21/4/2548 13:26:00
คนญี่ปุ่นชอบเนื้อปลาสด แต่ทะเลหรือแหล่งน้ำแถบญี่ปุ่นนั้นไม่มีปลาชุกชุมมานานหลายทศวรรษแล้ว
ดังนั้น เรือประมงทั้งหลายจึงมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถหาปลาได้เพียงพอต่อการบริโภค
ชาวประมงออกไปหาปลาในน่านน้ำที่ไกลออกไป
ยิ่งออกจากฝั่งไปไกล ก็ยิ่งใช้เวลานานเวลานำปลากลับมา
ถ้าออกทะเลไปนานเกิน 2-3 วัน ปลาก็จะไม่สด และคนญี่ปุ่นไม่ชอบรสชาติแบบนั้น
วิธีแก้ปัญหาก็คือ บริษัทประมงทำการติดตั้งตู้แช่แข็งเอาไว้บนเรือ
พอจับปลาได้ก็เอาใส่ไว้ในตู้แช่แข็งตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่ในทะเล
ทำให้พวกชาวประมงสามารถออกไปหาปลาได้ไกลจากฝั่งมากขึ้น
แต่ว่าคนญี่ปุ่นก็สามารถแยกความแตกต่างในรสชาติของเนื้อปลาสดกับเนื้อปลาแช่แข็งได้อยู่ดี
และพวกเขาก็ไม่ชอบปลาแช่แข็งเสียด้วย ปลาแช่แข็งจึงมีราคาถูก
เมื่อเป็นเช่นนั้น บริษัทประมงจึงทำการติดตั้งแท้งค์น้ำ แล้วเอาปลาที่จับได้ใส่ลงไป
แต่พอถูกเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา และต้องโคลงเคลงอยู่ในแทงค์นานๆเข้า ปลาก็ไม่ยอมว่าย
มันอ่อนล้าแล้วก็เซื่องซึมลง แม้จะยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม
โชคไม่ดีที่คนญี่ปุ่นก็ยังสามารถแยกความแตกต่างในรสชาติของเนื้อปลาได้อยู่เหมือนเดิม
ปลาเหล่านั้นไม่ให้รสชาติความสดใหม่เสียแล้ว เพราะว่ามันไม่ได้ว่ายมาหลายวัน
คนญี่ปุ่นชอบรสชาติความสดของปลาใหม่ๆมากกว่าปลาเฉื่อยๆแบบนั้น
บริษัทประมงญี่ปุ่นแก้ปัญหานี้อย่างไร?
พวกเขาจะจับปลาที่ให้รสชาติของความสดใหม่กลับประเทศอย่างไร?
หากคุณจะให้คำปรึกษาแก่อุตสาหกรรมประมง คุณจะแนะนำอย่างไร?
มีเงินมากเกินไป
เมื่อไหร่ที่คุณไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว เป็นต้นว่า ได้เจอเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่ง
ตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จ ใช้หนี้สินไปจนหมดแล้ว หรืออะไรก็แล้วแต่ตอนนั้น
ความกระหายอยากได้ในสิ่งต่างๆของคุณอาจหมดไป ไม่ต้องทำงานหนัก ทั้งยังมีเวลาพักผ่อนเหลือเฟือ
คุณกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันกับคนถูกล็อตเตอรี่ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไปเรื่อยๆ หรือทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่รู้จักโต
เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องปลาของคนญี่ปุ่น ทางแก้ไขที่ดีที่สุดนั้นง่ายแสนง่าย
ในช่วงต้นยุค 50 นั้น ชายที่ชื่อ แอล รอน ฮับบาร์ด ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า
“น่าแปลกจริงๆ ที่คนมักประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรืองเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายเท่านั้น”
ข้อดีของความท้าทาย
ยิ่งเป็นคนฉลาด ไม่ย่อท้อ และมีความสามารถ ก็ยิ่งสนุกกับปัญหา
หากความท้าทายมีไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และยิ่งคุณเอาชนะความท้าทายเหล่านั้นมาได้โดยตลอดแล้ว
คุณจะรู้สึกเป็นสุข พอคิดถึงเรื่องท้าทายต่างๆ แล้วก็จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที
ตื่นเต้นที่จะลองวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกสนุกกับมัน
สัญญาณที่บอกว่าคุณยังมีชีวิตอยู่!
