เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 1821 คน
Pichai Sodbhiban
Cultural Arts Preservation Management
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ระบบคืออะไร (0)
    [15 วันที่ผ่านมา]
  • ถนนเด็กเดิน (0)
    [1 เดือนที่ผ่านมา]
  • ทิศทางการพัฒนาตลาดเก่าในเชิงอนุรักษ์เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ครงการออกแบบเสนอแนะปรับปรุงโรงเรียนสองภาษา (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ศึกษาและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเศษวัชพืชธูปฤาษี (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • ศึกษาลวดลายจิตกรรมฝาผนังอยุธยา (0)
    [3 เดือนที่ผ่านมา]
  • อารยสถาปัตย์ (Universal Design) คืออะไร ทำไมเมืองไทยต้องมีอารยสถาปัตย์ (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • อารยสถาปัตยกรรม (Universal Design ) (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ผลการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาดบางหลวง (SWOT Analysis)(พิชัย สดภิบาล.2557) (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยแห่งความล้มเหลวตลาดบาง หลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • วิธีการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • TOWS Matrix (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • แนวความคิดการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้ตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • แนวโน้มการดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงของตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • การอนุรักศิลปสถาปัตยกรรมตลาดบางหลวง ตลาดเก่า ร.ศ.122 (0)
    [5 เดือนที่ผ่านมา]
  • ประวัติโดยย่อตลาดบางหลวง ร.ศ.๑๒๒ (0)
    [6 เดือนที่ผ่านมา]
  • การอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประวัติความเป็นมาของตลาดบางหลวง ร.ศ.122 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อัตลักษณ์ของนักศึกษาการออกแบบสภาพแวดล้อมภายใน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • อัตลักษณ์ส่วนพระองค์ของสมเด็จ ฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมภายในของชุมชนตลาดบางหลวง ร.ศ. 122 (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กรกฎาคม 2557>
     
    2730123456
    2878910111213
    2914151617181920
    3021222324252627
    3128293031123
    3245678910
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 887737
    • เฉพาะวันนี้ 536
    • ความคิดเห็น 108
    • จำนวนเรื่อง 459
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ชุมพร คาบาน่า
    22 กันยายน 2553 - 8:26:00

     

    ชุมพร คาบาน่า    ที่มา http://www.cabana.co.th/aboutus_f_th.html#topic3

    จากวันนั้น...ถึงวันนี้

              ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ตและศูนย์กีฬาดำน้ำ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2525 บนพื้นที่อันสวยงามสงบของหาดทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร จากภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ทะเล คืออ่าวไทยและอันดามัน ทำให้ชุมพร มีอากาศที่ดี บริสุทธิ์ มีดิน น้ำและป่าที่อุดมสมบูรณ์ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนี้ มีชีวิตที่มีความสุขจัดอยู่ในอันดับต้นๆของเมืองไทย รูปแบบการท่องเที่ยวของชุมพรจึงควรที่จะมีอัตลักษณ์ และเพียงไปเสริมชุมชนให้มีการดำรงอยู่ของทั้งธรรมชาติและผู้คน มิใช่ไปเปลี่ยนแปลงจนเกิดความเสื่อมเสียและเสื่อมถอย ดังเกิดขึ้นในหลายแหล่งของเมืองไทย
              ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต ถือกำเนิดโดย คุณสุขุม สดากร และคุณอัจฉรา รักษ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้ง การดำเนินธุรกิจในเมืองเล็กๆ ไม่มีใครรู้จักอย่างชุมพร คงจะตอบโจทย์ในทางผลตอบแทนอย่างเป็นกอบเป็นกำไม่ได้ แต่ด้วยความโชคดีของชุมพรที่มีความอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงทะเล ทำให้เกิดแนวความคิดว่า หากพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และก้าวเดินตามแนวทางที่ถูกต้องแล้ว ชุมพร อาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ มีระบบการจัดการที่จะเป็นตัวอย่างให้กับเมืองอื่นๆได้ คงจะเกิดผลดีในภาพรวมของการท่องเที่ยวในประเทศของเราได้บ้าง ประกอบกับการได้รับคำแนะนำที่ดี และเป็นประโยชน์จากนักคิดนักเขียนในยุคแรกเริ่มก่อตั้งจากคุณปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ คุณภราเดช พยัฆวิเชียร ดร.สุรพล สุดารา ทำให้สิ่งหนึ่งที่ฝังติดและเป็นสิ่งกำหนดทิศทางการพัฒนามาตลอดเวลา นั่นคือ การคารวะต่อสรรพสิ่ง ทั้งธรรมชาติและผู้คนในชุมชน ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี หลายสิ่งที่ผู้รู้หลายท่านดังที่กล่าวมา ได้ให้หลักคิดไว้ เป็นสิ่งที่เราสรุปได้จากการปฏิบัติจริงว่า เป็นแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทั้งธรรมชาติและผู้คนได้อย่างแท้จริง
              และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อปี พ.ศ. 2540 ชุมพร คาบาน่า จึงได้น้อมนำมาประยุกต์ใช้กับองค์กร และในปี พ.ศ. 2543 จึงได้ประกาศให้พนักงานและผู้เข้าใช้บริการได้รับทราบว่า องค์กรได้ดำเนินธุรกิจตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเต็มรูปแบบ หลังจากที่เดิมได้ใช้หลายทฤษฎีมาใช้กับองค์กร แต่ไม่สามารถใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร เนื่องจากเราใช้ทฤษฎีการพัฒนาที่ไม่เหมาะกับ "คน" ที่เรามีอยู่ พนักงาน150 คนของเราทั้งหมด เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆนี้เกือบทั้งหมด แต่สิ่งที่เราเคยคิดว่าเข้าใจ กลับกลายเป็นเข้าใจเพียงบางส่วน แต่เมื่อปรับใช้ทฤษฎีตามแนวทางของพระองค์ท่าน ซึ่งรู้จักและเข้าใจพสกนิกรอย่างดีเยี่ยม ลึกซึ้ง ทำให้เรา เริ่มรู้จักและเข้าใจในวิถีและความสุขของพนักงานซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นว่าต้องการอะไร จึงใช้วิถีแห่งการให้ มาเป็นหลักชัยในการพัฒนาองค์กร ตามคำที่พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวคิดว่า ขาดทุนคือกำไร หรือ "Our Loss is our gain" ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้องค์กรสามารถทำงานและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในเวลาต่อมา

    Plearn Garden


               
    การพัฒนาตามแนวทางนี้ เราใช้ชื่อโครงการว่า "อุ้มชู" โดยเปลี่ยนความคิดที่จะพัฒนาคนในองค์กร ที่จะต้องทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อองค์กร แต่หากตราบใดที่คนของเรา ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ยังไม่มีความสุขในการดำรงชีวิต จะดำเนินการอย่างไรก็ไม่สามารถฝึกฝนให้คนเหล่านี้ทำงานให้ดีที่สุดได้เช่นกัน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความคิดจากการเป็นผู้ได้รับ มาเป็นผู้ที่รู้จัก "ให้"ด้วยใจที่สะอาด โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน และทำนุบำรุงให้คนเหล่านี้มีความสุข สามารถประกอบสัมมาอาชีพได้อย่างมีความมั่นคง ซึ่งอาชีพของคนเหล่านี้เกือบทั้งหมดอยู่ในภาคเกษตร มีทั้งสวนผสม ไร่ และนา แต่มีปัญหาในการผลิตที่ใช้เคมี ต้นทุนสูง และขายผลผลิตในระบบที่ถูกนายทุนกดราคา การเกษตรธรรมชาติ จึงเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาวิธีการเพาะปลูก โดยได้เริ่มรณรงค์ในพื้นที่การเกษตรของพนักงานและเครือญาติจำนวนประมาณ 900 กว่าไร่ พร้อมทั้งรับซื้อผลิตผลทั้งหมดกลับเข้าสู่ภาคการผลิตแปรรูปอาหาร รวมไปถึงเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ภายใต้ชื่อโครงการ "เศรษฐกิจพวกเรา" ทำให้ปัจจุบันพนักงานที่มีสวนไร่นา สามารถควบคุมและลดค่าใช้จ่ายลงได้ และสามารถขายผลิตผลได้ราคาสูงกว่าท้องตลาดมาก ทำให้พนักงานมีความสำเร็จและชื่นชม ชื่นใจในอาชีพเดิมที่มีอยู่ และเมื่อนำเวลาว่างมาทำงานให้กับงานบริการ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ประจำเดือนได้ องค์กรจะมีคนที่มีความสุขและมีจิตวิญญาณ (Service Mind) ที่ดีตามขึ้นไปด้วย การปกครองแบบนี้ ดำเนินการภายใต้แนวคิดพระราชทาน "ระเบิดจากข้างใน" กล่าวคือให้ทุกคนมีความสุข ความพอใจที่จะทำ เมื่อเห็นแนวทางร่วมกันแล้ว จึงฝึกให้มีความพร้อมและความคล่องแคล่วที่จะประกอบการร่วมกัน ปัจจุบันทุกคนในองค์กรมีความสุขร่วมกันมากขึ้น การบริหารจัดการง่ายขึ้นกว่าทุกระบบที่เคยปฏิบัติมา เนื่องจากทุกคนมีความ "สุข"และ "พร้อม"ที่จะทำนั่นเอง ปัจจุบันเริ่มมีองค์กรต่างๆเข้ามาศึกษา ดูงานการทำงานร่วมกันของระบบ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ ในระบบบูรณาการอย่างนี้ต่อเนื่องเกือบทุกวัน ชุมพร คาบาน่า จึงเห็นว่าหากมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นระบบมากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนได้เป็นอย่างดี มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และมูลนิธิสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้แก่บุคคลทั่วไป ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และกสิกรรมธรรมชาติ"เพลิน" จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยให้การศึกษาในระบบเพลิน (Play + Learn = Plearn) ตามพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 6 ที่ไม่ทรงอยากเห็นการศึกษาเป็นสิ่งที่เพลิดเพลินของผู้เรียน ปัจจุบัน ศูนย์เพลินได้ให้การฝึกอบรมข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ระดับซี 5-8 เป็นจำนวน 3 รุ่น 350 คน และเกษตรกร ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่นจำนวน 10 รุ่น 1,100 คน และปัจจุบันยังคงมีหน่วยงานต่างๆส่งเข้ามาฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับงบประมาณจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์กรเอกชนต่างๆ เข้ามาฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ทำให้ปัจจุบัน โครงการอุ้มชูได้ขยายเครือข่ายไปสู่ผู้ปฏิบัติเกษตรอินทรีย์ไร้สารเคมี ในชุมชนต่างๆมากขึ้น เช่น

