30/12/2551 11:00:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls (8)
อุทิศ สกุลภักดี
ในแต่ละวันของผู้คนในเมืองแห่งฐานทัพ
1970 แนวรบด้านตะวันออกรุนแรงและหนักหน่วงยิ่งขึ้น ผมหมายถึงใน ลาว กัมพูชาและเวียตนาม โดยเฉพาะเวียตนามใต้ สงครามได้กระจายไปทุกพื้นที่แม้แต่กรุงไซ่ง่อนเมืองหลวง มันเป็นการรบแบบกองโจรที่ทหารอเมริกันเองต้องตกอยู่ในภาวะที่เสียเปรียบและยากลำบากในการรบ เพราะมันจำแนกไม่ออกว่าประชาชนเวียตนามคนใดเป็นเวียตกงหรือคนใดเป็นประชาชนผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง นอกจากเสียงปืนหรือระเบิดสิ้นสุดลง ณ จุดนั้นจึงสามารถรู้ได้ว่าอะไรคืออะไร หลายครั้งที่ทหารอเมริกันมีการยิงถล่มหมู่บ้านแบบเหวี่ยงแหจนกลายเป็นโศกนาฐกรรมไป เช่นเหตุการณ์ที่หมู่บ้านมายลาย เป็นต้น ภาพของการลำเลียงทหารอเมริกันที่ล้มตายและบาดเจ็บกลับฐานที่มั่นและภาพของศพทหารเวียตกง ศพของชาวบ้านที่นอนตายกลาดเกลื่อนตามหน้าหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ส่งมาให้ จี.ไอ. อ่านดูเป็นเรื่องธรรมดา แล้วบรรยากาศของจังหวัดที่เป็นฐานทัพทั้ง 6-7 แห่งในประเทศไทยเป็นอย่างไร ในค.ศ.นี้ การก่อสร้างต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกในการสนับสนุนการรบสำหรับแนวหน้าดูเหมือนจะอิ่มตัวแล้ว แต่ละฐานทัพจะมีคนงานชาวไทยเข้าไปทำงานในตำแหน่งต่างๆ นับหมื่นคน เสียงเครื่องบินรบหรือเครืองบินอื่นๆ คำรามก้องไปทั่วเมืองทุกๆ ห้านาทีเพื่อออกปฏิบัติภาระกิจที่แนวหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย ในตอนแรกผู้คนรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญ แต่ต่อมามันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไป วันใหนที่ไม่ได้ยินเสียงเครื่องบินเหล่านี้โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ผู้คนดูเป็นเรื่องแปลก ในตอนเช้าคนงาน พนักงานต่างๆ ต่างทะยอยกันเข้าสู่ฐานทัพ คนที่อาศัยอยู่ใกล้จะเดินกันเป็นแถวๆ เหมือนการเดินพาเรด พวกเขาจะซื้ออาหารสำเร็จที่พ่อค้า แม่ค้านับสิบๆเจ้าตั้งโต๊ะวางขายเรียงรายเอาไว้ จากนั้นภายหลัง 9 นาฬิกา ทุกอย่างดูเงียบลง การเคลื่อนไหวของผู้คนจะเป็นการเคลื่อนไหวของผู้คนทั่วๆไปในจังหวัด พอตกบ่าย4-5 โมง กองทัพคนงานก็จะทะยอยกันออกมาจากฐานทัพเพื่อกลับที่พัก หาซื้ออาหารสำเร็จจากพ่อค้าแม่ค้าเจ้าเดิม หรือไปที่ตลาดสดเพื่อหาวัตถุดิบมาประกอบอาหารตามอัธยาศรัย เมืองดูคึกคักในยามคำคืน เสียงเพลงจากบาร์หรือไนท์คลับที่ไม่ยอมให้ผู้ชายไทยที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใช้บริการดังลอดประตูออกมาให้ได้ฟัง ส่วนมากจะเป็นเพลงแนว underground หรือhardrock เสียเป็นส่วนใหญ่ เมืองเหล่านี้ไม่เคยหลับไหลและการเคลื่อนไหวของผู้คนก็ดำเนินต่อเนื่องกันไปเช่นนี้อีกหลายปี

ภาพเมืองอุดรธานี 1970 เป็นย่านหน้าตลาดสดห้าแยก

เคื่องบินทิ้งรบที่ใช้ได้ทั้งการทิ้งระเบิดและยิงกราด ที่เรียกว่า F4 หรือ แฟนท่อมจากฐานบินอุดร

เครื่องบินที่ใช้ลำเลียงสัมภาระเพื่อสนับสนุนการรบในลาว จากฐานบินอุดรธานี

พนักงานที่ทำงานใน Snack Barในฐานทัพ
ภาพต่างๆได้รับความเอื้อเฟื้อจาก:www.TLC-Brotherhood.org.
