2/11/2552 12:50:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls.(13)
Welcome To ซอยกระเทย 1966-1970 (ตอนจบ)
อุทิศ สกุลภักดี
Utis Sakulpakdee
มีท่านผู้อ่านได้แสดงความคิดเห็นโดยถามมาว่า ในช่วงที่นักศึกษาเดินขบวนขับไล่ฐานทัพนั้น มีเมียเช่าได้เผาตัวเองประท้วงใช่หรือไม่ ก่อนอื่นผมต้องสาธยายความเป็นมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบก่อนว่า การเดินขบวนเพื่อขับฐานทัพอเมริกานั้น ส่วนมากจะเริ่มขึ้นภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพราะจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษามีบทบาททางสังคมมากและเป็นที่ยอมรับของสังคม กิจกรรมที่นักศึกษาทำก็คือการออกเผยแพร่ประชาธิปไตยแก่ประชาชนภายหลังจากถูกปิดกั้นจากรัฐบาลเผด็จการมานาน เงินที่ใช้ทำกิจกรรม รัฐเป็นผู้ให้ขบวนการนักศึกษามีองค์กรนำคือศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา นอกจากการเผยแพร่ประชาธิปไตยแล้ว มีการเคลื่อนไหวเพื่อเป็นแนวหน้าในการเรีบกร้องความเป็นธรรมต่างๆให้กับสังคมด้วย การเดินขบวนขับไล่ฐานทัพเป็นอีกการเคลื่อนไหวหนึ่งบนพื้นฐานแนวคิดของความรักชาติ ที่ไม่ยอมให้ประเทศอื่นมาตั้งฐานทัพในประเทศตัวเองเพื่อรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน
การเดินขบวนขับไล่ฐานทัพในจังหวัดอุดรธานีเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2517 โดยมีนักศึกษาวิทยาลัยครูอุดรธานีเป็นแกนนำ มีประชาชนสาขาต่างๆเข้าร่วมด้วย โดยทั่วไปการเดินขบวนจะเริ่มรวมตัวกันที่วิทยาลัยก่อน เมื่อเดินออกมาแล้วจะมีประชาชนไปสมทบ และจะไปประท้วงหรือยื่นข้อเรียกร้องกันที่หน้าฐานบิน (ประตูทางเข้าที่เคยลงรูปไปแล้ว) ต่อมาการเดินขบวนก็มีเรื่อยๆ แต่วิธีคิดของกลุ่มนักศึกษาแกนนำเริ่มเปลี่ยนไปตามแกนนำของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา เพราะมันมีแนวความคิดแบบสังคมนิยมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาปะปนด้วย บางครั้งผมเองก็ไม่ปฏิเสธว่าการเดินขบวน เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวในเขตเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย การเดินขบวนระยะหลังนักศึกษาส่วนมากก็ไม่ได้มีส่วนร่วมมากนัก มีนักศึกษากลุ่มเดียวไม่กี่คนและกลุ่มแนวร่วมที่เป็นชาวบ้านและกลุ่มสามล้อที่พวกเขาจัดตั้งขึ้น การเดินขบวน หมดไปก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 บ้านเมืองเข้าสู่ยุคเผด็จการอีกครั้งหนึ่ง กลุ่มนักศึกษาแกนนำหลายคนหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย
กรณีการเผาตัวเองประท้วงของเมียเช่านั้น ผมขอเรียนว่าในจังหวัดอุดรธานีไม่มีครับส่วนในจังหวัดที่มีฐานทัพอื่นๆ นั้นผมไม่ทราบ

ภาพของเมียเช่าชื่อ แดงและสามีชั่วคราว Larry Moris คนซ้ายสุด
ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 1967 หรือ 2510 (www.TLC-brotherhood.org/pictures..)