    Plearn Garden

    1.กลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งหงษ์ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งผลิตกล้วยหอมทอง ส่งออกญี่ปุ่น กล้วย เล็บมือนาง ลองกอง มังคุด                                                                                          2. กลุ่มผู้ปลูกกาแฟ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เช่น กลุ่มลุงเชิด ผลผลิตรวม 10 ตัน สวน สารสิน (พนักงาน จัดเป็นอุ้มชูหมายเลข 4) ผลผลิต 4 ตัน

    Plearn Garden

    1.                  กลุ่มเกษตร ผักอินทรีย์บ้านรับร่อ อ.ท่าแซะ ปัจจุบันกำลังเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดจำหน่ายร่วมกับญาติพนักงาน ที่มีแผงขายผักในตลาด ให้เปิดมุมผักไร้สารเคมี เพื่อให้เกิดการกระตุ้นให้ผู้ซื้อในท้องถิ่น ได้เกความรู้ความเข้าใจในการเลือกซื้อผักที่ปลอดภัย ไม่แพงกว่าผักเคมี เกษตรกรได้ราคาดีกว่า โดยใช้กลวิธีของการ แบ่งกำไรที่เป็นธรรม โดยการเคลื่อนไหวภายใต้ศูนย์ กสิกรรมธรรมชาติ "เพลิน"

    Plearn Garden

    2.      กลุ่มเครือข่ายข้าวตุ้มโฮม อีสานตอนบน 7 จังหวัด โดยการประสานงานของนายปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผู้จัดการโครงการ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ โดยมูลนิธิชัยพัฒนา และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันได้ดำเนินการรับซื้อข้าวอินทรีย์ในราคาที่เกษตรกรมีความสุขความพอใจ มาบริโภคในโรงแรม และจำหน่ายให้ลูกค้าที่มาใช้บริการและหมู่สมาชิกเกษตรอินทรีย์ โดยศูนย์เพลิน ได้ทำการสี และบรรจุ ปัจจุบันกำลังจะเพิ่มขนาดเครื่องสีข้าวให้มีขนาดเหมาะสมยิ่งขึ้น รวมไปถึงขยายโรงหมักปุ๋ย เนื่องจากผลพลอยได้จากการสีข้าวคือแกลบและรำ มีปริมาณมากขึ้น ศูนย์จึงทำการผลิตปุ๋ยและอาหารปลาอินทรีย์เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิก ในราคาเป็นธรรม ปัจจุบันกำลังดำเนินการในทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 คือเป็นต้นแบบในการรวมกลุ่มและจัดหาทุนเข้ามาสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการเจรจากับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปสู่การเป็นต้นแบบให้ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ ได้เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

    3.      กลุ่มผู้ปลูกข้าว บ้านบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ทุ่งนาแหล่งกำเนิดของข้าวพันธุ์เหลืองปะทิวอันเลื่องชื่อ กำลังจะหมดไปจากวัฒนธรรมข้าวที่อ่อนแอลง ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า และจากการส่งเสริมทางการเกษตรที่ไม่คำนึงถึงมิติทางสังคม การปลูกพืชวิถีโลภ เชิงเดี่ยว กำลังคืบคลานขยายพื้นที่รุกราน จนเหลือพื้นที่นาอยู่เพียง 500 ไร่ จึงได้วางยุทธศาสตร์การรักษาผืนนาแห่งนี้ ด้วยการใช้การเกษตรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเสริมชุมชน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการดังขั้นตอนต่อไปนี้

    Plearn Garden

    5.1 ให้กำลังใจชาวนา   โดยการชวนลูกค้า"ย้ายที่กินข้าวกลางวัน" ไปร่วมอาหารกลางวันกันในนา ฟังเพลงลูกทุ่ง กินข้าวในกะลา ให้ชาวบ้านทำน้ำพริก ผักพื้นบ้าน ไก่อบฟาง แกงท้องถิ่น ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง

    Plearn Garden

    5.2. ทำการประชาสัมพันธ์   หลังจากนั้น เริ่มมีลูกค้าตามมาเพิ่มขึ้น และได้ไปชักชวนคุณอภินันท์ บัวหภักดี แห่งวารสาร อสท. มาเยี่ยมชมและนำเรื่องไปตีพิมพ์ในฉบับเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 ในเดือนเดียวกัน ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ได้ให้เกียรติมาเยี่ยม ร่วมให้กำลังใจ ทำให้ชาวนากลุ่มนี้ตกลงใจที่ไม่เปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่น องค์กรภาครัฐและองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเช่น กระทรวงเกษตร และอบต. เมื่อได้เข้ามาร่วมกิจกรรม เกิดความเข้าใจ และเห็นถึงการสนับสนุนทำข่าวประชาสัมพันธ์จากสื่อต่างๆ ทำให้ปีนี้ ได้ถูกบรรจุลงในแผนพัฒนาประจำตำบล อำเภอ และจังหวัด เกิดการตื่นตัวที่จะรักษาพื้นที่ดั้งเดิม ต้นกำเนิดเหลืองปะทิวมากขึ้น

    Plearn Garden

    5.3. ประสานแนวร่วม   ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายกได้เชื่อมโยงชาวนาของชุมพรและอีสานให้มีโอกาสได้พบกัน มาทำพิธีทำขวัญข้าวร่วมกัน และนายทองเหมาะ แจ่มแจ้ง ปราชญ์เรื่องข้าวแห่งศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ได้มอบพันธ์ข้าวเหลืองปะทิว พันธ์ดั้งเดิม แข็งแรง ให้ผลผลิตดี ให้แก่ชาวนาชุมพร ในโครงการ "ข้าวเหลืองปะทิว คืนถิ่น" ทำให้ในปีนี้ พื้นที่ทั้งหมดจะกลับมาเป็นข้าวเหลืองปะทิวอีกครั้ง และเมื่อผลผลิตออก ศูนย์เพลินและชุมพร คาบาน่า ได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ทำการแปรรูปและจัดจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าและคุณค่า ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีว่า ยังไม่ทันจะได้ผลผลิต ข้าวทั้งหมดได้ถูกลูกค้าจองไว้ทั้งหมดแล้ว ปัจจุบันสถาบันการศึกษาและองค์กรหลายแห่งได้ช่วยทำโครงการวิจัยเศรษฐศาสตร์แบบอุ้มชูนี้ เพื่อเป็นข้อมูลทางวิชาการเพื่อการศึกษาและขยายผลต่อไป หลังจากที่คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยคณะบดี อ.วิชัย รูปขำดี ได้ดำเนินการศึกษาวิจัย พร้อมทั้งนำผู้เรียนในระดับปริญญาโทและเอก มาเรียนในสถานที่จริงเมื่อปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการ เข้ามาศึกษาและดูงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันเรามีความมั่นใจว่า วัฒนธรรมข้าวและเหลืองปะทิว จะสามารถทานกระแสพืชเชิงเดี่ยวและวิถีโลภของระบบทุนนิยมได้อย่างแน่นอน และหากมีการทำงานและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องดังเช่นที่ผ่านมา ความสำเร็จ เช่นนี้จะกระจายวงกว้างยิ่งๆขึ้นไป ให้คนส่วนใหญ่ได้เห็นตัวอย่างแห่งความสำเร็จเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น                                                                 6’ เชื่อมโยงกลุ่มต้นน้ำ  ตามแนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมองภาพรวมของการพัฒนาแบบองค์รวม โดยเริ่มตั้งแต่การบริหารและจัดการน้ำหยดแรก จนถึงทะเล โครงการการพัฒนาร่วม "จากภูผา สู่มหานที" จึงได้เริ่มประสานแนวร่วมกับหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ พะโต๊ะ โดยนายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยฯ จัดการการศึกษาเรียนรู้ ตั้งแต่การจัดการน้ำด้วยวิธีการทำงานร่วมของป่า ฝาย และแฝก ระบบประปาภูเขา การให้คนเห็นประโยชน์ และรู้จักใช้ประโยชน์จากป่า ในโครงการ "คนอยู่ ป่ายัง" ศึกษาดูการศึกษาของโรงเรียนในป่า มุ่งให้ความรู้แก่เด็ก ได้อยู่กับครอบครัวและรู้จักรักษาป่า รวมไปถึงการประกอบกิจกรรมเพื่อให้เกิดรายได้เสริม เช่นการล่องแก่งเรือยาง การล่องแพ กินอาหารธรรมชาติ เช่นข้าวกระบอกไม่ไผ่ ไข่เจียวใบตอง แกงส้มหยวกกล้วยป่า ฯลฯ การพักแรม ในป่า บนยอดเขา การดูนก การลำดับเรียนรู้ของ 4 สิ่งคือ
              1. ปลูกต้นไม้ในใจคน                       2. จัดการเรื่องน้ำ
              3. การพัฒนาดินด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์    4. การปลูกและการใช้ประโยชน์จากป่า
              เมื่อรู้และเข้าใจในภูมิศาสตร์แล้ว จึงเรียนรู้ถึงภูมิสังคม จากนั้นเมื่อเกิดความรู้ความเข้าใจในทั้ง "2 ภูมิ" แล้ว จึงเริ่มเรียนศาสตร์ที่ตนเองถนัดต่อไป                                                                  ปัจจุบัน สถาบันการศึกษาหลายแห่ง เริ่มสนใจที่จะนำแนวความคิดนี้ไปปรับใช้ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนบ้างแล้ว เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ได้เข้าใจ ได้รู้เรา รู้จักธรรมชาติที่ตนเองมีอยู่ ปัญหาต่างๆ จะน้อยลงและเป็นการแก้ปัญหาที่นำมาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดียิ่งๆขึ้นไปได้