แล้วการดำเนินชีวิตของตัวละครในเรื่องของเราเป็นอย่างไร พวกเธอจะตื่นนอนราว 4-5โมงเช้าโดยทั่วไป บางคนก็อาจตื่นเร็วกว่านั้นก็มี ทำธุระส่วนตัวเสร็จส่วนมากจากเดินมาที่ร้านขายอาหารใกล้ๆที่พัก ร้านอาหารเกือบทุกร้านจะขายส้มตำซึ่งช่วงเวลานั้นเป็นส้มตำแบบอิสานหรือแบบลาวแท้ๆ อาหารก็เป็นอาหารพื้นเมือง บางร้านอาจมีไก่ทอด หรืออาหารพวกทอดต่างๆ จะมีร้านอาหารภาคกลางมาเปิดบริการบรรดาเมียเช่าที่มาจากภาคกลางเช่นกัน พวกเธอชอบที่จะดื่มน้ำอัดลมมากกว่าน้ำธรรดา มันเป็นวัฒนธรรมโคคาโคล่าที่คนไทยกำลังเห่อในยุคนั้น พูดคุยสัพเพเหระจนบ่าย รอรับสามีที่มีตัวตนหรือ สามี จี.ไอ.กลับมาจากทำงาน แล้วทำธุระส่วนตัวของใครของมัน พอพลบค่ำแน่นอนที่สุด ร้อยละ80 แต่งตัวเดินทางพร้อมคู่ขาไปหาความสำราญตามบาร์หรือไนท์คลับ สำหรับคนที่ยังจับ จี.ไอ.อย่างเป็นทางการไม่ได้ ในค่ำคืนนั้นต้องใช้ความพยายามต่อไป เสียงเพลง เหล้า ควันบุหรี่ กัญชาสอดใส้ คือส่วนหนึ่งของชีวิต ของ จี.ไอ.และ เมียเช่ารวมทั้ง Bargirls ทั้งหลาย หมุนเวียนไป พวกเธอจะกล่าวคำว่า Good night ในตอน ตี 2-4 ของแต่ละคืนวัน.
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 57 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5749
Last edit on 22/12/2551 12:32:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls (7)
อุทิศ สกุลภักดี อีกบทบาทหนึ่งของตัวละครในเรื่องนี้
พร หรือ พอลลี่ เธออายุ 20 ในปี 1969 เป็นหญิงสาวแถวชานเมืองอุดรธานี ผิวค่อนข้างคล้ำ แต่สวยน่ารัก เธอมาเป็นเพื่อนน้าสาวเพื่อทำงานเป็นแม่บ้านหรือ Housegirl ที่บังกาโลว์ของจ่า บ้อบ หรือโรเบิร์ต จาก ไอโอว่า แถวๆซอยแห่งหนึ่งหน้าแค้มป์ เธอมากับน้าสาวของเธอทุกวันตามภาระกิจของน้า ทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้า พอว่างก็นั่งเล่นกับสมาชิกเพื่อนบ้านแถวๆนั้นรอการการมาจากการทำงานของนายจ้างคือ บ้อบราวๆ บ่าย4-5โมง ถ้าเจ้าของบ้านไม่เมากับเพื่อนๆแถวบาร์แถวหน้าแค้มป์ บางวันบ้อบก็จะมีของติดไม้ติดมือ เช่นขนมหวานต่างๆ ขนมปัง แยมมาฝาก พอให้ติดไม้ติดมือไปฝากที่บ้านของน้าของเธอ ภาษาอังกฤษของเธอก็พอสื่อสารกันได้กับบ้อบถึงมันจะเป็นภาษาอังกฤษแบบหน้าแค้มป์แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร คนในเมืองอุดรในยุคสมัยนั้นเขาก็ใช้การสื่อสารอย่างงี้กันทั้งนั้นกับฝรั่ง และ 6 เดือนผ่านไป ค่ำคืนของวันหนึ่งในเดือนสิงหาคม 1969 ในห้องที่คลุ้งไปควันบุหรี่ของ Bamboo Hud Bar บาร์เล็กๆแถวๆหน้าวิทยาลัยครูอุดรในยุคนั้น
