Last edit on 25/7/2554 23:39:00
Mark Anderson ซีอีโอของ Strategic News Service ที่ให้คำทำนายในด้านการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์และอุตสาหกรรมสื่อสาร ได้กล่าวคำทำนายในงาน Annual SNS Predictions Dinner เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศของปีหน้าไว้ 10 ข้อดังนี้
1. เป็นปีแห่งสงครามด้านแพลตฟอร์ม คือ เน็ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และมาตรฐานการประมวลผลบนกลุ่มเมฆ โดยการประมวลผลบนกลุ่มเมฆจะเข้าไปรองรับการใช้งานของผู้ใช้ตามบ้าน (consumer) ส่วนเหล่าองค์กรทั้งหลายก็พยายามที่จะสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) เป็นของตนเอง และเน็ตบุ๊กจะมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมาก
2. เป็นปีแห่งสงครามด้านระบบปฏิบัติการ คือ วินโดวส์ 7 แมคโอเอส ลีนุกซ์ ซิมเบียน แอนดรอยด์ Chrome OS และโนเกีย Maemo 5 ในด้านยอดขายแล้วผู้ชนะคือ วินโดวส์ 7 แมคโอเอส และแอนดรอยด์ แต่ด้วยความล้มเหลวของจินตนาการสร้างสรรค์ (imagination) และความเป็นแพลตฟอร์มของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ของวินโดวส์ 7 จะทำให้เปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นมาแทนที่ไมโครซอฟท์ได้โดยแพลตฟอร์ มบนโทรศัพท์มือถือ
3. คอนเทนต์ทั้งหมดจะลงสู่โทรศัพท์มือถือ ซึ่งทำให้เกิดข้อ 4
4. แอพพลิเคชันและคอนเทนต์บนโทรศัพท์มือถือช่วยขับเคลื่อนการการชำระค่า สินค้าและบริการขนาดย่อม (micro payment) ซึ่งแยกออกมาจากรูปแบบการชำระค่าสินค้าหรือบริการแบบเดิมๆ
5. การแข่งขันระหว่างโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ (The Phone vs. the PC) ทั้งด้านผู้ใช้ในองค์กรและผู้ใช้ตามบ้าน
6. การประมวลผลบนกลุ่มเมฆจะถูกจำกัดการเจริญเติบโต เนื่องด้วยปัญหาด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ โดย CIO จะเห็นการประมวลผลบนกลุ่มเมฆเป็นการเปิดทางในการจารกรรมข้อมูล
7. เกิดความแตกต่างในระหว่างตลาดผู้ใช้ตามบ้านและตลาดองค์กร โดยแอปเปิล กูเกิล และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในเอเซียจะยึดตลาดผู้ใช้ตามบ้านไป ส่วนตลาดองค์กรนั้นจะตกเป็นของเดลล์ ไอบีเอ็ม ซิสโก้ และไมโครซอฟท์ ส่วนเอชพีนั้นจะได้ทั้งสองตลาด
8. ไมโครซอฟท์จะสูญเสียความเป็นผู้นำในตลาดผู้ใช้ตามบ้าน ยกเว้นด้านเกม โดยเขาได้บอกว่า “ไมโครซอฟท์แพ้แล้วในตลาดผู้ใช้ตามบ้าน” (it is game over for Microsoft in consumer)
9. ตลาดสื่อมีเดียที่ยังเหลือรอดอยู่จะหันไปใช้รูปแบบการลงทะเบียน (subscription model) (ดูข้อ 4)
10. การเชื่อมต่อของข้อมูลจากระยะไกลไปยังผู้คนและสรรพสิ่งตามเวลาจริง (real time) จะนำไปสู่อุปกรณ์และแอพพลิเคชันใหม่ๆ อาทิ ใช้โทรศัพท์นำเที่ยว การเปรียบเทียบตามเวลาจริงและการช้อปปิ้งตามใบสั่ง (recipe-driven) เป็นต้น ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีให้เห็นแล้วในปัจจุบัน แต่สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นแนวโน้มใหม่ในตลาดแอพพลิเคชันในปีหน้า