    Plearn Garden

    4.                  คำว่าสู่ หมายถึงพื้นที่ๆน้ำไหลผ่าน ในที่นี้จึงหมายถึงบริเวณระหว่างต้นน้ำและทะเล คือสวนไร่นา และชุมชนเมืองที่เราอาศัยอยู่ ปัจจุบันศูนย์เพลิน ได้ดำเนินการทั้งทางเกษตรธรรมชาติและการจัดการสิ่งแวดล้อมดังรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสีย และผังเมือง เราได้ใช้การจัดการในโรงแรม เป็นต้นแบบของการศึกษาพัฒนา และการเรียนรู้ เพื่อเป็นตัวอย่างของการไปประยุกต์ใช้ในชุมชนอื่นๆ ต่อไป ซึ่งการแก้ปัญหาในเมืองใหญ่ อาจต้องใช้ตัวอย่างเล็กๆ เป็นตัวอย่างในการแก้ไข ดังเช่นเทศบาล อบต. อบจ. และสำนักรักษาความสะอาด กทม. ได้นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ มาศึกษาดูงาน เพื่อสรุปเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการประยุกต์ใช้กับเมืองใหญ่เช่น กรุงเทพมหานคร เราจึงมีกำลังใจที่จะร่วมกันพัฒนาสถานที่ตัวอย่างเล็กๆแห่งนี้ให้เกิดนวัตกรรม ทำง่ายๆ คลายปัญหาได้จริง เป็นการนำความคิดด้วยตัวอย่างแห่งความสำเร็จ (Leading by Example) ให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพมากยิ่งขึ้น

    Plearn Garden

    5.      สู่มหานที   ชุมพร คาบาน่า เป็นองค์กรที่สอนให้คนรู้จักทะเลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 การเรียนการสอนดำน้ำหลักสูตรสากล จะถูกเพิ่มความรู้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่นเข้าไปด้วย เริ่มตั้งแต่การวางผังสิ่งปลูกสร้างตามแนวความคิดของห้องนอน คือชายหาด ทะเล ต้องมีกฏ ไม่รุกล้ำ ไม่ทำลาย ปัจจุบันหาดทุ่งวัวแล่น ดำเนินการตามกฏกรอ.จังหวัด ปี พ.ศ. 2534 ห้ามเครื่องเล่นทางน้ำที่มีเครื่องยนต์ทุกชนิดบริเวณชายหาดทั้งหมด พนักงานร่วมเก็บขยะชายหาดทุกเช้า ไม่รุกล้ำชายหาดด้วยร่มและเตียง รักษาผักบุ้งทะเลเพื่อคุมระบบนิเวศน์ชายหาด ไม่ปล่อยให้ระบบน้ำเสียซึมลงโดยตรง ฯลฯ ชานบ้าน เปรียบเสมือนส่วนที่อยู่ถัดเข้ามา ยังคงมีความสงบ รักษากฏอยู่บ้าง มีการใช้ประโยชน์แบบเคารพซึ่งกันและกัน จัดเป็นพื้นที่ห้องพัก สนามหน้าบ้าน ใช้เสียง มีความรื่นเริงได้ตามสมควร เช่นร้านอาหาร สนามกิจกรรม สระว่ายน้ำและถนน ควรเป็นส่วนที่อยู่ไกลจากส่วนอื่นๆทั้งหมด

    Plearn Garden

    ส่วนกิจกรรมทางทะเล กิจกรรมดำน้ำเริ่มตั้งแต่การดำเนินการภายใต้มาตรฐาน และความปลอดภัยสากล ของ Professional Association of Diving Instructors (PADI) สหรัฐอเมริกา การออกแบบและสร้างเรือเพื่อใช้ในกิจกรรมดำน้ำโดยตรง การกำหนดอัตราส่วนนักดำน้ำกับคนควบคุมให้มีความพอดี การจัดแบ่งบริเวณดำน้ำตามความสามารถของนักดำน้ำ เพื่อไม่ให้กระทบกับระบบนิเวศน์ใต้น้ำ การช่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำร่วมกับกรมประมง และนักดำน้ำอาสาสมัครทั่วประเทศ เช่นการปล่อยหอยมือเสือ กุ้ง ปลา และการตัดอวนที่ขาดคลุมแนวปะการัง ตลอดจนร่วมมือสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคนเฝ้ารังนกที่อยู่บนเกาะ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชาวประมง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือที่จะร่วมกันใช้ทรัพยากร ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมให้ยั่งยืนสืบไป
              เมื่อได้ปรับการจัดการทุกอย่างตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นการพัฒนาที่นำไปสู่ความสุขร่วมกันของทุกฝ่าย โดยระดมศาสตร์ทุกศาสตร์มาประยุกต์ปรับใช้ได้ โดยไม่แยกส่วนของการพัฒนา ก่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน สร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

     

    ข้อมูลเกี่ยวกับชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต โดยคณะพัฒนาสังคม นิด้า                                  บทนำ
              แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 เป็นแผนพัฒนาที่มุ่งการพัฒนา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างคุณค่าที่ดีในสังคมไทยบนพื้นฐานของการอนุรักษ์วัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย โดยในการพัฒนาประเทศจะยึดหลัก "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญานำทางให้การพัฒนายึดทางสายกลาง อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลพอดีและความพอประมาณอย่างมีเหตุผล นำไปสู่สังคมที่มีคุณภาพทั้งทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และทางการเมือง สามารถพึ่งตนเอง มีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันโลก คนไทยส่วนใหญ่มีการศึกษาและรู้จักเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นคนดีมีคุณธรรมและซื่อสัตว์สุจริต อยู่ในสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ สามารถรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมและคุณค่าทางสังคมไทยที่มีความสมานฉันท์และเอื้ออาทรต่อกัน อันจะเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล มีคุณธรรมและยั่งยืน การสร้างเครือข่ายให้เกิดความเข้มแข็ง
              ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ตเป็นหน่วยงานภาคธุรกิจที่ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ โดย คุณวริสร รักษ์พันธุ์ กรรมการผู้จัดการ ได้เป็นผู้ดำเนินการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชน ให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สามารถรักษาหรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรการผลิตอย่างประหยัด และมีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจนถึงคนรุ่นต่อไป นับว่าเป็นตัวอย่างของภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเปิดโอกาสให้บุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมเพื่อนำไปเป็นแบบอย่างในการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินธุรกิจ

    ข้อมูลทั่วไปขอ งชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต
    ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ตั้งอยู่บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2525 มีเพียงชายหาดที่มีทรายละเอียดขาวร่วมกับร่มเงาของต้นมะพร้าวที่สะบัดใบล้อลมทะเลซึ่งปลอดผู้คนและบ้านเรือน และตอนใต้ของหาด ติดกับอำเภอเมืองชุมพร ได้ก่อเกิดรีสอร์ตขึ้นมาอย่างไม่มีใครในท้องถิ่นได้คาดฝันไว้ก่อน รีสอร์ตเล็ก ๆ ที่มีเรือนพักเพียง 7 หลังกับหลังศาลาหลังคามุงจาก เลียนแบบเรือนช้างหลวง และสิ่งประหลาดอีกอย่างหนึ่งคือ รูปปั้นหน้าตาผิดแผกไปจากลักษณะไทย ๆ ที่คุ้นเคย ยืนตระหง่านอยู่บนหน้าหาด วัตถุประสงค์เพียงเพื่อใช้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเมื่อมาเยือน ณ ที่นี้
              จังหวัดชุมพรเป็นประตูสู่ภาคใต้ ระยะทางจากรุงเทพถึงชุมพร 450 กิโลเมตร สิ่งที่สมบูรณ์อีกอย่างหนึ่งของชุมพรคือ ทะเลสีคราม อ่าวชุมพร เป็นทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอ่าวไทย มีเกาะมากมาย 40 เกาะ มีใต้ทะเลที่มหัศจรรย์ น้ำทะเลใส ฝูงปลามากมาย ปะการังสมบูรณ์ และมีชายหาดที่ดีที่สุดของภาคใต้ในอ่าวไทย คือหาดทุ่งวัวแล่น มีความลาดชันน้อยมาก ทรายละเอียดขาวสะอาด ที่ชุมพรคาบาน่ารีสอร์ต มีความสงบ คงความเป็นธรรมชาติในสภาพเดิม ต้นไม้นานาชนิดจะขึ้นอย่างเกื้อกูลกันไม่เป็นระเบียบ ไม่ตกแต่งอย่างถูกกำหนดตายตัว มีทั้งไม้หอม ไม้ใบ ไม้ยืนต้น และยังมีต่อไปถึงนาข้าว สวนครัวรั้วกินได้ พืช ผักปลอดสารเคมี
              ปี พ.ศ. 2532 วันที่ 4 พฤศจิกายน เป็นวันที่ชาวจังหวัดชุมพรพบกับภัยธรรมชาติพายุเกย์ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ถนนลูกรังได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็นถนนลาดยาง โดยได้รับงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมีชื่อถนนว่า "ถนนอาภากร" นับตั้งแต่นั้นมา สรรพสิ่งในโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ชุมพรคาบาน่ายืนอยู่ที่เดิม แต่เพิ่มที่พักเป็นอาคาร 3 ชั้น 3 หลัง เน้นการก่อสร้างแบบรักษาธรรมชาติ ประหยัดพลังงาน อาคารไม่สูงเกินยอดไม้ เพื่อความร่มรื่นอยู่กับธรรมชาติ มองเห็นความเขียวสดชื่น เย็นสบาย มีนกหลากหลายมาอาศัย ส่งเสียงเป็นเพื่อนในเวลากลางวัน เป็นโรงแรมที่จะบอกกล่าวเล่าเรื่องราว ของการก่อสร้างแบบประหยัด ทนแดด ทนลม ทนแผ่นดินไหว
              สิ่งที่มีอยู่คู่กับชุมพรคาบาน่ารีสอร์ต รีสอร์ต แห่งนี้คือกิจกรรมทางทะเล โรงเรียนสอนดำน้ำของ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต จะเน้นเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม การไม่ทำลาย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม กิจกรรมชื่นชมกับธรรมชาติถูกกำหนดขึ้นมาหลายแห่งหลายทาง ประกอบด้วยสวนผลไม้หลายแห่งของจังหวัดชุมพร แต่ละแห่งจะพร้อมใจกันรักษาธรรมชาติ ไม่คิดทำลายเพราะทุกคนต้องการความยั่งยืน การไปล่องแพที่ต้นแม่น้ำหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ ก็เป็นที่ประทับใจของทุกคน การไปชมหิ่งห้อยที่แม่น้ำท่าตะเภา และการไปตกหมึกในอ่าวชุมพร
              ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนของคนทั่วโลก มีการกำเนิดจากการรักธรรมชาติ มีความสุขท่ามกลางสวนไร่ นา และผู้คนท้องถิ่นที่รักสงบ ร่วมกันรักษาชายหาดให้ปลอดขยะ และการก่อกองไฟบนชายหาด
    กระบวนการและขบวนการทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษาชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต
    1 ความเป็นมา
              "ชุมพร คาบาน่า" รีสอร์ต ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 ณ หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร โดยมีเรือนพักเพียง 7 หลัง พร้อมกับศาลาหลังคาจาก เลียนแบบเรือนช้างหลวง และรูปปั้นที่มีหน้าตาผิดแผกแตกต่างไปจากลักษณะไทย ๆ ที่คุ้นเคย ยืนตระหง่านอยู่หน้าหาด เพียงเพื่อไว้ใช้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเท่านั้น ท่ามกลางชายหาดที่มีทรายละเอียดขาวกับร่มเงาของต้นมะพร้าวที่สะบัดใบล้อลมทะเล ปลอดผู้คนและบ้านเรือน
              จังหวัดชุมพรเป็นเมืองต้นแรกของภาคใต้ต่อจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีระยะห่างจากรุงเทพมหานคร เพียง 450 กิโลเมตร มีพื้นที่ ๆ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้สิ่งที่สมบูรณ์อีกอย่างหนึ่งของชุมพรก็คือ ทะเลสีคราม อ่าวชุมพร ซึ่งเป็นทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอ่าวไทย มีเกาะมากมาย 40 เกาะ มีใต้ทะเลที่มหัศจรรย์ น้ำทะเลใส ฝูงปลามากมาย ปะการังที่สมบูรณ์ และชายหาดที่ดีที่สุดของภาคใต้ในอ่าวไทย คือ หาดทุ่งวัวแล่น ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความลาดชันน้อยมาก ทรายละเอียด ขาวสะอาด มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ บรรยากาศและสภาพพื้นที่ดังกล่าวจึงทำให้คุณครูอัจฉรา รักษ์พันธุ์ ได้ลาออกจากราชการ และตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้าง "ชุมพร คาบาน่า" รีสอร์ต ขึ้น ด้วยความรู้สึกว่าผืนดินนี้เป็น "แผ่นดินของเรา" ด้วยเจตนารมณ์ที่จะรักษาธรรมชาติให้เป็นธรรมชาติ ทุกอย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
              ระยะเวลาผ่านไป ผู้คนได้รู้จัก "ชุมพรคาบาน่า" รีสอร์ต มากขึ้น จากบ้านพักเพียง 7 หลัง ได้เพิ่มขึ้นเป็น 40 หลัง และถึงแม้ว่าการเดินทางจะต้องผ่านถนนลูกรังที่สมบูรณ์ด้วยหลุมบ่อมากมาย จากถนนเพชรเกษม อำเภอท่าแซะเข้ามาชายหาดเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร และจากอำเภอเมืองเข้ามา 15 กิโลเมตร รวมทั้งไฟฟ้ายังปั่นเองเพียงครึ่งคืน หลังจากนั้นก็ใช้แสงเทียนและไฟฉายก็ตาม แต่ถึงกระนั้นชายหาดก็ยังสดสวยสะอาด ขาวปราศจากการก่อกองไฟ เพราะทุกคนพร้อมใจ กันทำตามคำแนะนำที่จะร่วมกันรักษาธรรมชาติให้คงเดิม
              จนกระทั้งวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 เกิดพายุเกย์ขึ้นที่ชุมพร ประชาชนได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติดังกล่าว และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ขึ้นในชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต และบริเวณใกล้เคียง ถนนลูกรังได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นถนนราดยาง โดยได้รับงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีชื่อถนนว่า "อาภากร" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในขณะที่ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยเพิ่มที่พักเป็นอาคาร 3 ชั้น 3 หลัง ซึ่งเน้นการก่อสร้างแบบรักษาธรรมชาติ ประหยัดพลังงาน อาคารไม่สูงเกินยอดไม้ เพื่อความร่มรื่นอยู่กับธรรมชาติและการพักผ่อนอย่างแท้จริง
              ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้จัดกิจกรรมทางทะเลที่นอกเหนือจากการเล่นน้ำที่ชายหาดอย่างปลอดภัยแล้ว ยังมีเรือนำเที่ยวทางทะเลเพื่อชมเกาะและดำน้ำดูปะการังอันเป็นกิจกรรมหลักที่อยู่ควบคู่มากับรีสอร์ตตั้งแต่เริ่มแรก และเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทะเลชุมพรเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และทำให้ทั่วโลกได้รู้จักหาดทุ่งวัวแล่นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะโรงเรียนสอนดำน้ำของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต จะเน้นในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมและการไม่ทำลาย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชมกับกิจกรรมชื่นชมธรรมชาติที่ถูกกำหนดขึ้นมาหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการชมสวนผลไม้ในหลาย ๆ สวน หลาย ๆ อำเภอ ซึ่งพร้อมใจกันรักษาธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม โดยความร่วมมือ ร่วมใจจากทุก ๆ สถานที่ที่ได้พานักท่องเที่ยวไปชื่นชม เช่นการล่องแพที่ต้นแม่น้ำหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ การชมหิ่งห้อยที่แม่น้ำท่าตะเภา การไปตกหมึกในอ่าวชุมพรและการดำน้ำแบบผิวน้ำหรือใช้ถังอากาศตามเกาะต่าง ๆ เป็นต้น
              นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ในทะเล ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำเก็บสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เช่น การเก็บอวนที่ติดตามกองหิน-ชายเกาะ การร่วมกันนำหอยมือเสือมาปล่อยจนเป็นอุทยานหอยมือเสือของประเทศไทย ซึ่งเป็นการร่วมมือกันในระหว่างนักดำน้ำ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร นักวิชาการ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต และศูนย์กีฬาดำน้ำจังหวัดชุมพร เป็นต้น หรือแม้กระทั่งกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบผจญภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการไปชมธรรมชาติแท้จริงของป่าเขา น้ำตก ถ้ำ สวนสมรม (สวนซึ่งมีต้นไม้หลายชนิดปลูกรวมกัน) อายุเป็น 100 ปี ขึ้นไป ซึ่งมีให้ชมหลายแห่ง รวมทั้งการชมค่างแว่น ซึ่งพากันอาศัยวัดเป็นที่พักพิงอย่างปลอดภัยและร่มเย็น ขณะเดียวกันยังมีการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใหม่ ๆ ของชุมพร แล้วร่วมกันปรับปรุงโดยยึดหลักการคงอยู่ของธรรมชาติเป็นสำคัญ อันเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของรีสอร์ต ที่จะเข้าร่วมกับชุมชน เพื่อดูแลรักษาสิ่งที่มีค่าร่วมกัน โดยอาศัยพึ่งพิงกัน ซึ่งทำให้กิจการของชุมพรคาบานา รีสอร์ต กำลังดำเนินกิจการเป็นไปด้วยดี
              แต่แล้ววิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ก็ทำให้ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ต้องซวดเซเพราะภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากพิษของค่าเงินบาทที่ลดลง คุณวริสร รักษ์พันธุ์ ผู้สืบสานเจตนารมณ์จากคุณแม่ ซึ่งได้พยายามที่จะรักษากิจการของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ให้คงอยู่และรุ่งเรือง จนกระทั้งวันหนึ่งที่ได้พบกับอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ซึ่งได้ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนขึ้นภายในชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต และชุมชนโดยรอบ ด้วยการน้อมนำเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ภายในชุมพรคาน่า รีสอร์ต และเชื่อมโยงไปสู่ชุมชนรายรอบรีสอร์ต จนเกิดเครือข่ายชุมชน เผยแพร่ผลการดำเนินงานตามแนวปรัชญาดังกล่าว และกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าอย่างมากมายในปัจจุบัน
    2. ปัจจัยที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมสำเร็จ
    ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั้งภายในและนอกรีสอร์ต โดยมีรายได้หลักจากกิจกรรมด้านการบริการเกี่ยวกับที่พักและอาหาร และมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่คู่กับชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ตลอดมา เป็นรายได้รอง ปัจจุบัน ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้ดำเนินกิจกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของกิจกรรม คือ                                                                                2.1 ผู้นำ โดยคุณวริสร มีศักยภาพ ดังนี้

