เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 2046 คน
สุญญตา
เรื่องเกี่ยวกับศาสนา
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • แจ้งเบาะแสการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระอริยสงฆ์ไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แบ่งปันกันรู้ เล่าสู่กันฟัง (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระสงฆ์ฉันเนื้อได้หรือไม่ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กราบพระให้งามแบบไทย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ขอเชิญร่วมอนุโมทนาบุญ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • chinese tantra totem for good luck (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ( เลขเด็ด 019 ) (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประเพณีงานเทศน์มหาชาติ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • บันทึกชีวิต (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ภูริทัตโตวาท (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2550 (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด <โดย ว.วชิรเมธี> (61)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ทำทานที่ให้กุศลแรงและสูง (7)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความเรียบง่าย (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ไม่ชอบขัดแย้ง แต่ทำไมมีแต่เรื่องให้ขัดแย้ง (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • สัมมาทิฏฐิดี ชีวิมีสุข องศาความคิดกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลง (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • รับได้ไหม? กับสิ่งที่ได้รับ (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เตรียมตัวก่อนเดินทางครั้งสุดท้าย (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • คาถากันผีที่ดีที่สุดของพระพุทธเจ้า (7)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • พระนิพพาน จากคำครูอาจารย์ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ดูเนื้อหาทั้งหมด

     
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <ตุลาคม 2557>
     
    40293012345
    416789101112
    4213141516171819
    4320212223242526
    44272829303112
    453456789
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 106516
    • เฉพาะวันนี้ 39
    • ความคิดเห็น 131
    • จำนวนเรื่อง 44
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    เหตุการณ์สำคัญของโลก
    Last Updated On: 22 ตุลาคม 2550 - 23:30:00

     

    ปฐมเทศนา-ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
    **********************

    ธัมมะจัก---กัปปะวัต---ตะนะสูตร
    เพ็ญพิสุทธิ์ ผุดผ่องธรรม นำสดใส
    เพ็ญเดือนแปด โกณฑัญญะ ชำระใจ
    เกิดตาใน เห็นแจ้งธรรม สิ้นกรรมกเวร

    "ธรรมจักร" คือจักรธรรม หมุนนำโลก
    หนุนนำโชค ชี้โลกให้ ไกลทุกข์เข็ญ
    ละหมกมุ่น เพิ่มพูนกาม ความลำเค็ญ(กามสุขัลลิกานุโยค)
    ละห่างเว้น ทรมานตน มืดมนพลัน(อัตตกิลมถานุโยค)

    พระทรงชี้ เดินสายกลาง ทางความคิด
    ฝึกฝนจิต ปิดอบาย ไกลโมหันธ์
    เปิดดวงตา ปัญญาญาน ผลาญอุปาทัน(อุปาทาน)
    อริยมรรค์ ขันธ์ห้านี้ ที่เกิดธรรม

    ทรงหลงทาง ห่างกระแส แพ้กิเลส
    ไม่รู้เหตุ แห่งทุกข์ สุขชอกช้ำ
    ไม่รู้ทาง สว่างใจ ให้มืดดำ
    หลงเดินตาม กามกิเลส เหตุอวิชชา

    ทรงชี้ให้ เดินตาม ทางสายเอก
    ทรงปลุกเสก สติธรรม ปัญญากล้า
    ทรงแสดง ธรรมจักร หักวัฏฏา
    หลุดสังสาร์ วัฏจักร หักเหลี่ยมมาร

    ทรงแสดง อริยมรรค หักกิเลส
    สัมมาเหตุ เห็นความจริง สิ่งสังขาร
    ศีลสมาธิ มีปัญญา เจิดจ้านาน
    สติปัฏฐาน การงานจิต ไม่ผิดทาง

    ท่านอัญญา---โกณฑัญญะ ชนะแล้ว
    ใจผ่องแผ้ว ด้วยตาธรรม เกิดความว่าง
    เพราะเห็นจริง ทิ้งรูปนาม จำละวาง
    แสงสว่าง เกิดกลางใจ ไม่มืดมน

    @ " ยังกิญจิ สมุทะยะ---ธัมมัง
    สัพพตันตัง นิโรธะ----ธัมมัง " @

    สิ่งใดเกิด ย่อมมีดับ ลาลับได้
    ไม่หวั่นไหว สงสัยโลก ที่สับสน
    สรพพสิ่ง จริงธรรมดา ทั่วสากล
    รู้แจ้งตน โกณฑัญญะ ชนะภัย