คราวนี้มาวกเข้า ซอยกะเทยต่อ ซอยกะเทยมีชื่อเป็นทางการว่า ซอยทองคำอุทิศ ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ หรือถนนทหาร หรือถนนหน้าแค้มป์ หรือ เส้นทางโลกีย์ (ตามที่พวกนักศึกษาทั้งฝ่ายซ้ายและไม่ซ้ายเรียก) ถนนมิตรภาพมุ่งตรงเข้าเขตเทศบาล ซอยกะเทยจะอยู่ติดเขตเทศบาลในตอนนั้นเลย ปากซอยตรงกันข้ามกับประตูเข้าวิทยาลัยครูอุดรธานี หรือมหาวิทยาลัยราชภัฎในตอนนี้ ทุกวันนี้เป็นถนนสี่เลน ข้างๆปากทางเข้าจะมีสะพานลอย แต่มองเห็นยากมาก เพราะสภาพการจราจรที่จอแจคับคั่งไปด้วยนักศึกษาราชภัฎ แต่ก่อนก็คับคั่งไปด้วยนักศึกษาวิทยาลัยครู โดยเฉพาะพวกนักศึกษาภาคค่ำ รวมไปถึงบรรดาเมียเช่า ทหารอเมริกันที่เช่าบ้านอยู่แถวๆนั้น ผู้คนหลากหลายอาชีพทั้งสุจริตชนและทุรชน ครบเครื่องครับ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมภายในซอยไม่มีร่องรอยของวันเก่าๆเหลืออยู่เลย ทุกอย่างถูกเปลี่ยนให้เป็นความทันสมัยหมด ทั้งถนน อาคารสถานที่ การแต่งกายของผู้คน แต่ยังไรก็ตาม ผู้คนไม่ว่ารุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็ยังเรียกซื่อซอยนี้อย่างติดปากว่า ซอยกะเทย ซอยกะเทยเป็นส่วนหนึ่งของตำนานเมียเช่า และเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางสังคมในช่วงปี 1966-1975...ตอนต่อๆไปผมจะนำเสนอชีวิตของเมียเช่าล้สนๆให้ม่านผู้อ่านได้รับทราบ พวกเธอเหล่านั้น (ปัจจุบันก็อายุ 60 อัพแล้วครับ)พวกเธอเหล่านั้นเป็นกลุ่มตัวอย่างหรือกลุ่มตัวแทนเมียเช่าที่สามารถนำเสนอข้อมูลของเมียเช่าอื่นๆได้อย่างครอบคลุม โปรดรอพบกับพวกเธอ

ภาพ ด้านหลังของซอยหน้าแค้มป์ซอยหนึ่ง ยังมีสภาพเป็นทุ่งนามีควายให้ จี.ไอ. ได้ดู แต่หน้าซอย บาร์ ร้านค้า ทั้งนั้น ถ่ายเมื่อ 2510(www.TLC-brotherhood.orgอ้างแล้ว)

ภาพหน้าซอยของภาพข้างบนครับ แตกต่างกันใหมแต่ภาพนี้ถ่ายราว 2513
(www.TLC-brotherhood.org..อ้างแล้ว)
| ความเห็นทั้งหมด:
2
| อ่าน:
961
ครั้ง
22/6/2552 12:13:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls (12)
อุทิศ สกุลภักดี
Utis Sakulpakdee
Welcome to ซอยกะเทย 1966-1975 (2)
มันมิได้หมายความว่าทั้งซอยเป็นถิ่นที่พำนักของเหล่ากะเทยทั้งหมด กะเทยบางส่วนก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่
ในถิ่นที่พวกหล่อนเคยอยู่ แต่ในซอยแห่งนี้กะเทยที่ดำเนินชีวิตโดยใช้ตัวเองเข้าแลกเปลี่ยนกับเงินเท่านั้น
