เข้าสู่ระบบ จำนวนคนออนไลน์ 3433 คน
ความรู้
เรียนแบบวิชาการเรียกพี่
 
หัวข้อล่าสุด
 
 
  • ตาบอดสี (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ความจุความร้อนจำเพาะ (2)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ลูกตุ้ม (3)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (1)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  • ประชากร (0)
    [มากกว่า 6 เดือน]
  •  
         
     
    ปฎิทิน
     
     

    <เมษายน 2557>
     
    1431123456
    1578910111213
    1614151617181920
    1721222324252627
    182829301234
    19567891011
     
         
     
    สถิติบลอกนี้
     
     
    • คนเข้าบลอกนี้ทั้งหมด 44548
    • เฉพาะวันนี้ 13
    • ความคิดเห็น 6
    • จำนวนเรื่อง 5
    ให้คะแนนบลอกนี้
    แจ้งเนื้อหาบลอกไม่เหมาะสม
     
         
    ความจุความร้อนจำเพาะ
    17 กุมภาพันธ์ 2553 - 15:58:00

     

    ความจุความร้อนของวัตถุ

    ความร้อน

    ความร้อน (Thermal) ดูทฤษฎีความร้อนเพิ่มเติม(MS word )

    ความร้อนเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่เปลี่ยนมาจากพลังงานรูปอื่น เช่น พลังงานไฟฟ้า พลังงานกล (พลังงานศักย์และพลังงานจลน์) พลังงานเคมี พลังงานนิวเคลียร์ หรืองาน เป็นต้น

    พลังงานความร้อนมีหน่วยเป็นจูล (Joule, J ) ในระบบเอสไอ (SI) แต่บางครั้งอาจบอกเป็นหน่วยอื่นได้ เช่น แคลอรี (cal) และบีทียู (BTU)

    พลังงานความร้อน 1 แคลอรี คือพลังงานความร้อนที่ทำให้น้ำมวล 1 กรัม มีอุณหภูเพิ่มขึ้น 1

    องศาเซลเซียส (°C ) ในช่วง 14.5 °C ถึง 15.5 °C

    พลังงานความร้อน 1 บีทียู คือ พลังงานความร้อนที่ทำให้น้ำที่มีมวล 1 ปอนด์ มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1

    องศาฟาเรนไฮต์ (°F) ในช่วง 58.1 °F ถึง 59.1 °F

    จากการทดลองพบว่า

    1 cal = 4.186 J

    1 BTU = 252 cal = 1055 J

    อุณหภูมิ

    นักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดว่าอุณหภูมิ คือ ปริมาณที่แปรผันโดยตรงกับพลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊ส การที่เราจะบอกว่าวัตถุใดร้อนมากหรือน้อย เราสามารถบอกได้ด้วยอุณหภูมิของวัตถุนั้น คือ วัตถุที่มีระดับความร้อนมากจะมีอุณหภูมิสูง วัตถุที่มีระดับความร้อนน้อยจะมีอุณหภูมิต่ำ ดังนั้นถ้าเราเอาวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงมาสัมผัสวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำ พลังงานความร้อนจะถูกถ่ายโอนจากวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงไปยังวัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำ จนวัตถุทั้งสองมีอุณหภูมิเท่ากัน

    อุปกรณ์ที่ใช้วัดอุณหภูมิเรียกว่า เทอร์โมมิเตอร์ เทอร์โมมิเตอร์มีหลายชนิด เช่น

    1. สเกลองศาเซลเซียส (Celsuis, °C) หรือบางที่เรียกว่าองศาเซนติเกรด (ที่ความดัน 1 บรรยากาศ จุดเยือกแข็งของน้ำเป็น 0 เซลเซียสและจุดเดือดเป็น 100 เซลเซียส ระหว่างจุดเยือกแข็งและจุดเดือดแบ่งเป็น 100 ส่วนเท่าๆ กัน )

    2. สเกลองศาเคลวิน (Kelvin, °K) เป็นหน่วยของอุณหภูมิสัมบูรณ์ (ที่ความดัน 1 บรรยากาศ จุดเยือกแข็งของน้ำเป็น 273.16 เคลวินและจุดเดือดเป็น 373.16 เคลวิน ระหว่างจุดเยือกแข็งและจุดเดือดแบ่งเป็น 100 ส่วนเท่าๆ กัน ) ## หน่วยเคลวินเป็นหน่วยมาตรฐานในระบบเอสไอ

