เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 7102 คน
Stock Market Investment in Thailand
Stock Market Investment guide and tips in Thailand
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • Single Stock Futures: Introduction (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • วิกฤตโลกลาม 30 เมกะโปรเจ็กท์เขมรล้มระนาว (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • มุมมองของ JIM ROGERS เกี่ยวกับตลาดเงิน ตลาดทุนและราคาสินค้าอุปโภค บริโภค (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Oil Update (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • แท่งเทียน [BULLISH HARAMI],ปัจจัยตลาดติดลบ (-)(ฟันธง) [(+/-) 5 จุด] (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Value Investor ใหม่ๆ หลายคนมักจะมีปัญหาในการหาหุ้นที่จะลงทุน (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ในช่วงนี้ทองดูเหมือนจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนไม่น้อย (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ถ้าจะให้ Vote กันว่าใครคือคนที่จะเรียกว่าเป็น “Father Of Growth Stock” (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • กลยุทธ์การลงทุนทำกำไรด้วย Futures และ Options (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ลงทุนหุ้น สไตล์วอร์เรน บัฟเฟตต์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เกาะกระแสเงินทุนโลก ลงทุนอย่างไร ให้อินเทรนด์ (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ราคาน้ำมันพุ่ง หนุนหุ้นพลังงานทดแทนได้เกิด (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • เมื่อวิกฤติ ราคาข้าว เขย่าโลก (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Guide - Strong SELL "PROP" sector "PS, LH, AP" (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Guide "ENERGY" - BANPU, PTT, PTTEP (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Recommend - Buy TTA & PSL (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Recommend - Buy "PSL" (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Sector Overview "TRANS" (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Recommend - Buy BECL (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • Stock Recommend - Buy TRUE (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <กุมภาพันธ์ 2555>
     
    6303112345
    76789101112
    813141516171819
    920212223242526
    102728291234
    11567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 2274
    • เฉพาะวันนี้ 1
    • ความคิดเห็น 2
    • จำนวนเรื่อง 20
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    22/11/2551 13:17:00

    ในเดือน พ.ย. 2551 ที่จะถึงนี้ ตลาด TFEX จะเปิดตัว Stock Futures รุ่นแรก โดยจะใช้ PTT, PTTEP, SCB, KBANK, ADVANC เป็น underlying assets …… และ ในปลายเดือน ต.ค. ThaiDayTrade.com จะเปิด Futures Trading Discussion Forum ไว้รองรับ เพื่อวางแผนกลยุทธ์ และ update มุมมองในแต่ละวันโดย Expert เฉพาะทาง, เฉพาะ sector …….. ก็ขอเชิญ ลูกค้า TFEX ลงทะเบียนฟรี ด้วย TFEX Account ID ของท่านไว้ล่วงหน้าได้เลยครับ


    กลับ มาเรื่อง Single Stock Futures กันต่อครับ TFEX กำหนด contact size = 1,000 shares/ contact ….. ยกตัวอย่าง PTT futures, ดังนั้น การเปิดสถานะใน PTT futures จำนวน 1 สัญญา จึงเทียบเท่ากับการซื้อหรือขาย PTT จำนวน 1,000 หุ้น โดยยังไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหรือรับค่าขายหุ้นจริงอิงราคาตลาด เพียงแต่วาง margin เป็นหลักประกันการซื้อการขายเท่านั้น เมื่อวาง margin แล้ว ก็ทำการซื้อขายได้เลย (สมมุติว่า ตลาด TFEX กำหนด Initial Margin ของ ปตท. ที่ ประมาณ 10% TFEX ก็จะกำหนดให้วางเงินหลักประกันสำหรับการทำสัญญาจะซื้อจะขายหุ้น ปตท. เป็นการล่วงหน้า 25,000 บาท/ สัญญา *ย้ำ ตัวเลขสมมุติ*)