    ก. ศรัทธา คือ ศรัทธา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเชื่อและศรัทธาในแนวทางของ พระองค์ท่านว่าเป็นไปได้จริง
              ข. ความต้องการที่อยากจะทำหรือสิ่งที่เรียกว่าเป็นระเบิดออกมาจากข้างใน เพราะเมื่อมีศรัทธาเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เกิดความอยากที่จะทำตามสิ่งที่ศรัทธา
              ค. พร้อมที่จะทำด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จริงอันจะทำให้เกิดความรู้ความชำนาญ และสามารถขยายเครือข่ายการเรียนรู้ไปสู่ภายนอกรีสอร์ตได้

    แนวคิดของคุณวริสรดังกล่าว จึงเป็นจุดเด่นที่สุด เพราะสามารถคิดได้ทั้งในรูปของ

    นามธรรมและรูปธรรม โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงจะทำให้มั่งคั่งได้
    2.2 ปัจจัยสนับสนุน

    ก. บิดา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสมาชิกวุฒิสภา
    ข. มารดา ซึ่งเป็นอดีตนายกสมาคมการท่องเที่ยวชุมพร 5 สมัย 10 ปี
    ค. การศึกษาของผู้นำที่มีเป็นพื้นฐาน
    ง. พื้นฐานทางเศรษฐกิจ
    จ. อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่ปรึกษา

    3. การดำเนินกิจกรรม  ภายในชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คือ