ที่อาศัยอยู่ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 200 คนในยุคนั้น พวกเขามีวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตที่เป็นวัฒนธรรม
เฉพาะกลุ่มของพวกเขาเอง พวกเขา(หล่อน)ส่วนมากแต่งกายด้วยผ้าซิ่นในตอนเช้าและกลางวัน หรือบาง
คนใส่กางเกงยีนตัดขาสั้นจนถึงแก้มก้นซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้น (ขอโทษ มันมิใช่ยีนกระจอกแต่มันเป็นยีน
ที่มีสกุล เช่น ลีวาย หรือแลงเลอร์ที่ได้มาจากราวตากผ้าของบังกาโลว์ที่ฝรั่งเช่าอยู่ ร้อยละ 80 ได้มากจาก
การซื้อต่อจากพวกวัยรุ่นที่ขะโมยมาขาย) หน้า ตา ปาก ผม ยังไม่ได้มีการตกแต่งในช่วงเวลานั้น หล่อนทั้ง
หลายนิยมวางตัวแบบเมียเช่าต่างๆ เดินมาที่ร้านส้มตำ ไก่ทอด (ในยุคนั้นอุดรธานีนิยมทอดไก่ขายมากกว่า ทำไก่ย่าง) และอาหารพื้นเมืองต่างๆ กรีดกราย กรี้ดกราด บางครั้งเกรี้ยวกราดอย่างมีจริตมายา สายตาที่
ทอดมองหล่อนอย่างสนในโดยทั่วไปจะมาจากสายตัวของพวกสามล้อรับจ้างซึ่งมีเกลื่อนเมือง บางหล่อนหิ้ววิทยุทรานซิสเตอร์ทำจากญี่ปุ่น เปิดฟังเพลงลูกทุ่งจากสถานีวิทยุซึ่งมีเพียงสองสถานีในยุคนั้น คือสถานี
ว.ป.ถ.7ของ ทหารบก และ สถานี 09 ของ กองทัพอากาศ เมื่อมีเพลงของสุรพล สมบัติเจริญ หรือ
เพลิน พรมแดน หรือ ผ่องศรี วรนุช พวกหล่อนจะเพิ่มเสียงดังเป็นพิเศษ เพลงของ The Beatle หรือของ
Rolling Stone ดูเหมือนพวกเธอไม่เคยรู้จัก แต่น่าแปลกในยุคนั้นเพลงพื้นเมืองหรือหมอลำกลับไม่ได้
รับการเปิดเท่าใดนัก
ค่ำลง เมื่อแสงไฟเริ่มส่อง ถนนมิตรภาพเริ่มคึกคัก เพราะสองข้างทาง บาร์เล็กๆเริ่มมีเสียงเพลงแว่วมา
บางบาร์จะจ้างนักดนตรีประเภทชาโดว์ที่เล่นดนตรีสี่ชิ้น (ตามกฏหมายในยุคนั้น)มาขับกล่อม เพลงทั้ง
หมดเป็นเพลงฝรั่งที่พวกนักดนตรีพากันแกะจากแผ่นมาเล่น ถูกบ้างผิดบ้าง จี.ไอ.ฟังรู้เรื่องได้อรรถรสในตอนที่มีอารมณ์เมา ผมยังไม่ขอกล่าวถึงวง วี.ไอ.พี. ของแหลม มอริสสัน พวกเขาอยู่ในข้อยกเว้นนี้ บางบาร์ซึ่งเป็นบาร์เหล้าจะมีเพียงเพลงที่มาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง ในยามนี้เหล่ากะเทยได้แปลงร่างเรียบร้อยแล้วพวกเธอบางคนมองดูคล้ายเทพธิดา แต่พระเจ้า อย่างไรก็ตาม ไม่เข้าใจว่าแม้จะแปลงร่างให้สวยอย่างไร แต่พวกหล่อนส่วนยังคงมีอัตลักษณ์ประจำตัวที่มิอาจลบให้หายไปได้ นั้น่คือ รูปร่างที่บึกบึน ร่ำสัน กล้ามแขนเป็น
มัด สันแข้งเต็มไปด้วยขนหน้าแข้ง แต่มันคงพออนุโลมได้ในยุคนั้น

ถนนมิตรภาพก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานีในช่วง พ.ศ.2512-2515 ด้านหลังร้านเหล่านี้