ท่ามกลางความสลัวของแสงไฟในแบมบูฮัด บ้อบเอ่ยกับเธอ พร หรือ พอลลี่ (ขออนุญาตใช้ภาษาไทยในการแสดงบทสนทนา มันเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุหากใช้ภาษาอังกฤษปนไทย) " ผมอยากได้ยินคำพูดคุณทุกคำพูด อยากจะอยู่ใกล้คุณนานเท่าที่คุณจะอนุญาตนะ พร เชื่อในตัวของผมเถอะ" พรได้เพียงยิ้มเธอไม่ได้พูดประโยคที่ยาวหรือเต็มไปด้วยสำนวน ภาษาอังกฤษของเธอมันเพียงสื่อสารในระดับหนึ่งเท่านั้นแต่ภาษาจากสายตาและคำพูดสั้นๆมันบอกถึงความยินยอม Well,I don't wanna be a soldier mama,I don't wanna die.เสียงเพลงจากท่อน hook ของ เพลง I don't want to be a soldier.ของJohn Lennon ดังแผ่วเบาจากเทปแคสเซทของ บ้อบ ในห้องนอนภายหลังที่พรกลับบ้าน ....แม่คร๊าบ ผม ไม่อยากไปเป็นทหาร ผมยังไม่อยากตาย ทำนองเพลงกรีดอารมณ์ มันสะท้อนความรู้สึกของคนหนุม่สาวในอเมริกาหรือในทุกๆส่วนของโลกเป็นอย่างดี John Lennon แต่งเพลงนี้ตอนที่เขาเริ่มแยกตัวจากThe Beatle มันเป็นที่ชื่นชอบของG.I.ในยุคนั้น
1969-1970 สถานการณ์สงครามในเวียตนามทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การสู้รบแผ่กระจายเข้ามาในทุกเมืองของเวียตนามใต้เพราะเป็นการรบแบบกองโจรของฝ่ายเวียตนามเหนือ ทหารอเมริกันสูญเสียชีวิตไปไม่น้อย พร้อมกับทหารเวียตนามใต้ พลเรือนผู้บริสุทธิ์และทหารเวียตกงของฝ่ายเวียตนามเหนือ
กรุงไซ่ง่อน 1969 ระเบิดจากการถล่ม ประธานาธิบดี จอห์นสัน เยี่ยมทหารอเมริกันที่แนวรบ
ของเวียตกง ในเวียตนาม 1969
หน่วยลาดตระเวนของอเมริกัน นี่คนไทยนะ ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 1969 เธอน่ารักใหม
ในแม่น้ำแห่งหนึ่ง เธอเป็น Housegirl ของ จี.ไอ.คนหนึ่ง ถ้าเธอยังอยู่
อายุของเธอในพ.ศ.นี้ก็คง 60 ขึ้นแล้ว

เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ F 104 หรือ แฟนท่อมที่ฐานบินอุดร
พรใช้ชีวิตร่วมกับบ้อบอยู่ประมาณ 6 เดือน ณ บังกาโลว์หลังนั้น ต่อมาบ้อบได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภาระกิจต่อที่เวียตนาม มันเป็นข่าวที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับทั้งสอง " ผมจะรีบกลับมาคุณทันทีที่ภาะกิจสิ้นสุดลง"บ้อบบอกเธอภายหลังการประทับริมฝีปากที่แนบแน่นระหว่างเขาและพร (บ้อบลืมบอกไปว่า ถ้าหากผมไม่ตายห่าเพราะโดนพวกเวียตกงมันซุ่มยิงซะก่อน) ผมจำได้ว่าภายหลังที่บ้อบไป ไม่มีข่าวคราวอะไรกลับมาหาพรอีกเลย ไม่นานพรก็มี เซอร์เจ้น ชาร์ล หรือชาลี มาเป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ณ บังกาโลว์สีฟ้าอ่อนข้างบ้านของผมหลังนั้น.