    "โกฑัญญะ รู้แล้วหนอ" ก่อให้เกิด
    รัตนเลิศ ประเสริฐธรรม นำสดใส

    สังฆรัตน์ ปรากฏขึ้น ในทันใด
    ครบรัตนตรัย ในวันเพ็ญ อาสาฬหะเอย ฯ


    @ ประพันธ์ โดย....ธรรมานุสารี

    เอวัมเม สุตัง
    ( ข้าพเจ้า ( คือพระอานนท์เถระ ) ได้ฟังมาแล้วอย่างนี้ )
    เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
    ( สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า )
    พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเยฯ
    ( เสด็จประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้เมืองพาราณสี )

    ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ
    ( ในกาลนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนพระปัญญจวัคคีย์อย่างนี้ว่า )

    เทฺวเม ภิกขะเว อันตา ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ที่สุด ๒ เหล่าอย่างนี้ )
    ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา ( อันบรรพชิตไม่ควรเสพ )

    โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค
    คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยกาม ในกามทั้งหลายนี้ใด
    หีโน ( เป็นธรรมอันเลว ) คัมโม ( เป็นเหตุให้ตั้งบ้านเรือน )
    โปถุชชะนิโก ( เป็นของคนผู้มีกิเลสหนา )
    อะนะริโย ( ไม่ใช่ของคนไปจากข้าศึกคือกิเลส )
    อะนัตถะสัญหิโต ( ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์ )

    โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค
    ( คือประกอบความเหน็ดเหนื่อยด้วยตนเหล่านี้ใด )
    ทุกโข ( ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ)
    อะนะริโย ( ไม่ใช่ไปจากข้าศึกคือกิเลส )
    อะนัตถะสัญหิโต ( ไม่ประกอบไปด้วยประโยชน์ อย่างหนึ่ง )

    เอเต เต ภิกขะเว อุโภ อันเต อะนะปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏิปะทา
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อปฏิบัติอันเป็นกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั่นนั้น )
    ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา ( อันตถาคตได้ตรัสนูแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง )
    จักขุกะระณี ญาณะกะระณี ( ทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้ )
    อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติฯ
    ( ย่อมเป็นไปเพื่อเข้าไปสงบระงับจากิเลส เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ )

    กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อปฏิบัติอันเป็นกลางนั้นเป็นไฉน )
    ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา ( ที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง )
    จักขุกะระณี ญาณะกะระณี ( กระทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้ )
    อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
    ( ย่อมเป็นไปเพื่อเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ )

    อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ
    ( ทางมีองค์ ๘ เครื่องไปจากข้าศึก คือกิเลสนี้เอง )
    เสยยะถีทัง ( ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ )
    สัมมาทิฏฐิ ( ปัญญาอันเห็นชอบ )
    สัมมาสังกัปโป ( ความดำริชอบ )
    วาจาชอบ ( วาจาชอบ )
    สัมมากัมมันโต ( การงานชอบ )
    สัมมาอาชีโว (เลี้ยงชีวิตชอบ )
    สัมมาวายาโม ( ความเพียรชอบ )
    สัมมาสะติ ( การระลึกชอบ )
    สัมมาสะมาธิ ( ความตั้งจิตชอบ )

    อะยัง โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันนี้แลข้อปฏิบัติที่เป็นกลางนั้น )
    ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา (ที่คตถาคต ได้ตรัสรู้แล้ว ด้วยปัญญาอันยิ่ง )
    จักขุกะระณี ญาณะกะระณี ( กระทำดวงตาคือกระ ทำญาณเครื่องรู้ )
    อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
    (ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ )

    อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แลเป็นตัวทุกข์อย่างแท้จริง คือ )
    ชาติปิ ทุกขา ( แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์ )
    ชะราปิ ทุกขา ( แม้ความแก่ ก็เป็นทุกข์ )
    มะระณัมปิ ทุกขัง ( แม้ความตาย ก็เป็นทุกข์ )
    โสกะปริเทวะทุกขะโทมะนัสสุกปายาสาปิ ทุกขา
    ( แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์ )
    อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ( ความประสบพบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์ )
    ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ( ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์ )
    ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง
    ( มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น ก็เป็นทุกข์ )
    สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ฯ
    ( ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์ )

    อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อนี้แลเป็นเหตุให้ทุกข์อย่างแท้จริง คือ )
    ยายัง ตัณหา ( ความทะยานอยากนี้ใด )
    โปโนพภะวิกา ( ทำให้มีภพอีก )
    นันทิราคะสะหะคะตา ( เป็นไปกับความกำหนัด ด้วยอนาจความเพลิดเพลิน )
    ตัตระ ตัตราภินันทินี ( เพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ )
    เสยยะถีทัง ( ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ )
    กามะตัณหา ( ความทะยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่ )
    ภะวะตัณหา ( ความทะยานอยากในความมีความเป็น )
    วิภะวะตัณหา ( ความทะยานอยากในความไม่มี ไม่เป็น )

    อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ข้อนี้แลเป็นความดับทุกข์ )
    โย ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ
    ( ความดับโดยสิ้นกำหนัด โดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นนั่นแหละใด )
    จาโค ( ความสละตัณหานั้น ) ปะฏินิสสัคโค ( ความวางตัณหานั้น )
    มุตติ ( การปล่อยตัณหานั้น ) อะนาละโย ( ความไม่พัวพันแห่งตัณหานั้น )

    อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง
    ( ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็นี้แลเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อย่างแท้จริง คือ )
    อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ( ทางมีองค์ ๘ เครื่องไปจากข้าศึก คือกิเลส นี้เอง )
    เสยยะถีทัง ( ได้แก่ สิ่งเหล่านี้ คือ )
    สัมมาทิฏฐิ ( ปัญญาอันเห็นชอบ ) สัมมาสังกัปโป ( ความดำริชอบ )
    สัมมาวาจา ( วาจาชอบ ) สัมมากัมมันโต ( การงานชอบ )
    สัมมาอาชีโว ( ความเลี้ยงชีวิตชอบ ) สัมมาวายาโม ( ความเพียรชอบ )
    สัมมาสะติ ( ความระลึกชอบ ) สัมมาสะมาธิ ( ความตั้งจิตชอบ )

    อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่เป็นทุกข์อริยสัจ

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญเญยยันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกข์อริยสัจนี้นั้นแล ควรกำหนดรู้


    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญญาตันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกข์อริยสัจนี้นั้นแล เราได้กำหนดรู้แล้ว

    อิทัง ทุกขะสุมุทะโย อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกข์สมุทัยอริยสัจ

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหาตัพพันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกข์สมุทัยอริยสัจนี้แล ควรละเสีย

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหีนันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกข์สมุทัยอริยสัจนี้แล เราละได้แล้ว

    อิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกขนิโรจอริยสัจ

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกาตัพพันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ทุกขนิโรจอริยสัจนี้นั้นแล ควรทำให้แจ้ง

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกะตันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรจอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้ทำให้แจ้งแล้ว


    อิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี่ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาเวตัพพันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนั้นแล ควรให้เจริญ

    ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาวิตันติ เม ภิกขะเว
    ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
    จักขุง อุทะาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
    ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย จักขุได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว
    ปํญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา
    ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่ได้เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนั้นแล อันเราเจริญแล้ว


    ยาวะกีวัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ
    เอวันติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง นะ สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปัญญาอันรู้ตามความเป็นจริงอย่างไร ในอริยสัจ ๔ เหล่านี้ ของเรา
    ซึ่งมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ ยังไม่หมดจดเพียงใดแล้ว

    เนวะ ตาวาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก
    สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ
    อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะยืนยันตนว่าเป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะปัญญาเครื่องตรัสรู้ชอบ
    ไม่มีความตรัสรู้อื่นจะยิ่งกว่าในโลก เป็นไปพร้อมด้วยกับเทวดา มาร พรหม ในหมู่สัตว์
    ทั้งใมณพราหมณ์ เทวดา มนุษย์ ไม่ได้เพียงนั้น

    ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ
    เอวันติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ
    ดูก่อนภิษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ปัญญาอันเห็นตามเป็นจริงอย่างไรในอริยสัจ๔ เหล่านี้ของเรา
    มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ หมดจดดีแล้ว

    อะถาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก
    สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ
    อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อนั้น เราจึงได้บืนยันตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปัญญา เครื่องตรัสรู้ชอบ
    ไม่มีความตรัสรู้อื่นยิ่งกว่าในโลก เป็นไปกับด้วย เทวดา มาร พรหม ในหมู้สัตว์ ทั้งสมณพราหมณ์ เทพยดา มนุษย์

    ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ
    ก็แล ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแก่เราแล้ว
    อะกุปปา เม วิมุตติ อะยะมันติมา ชาติ นัตถิทานิ ปุนัพภะโวติ ฯ
    ว่า การพ้นพิเศษของเราไม่กลับกำเริบ ชาตินี้เป็นที่สุดแล้ว บัดนี้ไม่มีความเกิดอีก

    อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ
    พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสธรรมปริยายนี้แล้ว

    อัตตะมะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุง ฯ
    พระภิกษุปัจจวัคคีย์ก็มีใจยินดีเพลิดเพลินภาษิตของของพระผู้มีพระภาคเจ้า

    อิมัสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน
    ก็แล เมื่อไวยากรณ์นี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่

    อายัสมะโต โกณทัญญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ
    จักษุในธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแล้ว แก่พระผู้มีอายุโกณทัญญะ
    "ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ" ฯ
    ว่า " สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแล้ว สิ่งนั้นทั้งปวง ก็ต้องดับสลายไปเป็นธรรมดา "

    ปะวัตติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก
    ก็เมื่อธรรมจักรอันพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เป็นไปแล้ว

    ภุมมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง
    เหล่าภูมิเทวดา ก็ส่งเสียงให้บันลือลั่นขึ้นว่า

    เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย
    อะนุตตรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา
    พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ" ฯ
    ว่านั่นจักรคือธรรม ไม่มีจักรอื่นสู้ได้
    อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี
    อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม และใคร ๆ ในโลกยังให้เป็นไปไม่ได้ ดังนี้

    ภุมมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา จาตุมมะหาราชิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นจาตุมหาราช ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าภูมิเทวดาแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

    จาตุมมะหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตาวะติงสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นดาวดึงส์ ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นจาตุมหาราชแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

    ตาวะติงสานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ยามา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นยามา ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นดาวดึงส์แล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือ

    ยามานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตุสิตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นดุสิตได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นยามาแล้ว ก็ส่งเสียงให้บันลือลั่น

    ตุสิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา นิมมานะระตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นนิมมานรดี ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นดุสิตแล้ว ก็ส่งเสียงให้บันลือลั่น

    นิมมานะระตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
    เทพเจ้าเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัตดี ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นนิมมานรดีแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น

    ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เทวานัง สังททัง สุตวา พรัหมะกายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง
    พรหมเจ้าที่เกิดในชั้นพรหม ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัตตีแล้ว ก็ส่งเสียงให้บันลือลั่นขึ้นว่า

    "เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย
    อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา
    พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ" ฯ
    ( นั่นจักรคือธรรม ไม่มีจักรอื่นสู้ได้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี
    อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม และใคร ๆ ในโลก ไม่สามารถให้เป็นไปได้ ดังนี้ " ฯ )

    อิติหะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ มุหุตเตนะ ยาวะ พรัหมะโลกา สัทโท อัพภุคคัจฉิ ฯ
    โดยขณะหนึ่งครู่หนึ่งนั้น เสียงขึ้นไปถึงพรหมโลกด้วยประการฉะนี้ ฯ

    อะยัญจะ ทะสะสะหัสสี โลกะธาตุ สังกัมปิ สัมปะกัมปิ สัมปะเวธิ ฯ
    ทั้งหมื่นโลกธาตุ ได้หวั่นไหวสะเทือนสะท้านลั่นไป

    อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ
    ทั้งแสงสว่างอันใหญ่ยิ่งไม่มีประมาณ ได้ปรากฏแล้วในโลก
    อะติกกัมเมวะ เทวานัง เทวานุภาวัง ฯ
    ล่วงเทวานุภาพของเทวดาทั้งหลายเสียหมด ฯ

    อะถะ โข ภะคะวา อุทานัง อุทาเนสิ
    ในลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานขึ้นว่า
    อัญญาสิ วะตะ โภ โกณทัญโญ อัญญาสิ วะตะ โภ โกณทัญโญติ
    โกณทัญญะผู้เจริญได้รู้แล้วหนอ โกณทัญญะได้รู้แล้วหนอ ผู้เจริญ

    อิติหิทัง อายัสมะโต โกณทัญญัสสะ "อัญญาโกณทัญโญ" เตววะ นามัง อะโหสีติ ฯ
    เพราะเหตุนั้น นามว่า "อัญญาโกณทัญญะ" นี้นั่นเทียว
    ได้มีแล้วแก่พระโกณทัญญะผู้มีอายุ ด้วยประการฉะนี้ แลฯ

                                                
    ธัมจักกัปปวัตนสูตร (อินเดีย)













    สงวนลิขสิทธิ์โดย © ยินดีต้อนรับสู่สวดมนต์.คอม All Right Reserved



    อ่านทั้งหมด: 2792, ความเห็นทั้งหมด: 2
    เจริญในธรรม
    ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน สาธุ สาธุ สาธุ
    โดย - supbhumin - วันที่ 27 กันยายน 2550 เวลา 18:26