จะทำให้ปลาญี่ปุ่นคงความสดไว้ได้อย่างไร
การเก็บรักษาปลาให้สดนั้น บริษัทประมงญี่ปุ่นเค้าจะใส่ปลาไว้ในแทงค์
แล้วก็ใส่ปลาฉลามลงไปในแต่ละแทงค์ด้วย ปลาฉลามอาจกินปลาไปนิดหน่อย
แต่มันทำให้บรรดาปลาส่วนใหญ่มีชีวิตชีวามากขึ้น ปลาก็ผจญกับเรื่องท้าทาย
ข้อแนะนำ
จงกระโดดเข้าหาความท้าทายต่างๆ แทนที่จะคอยแต่หลีกหนี เอาชนะมันให้ได้ สนุกกับเกม
ถ้าความท้าทายนั้นๆ ยิ่งใหญ่หรือว่ามากมายจนเกินไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ซะล่ะ ความล้มเหลวอาจทำให้เหนื่อยล้า
แต่ก็ช่วยปรับปรุงตัวคุณของเอง จงค้นหาความตั้งใจ ความรู้ ความช่วยเหลือให้มากขึ้น
หากไปถึงเป้าหมายแล้ว ให้ลองตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นไปอีก
เมื่อตอบสนองความต้องการเป้าหมายของตัวเองและของครอบครัวแล้ว
ให้ขยับไปหาเป้าหมายของกลุ่ม ของสังคม ของมนุษยชาติต่อไป
อย่าสร้างความสำเร็จและหยุดอยู่แค่นั้น คุณมีทั้งทรัพยากร ทักษะ ความสามารถต่างๆที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง
เอาปลาฉลามมาปล่อยไว้ในแทงค์ของคุณบ้าง ดูซิว่า คุณจะไปได้ไกลแค่ไหน!
|
มีคนตอบทั้งหมด: 3 |
อ่าน: 141 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/zyleth.blog?PostID=256
21/4/2548 13:25:00
ตั้งแต่แรกเริ่ม ครอบครัวของหญิงสาวก็กีดกั้นไม่ให้หญิงสาวคบกับชายหนุ่ม
บอกว่าบ้านชายหนุ่มไม่มีฐานะเทียบเท่าบ้านเธอ
ถ้าหญิงสาวไปอยู่กับชายหนุ่มก็จะต้องทนลำบากทั้งชีวิต
ความกดดันจากทางบ้านทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยดีเสมอ
และทะเลาะกับชายหนุ่มอยู่เรื่อย
หญิงสาวนั้นรักชายหนุ่มมาก เธอถามชายหนุ่มบ่อยครั้งว่า
"เธอรักฉันมากขนาดไหน?"
แต่ชายหนุ่มเป็นคนพูดไม่เก่ง ทำให้หญิงสาวโกรธเขาหลายครั้ง
บวกกับคำพูดของพ่อแม่เธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวอารมณ์เสียมากยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มจึงกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเธอ
เขาก็ทนยอมรับอย่างเงียบๆ โดยไม่ว่าหญิงสาวเลยสักคำ
หลังจากนั้น ชายหนุ่มเรียนจบมหาลัยแล้ว ตัดสินใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
ก่อนไป เขาเอ่ยปากขอแต่งงานกับหญิงสาว "ผมอาจจะเป็นคนพูดไม่เก่ง
ปากไม่หวาน แต่ผมรู้ว่าผมรักคุณมาก ถ้าคุณตกลงใจยินดี
ผมก็จะดูแลปกป้องคุณตลอดชีวิต สำหรับครอบครัวคุณ
ผมจะพยายามทำให้พวกเขายอมรับในตัวผม แต่งงานกับผมเถอะนะ ได้ไหม?"