    ดัง นั้น หากเราขาย short PTT futures ที่ราคา 248 (ทำสัญญาว่าจะขายได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีหุ้น PTT อยู่ในพอร์ต เพราะนี่คือ การล็อคราคาที่จะขายไว้ล่วงหน้า ด้วยมองว่า หุ้น ปตท. มีแนวโน้มจะลง) แล้วปิดสถานะได้ที่ 238 เราก็จะมีกำไรจากการล็อคราคาขายไว้ล่วงหน้า 10 บาทคูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา หรือ หากเราซื้อ long PTT futures ที่ราคา 222 แล้วปิดสถานะได้ที่ 236 เราก็จะมีกำไรจากการล็อคราคาซื้อไว้ล่วงหน้า 14 บาทคูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา


    (ใน กรณีที่ long แล้วลง หรือ short แล้วขึ้น ก็จะเป็นขาดทุน x บาท คูณ 1,000 หุ้น ต่อสัญญา เช่นกัน – ความเสี่ยงใน Futures Positions จะบานปลายเกินเยียวยา หากไม่ limit loss แต่เนิ่นๆ)


    Sideway Up – ตลาดมีแนวโน้มขึ้น


    Cash account: ซื้อ PTT 1,000 หุ้น จ่ายตังค์ประมาณ 226,000 บาท (ใช้ราคาปิดวันที่ 3 ต.ค. 51 เป็นเกณฑ์) …. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ก่อนที่กำไรมากจะกลายมาเป็นกำไรน้อย สมมุติเฉลี่ยได้กำไร 10% ก็จะมีเงินงอกเงยมา 22,600 บาท ………… ถ้าเรามองตลาดแม่นยำอยู่เสมอ ก็ถือว่า กำไรน้อยไปครับ เพราะโอกาสทำกำไร 10% ในช่วงสั้นๆ ไม่ได้มีบ่อยๆสำหรับตลาดหุ้นไทย งั้น ไปซื้อหุ้น ปตท. ในบัญชี Credit Balance ดีกว่า


    Credit Balance account: ในภาวะตลาด sideway up กู้เงินโบรกเกอร์ดีกว่า ว่าแล้วก็ซื้อ PTT 2,000 หุ้น โดยใช้ตังค์ตัวเองประมาณ 226,000 บาท แล้วยืมโบรกเกอร์อีกประมาณ 226,000 บาท …. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ก่อนที่กำไรมากจะกลายมาเป็นกำไรน้อย สมมุติได้กำไร 10% ก็จะมีเงินงอกเงย 45,200 บาท แต่มีต้นทุนพิเศษเพิ่มเข้ามา คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่ายให้กับโบรกฯสำหรับการยืมเงินโบรกฯ ซื้อหุ้น ปตท.


    TFEX account: หากเราไม่ได้มีวัตถุประสงค์ถือหุ้นระยะยาวอยู่แล้ว และไม่อยากกู้ยืมเงินโบรกเกอร์มาซื้อหุ้นด้วย และมีความพร้อมที่จะ limit loss ยอมรับผิด เมื่อมองแนวโน้มของหุ้น ปตท. พลาดด้วย เราอาจจะเลือก เปิด Long positions on PTT แทนก็ได้ครับ ….. ถ้าเปิด Long ใน PTT Futures ก็จะใช้เงินประมาณ 2.5 หมื่นต่อสัญญา (จากโจทย์เดิม มีงบ 226,000 บาท จะเปิดได้สูงสุดไม่เกิน 9 สัญญา)   …..…. เมื่อ ปตท. เข้าเขต Super overbought และ ปตท. กำลังจะพักฐานอ่อนตัวลง เราก็จะทำกำไรออกมาก่อน ….. หาก PTT บวกเพิ่มขึ้น 10% เราจะได้กำไรประมาณ 22 บาทคูณ 1,000 หุ้น หรือ 22,000 บาทต่อสัญญา เพราะฉะนั้น หากเราไม่ซื้อหุ้น แต่นำเงินส่วนนั้น มา long PTT Futures แทน จำนวน 226,000 บาท จะมีกำไรรวมประมาณ 198,000 บาท (แต่หากเราคาดแนวโน้ม ปตท.ผิด แล้วดื้อดึง ปล่อยให้เสียหายไปถึง 10% ก็หมายถึง ขาดทุน 198,000 บาท เช่นกัน … หวัง High return ต้องรู้จัก limit loss เมื่อมองพลาด)


