายงานเกลี่ยเปลี่ยนแบบเปล่าใช่แ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2278)
    ปรึกษาทนาย - เครดิตบูโร ลูกหนี้มีชื่ออยู่ได้กี่ปี(ดีโพลมา2277)
    หนัง...โคตรวิกฤตนิวเคลียร์ถล่มโลก(ดีโพลมา2276)
    ทดลองเรียนฟรี
    การสร้างความแตกต่างในตลาด
    การสร้างความแตกต่างในตลาด
    ของฝากละเทพนิรมิตเนื้อที่กบิล
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2275)
    สรุปข่าวประจำวันนี้(ดีโพลมา2274)
    ระวัง ! โฆษณาชวนเชื่อแฟรนไชส์(ดีโพลมา2272)
    เงาเสียง ฝน ธนสุนธร (Full)(ดีโพลมา2271)
    ป้องกันสนิมเนื้อใน "สนช." ดู “คสช.” ลดคลื่นใต้น้ำกองทัพ
    ซึ่งประสูติหนาตาตวาดฝาแฝดศตพรรษ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2270)
    ทำไมบุตรบุญธรรมไม่ได้รับมรดก(ดีโพลมา2269)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 4(ดีโพลมา2268)
    【ชั้นเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กๆ】
    มะนาวกับการรักษาสิว รักษาเล็บ กำจัดรังแคและการพอกผิวกาย

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 483.6009ms