หญิงสาวตอบตกลงชายหนุ่ม และด้วยความพยายามของชายหนุ่ม
พ่อแม่ของหญิงสาวก็ยอมรับเขา ในที่สุด ชายหนุ่มและหญิงสาวได้หมั้นกัน
ก่อนที่ชายหนุ่มจะไปเมืองนอกไม่นานนัก
ชายหนุ่มไปเรียนหนังสืออยู่ต่างแดนเพียงลำพัง
ส่วนหญิงสาวก็คงยังอยู่ภายในประเทศ และออกมาทำงานแล้ว
ชายหนุ่มไม่อาจกลับมาเยี่ยมหญิงสาวได้ เพราะเขาต้องใช้เงินอย่างประหยัด
ส่วนหญิงสาวก็ไม่มีเวลาไปหาชายหนุ่มได้
ทั้งสองจึงได้แต่เพียงติดต่อกันผ่านโทรศัพท์และจดหมาย
แต่ถึงกระนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็คงยังมั่นคงมิได้เปลี่ยนแปลงสักนิด
วันหนึ่ง หญิงสาวออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ
ระหว่างทางที่เดินไปสู่ป้ายรถเมลล์ มีรถคันหนึ่งได้พุ่งตรงเข้าหาเธอ
.........
เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมา เธอเห็นพ่อแม่อยู่ข้างเตียง
ถึงเพิ่งรู้ว่าเธอประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัส
โชคยังดีที่ว่าไม่ถึงกับชีวิต
หญิงสาวเห็นพ่อแม่เธอร้องไห้โศกเศร้าไม่หยุด จึงเอ่ยปากคิดจะปลอบโยนพวกเขา
แต่เธอได้พบว่า... เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ
เธอพยายามที่จะเปล่งเสียงออกมาให้ได้
แต่ก็ทำได้แค่มีเสียงคล้ายเสียงหอบเท่านั้น
หญิงสาวกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว...
หมอบอกว่าเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้ หญิงสาวนอกจากบาดเจ็บที่ขาแล้ว
สมองยังถูกกระทบกระเทือน เพราะฉะนั้นหญิงสาวจะพูดอะไรไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต
หญิงสาวได้แต่รับฟังคำปลอบโยนของพ่อแม่เธอ
แต่เธอไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย หญิงสาวสิ้นหวังแล้ว...
หญิงสาวได้แต่ร้องไห้ไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน...
หลังจากนั้น หญิงสาวออกจากโรงพยาบาลและพักอยู่ที่บ้าน
ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิม
มีแต่เพียงเสียงโทรศัพท์ในห้องเธอ กลายเป็นฝันร้ายที่มาทรมานเธอ
แต่ละครั้งที่เสียงโทรศัพท์ดัง เป็นเหมือนดังมีดคมทิ่มแทงเข้าไปในใจเธอ
ความทรมานที่เธอต้องทนรับ ก็ไม่อาจจะบอกให้ชายหนุ่มรู้ได้
เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของเขา
จึงเขียนจดหมายบอกชายหนุ่มว่า เธอไม่อยากจะรอเขาอีกต่อไป
เธอกับเขาจบสิ้นกันแล้ว และเธอก็ส่งแหวนหมั้นกลับไปให้เขาด้วย
หญิงสาวไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับจดหมายและโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่มีมาไม่ขาด
เธอได้แต่น้ำตาไหลรินเต็มหน้าทุกวัน
พ่อของหญิงสาวไม่อาจทนเห็นเธอต้องทนทรมานเช่นนี้อีกต่อไป จึงตัดสินใจย้ายบ้าน