    ปริมาณความร้อนของวัตถุ (HEAT, Q)

    เป็นพลังงานความร้อนที่วัตถุรับเข้ามาหรือคายออกไป จากการศึกษาผลของความร้อนต่อสสารหรือวัตถุในชั้นนี้จะศึกษาเพียงสองด้าน คือ

    1. ความร้อนจำเพาะ ( Specific heat ) หมายถึง พลังงานความร้อนที่ทำให้วัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือต่ำลงโดยสถานะยังคงรูปเดิม

    2. ความร้อนแฝง (Latent Heat) หมายถึง พลังงานความร้อนที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนสถานะโดยอุณหภูมิคงที่

    ความจุความร้อน ( Heat capacity, C ) คือความร้อนที่ทำให้สารทั้งหมดที่กำลังพิจารณามีอุณหภูมิเปลี่ยนไปหนึ่งหน่วย โดยสถานะไม่เปลี่ยน

    ถ้าให้ปริมาณความร้อน ΔQ แก่วัตถุ ทำให้อุณหภูมิของวัตถุเปลี่ยนไป ΔT ดังนั้นถ้าอุณหภูมิของวัตถุเปลี่ยนไป 1 หน่วย จะใช้ความร้อน C คือ

    มีหน่วยเป็น จูล/เคลวิน (J/K)

    ความจุความร้อนจำเพาะ (Specific Heat capacity , c ) คือความร้อนที่ทำให้สาร(วัตถุ) มวลหนึ่งหน่วยมีอุณหภูมิเปลี่ยนไปหนึ่งองศาเคลวิน คือ

    ความจุความร้อนจำเพาะของสาร(J/kg-K)

    นั่นคือ เมื่อสารมวล m มีอุณหภูมิเพิ่มจาก T1 เป็น T2 และความจุความร้อนจำเพาะมีค่าคงตัว ความร้อนที่สารได้รับ

    คือ

    การเปลี่ยนสถานะของสาร

    สารและสิ่งของที่อยู่รอบตัวเราจะพบว่ามีอยู่ 3 สถานะ คือ ของแข็ง (น้ำแข็ง) ของเหลว (น้ำ) และ

    แก๊ส (ไอน้ำ) ได้

    I. ของแข็ง แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมีค่ามาก ทำให้โมเลกุลอยู่ใกล้กัน จึงทำให้รูปทรงของของแข็งไม่เปลี่ยนแปลงมากเมื่อมีแรงขนาดไม่มากนักมากระทำ ตามคำจำกัดความนี้ เหล็ก คอนกรีต ก้อนหิน เป็นของแข็ง

    II. ของเหลว แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมีค่าน้อย โมเลกุลจึงเคลื่อนที่ไปมาได้บ้าง จึงทำให้รูปทรงของของเหลวเปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะที่ที่บรรจุ น้ำ น้ำมัน ปรอท เป็นของเหลว

    III. แก๊ส แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลมีค่าน้อยมาก จนโมเลกุลของแก๊สอยู่ห่างกันมากและเคลื่อนที่ได้สะเปะสะปะ ฟุ้งกระจายเต็มภาชนะที่บรรจุ เช่นอากาศและแก๊สชนิดต่างๆ

    สถานการณ์จำลอง แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสสาร( น้ำ ) เมื่อได้รับความร้อน

    การขยายตัวของวัตถุเนื่องจากความร้อน

    วัตถุโดยทั่วไปเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว การขยายตัวของวัตถุจะขึ้นอยู่กับรูปร่างคือ

    • วัตถุที่มีความยาวมีลักษณะเป็นเส้นหรือแท่งยาว จะมีการขยายตัวตามเส้น (การขยายตัวตามยาว)
    • วัตถุที่เป็นแผ่นจะมีการขยายตัวตามพื้นที่
    • วัตถุที่มีรูปร่างเป็นปริมาตรจะมีการขยายตัวตามปริมาตร

    ในทางกลับกันถ้าวัตถุสูญเสียความร้อนก็จะหดตัว

    ขยายตัวตามเส้น ขยายตัวตามพื้นที่ ขยายตัวตามปริมาตร

    สมบัติที่สำคัญๆ เกี่ยวกับการขยายของของแข็ง ได้แก่

    1. ของแข็งต่างชนิดกัน ถ้าเดิมมีความยาวเท่ากัน เมื่อร้อนขึ้นเท่ากันจะมีส่วนขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่เท่ากัน