เป็น ฐานทัพนะครับ ตอนกลางคืนข้างๆทางสายนี้แหละคือเส้นทางเงินของ
กะเทยทั้งหลาย ถนนช่วงนี้ อีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงซอยกะเทย
(Skyscrapercity.com/showthread.php.?t=210294&page=7)
พวกหล่อนเดินโฉบไปตามหน้าบาร์ บางครั้งหลบอยู่หลังเสาไฟฟ้า ตาชำเลืองมองหาลูกค้า(เหยื่อ)
ปากเชิญชวนทั้งภาษาไทยและบางครั้งเป็นภาษาอังกฤษเผื่อฟลุ้คได้ลาภลอยจากพวกจี.ไอ.ขี้เหล้า
หน้ามืดที่มองไม่ออกว่าเบื้องหน้ามันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแปลงร่างกันแน่ แต่โดยทั่วไปลูกค้าของคุณเธอ
ทั้งหลายจะเป็นคนไทยเสียส่วนมาก ตกลงราคากันได้ ก็ใช้สถานที่ข้างถนนที่ส่วนมากเป็นท้องนานั้นแหละ
ปฏิบัติการให้บรรลุวัตถุประสงค์ท้งสองฝ่าย ส่วนน้อยจริงๆที่จะพามาค้างคืนที่บ้าน

สภาพห้องแถวอีกด้านหนึ่งของถนนมิตรภาพก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานีเส้นทางกะเทยเหมือนกัน
ที่ขายน้ำมันนั้นฝรั่งเจ้าของเว็บไซ้ต์มันเขียนซะโก้ว่า Local gas station หรือที่จำหน่ายน้ำมัน
ท้องถิ่นครับ แต่จริงๆแล้วเรามิได้กระจอกขนาดนั้น ไม่ไกลจากปั๊มหลอดนี้มีปั๊ม Esso ใหญ่ไว้
บริการอยู่ (skyscrapercity.com/ อ้างแล้ว)
| ความเห็นทั้งหมด:
1
| อ่าน:
869
ครั้ง
Last edit on 6/5/2552 11:44:00
ตำนานเมียเช่า The Legend Of Housegirls(11)
อุทิศ สกุลภักดี
Utis Sakulpakdee Welcome to ซอยกระเทย 1966- 1975 หากไม่ได้กล่าวถึงซอยกระเทยในจังหวัดอุดรธานีแล้วก็คงมิใช่คนที่เคยเติบโตมากับบริบทของตำนานเมียเช่าอย่างแท้จริง มีเพื่อนผมบางคนแนะนำว่าควรใช้คำว่า Wife for rent จะเข้าท่ากว่าคำว่า Housegirls เพราะ housegirls นั้นอาจหมายถึงผู้ถึงที่ทำงานบ้านเฉยๆ คนรุ่นหลังยุค 70s อาจไม่เข้าใจคำนี้ก็ได้ เอาหละผมเคยอธิบายคำจำกัดความของคำนี้ไว้แล้วคงไม่เป็นไรนะ
ยุคสมัยของตำนานเมียเช่าที่หลายๆจังหวัดที่มีฐานทัพแล้วฐานทัพถูกเปลี่ยนให้เป็นฐานทัพแนวหน้าสำหรับสงคราม(Fron-line airbase) จะมีบรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยชีวิตผู้คนที่หลากหลายสถานะ หลากหลายประเภท นอกจากอบอวนไปด้วย G.I เมียเช่า บาร์คลับแล้ว ยังอบอวนไปด้วย กัญชา ผงขาว เสียงดนตรี วงดนตรี Rock and Roll ,underground,pop,Folk,Country อาชญากรรมประเภทต่างๆ ทางเดินของสายลับCIA,KGB,สายลับรัฐบาล การต่อสู้ทางความคิดทางการเมือง นักศึกษาฝ่ายซ้าย ผู้ปฏิบัติงานพรรคคอมมิวนิสต์ในเมือง เหล่านี้คือองค์ประกอบหนึ่งของวิถีชีวิตในเมืองที่เป็นฐานทัพ