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 121 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5724
Last edit on 9/12/2551 15:06:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls(6) อุทิศ สกุลภักดี It's up to you and your budget,then your dream comes true.
จี.ไอ.รุ่นพี่เอ่ยประโยคนี้กับ จี.ไอ.รุ่นกระเตาะที่พึ่งเดินทางมาถึง ฐานบินอุดรธานีในปี 1967 นอกจากถามไถ่เรื่องสัพเพเหระอื่นๆเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่บ้าง สภาพบ้านเมืองบ้าง หรือสภาพทั่วไปของผู้คนที่นี่บ้างแล้วก็คงไม่พ้นเรื่องสำคัญที่พวกผู้ชายโดยเฉพาะทหารจะพูดกัน นั้คือเรื่องผู้หญิง แน่นอนที่สุดคงไม่พ้นผู้หญิงที่ผ่อนคลายความเครียดชั่วครั้งชั่วคราวหรือความเครียดถาวรของพวกเขาในขณะปฏิบัติภาระกิจที่นี่ ไอ้น้องเอ๋ยผู้หญิงที่นี่นะสุภาพและอ่อนโยน รักสนุก ถ้านายให้เกียรติพวกหล่อนและไม่แสดงความหยาบคายกับหล่อน พวกหล่อนต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวหรืออาจจะไปทำอย่างอื่นบ้างตามที่หล่อนต้องการ มันขึ้นอยู่กับนายเองและเงินของนายแล้วความฝันของนายก็จะเป็นจริงตามที่นายต้องการในค่ำคืนใหนๆก็ตาม หรือถ้านายติดอกติดใจนายจะอยู่กลับหล่อนตลอดไปจนเขาส่งนายกับประเทศนั่นแหละ ถ้าหากนายไม่ตายห่าเพราะโดนพวกลาวแดง หรือแม้วแดงเป่าร่วงซะก่อนตอนบินไปบอร์มพวกมัน เขาหัวเราะและอัดบุหรี่เฮือกใหญ่ จี.ไอ.รุ่นกระเตาะนั่งฟังอย่างสนใจ มาซิไอ้น้องเดี่ยวค่ำนี้ฉันจะพานายไปลุยเอง อ้อฉันมีขาประจำฉันอยู่แล้ว แต่มีอยู่คนที่อยากจะแนะนำให้นายรู้จัก แต่รู้สึกจะมีไอ้มืดตัวหนึ่งมันกำลังคั่วอยู่เหมือนกัน มันก็ขึ้นอยู่กับนายและงบของนายอีกนั่นแหละ จี.ไอ.รุ่นพี่หัวเราะ
อุดรธานี 1967 หรือ 2510 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมไปมาก จากชุมชนชานเมืองที่มีสภาพเป็นหมู่บ้านริมถนนมิตรภาพก่อนเข้าสู่เขตเทศบาล หรือที่เรียกว่าถนนทหาร เปลี่ยนสภาพมาเป็นบาร์เล็กๆ หรือผับเรียงกันเป็นแถว ตามชุมชนมีการปลูกสร้างบังกาโลว์หรือบ้านทรงสมัยใหม่เพื่อให้จี.ไอ.และคุณเธอทั้งหลายหรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่าพวกเมียฝรั่ง ไว้เช่าเพื่อใช้ประกอบธุระกิจของคุณเธอ ช่วงเวลานั้นมีการอยู่ร่วมกันระหว่างทหารอเมริกันและเฮาส์เกิร์ลทั้งหลายกันบ้างแล้ว ( ที่ผมใช้คำว่าทหารอเมริกันเพราะอเมริกันบางคนเป็นทหารประจำการจริงๆ แต่ที่เป็นทหารเกณฑ์ผมชอบที่จะเรียกว่า จี.ไอ.มากกว่า) จากบทสนทนาของจี.ไอ.ทั้งสอง ท่านคงจะสามารถเข้าใจบ้างแล้วละว่าในแต่ละวันแต่ละคืน บรรดาเฮาส์เกิร์ลหรือบาร์เกิร์ลเหล่านี้มีภาระกิจอย่างไรบ้าง แต่สาบาน ผมไม่เคยพบว่ามีบาร์เกิร์ลถึง2-3เปอร์เซ็นต์รับแขกเกินคืนละ2 คน.