    2. ของแข็งชนิดเดียวกัน ถ้าเดิมมีความยาวเท่ากัน เมื่อร้อนขึ้นเท่ากันจะมีส่วนขยายตัวเพิ่มขึ้นเท่ากัน

    3. การขยายตัวของวัตถุเป็นเรื่องที่สำคัญมากในทางวิศวกรรม เช่น การวางเหล็กรางรถไฟ การขึงสายไฟฟ้าแรงสูงเป็นต้น

    การถ่ายโอนความร้อน (Heat Transfer)

    ความร้อนจะถ่ายโอนหรือส่งผ่านจากวัตถุที่ระดับความร้อนสูง (อุณหภูมิสูง) ไปสู่วัตถุที่มีระดับความร้อนต่ำ (อุณหภูมิต่ำ) การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ


    รูป แสดงการถ่ายโอนความร้อนแบบต่าง ๆ

    1. การนำ เป็นการถ่ายโอนพลังงานความร้อนผ่านตัวกลางซึ่งโดยมากจะเป็นพวกโลหะต่างๆ เช่น เราเอามือไปจับช้อนโลหะที่ปลายข้างหนึ่งแช่อยู่ในน้ำร้อน มือเราจะรู้สึกร้อน เพราะความร้อนถูกส่งผ่านจากน้ำร้อนมายังมือเราโดยมีช้อนโลหะเป็นตัวนำความร้อน

    2. การพา เป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของตัวกลางเป็นตัวพาความร้อนไปจากบริเวณที่ระดับความร้อนสูง (อุณหภูมิสูง) ไปสู่บริเวณที่มีระดับความร้อนต่ำ (อุณหภูมิต่ำ) เช่นเวลาต้มน้ำ ความร้อนจากเตาทำให้น้ำที่ก้นภาชนะร้อนจะขยายตัวทำให้มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำด้านบนจึงลอยตัวสูงขึ้นส่วนน้ำด้านบนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าและความหนาแน่นมากก็จะจมลงมาแทนที่ การหมุนวนของน้ำทำให้เกิดการพาความร้อน

    3. การแผ่รังสี เป็นการส่งพลังงานความร้อนที่อยู่ในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีอินฟราเรด) ดังนั้นจึงไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ เช่นการแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์มายังโลก โดยทั่วไปวัตถุที่แผ่รังสีได้ดีก็จะรับ(ดูดกลืน)รังสีได้ดีด้วย วัตถุชนิดนั้นเราเรียกว่าวัตถุดำ (Black Body) วัตถุดำไม่มีในธรรมชาติ มีแต่ในอุดมคติ ดังนั้นวัตถุที่มีลักษณะใกล้เคียงวัตถุดำคือ วัตถุที่มีสีดำ ในทางกลับกันวัตถุขาวจะไม่ดูดกลืนรังสีและ ไม่แผ่รังสีที่ตกกระทบ มีแต่ในอุดมคติเท่านั้น

    ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา

    ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว คือ พลังงานที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนสารชนิดหนึ่ง 1 กรัมให้เปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นของเหลว โดยสารนั้นต้องมีอุณหภูมิเท่ากับจุดหลอมเหลวของสารชนิดนั้นๆ

    โดยทั่วไป หากให้พลังงานแก่สารจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิของสารนั้น และถ้าดึงพลังงานออกจากสาร สารจะมีอุณหภูมิลดลง แต่หากสารนั้นมีอุณหภูมิถึงจุดๆ หนึ่ง ซึ่งก็คือจุดหลอมเหลว จะมีพลังงานจำนวนหนึ่งที่ถูกใช้ไป แต่ไม่ได้ใช้เพื่อการเปลี่ยนอุณหภูมิของสาร แต่เป็นการใช้หรือคายพลังงานเพื่อเปลี่ยนสถานะ พลังงานนั้นก็คือ ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว

    ในการเปลี่ยนสถานะของสารที่อุณหภูมิเท่ากับจุดหลอมเหลว หากจะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นของเหลว ต้องใช้พลังงานเท่ากับความร้อนแฝงของการหลอมเหลว ในขณะที่การเปลี่ยนสถานะของของเหลวเป็นของแข็ง ต้องคายพลังงานในจำนวนที่เท่ากัน

    ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น หากนำน้ำใส่ตู้แช่เข็งที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ แล้ววัดอุณหภูมิของน้ำ จะพบว่า ในช่วงแรก น้ำจะมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว จนถึงช่วงหนึ่ง ซึ่งน้ำมีอุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส อุณหภูมิจะคงที่ ในขณะที่น้ำเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งทีละน้อย หลังจากที่น้ำแข็งตัวหมดแล้ว อุณหภูมิของน้ำ (ที่เป็นน้ำแข็ง) ก็จะลดลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

    เหตุที่อุณหภูมิของน้ำคงที่ในช่วงที่น้ำอยู่ที่จุดหลอมเหลวนั้น เพราะมีการคายพลังงานซึ่งเท่ากับความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของน้ำออกมา เพื่อทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งได้ ก่อนที่จะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด อุณหภูมิจึงไม่ลดลงในช่วงนั้น หลังจากนั้นก็จะไม่มีการคายพลังงานในส่วนนี้ อุณหภูมิจึงลดลงอีกครั้ง

    หน่วยของความร้อนแฝงของการหลอมเหลวมีดังนี้

    • จูลต่อโมล ในระบบเอสไอ
    • แคลอรีต่อกรัม
    • บีทียูต่อปอนด์

    หมายเหตุ : แคลอรีในที่นี้นี้ไม่ใช่แคลอรีในเรื่องอาหาร แคลอรีในเรื่องอาหาร (ตัวย่อ Cal) มีค่าเท่ากับ 1000 แคลอรี (ตัวย่อ cal)

    ค่าความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของสารบางชนิด

    สาร

    ความร้อนแฝง
    ของการหลอมเหลว
    (cal/g)

    ความร้อนแฝง
    ของการหลอมเหลว
    (kJ/kg)

    น้ำ:

    79.72

    334.5

    มีเทน:

    13.96

    58.41

    อีเทน:

    22.73

    95.10

    โพรเพน:

    19.11

    79.96

    เมทานอล:

    23.70

    99.16

    เอทานอล:

    26.05

    108.99

    กลีเซอรอล:

    47.95

    200.62

    กรดฟอร์มิก:

    66.05

    276.35

    กรดแอซิติก:

    45.91

    192.09

    อะซีโตน:

    23.42

    97.99

    เบนซีน:

    30.45

    127.40

    กรดไมริสติก (กรดไขมัน):

    47.49

    198.70

    กรดปาล์มิติก (กรดไขมัน):

    39.18

    163.93

    กรดสเตียริก (กรดไขมัน):

    47.54

    198.91

    ตัวอย่างการคำนวณ

    การทำให้น้ำ 1 กิโลกรัม (ประมาณ 1 ลิตร) เปลี่ยนอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ต้องใช้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี

    การทำให้น้ำแข็ง 1 กิโลกรัม เปลี่ยนสถานะกลายเป็นน้ำ และเพิ่มอุณหภูมิเป็น 20 องศาเซลเซียส ต้องใช้พลังงาน :

    (1) 80 cal/g (ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของน้ำแข็ง) = 80 กิโลแคลอรี

    (2) 1 cal/(g·°C) = 20 กิโลแคลอรี เพื่อเพิ่มอุณหภูมิ

    รวม 100 กิโลแคลอรี



    อ่านทั้งหมด: 27185, ความเห็นทั้งหมด: 2

     อยากทราบว่าค่าความจุความร้อนจำเพาะ ของน้ำมันต่อไปนี้ ครับ ใครทราบช่วยบอกหน่อยครับหน่วยเป็น (MJ)

    1 เบนซิน 91

    2 เบนซิล 95

    3 ดีเซล

    4 แก็สโซฮอล์ 91

    5 แก็สโซฮอล์ 95

    โดย - piyawat - วันที่ 10 มิถุนายน 2555 เวลา 19:36

    อยากรู้ค่าความร้อนจำเพาะของน้ำแอปเปิ้ล,น้ำกะทิ และซอสมะเขือเทศ ครับ 
    ช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าค่าของมันเท่าไร
    โดย - กัปตัน - วันที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 0:49

    แสดงความเห็น
    ข้อความ
       
      
     
     
       
    แนบรูป *เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
    จาก  
    พิมพ์คำว่า คนไทย ในช่องนี้ ->