หวังอยากให้หญิงสาวลืมความทุกข์นั้นและอยู่อย่างมีความสุขมากกว่านี้
เมื่อเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้ว หญิงสาวก็ดีขึ้นหน่อย
เธอค่อยๆหัดเรียนใช้ภาษามือแทนคำพูด ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มต้นใหม่
เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าให้ลืมชายหนุ่มเสีย
วันหนึ่ง เพื่อนสนิทของหญิงสาวบอกกับเธอว่า ชายหนุ่มกลับมาแล้ว
และออกตามหาเธอไปทั่ว หญิงสาวขอร้องเพื่อนเธอว่า
อย่าบอกเรื่องของเธอให้ชายหนุ่มรู้ เรียกให้เขาลืมเธอเสีย
หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้รับรู้ข่าวคราวของชายหนุ่มอีกเลย
เวลาผ่านไปได้ปีกว่า เพื่อนของหญิงสาวมาบอกกับเธออีกว่า
ชายหนุ่มจะแต่งงานแล้วและขอร้องให้เธอเอาการ์ดแต่งงานมาให้หญิงสาว
หญิงสาวได้รับฟังแล้วก็เศร้าใจมาก เธอเปิดการ์ดนั้นด้วยมือสั่น
แต่กลับเห็นชื่อเธอเองบนการ์ดใบนั้น เมื่อหญิงสาวกำลังจะถามเพื่อน
ชายหนุ่มก็มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเธอ
ใช้ภาษามือที่แข็งกระด้างบอกกับหญิงสาวว่า
"ผมใช้เวลาปีกว่าที่ผ่านมา บังคับให้ตัวเองหัดใช้ภาษามือให้ได้
เพื่อที่จะบอกกับคุณว่า
ผมไม่เคยได้ลืมสัญญาระหว่างเราสองคนเลย โปรดให้โอกาสผมได้เป็นเสียงให้แทนคุณ
ผม-รัก-คุณ"
หญิงสาวมองอ่านภาษามือของชายหนุ่ม และเห็นแหวนที่เธอคืนเขาไปในตอนแรก
ในที่สุดหญิงสาวก็ยิ้มออกมา...
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 95 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/zyleth.blog?PostID=255
20/4/2548 11:03:00
การแสวงหาความรักที่ออนไลน์อยู่บนโลกไซเบอร์ใบนี้
ไม่ได้ง่ายดายหรือยากลำบาก
ไปกว่าการแสวงหาความรักในโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มีผู้คนเดินสวนกันไปมาแม้แต่น้อย
มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากชีวิตจริง
คุณจะบอกได้ในทันที
ที่คุณเดินสวนกับใครสักคน และรู้สึกสะดุดตา
สะดุดความรู้สึกกับใครคนนั้นไหม ว่าคนๆนั้นคือ
คนที่ใช่....คือใครบางคนที่คุณตามหา
หรือคือคนที่คุณมั่นใจว่าจะวางอนาคตไว้ร่วมกับเขา
แน่นอน...หากคุณยังมีเหตุผลเพียงพอ
ที่จะไม่ปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหววาบหวามเป็นตัวบงการ
ว่าคนที่คุณคิดว่า เขาอาจจะใช่คนที่คุณรอคอย
คือ คนที่จะร่วมชีวิตกับคุณ
จนกว่าคุณจะได้เรียนรู้
และพิสูจน์คนคนนั้นอย่างชัดเจนเสียก่อน
การแลกเปลี่ยนทางความคิด
กับคนพิเศษที่ออนไลน์มาพบกัน
อาจเริ่มต้นขึ้นอย่างเปิดเผยและง่ายดาย
ความสวยงามของตัวหนังสือที่พิมพ์ส่งมา
อาจมีมนต์ขลังเสียจนทำให้หัวใจของคุณ....
ผูกมัดด้วยจินตนาการงดงามของภาพฝันอุดมคติ
แต่คุณจะด่วนสรุปได้อย่างไรว่า.....