    Sideway Down – ตลาดมีแนวโน้มลง


    Cash account: ซื้อ PTT 1,000 หุ้น จ่ายตังค์ประมาณ 226,000 บาท (ใช้ราคาปิดวันที่ 3 ต.ค. 51 เป็นเกณฑ์) แล้วนั่งเซ็ง เพราะหุ้นตก


    Credit Balance account: ในภาวะตลาด sideway down ขืนยืมเงินโบรกฯมาซื้อหุ้นจะซวยซ้ำซ้อนนะครับ เพราะนอกจากหุ้นจะเดินหน้าลงเรื่อยๆแล้ว เรายังต้องเสียดอกเบี้ยให้โบรกฯเรื่อยๆอีก จนกว่าจะยอมขายตัดขาดทุน หรือ จนกว่า หุ้นจะขึ้นมาทำกำไรได้ …… งั้น ยืม ปตท. จากโบรกเกอร์มา Short selling ดีกว่า ยืมมาขายในวันนี้ แล้วค่อยซื้อคืนเจ้าของในวันหน้า โดยหวังว่าจะได้ราคาซื้อคืนที่ถูกกว่าราคาที่ขายไป …. สมมุติว่า ยืมมา 1,000 หุ้น และซื้อคืนได้ถูกกว่าราคาที่ขายไป 10 บาท จะได้กำไรจาก Short Selling 10,000 บาท …… ในระหว่างยืมหุ้น มีภาระค่าธรรมเนียมการยืมหุ้น เฉลี่ย 6-7% ต่อปี ดอกเบี้ยคำนวณเป็นรายวันนับจากวันที่ยืม (แม้จะยืมมาเฉยๆยังไม่ได้ขายออกไปก็ตาม) จนถึงวันที่ T+2 หลังจากวันที่ซื้อคืนหุ้นแล้ว (แม้จะซื้อคืนมาแล้วก็ตาม แต่ภาระดอกเบี้ยยังเดินอยู่ จนกว่าการชำระราคาจะเรียบร้อยดีในวันที่ T+3) นอกจากนี้ ยังมีภาระจำยอมตามมาด้วย หากหุ้นที่เรายืมมา มีกำหนดให้สิทธิประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นตัวจริง (เจ้าของหุ้นที่เรายืมหุ้นเขามา) เช่น XD, XW, XR, etc


    TFEX account: หากเราไม่อยากยืมหุ้น ปตท. จากโบรกเกอร์มาขาย ไม่อยากระแวงเรื่อง ปตท. ประกาศปันผลจ่าย ไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมรายวันในธุรกรรม Short selling และมีความพร้อมที่จะ limit loss ยอมรับผิด เมื่อมองพลาด เราอาจจะเลือก เปิด short positions on PTT แทนก็ได้ครับ ….. ถ้าเปิด Short ใน PTT Futures ก็จะใช้เงินประมาณ 2.5 หมื่นต่อสัญญา (จากโจทย์เดิม มีงบ 226,000 บาท จะเปิดได้สูงสุดไม่เกิน 9 สัญญา)   …..…. สมมุติว่า หลังจาก short PTT Futures ไปแล้ว สามารถ ปิดสถานะ ได้ถูกกว่าราคาที่ขายไป 10 บาท จะได้กำไรจาก Short Futures 10 บาทคูณ 1,000 หุ้น หรือ 10,000 บาทต่อสัญญา ดังนั้น เมื่อหุ้น ปตท.มีแนวโน้มจะลง แทนที่เราจะเอาเงิน 226,000 บาทไปซื้อหุ้น ปตท. เราอาจจะ Short PTT Futures 9 สัญญาแทน ซึ่งจากตัวอย่าง จะได้รางวัลจากการล็อคราคาขายล่วงหน้า ประมาณ 90,000 บาท)


    Completely Sideway – ตลาดมีแนวโน้ม งง, ในทาง Technical ก็ไม่ชี้ชัดว่าจะลงๆๆ หรือจะลงแล้วขึ้น หรือ จะขึ้นแล้วลง หรือ จะขึ้นๆๆ