    เรื่องราวอื่นๆจากบลอกเพื่อนบ้าน

    ดีโพลมา1960)ไปเที่ยวpattaya dolphin worldและซีมูนรีสอร์ท
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 15 04 57(ดีโพลมา1962)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๙ (ดีโพลมา1961)
    https://www.youtube.com/watch?v=oifxuZZ9F7A
    รับนักเรียนนักศึกษาหางานพิเศษช่วงปิดเทอม รับจำนวนมาก คลิกเลยที่นี่ค่ะ
    ร้อยข่าวสุดสัปดาห์ 13 04 57(ดีโพลมา1959)
    รับคนคีย์ข้อมูลผ่านเน็ต จำนวนมาก สามารถทำที่บ้านได้
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๘(ดีโพลมา1958)
    เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1957)
    พระมหาสมปอง บรรยายธรรม(ดีโพลมา1956)
    งานพิเศษหลังเลิกเรียน-เลิกงาน ทำช่วงเย็น สนใจคลิกเลย
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 12 04 57(ดีโพลมา1955)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๗(ดีโพลมา1954)
    ประยุทธ์" ยันไม่ปล่อยให้เกิดความรุนแรง (ดีโพลมา1953)
    งาน part time งานยอดนิยมของวัยรุ่น
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๖(ดีโพลมา1952)
    ติดตั้ง DHCP ubuntu server 10.04
    การติดตั้งODBC Driver3.51บนwin64bit
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 10 04 57 (ดีโพลมา1951)
    งานพิมพ์ข้อมูลผ่าน word สามารถทำเป็นงานนอกเวลาได้ค่ะ
    ตุ๊ก ญาณี เปิดใจโดนปลด! จากพิธีกร! (ดีโพลมา1950)
    ชวนนท์ บี้ รัฐบาล ให้เร่งรัดจับตัวนายโกตี๋(ดีโพลมา1949)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๕(ดีโพลมา1948)
    การติดตั้ง dhcp 3-server บน Ubuntu
    การติดตั้ง DHCP บน Ubuntu 12.04.4 TLS
    รับด่วน งานคีย์ข้อมูล งานนอกเวลา ทำหยุดเสาร์-อาทิตย์
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 09 04 57(ดีโพลมา1947)
    Sv พระศิวะ แผ่นที่ ๒๔(ดีโพลมา1946)
    'งานแถลงข่าว"เริงลีลาศเพลงลาติน(ดีโพลมา1945)
    ยังรับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ ปี 93 หรือไม่?
    มหาสงกรานต์ ดินแดนเสน่ห์ ทะเลวัง
    ตรวจดูเลขพัสดุ สินค้า
    หางานเสริม คีย์ข้อมูล รับงานมาทำที่บ้าน คลิกที่นี่ด่วนค่ะ
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 08 04 57 (ดีโพลมา1944)
    สภาทนายฯ ออกแถลงการณ์(ดีโพลมา1943)
    Sv พระศิวะ แผ่น ๒๓(ดีโพลมา1942)
    บทสวดสรรเสริญ शिव พระศิวะ สงบ เพราะ (ดีโพลมา1941)
    win7 เข้า samba ไม่ได้ แก้ regedit
    การติดตั้งSamba ServerบนCentOS6
    วันนี้จะพารู้จักกับประเทศบรูไนกันค่ะ
    หางานทำที่บ้าน เลือกเวลาทำงานได้ รับด่วนค่ะ
    เวทีสวนลุมพินี 07 04 57 (ดีโพลมา1940)
    ไม่ผิดหวัง Thirty Seconds To Mars(ดีโพลมา1939)
    ร้อยข่าวบลูสกาย 07 04 57 เบรค 1(ดีโพลมา1938)
    Sv พระศิวะ แผ่น ๒๒(ดีโพลมา1937)
    เวทีสวนลุมพินี 06 04 57(ดีโพลมา1936)
    เอกนัฏ" เย้ย! นปช.ชุมนุมแค่2หมื่น(ดีโพลมา1935)
    ปิดบัญชีโหดโคตรมือปืนระห่ำ(ดีโพลมา1934)
    งานที่บ้าน งานช่วงว่าง ทำงาน 1-3 ชั่วโมง คลิกเลย
    สุเทพ เวทีสวนลุมพินี 05 04 57(ดีโพลมา1933)

    เลือกดูบลอก Search:
    ใช้เวลาประมวลผลหน้านี้ 46.8001ms