การแต่งตัวของผู้หญิงสมัยนั้น ทางเข้าฐานบินช่วงแรกๆที่อุดร ที่พักทหารในแค้มป์

ฐานบินอุดรที่กำลังก่อสร้าง อุดรธานี 2509-2510
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 171 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5664
1/12/2551 14:56:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls (5)
อุทิศ สกุลภักดี
Hey man! you want sleep on I jab jab jab ?
ประโยคทองประโยคนี้ถูกเอ่ยขึ้นจากปากของอีติ๋ม หรือ Susie bargirl จากแถวพัทยาซึ่งเดินทางมาเปิดตัวเองใหม่ที่อุดรธานีราวเดือนมีนาคม 1964 มันเป็นประโยคพื้นฐานที่ผู้เดินบนเส้นทางนี้ต้องพูดให้เป็น มันไม่ได้ถูกหลักไวยากรณ์อะไรกันมากหรอก มันเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงปนไทยปนอิสานแล้วแต่พื้นเพคนพูด ที่นี่เขาเรียกมันว่าเป็นภาษาอังกฤษแบบหน้าแค้มป์ ถ้าจะแปลมันก็ควรจะแปลว่า นี่คุณ คุณอยากร่วมหลับนอนกับฉันใหม คำว่า jab jab jab หรือ จั้บ จั้บ จั้บ มันไม่มีความหมายหรอกในภาษาอังกฤษ มันเป็นภาษาไทยที่บอกถึงลักษณะอาการหรือการร่วมเพศ มันเป็นadverbแบบพิศดารที่ทั้งพวก G.I.และคุณเธอสื่อสารกันรู้เรื่อง อีติ๋มหรือ Susie เอ่ยกับไอ้ G.I.หน้าอ่อนหลังควันบุหรี่โบยบินผ่านใบหน้าของหล่อน G.I.หน้าอ่อนยิ้มด้วยอารมณ์ที่ถูกผลักดันให้ปรากฏด้วยความเมา ในบาร์เล็กๆที่ถูกดัดแปลงจากห้องแถวแถวหน้าแค้มป์ข้างถนนมิตรภาพด้านซ้ายมือ 10 กิโลเมตรสู่ตัวเทศบาลเมืองอุดรธานีในเวลา ตี 1ของค่ำคืนวันหนึ่ง ในเดือนเมษายน 1964 ในบาร์ยังเหลือทหาร จี.ไอ.นั่งดื่มอยู่ประมาณ 4-5 คน เสียงเพลงจากแผ่นของบาร์เปิดเพลง Love me do ของThe Beatle ซึ่งกำลังดังระเบิดในยุคนั้น วงสี่เต่าทอง คนไทยจะเรียกกันอย่างนั้นเพราะทรงผมป็อบของนีกดนตรีทั้งสี่คนมันกลายเป็นทรงผมโครตฮิตในทุกประเทศในทศวรรษนั้น แม้แต่ไอ้แมนคนคุมบาร์มันก็ยังสะเอะไว้ผมทรงนี้ทั้งๆที่อายุมันก็ปาเข้าไปเกือบ 30 แล้ว O.K. man? อีติ๋มคะยั้นคะยอ ไอ้จีไอหน้าอ่อนยังคงยิ้มมันคงกำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงเพลง หรือ คิดถึงบ้าน หรือไม่ก็คิดถึงแฟน แต่เมียคงไม่ไช่เพราะมันคงพึ่งถูกหมายเกณฑ์ (Government Issue) และพึ่งถูกส่งตัวมาที่เมืองไทย มันดีแค่ใหนแล้วที่ไม่ได้ถูกแจ้ค