    Cash account: จะซื้อ ปตท. เพิ่ม ตอนย่อตัว ก็กลัวลง (ติดดอย) หรือ จะขายหุ้น ปตท. ในพอร์ต ก็กลัวมันเด้งทะลุแนวต้านในที่สุด (ขายหมู) …. หากไม่คำนึงถึง Stock Futures ก็ต้องเลือกที่จะเสี่ยงซื้อตอนย่อตัว (ต้นทุนต่ำ แต่ซื้อแล้วอาจจะลง) หรือ follow buy เมื่อหุ้นผ่านแนวต้านได้เป็นที่แน่นอนแล้ว (ต้นทุนสูง แต่มีแนวโน้มขึ้นต่อ)


    Credit Balance account: จะกู้โบรกฯมาซื้อ ปตท. ก็กลัวติดดอย + เสียดอกเบี้ยเงินกู้ฟรีๆ หรือ จะยืมหุ้นจากโบรกฯมาขาย ก็กลัวมันเด้งกลับ + เสียค่าธรรมเนียมยืมหุ้นฟรีๆ …. หากไม่คำนึงถึง Stock Futures แล้ว อยู่เฉยๆ ดีที่สุด


    TFEX account:


    ถ้า มีหุ้น ปตท. อยู่แล้ว แล้วหุ้นอ่อนตัวลงหลังจากไปทดสอบแนวต้าน ครั้นจะขายหุ้นทันที ก็เกรงว่าจะย่อตัวนิดเดียว แล้วเดี๋ยวขึ้นต่อ แต่ครั้นจะนั่งเฉยๆ ก็กลัวว่า รู้ตัวอีกที ขาดทุนซะแล้ว ในกรณีสับสนเช่นนี้ เราอาจจะ Short Hedge ด้วยการชะลอการตัดสินใจขายหุ้นแล้วเปิด Short ใน PTT Futures แทน หาก ปตท.ลงมาแนวรับ แล้วรับอยู่ ก็ปิดสถานะทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยใน short positions แล้ว hold ปตท. หรือ ซื้อ ปตท. เพิ่ม หรือ เปิด Long ใน PTT Futures กลับทิศ (ป้องกันการขายหมูในพอร์ตหุ้น + เพิ่มพูนผลกำไรได้ทันถ่วงที เมื่อตลาดเฉลยทิศทางแล้ว)……….. กรณีที่แนวรับ รับไม่อยู่ ก็อาจจะขายทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยในหุ้น ปตท. และถือ Short positions ใน PTT Futures ต่อไป หรือ เปิด short ใน PTT Futures เพิ่ม เพื่อทำกำไรจากการล็อคราคาขายสูงๆไว้ล่วงหน้า (ป้องกันการติดดอย + แสวงหากำไรจาก short positions มาชดเชยกำไรที่หายไปหรือชดเชยผลจากการ limit loss ในพอร์ตหุ้น)


    กรณี ที่เรา Short against port หุ้น ปตท.ของเรา หรือ Short sale หุ้น ปตท.ที่ยืมโบรกฯ มาขายไปก่อนตอนที่มันมีแนวโน้มดิ่ง ด้วยความคิดว่าจะหาจังหวะซื้อกลับเมื่อหุ้น ปตท. มีแนวโน้มฟื้นตัว ในระหว่างที่ตลาดเคลื่อนไหวในลักษณะของ Completely Sideway และ ปตท.ลงมาที่แนวรับแล้ว แทนที่เราจะรีบซื้อคืนเร็วเกินไป เราอาจจะ Long Hedge ด้วยการชะลอการตัดสินใจซื้อหุ้นแล้วเปิด Long on PTT Futures แทน หากเด้งขึ้นไปได้นิดเดียว แล้วร่วงลง ก็ปิดสถานะทำกำไรเล็กน้อยหรืออาจจะขาดทุนเล็กน้อยในฟิวเจอร์ และตัดสินใจไม่ซื้อหุ้น พร้อมกลับฝั่งมาเป็น Short ใน PTT Futures แทน (ทดสอบสมมุติฐานก่อนเข้าซื้อหุ้น + ทำกำไรขาลงด้วย short positions แทนการเข้าซื้อหุ้นแล้วติดดอย) ….. กรณีที่แนวต้านนั้น ผ่านไปได้แน่นอนแล้ว ค่อยพิจารณาซื้อหุ้นเข้าพอร์ต พร้อม Hold long position ต่อไป (ไม่ซื้อหุ้นเร็วเกินไป ขณะเดียวกัน ก็ไม่เสียโอกาสในการทำกำไร เพราะเรา long PTT Futures ต้นทุนต่ำ รอไว้แล้ว)