นั่นคือ......ความรัก
จนกว่าคุณจะก้าวออกมาจากโลกแห่งความฝันของคุณ
เพื่อมาพบกับความเป็นจริงที่คนคนนั้นเป็นอยู่
การปล่อยให้ตัวเองผูกพันกับจินตนาการ
มีแต่จะทำให้คุณพบกับความผิดหวังและปวดร้าว
หากภาพฝันนั้นไม่เป็นอย่างที่คุณคิด
ความรักไม่อาจเริ่มต้นระหว่างคนแปลกหน้า
และไม่ว่าคุณจะออนไลน์
คุยกับเขายาวนานนับปี
ด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคยเปิดเผยเพียงไร
กำแพงแห่งความแปลกหน้าก็ไม่มีวันพังทลายลง
จนกว่าคุณและเขาจะได้พบกันในโลกแห่งความเป็นจริง
รักแท้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายบนโลกสับสนใบนี้
และยิ่งไม่อาจค้นพบได้ง่ายดายในโลกที่มองไม่เห็น
ความรักต้องการการเรียนรู้
และเข้าใจอย่างลึกซึ้งระหว่างคนสองคน
ความรักคือการรู้จัก
เพื่อที่จะยอมรับในตัวตนของกันละกันอย่างแท้จริง
ดังนั้นหากคุณกำลังคิดว่า
คุณมีความรัก หรือเจ็บปวดกับคนพิเศษซักคน
ที่ออนไลน์มาพบกันประจำทุกวัน
ทั้งที่คุณไม่เคยได้ยินเสียง ไม่เคยเห็นหน้า
และไม่เคยจะรับรู้ความจริงว่า
เขาเป็นอย่างไรเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปกติ
หรือเพียงแต่หลงรักภาพอุดมคติที่ตัวเอง เป็นคนสร้างขึ้นมา
ก็คือการพาเขาก้าวออกมาจากโลกแห่งจินตนาการใบนั้น
เพื่อมาพบกันในชีวิตจริง
จำไว้ว่า..หนึ่งปีที่คุยกัน...ก็ไม่เท่าหนึ่งวันที่ได้พบหน้า
เมื่อคุณพบเขา
คุณจะได้คำตอบกับตัวเองชัดเจนว่า
เขา คือคนที่คุณสมควรเรียนรู้
และรู้สึกพิเศษต่อไปหรือไม่
สีหน้า แววตา และภาษาท่าทางอื่นๆของเขา
คือสิ่งที่จะทำให้คุณรู้ชัดเจนได้มากกว่า...
ตัวหนังสือ ที่อ่อนหวานห่วงใยที่พิมพ์ส่งมา
หรือเสียงทางโทรศัพท์ว่าเขาคือเพื่อนที่จริงใจ
และต้องการผูกมัดกับคุณอย่างจริงจัง
หรือ เพียง แต่ ต้อง การ ให้ คุณ ตก หลุม พราง
ใน การ ใช้ ภาษา เพื่อ ความ สนุก ในเกม
หรือ ผล ประ โยชน์ ทาง อารมณ์
หากคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่อ่อนไหว
เชื่อคนง่าย และมองโลกในแง่ดีเกินไป
ก็จงอย่าใช้ หัวใจในการตัดสิน
และรับรู้ตัวหนังสือที่ผ่านมาทางอินเตอร์เนต
และจงใช้สมองในการอ่านทุกตัวอักษรอย่างมีสติ
อย่าปล่อยให้กับดักของภาษา พันธนาการหัวใจคุณ
อย่างที่ตัวฉันเองและเพื่อนๆ อีกหลายคนเคยเผลอไผลมาก่อน
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีเหตุผล
และเท่าทันเกมสนุกในโลกไซเบอร์นี้
จนรู้สึกชินชากับทุกตัวหนังสือทุกตัวที่พิมพ์ส่งมา
ก็ได้โปรดอย่าใช้ตัวหนังสือของคุณ
ตอบกลับไปในสิ่งที่ตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกรู้สา
เพราะคนที่ได้อ่านข้อความของคุณ
อาจเป็นเพียงมือใหม่ที่อ่อนไหว
และตกหลุมพรางของถ้อยคำที่คุณใช้ได้ง่ายดาย
To handle yourself, use your head,
To handle others, use your heart.