    1) เส้นทางข้าว จากภูมิประเทศของชุมพร ซึ่งเป็นดินทราย จึงยากที่จะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ ดินทรายจึงเหมาะกับการปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งสามารถเจริญเติบโตในดินทรายได้ แต่มีข้อเสีย คือ ปาล์มดูดซึมหรือว่ากินน้ำเยอะ ซึ่งถ้าปลูกมาก ๆ ขึ้น จะมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่มีการขาดแคลนมากในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน พันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่ดีมีชื่อเสียงที่สุดของชุมพร คือ " เหลืองปะทิว" กำลังจะสูญพันธุ์ และในหลวงท่านไม่มีพระราชประสงค์ที่จะให้ชุมพรปราศจากการทำนาข้าวเพราะจะทำให้ชุมพรยิ่งมีความแห้งแล้งยิ่งขึ้น และเพื่อที่จะพิสูจน์แนวคิดในการปรับปรุงดิน การปลูกข้าวจึงเป็นโครงการแรกในการนำระบบเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาใช้ในชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต โดยร่วมมือกับชาวนากลุ่มสุดท้าย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6-7 ครอบครัว เริ่มตั้งแต่การปรับให้ดินทรายนั้นกลายเป็นดินที่สามารถปลูกข้าวได้ โดยใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปัจจัยในการผลิต ซึ่งเริ่มโครงการในวันพืชมงคล 2543 โดยได้ทำการนำใบไม้ที่เก็บกวาดได้ในแต่ละวัน นำมาหมัก คลุมดินและฝังกลบ และเริ่มมีการนำหญ้าแฝกพันธุ์สุราษฎร์มาปลูกตามริมตลิ่งเพื่อป้องกันดินพัง ร่องน้ำเดิมถูกปรับเปลี่ยนเป็นแปลงข้าว ด้านบนบางส่วนจัดเป็นแปลงข้าวใช้น้ำน้อย (ข้าวไร่) พื้นที่ที่เหลือจัดเป็นแปลงผัก ไม้ผล ไม้ดอก โดยทั้งหมดไม่มีการใช้สารเคมี เน้นการใช้ของเหลือใช้ เช่น ใบไม้ ขยะสดจากครัว ปลายหญ้าแฝก มาเป็นวัตถุดิบในการหมักแบบชีวภาพ เพื่อนำน้ำและกากมาเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงอินทรีย์วัตถุ ให้เกิดการย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินโดยใช้เวลาอันสั้นกว่าการปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติและสุดท้ายก็สามารถทำให้พื้นดินที่เดิมเคยเป็นดินทรายนี้ กลับกลายเป็นดินสามารถที่ปลูกข้าวได้จริง
              ต่อมาได้นำแนวคิดในการปลูกข้าวนี้ไปเผยแพร่ยังชุมชนรอบ ๆ โดยการรณรงค์เรื่องการ ลด ละ เลิก การใช้ปุ๋ยเคมี ได้เริ่มที่บ้านหนองใหญ่ ซึ่งอยู่ในโครงการพระราชดำริ บ้านหนองใหญ่ ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่บริเวณ "แก้มลิง" เพื่อป้องกันน้ำท่วมจังหวัดชุมพร โดยผู้ใหญ่พรั่ง เกิดมาลัย ได้รวบรวมชาวบ้านร่วมกันทำนาไร้สารเคมี ซึ่งได้ผลดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีอยู่บ้าง สมาชิกเริ่มกลับไปใช้ปุ๋ยเคมีตามเดิม จึงได้ปรับแผนการรณรงค์ใหม่ เปลี่ยนจากการรณรงค์จากภายนอกเข้ามาหาข้างใน เป็นจากภายในรีสอร์ตออกสู่ข้างนอกซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า "การระเบิดจากข้างใน" ซึ่งปรากฏว่าเริ่มได้ผลมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ เนื่องจากพนักงานกว่า 90% เป็นคนท้องถิ่น และพนักงานแผนกสวนเกือบทั้งหมดอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ "แก้มลิง" เมื่อได้ลงมือทำและเห็นผลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดการขยายผลแบบปากต่อปาก โครงการจึงเริ่มประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องออกไปรณรงค์ในพื้นที่เลย
              แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีอยู่นั่นเอง ในขณะที่ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีนโยบายในการดูแลและจัดสวัสดิการพนักงาน ทำให้ชุมพรคาบาน่า มีภาระค่าใช้จ่ายเพื่อการเลี้ยงอาหารพนักงานประมาณ 150 คน ต่อ 3 มื้อ โครงการรับซื้อข้าวที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีจึงเกิดขึ้นในราคาเกวียนละ 5,000 - 7,000 บาท ซึ่งข้าวที่ชื้นหรือหัก ขายในท้องตลาดไม่ได้ ทางรีสอร์ตจะรับซื้อไว้ เพื่อสีให้พนักงานและครัวหลัก ปรากฏว่า ชาวบ้านมีความพอใจเป็นอย่างมาก เพราะได้เงินไปจุนเจือครอบครัวในช่วงนอกฤดูทำนา จากการที่ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมารีบซื้อข้าวที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน (ดูไม่สวยเนื่องจากหัก แต่ยังคงมีประโยชน์และทรงคุณค่าทางอาหารครบ) ในราคาเท่ากับข้าวปกติโดยทั่วไป ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นแรงกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกข้าวไร้สารพิษมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันรีสอร์ตมีชาวบ้านที่ร่วมโครงการอยู่ประมาณ 20 แปลง มีเนื้อที่รวมกันประมาณ 200-300ไร่ โดยอยู่ในทุก ๆ หุบเขารอบ ๆ บ้านทุ่งวัวแล่น
              ขณะเดียวกัน แม้จะปลูกข้าวเองได้แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของรีสอร์ต ประกอบกับการรับซื้อข้าวจากชาวนานั้น ผู้ซื้อมักมีข้อจำกัดในเรื่องของความชื้นหรือหัก ซึ่งทำให้ชาวนาไม่สามารถขายข้าวในท้องตลาดได้ ในขณะที่รีสอร์ตต้องการข้าวในปริมาณมาก การซื้อข้าวจากจังหวัดอื่นก็มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนของรีสอร์ตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน คุณวริสรจึงมีแนวคิดที่จะรับซื้อข้าวจากชาวนาในพื้นที่ เพราะถึงแม้ระดับความชื้นจะสูงจนไม่เป็นที่ต้องการของพ่อค้านายทุน แต่การใช้ข้าวภายในรีสอร์ต ไม่จำเป็นจะต้องคำนึงในเรื่องระดับความชื้น เนื่องจากต้องใช้ข้าวทุกวันคุณวริสรจึงรับซื้อข้าวจากชาวนาเพื่อสีให้ครัวหลักและพนักงาน นอกจากนี้ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ยังได้ซื้อเครื่องสีข้าวมาทำการสีข้าวใช้ภายในโรงแรมเอง ซึ่งผลที่ได้รับนอกจากจะเป็นข้าวสาร ยังได้รับทั้งแกลบ และรำ ซึ่งสามารถนำมาทำปุ๋ยหมักและทำประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังเกิดผลพลอยได้อื่นที่ทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวโดยใช้วิธีเกษตรอินทรีย์ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและมีตลาดรองรับแน่นอน เกษตรรอบ ๆ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต จึงมีการทำมากขึ้น ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันได้ในระดับหนึ่ง และผลประโยชน์สูงสุดในเส้นทางข้าวนี้คือ การรักษาพันธุ์ข้าวเหลืองปะทิวไว้ให้คงอยู่ และตอบสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านในการที่จะรักษาไม่ให้นาข้าวหมดไปจากชุมพรได้
              2) ภาคการผลิต (อาหาร) ในส่วนของภาคการผลิต (อาหาร) หรือโรงครัวของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต นั้นมีแนวคิดจัดตั้งโครงการ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "เศรษฐกิจพวกเรา" เพื่อไม่ให้เงินทองรั่วไหล แต่อยู่ในกระเป๋าของพวกเราเอง จากเดิมที่รีสอร์ตต้องซื้อผักสด ผลไม้ ฯลฯ จากตลาด ซึ่งทำให้มีปัญหาในด้านคุณภาพและปริมาณไม่เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริง การไปส่งเสริมให้ชาวบ้านทำก็ไม่ได้รับความสำเร็จ จึงคิดโครงการ "เศรษฐกิจพวกเรา" ขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจพวกนี้ หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง คุณวริสรกับพนักงาน ญาติของพนักงาน หรือคนที่รู้จักไปเรื่อย ๆ โดยเป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พึ่งตนเอง แต่เป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างคุณวริสรกับพนักงาน จึงเป็นไปในลักษณะเพื่อนไม่ใช่เกี่ยวพันเฉพาะแต่เงินเดือนเท่านั้น
              สำหรับวิธีการดำเนินการเศรษฐกิจพวกเรานั้น เมี่อทางรีสอร์ตมีความต้องการพืชผัก ผลไม้หรืออื่นใด หรือผู้ใดมีพืช ผัก ผลไม้ใดต้องการที่จะขายก็จะจดแจ้งไว้บนกระดานหน้าโรงครัว ซึ่งแม้แต่คุณวริสรเองก็มีสินค้ามาเสนอขายให้กับคุณวริสรด้วยเช่นกัน อันเป็นผลให้รีสอร์ตมีพืช ผัก ผลไม้ ใช้ในการปรุงอาหารได้ตลอดเวลา ทำให้อาหารของโรงแรมมีคุณภาพที่ดี และสามารถคาดเดาถึงปริมาณตามต้องการของรีสอร์ตได้ จึงเป็นการอุ้มชูเกษตรกรในหมู่พวกเราด้วย เพราะถ้ารีสอร์ตอยู่ไม่ได้ชุมชนก็อยู่ไม่ได้ด้วย เศรษฐกิจพวกเราจึงผูกพันและไปด้วยกันได้ดี ซึ่งคุณวริสรยึดหลักที่ คุณพ่อคุณแม่เคยสอนไว้ว่า "รั้วของเราคือชาวบ้าน" ซึ่งตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจ จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อนำทฤษฎีของในหลวงมาใช้ในวิถีของชุมชน
              3) การทำขนมปัง รีสอร์ตมีการทำขนมปัง โดยนำข้าวที่เหลือเป็นข้าวกล้องมาทำเป็นขนมปังข้าวกล้องใช้ภายในรีสอร์ต เอง และเคยทำส่งท็อปส์ซุปเปอร์มาเก็ตด้วย ใช้ชื่อว่า Good Day และ R & C โดยขนมปังดังกล่าวมีลักษณะพิเศษด้วยการระบุที่มาของขนมปัง ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับข้าวกล้องและคุณประโยชน์ของข้าวกล้อง นอกจากนี้ "ป้าแนะ" ยังได้นำข้าวกล้องมาทำเป็น "ขนมครกขาวกล้อง" สำหรับเป็นอาหารเช้าของแขกในรีสอร์ต อีกด้วย
              4) การกำจัดกากอาหาร ในด้านของกากอาหารหรือเศษอาหารที่เหลือภายในรีสอร์ตเดิม "ป้าเหล่" จะมาซื้อไปใช้เป็นอาหารหมู ในราคาเดือนละ 200 บาท แต่ภายหลังเมื่อมีการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติภายในรีสอร์ต ก็ได้มีการเปลี่ยนมาเป็นการแลกกับมูลควาย 10 กระสอบ เพราะป้าเหล่เลี้ยงควายด้วย และภายหลังก็ยังไม่พอ ปัจจุบันจึงต้องทำการผลัดกันเก็บกากอาหารคนละ 1 วัน คือรีสอร์ต 1 วัน และป้าเหล่ 1 วัน ซึ่งทำให้ภายในรีสอร์ตไม่มีกากอาหารสกปรกเลอะเทอะ และรีสอร์ตได้นำกากอาหารดังกล่าวมาใช้ในการหมักทำปุ๋ยชีวภาพใช้ภายในรีสอร์ต เช่นใช้ในการบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ซึ่งสำนักรักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานครก็เคยมาศึกษาดูงานเพื่อหาข้อสรุปในแนวทางในเรื่องกำจัดขยะของกทม.ที่นี่ด้วยเช่นกัน
              5) การดำนาเกี่ยวข้าว ในกิจกรรมการทำนาภายในรีสอร์ต ก็เพื่อที่จะแสดงให้เห็นวิถีชนบทของทุ่งวัวแล่น โดยภายในรีสอร์ตได้มีการทำฝายกั้นน้ำแบบง่ายๆ ซึ่งเป็น 1ในทฤษฎีต้นน้ำของพระเจ้าอยู่หัว น้ำที่ใช้ในการทำนาจึงมาจากฝายกั้นน้ำ ซึ่งอยู่ในด้านหลังของรีสอร์ต และข้าวที่ได้จากการทำนานี้ก็จะนำมาใช้ภายในรีสอร์ตด้วย แต่ก็ในปริมาณที่ไม่มากพอ
              6) กิจกรรมการเลี้ยงปลา จากการที่รีสอร์ตได้ทำการบำบัดน้ำเสียภายในรีสอร์ตเอง จึงได้จัดทำบ่อที่เรียกว่า "บ่ออนุบาล" เพื่อใช้เป็นที่พักน้ำ ซึ่งได้ทำการบำบัดแล้ว ภายหลังจึงได้นำปลาสวยงามมาเลี้ยงและทำการแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป ปัจจุบันการเลี้ยงปลาสวยงามได้กลายมาเป็นหมายเลข 3 ของอุ้มชูไม่จำกัด
              7) ฝายกั้นน้ำ จากแนวพระราชดำริทฤษฏีป่าต้นน้ำ รีสอร์ตจึงได้ทำฝายกั้นน้ำขึ้นมาภายในรีสอร์ตขึ้น โดยต้นน้ำนั้นมาจากผืนนาเก่าและป่าพรุ แล้วนำทฤษฏีตามแนวพระราชดำริในเรื่องของมักกะสัน ซึ่งมีผักตบชวาไม่เกิน 30 % ของพื้นน้ำทั้งหมดมาใช้ร่วมกับฝายกั้นน้ำ
              8) โรงแรมนา สำหรับอาคารที่ชื่อว่า "โรงแรมนา" นี้ได้สร้างขึ้นโดยมีแนวคิดว่า "ในน้ำมีปลาในนามีข้าว" เมื่อผู้มาพักออกจากห้องก็จะเห็นนาซึ่งมีข้าว ส่วนในน้ำก็มีปลานิล ซึ่งแต่เดิมบริเวณนาข้าวนี้เป็นดินทราย แต่ได้มีการปรับปรุงด้วยวิธีธรรมชาติ โดยการทำปุ๋ยจากใบไม้เก่า ๆ แล้วให้ปุ๋ยกับน้ำลงไปในนาข้าว (ใช้ปุ๋ยชีวภาพ) และเมื่อข้าวสุกแล้ว ก็สามารถเก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย
              9) สวนเพลิน  จากแนวคิดของ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวานิช ในการศึกษาธรรมชาติว่า "ให้การศึกษาที่เกื้อกูลกัน" โดยเชื่อว่า การศึกษาจะเกิดประโยชน์ได้ต่อเมื่อ play + learn = เพลิน ดังนั้น จึงเป็นที่มาของสวนเพลิน ซึ่งยึดหลัก 4 ด. คือ ดูได้ ดมได้ ดื่มได้ และ แ_ก ได้ คือ