    ถ้า ตลาดเคลื่อนไหวในลักษณะของ Completely Sideway ขึ้นไม่นานก็ลง ลงไม่นานก็ดีดกลับ ดูเหมือนว่า แรงซื้อและแรงขายสู้กันอยู่ ยังไม่เลือกทางเด็ดขาด กลุ่ม Energy และ กลุ่ม BANK วิ่งขึ้นวิ่งลง สลับกัน ในกรณีเช่นนี้ ซื้อหุ้นก็ไม่ได้กำไร ขายหุ้นก็ไม่ได้ซื้อคืน เพราะกรอบการแกว่งตัวของหุ้นแคบเกินไป แต่การแกว่งตัวแคบๆของหุ้นนั้น อาจจะทำให้เกิดการสวิงใน single stock futures อย่างรุนแรงได้ (overreaction) เราอาจจะเลือก Long ใน sector ที่ outperform และ Short ใน sector ที่ underperform แทน เช่น Long PTT, Long PTTEP, Short KBANK, Short SCB …. จนกว่าตลาดจะเฉลยคำตอบ


    สำหรับ PTTEP Futures, SCB Futures, KBANK futures และ ADVAN Futures ก็มีลักษณะการประยุกต์ใช้ ในลักษณะเดียวกันกับ PTT futures ตามที่ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้นครับ


    Source: www.ThaiDayTrade.com


    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 925 ครั้ง

    22/11/2551 13:01:00

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 2551 17:45 น.

    ผู้ จัดการรายสัปดาห์-- ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือนกัมพูชายังมีความหวังจะได้เห็นตึกระฟ้าความสูง เกือบ 50 ชั้นในอีกไม่นานข้างหน้า ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของกรุงพนมเปญกับภาพรวมของประเทศอย่างสิ้นเชิง แต่นักลงทุนจากเกาหลีได้เลื่อนการก่อสร้างโครงการ "โกลเด้นทาวเวอร์" (Golden Tower) ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

    โครงการแห่งคามหวังนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในเดือน ก.ย.ก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะตกเข้าสู่วังวนแห่งความปั่นป่วน ในกัมพูชามีโปรเจ็กท์การก่อสร้างขนาดใหญ่อย่างน้อย 30 โครงการ

    ปัญหาสถาบันการเงินยักษ์ล้มในสหรัฐฯ ยังไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อกัมพูชามากนัก แต่ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นในประเทศผู้ลงทุน นักลงทุนจากเกาหลีใต้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบีเคโกลบอล (BK Global) จีเอส (GS) หรือยอนวู (Yapwoo) กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินอย่างหนัก

    นายเต็งฤทธี (Teng Rithy) ผู้จัดการโครงการพารอสแม่โขง (Paros Mekong) ซึ่งเป็นของกลุ่มบีเคโกลบอล กล่าวว่าโครงการก่อสร้างย่านที่อยู่อาศัยและรีสอร์ทหรูริมน้ำมูลค่า 250 ล้านดอลลาร์นี้แต่เดิมมีกำหนดจะเริ่มในเดือน ต.ค. แต่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังปั่นป่วน เงินเฟ้อพุ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    หมายความว่าหากทำอะไรต่อไปในตอนนี้ นักลงทุนเกาหลีใต้ในกัมพูชาจะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนกับเงินดอลลาร์ อย่างมหาศาล นอกจากนั้นยังหมายความว่า นักลงทุนไม่สามารถได้เครดิตจากธนาคารในเกาหลีที่เคยเจรจาเอาไว้อีกต่อไป จนกว่าสถานการณ์โลกจะผ่อนคลายลง

    "เราเคยวางแผนจะขอกู้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับโครงการ แต่แบงก์ในเกาหลีได้งดการให้สินเชื่อสำหรับโครงการลงทุนในต่างแดนเมื่อเร็วๆ นี้" นายฤทธีกล่าว