จงใช้สมองดูแลหัวใจของคุณเอง
และจงใช้หัวใจเพื่อดูแลหัวใจดวงอื่นๆที่ออนไลน์มาพบกับคุณ.....
หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งกำลังออนไลน์เพือค้นหารักแท้
ก็ขอให้คุณโชคดีและเดินทางในโลกไซเบอร์นี้อย่างปลอดภัย
จนกว่าจะพบใครซักคนที่พร้อมจะก้าวไปในชีวิตจริงกับคุณ
ที่สำคัญ....อย่าลืมระมัดระวังดูแลหัวใจคุณเองให้ดี
ตลอดการเดินทางครั้งนี้ด้วย
ไม่เคยมีใครที่ดีพร้อม
ขอให้เรายอมรับความจริงในข้อนี้
ฉะนั้นการคบหากับใครสักคน
ก็อย่าคาดหวังเสียจนเลิศเลอ
เพราะเขาก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนกับเรา
ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนอยู่ในตัว
การตั้งความคาดหวังไว้สูง
ก็เหมือนการขีดเส้นวงจำกัดไว้คับแคบ
ซึ่งสักวันเราอาจต้องสูญเสีย
ทั้งความรู้สึกและมิตรภาพ
สุดท้าย...เราก็ไม่อาจจะคบหาใครได้จริงจังเลย
แม้แต่สักคนเดียว
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 108 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/zyleth.blog?PostID=244
20/4/2548 10:56:00
มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นกันใกล้รางรถไฟ 2 ราง รางหนึ่งอยู่ในระหว่างการใช้งาน ในขณะที่อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว
มีเพียงเด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งาน ส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่นอยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่
เมื่อรถไฟแล่นมา คุณอยู่ใกล้ๆที่สับรางรถไฟ คุณสามารถเปลี่ยนทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่ แต่นั่นหมายถึงการเสียสละชีวิตของเด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน
หรือคุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม? ลองหยุดคิดสักนิด มีทางเลือกใดที่เราสามารถตัดสินใจได้
คุณต้องทำการตัดสินใจก่อนที่จะอ่านต่อไป รถไฟไม่สามารถหยุดรอให้คุณไตร่ตรองได้ คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟ และยอมสละชีวิตของเด็กคนนั้น ผมคิดว่า คุณก็อาจจะคิดเช่นเดียวกัน
แน่นอน ตอนแรกผมก็คิดเช่นนี้เพราะการช่วยชีวิตเด็กส่วนมาก ด้วยการเสียสละชีวิตเด็กหนึ่งคนนั้นดูสมเหตุผลทั้งทางศีลธรรมและความรู้สึก แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าเด็กที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้อง ที่จะเล่นในสถานที่ๆปลอดภัยแล้วต่างหาก
แต่ทว่า เขากลับต้องเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่ไม่ใส่ใจ และเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย
สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวัน ในสถานที่ทำงาน ย่านชุมชน การเมืองโดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย คนกลุ่มน้อยมักจะถูกเสียสละให้กับผลประโยชน์ของคนหมู่มาก แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาด มองการณ์ไกล และคนหมู่มากจะโง่เง่า ไม่ใส่ใจก็ตาม
เด็กคนที่เลือกที่จะไม่เล่นบนรางที่อยู่ในการใช้งานตามเพื่อนๆของเขา และคงไม่มีใครเสียน้ำตาให้หากเขาต้องสละชีวิตก็ตาม