กะเทย หรือ Homosexual ก็เป็นคนอีกบุคลิกหนึ่ง ตามทฤษฏี Zoology ของอัลเฟรด ซี คินซีย์ จัดคนกลุ่มนี้ ถ้าเป็นชาย ก็เป็นชายที่มีจิตใจที่ชอบผู้ชายด้วยกัน มีลักษณะอยู่ในกลุ่ม Tranvestite ซึ่งหมายถึงผู้ชายที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง หรือผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นชายไปเลย จริงๆแล้วกลุ่มคนประเภทนี้หลายๆกลุ่ม มีมานานแล้วพอๆกับการมีมาของมนุษยชาติ เพียงแต่ว่าในยุคสมัยใดพวกเขาจะถูกเรียกว่าอย่างไร หรือมีคำจำกัดความว่าอย่างไรซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวให้มากนัก
ในยุคสมัยที่ผมจะเล่านี้ กะเทย(ไม่ใช่เกย์นะ) คือผู้ชายที่มีความรู้สึกชอบผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ซึ่งแสดงอัตลักษณ์ของตัวเองโดยมีพฤติกรรมเป็นหญิงทั้งการแต่งตัว กริยาท่าทาง น้ำเสียง รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิตด้วย(ไม่ใช่แบบพวก เก้งพวกกวางที่หลบๆซ่อนๆ อำพรางตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเหมือนคนบางกลุ่มในทุกวันนี้)
กะเทยมาพร้อมกับบริบททางสังคมทุกยุคทุกสมัย และในยุคตำนานเมียเมียเช่าก็เช่นกัน วิถีกะเทยเริ่มการดำเนินชีวิตบนถนนมิตรภาพ หรือถนนทหารหน้ากองบินที่ 23 10 กิโลเมตรก่อนถึงเขตเทศบาลเมืองอุดรซึ่งเริ่มต้นที่ห้าแยกหอนาฬิกา ในช่วง 1966 หรือ 2509 นั้น ฐานบินอุดรกำลังได้รับการดัดแปลงออกแบบให้เป็นฐานทัพแบบ Font-line อยู่ พื้นที่รอบๆแถวนั้นยังไม่วุ่นวายจอแจเท่าใดนัก พื้นที่ข้างถนนตรงข้ามกองบินยังเป็นทุ่งนาและมีบ้านคนแบบไทยๆกระจายเป็นหย่อมๆ ข้างถนนจะมีไฟฟ้าเพื่อส่องสว่าง เสาเป็นเสาไม้เป็นระยะเป้นระยะ ความสว่างและสลัวในยามค่ำคืนนั่นแหละเป็นที่มาของการดำเนินชีวิตของบรรดากะเทยทั้งหลายซึ่งเดินลาดตระเวนหาเหยื่ออยู่ตั้งแต่มืดค่ำยันสว่าง

ภาพนี้เป็นทางเข้าเทศบาลอุดรถ่ายราวๆพ.ศ.2508 หรือ 1968ไม่ใช่หอนาฬิกา
(www.Skyscrapercity.com)

ภาพของนักบินอเมริกัน ในฐานบินอุดรธานี ถ่ายราวๆ พ.ศ.2509 หรือ 1966
(www.fescanphoto.com)

ภาพร้านหน้าฐานบินอุดรซึ่งมีเรียงกันเป็นพลืด การสักลายหรือ tatoo นั้นเป็นนิยมมาก
ในหมู่ g.i.ครับ (WWW.Skyscrapercity.com)ภาพนี้ถ่ายปี 1970 หรือ 2513 ครับ
ยังมีต่อนะครับยังไม่จบตอน ผมกำลังหาภาพดีๆมานำเสนอท่าน ขอเวลาด้วยเพราะบางภาพ
ผมต้อง email ไปขออนุญาตเจ้าของเขา แล้วค่อยเจอกันครับ.
| ความเห็นทั้งหมด:
0
| อ่าน:
853
ครั้ง