    ดู คือ สวนงามเพลินตา  ดม คือ ดอกไม้ล่อแมลง  ดื่ม คือ ชื่นใจ  _ก คือ อร่อยจัง

    ซึ่งภายในสวนเพลิน จะมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมายภายใต้หลักคิดว่า

    "Our loss is our gain" = ขาดทุนคือกำไร ยิ่งทำยิ่งได้ ยิ่งให้ยิ่งมี
    "Small is beautiful" = เล็ก ๆ แต่สวยงาม
    "Simplicity" = ง่าย ๆ
    "Sustainability" = ยั่งยืน

    สำหรับกิจกรรมใน"สวนเพลิน" มีดังนี้ คือ

     

    10) ไตธรรมชาติ (แปลงพืชที่ใช้บำบัดน้ำ)

    - มีแนวคิดเกี่ยวกับระบบการทำงานของไต (คน) เพื่อที่จะทำการฟอกน้ำเสียให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่ จะปล่อยออกไปจากรีสอร์ต โดยปั๊มน้ำเข้ามา แล้วใช้พืชน้ำบำบัด เช่น ธูปฤาษี กกเหลี่ยม กกกลม สันตะวา เป็นต้น และไหลวนไปวนมาจนลงบ่อ "สระกระโถนท้องพระโรง" ซึ่งจะทำหน้าที่รับน้ำที่ บำบัดแล้วจากอาคารและพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อรอการหมุนเวียนตามระบบต่อไป
              - หอยเชอรี่ รีสอร์ตได้นำยอมาทำเป็นเครื่องมือในการจับหอยเชอร์รี่มาและนำไว้สำหรับหมักทำเป็นปุ๋ย และอาหารสัตว์ต่อไป
              - สมุนไพรหลากชนิด เพื่อทำยา ไล่แมลงและกิจกรรมอื่นๆเ ช่น สปา

    11) พืชสวนครัว ประกอบด้วย มะนาว พริกไทย ตะไคร้ กระเพรา ฯลฯ

    12) บ้านอนุรักษ์ธรรมชาติและพลังงาน ภายในสวนเพลิน นอกจากจะมีพืช ผัก ผลไม้ ต้นไม้ต่าง ๆ แล้ว ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่า "บ้านอนุรักษ์ธรรมชาติพลังงาน" ซึ่งใช้เป็นต้นแบบในการก่อสร้างอาคารที่พักภายในรีสอร์ต ทั้งหมดโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาวาย มาทำการทดสอบ ภายในตัวอาคารจะใช้ระบบหล่อเย็นและเป็นระบบการก่อสร้างแบบยึดเหนี่ยวในตัวเอง การก่อสร้างจะไม่ใช้เทคนิคสูง สามารถสร้างเองได้ ไม่ต้องใช้ไม้แบบ แต่ใช้ดินผสมซีเมนต์ และน้ำที่ทำปุ๋ยหมักอัดก้อน มีรูเพื่อให้สามารถระบายความร้อน โดยให้ความร้อนวิ่งสู่หลังคาทำเป็นน้ำอุ่น และมีระบบน้ำเย็นอยู่ภายในตัวอาคาร โดยตัวบ้านมีความสูงระดับต้นไม้ เพื่อป้องกันพายุการก่อสร้างดังกล่าวเป็นการใช้ทรัพยากรและแรงงานที่มีในท้องถิ่น จึงทำให้ประหยัดทั้งเงินและเวลา มีความคงทน สามารถรับแรงกระแทกที่มีความเร็วลม ถึง 267กม./ชม. และทนแรงแผ่นดินไหวขนาดสั่นสะเทือน 7.63 ริคเตอร์ได้ โดยส่วนที่ปลอดภัยที่สุดคือห้องน้ำ เพราสิ่งของไม่สามารถลอยออกมากระทบได้ แม้มีรถยนต์ลอยมาก็สามารถทนแรงกระทบได้ และสามารถรองรับจำนวนคนได้ถึง 750 คน ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับพายุคนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็สามารถเข้ามาหลบพายุแทนถ้ำได้ นอกจากนี้ภายในตัวอาคารยังออกแบบเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พัก โดยการสร้างแบบเป็นหยัก (เดินสวนกันจะได้ไม่เขิน)
              13) เกษตร 4 ชั้น การปลูกต้นไม้ภายในรีสอร์ตได้นำแนวคิดเกี่ยวกับการทำเกษตร 4 ชั้น มาใช้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผสมผสานประโยชน์ของพันธุ์ไม้ทั้งยืนต้นและ ทรงพุ่ม คลุมดิน และใต้ดินเข้าด้วยกัน ทำให้มีพืช ผัก ผลไม้ ไว้รับประทานตลอดปี และป้องกันแมลงอีกด้วย จึงเป็นการต่างคนต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน เช่น ต้นน้ำที่พะโต๊ะ โดยแบ่งเป็น

    ก. ชั้นบน เช่น หมาก มะพร้าว สะตอ เป็นต้น
    ข. ชั้นที่ 2 เช่น มะม่วง ไม้ผล กล้วย เป็นต้น
    ค. ชั้นที่ 3 คือ พืชประเภทที่เรี่ยดินต่าง ๆ
    ง. ชั้นที่ 4 คือ พืชประเภทใต้ดิน เช่น ขมิ้น แห้ว เป็นต้น


    14) ป่า 5 ชั้น ในแนวคิดการปลูกป่า 3 อย่าง ใช้ประโยชน์ได้ 4 อย่าง คือ ไม้สร้างบ้าน ไม้

    ผล ไม้ฟืน และช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่วนป่า5ชั้นเรียกง่าย ๆ ว่า สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน และใต้ดิน
              15) การสีข้าว แต่เดิมข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ รีสอร์ต จะทำการตำเอง แต่ภายหลังไม่ทันต่อความต้องการ จึงซื้อเครื่องสีข้าวมาในราคา 25,000 บาท ซึ่งผลจากการสีข้าวด้วยตนเอง ทำให้มีทั้งปลายข้าว รำและแกลบ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักได้ ส่วนวิธีการตำข้าว สีข้าวและฝัดข้าวแบบโบราณยังคงไว้มีให้ชมในเส้นทางการศึกษาธรรมชาติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรีสอร์ต อยู่
              16) การปลูกพืชด้วยการห่มดิน ในด้านหลังของรีสอร์ต มีพื้นที่ว่าง ส่วนหนึ่งที่เป็นดินแน่นที่สุด แม้กระทั่งหญ้ายังไม่สามารถเจริญเติบโตได้ จึงมีการนำเอาวิธีการ "ห่มดิน" มาใช้ ด้วยการนำเศษใบไม้ หญ้า ฟางข้าว ฯลฯ มาคลุมดิน แล้วนำน้ำปุ๋ยหมักมารดราดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนกระทั่งใบไม้ หญ้า ฯลฯ เหล่านั้นย่อยสลาย กลายเป็นปุ๋ยให้กับพืช ผัก ผลไม้ที่ปลูก เช่น มะนาว มะละกอ เป็นต้น
              17) บ้านเอนไซม์ กิจกรรมหนึ่งที่อาจถือได้ว่า เป็นกิจกรรมหลักของ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ก็คือการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรต่าง ๆ ขึ้นใช้ภายในรีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็นการใช้กากาผลไม้ หรือเศษอาหารจากครัว หรือมูลสัตว์ต่าง ๆ มาทำการหมักตามกรรมวิธี เพื่อใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของรีสอร์ต ซึ่งรวมทั้งสบู่และแชมพูที่ใช้ภายในรีสอร์ต หรือแม้กระทั้งน้ำยาล้างห้องน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียภายในโรงแรม ก็ใช้น้ำหมักชีวภาพที่ทำการหมักในบ้านเอนไซม์นี้ทั้งหมด ในขณะที่ "มูลคน" ก็สามารถนำมาใช้ในการทำปุ๋ยหมักภายใต้กระบวนการทางชีวภาพได้
              18) บริษัท อุ้มชูไม่จำกัด จากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในรีสอร์ต นั้น ปัจจุบัน ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ตได้จัดตั้งบริษัทจำลองขึ้นมาภายในรีสอร์ต โดยเป็นความร่วมมือกันในระหว่างคุณวริสร กรรมกการผู้จัดการรีสอร์ต กับพนักงาน ซึ่งทำงานร่วมกันในอาชีพที่ถนัด นอกเหนือจากการทำงานปกติ เพื่อเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ ความเข้าใจ สามารถมีรายได้เพิ่มพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนซึ่งเป็นรายได้ประจำตลอดปี โดยมีแนวคิด มุมมองตลอดจนการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งดำเนินการภายใต้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงความมั่งคั่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง ปัจจุบันมีด้วยกันอยู่ 4 โครงการ คือ

     อุ้มชูหมายเลข 1. "ไข่สุโข"  จากการดำเนินกิจการของ รีสอร์ต ที่ต้องใช้ไข่ไก่ ประมาณ