เพื่อนที่ส่งต่อเรื่องนี้มาบอกว่า เขาจะไม่พยายามเปลี่ยนเส้นทางรถไฟ เพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการใช้งานย่อมรู้ดีว่า รางนั้นยังอยู่ในระหว่างการใช้งาน และพวกเขาควรจะหลบออกมาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหวูดรถไฟ
ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยน เด็กหนึ่งคนนั้นต้องตายอย่างแน่นอน เพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนั้น
นอกจากนั้น รางที่ไม่ได้ถูกใช้งานอาจเป็นเพราะรางนั้นไม่ปลอดภัย ถ้ารถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่รางนี้ เราทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย ในขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่งโดยการสละชีวิตเด็กหนึ่งคน อาจกลายเป็นการสังเวยชีวิตผู้คนนับร้อยก็เป็นได้
เรารู้ว่าชีวิตเต็มไปด้วยการตัดสินใจอันยากลำบาก บางครั้งเราอาจลืมไปว่า การตัดสินใจอันรวดเร็วใช่จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
จำไว้ว่า สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฎิบัติ และสิ่งที่เป็นที่นิยม ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 106 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/zyleth.blog?PostID=243
19/4/2548 12:33:00
เวลาที่เราขับรถเร็ว
ก็เพราะเราต้องการให้ถึงที่หมายเร็วๆ
เป็นการให้ความสำคัญกับปลายทางเป็นสิ่งแรก
แต่บางครั้ง...
มีเหมือนกันที่มันเร็วเสียจนเลยบ้าน เลยซอย
ที่เป็นจุดหมายปลายทางไป
เลยทำให้ที่อยากให้เร็ว กลายเป็นช้าไปก็มี
เมื่อเราขับรถช้า หรือไปเรื่อยๆ (มีเวลามากพอ)
ก็หมายถึงว่า เราไม่ได้รีบร้อน
เพียงแค่จะไปให้ถึงปลายทางเพียงอย่างเดียว
เราอาจมีเวลาสังเกตถนนหนทาง ผู้คนบนท้องถนน
ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
อาจมองเห็นว่ามีร้านขายดอกไม้มาเปิดใหม่
ร้านขายอาหารเจ้าเก่าได้ย้ายไปแล้ว...ฯลฯ
นั่นคือ...เราได้เห็นรายละเอียดต่างๆ
ระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปมากขึ้น
ทุกวันนี้...
ความเร็ว ได้ถูกดึงมาใช้เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ
ในชีวิตประจำวันเราสามารถได้รับข่าวสารหลายๆ เรื่องอย่างง่ายดาย
ภายในเวลาไม่กี่นาที
เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วกดลงบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์
หรือโทรศัพท์มือถือ
ข้อความหรือถ้อยคำเหล่านั้นก็ถูกส่งมาให้อ่านแบบทันอกทันใจ
และอีกไม่กี่นาทีเช่นกัน
เราก็สามารถส่งต่อข้อความเหล่านั้นไปยังคนอื่นๆ ได้
ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตคนเราสะดวกสบายขึ้น
จนกระทั่ง...
บางทีลืมสังเกตไปด้วยว่า
ความละเมียดละไมในชีวิต กลับเหือดหายน้อยลง
สำหรับคนที่ชอบละเลียดความสุขแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่เคยนิยามให้กับค่าของความสุข
เป็น "บาท" เป็น "คัน" หรือเป็น "หลัง"
..................................................
วันนี้...บนโลกของเขาอาจดูเชื่องช้า
แต่มุมมองสิ่งต่างๆ ที่ผ่านไปในแต่ละวันของเขา
อาจสวยงาม...จนบางทีคนอย่างเรานึกไม่ถึงเลยก็ได้
|
มีคนตอบทั้งหมด: 0 |
อ่าน: 164 |
Permarlink: http://www.thaiblogonline.com/zyleth.blog?PostID=233
เรื่องราวล่าสุดจากบลอกเพื่อนบ้าน