    ไม่เพียงแต่นักลงทุนที่ต้องพึ่งพาเงินกู้จากสถาบันการเงินระหว่าง ประเทศเท่านั้นที่ประสบปัญหา เมื่อเร็วๆ นี้แม้แต่เครือซีเมนต์ไทยซึ่งมีฐานการเงินพร้อมที่สุดก็ยังต้องประกาศเลื่อน การขยายการผลิตของโรงงานปูนซีเมนต์กัมโป้ท (Kampot Cement) ในกัมพูชาออกไป โดยอธิบายว่าเป็นเพราะความต้องการในตลาดลดลง

    สำหรับกัมพูชาไม่ใช่ว่าเรื่องเช่นนี้เพิ่งจะเกิดขึ้น โครงการใหญ่ๆ รวมทั้งโครงการพัฒนาเขตเมืองบริวาร 2-3 แห่งมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ ได้เริ่มชะลอการก่อสร้างมาตั้งแต่กลางปี หลังจากเริ่มมีสัญญาเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงต้นปี

    ผู้บริหารของบีเคโกลบอลกล่าวว่า ไม่มั่นใจโครงการพารอสแม่โขงจะยังเดินหน้าต่อไป

    สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะเรื่องแหล่งที่มาของเงินทุน เท่านั้น หากยังรวมถึงเงินในกระเป๋าของลูกค้าระดับพรีเมียมที่จะแห้งไปด้วย ซึ่งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในอีกปีหรือสองปีข้างหน้า ปัญหาด้านการตลาดก็อาจจะติดตามมาอีกทอดหนึ่ง

    นายอิม จำรง (Im Chamrong) อธิบดีกรมก่อสร้าง กระทรวงก่อสร้างและพัฒนาเขตเมือง เปิดเผยกับสื่อในกรุงพนมเปญเมื่อเร็วๆ นี้ว่าในกัมพูชาไม่มีโครงการลงทุนด้านการก่อสร้างใหม่ๆ เข้ามาอีกเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

    แต่เจ้าหน้าที่ผู้นี้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดว่า จนถึงปัจจุบันมีกี่โครงการที่ขอเลื่อนการก่อสร้างหรือล้มเลิกไปอย่างสิ้นเชิง

    นายซุงบุนนา (Sung Bonna) ประธานบริษัทบุนนาเรียลตี้กรูป (Bonna Realty Group) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการก่อสร้างในกรุงพนมเปญกล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ราว 50% ของโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าวได้เลื่อนการดำเนินงานออกไปตั้งแต่เดือน ต.ค. หลังจากสถาบันการเงินได้ลดเงินกู้สำหรับโครงการก่อสร้างลง

    นายกาง จันดารารส (Kang Chandararos) ที่ประธานสถาบันศึกษาพัฒนาการกัมพูชา (Cambodia Institute of Development Study) กล่าวทำนองเดียวกันว่า นักลงทุนโครงการใหญ่น้อยกำลังขาดเงินทุนที่จะดำเนินการต่อ เนื่องจากแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก

    อย่างไรก็ตามยังมีนักลงทุนอีกจำนวนหนึ่งที่เตรียมการอย่างดีก่อนหน้า นี้และยังมีเงินหมุนเวียนต่อไป แต่ต้องเลื่อนโครงการตามคำแนะนำของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้เก็บเงินสดไว้ในธนาคารแห่งชาติให้มากที่สุด เตรียมรับวิกฤติที่อาจจะลุกลามโดยตรงถึงระบบการเงินของประเทศ

    ในเดือน ก.ค.ปีนี้ ธนาคารแห่งขาติได้ออกกฎระเบียบบังคับให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต้องฝากเงิน 2% ของมูลค่าโครงการไว้กับแบงก์เป็นการจำกัดการไหลของเงินลงทุนในช่วงที่เงิน เฟ้อกำลังพุ่งขึ้นสูง