พ็อตไปลงเวียตนามเลย นักรบไร้ประสบการณ์อย่างนี้ทำนายได้ไม่ถึงปีโดนเวียตกงส่องตายห่า ประโยคนี้อีติ๋มหลุดพูดกับเพื่อน It's been hard day night.And I've been working like a dog.It's been a hard day night. I should be sleeping like a log. เสียงเพลง A hard day night.ของ The Beatle ดังตามหลังเพลง Love me do จบลง บาร์ระยำนี่มันเปิดเพลงเป็นแค่เพลงของBeatleเหรอ อีติ๋ม กระดกแก้วเหล้าซึ่งเทมาจากเหล้าของไอ้จี.ไอ.หน้าอ่อนคนนั้น "มันหนักหน่วงทั้งวันทั้งคืน กูทำงานหนักเหมือนหมา ทั้งๆที่กูควรจะได้หลับนอนเหมือนท่อนซุงแล้ว" ถ้าอีติ๋มมันแปลว่ามันก็เหมือนกับชีวิตของมันนั่นแหละ บุหรี่มวนต่อมาของอีติ๋ม You o.k.? หล่อนถามขึ้น เงียบนอกจากรอยยิ้ม Hey jude,don't make it bad. Take a sad song and make it better.Remember to let her into your heart.Then you start to make it better. เพลงต่อมาของ The Beatle, Hey Jude.นี่จู้ด อย่าทำเป็นเศร้าไปเลย ฟังเพลงเศร้าๆเพลงนี้แล้วทำใจให้มันดีขึ้น ให้เธอมาอยู่ในหัวใจของนายซิ แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง Bull shit! แม่มันเปิดเพลงวงอื่นบ้างซิโว้ย ห่ามันเปิดอยู่วงเดียวนั่นแหละ อีติ๋มสถบดังๆ O.K. I want to sleep on you jab jab jab.ตกลงผมจะไปนอน จั้บ จั้บ จั้บ กับคุณ จี.ไอ.หน้าอ่อนคนนั้นตอบ อีติ๋มคอยยิ้มออก Come with me.หล่อนเอ่ยขึ้นแล้วดึงแขนไอ้หน้าอ่อนให้ลุกขึ้นแล้วจูงมือกันเดินออกจากบาร์ไป มันเป็นเวลา ตี 2 ของค่ำคืนวันนั้นในเดือนเมษายน 1964 อีติ๋มพาไอ้จี.ไอคนนั้นเดินไปยังบ้านพักที่หล่อนเช่าเอาไว้ในราคาเดือนละ 300 บาท มันอยู่ห่างจากบาร์ไม่ถึง 200 เมตร การดำเนินเนินธุระกิจนี้เป็นธุระกิจส่วนตัวไม่มีค่านายหน้าไม่มีส่วนแบ่งให้ใครทั้งสิ้นมันเป็นความสามารถของแต่ละคน ค่าตัวคงไม่เกิน200บาทในการค้างคืนชั่วคราว จนกว่าอีติ๋มจะหาทหารจี.ไอ.มาอยู่ด้วยในระยะยาวจึงจะสามารถถูกเรียกได้ว่า เมียเช่า ......
- ขอแก้คำผิดในตอนที่แล้ว Dean Rust ที่ถูกต้องจะต้องเป็น Dean Rusk ครับ ขออภัยด้วย.
- จี.ไอ.หมายถึงทหารเกณฑ์ของสหรัฐอเมริกามาจากคำว่า Government Issue หรือ G.I.