    ผมว่าจะสอนธรรมะควรจะใช้คำพูดสมัยใหม่ ไม่ควรยกเอาพระไตรปิฎกมาพูดมากไม่น่าสนใจครับ
    โดย - ไม่มีอะไร - วันที่ 8 ตุลาคม 2550 เวลา 23:19

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2567)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    กฎหมายเรื่องการวิ่งเต้นล้มคดี(ดีโพลมา2566)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27(ดีโพลมา2565)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 27
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2564)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน
    ลูกครูญี่ปุ่น ถูกฆ่าหั่นศพ รุดพบตำรวจ (ดีโพลมา2563)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 26(ดีโพลมา2562)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    อาการของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
    ออกกำลังอย่างไรในคนทำงานคอมพิวเตอร์
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2561)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลช
    ขับรถอย่างไรจึงไม่ปวด
    ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา “สมชาย ไพบูลย์” แนวร่วม นปช.และอดีต ส.ข.บางบอ
    รพ.จุฬาลงกรณ์ เชิญประชาชนร่วมบำเพ็ญกุศล (ดีโพลมา2559)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม -ตอนที่ 25(ดีโพลมา2558)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน)
    ไปเที่ยวเดอะกะตะรีสอร์ทที่ภูเก็ตมา(ดีโพลมา2557)ร่วมกับสื่อสยามข่าวมวลชน(รายงาน).
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ (ดีโพลมา2560)
    กฎหมายค่าส่วนกลาง(ดีโพลมา2559)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 24 (ดีโพลมา2558)
    กินอย่างไร เมื่อไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
    กินอย่างไรห่างไกลเบาหวาน
    กินอย่างไร เมื่อเป็นโรคเบาหวาน
    หางาน part time งานผ่านเน็ต รับงานทำที่บ้านได้ คลิก
    โรคความดันโลหิตสูง รักษาได้ แค่หลีกให้ไกลจากโซเดียม
    อีเมล และสมอง อัศจรรย์แห่งการเชื่อมโยง
    Japanese Language Course
    แค่หลับสนิท ก็ผอมได้ไม่น่าเชื่อ!
    อลังการอะ ศิลปะบนผนังที่ห้างรูปเกือกม้าในเนเธอร์แลนด์
    วิธีลดน้ําหนัก 5 กิโล 1 อาทิตย์ สูตรเด็ดที่สาว ๆ ต้องคิดก่อนลอง !
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2556)
    สตช. เพิ่งตื่น สั่งเข้มปราบปรามแหล่งเงินกู้นอกระบบ(ดีโพลมา2555)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 23(ดีโพลมา2554)
    30 วิธีฉลาดสุดๆ ที่ทำให้ชีวิตคุณ “ง่ายขึ้น” ไปดูว่ามีอะไรบ้าง!
    การปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อเป็นคนที่มีความสุขทำอย่างสม่ำเสมอ
    งานพิเศษ งานรายได้เสริม ใช้เวลาว่างๆ 2-3 ชั่วโมง ทำงาน ที่นี่ค่ะ
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2553)
    อินไซด์ตำรวจประจำวันที่18ต.ค.2557(ดีโพลมา2552)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 22(ดีโพลมา2551)
    ตามหาญาติ (ดีโพลมา2550)
    หางานทำที่บ้าน งานทำทางเน็ต สร้างรายได้ที่บ้านค่ะ
    เลือกที่พัก รายวัน รายเดือน อย่างไรดี
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2549)
    คลิปสรุปข่าวประจำวันนี้มีหลายข่าวต่อเนื่องอัตโนมัติ(ดีโพลมา2548)
    แต่งตั้งนายตำรวจราชสำนัก (ดีโพลมา2547)
    กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม - ตอนที่ 21ขอขอบคุณที่มาของข่าว/ภาพจากผู้ที่มีชื่ออยู่ด้านล่างนี้ทุก
    หนังเรื่องผีชี่วะ ภาค4 (ดีโพลมา2545)
    หนี้เสียเกิดจากการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มีคุณภาพ (ดีโพลมา2544)
    หางาน หางานทำที่บ้าน คีย์งานผ่านเน็ต ง่ายๆ คลิกเลย
    9 สุดยอดผัก แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ
    ลดความเครียดและรอบเอวด้วยอาหาร 4 ชนิด ที่คิดไม่ถึง
    เช็กสิ 14 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเครียดมากเกินไป

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 156.0003ms