    ธนาคารชาติยังออกระเบียบว่า โครงการต่างๆ จะขายบ้าน อาคารชุดหรืออาคารสำนักงานได้ก็ต่อเมื่อการก่อสร้างดำเนินไปไม่น้อยกว่า 3% ของทั้งโครงการแล้วเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อจำกัดการระดมทุนอีกทางหนึ่ง

    นายรู รัตนา (Rou Ratana) ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการโกลเด้นทาวเวอร์ 42 (Golden Tower 42) กล่าวว่ากลุ่มยอนวูจากเหาลี เจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่จะเป็นอาคารระฟ้าแห่งแรกความสูง 42 ชั้นในกรุงพนมเปญ อาจจะต้องประกาศเลื่อนโครงการเมืองใหม่มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์นี้ออกไป

    "เราได้เลื่อนออกไป และอาจเป็นไปได้ที่จะมีการล้มเลิกไปเลย.. บริษัทฯ รู้สึกผิดหวังในขณะที่เรากำลังเผชิญกับวิกฤติก็ยังถูกจำกัดการลงทุนเอาไว้ อีก" นายรัตนากล่าว

    โครงการโกลเด้นทาวเวอร์ 42 นี้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อต้นปี และเป็นความหวังของทุกฝ่าย นายโสกอาน (Sok An) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่นๆ ไปร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ด้วย

    แต่ผู้แทนของกลุ่มจีเอสจากเกาหลีซึ่งเป็นเจ้าของโครงการอาคารสำนัก งานและที่อาศัยความสูง 45 ชั้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโตนเลบัสสัก (Tonly Bassac) กล่าวว่า การก่อสร้างจะยังดำเนินต่อไปจนกว่ารัฐบาลกัมพูชาจะมีคำแนะนำออกมาเป็นอย่าง อื่น

    นักวิเคราะห์มองว่าการเลื่อนเวลาดำเนินการของโครงการขนาดใหญ่ไม่ได้ เกิดจากปัญหาเงินทุนที่เริ่มมีจำกัดเท่านั้น หากยังเกิดจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มูลค่าลดลงราว 20% ตั้งแต่เดือน มิ.ย. แต่หลายฝ่ายก็พึงพอใจที่มีการใช้จ่ายน้อยลงซึ่งจะทำให้สามารถตรวจสอบ อุณหภูมิของเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น

    นายชินเฮียน-คีว (Shin Huyn-kyu) ผู้จัดการของธนาคารบีเอสพี (BSP Bank) จากเกาหลีใต้ที่เพิ่งจะเปิดใหม่ในกรุงพนมเปญให้สัมภาษณ์ในปลายเดือน ต.ค. ว่า เงินลงทุนจากเกาหลีได้เพิ่มขึ้นเป็น 830 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ทำให้กัมพูชาเป็นปลายทางลงทุนอันดับที่หกของนักลงทุนจากแดนโสม

    นายชินเฮียน-ซุก (Shin Huyn-suk) เอกอัครราชทูตเกาหลีกล่าวในช่วงเดียวกันว่า สถาบันการเงินต่างๆ ในกัมพูชายังคงปลอดภัยจากวิกฤตการเงินในระดับโลก แต่ได้เตือนให้ระวังผลกระทบเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะทำให้ภาคส่งออกกับการท่องเที่ยวของกัมพูชาได้รับผลกระทบไปด้วย

    นายจัมประสิทธิ์ (Cham Prasidh) รัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมกัมพูชาเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เงินลงทุนจากต่างประเทศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก จากเพียง 483 ล้านในปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 2,700 ล้านในปี 2550 และเพิ่มขึ้นเป็น 8,900 ล้านดอลลาร์ในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2551

    ขณะเดียวกันรายได้ต่อหัวประชากรต่อปี (per capita) ของชาวกัมพูชาได้เพิ่มขึ้นจาก 288 เป็น 583 ดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

    ใน ช่วงปีใกล้ๆ นี้ การก่อสร้างได้กลายเป็นแขนงการลงทุนที่เฟื่องฟูในกัมพูชา ไม่เพียงแต่ในกรุงพนมเปญเท่านั้น แต่ยังขยายตัวไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เสียมราฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีหนุวิลล์ ที่เงินทุนมหาศาลเริ่มไหลเข้าสู่แขนงก่อสร้างเพื่อการท่องเที่ยว

    ภาคก่อสร้างเป็นกลจักรสำคัญอันดับต้นๆ ในการขับดันการขยายตัวของเศรษฐกิจกัมพูชาที่มีอัตราเฉลี่ยสูง 10-12% ในช่วงปีใกล้ๆ นี้ แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (International monetary Fund) ออกรายงานในสัปดาห์เมื่อต้นเดือน พ.ย.ว่าเศรษฐกิจกัมพูชาอาจจะขยายตัวเพียง 6.5% ในปีนี้และลดลงเหลือเพียง 4.8% ในปี 2552.