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 147 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5625
Last edit on 24/11/2551 11:10:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls(4)
อุทิศ สกุลภักดี
การเข้าสู่บริบทของการเป็นเมียเช่า(ต่อ)
สหรัฐอเมริกาสามารถเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยได้เนื่องจากผลบังคับของสนธิสัญญา ถนัดรัสต์ (Thanad&Rust) ถนัด เป็นชื่อของนายถนัด คอมันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในยุครัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร ส่วน รัสต์ หมายถึงนายดีน รัสต์ (Dean Rust) รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในยุคของประธานาธิบดี ลินดอล บี จอห์นสัน ซึ่งจริงๆ เป็นรองประธานาธิบดีของนาย จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเนื่องจากประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ถูกลอบสังหารที่ เมือง ฮิวสตัน รัฐเท็กซัสในปี ค.ศ.1964 สถานที่ตั้งฐานทัพซึ่งเป็นฐานทัพอากาศทั้งหมดเป็นฐานทัพอากาศของกองทัพอากาศไทยอยู่แล้ว อเมริกาได้ส่งเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคเข้ามาเปลี่ยนสภาพให้เป็นสภาพแวดล้อมแบบกองทหารที่พร้อมรับทั้งหมดนับตั้งแต่รันเวย์ของสนามบิน ที่พักทหารหรือ แบร์แร็ค พร้อมทั้งเครื่องอำนวยความสะดวกตามแบบฉบับของอเมริกันทั้งหมด เช่นสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง หรือสินค้า PX จะส่งตรงจากอเมริกาทั้งหมดรวมทั้งรายการวิทยุต่างๆ ภาพยนต์ไว้บริการทหารอเมริกันอย่างครบครัน กองทัพอากาศเดิมที่ถูกเปลี่ยนเป็นฐานปฏิบัติการสงครามประกอบไปด้วย ฐานทัพอากาศดอนเมือง เป็นกองบัญชาการใหญ่ สนามบินอู่ตะเภาที่สัตหีบชลบุรีเป็นสนามบินที่ขึ้นลงของเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บี-52 ซึ่งเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่บรรจุระเบิดเป็นร้อยๆลูกทิ้งระเบิดในระดับสูงใช้ทิ้งระเบิดทำลายจุดยุทธศาสตร์ในเวียตนามเหนือโดยเฉพาะ ส่วนฐานทัพอากาศอื่นๆ เช่นที่โคราช อุบลราชธานี ตาคลี นครสวรรค์เป็นฐานบินสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดกลางและขนาดเล็กเช่น ครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ แฟนทอม เอฟ 105 ใช้ทั้งทิ้งระเบิดและยิงกราดจากเครื่องสนับสนุนการรบในลาวตอนใต้และกัมพูชา ต่อมา ฐานทัพที่อุดรธานีซึ่งเป็นทั้งฐานทัพอากาศ และสถานีเรดาห์พิกัดใกล คอยจับสัญญานต่างๆของฝ่ายค่ายคอมมิวนิสต์ เป็นทั้งกองบัญชาการของพวก C.I.A.และหน่วยข่าวกรองต่างๆทั้งของไทยของอเมริกา เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก ที่สนับสนุนการรบทั้งในลาวและเวียตนามเหนือ แต่เครื่องบินรบจะเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดและยิงกราดแบบเดียวกันกับที่โคราชและอุบลราชธานี ฐานบินที่นครพนมก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีภาระกิจในการสนับสนุนการรบในลาวแต่เป็นฐานบินเล็กๆนอกจากนั้นยังมีที่ฝึกทหารพรานที่อำเภอน้ำพองจังหวัดขอนแก่นที่พวกC.I.A.