คุณ Anderson ได้กล่าวว่าไมโครซอฟท์ไม่มีความหวังเลยในการแก้ตัวในตลาดโทรศัพท์มือถือ นอกจากนั้นหากข้อ 7 เป็นจริงตามที่ว่า ไมโครซอฟท์ก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคุณ Ray Ozzie ที่เป็นหัวหน้าสายสถาปัตยกรรมซอฟท์แวร์ โดยคุณ Anderson ไม่เชื่อว่าวิสัยทัศน์ “three screens and the cloud” ที่ผู้คนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการได้ผ่านคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และโทรศัพท์ โดยข้อมูลและบริการนั้นจะอยู่บนกลุ่มเมฆ (ดูบทความจาก Redmondmag.com ได้ที่นี่, ดูข่าวเก่า) ที่คุณ Ozzie กล่าวจะเป็นจริงได้ เนื่องจากความล้มเหลวในด้านโทรศัพท์ตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้
นอกจากนั้นแล้วเขายังกล่าวอีกว่ามันไม่สำคัญที่การเชื่อมต่อระหว่างแพ ลตฟอร์มที่อยู่หน้าบ้าน (front-end) และหลังบ้าน (back-end) จะเป็นอย่างไรในสายตาผู้ใช้ตามบ้าน แต่พวกเขากลับสนใจถึงการประสานของส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (user interface) (อาทิ แอพพลิเคชัน marketplaces เป็นต้น) มากกว่า ซึ่งแอปเปิล แอนดรอยด์ และอื่นๆ มีภาษีที่ดีกว่าและจะชนะ [ไมโครซอฟท์] ได้
คุณ Anderson ได้กล่าวถึงคุณ Ozzie ไว้ด้วยว่า เขาจะไม่แปลกใจเลยที่คุณ Ozzie จะต้องออกจากไมโครซอฟท์ไปในอนาคตอันใกล้ เนื่องด้วยที่เขาไม่สามารถเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กรของไมโครซอฟท์เอง ที่มีลักษณะ “dog-eat-dog”** และหากวิสัยทัศน์ three screens and the cloud และ “consumer experiences first” ไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะอยู่กับไมโครซอฟท์อีกต่อไป
ที่มา: ZDNet
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
581
ครั้ง
12/12/2552 19:06:00

เว็บไซต์ Neowin ได้เปิดเผยภาพหน้าจอของ Windows Live Messenger รุ่นใหม่ 2010 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Windows Live Wave 4
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้แก่
- หน้าต่าง Contact List เปลี่ยนเป็นแบบ 2 คอลัมน์ อันที่เพิ่มเข้ามาคือ
Status Update ซึ่งแสดงการอัพเดตสถานะจาก social network ต่างๆ (ในภาพเป็น
Twitter แต่คาดว่ามี Facebook และบล็อกด้วย)
- ด้านบนของหน้าต่าง Contact List มีช่องสำหรับอัพเดตสถานะเช่นกัน
- หน้าต่างสนทนามีแท็บแล้ว
นอกจากนี้ โปรแกรมอีกตัวในชุดคือ Windows Live Writer รุ่นใหม่ เปลี่ยนอินเทอร์เฟซเป็น Ribbon แล้ว
คาดว่าไมโครซอฟท์จะเปิดตัว Wave 4 ในงาน CES 2010 และปล่อยรุ่นเบต้าในไตรมาสแรกของปีหน้า
ที่มา – Neowin.net
| ความเห็นทั้งหมด:
1
| อ่าน:
1066
ครั้ง
12/12/2552 19:05:00
หลังจากกูเกิลออก Chrome for Mac รุ่นเบต้าไม่นาน ก็มีคนเอาไปทดสอบความเร็วตามคาด
ผลการทดสอบจาวาสคริปต์นั้นน่าประทับใจ Chrome for Mac เร็วกว่า Opera 10.10 ถึง 10 เท่า และเร็วกว่า Firefox 3.6 Beta 4 เกือบเท่าตัว อย่างไรก็ตาม เทียบกับแชมป์ประจำแพลตฟอร์มอย่าง Safari 4.04 พบว่า Safari เร็วกว่า 12%
กูเกิลเองก็รู้เรื่องนี้ดี และไม่โฆษณาเรื่องความเร็วในการประมวลผลจาวาสคริปต์ของ Chrome for Mac อย่างที่ทำมาตลอดกับเวอร์ชันวินโดวส์ แต่สิ่งที่ Chrome โฆษณาคือความเร็วในการเรียกโปรแกรมที่เหนือกว่า ซึ่งวิศวกรของกูเกิลบอกว่า “เร็วจนไอคอนใน Dock กระเด้งไม่ทัน” เลยทีเดียว
ที่มา – ComputerWorld
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
527
ครั้ง