    การลงทุนของต่างประเทศในปี 2551 นี้จะมีมูลค่ารวมกันประมาณ 750 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขจะลดลง 25-30% ในปีหน้า

    ตามข้อมูลของไอเอ็มเอฟ ปีที่แล้วเสื้อผ้าสำเร็จรูปนำรายได้เข้าประเทศรวม 3,800 ล้านดอลลาร์ และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า 2.1 ล้านคน ซึ่งทำให้กัมพูชามีเสถียรภาพดีขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง

    ไม่เพียงแต่การก่อสร้างเท่านั้นที่กำลังมีปัญหา ตามความต้องการสินค้าหลักของกัมพูชาคือ เสื้อผ้าสำเร็จรูปก็จะลดลงในปีข้างหน้านี้ อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์การเงินและเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก จำนวนนักท่องเที่ยวก็จะน้อยลงเช่นเดียวกัน.



    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 690 ครั้ง

    23/8/2551 14:16:00

    JIM ROGERS คือใคร

    James B. Rogers, Jr. (JIM) (born October 19, 1942) is an American investor and financial commentator. He is co-founder, along with George Soros, of the Quantum Fund, and is a college professor, author, world traveler, economic commentator, and creator of the Rogers International Commodities Index (RICI).

    *จาก Wikipedia

    มุมมองน
    1.jim คิดว่า commodity ยัง bullish อยู่อีกหลายปี หลักๆ เนื่องจาก demandที่เพิ่มขึ้น&supplyที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่า  แต่ถ้าจะเปลี่ยนเทรน น่าจะเกิดแบบ major chance เช่นค้นพบแหล่งพลังงานใหม่(น้ำมัน)ที่มีขนาดใหญ่ๆ หรือพลังงานทดแทนอื่นๆที่มีประสิทธิภาพและราคาถูก

    ในอนาคตตลาด commodity จะเป็นตลาดที่ทุกคนจะเข้ามาสนใจ เหมือนกับตลาดหุ้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน (แต่อันนี้ก็อย่าไปเชื่อมาก เพราะแกต้องมี bias อยู่แว๊ว....)

    2.bearlish กับ USD bond stock (แต่ไม่ short หุ้นแล้วตอนนี้ เพราะยังไม่เห็นโอกาสที่ชัดเจน) ในขณะที่มองว่า USD แข็งขึ้นเป็นแค่ rebound อาจจะไม่นาน ในอนาคต เงินหยวนอาจจะกลายเป็นสกุลเงินหลักแทน USD (แต่อาจจะอีกหลายๆปี)

    3. US economy ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด อาจจะเป็นเหมือนญี่ปุ่นคือซึมยาวไปเป็นสิบปี จีนจะกลายเป็นศูนย์กลางความรุงเรืองแทนอเมริกาในอนาคต ถ้ามีลูกให้ไปเรียนภาษาจีนกลางซะ

    ข้อคิดที่สำคัญ แกบอกว่าให้อ่านและศึกษาข้อมูลด้วยตนเองเยอะๆๆๆๆๆ.... อย่าเชื่อคนอื่นๆโดยไม่ไตร่ตรองก่อน ต้องอดทนและยอมรับความผิดพลาด และควรจะลงทุนในสิ่งที่ตัวเองมีความเชี่ยวชาญมากที่สุดก่อน



    แสดงความคิดเห็น | ความเห็นทั้งหมด: 0 | อ่าน: 781 ครั้ง

    เลือกดูบลอก Search:

    คอนโด คอนโดให้เช่า ทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 62.5ms