ให้การสนับสนุนอยู่ โดยภาพรวมแล้วอุดรธานีจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญรองลงมาจากดอนเมืองหรือบางครั้งมีลักษณะการปฏิบัติการที่ active มากกว่าด้วยซ้ำไป ดังนั้นเนื้อหาหลักๆของสาระคดีในเรื่องนี้จะมีน้ำหนักและจุดเน้นอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี (ตอนนี้ผมกำลังทำเรื่องผ่าน e-mail เพื่อขออนุญาตเจ้าของ websitesบางเว็บซึ่งเป็นทหารผ่านศึกและเคยอยู่ที่ประเทศไทยมาก่อน ขออนุญาตนำภาพถ่ายเก่าๆที่พวกเขาลงในเว็บของพวกเขามาลงในสารคดีเรื่องนี้เพราะบางภาพผมเคยเห็นมาก่อน ภาพเหล่านั้นได้สะท้อนอะไรหลายอย่างในอดีต)
การเข้าสู่บริบทของการเป็นเมียเช่านั้นเกิดขึ้นก็เนื่องจากมีการหลั่งไหลของทหารอเมริกันเข้ามาในประเทศไทยในยุคสงครามเวียตนาม ในงานวิจัยของ Courtney Wielenga,2006 เรื่อง Sex Trade-The Case Of Thailand. ได้ใช้คำว่า influx of American soldiers into Thailand เป็นคำที่ให้น้ำหนักในประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ในงานวิจัยของเขานั้นมีหลายๆ อย่างที่ขัดกับความเป็นจริงในยุคสมัยนั้นเพราะในงานวิจัยระบุว่าธุรกิจทางเพศในประเทศไทยเติบโตขึ้นเนื่องจากการหลั่งไหลเข้ามาของทหารอเมริกัน พื้นที่ของธรุกิจทางเพศได้เกิดขึ้นอย่างมากมายเช่น สถานอาบ อบนวด ซ่องต่างๆ ซึ่งความเป็นจริงแล้วคำว่าธุรกิจทางเพศนั้นที่ใหนที่ใหนมันก็มีกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากธุรกิจทางเพศถูกตีความครอบคลุมไปถึงเมียเช่าด้วยนั้น ผมว่าไม่ถูกต้องนัก ดังที่ผมเคยกล่าวไว้แล้วว่า ผู้หญิงที่มาเป็นเมียเช่านั้นโดยทั่วไปแล้วไม่ได้เป็นผู้หญิงหากินที่มาจากซ่อง หรือมาจากสถานอาบ อบ นวดเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าส่วนหนึ่งเคยทำงานในธุรกิจทางเพศมาก่อนเต่เป็นการหากินโดยส่วนตัวครับ ไม่ได้มีเจ้าของที่คอยจัดการเรื่องค่าตัวแต่อย่างใด เมียเช่ากลุ่มต่อมา มาจากผู้หญิงรับใช้ที่ทำงานในฐานบิน หรือที่เรียกจนติดปากในสมัยนั้นว่า ทำงานในแค้มป์ เป็นแม่บ้านกลุ่มนี้มีจำนวนค่อนข้างมากที่ภายหลังแปรสภาพมาเป็นเมียเช่า กลุ่มต่อมาก็เป็นผู้หญิงแม่บ้านที่ทำงานตามบ้านที่พวกทหารอเมริกันออกมาเช่าอยู่ (ทหารอเมริกันได้รับอนุญาตให้ออกมาเช่าบ้านอยู่ข้างนอกก็ได้)แล้วต่อมาก็เปลี่ยนสถานภาพไปเป็นเมียเช่าเช่นกัน และกลุ่มอื่นๆเช่น กลุ่มผู้หญิงพื้นบ้านที่มาเป็นเพราะกระแสนิยม กลุ่มที่ไม่มีงานทำเนื่องจากการหย่าร้างต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องหรืออื่นๆ ซึ่งกลุ่มนี้ในสมัยนั้นไม่ค่อยพบครับ ผมว่ามีไม่ถึงร้อยละ 10ด้วยซ้ำไป ผู้หญิงที่มีสภาพแบบ ภาพยนต์เรื่อง ผู้หญิงชื่อบุญรอด หรือ ข้าวนอกนา นั้น ผมว่าผู้เขียนใช้เนื้อหาที่เป็นจินตนาการค่อนข้างมากไป พูดง่ายๆ คือมันไม่ค่อยเจอนะครับ ผมว่าการเกริ่นนำก็คงจะเพียงพอแล้วละ ในบทหรือตอนต่อๆไป ผมจะนำเสนอสภาพความเป็นอยู่และตัวละครต่างๆที่โลดแล่นอยู่ในท่ามกลางปรากฏการณ์เมียเช่าพร้อมภาพประกอบให้ท่านได้ทราบและสำหรับคนร่วมสมัยบางท่านจะได้รำลึกถึงวันคืนในอดีตเก่าๆด้วย...
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 205 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/winner.blog?PostID=5586
เรื่องราวล่าสุดจากบลอกเพื่อนบ้าน