    เดือนละ 8,000 ฟอง ในขณะที่คุณสุโข พนักงานของ รีสอร์ต มีความสามารถในการเลี้ยงไก่และที่บ้านมีอาชีพเลี้ยงไก่อยู่แล้ว จึงทำการตกลงกับคุณวริสร ในการทำโครงการร่วมกัน 2 คน โดยใช้วิธีการเลี้ยงแบบเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันไก่ที่คุณสุโข เลี้ยงไว้ประมาณ 120 ตัว สามารถให้ผลผลิตไข่ไก่ได้เดือนละประมาณ 2,000 ฟอง ทำให้คุณสุโขมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายไข่ไก่ให้กับทางรีสอร์ต นอกเหนือจากเงินเดือนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้และสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในชีวิตให้กับพนักงานอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้มูลของไก่ ยังสามารถนำมาใช้ในการทำปุ๋ยหมักได้อีก ขณะเดียวกัน การดำเนินโครงการดังกล่าวยังสามารถเพิ่มความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นระหว่างพนักงานกับนายจ้าง ซึ่งมีความไว้วางใจ สนิทสนม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน และรู้ที่จะปกครองกันอย่างไรด้วย
              อุ้มชูหมายเลข 2."การปลูกต้นไม้" โครงการ อุ้มชูหมายเลข 3 เป็นโครงการที่ส่งเสริมการเลี้ยงปลาทอง เพื่อเป็นการขยายพันธุ์ปลาทองที่เลี้ยงไว้ภายในรีสอร์ต โดยมีเป้าหมายเลี้ยงไว้เพื่อขายด้วยในอนาคต
              อุ้มชูหมายเลข 4."กาแฟสารสิน"  กาแฟ "โรบัสต้า" จากสวนคุณเอก หรืออุ้มชูหมายเลข 4 นี้ นับเป็นผลผลิตจากความตั้งใจ โดยการปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ 100% ไม่มีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงใด ๆ ทั้งสิ้น จากพื้นที่ในการทำสวนกาแฟเดิมของคุณเอกประมาณ 20 ไร่ ได้รับผลกระทบจากราคากาแฟที่ตกต่ำและไม่มีตลาดรับซื้อ การขายกาแฟต้องเข้าคิว แต่เมื่อถึงคิวแล้วอาจขายไม่ได้เพราผู้ซื้อมักจะอ้างว่ากาแฟไม่ได้มาตรฐาน การขายกาแฟให้พ่อค้าคนกลางจึงไม่มีความหวังที่แน่นอน ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้เข้ามารับซื้อผลผลิต ส่งคั่วโดยโรงงานมาตรฐานและได้มาตรฐานของสหกรณ์กาแฟท่าแซะ ทำให้คุณเอกไม่ต้องไปเข้าคิวขายอย่างไร้ความหวังอีกต่อไป                                ขณะเดียวกัน เมื่อชาวสวนกาแฟเห็นตัวอย่างผลผลิตและรายได้ที่เพิ่มขึ้นและแน่นอนดังกล่าว จึงมีเครือข่ายเข้ามาร่วมกันเพิ่มขึ้นอีกหลายราย จนกระทั่งสามารถรวมกลุ่มกันและมีอำนาจต่อรองกับผู้ค้ากาแฟได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งโครงการอุ้มชู หมายเลข 4 นี้ นับเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงแก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ที่ใช้สารพิษทำลายผืนแผ่นดินให้เห็นความแตกต่างระหว่างการใช้สารเคมีกับปุ๋ยหมักธรรมชาติ แล้วกลับมาคืนชีวิตให้กับแผ่นดินด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ เพื่อความยั่งยืนและมั่งคั่งทั้งเกษตรกรและผืนแผ่นดินไทย ซึ่ง "อุ้มชูหมายเลข 4" นับเป็นโครงการหนึ่งที่สำคัญของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ในการนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้และเป็นตัวอย่างที่สำคัญในการเรียนรู้เพื่อขบวนขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

              ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เป็นบทพิสูจน์ถึงแนวทางการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาว่า ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวอย่างไร แต่ผลกระทบดังกล่าว ก็สามารถที่จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากความพยายามในการเรียนรู้เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาที่ไม่เหมาะสมและ ไร้ทิศทางในสภาพสังคมไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่มีรูปธรรมปรากฏชัดเจนถ้าได้มีการเรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง ในแนวคิดขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนทำให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยงามและประยุกต์ใช้ในทุก ๆ ด้าน โดยจัดเป็นเส้นทางการศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจของลูกค้าในรีสอร์ต ซึ่งในช่วงเวลาตั้งแต่ 15.00 น. ของทุก ๆ วัน ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้ศึกษาธรรมชาติ เพื่อเผยแพร่กระบวนการและขบวนการและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับองค์กรธุรกิจ
              นอกจากนี้ ในปัจจุบันนอกเหนือจากลูกค้าแล้ว หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักรักษาความสะอาด กทม. เทศบาล อบต. อบจ. สถาบันการศึกษา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น ได้เข้ามาขอศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนความรู้ ทำให้พนักงานทุกคนมีความรู้สึกสนุกและมีคุณค่าในการทำงานขึ้นมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ได้รับความรู้ที่เป็นหลักวิชาการ ตามแนวพระราชดำริ และได้ศึกษากับ "พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ด้วย อีกทั้งพนักงานยังมีความมั่นคงในอาชีพ ชุมชนรอบ ๆ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ก็มีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ในลักษณะของการพึ่งพาอาศัยกัน จึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มั่งคั่งอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นผู้นำทาง



    อ่านทั้งหมด: 1832, ความเห็นทั้งหมด: 0

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    Works ตกว่าเน้นหนักการดีไซน์แถวฉีกแนว
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่อง(ดีโพลมา2262)
    กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ดัดหลังนักทวงหนี้ (ดีโพลมา2261)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม ตอนที่ 3(ดีโพลมา2260)
    เงาเสียง ต่าย อรทัย (Full) (ดีโพลมา2259)
    งานคีย์ข้อมูล รายได้เสริม สำหรับนักศึกษา / บุคคลทั่วไป
    รักใคร่ชอบพอครันธำรงทิศเหนือการขันต่อ ปุจฉา
    ประวัติพุ่มพวง 2 (นำ้ผึ้งจุฬมภา)(ดีโพลมา2258)
    ฟ้องเท็จเป็นความผิดทันทีที่ยื่นฟ้อง(ดีโพลมา2257)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2256)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิมตอนที่ 2(ดีโพลมา2255)
    รพ.จุฬาลงกรณ์ พัฒนานวัตกรรมลิ้นหัวใจใหม่(ดีโพลมา2254)
    เหตุดำรงฐานะชาวไทยที่ต่างแดน เรื่องเชื้อชาติประเทศอังกฤษ
    สรรพคุณของมะนาว 75 ข้อ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2253)
    แจ้งความเพียงเป็นหลักฐาน ไม่ผิดฐานแจ้งความเท็จ (ดีโพลมา2252)
    พระมหาสมปอง..ขำๆครับ(2)(ดีโพลมา2251)
    เพิ่มความรักความโรแมนติคด้วยเสื้อคู่รัก
    การบีบและคลายข้อมูลด้วย tar
    การใช้ chmod
    การใช้งาน Crontab
    อิทัปปัจจยตา
    ตัวนำที่ชีวิต (บทที่ทาง 2) ในล่าสุดการหมั่นเพียรงมข้อความเกษมสันต์อุดหนุนและชีพของใช้สัต
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2250)
    ขู่ลูกหนี้มีความผิดตามกฎหมาย (ดีโพลมา2249)
    ตี๋เหรินเจี๋ย ดาบทะลุคนไฟ(ดีโพลมา2248)
    T25 เป็นการออกกำลังด้วยวิธีไหน ?
    ปริศนาคำทาย โจ๊ก ผะหมี
    คำทาย (โจ๊กปริศนา)
    เสียงจาก คนทำทัวร์
    @ อ า ห า ร ที่ กิ น คู่ กั น . . . อั น ต ร า ย ! ! ! @
    “ฟักข้าว” ผักพื้นบ้าน สรรพคุณเยี่ยม
    ทำให้เสมอสับเปลี่ยนด้วยว่าเหตุหนักแน่น เมื่อไวๆ ต
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2247)
    มหาวิบัติ ดวงตาถล่มล้างโลก ภาค 3(ดีโพลมา2246)
    หนัง ดึกดำบรรพ์ อสูรพันธุ์แมงป่อง(ดีโพลมา2245)
    แนวทางทำงานพร้อมทั้งงานโต้แย้งกั้น
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2244)
    นางพญามารเมฆไฟ (ดีโพลมา2243)
    เปาบุ้นจิ้น เทพแห่งความยุติธรรม 18(ดีโพลมา2242)
    พี่สอนน้อง: ตอนที่ 28 การคัดเลือกคู่ครอง
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าว(ดีโพลมา2241)
    มะนาว+โซดา ฆ่าเซลมะเร็งได้
    เปาบุ้นจิ้น เทพแห่งความยุติธรรม 17(ดีโพลมา2240)
    ประชันเงาเสียง คัทลียา มารศรี สุดฮา (ดีโพลมา2239)
    เคล็ด ไม่ลับ ประจำบ้าน รู้ไว้ใช้ประโยชน์ ===
    สูตรล้างพิษตับ
    *การดื่มน้ำเมื่อท้องว่าง* "ได้ประโยชน์อย่างที่คุณคิดไม่ถึง"
    ดีท๊อกซ์ลดน้ำหนักด้วยมะนาวผอมภายใน1อาทิตย์
    อักษรย่อที่ใช้กันทั่วไปในต่างประเทศ

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 483.6009ms